เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 : หรืออาจสนิทกันเร็วไป (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    8 ต.ค. 60



บทที่ 5

หรืออาจสนิทกันเร็วไป

 

เสียงของผู้คนที่พูดคุยกันดังจอแจปะปนไปกับเสียงเครื่องยนต์ของรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนสายหลัก เช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่หากเป็นในเมืองใหญ่ผู้คนอาจกำลังหลับนอนกันอย่างมีความสุขใต้ผ้าห่มแสนอุ่น หรือบางคนอาจจะหลับไปทั้งชุดที่ใส่ปาร์ตี้เมื่อคืน แต่ที่นี่ ชีวิตในเช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เพิงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมุงหลังคาด้วยกระเบื้องลอนตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ที่ตรงเข้าสู่ตัวเมืองคือที่ที่คนแถวนี้เรียกว่า ‘ตลาดเช้า’ 

ตลาดสดยามเช้า มีทั้งผักสด เนื้อสด หรือแม้แต่ของกินพร้อมรับประทาน ผู้คนดูเหมือนจะรู้จักกันดีทั้งตลาดต่างเดินกันขวักไขว่ นิธินันท์ยิ้มเต็มแก้มให้ภาพที่เธอได้เห็น ก่อนจะยกกล้องคู่ใจขึ้นรัวชัดเก็บภาพความสวยงามเหล่านี้เอาไว้

หญิงสาวเดินตรงเข้าไปตามตรอกเล็กๆ ที่เว้นเป็นทางเดินเอาไว้ให้ผู้คนได้เดินดูของ ป้าคนขายผักกำลังราดน้ำลงบนกองผักตรงหน้าโดยใช้ขวดพลาสติกที่เจอรูเอาไว้ที่ฝาเพื่อให้น้ำหยดลงมาเหมือนเม็ดฝนเล็กๆ ผักสดเขียวขจีจะได้ไม่ช้ำ ช่างภาพสาวหยุดก่อนถึงแผงขายผักไปไม่มาก อดไม่ได้ที่จะยกกล้องขึ้นเก็บภาพนี้เอาไว้ เมื่อได้ภาพที่สวยถูกใจแล้ว นิธินันท์ก็ลดกล้องลง หันไปกวาดตามองทั่วตลาด มองหาเป้าหมายใหม่ ก่อนสายตาของเธอจะไปหยุดที่เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังใส่บาตรอยู่ที่หน้าตลาด ภาพน่ารักเรียกรอยยิ้มของหญิงสาวอีกครั้ง

เป็นเพราะตอนมาที่นี่ เธอเดินมาจากทางด้านหลังของตลาด เลยเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีพระสงฆ์สามสี่รูปบิณฑบาตอยู่ที่หน้าตลาดด้วย นิธินันท์สาวเท้าตรงไปหยุดอยู่ใกล้ๆ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพวิถีชีวิตของผู้คนเอาไว้ ทว่าถ่ายไปได้แค่ไม่กี่ภาพ กลิ่นหมูปิ้งก็ลอยมาเตะจมูก รบกวนสมาธิไม่พอ ยังชวนให้กระเพาะตื่นตัวตามไปด้วย จนเธอต้องลดกล้องถ่ายรูปลง

ต้องเป็นร้านหน้าสุดของแผงที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้แน่ๆ หญิงสาวคิดในใจ กำลังจะหันกลับไปมองเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าเป็นอย่างที่เธอคิดจริงไหม ทว่าเสียงคุ้นหูข้างกายก็ดังขัดขึ้นก่อน

“ตกลงมาตลาดนี่...มาหาของกินหรือมาถ่ายรูปกันแน่”

คนถูกท้วงหันขวับไปหาต้นเสียง ทันเห็นเขากระชากหมูปิ้งออกจากไม้พอดี กระจ่างขึ้นมาทันตา

อ้อ...กลิ่นมันคงไม่ได้มาจากร้านที่ขายอย่างที่เธอคิด แต่มันน่าจะมาจากตัวก่อกวนนี่มากกว่า หนำซ้ำเธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร...

