{E-book} Chained Up #โซ่แส้กุญแจรัก [สนพ.SENSE BOOK]

ตอนที่ 6 : Episode 05 : We’re done. It’s over. Get out of my life!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    1 ก.ย. 60




Episode 05

We’re done. It’s over. Get out of my life!

 

แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาในห้อง ฉันจึงพลิกตัวลุกขึ้นนั่งและบิดขี้เกียจที่ขอบเตียงอย่างสบายตัว จากนั้นค่อยสอดฝ่าเท้าเข้าไปในรองเท้าสลิปเปอร์และก้าวเดินมุ่งสู่ห้องน้ำที่อยู่มุมสุด

ฉันซึ่งเปลือยทั้งร่างเดินมาอยู่ใต้ฝักบัวและเปิดน้ำที่เย็นเฉียบอาบน้ำอย่างสะใจจนกระทั่งไม่เหลือความง่วงงุน

นี่เป็นนิสัยที่ฉันเคยชินตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือว่าฤดูหนาว พอตื่นนอนแล้วสิ่งแรกที่ทำคือการกระตุ้นร่างกายด้วยน้ำเย็นจัด

น้ำเย็นที่ใสสะอาดทำให้สมองของฉันปลอดโปร่งแจ่มใสแต่เช้า ทั้งยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและอยู่ในภาวะพร้อมรบในช่วงเวลาสั้นๆ

ฉันปิดน้ำจากฝักบัวและดึงผ้าขนหนูผืนหนามาเช็ดหยดน้ำที่เกาะอยู่บนร่างกาย ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูอีกผืนห่อผมที่มีน้ำหยดติ๋งๆ

หลังการอาบน้ำเสร็จสิ้น ฉันดึงเก้าอี้นั่งสบายออกมาจากใต้เคาน์เตอร์แล้วนั่งลงหน้ากระจกและเปิดลิ้นชักออก

ภายในลิ้นชักเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนานาชนิด ฉันหยิบโทนเนอร์หนึ่งขวดกับครีมหนึ่งกระปุกออกมาจากกองทัพขวดจำนวนนับไม่ถ้วน

ทั้งโทนเนอร์และครีมบำรุงล้วนเจือกกลิ่นหอมหวานของกุหลาบ แม้แต่บรรจุภัณฑ์ก็พิถีพิถันในรายละเอียด บนขวดแก้วมีรูปดอกกุหลาบสีสดงดงามที่ดูประณีตสูงส่งที่ใครเห็นแล้วเป็นต้องถูกใจ

ฉันบำรุงผิวหน้าตามขั้นตอนอย่างละเอียด ตบโทนเนอร์ลงบนใบหน้าเบาๆ แถมยังเทโทนเนอร์ลงบนสำลีและเช็ดไปทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกาย จากนั้นเทครีมลงบนฝ่ามือและนวดเบาๆ จนเนื้อครีมอุ่น

หลังจากเสร็จการบำรุงผิวพรรณ ฉันพิจารณาผิวหน้าและผิวกายทั่วตัวอย่างละเอียดผ่านเงาสะท้อนของกระจก ผิวของฉันเนียนขาวปราศจากริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่น ความกระจ่างใส ความแวววาวหรือความชุ่มชื้นล้วนอยู่ในระดับเพอร์เฟ็กต์

เพราะปมด้อยที่ถูกล้อเลียนในวัยเด็กแท้ๆ ที่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนแบบนี้

พอๆ เลิกคิดฉันส่ายหน้าพลางเลิกคิดถึงเรื่องราวในอดีตจากนั้นลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบเสื้อนักศึกษาตัวหลวมและกระโปรงพลีทยาวสีดำออกมาจากตู้ แล้วบรรจงสวมใส่ร่างของตัวเอง

หลังจากนั้นฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงพลางเก็บของใส่กระเป๋าสานใบใหญ่ ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ฉันคิดว่าเป็นพี่แสงเลยพูดออกไปโดยไม่ได้หันไปมอง

