{E-book} Chained Up #โซ่แส้กุญแจรัก [สนพ.SENSE BOOK]

ตอนที่ 7 : Episode 06 : I won’t let you go

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    5 ก.ย. 60



Episode 06

I won’t let you go

 

พอเข้ามาในห้องของตัวเอง ฉันก็ทิ้งถ้วยไอศกรีมลงถังขยะแล้วมองมันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงพลางคิดก่นด่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไอ้บ้า! ไอ้เลว! ไอ้ผู้ชายนิสัยไม่ดี!

ฉันทุบกำปั้นลงกับหมอนอย่างอัดอั้น จนมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่เตียงยวบลง ฉันหยุดกำปั้นก่อนหันหน้าไปมองก็เห็นพาคุณนั่งอยู่ข้างเตียงก้มหน้าลงมา

หมอนี่รู้คาถาขุนแผนสะเดาะกลอนหรือไง ทำไมเข้าออกห้องของฉันง่ายๆ เป็นว่าเล่น!

ออกไปเลยนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้านายฉันบอกพร้อมกับหันหน้าไปอีกทาง สองมือก็กอดหมอนนุ่มพลางซุกหน้าลงไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทว่าพอทำแบบนั้นใบหน้าที่ถูกตบจนเป็นแผลเสียดสีเข้ากับหมอนฉันถึงกับเบ้ปาก

ลุกขึ้นมาก่อน

ไม่

จันทร์เจ้าเอ๋ย ฉันบอกให้เธอลุกขึ้นมา

ไม่เอา

งั้นถ้าฉันนอนทับเธอ เธอก็จะไม่ลุกขึ้นมาใช่มั้ย?”

พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง พลางกระชับผ้าห่มแล้วค่อยๆ กระเถิบถอย ดวงตาเบิกกว้างพลางจ้องมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

แล้วนี่นายเข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง

ฉันมองไปที่ประตู จำได้ว่าเมื่อกี้ตอนเข้ามาในห้องฉันล็อกประตูเอาไว้เรียบร้อยไม่ได้สะเพร่าเหมือนเมื่อเช้า เอาจริงๆ มาถึงตอนนี้ฉันยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อเช้าฉันก็ลืมล็อกประตูอย่างนั้นเหรอ ฉันนอนหลับไปทั้งๆ ที่ไม่ได้ล็อกประตูเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว

ฉันไปขอกุญแจสำรองมาจากพี่ที่ดูแลหอ

ฉันถึงกับสำลักน้ำลายและมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เขาก็ให้นายด้วยงั้นเหรอ ตลกมากเกินไปแล้ว

คราวนี้พาคุณไม่ตอบ ทำเพียงแค่ยื่นมือมาสัมผัสที่แก้มฉันแผ่วเบา แต่ทว่าฉันกลับทำหน้าเบี้ยว เพราะปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับบาดแผลของฉันโดยตรง

เจ็บมากมั้ย?” เขาถามเสียงอ่อนโยน

ยังจะกล้าถามอีกเหรอ!” ฉันตะโกนใส่อย่างไม่ไว้หน้า เมื่อไหร่นายจะเลิกกลั่นแกล้งฉันสักที ทั้งๆ ที่ฉันหนีมาจากนายแล้ว ทำไมนายยังตามมาราวีอีก ฉันไปทำอะไรให้นายโกรธแค้นนักหนาเหรอ ฉันไปทำอะไรให้นายเหรอพาคุณ!”

ฉันพูดพลางกัดริมฝีปากล่างแน่น ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าฉันเคยไปทำอะไรให้เขา

ตั้งแต่สมัยมัธยม ฉันจำได้ดีเลยว่าฉันไม่เคยไปทำอะไรให้ มีแต่เขานั่นแหละที่คอยกลั่นแกล้งฉัน คอยล้อเลียนฉัน เรียกฉันว่าจันอับอย่างนั้นจันอับอย่างนี้ และชอบโผล่มาให้เห็นหน้าทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ซ้ำยังเอาแต่สั่งโน่นสั่งนี่ไม่หยุด แต่มาถึงตอนนี้การกลั่นแกล้งก็เปลี่ยนไป มันหนักข้อขึ้นทุกที ทั้งยังมาจูบฉัน มาทำให้ฉันถูกเข้าใจผิดจนโดนตบ นี่ฉันก็ไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้หรือในอนาคตฉันยังต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

ฉันไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ!

พอสักทีเถอะ ปล่อยฉันไปตามทางได้แล้ว ถ้านายกลับมาเพราะต้องการจะแก้แค้น ต้องการทำให้ฉันเจ็บปวดทั้งกายและใจ นายทำมันสำเร็จละ...อุ๊บ!”