“กินไหม”

หมูปิ้งไม้เดียวกับที่เขาเพิ่งจะกัดส่วนหนึ่งออกไปเมื่อครู่ก็ถูกยื่นมาตรงหน้า เธอเพิ่งรู้ตัวตอนนี้แหละว่าสกิลนักการทูตแถวหน้าของเธอเทียบเขาไม่ติดเลยสักนิด การผูกมิตรและวางตัวอย่างเป็นกันเองของเขานั้น...ดูจะดีกว่าเธอมาก 

เผลอๆ จะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ

“อร่อยไหม” นิธินันท์ถามออกไปเสียงไม่ดังมาก ใจอยากกินขนมโตเกียวจากรถเข็นที่จอดอยู่ห่างออกไปด้านหลังเขามากกว่า หากินแถวบ้านเธอไม่ค่อยได้เสียด้วย แต่กลิ่นหมูปิ้งในมือเขากับท่าทางที่เคี้ยวตุ้ยๆ นั้นก็ชักทำให้เธอความต้องการของเธอเอนเอียงเสียแล้ว

ชายหนุ่มมองใบหน้าที่ยังดูเหมือนไม่ค่อยจะตื่นดีของคนถาม เมื่อคืนกว่าเขากับเธอจะแยกกันก็ดึกแล้ว แถมตอนเที่เขาเล่าเรื่องตลาดเช้าหน้าปากซอยให้เธอฟัง เธอก็คะยั้นคะยอขอให้เขาพามา เช้านี้เขาเลยต้องปลุกเธอตั้งแต่ไก่โห่ ดูท่าเมื่อคืนพอแยกกันแล้ว เธอคงจะทำงานต่ออีก เพราะคงไม่ได้คิดว่าจะต้องตื่นเช้าขนาดนี้

พลันความคิดซุกซนผุดขึ้นในหัว จะว่าไป...เขาน่าจะช่วยให้เธอได้ตื่นเต็มตาสักหน่อย คิดแล้วก็พยักหน้าตอบหญิงสาว

“อื้ม เจ้านี้อร่อยนะ ผมไปซื้อมากจากร้านในสุดนู้น...น” ลากเสียงยากพลางพยักพเยิดไปทางที่เขาว่า ก่อนจะเอนตัวลงกระซิบข้างหูคนตัวเล็กกว่า “ร้านข้างหน้านี้ ผมเคยเห็นลุงเขาฉี่แล้วไม่ล้างมือ กลับยืนปิ้งหมูต่อ”

นิธินันท์หันไปมองสบตาเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับปากที่อ้าค้าง ก่อนจะหันไปมองลุงคนขายหมูปิ้งแผงหน้าสุดที่กำลังง่วงอยู่กลับการพลิกหมูบนเตา คิดในใจว่า ดีนะที่กลิ่นหอมของหมูปิ้งเมื่อกี้ ไม่ทำให้เธอเดินตัวลอยไปต่อคิวซื้อ

ยังไม่ทันที่ความคิดของเธอจะหยุดลง เสียงทุ้มที่คุ้นหูที่ดังขึ้นข้างตัวอีกครั้ง

“โห...ตาโตเชียว ผมแค่พูดเล่นน่ะพี่ ผมก็ซื้อร้านนั้นแหละ ทั้งตลาดก็มีอยู่ร้านเดียว”

คนที่รู้ตัวว่าโดนอำตวัดสายตาไปหาต้นเสียง เจอเจ้าตัวยืนกลั้นขำจนตัวสั่นเบาๆ ชอบใจที่หลอกเธอได้ หญิงสาวเลยอดไม่ได้ที่จะฟาดต้นแขนเขาไปหนึ่งที

“ต่อ! เดี๋ยวเหอะ”

“ตกใจซะไม่เก็บอาการเลย ตื่นเต็มตาเลยดิ” 

หญิงสาวชำเลืองมองคนพูดด้วยสายตาที่ติดจะงอนเขานิดๆ เธอมั่นใจว่าได้ยินเสียงหัวเราะปนอยู่ในประโยคของเขา กีรติฉีกยิ้มกว้างให้ นิธินันท์เลยค้อนเขาวงใหญ่ ชายหนุ่มเลยได้ใจระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะเผลอเอ่ยไปตามความรู้สึก