พี่แสง วันนี้น้องมีเรียนกว่าจะเลิกก็น่าจะบ่ายๆ ถ้าพี่แสงจะอยู่ที่ห้องก็ช่วยเก็บผ้าให้น้องด้วยนะ เผื่อช่วงบ่ายฝนตกลงมา

พักนี้ฝนชอบตกช่วงเวลาบ่ายๆ ฉันเลยบอกพี่แสงเผื่อเอาไว้

เธอควรบอกไอ้แสงให้เลิกเข้ามาวุ่นวายในห้องได้แล้ว

เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่ดังขึ้นมาอย่างฉับพลันทำให้ฉันตกใจสะดุ้งโหยงและชะงักไปทั้งร่าง

ไม่ใช่เสียงของพี่แสงนี่!

ต่อให้เธอกับไอ้แสงเป็นพี่น้องกัน แต่ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้นบอกไอ้แสงให้เลิกเข้ามาวุ่นวายในห้องของเธอได้แล้ว

สุ้มเสียงของเขาทรงพลังอำนาจมากเหลือเกิน ถ้าเป็นคำสั่งอย่างอื่นฉันคงทำตามคำสั่งของเขาแน่

ฉันค่อยๆ หันไปมองอย่างช้าๆ เขาคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ซึ่งสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวคว้านคอลึกและกว้างเผยให้เห็นแผงอกขาวผ่อง ท่อนร่างก็สวมกางเกงยีนสีดำขาดเซอร์กับรองเท้าผ้าใบสีดำ โครงหน้าเรียวยาวคมเข้ม อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าละเมียดละไมราวกับถูกเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน

ฉันเผลอจ้องมองเขาราวกับวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้เจอเขาครั้งแรก แต่ทำไมกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกใบหน้านี้ดึงดูดเอาไว้เสียทุกครั้งที่ได้จ้องมอง

แค่เขาแต่งตัวเรียบๆ ทำไมถึงได้เท่ และมีเสน่ห์มากขนาดนี้นะ

ฉันทำตาโตอยู่ครู่หนึ่งจึงได้สติกลับคืนมา จากนั้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขณะมองเขาด้วยหัวใจเต้นรัว

นายเข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง

เธอไม่ได้ล็อกประตูห้องเขาบอกด้วยท่าทางเย็นชา ดวงตาฉายแววรำคาญใจเล็กน้อย เธอเป็นผู้หญิงนะ หัดระวังตัวเอาไว้บ้างสิ

คนที่น่ากลัวมากที่สุดในหอนี้ก็คือนายนั่นแหละ

พี่พาคุณคนนี้น่ากลัวตรงไหนครับน้องจันทร์เจ้าเอ๋ย

จู่ๆ เขาก็ปรับเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวล ซ้ำยังเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ ร่างของฉันที่นั่งอยู่ปลายเตียง จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมสดชื่นของเขา ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาใช้เป็นประจำและมันก็เป็นกลิ่นที่ฉันชอบมากที่สุด

บ้าจริง... ทำไมเขาถึงยังใช้น้ำหอมกลิ่นเดิม และทำไมฉันยังคิดแบบเดิมอยู่อีก

ไม่ได้! เลิกคิดอะไรแปลกๆ ได้แล้วจันทร์เจ้าเอ๋ย!

ก็ตรง...ตรง...เอ่อฉันพูดต่อไม่ออกเพราะจู่ๆ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไฟลุกท่วม 

คราวนี้ฉันเปลี่ยนเรื่องพูด เพราะไม่อยากคิดเรื่องแบบนั้นอีก 

“ช่างมันเถอะ แล้วมาทำไมตั้งแต่เช้า ถ้าจะมากวนประสาทกันก็รอตอนเย็น ตอนนี้ฉันรีบ

ฉันลืมของเขาพูดพลางเอนตัวก้มเข้ามาใกล้

ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะหยิบอะไรจากหัวเตียง แต่ก็มาคิดได้ว่านี่มันห้องของฉัน และเขาก็ไม่น่าจะลืมอะไรเอาไว้ แต่พอคิดได้ฉันกลับถูกเขากอดเอาไว้ในวงแขนจนแน่น ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งประคองท้ายทอย แล้วประทับริมฝีปากของฉันในชั่วพริบตา