 ไม่รู้ว่าพาคุณเข้ามาประชิดตัวของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารั้งตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอดโดยไม่ยอมให้ฉันได้ตั้งตัว ริมฝีปากร้อนระอุประทับริมฝีปากของฉันเอาไว้ ลิ้นคล่องแคล่วของเขารุกลึกเข้ามากระหวัดพันรัดปลายลิ้นของฉันเอาไว้อย่างอุกอาจ

เขาไม่ปล่อยให้ฉันได้พูดต่อ แต่ปิดปากฉันด้วยวิธีที่ดีที่สุด

พาคุณ...” ฉันอยากจะอาศัยจังหวะช่วงที่เขาผละออกไปสูดลมหายใจเพื่อหลีกหนี แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาริมฝีปากของเขาก็กดทับลงมาอีกรอบ

ฉันไม่มีทางเลือก นอกเสียจากปล่อยให้เขากอดอยู่แบบนั้น

และแล้วเขาก็ผละร่างออก ก่อนจะมองหน้าฉัน สายตาของเราทั้งคู่ประสานกันชั่วครู่ ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่ฉันไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้

แววตาของเขาเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่าง คาดหวังบางอย่าง ซึ่งเป็นสายตาที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็น

ฉันส่ายหน้า ริมฝีปากขบกันแน่น

จะแกล้งกันก็ให้มันมีขอบเขตบ้างสิ!”

จากนั้นตะโกนพลางกำหมัดแน่น หมายจะต่อยใบหน้าหล่อๆ ของเขาสักเปรี้ยง แต่ทว่าพอหมัดยื่นออกไป เขาก็คว้ามันเอาไว้ได้

เจ้าเอ๋ย พี่ไม่ได้แกล้งเรานะ

ไม่ต้องมาพูดดี ไม่ต้องทำมาเป็นพูดเพราะเพื่อหลอกล่อฉัน เพราะฉันจะไม่มีวันเชื่อคำพูดของนายอีกแล้ว!”

เจ้าเอ๋ย...”

พอทีฉันจะไม่ยอมให้นายทำแบบนี้อีกแล้ว ฉันจะบอกพี่แสง ฉันจะบอกทุกอย่าง ทั้งเรื่องสัญญาบ้าๆ ในอดีต ทั้งเรื่องที่นายกอดฉัน เรื่องที่นายจูบฉัน และเรื่องที่นายทำให้ฉันถูกผู้หญิงตบ ฉันจะบอก จะบอกทุกอย่างเลย!”

ฉันเริ่มข่มขู่ เพราะคิดว่าอย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะกลัวพี่แสงรู้ว่าเขาได้ทำอะไรกับฉันเอาไว้บ้าง ฉันกล้าสาบานกับตัวเองเลยนะว่า ก่อนหน้านี้ฉันไม่มีความกล้ามากพอจะบอกพี่แสงหรอก เพราะถ้าพี่แสงรู้คงไม่ได้เล่นงานพาคุณคนเดียว เขาคงจะเล่นงานฉันด้วยอีกคนในข้อหาสมรู้ร่วมคิด! แต่แบบนี้มันสุดจะทน ต่อให้โดนพี่แสงฆ่าหมกป่า ฉันก็ยอม เพราะฉันไม่อยากโดนเขาแกล้งแบบนี้

ฉันกลัว...กลัวเหลือเกินว่าความคิดของตัวเองมันจะถลำลึกจนไม่อาจถอนตัวขึ้น

ถ้าเธอจะบอกไอ้แสงทุกเรื่องละก็ งั้นเพิ่มอีกเรื่องไปด้วยก็แล้วกันเขาพูดเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมมุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้น

อะไรนะ! นายหมายความว่า...” ฉันตะโกนไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็กระโจนเข้ามา แล้วทำให้ร่างของฉันถูกเขาทับเอาไว้ทั้งตัว ปลายนิ้วของเขาค่อยๆ พันเกี่ยวเส้นผมของฉันเล่น

ฉันรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแผงอกแกร่งของเขาที่แนบชิดอยู่นั้นกำลังบดเบียดหน้าอกของฉันผ่านชั้นผ้า ความนุ่มละมุนใต้บรามีปฏิกิริยาทันทีเพราะความใกล้ชิดและการเสียดสีของผิวกายยามที่เราทั้งสองหายใจ

นะ...นี่ฉันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย ทำไมร่างกายของฉันมันร้อนผ่าวไปหมด แล้วยิ่งตรงช่วงอกนะ มันเหมือนมีอะไรเต้นตุ้บๆ ตรงบริเวณนั้นเลยด้วยซ้ำ

แค่กอดแค่จูบ ไอ้แสงคงไม่โมโหจนอยากจะฆ่าฉันหรอก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเราลองอัพเลเวลกันดีกว่า

เขาพูดช้าๆ แล้วใช้ปลายนิ้วลากผ่านปกเสื้อนักศึกษา ลูบไล้ลงมาตามกระดุมเสื้อทีละเม็ด

