เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 : เลี้ยงข้าว (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    6 ก.พ. 61



บทที่ 6

เลี้ยงข้าว

 

นิธินันท์หยิบเลนส์กล้องอันสุดท้ายที่เอาออกมาทำความสะอาดใส่กลับคืนไปในกล้องพลาสติกใส ภายในนั้นบรรจุซิลิกาเจลเอาไว้เป็นจำนวนมาก ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อดูดความชื้น รักษาเลนส์กล้องราคาแพง เครื่องมือหากินชิ้นสำคัญของเธอให้ใช้งานได้นานที่สุด หญิงสาวบรรจงปิดฝากล้องอย่างแน่นหนา ก่อนจะยกไปวางไว้บนชั้นใกล้ตู้เสื้อผ้าตามเดิม

สองสัปดาห์กว่าแล้ว ที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ข้าวของในห้องเริ่มเข้าล็อก เป็นระเบียบ จะว่าไปแล้วเธอก็ไม่ได้มีเสื้อผ้าหรือของที่ติดตัวมาด้วยมากมายเท่าไรนัก ของมีค่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง นอกจากกล้องถ่ายรูปกับโน้ตบุ๊กแล้ว ถ้าไม่นับรวมเงินในกระเป๋า ช่างภาพสาวคิดว่าเธอก็ไม่มีของสำคัญอะไรให้ต้องพะวงอีก

นี่ล่ะ ความเรียบง่ายอย่างหนึ่งที่เธอค้นพบเมื่อเริ่มออกเดินทางเปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อยๆ

ไม่มีของมีค่าก็เท่าว่า...ไม่ต้องคอยกังวลว่ามันจะหาย

จะว่าไปเธอก็เริ่มคุ้นเคยกับที่นี่แล้วเหมือนกัน การปรับตัวกับความเป็นอยู่และสิ่งต่างๆ รอบตัวของการเดินทางครั้งนี้ ดูจะเป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าครั้งก่อน เธอมีเพื่อนมากกว่าครั้งไหนๆ แถมยังสนิทสนมกับพวกเขาได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณเจนนิภาที่เห็นว่าเธออาจจะเหงาเลยมักจะชวนเธอไปนั่งทำงานที่บ้านโน้นอยู่บ่อยๆ ชวนไปทำกับข้าวกินด้วยกันบ้าง ดูละครหลังข่าวด้วยกันเป็นครั้งคราวเวลาที่พวกหนุ่มๆ ต้องไปทำงานนอกออฟฟิศ แม้ชีวิตประจำวันของเธอจนวนอยู่แต่กิจกรรมเดิมๆ แต่ก็น่าแปลก...ที่นิธินันท์ไม่ได้รู้สึกเหงาหรือเบื่อเลยแม้แต่น้อย

จะขอบคุณเจนนิภาคนเดียวก็ไม่ถูก ทื่ลืมไม่ได้เลยก็คงเป็นกีรติ เป็นเพราะเขาชักชวนเธอให้เข้าไปรวมกับกลุ่มเพื่อนของเขา แถมยังคอยแกล้งกวนเธอตลอดเวลาที่อยู่บ้าน น้องชายร่วมชายคาตัวแสบที่พอวันไหนเขาออกไปทำงานนอกสถานที่แล้วกลับค่ำกว่าเดิมหน่อย เธอเป็นต้องเหงาหู จนเผลอชะเง้อมองหารถเขาเวลาได้ยินเสียงรถเล่นผ่านหน้าบ้านทุกที

ว่าไปแล้วก็นึกถึงเมื่อสุดสัปดาห์นั้นที่นั่งฟังเพลงไปทำงานด้วยกันไปคนเขาของีบหลับ บอกว่าจะเป็นคนปลุกเธอแท้ๆ ไหงกลายเป็นว่าเธอต้องมาปลุกเขาเองเสียนี่

ปลุกครั้งละยี่สิบ โดนไปหลายตังค์แล้วนะต่อ เสียงใสว่าขึ้น เมื่อชายหนุ่มชันตัวลุกจากขึ้นนั่งบนโซฟา มืออีกข้างลูบไปมาบนใบหน้าไล่ความงัวเงียที่ยังตกค้างอยู่

กีรติเกาหัวแครกๆ เลิกคิ้วให้หญิงสาวที่ส่งยิ้มล้อมาให้ นี่ผมขี้เซาขนาดนั้นเลยเหรอ

ไม่เท่าไหร่หรอก ถ้าไฟไหม้ก็ตายคนแรกอ้ะ

คนขี้เซาหัวเราะออกมาเบาๆ โห พี่นันท์จะปล่อยให้ผมตายได้ลงคอเลยเหรอ ใจร้ายจัง

นึกย้อนถึงคำพูดหยอกล้อของเขาในวันนั้นแล้ว นิธินันท์ยังจำได้ดีว่านั่นเป็นคำว่า ใจร้าย ที่ให้เธอ ใจสั่น ได้อย่างไม่มีเหตุผล หญิงสาวแอบยอมรับกับตัวเองตอนนั้น ว่าน้องชายร่วมบ้านของเธอจัดอยู่ในประเภทผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ที่คำพูด รอยยิ้ม แล้วความน่ารักขี้เล่นของเขาทำให้ผู้หญิงหวั่นไหวเอาง่ายๆ

และผู้หญิงที่จู่ๆ ก็ได้ใกล้ชิดเขาอย่างไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนเช่นนิธินันท์ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เผลอเป๋ไปจนเกือบจะตกหลุมพรางรักของเขาเข้าให้

แต่นั่นมันก็เรื่องเมื่อสองสัปดาห์ก่อน...

ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว คงเป็นเพราะการได้ใกล้ชิดกับเจนนิภาทำให้เธอแน่ชัดว่า กีรติก็ชอบพูดอะไรทำนองนั้นกับเพื่อนสาวของเธอเหมือนกัน แล้วก็เพราะการได้ใกล้ชิดกับเพื่อนคนนี้อีกนั่นแหละ ที่ทำให้นิธินันท์ได้เรียนรู้วิทยายุทธการป้องกันตัวโดยยืมประโยคเด็ดของเจนนิภามา เวลาที่กีรติพูดชวนเคลิ้มเข้าหน่อย เธอก็จะงัดทีเด็ดนี้มาใช้ทันที

คำพูดนั้นเอาไว้อ้อนสาวๆ เถอะต่อ

ประโยคที่เจนนิภาชอบใช้สัพยอกเขากลับ...ยังใช้ได้ผลดีเสมอ

แล้วก็เป็นเพราะเมื่อวันนั้นเธอบอกเขาว่าต้องจ่ายค่าปลุกหลายบาท คนถูกปรับก็ออกปากว่าจะพาเธอไปเลี้ยงข้าวแทน เจ้าถิ่นที่ดูเหมือนจะเป็นกูรูเรื่องการหาของกินนอกบ้านมาแต่ไหนแต่ไร ร่ายเมนูน่าอร่อยมาโน้มน้าวจนเธอฟังแล้วพลอยน้ำลายสอ บอกจะชวนเธอไปเดินของกินที่ตลาดหน้ามหาวิทยาลัยที่เขาเคยเรียน นิธินันท์เพิ่งรู้ตอนนั้นล่ะ ว่าบ้านที่เธอเช่าอยู่ตั้งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลมีชื่อของจังหวัดเชียงรายไปไม่ไกลเท่าไร มิน่าล่ะ วันนั้นถึงมีนักศึกษาสาวมาหาเขาถึงออฟฟิศ

เดี๋ยวผมว่าง จะพาพี่ไปเดินตลาดหน้ามอผม ตอนกลางคืนนี่ของกินเพียบเลยนะ พี่จะได้กินเยอะๆ ไง ผอมหมดแล้วเนี่ย ไม่ว่าอย่างเดียว ชายร่วมบ้านที่เริ่มทำตัวสนิทชิดเชื้อยื่นมือมาจับข้อมือเล็กๆ ของเธอด้วย

นิธินันท์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเขยิบแขนหนีช้าๆ ไม่ให้ผิดสังกต หลังจากที่เขาปล่อยมือเธอเป็นอิสระ ทั้งที่พยายามจะปรับตัวให้ชิน แต่พอถูกจู่โจมสัมผัสอย่างไม่ได้ตั้งตัวเข้าหน่อย เธอเป็นต้องออกอาการเก้อกระดากทำตัวไม่ถูกทุกที ยังโชคดีที่ตอนนั้นเขาเอาของกินมาโน้มน้าวความสนใจจากเธอไปได้

ขนมจีบทอด พี่เคยกินปะ ที่ตลาดหน้ามอนะ มีเจ้านึงอร่อยมากเลยนะ ผมว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ  

ไหนบอกจะเลี้ยงข้าว

ข้าวก็มี เดี๋ยวพาไปกินร้านป้าพารากอน

ป้าพารากอน? นั่นชื่อป้าเหรอ สาวต่างถิ่นขมวดคิ้ว เรียวปากอมยิ้มขำ

ไม่ใช่หรอก มันชื่อที่พวกผมเรียกกันเองสมัยเรียน เพราะป้าแกเปิดร้าน 24 ชม. เวลาธรรมดาแกก็ขายราคาปกตินะ แต่มีคืนนึง พวกผมไปกินเหล้ากัน เสร็จตีสาม แล้วก็พากันไปแวะกินข้าวที่ร้านป้า โดนผัดกะเพราจานละ 80 บาทเข้าไป ส่างเมาขึ้นมาทันตา แพงอย่างกับกินอยู่บนพารากอน นั่นแหละ ตั้งแต่วันนั้นเลยเรียกว่าร้านป้าพารากอน

นิธินันท์ฟังถึงที่มาที่ไปแล้วหัวเราะร่วน แอบตั้งชื่อให้คนนั้นคนนี้ สมัยเรียนแก๊งนี้คงแสบไม่เบา แต่จะว่าไป ฟังแล้วก็อยากลองชิมฝีมือป้าพารากอนขึ้นมีเสียเดี๋ยวนั้น แล้วก็ไม่ใช่ข้าวร้านป้าที่น่าสนใจ สิ่งที่เขาส่งมาหลอกล่อเธอยังมีอีกอย่าง