นี่ฉันผลักหน้าอกของเขาออก รู้สึกใจสั่นวาบหวิวไปหมด ไหนบอกว่าลืมของไง โกหกกันชัดๆ

ก็นี่ไงของที่ฉันลืมเอาไว้เขาเอ่ยอย่างยิ้มๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วลูบริมฝีปากของตัวเองอย่างโรคจิต

จะบ้าเหรอ นี่มันปากของฉันฉันเอ่ยหน้าแดงก่ำ

ไม่ใช่เขาส่ายหน้าเบาๆ ปากของฉันที่ลืมเอาไว้ที่เธอต่างหาก

เสียงของเขาทุ้มต่ำชวนให้สั่นสะท้านที่กลางอก

นายมันจอมแถ จอมฉวยโอกาส บ้า บ้าที่สุดฉันยกสองมือผลักร่างของเขาอย่างโมโห ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงคว้ากระเป๋าสะพายแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง

แต่เขาก้าวเท้ามาเพียงแค่สองก้าวก็ไล่ตามฉันทันแล้ว รอก่อนสิ

มีอะไรอีก

อะ กุญแจห้องของฉัน เมื่อเช้าฉันไปปั้มมาให้เธอ

เขาพูดพลางส่งกุญแจดอกหนึ่งมาให้ ฉันรับมันมาแล้วก็เอียงคอมองอย่างสงสัย

ไม่ต้องทำหน้างง เลิกเรียนแล้วก็รีบกลับมา

โห...” ฉันร้องพร้อมกับทำหน้าบูด

ไม่ต้องมาทำโหยหวน วันนี้ฉันดูตารางเรียนของเธอแล้ว เธอเลิกเรียนตอนบ่ายสอง ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาที ถ้าบ่ายสองสิบห้าเธอยังไม่ถึงห้องของฉันได้มีเรื่องแน่

บ่ายสามไม่ได้เหรอฉันขอต่อเวลา นะๆ ขอฉันอยู่คุยเพื่อนสักชั่วโมงนึงนะ

ไม่ได้เขาส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วก่อนกลับแวะซื้อไอศกรีมร้านหน้ามอมาด้วย

ไม่สั่งเปล่า เขายังยัดแบงก์พันใส่มือของฉันอีกด้วย

เวลาที่ให้มานี่นอกจากฉันจะต้องแวะไปซื้อไอศกรีม ฉันก็ต้องใช้เวลาเพื่อเดินทางกลับหออีกนะ แค่สิบห้านาทีมันไม่พอหรอก

หรือเธอจะให้ฉันไปรับ จะได้ประหยัดเวลาเขาพูดพร้อมกับเลิกเรียวคิ้วข้างหนึ่งขึ้น

ไม่ต้อง! สิบห้านาทีก็สิบห้านาที!”

นายอย่าได้เสนอหน้าไปรับฉันถึงหน้ามหาลัยเชียวนะ!

อ้อ เอากุญแจห้องของเธอมา เดี๋ยวบ่ายๆ ฉันเก็บเสื้อผ้าให้

ไม่ต้อง!” ฉันหวีดร้องอย่างสุดเสียง เมื่อมองไปยังระเบียงด้านนอก

จะให้เขาเก็บเสื้อผ้าของฉันได้ยังไง ก็มันมีชุดชั้นในของฉันด้วยนี่!

ทำไมล่ะ ทีเมื่อกี้ยังบอกให้ไอ้แสงเก็บให้อยู่เลยนี่พาคุณคงรู้และคงเห็นชุดชั้นในลายลูกไม้ของฉันแน่ๆ ถึงได้ล้อเลียนฉันแบบนี้

นายกับพี่แสงไม่เหมือนกัน ไม่ต้องเลย กลับไปที่ห้องเลย ฉันจะออกไปเรียนแล้ว

ไม่พูดเปล่า ฉันยังดันแผ่นหลังร่างสูงที่ยังหัวเราะออกมาจนร่างกายสั่นไปหมด

ไปล่ะเมื่อออกมาจากห้องได้ ฉันก็โบกมือลาแล้วก็รีบวิ่งหนีจากมาอย่างรวดเร็ว

 

สิบนาทีให้หลังฉันก็มาถึงมหาวิทยาลัย พอฉันจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์แล้วก็รีบกระโจนเข้าไปในมหาวิทยาลัย

เจ้าเอ๋ย รอด้วย!”

ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกก็เห็นไอ้หมวยวิ่งเหยาะๆ ตามหลังมา เอาจริงๆ เพื่อนของฉันคนนี้ไม่ได้ชื่อหมวยหรอก แต่มันไม่ชอบชื่อเล่นของตัวเอง เลยบอกคนอื่นว่าชื่อหมวย

ฉันชะลอฝีเท้าของตัวเองเพื่อรอเพื่อนสนิท จากนั้นเราทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้องเรียนพร้อมๆ กัน

แกสบายดีนะเจ้าเอ๋ย

ทำไมถึงถามอย่างนี้ล่ะฉันย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจ

ก็ตั้งแต่เข้ามาในห้องเรียน ฉันเห็นแกเลียริมฝีปากหลายครั้งแล้วหมวยพูดพลางจ้องหน้าของฉันนิ่ง ปากแกเป็นอะไรวะ

ปฏิกิริยาของฉันคือการสำลักติดต่อกัน ฉันตกใจกับคำถามที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันของเพื่อนสนิทจนแทบจะหายใจไม่ออก

อากาศหนาวแบบนี้ ปากของฉันก็เลยแห้งยังไงล่ะ

มันเป็นคำแก้ตัวที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

อากาศหนาว?”

ใช่ๆ อากาศหนาว หนาวมากๆ เลยด้วย

แต่นี่มันฤดูร้อน และประเทศไทยก็ไม่หนาวมากขนาดนั้นด้วย

ให้ตายเถอะ! นี่ฉันกำลังขุดหลุมฝังตัวเองอยู่หรือไง!

ฉันลืมทาลิปสติก โอเคนะ จบเหอะ

ฉันแถออกไปแบบนั้น เพื่อนสนิทจึงเลิกถาม แต่ยังคงมองหน้าฉันอย่างสงสัย

เอาจริงๆ วันทั้งวันฉันเอาแต่นั่งเหม่อ โดยไม่มีอะไรเข้าหัวเลยสักนิด มีเพียงริมฝีปากของพาคุณ ภาพใบหน้าของพาคุณตามมาหลอกหลอนฉันไม่หยุด

ไม่ว่าจะอยู่ในห้องเรียนฟังการบรรยายหรืออยู่ในโรงอาหารในช่วงพักเที่ยง ในหัวของฉันมีแต่ใบหน้าของพาคุณอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ฉันควรจะสลัดภาพของเขาออกไป แต่ฉันกลับคิดถึงแต่เขาราวกับถูกมนต์สะกด

ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว!

แล้วดูเอาเองเถอะ พอบ่ายสองโมงปุ๊บ ข้อความจากโปรแกรมแชทไลน์ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉันราวกับเป็นนาฬิกาปลุก

 

KHUN ivil War: อย่าลืมไอศกรีม

KHUN ivil War: รีบๆ กลับมาด้วย

KHUN ivil War: บ่ายสองสิบห้าถ้ายังไม่ถึงห้องล่ะก็ ได้เจอดีแน่

KHUN ivil War sent a sticker

KHUN ivil War sent a sticker

KHUN ivil War sent a sticker

 

แล้วจากนั้นสติกเกอร์ก็ถูกส่งมารัวๆ แทบจะไม่ได้หยุดหายใจ

ฉันได้แต่มองแล้วก็ปล่อยให้ข้อความมันเด้งบนหน้าจอล็อกอยู่แบบนั้น

เจ้าเอ๋ย แกไม่คิดจะดูข้อความหน่อยเหอะวะ มันเด้งมาหลายรอบแล้วนะ

ไอ้หมวยที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินจึงชะโงกหน้าเหมือนจะดูข้อความ แต่ฉันรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง

อะไรวะ มีความลับอะไรหรือเปล่าเนี่ยพอไอ้หมวยเห็นแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างสงสัย

ไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันก็แค่โดนจิกเรียก

จากพี่ชายเหรอ?”