ฉันได้แต่เบิกตาโพลงตกใจจนแทบสิ้นสติ จึงสูดลมหายใจด้วยความสะท้านเยือก

ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ อันตรายขนาดนี้มาก่อน การสัมผัสกับเพศตรงข้ามของฉันอย่างมากก็แค่คลาสเบื้องต้นอย่างเช่นการจับมือ แม้กระทั่งจูบก็เพิ่งมีเขาคนแรกนี่แหละที่ได้รับสิทธิ์นั้นไป

แม้ร่างกายของฉันจะไม่ได้สัมผัสกับปลายนิ้วของเขาโดยตรงแต่มันกลับทำให้ร่างกายของฉันร้อนผ่าวไปหมด

ในขณะที่ฉันหายใจไม่ออก แต่ทว่าจู่ๆ เขาก็ยืดตัวขึ้น แล้วเปลี่ยนมาดึงแก้มทั้งสองข้างของฉันแทน

ฉันแค่ล้อเล่นเขาเอ่ยอย่างยิ้มๆ ก่อนจะผละร่างออกห่าง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปห้องของฉันกันเถอะ

ใครจะไป ฉันไม่มีทางไปห้องของนายแน่!” ฉันคำรามเสียงต่ำ พลางยกมือขึ้นปิดหน้าอกทั้งสองข้างเอาไว้

ถ้าฉันไปห้องของเขา ฉันจะไม่ถูกทำมิดีมิร้ายเหรอ ไม่เอาอะ กลัวแล้ว!

นี่เธอโง่หรือทึ่มกันแน่ดวงตาของเขาหรี่ลง ถ้าฉันคิดจะทำอะไรเธอจริงๆ เธอคิดว่าตัวเองจะรอดเหรอ

ฉันพูดไม่ออกได้แต่มองเขาอย่างตกตะลึง

บอกเอาไว้ก่อนนะว่าฉันมันหน้าด้าน ต่อให้อยู่ในลิฟต์ ถ้าฉันคิดจะทำอะไรเธอ ฉันก็จะทำ

ไอ้บ้า! ไอ้คนหน้าด้านไร้ยางอาย พูดออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงเนี่ย

ฉันได้แต่กัดฟัน ไม่รู้จะด่าคนประเภทนี้ยังไงให้สาแก่ใจ ก็เจ้าตัวเล่นยอมรับว่าตัวเองหน้าด้านแล้วฉันจะไปด่าอะไรได้อีกล่ะ

ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉันจะไปรอที่ห้องเขาลุกขึ้นก่อนจะเหลือบหันมามองเล็กน้อย และพอเห็นฉันยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขาจึงพูดต่อ หรือถ้าเธอจะไปทั้งชุดนักศึกษา ฉันก็โอเค จะได้ล้วงง่ายๆ หน่อย หึหึๆ

อึ๋ย!”

ฉันร้องยี้ก่อนจะวิ่งไปคว้าเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

คนบ้าอะไร ทำไมถึงได้ลามกจกเปรตมากขนาดนี้เนี่ย!

ล้วงเหรอ?

ล้วงอะไรของนายมิทราบ!

พอฉันออกจากห้องแล้วล็อกประตู ก็เห็นพาคุณยืนกอดอกรออยู่ที่หน้าห้องของเขา ฉันเดินเข้าไปหาก่อนจะส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ

ตามฉันมา

เขาออกคำสั่งราวกับพระราชา และพูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าห้องไป

ฉันเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว ภาพด้านหลังของเขาที่ก้าวเดินนั้น เกือบทำให้ฉันหลงเสน่ห์

เฮ้อ... เลิกคิดเรื่องบ้าๆ ได้แล้ว!

เมื่อเข้ามาในห้อง ฉันถึงกับมองไปยังเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงพรึงเพริด

นั่นมันบ้าอะไรน่ะ!??”

ฉันถามเสียงหลงเมื่อมุมหนึ่งของห้องมีผ้าม่านสีชมพูลายแมวน้อยน่ารัก กับโต๊ะตั้งพื้นลายเดียวกัน และมีเบาะรองนั่ง ข้าวของทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสีชมพูแทบทั้งหมด มันดูแตกต่างจากห้องของเขาซึ่งตกแต่งเป็นโทนขาวดำ มันจึงทำให้ที่ตรงนั้นเหมือนที่บูชาอะไรสักอย่าง

ตรงนั้นเป็นที่ของเธอ ฉันยกให้ เธออยากจะทำอะไรกับมันก็ได้พาคุณตอบเรียบๆ ริมฝีปากผุดยิ้มน้อยๆ

เอ่อ...