 “พี่นี่ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย”

เหมือนถูกความชาวิ่งเข้าชน นิธินันท์นิ่งชะงักค้างไปทันทีที่สิ้นประโยค เธอรีบหันสายตาหนีจากรอยยิ้มชวนหลงใหลที่เขาส่งมา ทว่าคนพูดกลับยังยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ดูเหมือนจะสนุกกับการได้แกล้งเธอมากกว่าจะคิดอะไรกับคำพูดที่เพิ่งหลุดปาก ช่างภาพสาวมองเขาอยู่เกือบครึ่งนาที กว่าจะรวบรวมสติได้ เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้แฝงความหมายอะไรในสิ่งที่พูด มีแต่เธอที่รู้สึกวูบวาบไปเองคนเดียว หญิงสาวจึงลอบถอนหายใจ แล้วผลักหมูปิ้งคืนเขา

“กินคนเดียวเหอะ ฉันกินขนมโตเกียวดีกว่า”

ว่าแล้วก็รีบจ้ำอ้าวแยกตัวออกมาจากเขา หรือเธอจะห่างหายจากการโดนผู้ชายจีบมานานอย่างที่เขาว่าจริงๆ หรือเปล่านะ พอมาเจอพวกอ่อยเรี่ยราดไม่รู้ตัวเข้าหน่อย เลยเกิดอาการแปลกๆ แบบนี้ขึ้นมาได้ มือเล็กๆ ที่จู่ๆ ก็เย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นอย่างหาที่มาที่ไปแน่ชัดไม่ได้จับกล้องถ่ายรูปเอาไว้แน่น 

บางทีเธอกับเขาอาจจะสนิทกันเร็วเกินไปจนเธอตั้งตัวไม่ทัน

นิธินันท์กำลังคิดว่า ที่ฝ่ายนั้นพูดออกได้อย่างไม่รู้สึกอะไรคงเพราะเขาเห็นเธอเป็นเหมือนพี่สาว กับเจนนิภา เขาก็คงพูดหยอกล้อแบบนี้เหมือนกัน มีแต่เธอเท่านั้นละ ที่ยังปรับตัวไม่ทัน ความรู้สึกลึกๆ ยังบอกว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องชายร่วมบ้าน...

ก็จะให้เธอเปลี่ยนความรู้สึกง่ายๆ ได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขาดันเป็นคนที่เคยจับหน้าอกเธอเต็มๆ เสียขนาดนั้น! 

ด้วยเหตุนี้ นิธินันท์จึงคิดว่า เธอกับเขาควรมีระยะห่างเอาไว้สักนิดน่าจะดีกว่า หญิงสาวเดินมาหยุดที่รถเข็นขายขนมโตเกียว หยุดความคิดเมื่อครู่เอาไว้ และหันมาคำนวณคร่าวๆ ว่าท้องของเธอจะใส่ขนมได้สักกี่อัน ทว่ายังไม่ทันจะได้คำตอบ คนตัวสูงที่ไม่รู้ตัวว่าโดนหาว่าเป็นพวกอ่อยเรี่ยราดก็เดินมาหยุดข้างตัว แถมยังใช้ท่อนแขนสะกิดเธอเบาๆ แล้วว่าขึ้น

“เลี้ยงผมอันนึงดิพี่”

เสียงห้วนๆ นั้นชวนให้หญิงสาวหันมองตาม หนำซ้ำยังหันมาเจอรอยยิ้มโชว์ฟันขาวกับแววตาหยอกล้อของคนพูดอีก หัวใจของนิธินันท์เต้นรัวขึ้นมาฉับพลันจนต้องรีบหันกลับไปมองเตาร้อนๆ ตรงหน้า พร้อมกับถามออกไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา

“เอาไส้อะไร”

ชายหนุ่มชะโงกตัวผ่านหน้าเธอไปมองตู้กระจกที่มีถ้วยใส่ไส้วางเรียงอยู่ข้างใน คนพี่หลับตาลงโดยอัตโนมัติเมื่อร่างกายของคนน้องเคลื่อนเข้ามาใกล้ อยากเคาะหัวตัวเองนักที่ดันเผลอสูดกลิ่นหอมของคนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ให้ใจเต้นแรงหนักเข้าไปอีก 

ทว่า...กลิ่นหอมนั้น ก็ยังมีอานุภาพไม่เท่ากับเสียงทุ้มที่ดังตามมา

“หวานครับ”

ไอ้นันท์เอ๊ย แกเลี้ยงขนมน้องได้ แต่แกจะใจสั่นกับน้องไม่ได้!!