ทำนองนั้นฉันบอกปัด จะว่าพาคุณเป็นพี่ชายน่าจะใช่ แต่ก็แค่เป็นพี่ชายร่วมโลกเท่านั้นแหละ

ติ่งๆๆๆๆๆ

สติกเกอร์ยังถูกส่งมารัวๆ เมื่อฉันยังไม่ยอมเปิดอ่านข้อความ

จิกเป็นไก่เลยนะอีตาบ้า! ชีวิตของฉันถึงคราวอวสานแล้วสินะ เฮ้อ

ทั้งๆ ที่ชีวิตฉันทำแต่ความดี มีคติพจน์ประจำใจเอาไว้ตลอด

รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า รักทั้งดีทั้งชั่ว กินถั่วแกล้มเหล้า

ยัยบ้า! มันใช่ที่ไหนกันเล่า!

ฉันก่นด่าตัวเองพลางยกมือขึ้นยีหัวตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิด

หมวย ฉันกลับก่อนนะฉันบอกพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้

อ้าวทำไมรีบกลับล่ะ

พี่ชายรอกินข้าว สงสัยหิวจนเป็นบ้าไปแล้วมั้งฉันกัดฟันพูดคำว่าพี่ชายก่อนจะโบกมือให้เพื่อนสนิทแล้วก็วิ่งไปหน้ามหาลัยมุ่งตรงไปยังร้านไอศกรีมที่อยู่หน้ามออย่างรวดเร็ว

พอฉันมาถึงร้านไอศกรีมก็ต้องตกใจ เพราะนอกจากคนจะเต็มร้านแล้ว ตรงเคาน์เตอร์ยังมีคนต่อแถวอีกเป็นจำนวนมาก คาดคะเนจากสายตาแล้วสิบห้านาทีที่เขาให้ฉันไว้ไม่เพียงพอแน่

และก็เป็นไปตามคาด กว่าฉันจะได้ไอศกรีมก็ปาเป็นเกือบบ่ายสองยี่สิบ และฉันยังต้องใช้เวลาเดินทางกลับหอมาอีกราวๆ สิบนาที นับแล้วฉันเลยสายไปเกือบยี่สิบนาทีเต็ม แต่น่าแปลก ฉันคิดว่าเขาจะตามจิกฉัน แต่ทว่าข้อความกลับเงียบหายไป

จนเมื่อถึงหน้าหอพัก ฉันก็จ่ายค่าโดยสารแต่ทว่าระหว่างรอตังค์ทอนฉันก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังเซ็งแซ่ไปหมด

เธอมาทำอะไรที่นี่

เสียงนี้มัน...เสียงของพาคุณนี่!

ฉันรีบเดินไปหน้าหอ ก็เห็นพาคุณยืนอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาเวลานี้บูดบึ้งอย่างขีดสุด มองไปอีกด้านก็เห็นหญิงสาวซึ่งสวมเสื้อนักศึกษารัดรูปคนหนึ่ง เธอมองเขาอย่างหาเรื่อง สองมือกำหมัดแน่ ใบหน้ายังคงมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่

คุณจะทำแบบนี้กับอลิซจริงๆ เหรอ คุณย้ายมาอยู่หอนี้ แต่ไม่บอกอลิซเลยสักคำ

แล้วทำไมฉันต้องบอกเธอด้วยพาคุณมองเธออย่างเดือดดาล แล้วเธอน่ะมีสิทธิ์อะไรมาโวยวายตรงหน้าหอพักของฉัน!”

ฉันหยุดเดินก่อนจะมองพวกเขาอย่างงุนงง

สิทธิ์อะไรน่ะเหรอเธอคนนั้นแวดเสียงขึ้นมา ก็สิทธิ์ที่อลิซเป็นแฟนของคุณไง! อลิซเป็นแฟนของคุณ!”

ให้ตายเถอะ!