เธอชอบมั้ย?” เขาถามด้วยสีหน้าคาดหวัง และรอคอยคำตอบจากฉันอย่างใจจดใจจ่อ

เพียงแค่นี้คำพูด คำด่า แม้แต่เสียงที่จะใช้พูดจา ทั้งหมดนั่นกระจายตัวหายไปจากลำคอของฉันแทบจะทันที

นายเอาเวลาที่ไหนไปทำ เมื่อวานฉันยังไม่เห็นมันเลยฉันเปลี่ยนเรื่องพูดไปเสียดื้อๆ

เฮ้อออออเขาถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ฉันก็ไปซื้อมาวันนี้ไง

นี่นายไปซื้อภายในวันเดียวเนี่ยนะฉันถามแต่ทว่าเขากลับไม่ตอบยังคงทำหน้าหม่นหมองเพราะฉันไม่ตอบเขาว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ฉันก็ไม่แคร์ยังคงพูดเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆ

แล้วนายไม่อายเหรอ ไปยืนเลือกซื้อของสีชมพูหวานแหววแบบนี้น่ะ

ไม่อายหรอก ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันมันคนหน้าด้านเขาตอบพลางยักไหล่ขึ้นลง

บ้าจริงๆ ฉันเกือบจะหลุดยิ้มออกมา แต่ทว่าก็ต้องเก็บอาการเอาไว้

นี่เขาทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงสามนาทีสี่อารมณ์ไปได้ยังไง

เพราะเดี๋ยวฉันก็เจ็บปวด เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวก็ร้องไห้ แล้วไหนจะทำให้ฉันอยากจะหัวเราะอีก

บ้าจริงๆ ร่างกายของฉันเป็นอะไรแล้ว นี่ฉันต้องไปหาหมอเลยหรือเปล่าเนี่ย!

แล้วทำไมต้องเป็นสีชมพูด้วย

เธอชอบสีชมพูไม่ใช่เหรอ

ใครบอกนายว่าฉันชอบสีชมพู!” ฉันเบิกตาโต เพราะไม่คิดว่าจะมีใครรู้ว่าฉันชอบสีชมพู ขนาดพี่ชายของฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันชอบสีอะไร เพราะปัจจุบันฉันเลิกซื้อของใช้ที่เป็นสีชมพูและเลือกซื้อของที่มีสีสันหลากหลายแล้ว

ฉันจำได้ว่าสมัยมัธยมเธอชอบคิตตี้ ชอบซื้ออะไรที่เป็นสีชมพู ขนาดน้ำเธอยังชอบกินนมชมพูเลย

บ้าน่า... นั่นมันเมื่อตอนเด็ก ตอนนี้ฉันอาจจะเปลี่ยนสีที่ชอบแล้วก็ได้

ไม่มีทางหรอก คนเรามันไม่สามารถเปลี่ยนความชอบกันได้ง่ายๆ ก็เหมือนฉันที่ชอบ...” จู่ๆ เขาก็หยุดพูดอย่างกะทันหัน แล้วก็เปลี่ยนเรื่องพูดเสียดื้อๆ

อะไร... เขากำลังจะบอกว่าชอบอะไร โอ๊ย! ทำไมพูดให้อยากแล้วจากไปเนี่ย!

ไปนั่งได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะยกรายงานมา

ฉันได้แต่เดินไปนั่งบนเบาะขนสัตว์ จากนั้นก็เท้าคางพลางกลอกตามองไปรอบ เอาจริงๆ ฉันอยากจะสำรวจทุกอย่างที่อยู่ตรงนี้ แต่ก็กลัวว่าพาคุณจะรู้ว่าตัวเองกำลังดีใจ เลยแสร้งทำหน้าตาเบื่อๆ

เดี๋ยวรอให้เขาเผลอก่อน ฉันจะสำรวจทุกซอกทุกมุมเลยคอยดูสิ!

หลังจากนั้นพาคุณก็หยิบโน้ตบุ๊กมาวางไว้ตรงหน้าของฉันซ้ำยังไปยกหนังสือเป็นตั้งมาวางไว้บนโต๊ะอีกต่างหาก ฉันเบิกตาโตก่อนจะมองอย่างอึ้งๆ

นี่เขาคงไม่ได้คิดจะให้ฉันทำรายงานให้เขาจริงๆ หรอกใช่มั้ย!

ฉันคิดอย่างห่อเหี่ยวก่อนจะมองพาคุณที่ทิ้งตัวนั่งข้างๆ ซ้ำยังนั่งเบียดร่างของฉันจนทำให้หัวเข่าของเขาซ้อนอยู่บนต้นขาของฉันเลยด้วยซ้ำ

หันหน้ามานี่จู่ๆ เขาก็สั่งเสียงเข้ม

หันไปทำไม

ฉันจะทายาให้เขาพูดพลางเปิดกล่องยา ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาหยิบมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ไม่เอาฉันบอกพลางกะพริบตาปริบ

อยากมีรอยแผลเป็นบนหน้าหรือไง หันหน้ามาพอฉันไม่หัน เขาก็ใช้มือจับปลายคางของฉันเอาไว้แล้วบังคับให้หน้าของฉันหันไปทางเขา