อ้อ พี่ชอบกินลูกชิ้นไหม เดี๋ยวพาไปกินลูกชิ้นฟอสซิล

คราวนี้คนฟังตาโต ลูกชิ้นฟอสซิล? มันเป็นยังไง

เจ้าถิ่นยักคิ้วกวนกลับมาให้ ไม่บอก เดี๋ยวไปกินก็รู้เอง

ขนมจีบทอด ข้าวร้านป้าพารากอน แล้วก็ลูกชิ้นฟอสซิล...คิดแล้วก็นั่งยิ้มอยู่คนเดียว ตลาดหน้ามอเหรอ ถ้าเขาพาไป เธอจะเอากล้องถ่ายรูปไปด้วยดีไหมนะ คิดอยู่ว่าจะมีอะไรสวยๆ ให้ถ่ายรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะชวนเธอไปอย่างที่บอก ไม่รู้ว่าเพราะงานยุ่ง หรือบางทีเขาอาจจะลืมเรื่องที่บอกกับเธอไปแล้วหรือเปล่านะ

นิธินันท์ยกมือขึ้นเท้าปาก เม้มปากอย่างครุ่นคิด แล้วถ้าเธอ...เอ่ยปากชวนเขาก่อนล่ะ กีรติจะว่างพาเธอไปไหม ช่างภาพสาว รู้สึกเกรงใจอยู่หน่อยๆ ลังเลอยู่ว่าเธอควรจะวางตัวสนิทสนมได้แค่ไหนกับเพื่อนร่วมบ้าน ( ที่เพิ่งรู้จักกัน ) คิดวนไปมาแล้วก็ถอนหายใจ

“พอคิดถึงเรื่องของกิน ก็หิวขึ้นมาเลย” หญิงสาวละเรื่องที่คิดค้างอยู่เอาไว้ก่อน ดันเก้าอี้ทำงานออก แล้วลุกขึ้น “ตอนนี้เอามื้อเที่ยงก่อนละกัน”

 

เสียงเพลงสากลที่แว่วมาจากโต๊ะทำงานตัวข้างหน้าสอดประสานกับเสียงเกมออนไลน์จากโต๊ะทำงานที่อยู่ถัดไปทางซ้ายมือของกีรติ เสียงเดิมๆ ที่เหมือนจะฟังเข้ากันได้อย่างน่าพิลึก หรืออันที่จริง อาจจะเป็นความเคยชินของเขาเสียมากกว่า บรรยากาศแปลกๆ ที่กลายเป็นปกติไปแล้วในช่วงหลังมื้อเที่ยงของวันทำงาน ที่ส่วนใหญ่แล้ว พิพัฒน์ใช้เวลาช่วงนี้ไปกับการเล่นเกมออนไลน์แก้ง่วงแก้ง่วง ส่วนกรวีร์ที่นั่งอยู่ข้างหน้ากีรตินั่นก็ไม่พ้น กำลังเพลิดเพลินอยู่กับเพลงสากลสุดฮิตที่กำลังไต่ชาร์ตอยู่ในช่วงนี้ ส่วนอีกโต๊ะที่อยู่ซ้ายมือของกรวีร์นั่นก็เป็นศรัณย์ ถ้าเขาไม่อ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ก็น่าจะท่องอินเทอเน็ต

เวลานี้มีแค่กีรติเท่านั้นที่ยังขมวดคิ้วมุ่นอยู่กับงานตรงหน้า ไม่ใช่ว่าเขาขยันกว่าใครในบริษัทหรอก แต่เระยะอันตรายที่เขามักจะง่วงจนเผลอถอดวิญญาณ เป็นช่วงหลังบ่ายสองโมงโน่นต่างหาก เพราะอย่างนี้ เวลาหลังมื้อเที่ยงแบบนี้ เขาเลยต้องรีบปั่นงานให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ความง่วงจะมาเยือน

“เออ ต่อ นัดลูกค้าเย็นนี้ เขาขอเลื่อนไปก่อนนะ เพิ่งโทร. มาเมื่อกี้”

คนถูกเรียกพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่หันไปหาคนพูด ด้วยรู้ดีว่าสมาธิเกือบทั้งหมดของฝ่ายนั้นคงไม่ย้ายจากเกมต่อสู้บนหน้าจอไปไหน ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร การคุยกันโดยไม่มองหน้าเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเขาไปแล้ว

“เลื่อนไปเป็นเมื่อไหร่พี่”

“ไม่รู้ เดี๋ยวเขาโทร. มานัดอีกที”

กีรติพยักหน้ารับอีกครั้ง จะว่าไปก็ดีเหมือนกันที่ลูกค้าโพรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งติดต่อเข้ามาขอเลื่อนนัดการคุยรายละเอียดไปก่อน เพราะสัปดาห์นี้พวกเขาต้องเร่งทำงานของปาณัทเสียจนดึกดื่นมาหลายคืนแล้ว วันนี้ได้กลับบ้านเร็วหน่อยก็คงจะดี