ฉันร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ

พาคุณมีแฟนแล้ว! เขามีแฟนอยู่แล้วและทำไมยังกล้ามาจูบกับฉันอีก

บ้าจริง! นี่ฉันคาดหวังอะไรอยู่ ฉันเป็นเพียงแค่ทาสรับใช้ของเขา ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น และเขาก็คงไม่ได้มองฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งด้วย!

เธอก็แค่ถูกหลอก ก็แค่ถูกเขากลั่นแกล้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมาเท่านั้นแหละ!

เธอคิดให้แน่ใจก่อนจะพูดออกมาดีกว่านะพาคุณพูดด้วยสีหน้าเย็นชา ฉันแน่ใจว่าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในรูปแบบนั้น

หญิงสาวคนนั้นจ้องมองพาคุณ ในดวงตาคู่สวยฉายแววน้อยใจและคับแค้น

ก็ได้ อลิซเป็นฝ่ายไล่ตามคุณ อลิซเป็นฝ่ายเสนอตัวให้คุณ แต่คุณก็ยังไม่สนใจ อลิซผิดเองที่คิดไปไกล แต่คุณก็ไม่ได้มีใครไม่ใช่เหรอ

ในสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ ทว่าฉันกลับอยากจะหัวเราะ

ตรรกะอะไรของผู้หญิงคนนี้นะ

แสดงว่าเธอคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกับพาคุณ เธอเป็นฝ่ายคิดเองเออเอง

แล้วฉันจะดีใจไปทำไม ก็ถึงแม้ว่าเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน มันก็ไม่ได้หมายความว่าพาคุณจะคิดอะไรกับฉันซะหน่อย

พาคุณพยักยิ้มแล้วพูดอย่างไร้อารมณ์ รู้ตัวแบบนี้ก็กลับไปซะ เพราะฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดมาฟังเธอพูดไร้สาระหรอกนะ

ฉันรู้ดีว่าพาคุณไม่ใช่เพลย์บอยหรืออาจจะเป็นแต่ฉันไม่รู้ แต่ด้วยความที่ช่วงมัธยมฉันแทบจะตัวติดกับเขาตลอดเวลามันจึงทำให้ฉันได้เห็นกับตาว่าเขามักจะปฏิเสธผู้หญิงในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันเหนือความคาดหมายมาก เพราะฉันเคยคิดว่าเวลาเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน เพราะไม่เจอกันมานาน ฉันเลยพานคิดไปว่าพาคุณอาจจะเปลี่ยนนิสัย กลายเป็นผู้ชายเพลย์บอยคบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า

ว่าแต่ทำไมเขาถึงปฏิเสธผู้หญิงคนนี้ล่ะ

ผู้หญิงที่ชื่ออลิซอะไรเนี่ยไม่ใช่ธรรมดาเลยนะ

ลองดูทรวดทรงองค์เอวนั่นซะก่อน ไหนจะเนินอกสวยได้รูปชัดเจนใต้เสื้อนักศึกษานั่นอีก ดูยังไงเธอก็เป็นของล้ำค่าสุดแสนจะเซ็กซี่ในแบบที่ผู้ชายต่างก็อยากจะครอบครองทั้งนั้นแหละ

นี่ถ้าเป็นพี่แสง วิ่งเข้าใส่และไม่มีทางปฏิเสธแน่!

คราวนี้ฉันส่ายหน้า ก่อนจะตัดสินใจเดินไปตรงทางเข้า เพราะขืนยืนแอบฟังอยู่ตรงนี้ มีหวังไอศกรีมละลายกลายเป็นน้ำแน่ และในระหว่างที่เดินผ่านพอพาคุณเห็นฉันเขาก็ทำตาโตเหมือนตกใจ แต่ฉันทำเป็นไม่รู้จักเพียงแค่เหลือบหันไปมองพลางทำปากขมุบขมิบอย่างล้อเลียน

ไปรอบนห้อง!” อยู่ๆ พาคุณก็ตวาดฉันด้วยสีหน้าโกรธจัด ฉันถึงกับหน้าเหวอที่อยู่ๆ ก็ถูกดุ

ดุฉันทำไมอะฉันเบะปาก อกสั่นขวัญหายไปชั่วขณะ โดยลืมไปว่ายังมีใครอีกคนยืนอยู่ตรงนี้ด้วย