ไม่เอา มันแสบ

มันไม่แสบหรอก ฉันล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ไม่ได้ล้างด้วยแอลกอฮอล์

จริงเหรอ

อือ ถ้าล้างด้วยแอลกอฮอล์เดี๋ยวจะเป็นแผลเป็น

แปลกแฮะ แต่ก่อนนี้พาคุณเคยดีกับฉันขนาดนี้ด้วยเหรอ ในความทรงจำเขาไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยนแบบนี้ซะหน่อย

เวลานี้พาคุณกำลังใช้สำลีที่ชุบด้วยน้ำเกลือเช็ดลงบนแก้มของฉันเบาๆ จากนั้นก็ทายาและติดปลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนให้

ไม่ติดไม่ได้เหรอ มันดูเด่นกว่าหน้าฉันอีกนะฉันพูดพลางลูบปลาสเตอร์ที่อยู่บนแก้มของตัว

ไม่ได้เขาบอกเสียงเข้ม และจากนี้ห้ามเรียกพี่ว่า นายและแทนตัวเองว่า ฉันถ้าพี่ได้ยินเธอพูดออกมาเมื่อไหร่จะลงโทษด้วยการจูบตามจำนวนคำ

มันไม่เอาเปรียบหน่อยเหรอไง

พี่ไม่ได้เอาเปรียบ แค่เธอไม่พูด มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วนี่เขาพูดพลางผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ อีกอย่างสมัยก่อนยังเรียกได้เลย ทำไมตอนนี้ถึงมาทำอิดออดด้วย

ก็ตอนนี้นายไม่ได้ทำตัวน่านับถือเสียหน่อย แล้วแต่ก่อนฉันก็แอบเรียกนายไอ้บ้าพาคุณลับหลัง แต่นายคงไม่รู้หรอกย่ะ เชอะ!

และเขาพูดแบบนั้นฉันก็บู้ปาก พลางเบ้หน้าแล้วทำเป็นเลื่อนหนังสือเล่มใหญ่ที่มันหนามากกว่าสองนิ้วลงมาจากกองเพื่อมาดู และพอเห็นหนังสือแต่ละเล่มฉันถึงกับเบิกตาโต เพราะมีทั้งหนังสือการวิเคราะห์โครงสร้าง การออกแบบโครงสร้าง คอนกรีตเทคโนโลยี ฯลฯ

โอ้โห! หนังสือแต่ละเล่มมันอะไรกันเนี่ย!

ไม่เข้าใจค่ะ สมองของจันทร์เจ้าเอ๋ยไม่สามารถเข้าถึงได้จริงๆ ค่ะ

ว่าแต่พี่เรียนคณะอะไร ในหนังสือมีแต่ภาษาต่างดาวทั้งนั้นเลย

วิศวกรรมโยธา

งั้นก็ออกแบบบ้านได้ใช่มั้ย?”

น่าจะ...” เขาตอบอย่างยิ้มๆ ว่าแต่วันนี้เรียนอิ้ง 1 ใช่มั้ย แล้วมีการบ้านหรือเปล่าจู่ๆ เขาก็ถามขึ้น ฉันเอียงคอมองอย่างสงสัย ทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาล่ะ ฉันปรับอารมณ์ตามไม่ทันแล้วนะ

ก็มีอาจารย์ให้เขียนการเขียนจดหมายส่งพรุ่งนี้ก่อน 10 โมงเช้าน่ะ

งั้นจะมานั่งบื้ออยู่ทำไม ไปเอาการบ้านมาทำสิ

อ้าว นี่นะ...” ฉันเกือบจะเรียกเขาว่านายจึงรีบค้างคำพูดแล้วรีบแก้คำพูดของตัวเองใหม่เมื่อพาคุณหันมามองตาเขียวปั๊ด คือพี่คุณสุดหล่อไม่ได้ให้ฉันมาทำรายงานให้อย่างนั้นเหรอฉันย้อนถามพร้อมกับเรียกเขาอย่างประชดประชัน

แล้วเราทำรายงานของพี่ได้หรือไง

ก็ไม่ได้อยู่แล้วน่ะสิ ไม่น่าถาม

งั้นไปเอาการบ้านมาทำที่นี่ ไปเร็วๆ ให้เวลา 2 นาที

ทำไมชอบยึดติดกับเวลาจังฉันพูดเหมือนบ่นพลางดันร่างของตัวเองขึ้นจากเบาะขนสัตว์

พาคุณที่นั่งเท้าคาง เขาเหลือบตาขึ้นมามองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเรียบ

เพราะมีบางคนทำให้เวลาของพี่หยุดหมุนไปยังไงล่ะ

หือ? เขาหมายถึงอะไร ใครไปทำให้เวลาของเขาหยุดหมุนกัน

นี่ถ้าหากฉันไม่คิดไปเอง ในห้องนี้มีแค่ฉันกับเขา ถ้าเขาไม่ได้หมายถึงฉัน ก็คงหมายถึงใครสักคนที่เขานึกถึงแน่