 

หลังจากกลับจากตลาดเช้า นิธินันท์เดินตรงไปเก็บของที่ซื้อมาในครัว ก่อนจะแยกตัวเข้าห้องนอนของเธอทันทีโดยมีข้ออ้างว่าเธอเพิ่งนึกได้ว่าต้องส่งอีเมลเรื่องงาน โชคดีที่เขาไม่ได้ติดใจสงสัย ดูจะจดจ่อกับของกินที่ตัวเองซื้อมาเสียมากกว่า เกือบชั่วโมงแล้วที่เธอขังตัวเองอยู่ในห้อง นั่งดูรูปที่ถ่ายมาจากตลาดซ้ำไปซ้ำมา พยายามมุ่งความสนใจไปที่งานเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้เข้าสู่ภาวะปกติ

“เลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว คืนนั้นมันก็แค่เรื่องบังเอิญ” หญิงสาวว่า ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์หน่อยๆ “เขาก็แค่เผลอเอามือมาโดนนมแก เขารู้ตัวรึเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมถึงลบออกจากหัวไม่ได้สักทีละเนี้ย”

นิธินันท์โอดครวญ ยกมือขึ้นตบสองแก้มตัวเองเบาๆ “มันเพราะอย่างนี้แหละ อยู่ใกล้กันหน่อย ความรู้สึกเหมือนเมื่อวันนั้นเป็นต้องวิ่งไปทั่วตัวทุกที ถ้าเขาจับได้ มีหวังโดนล้อตายแน่เลย”

คนจิตใจไม่ปกตินั่งนับลมหายใจเข้าออกอยู่พักใหญ่กว่าหัวใจของเธอจะกลับมาเต้นด้วยจังหวะสม่ำเสมอ หญิงสาวลุกขึ้นหมายจะเดินลงไปล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย จะได้เริ่มต้นทำงานเป็นจริงเป็นจังเสียที ทว่าก้าวไปได้สองสามก้าวก็ชะงักฝีเท้า เมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มันจะเสี่ยงไปหน่อยหรือเปล่า ถ้าเธอเดินลงไปข้างล่างตอนนี้ แล้วเกิดเจอเขานั่งยิ้มแป้นอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นล่ะ ใจเธอไม่กลับมาปั่นป่วนอีกหรือ

นิธินันท์ลังเลอยู่ชั่วอึดใจก็สูดหายใจลึก แล้วเป่าลมออกมาทางปาก

“เอาน่ะ เห็นไกลๆ ไม่เป็นไรหรอก อย่าเข้ามาโดนตัวเป็นพอ”

หญิงสาวปลอบใจตัวเองเหมือนต้องการจะรวบรวมความกล้า ทว่าก็ไม่วายค่อยๆ ลงฝีเท้าอย่างแผ่วเบาตรงไปยังประตูห้อง เธอค่อยๆ ย่องลงบันไดไปทีละขั้นอย่างระมัดระวัง เงี่ยหูฟังไปด้วยว่ามีเสียงอะไรดังมาจากชั้นล่างหรือเปล่า คนที่ใจเต้นตุ๊มๆ ต้อมๆ ลงไปได้ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนขั้นบันไดทั้งหมดก็หยุด แล้วชะโงกหน้ามองไปทางห้องนั่งเล่นเพื่อดูลาดเลาก่อน

“ไม่อยู่นี่...” เธอว่าเสียงเบา ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว “สงสัยจะเข้าห้องไปแล้ว”

ว่าเสร็จก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่เธอกับเขาเดินกลับมาที่บ้าน กีรติบอกกับเธอว่าเมื่อคืนหลังจากที่แยกกันแล้ว เขาทำงานต่อจนถึงเช้า และยังไม่ได้นอน ฟ้าสางก็อาบน้ำแล้วปลุกเธอไปเดินตลาดกันเลย