แก!” เสียงคำรามดังมาพร้อมกับหัวของฉันถูกใครกระชากจากทางด้านหลังจนร่างของฉันถลาไปหลายก้าว

โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ชื่ออลิซจะมากระชากหัว ซ้ำยังยกฝ่ามือขึ้นมาตบหน้าของฉันของอย่างแรงจนใบหน้าสะบัดหันไปอีกทาง

สายตาที่พร่าเลือนเห็นเพียงแค่ผู้หญิงคนนี้ชูมือขึ้น ทำท่าจะตบฉันอีกรอบ

ฉันเบิกตาโตมากกว่าเก่าปากก็เริ่มเบะออกเตรียมรับแรงปะทะ แต่ทว่าจู่ๆ ร่างของฉันก็ถูกคว้าอย่างแรง จนมันไปกระแทกกับแผ่นอกของพาคุณพอดิบพอดี อ้อมแขนของเขารัดร่างของฉันแน่นจนขยับไปไหนไม่ได้

คุณกอดมัน!” ยัยอลิซกรี๊ดเสียงลั่น นิ้วมือที่เต็มไปด้วยเล็บยาวยกชี้มาตรงหน้าของพวกเรา

หยุดได้แล้วเขาพูดนิ่งๆ พยายามหยุดความบ้าคลั่งของผู้หญิงตรงหน้า

แก! นังสารเลว! ออกมาจากคุณเดี๋ยวนี้นะ!”

เธอเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตรงมาเป็นฉัน ตะเบ็งเสียงอย่างเกี้ยวกราดซ้ำยังเงื้อมือขึ้นมาตบหน้าฉันอย่างรวดเร็ว

คราวนี้ฉันคิดจะหลบ แต่ติดตรงที่ฉันอยู่ในอ้อมกอดของพาคุณจึงหนีไปไหนไม่ได้เลยรับฝ่ามือไปเต็มๆ

ตบฉาดนี้รุนแรงมาก เล็บที่เคลือบเงาเอาไว้อย่างดีของเธอกรีดผิวแก้มของฉันเป็นแผลยาวจนเลือดสดๆ ไหลออกมา

วินาทีนั้นหัวใจของฉันเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลตรงใบหน้าเป็นร้อยเท่า

เขาจับฉันเอาไว้เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ตบฉันอย่างนั้นเหรอ?

ฉันยกมือขึ้นกุมใบหน้ากัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนยิ้มออกมา

รู้ใจกันจังเลยนะ ขนาดจะตบฉันยังร่วมมือกันดีขนาดนี้ ฉันมันซวยเองแหละที่มายืนผิดที่ผิดเวลา ฉันไม่รบกวนเวลาพวกคุณแล้ว คุยกันไปเถอะ!”

ฉันรู้ดีว่าตัวเองจะเสียน้ำตาอยู่รอมร่อ แต่ความหยิ่งในศักดิ์ศรีทำให้ฉันไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าพวกเขา ไม่อยากให้ชายหญิงคู่นี้ต้องหัวเราะเยาะ

เธอเข้าใจผิดแล้วพาคุณพูดพลางส่ายหน้า ฉันไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าลงมือกับเธอต่อหน้าฉัน

แล้วทำไมนายถึงปล่อยให้ยัยบ้านี่ตบหน้าฉันล่ะฉันบอกพร้อมกับเบะปาก

แกเรียกใครว่ายัยบ้า! แก...ออกมาจากคุณเดี๋ยวนี้นะ

ยัยอลิซตะโกนออกมาอย่างเกี้ยวกราดก่อนจะยกมือขึ้นคิดจะฟาดลงมาอีกรอบ แต่ทว่าคราวนี้ข้อมือเล็กๆ นั่นกลับถูกพาคุณยึดเอาไว้ เธอสะบัดหน้าหันไปมองเขาที่คว้าข้อมือของเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เธอกล้าดียังไงถึงได้ทำร้ายผู้หญิงของฉันขณะที่พูด สีหน้าของพาคุณไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทว่าฉันกลับเห็นเส้นเอ็นตรงสันกรามของเขากระตุกเล็กน้อย เหมือนข่มอารมณ์โกรธเอาไว้

สิ้นคำพูดของเขาฉันถึงกลับอ้าปากหวอ หมอนี่จงใจให้ฉันถูกเข้าใจผิด แล้วโดนตบอีกรอบใช่มั้ย!