ฉันทำเพียงแค่ยักไหล่ขึ้นลงเหมือนชาวต่างชาติก่อนจะเดินออกมาจากห้องของเขาเพื่อกลับมาเอาการบ้านในห้องของตัวเอง

ฉันใช้เวลาในห้องตัวเองอยู่นาน เพราะเข้าไปล้างหน้าล้างตาและหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนปลาสเตอร์ลายการ์ตูนมันจึงใช้เวลามากพอสมควร จากนั้นฉันก็มาหากระดาษเพื่อทำการบ้านแล้วหยิบโน้ตบุ๊กของตัวเองเอาไปเผื่อด้วย ฉันกลับไปห้องของเขาอย่างเร่งรีบด้วยความกังวลเพราะกลัวพาคุณจะเข้ามาตามอีก แต่ทว่าพอเข้าไปในห้องของเขากลับพบว่าเจ้าของห้องนอนฟุบหน้าอยู่ตรงโต๊ะสีชมพูตัวนั้น

ฉันถอนใจอย่างโล่งอก กล้ามเนื้อในร่างกายผ่อนคลายลง ฉันทรุดตัวลงนั่งห่างจากเขาเล็กน้อยพร้อมกับวางของที่อยู่ในมือบนพื้นอย่างเบามือเพราะกลัวจะไปทำให้เขาตื่น

คนบ้า นายเกือบทำให้ฉันหัวใจวายตายอยู่แล้ว

ฉันพึมพำด่าทอ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยจึงยืดตัวลุกขึ้นใหม่ และจากนั้นก็เริ่มลงมือตามหาไอ้สัญญาบ้าๆ นั่น ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาที่อยู่อีกมุมหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังหัวเตียงที่ที่มันเคยมีไอ้กรอบรูปนั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว! ซ้ำไม่ว่าจะตามหาเท่าไหร่ ฉันก็ตามหามันไม่เจอ

นี่เขาเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน!

เอาจริงๆ ฉันเกลียดความเจ้าเล่ห์ของเขา เกลียดความฉลาดของเขาที่ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ไม่มีวันเอาชนะได้

เมื่อสมัยมัธยมฉันเคยวางแผนที่จะเอาคืนเขาด้วยการเอารองเท้านักเรียนของเขาไปซ่อน แต่ทว่าเขาก็จับได้และเล่นประกาศตามหารองเท้าของตัวเองโดยการใช้เสียงตามสาย พวกสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับของเขาได้ยินแบบนั้นก็ช่วยกันตามหาจนได้เจอรองเท้าในที่สุด ซ้ำเขายังเอาคืนด้วยการให้ฉันไปสารภาพผิดต่อหน้าบรรดาสาวๆ ที่เป็นคนหารองเท้าให้ จากวันนั้นฉันก็กลายเป็นแฟนคลับโรคจิตที่แอบขโมยของเท้าของเขาไป และกว่าทุกคนจะลืมก็ปาไปหลายอาทิตย์!

เห็นไหมล่ะ พาคุณน่ะไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยนเลยสักนิด ไอ้ที่เขาทำน่ะมันก็แค่การแสดงเท่านั้นแหละ เชอะ!

จริงๆ แล้วฉันควรจะหนีกลับไปที่ห้องของตัวเองทันทีที่เป็นอิสระ แต่เมื่อฉันเห็นใบหน้าของเขาที่กำลังหลับสนิทก็อดที่จะเข้าไปดูใกล้ๆ ไม่ได้ ฉันเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยันมือเอาไว้กับเบาะขนสัตว์ แล้วพิศมองใบหน้าของเขาอย่างใกล้ชิด

ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ และแปลกใจว่าทำไมหน้าตาของเขาแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยในอดีต มีเพียงแค่รูปร่างที่ใหญ่โตขึ้น เวลาที่หลับสนิทและไม่ได้ใช้สายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นมองฉัน เขาก็ดูหล่อเหลาดีเหมือนกัน

ฉันเผลอใช้ปลายนิ้วเขี่ยขนตาที่อยู่ใต้ตาล่างอย่างแผ่วเบา ซ้ำยังลากไล้ไปทั่ว ไล่ตั้งแต่ใบหน้าด้านข้างซึ่งเห็นสันกรามเป็นแนวโค้งสวย ต่ำลงมาจากจมูกโด่งเป็นสันคือริมฝีปากบางได้รูป ซึ่งถ้าหากมันไม่ได้ได้พ่นคำพูดร้ายกาจออกมาละก็ มันคงจะดูน่าหลงใหลมากกว่านี้

ฉันใช้ปลายนิ้วลูบริมฝีปากของเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ ความรู้สึกอุ่นวาบรวมทั้งลมหายใจสม่ำเสมอร้อนระอุของเขาทำให้ฉันสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้เขาใช้ริมฝีปากนี้จูบฉัน ทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มหลงใหลไปชั่วขณะ...