“จริงด้วย ต่อบอกว่ากลับมาถึงบ้านแล้วจะเข้านอนเลย ค่อยตื่นมาทำความสะอาดให้อย่างที่รับปากไว้เมื่อคืนนี่นา”

หาคำตอบให้ตัวเองเสร็จกก็ยิ้มแป้น โล่งใจที่เขาเข้าห้องนอนไปแล้ว หญิงสาวเดินอย่างสบายตัวลงมาจนถึงชั้นล่าง ก่อนจะก้าวสามสี่ก้าวไปทางห้องนั่งเล่นเพื่อดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นจริงๆ ความแน่ชัดประจักแก่สายตามากขึ้นอีก เมื่อเธอเห็นว่าประตูห้องนอนของเขาปิดอยู่

ดูท่าจะนอนอยู่จริงๆ

คนโล่งใจถอนหายใจดังพรืด กำลังจะหมุนตัวกลับไปทางห้องน้ำ แต่แล้ว...

“อย่าเพิ่งถอดใจขนาดนั้นสิพี่ ห้องนั่งเล่นผมยังไม่ได้เก็บหรอก”

นิธินันท์สะดุ้งโหยง ก่อนจะนิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง หญิงสาวรวบรวมสติที่แตกกระเจิงภายในเสี้ยววินาที แล้วหันกลับไปหาต้นเสียง พบกับร่างสูงในเสื้อยืดสีเข้มตัวเดิมที่ใส่ไปตลาดมาเมื่อเช้า ทว่าสีที่เข้มขึ้นในบางจุดบ่งบอกว่ามันเพิ่งจะโดนน้ำมา

“เพิ่งล้างห้องน้ำเสร็จ เดี๋ยวจะเก็บห้องนั่งเล่นให้นะ ทำตามสัญญาแน่นอน”

เขาบอกแล้วยิ้มมุมปากให้นิดๆ สาวร่างเล็กจึงไม่ต่อความเขา ปล่อยให้เขาเข้าใจว่าเธอถอนหายใจเรื่องนั้นไปแหละดีแล้ว เมื่อได้จังหวะนิธินันท์เลยหันไปไขข้อข้องใจให้ตัวเองบ้าง

“ไหนบอกว่าจะนอน”

“ก็...ร่างกายมันตื่นแล้ว เลยทำความสะอาดให้พี่ก่อนไง เดี๋ยวรอง่วงอีกรอบค่อยนอน”

“จะทำห้องนั่งเล่นต่อใช่ไหม”

“ทำไม พี่อยากช่วยผมเหรอ” กีรติแกล้งหยอกเธอเล่น เขาไม่ได้ต้องการตัวช่วยอย่างที่พูดออกไป แค่อยากมีเธอมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ อย่างน้อยก็ชวนคุบไม่ให้เหงาหูได้บ้าง

นิธินันท์รู้ดีว่าโดยมารยาทแล้ว เธอก็ควรจะช่วยเขา เล็กน้อยก็ยังดี แต่ว่านาทีนี้ นาทีที่เขาทำหน้าทะเล้นแล้วส่งแววตาวาววับมาให้แบบนี้ แถมอาการของเธอก็ยังไม่หายสนิทอย่างนี้ ขออยู่ห่างๆ สัก สองสามชั่วโมงน่าจะดีกว่า

“เชิญตามสบายเลย” เธอซ่อนอาการตื่นเต้นไว้ใต้การเผยมือและยิ้มเริงร่า ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทางห้องน้ำแล้วพูดไปด้วย “ฉันแค่ลงมาล้างหน้าล้างตา แล้วก็หยิบน้ำเย็นน่ะ”

“โหย นึกว่าจะช่วยกันซะหน่อย” เสียงโอดแกมออดอ้อนแว่วตามมา “พี่นันท์ไม่รักผมเลย”