พลันคิดถึงใครอีกคนที่บ้านขึ้นมา โปรแกรมเมอร์หนุ่มหยุดนิ้วที่รัวลงบนแป้นพิมพ์ชั่วขณะ แล้วเปลี่ยนไปเปิดโปรแกรมแชทขึ้นมาบนหน้าจอแทน

เย็นนี้พี่ว่างไหม

จะชวนไปกินข้าวที่ตลาดหน้ามอ

เพียงไม่กี่วินาทีที่ทั้งสองข้อความถูกส่งไป ฝ่ายนั้นก็กดเปิดอ่าน กีรติรอคำตอบอยู่ร่วมนาที ทว่า...ทุกอย่างกลับนิ่ง

“ไม่ตอบแฮะ” ชายหนุ่มว่าเบาๆ แล้วก็ลองส่งข้อความไปอีกรอบ

งานยุ่งเหรอ

ครั้งนี้ข้อความของเขาถูกอ่านในทันที ซึ่งก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเธอเปิดหน้าแชทของเขาทิ้งเอาไว้ และนั่นก็ยิ่งสร้างความฉงนให้คนส่งข้อความมากขึ้นไปอีก คิ้วหนาของชายหนุ่มย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ

“แค่ไปกินข้าวหน้ามอ ต้องคิดนานขนาดนั้นเลยเหรอ”

พอว่าประโยคนั้นจบ ฝ่ายนั้นก็ส่งคำตอบมาให้ทันที แล้วก็เป็นคำตอบที่ชายหนุ่มเผลอเลิกคิ้ว กีรติเปิดลิ้นชักโต๊ะแล้วหยิบหูฟังออกมา ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเขาอย่างช่ำชอง ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะฝ่ายนั้นไม่ได้พิมพ์ข้อความกลับมา แต่เธอบันทึกเสียงส่งมาให้เขาแทน

“ไปได้ๆ โทษทีนะ มือเปื้อนอยู่พิมพ์ตอบไม่ได้”

ข้อความเสียงที่มีความยาวเพียงสามวินาที ทว่ากลับทำให้คนฟังนิ่งไป เลื่อนมือไปกดฟังซ้ำอีกรอบ คิดอยู่ในใจว่าเสียงที่ได้ยินต่างจากเสียงจริงของเธออยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ทำไม ฟังแล้ว...เขาจินตนาการหน้าตาเธอตอนพูดขึ้นมาในหัวได้อย่างง่ายๆ อาจเป็นเพราะเขาจับความเกรงใจในน้ำสียงของเธอได้หรือเปล่า

คิดเพลินๆ แล้วก็เผลอกดฟังซ้ำอีกรอบ จู่ๆ ก็เหมือนมียิ้มเขินลอยมาแต้มบนใบหน้า กีรติเกาแก้มตัวเองเบาๆ รู้สึกว่ามันอุ่นๆ ร้อนๆ คันยิบๆ ขึ้นมาชอบกล

“พี่พัฒน์...มันไม่ต้องผ่านสแกนไวรัสก็ได้ใช่ไหม...” กีรติว่าพลางลดหูฟังลงคล้องคอ ไม่ละสายตาจากข้อความเสียงนั้น “...ถ้าผมจะโหลดเสียงจากไลน์มาเก็บไว้ในเครื่องน่ะ”


ต่อตรงนี้ 75%


แล้วเวลาสี่ชั่วโมงของการทำงานช่วงบ่ายก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว น่าแปลกที่วันนี้กีรติไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนที่เวลาเดินมาถึงบ่ายสอง ช่วงเวลาชวนง่วงของทุกวัน คงเป็นเพราะมัวแต่เร่งงานอยากให้เสร็จตามเป้า ไม่อยากเลยเวลาที่นัดกับใครอีกคนเอาไว้ 

กีรติหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาจากลิ้นชักยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีน และไม่ลืมคว้าสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะมาด้วย ชายหนุ่มเดินไปหยิบบัตรประจำตัวพนักงานที่เสียบเอาไว้ที่ช่องบนกระดาน ซึ่งแขวนไว้บนฝาผนังใกล้ประตูออฟฟิศ ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน แต่ก็ต้องเสียบป้ายเอาไว้ เพื่อให้รู้ว่าใครมาถึงหรือใครกลับไปแล้วบ้าง ชายหนุ่มหยิบบัตรของตัวเองออกมา แล้วหันไปเอ่ยสั้นๆ กับทุกคนที่ตายังจ้องอยู่กับจอคอมพิวเตอร์

“กลับนะ”

“เฮ้ย ทำไมวันนี้รีบกลับจังอ้ะพี่” เสียงของศรัณย์รั้งชายหนุ่มเอาไว้

กีรติที่กำลังจะเปิดประตูหันกลับไปหาคนถาม ทว่าสายตาที่กำลังมองมาที่เขากลับไม่ได้มีแค่ของศรัณย์ ทุกคนในออฟฟิศต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะปกติแล้ว เวลากลับบ้านไป กีรติก็ต้องอยู่บ้านเงียบๆ คนเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะง่วงหรือนัดใครเอาไว้ เขาก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศเสียมากกว่า

คนถูกมองเผลอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดแปลกไปตรงไหน แม้จะรู้สึกถึงความตื่นเต้นหน่อยๆ ที่บีบตุบๆ อยู่ในกระแสเลือดตลอดการทำงานช่วงบ่ายก็ตาม

“ก็...เลิกช้ามาหลายวันแล้ว วันนี้ว่าจะไปซื้อของกินแถวหน้ามอสักหน่อย”

ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เขาเลือกที่จะเลี่ยง...ไม่บอกว่ามีใครอีกคนไปด้วย อาจเพราะไม่อยากให้คนอื่นซักไซ้ ทั้งที่อันที่จริง...แค่ไปกับเพื่อนร่วมบ้าน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้ต้องซักไซ้หรือปกปิดตรงไหน

แม้ว่าความคิดจะย้อนแย้งกันอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะหาคำตอบให้ความสงสัยนั้น เฉไฉไปคุยเรื่องงานของวันพรุ่งนี้อีกสองสามคำ ก่อนจะขอตัวแยกออกมา

ทว่า...ยังไม่ทันที่คนมีนัดจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปที่คุ้นหูซึ่งแล่นมาจอดเทียบหน้าประตูรั้วของออฟฟิศก็หยุดชายหนุ่มเอาไว้เสียก่อน คนที่เห็นรถคันนั้นก่อนใคร ชะโงกหน้าผ่านประตูเข้าไปถามคนข้างใน

“พี่พัฒน์ พี่นัดกับพี่ณัทไว้เหรอ”

“ไม่นะ”

“อ้าว ก็พี่ณัทมาเนี่ย”

พอสิ้นคำบอกกล่าวของกีรติ พิพัฒน์ก็รีบลุงจากโต๊ะทำงาน ตรงดิ่งไปหาแขกเจ้าประจำที่เดินมาถึงประตูรั้วพอดี พิพัฒน์กล่าวทักทายคนมาใหม่เล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูให้เขาเข้ามา กีรติผงกหัวหน่อยๆ เป็นการทักทายเขาบ้าง เพราะปาณัทเป็นลูกค้าของพวกเขามานาน แม้จะอายุห่างอยู่หลายปี แต่เพราะไปมาหาสู่กันบ่อย เลยทำให้พวกเขาไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก

“พี่ณัทอยากได้รายงานความคืบหน้าหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมจะส่งให้ทางเมล”

พิพัฒน์ซึ่งทำหน้าที่เสมือนหัวหน้าทีมคาดเดาจุดประสงค์ของลูกค้าขณะที่ทั้งคู่เดินผ่านสวนเล็กๆ เข้ามาที่ออฟฟิศ ทว่าชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานกว่าใครในที่นี้กลับปัดมือในอากาศเป็นเชิงปฏิเสธ

“ไม่ต้องรีบๆ วันนี้พี่ไม่ได้มาทวงงาน ส่งตามกำหนดเดิมของเรานั่นแหละ อาทิตย์หน้านี่ ใช่ไหม”

คำถามนี้ปาณัทหันไปถามกีรติ เพราะถึงแม้ว่าพิพัฒน์จะเป็นหัวหน้าทีมที่ดูภาพรวมทั้งหมด แต่ผู้ที่รับผิดชอบงานนี้โดยตรงคือกีรติ

คนถูกถามที่ยังยืนอยู่ที่หน้าประตูพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ครับพี่ แต่จะเอาพรุ่งนี้เลยก็ได้นะครับ จริงๆ มันก็ใกล้เสร็จแล้ว”

“ไม่ต้องๆ บอกแล้วไงวันนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องงาน”

กีรติไม่ได้ตั้งใจฟังที่อีกฝ่ายพูดเท่าไรนัก ลอบยกแขนขึ้นมองนาฬิกาข้อมือไวๆ ใจกำลังกังวลว่าจะผิดเวลากับคนที่นัดเอาไว้หรือเปล่า แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหาช่องว่างแทรกคำพูดเพื่อขอตัวออกไปทำธุระของเขา แขกของบริษัทก็ว่าจุดประสงค์ที่มาที่นี่ขึ้นเสียก่อน

“พี่แค่จะมาชวนพวกเราไปกินข้าวด้วยกัน”

“กินข้าว?” คนมีนัดไปกินข้าวอยู่แล้วหลุดเสียง หันไปมองคนพูดโดยอัตโนมัติ แล้วก็เป็นพิพัฒน์ที่ขมวดคิวสงสัยกลับมา

“ตกใจอะไรวะต่อ ทำอย่างกับพวกเราไม่เคยไปกินข้าวด้วยกันอย่างนั้น”

“เออนั่นดิ พี่ณัทมากินข้าวกับพวกเราออกจะบ่อย” กรวีร์ว่าเสริม มองไปที่กีรติด้วยสายตามีคำถาม

คนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคนมีปัญหาจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วตอบเนียนๆ ไป “ก็แค่ตกใจนิดหน่อย เพราะผมกำลังจะออกไปหาข้าวกินพอดี”

“เฮ้ย ไม่ต้องไปแล้ว ไปกินด้วยกันเลย พอดีวันนี้พี่จะเทสเชฟคนใหม่ที่เพิ่งมาสมัคร จะให้อยู่ประจำร้านสาขาที่เชียงรายนี่แหละ เลยจะมาชวนพวกเราไปลองชิมด้วย กินกันหลายๆ คนจะได้ช่วยกันชิมช่วยกันติ” ปาณัทชี้แจ้งพลางเลื่อนสายตาไปมองพนักงานทุกคน เหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่าเขาเชิญทุกคนไปร่วมด้วย ก่อนจะเอนตัวไปกระซิบกีรติที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ชวนคุณนันท์ไปด้วยนะ”

กีรติสะดุ้งเล็กน้อย ยามได้รับรู้ถึงอีกจุดประสงค์หนึ่งของผู้มาเยือน จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตนิดๆ อยู่ในอก ไม่อยากให้เธอไปด้วยขึ้นมาเฉยๆ

ให้ตายเหอะ! นี่เขามีอาการหวงพี่สาวร่วมบ้านตั้งแต่เมื่อไร ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งรับปากอย่างเต็มใจว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ปาณัทได้สานสัมพันธ์กับนิธินันท์แท้ๆ สงสัยว่าเขาคงจะอยู่บ้านกับเธอจนเผลอเอาความหวงน้องสาวที่มีอยู่เป็นทุนเดิมมาใช้ผิดที่ผิดทาง

ชายหนุ่มละความรู้สึกนั้นไป เปลี่ยนไปส่งสายตาที่มีคำแซ็วเจืออยู่จางๆ ไปให้ปาณัท “ได้ครับ เดี๋ยวผมชวนให้ พี่นันท์ว่างอยู่แล้ว งั้นผมไปบ้านก่อนนะพี่ เดี๋ยวกลับมา”

ทันทีที่กีรติเดินพ้นรั้วออฟฟิศ ลมหายใจร้อนๆ ก็ถูกพ่นออกมาถี่ๆ เพื่อไล่ความขุ่นมัวในอกให้ออกไปให้หมด พร้อมกับเขาปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ว่า เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องผิดนัดกับนิธินันท์ด้วย


ต่อตอนนี้ 100%

หลังจากที่กีรติเป็นฝ่ายรับฝากคำชวนไปส่งต่อให้นิธินันท์เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เดินกลับมาที่ออฟฟิศอีกครั้ง ชาวก๊วนออฟฟิศเลือกที่จะไปด้วยรถยนต์ของพิพัฒน์เพื่อที่ปาณัทจะได้ไม่ต้องกลับมาส่งพวกเขาอีก และครึ่งชั่วโมงให้หลังทั้งหมดก็เดินทางมาถึงที่หมาย

 ร้านอาหารริมแม่น้ำกกที่กว้างขวาง สวยงามด้วยการตกแต่งที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ประกอบกับวิวธรรมชาติที่ร่มรื่น ลมโกรกเย็นสบาย ทุกคนต่างตื่นเต้นกับร้านใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าของปาณัทเป็นอย่างมาก

ปาณัทในฐานะเจ้าภาพและเจ้าของสถานที่พาทุกคนมานั่งที่โต๊ะตัวยาวในสวนริมน้ำ โคมไฟที่ปักเรียงรายตามแนวขอบแม่น้ำให้ความสว่างไสวทั่วบริเวณ ช่วยทั้งเรื่องความสว่าง แถมยังเป็นเสมือนแนวรั้วกั้นไม่ให้ลูกค้าที่มารับประทานอาหารเข้าใกล้แม่น้ำมากเกินไปด้วย

นิธินันท์กวาดสายตามองบรรยากาศโดยรอบ นึกเสียดายเล็กน้อยที่มาถึงที่นี่แล้วไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ตกดิน ไม่รู้ว่าจะสวยเหมือนเวลาดูจากระเบียงบ้านเช่าของเธอหรือเปล่า ยิ่งมองยิ่งอยากเก็บภาพสวยๆ ริมแม่น้ำ แต่เพราะตอนนั้นเธอไม่รู้มาก่อนว่าสถานที่เป็นแบบไหน คิดว่าแค่มากินข้าวที่ร้านอาหารทั่วไป เธอเลยไม่ได้หยิบกล้องถ่ายรูปติดมือมาด้วย อีกอย่าง ร้านของปาณัทยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการด้วย และเธอก็เพิ่งจะเจอเขาเป็นครั้งที่สอง จะว่าไปมันคงไม่ดีเท่าไรถ้าเธอจะมาถ่ายรูปในร้านอาหารของเขา 