ผู้หญิงของคุณ...” เธอพูดพลางกัดฟันกรอด มองหน้าฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ใช่พาคุณพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

อะไรกันเนี่ย คิดจะเอาฉันเป็นไม้กันหมาอย่างนั้นเหรอ มันจะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอไง ถ้าพรุ่งนี้ฉันไปมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญไปเจอผู้หญิงคนนี้เข้า ฉันจะทำยังไง ฉันจะไม่โดนลากไปตบอย่างนั้นเหรอ!

กลับไปซะ อย่าให้ฉันพูดเป็นครั้งที่สอง และก็อย่ามาวุ่นวายที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องให้ตำรวจมาจัดการ และฉันเชื่อว่านักศึกษาอย่างเธอคงไม่อยากมีประวัติด่างพร้อยก่อนเรียนจบใช่มั้ยล่ะ

เขาพูดอย่างเฉียบขาด ใบหน้านิ่งเฉยจนแม้แต่คิ้วก็ไม่กระดกเหมือนกำลังใส่หน้ากากหินอย่างไงอย่างงั้น

ฉันได้แต่มองดูร่างของผู้หญิงคนนี้เดินออกไปอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ขณะที่ตัวของฉันเองก็อ้าปากหวอหุบไม่ลงอยู่เป็นนาน

ปล่อยได้แล้ว” ฉันผลักร่างของเขาออกและเดินเข้าไปในตึกโดยไม่หันไปมองร่างที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือของฉันกำเข้าหากันแน่น

ไม่รู้ว่ารอยตบบนหน้า หรือว่าหัวใจยามที่เขาช่วยยึดตัวฉันเอาไว้ให้ผู้หญิงคนนั้นตบ อย่างไหนมันเจ็บปวดมากกว่ากัน

ฉันพยายามเร่งฝีเท้ากลับเข้าไปในห้องและก่นด่าตัวเองไปตลอดทาง

ฉันมันโง่เองที่ถูกเขาหลอก มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว ทำไมฉันไม่รู้จักเข็ด แถมยังไปตั้งความหวังเอาไว้ว่าเขาอาจจะเลิกกลั่นแกล้งตัวเอง คิดเอาว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะสำนึกได้

แต่เปล่าเลย พาคุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิดซ้ำยังกลั่นแกล้งฉันหนักข้อขึ้นมากกว่าเก่า และครั้งนี้เขาไม่ได้ลงมือเอง ก็แค่ยืมมือคนอื่นทำก็เท่านั้น

ฉันได้แต่ก่นด่าตัวเองไม่หยุด แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ดื้อดึงจะไหลออกมาได้เลย

 

 



--------------------------------------------------------------------


ขอโทษที่หายไปนานนะคะ

พอดีช่วงนี้พี่มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นค่ะ

แต่สัญญาว่า นับจากนี้ ถ้ามีคนอ่านและคอมเม้นท์ พี่จะมาอัพแบบวันเว้นวันเลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

236 ความคิดเห็น

  1. #143 Bow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 16:06
    สู้ๆนะคะ ตามอ่านอยู่นะคะ ^^
    #143
    0
  2. #40 kanjanawan2541 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 23:03
    สนุกอ่ะ ชอบมากกกกกกก
    #40
    0
  3. #15 Nay Alisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 09:39
    สนุกค่ะ รอนะๆ
    #15
    0
  4. #14 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 10:21
    พาคุณปล่อยนางไปง่ายไปนะ

    นองโดนตบไปต้อง 2 ทีเลยนะ
    #14
    0
  5. #13 Foong_Fooo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 06:17
    โอ้ยยย สงสารหนูจันโดนตบเฉย
    #13
    0
  6. #12 Nam_whan44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 04:46
    ดีคะมาอัพทุกวันน้าาาา
    #12
    0