นิธินันท์ฟังแล้วขบฟันแน่น ใจอยากจะหันหลังกลับไปตะโกนบอกเขาให้สุดเสียงว่าเธอเกลียดประโยคติดปากประโยคนั้นของเขามากแค่ไหน เกลียดที่มันกำลังจะทำให้ความวูบวาบที่สงบลงแล้วถูกกวนขึ้นมาปั่นป่วนในร่างกายเธออีก หญิงสาวสูดหายใจลึก กลั้นเอาไว้ชั่วอึดใจ ก่อนผ่อนมันออกมาช้าๆ แล้วหันไปฉีกยิ้มกวนให้เขาเป็นการกลบเกลื่อน

“ก็เลี้ยงขนมโตเกียวแล้วไง สู้ๆ ละกันนะ”

“เหอะ! ทิ้งกันได้ลง”

สาวร่างเล็กแกล้งทำหูทวนลม แล้วรีบตรงดิ่งไปทำธุระที่ตั้งใจเอาไว้ แม้ว่าเธอจะได้ยินเสียงเขาบ่นตัวเองพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์แว่วมาเป็นระยะก็ตาม แต่เธอก็ห้ามใจเอาไว้ ไม่ให้หันความสนใจไปที่เขา ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็น แล้วตรงดิ่งขึ้นชั้นสองไปโดยไปเอ่ยอะไรกับเขาอีก

กีรติที่กำลังเก็บของบนโต๊ะหน้าโซฟาที่ใช้เป็นโต๊ะทำงานตัวประจำชะงักมือ ชะโงกมองไปทางบันไดขึ้นชั้นสอง ทันเห็นท่อนขาเรียวๆ วิ่งเร็วๆ ขึ้นไปข้างบน ชายหนุ่มผูกคิ้วเข้าหากันด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

“โห วิ่งขึ้นตึงๆ อย่างกับหนีใคร” ว่าแล้วยักไหล่ ไม่ได้ติดใจในความผิดสังเกตนั้น แล้วสรุปเอาเอง “สงสัยจะรีบส่งงานจริงๆ”


ต่อตรงนี้ (75%)

แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบจะบ่ายโมง ขอบคุณภาพสวยๆ จากตลาดเช้าที่ช่วยดึงให้ช่างภาพสาวจดจ่ออยู่กับงานจนล้างความวุ่นวายในหัวออกไปได้สำเร็จ นิธินันท์ดันเก้าอี้ให้ถอยหลังเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายความเมื่อยล้า ท้องของเธอเริ่มร้องหาพลังงาน

“ทำงานเพลินจนเกือบจะลืมมื้อเที่ยงเลย”

หญิงสาวว่าพลางเดินไปที่ประตูห้องนอน ครั้งนี้เธอไม่ได้ย่องหรือระวังตัวเหมือนไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า เพราะเมื่อความรู้สึกทุกอย่างกลับเข้าสู่โหมดปกติ การเผชิญหน้ากับกีรติก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวล ขอแค่อย่ามาแตะตัวโดยไม่ให้สัญญาณก่อนก็พอ

ทันทีที่เท้าของหญิงสาวแตะลงบนบันไดขั้นสุดท้าย เธอก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในครัว และเมื่อเดินไปถึง ร่างสูงที่กำลังก้มๆ เงยๆ ทำท่าเหมือนจะมุดหัวเข้าไปในตู้เย็นก็ทำให้คนแอบมองเผลอหลุดขำ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังเขา

“หาหมูคุโรบูตะหรือไก่เมาความเย็นอยู่ล่ะ”

คนถูกทักชะงักไปเล็กน้อย พอรู้ว่าเป็นเสียงใครก็แอบซ่อนยิ้มเขินไว้ในตู้เย็น ก่อนหันกลับไปหาคนแซ็ว “ผมว่าตอนนี้ ผมนี่แหละ จะเมาความเย็นแทนแล้วล่ะ”

คนเพิ่งมาถึงห้องครัวหัวเราะจนตาหยี บรรยากาศเดิมๆ กลับมาแล้ว

สุดท้ายการสนทนานั้นก็จบลงด้วยการที่ทั้งคู่เอาของกินที่ซื้อมาจากตลาดเช้าออกมาอุ่น และนั่งกินด้วยกันที่โต๊ะเล็กในครัว อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารเหนือ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับสาวต่างถิ่นที่ย้ายที่อยู่บ่อยอย่างนิธินันท์ เพราะถึงแม้ว่านี่จะเป็นการมาเยือนเชียงรายครั้งแรกของเธอก็จริง แต่ถ้าเป็นภาคเหนือละก็ เธอไปมาหลายจังหวัดแล้ว