เพราะอาหารถูกเลือกเมนูเอาไว้อยู่แล้ว หลักจากที่ทุกคนเลือกที่นั่งเสร็จ อาหารก็เริ่มลำเลียงออกมาเสิร์ฟเรื่อยๆ ทุกเมนูถูกแบ่งออกเป็นสองชุดเพื่อให้ทุกคนตักอาหารได้ถนัด นิธินันท์นั่งอยู่สุดฝั่งหนึ่งของโต๊ะ โดยมีเจนนิภานั่งอยู่ข้างๆ และฝั่งตรงข้ามของเธอคือ...ปาณัท

หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ให้หนุ่มร่างโปร่งที่ยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้ และคนที่นั่งถัดจากเขาคือ พิพัฒน์ สามีของเจนนิภานั่นล่ะ

“กลิ่นเทียนหมอไล่ยุงที่นี่หอมจังเลยนะคะ เจนไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้เลย ส่วนใหญ่เห็นมีแต่กลิ่นตะไคร้หอม” เสียงเจนนิภาที่หาหัวข้อใหม่ๆ มาคุยในวงสนาทนาได้ตลอด เธอคงไม่อยากทำให้บรรยากาศตึงเครียด ด้วยรู้ดีว่าสมาชิกใหม่ของกลุ่มยังเกร็งๆ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับปาณัทเท่าไร

“ถ้าชอบเดี๋ยวพี่แบ่งให้ก็ได้นะเจน สูตรนี้ผสมกาแฟ เลยมีกลิ่นของกาแฟอ่อนๆ เผื่อลูกค้าบางคนไม่ชอบกลิ่นตะไคร้หอมพี่เลยเลือกกลิ่นกาแฟแทน”

นิธินันท์ยิ้มบางๆ รู้สึกว่าเขาช่างเป็นผู้ชายที่ละเอียดอ่อน มิน่าล่ะ ถึงเปิดร้านอาหาร ธุรกิจที่มีรายละเอียดจุกจิกแบบนี้ได้

“อาหารเป็นยังไงบ้างครับคุณนันท์ ติชมได้เลยนะ จะได้ช่วยผมตัดสินใจด้วย”

“อาหารอร่อยมากค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย เชฟของคุณณัทฝีมือดีมากๆ ค่ะ”  

คนถูกถามไม่ได้ตอบตามมารยาท เธอรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้รสชาติดีอย่างที่พูดจริงๆ ทว่าก็ไม่รู้ทำไม...รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ ที่วันนี้ไม่ได้ไปเดินตลาดอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ อุตส่าห์ตื่นเต้น นั่งทำงานไป มองนาฬิกาไปตลอดช่วงบ่าย เฝ้ารอให้ถึงเวลาที่นัดหมาย แต่สุดท้าย คนขอนัดกลับมาเปลี่ยนโปรแกรมเอาดื้อๆ เสียอย่างนั้น

พอนึกถึงเรื่องนี้ สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปมองกีรติ เขานั่งเป็นคนสุดท้ายของแถวฝั่งตรงข้ามกับเธอ กำลังกินไปคุยไปกับกรวีร์และศรัณย์ ซึ่งสามคนนั้นกินอาหารคนละชุดกันกับฟากของเธอ ตั้งแต่มาถึงที่นี่นิธินันท์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากีรติได้พูดอะไรกับเธออีกหรือเปล่า นอกจากบอกให้เธอมานั่งตรงนี้ ทีแรกเธอก็ทำตามเขาแต่โดยดี เพราะคนที่ยืนจับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธออยู่คือเขา แต่พอเธอกับเจนนิภาไปเข้าห้องน้ำกลับมาเท่านั้นล่ะ ที่ตรงข้ามเธอก็เปลี่ยนเป็นที่นั่งของปาณัทแทน

นิธินันท์รู้อยู่แก่ใจดีว่าเธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกรธเขา แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็รู้สึกมัวๆ ในใจอยู่ดี

“อันที่จริง เรียกผมว่า...พี่ณัทเหมือนคนอื่นๆ ก็ได้นะครับ เผื่อคุณนันท์จะได้รู้สึกเกร็งน้อยลง” สุ้มเสียงสุภาพของชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามเรียกให้นิธินัท์หลุดจากความคิด ดูท่าว่าอาการวางตัวไม่ถูกของเธอจะแสดงออกชัดไปเสียแล้วละมั้ง มันก็น่าอยู่หรอก เพิ่งพบกันครั้งที่สอง เขาก็เลี้ยงอาหารเสียชุดใหญ่ขนาดนี้ มันก็ต้องมีเกรงใจกันบ้าง

ช่างภาพสาวคล้องผมขึ้นเกี่ยวหูแก้เก้อ พร้อมกับส่งยิ้มสดใสกลับไปให้ “ถ้าอย่างนั้นพี่ณัทก็เรียกว่านันท์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ มองดวงตากลมโตที่หยีเล็กเพราะรอยยิ้มกว้าง ดูสว่างสดใสจนเขาเผลอยิ้มตาม

“ครับ...น้องนันท์”

 

 

======================================================================

มาอัปต่อให้แล้วนะค้าาาาา

ฉลองที่นิยายเรื่อง บุพเพร้อยร้าย พิมพ์ซ้ำครั้งที่ 2

เย้!!!