ระหว่างที่ฉันเหม่อคิด จู่ๆ ปลายนิ้วของฉันที่กำลังลูบริมฝีปากของเขาก็ถูกงับเอาไว้ ฉันสะดุ้งตกใจจึงรีบชักมือกลับ หากแต่ว่าเขากลับกัดปลายนิ้วของฉันแน่นมากกว่าเดิม

ในขณะที่ฉันตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองทะลุเข้ามาในดวงตาของฉันที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!

เขาค่อยๆ เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็ปล่อยนิ้วของฉันเป็นอิสระ

คิดจะลักหลับพี่เหรอไงพาคุณค่อยๆ ยันตัวท่อนบนขึ้น ใช้มือเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างลวกๆ

ทำไมเวลาเขาแทนตัวเองว่า พี่ฉันรู้สึกจั๊กจี้ยังไงชอบกล

เปล่าซะหน่อยฉันบอกพร้อมกับรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไฟลุกท่วม และไม่กล้าแม้แต่จะขยับ

ฉันหลุบตาลงอย่างประหม่า ความรู้สึกอันแปลกประหลาดแล่นขึ้นมาที่อก

ไม่รู้ว่าทำไมสายตาของเขาในตอนนี้ถึงทำให้ฉันต้องกลั้นใจ รู้สึกว่าแก้มของตัวเองร้อนผ่าว ทั้งยังหายใจได้ไม่ทั่วท้องอีก

ทั้งๆ ที่สมัยก่อนที่ฉันต้องทำตามคำสั่งของเขาเป็นปีๆ เจอเขาก็ออกจะบ่อย แต่กลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ทว่าทำไมตอนนี้หัวใจของฉันถึงได้เต้นแรงเวลาอยู่กับเขาอยู่เรื่อยเลยล่ะ ไม่ว่าจะคิดยังไง ฉันก็ไม่เข้าใจเอาซะเลย

แล้วไอ้ที่มาลูบหน้าลูบปากพี่นี่จะให้คิดว่ายังไง

ก็เห็นว่ามีแมลงเกาะอยู่ที่หน้า ก็แค่ปัดให้เท่านั้นแหละ!” ฉันแสร้งทำเป็นโกรธ ฉันไม่ตบให้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว!”

คำเถียงข้างๆ คูๆ ของฉันกลับทำให้เขาหงายหน้าหัวเราะ ซ้ำยังเอื้อมมือมาลูบหัวของฉันซ้ำยังออกแรงขยี้อีก

ยังหัวช้าเหมือนเดิมเลยนะเรา

ฉันหัวช้ายังไงเนี่ย!” ฉันตะโกนพร้อมกับปัดมือของเขาออก

ก็ถ้าบอกว่ามีผมติดหน้าของพี่ มันจะฟังดูเข้าท่ากว่าไหมล่ะเขาเท้าคางพลางมองหน้าของฉันแล้วอมยิ้ม

จริงด้วย! ทำไมฉันถึงไม่แก้ตัวไปแบบนั้นนะ

เลิกแกล้งกันได้แล้ว มีอะไรก็ไปทำเลย ฉันจะทำการบ้าน!”

แล้วไหนล่ะการบ้าน

จู่ๆ ถามทำไมฉันเอียงคอมองอย่างสงสัย

ก็พี่จะช่วยเราไงเขาพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันรีบหยุดเขาด้วยท่าทีตื่นตระหนก

ไม่ต้องหรอก การบ้านแค่นี้เอง

โง่ๆ อย่างเราเดี๋ยวก็เขียนไปมั่วๆ ส่งอาจารย์หรอก

บ้าจริง! นี่ฉันเผลอใจเต้นแรงไปทำไม เพราะยังไงพาคุณก็ยังเป็นพาคุณ เขายังเป็นคนเดิม ยังเป็นผู้ชายปากร้ายกาจคนเดิมคนนั้น!

ใช่สิฉันมันโง่ ใครมันจะไปฉลาดเจ้าเล่ห์แบบเขากันล่ะ!