จุดพลุวนปายยย 

ปุง ปุง ปุง


 

 

 


ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #831 witch it chu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:02
    น้องนันท์ แหมมม้
    #831
    0
  2. #595 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 00:17
    เรียกน้องนันท์ด้วย
    #595
    0
  3. #195 Jellydolphin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 12:04
    ต่อจริงจังหน่อย
    #195
    0
  4. #167 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 17:21
    อินเอวาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เค้ามารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยยยยยยย

    #167
    0
  5. #166 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 19:58
    น่ารักจังคู่นี้ อิอิ^^
    #166
    0
  6. #165 ao_majo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 13:18
    ดินข้าวอร่อยมั๊ยล่ะนายต่อ.....
    #165
    0
  7. #164 wonderfully (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 13:14
    เพิ่งกันครั้ง    เพิ่งพบกัน

    #164
    0
  8. #163 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 13:11
    จ้าาาาา น้องเลย
    #163
    0
  9. #162 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 06:06
    มาทุกวันแบบ บก.มุก กับทนายชินได้มั๊ยคะ

    ใกล้เคียงโรคจิตเข้าไปทุกทีแล้วค่ะ

    ต้องเข้ามารอน้องต่อกับพี่นัััันท์

    ทุกวันทั้งตอนเช้า กลางวัน บ่าย เย็น และก่อนนอน
    #162
    1
    • #162-1 อินเอวา(จากตอนที่ 7)
      12 ตุลาคม 2560 / 16:48
      อยากอัปทุกวัน แต่แต่งไม่ทันจริงๆ ค่ะ จะพยายามมาบ่อยๆ นะคะ อย่างน้อยอาทิตย์นึงครั้งสองครั้งเนาะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาแต่ง เลยมาทุกวันไม่ได้ ขอโทษด้วยนะค้าาา
      #162-1
  10. #161 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 01:32
    รีบๆ รู้ใจตัวเองนะหนุ่มน้อย 5555
    #161
    0
  11. #160 ao_majo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 22:14
    อ๊ะๆความหวงบังเกิดขึ้นแล้ววว คิดสิต่อ ว่าทำไมถึงหวงคิดสิคิด
    #160
    0
  12. #159 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:03
    มันคันในหัวใจยิกๆ เลยช่ะป่ะต่อ
    #159
    0
  13. #158 sky_2753 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 15:08
    น้องก็เริ่มหวั่นไหนแล้วนะ มีแอบหวงด้วย อิอิ รอตอนต่อไปนะคะไรท์มาต่อไวนะคะ^^
    #158
    0
  14. #157 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:51
    จะมีหึงหวงกันมั้ยนะไรเตอร์ อิอิ
    #157
    0
  15. #156 sumitt N. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:59
    อาการเริ่มจากหวง แล้วต่อไปล่ะ คุณน้องต่อ จะเป็นไง ลุ้นๆๆ มีหึงมั้ยคะไรท์
    #156
    0
  16. #155 wonderfully (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:39
    ตอนนี้สงสัยใครเป็นพระเอกหว่า น้องกีรติก็เด็กกว่า พี่ณัทไหม เดาไม่ถูกเลย
    #155
    0
  17. #154 sky_2753 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 15:56
    รอๆๆๆๆ มาต่อไวๆนะคะไรท์
    #154
    0
  18. #153 ao_majo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 10:13
    ถึงขั้นโหลดเสียงมาเก็บไว้เลยนะนายต่อ
    #153
    0
  19. #152 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 05:46
    อยากให้มาทุกวันค่ะ 
    #152
    0
  20. #149 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:22
    ขนาดนั้นเลยนะต่อ
    #149
    0
  21. #148 pim_pom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 19:54
    ฮั่นเน่ๆ ชื่อต่อ ต่อรองเก่งจิงๆ 555
    #148
    0
  22. #147 Isariya_y (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 16:11
    น่ารักง่ะ
    #147
    0
  23. #146 Y. WaRiNRaN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 15:58
    มิน่า หายไปนาน อยากอ่านๆ
    #146
    0
  24. #145 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 13:00
    กำลังเข้มข้นเลย รอไรเตอร์มาต่อนะครับ^^
    #145
    0
  25. #144 niceday777 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 12:31
    ถึงขั้นจะโหลดเสียงมาเก็บไว้ในเครื่อง นึกว่าจะอ่อยพี่เค้าอยู่ข้างเดียว โดนเหมือนกันนะเรา
    #144
    0
  26. #40 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:35
    ฮาาาาาา ชื่อพ่อเค้า
    #40
    0
  27. #39 fsn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:06
    คงจะได้มากกว่านั้น อะคะ
    #39
    0
  28. #38 คอนิยาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    เข้าใจล่ะเข้าใจผิด555#กีรติ&นิธินันท์
    #38
    0
  29. #37 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:02
    555 น่ารัก อะ เดี๋ยวกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 
    #37
    0
  30. #36 แบนบาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:17
    ว่าที่พ่อตาไง
    #36
    0