ฉันเลิกสนใจพาคุณที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่กลั่นแกล้งฉันได้ ฉันเม้มปากพลางลากกระดาษมาตรงหน้า เริ่มลงมือทำการบ้านของตัวเอง

ใช้เวลาไม่นานการเขียนจดหมายแบบเป็นทางการเป็นภาษาอังกฤษของฉันก็เสร็จสิ้น

เสร็จแล้ว!” ฉันร้องตะโกนพร้อมกับใช้สองมือยกกระดาษขึ้นมาเพื่อชื่นชมผลงานของตัวเอง

ไหนเอามาดูหน่อยสิพาคุณที่นั่งพิมพ์อะไรบนโน้ตบุ๊กอยู่ข้างๆ ก็ดึงกระดาษไปจากมือของฉัน จากนั้นเขาก็ไล่อ่านแล้วก็เอียงคอมองอย่างสงสัย

เราเขียนผิดแล้ว

ผิดเหรอ?” ฉันย้อนถาม จดหมายเป็นทางการเขียนแบบนี้ก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ

ก็เธอเริ่มต้นจดหมายด้วย Dear Mr. Albert ก็ควรลงท้ายจดหมายด้วยวลีว่า Yours sincerely (ขอแสดงความนับถือ) สิ แต่เธอดันลงท้ายว่า Yours faithfully (ขอแสดงความนับถือ) วลีนี้ต้องเริ่มต้นจดหมายด้วยคำว่า Dear Sir ถึงจะถูก

อ่าจริงเหรอ ฉันก็นึกว่าจะจดหมายแบบทางการจะลงท้ายคำไหนก็ได้เหมือนๆ กัน แต่มันจะแตกต่างออกไปเลยจริงๆ ก็คือจดหมายไม่เป็นทางการซึ่งลงท้ายประมาณว่า Best wishes หรือ Love”

ไม่ได้ เราขึ้นต้นจดหมายแบบไหนก็ต้องลงท้ายแบบนั้น แล้วถ้าเธอต้องการจดหมายตอบกลับ ให้เพิ่ม I look forward to hearing from you (ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณ) ก่อนคำลงท้ายจดหมายด้วย

โอเค้!” ฉันตะโกนออกมาอย่างดีใจก่อนจะดึงกระดาษแผ่นนี้มาจากมือเขาแล้วเริ่มลงมือแก้

พาคุณพึ่งพาได้เสมอเลย

จู่ๆ พอความคิดนี้แทรกขึ้นมา ปลายปากกาของฉันก็หยุดกึก

ใช่แล้วเหตุการณ์ลักษณะนี้มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน

ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ม.3 แล้วพาคุณเรียนอยู่ม.5 ในตอนนั้นเขาก็เคยใช้ให้ฉันทำการบ้านคณิตศาสตร์ให้ และพอฉันเห็นคำว่าฟังก์ชันลอการิทึม ฉันถึงเบิกตาโตแล้วออกปากบ่น เพราะการบ้านของเด็กมอปลาย แล้วฉันที่อยู่มอต้นจะไปเข้าใจได้ยังไง แต่พาคุณก็สั่งให้ฉันทำด้วยเหตุผลว่าเขาขี้เกียจ แต่ทว่าพออันไหนฉันทำผิดหรือไม่เข้าใจ เขาก็อธิบายให้ฟังจนฉันเข้าใจทุกอย่าง

และไม่เพียงแค่การบ้านคณิตศาสตร์ มันยังรวมไปถึงวิชาเคมี ชีวะ และฟิสิกส์ เขาก็ยังใช้ให้ฉันทำซ้ำยังอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดเหมือนวิชาอื่นๆ

ในตอนนั้นฉันไม่เข้าใจและก่นด่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนขึ้นมอปลายนั่นแหละ ฉันถึงได้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมพาคุณถึงได้ทำแบบนั้น มันไม่ใช่แค่เขาอยากจะใช้งานฉัน ไม่ได้แค่ต้องการให้ฉันทำการบ้านให้เพราะเขาขี้เกียจ เพราะถ้าเขาคิดแบบนั้นจริง เขาจะมานั่งอธิบายให้ฉันฟังทำไม

ฉันแอบมองเขาพลางยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก พาคุณยังเป็นคนเดิม แม้จะร้ายกาจและชอบออกคำสั่ง แต่เขาก็ยังสอนการบ้านฉันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

การเป็นทาสรับใช้ของเขา มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเท่าไหร่หรอกเนอะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

236 ความคิดเห็น

  1. #222 ritta39 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:11
    เพิ่งได้ลองอ่าน .. อร๊ายยยย พี่พาคุณน่ารักกก
    #222
    0
  2. #210 yuiyoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:01
    อร๊ายยย พี่พาคุณ
    #210
    0
  3. #209 yuiyoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:01
    อร๊ายยย พี่พาคุณ
    #209
    0
  4. #198 ลายหมึก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 09:08
    พาคุณดูแลดีอ่ะ น่ารักผุดๆ
    #198
    0
  5. #144 Bow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 16:30
    พาคุณ คะจะน่ารักไปไหน *0*
    #144
    0
  6. #132 Hatthaya14 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 19:15
    ชอบมากค่าาา พระ-นาง น่ารัก ทั้งคู่ ฟินนนนนนนน
    #132
    0
  7. #95 ลายหมึก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:59
    พี่ค่ะ พี่น่ารักมาก พระเอกน่ารักมาก โอ๊ย ติดเรื่องนี้
    #95
    0
  8. #16 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:49
    เริ่มหลงรักเขาแล้วล่ะสิ
    #16
    0