กีรติชวนหญิงสาวคุยเรื่อยเปื่อย แกล้งหลอกเธอว่ากับข้าวตรงหน้าทำมาจากของประหลาดๆ บ้าง แม้ว่าเธอจะยืนยันว่าเคยกินมาก่อน แต่ก็ไม่อาจซ่อนความตกใจที่ฉายวูบบนใบหน้าในเสี้ยววินาทีหนึ่งได้ ชายหนุ่มหลุดขำให้ท่าทางของเธอหลายครั้ง อดสงสัยไม่ได้ว่าคนน่ารักๆ อย่างนิธินันท์ทำไมถึงยังโสดอยู่ได้ ทั้งที่ความอัธยาศัยดีของเธอน่าจะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครต่อใครตกหลุมรักเธอได้ง่ายๆ แท้ๆ

 นิธินันท์มองเรียวปากที่เหมือนอมยิ้มอยู่ตลอดเวลาของชายหนุ่ม เพิ่งสังเกตตอนนี้ว่ากีรติอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่แล้ว พลันคิดไปว่า เวลาที่เขาใส่เสื้อยืดสีเข้มเหมือนเมื่อตอนเช้า เขาดูเท่ๆ แมนๆ แต่เวลาใส่เสื้อสีขาวแบบนี้ เขาก็ดูน่ารักขี้เล่นดีเหมือนกัน

“นี่อาบน้ำอีกรอบเหรอ”

“ใช่ กว่าจะทำความสะอาดเสร็จ เหงื่อนี่เต็มหลังผมเลย” กีรติแกล้งถอนหายใจ ว่าต่อด้วยเสียงตัดพ้อ “จริงๆ ถ้าพี่ช่วยผมนะ เราคงประหยัดน้ำได้มากกว่านี้เยอะ”

“ฉันจ่ายค่าน้ำเองก็ได้ย่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “เอ้อพี่ ถ้าพี่อยากซักผ้า ใช้เครื่องซักผ้าผมได้เลยนะ อยู่ข้างนอกติดประตูหลังบ้าน ไม่รู้พี่เห็นรึยัง”

“อ้าว อันนั้นของต่อซื้อเองเหรอ นึกว่าของบ้านเช่าซะอีก”

“ของผมเอง แต่พี่ใช้ได้ตามสบายเลย อาทิตย์นึงผมซักแค่ครั้งเดียว” ชายหนุ่มหยุดพูด เลิกคิ้วเหมือนคิด แล้วว่าต่อ “บางทีก็สองอาทิตย์ครั้ง สามอาทิตย์ครั้ง สี่อาทิตย์ครั้งก็มี” กีรติเลื่อนสายตาไปสบกับดวงตากลมตรงหน้าที่เจ้าของกำลังกลั้นขำอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ชายหนุ่มโคลงศีรษะไปมาแก้เขิน

“บางทีไม่มีใส่แล้วค่อยซักนั่นแหละ” คราวนี้นิธินันท์หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ คนพูดเลยแก้ตัวเสียงอ่อน “ก็ผมยุ่งน่ะพี่ พี่ใช้ได้ตามสบายเลยนะ”

“แหม ใจดีจริง” หญิงสาวว่ากลั้วหัวเราะ

“แน่นอน โสด ใจดี เชียงราย” เขายักคิ้วให้ “คุณสมบัติแค่นี้พอไหม”

คนฟังเอาแต่ขำ ยังไม่ทันได้ตอบเขา ชายหนุ่มก็ว่าเสริมอีก “แถมเครื่องซักผ้าให้ด้วยเลยอ้ะ”

“ขายของขนาดนี้ ตกลงที่ยังไม่มีแฟนนี่คือ...ไม่มีใครเอาใช่ไหม”

คนโดนหาว่าไม่มีใครเอามองค้อนหน่อยๆ “โธ่ พี่นันท์...ก็ว่าไปนั่น”

มื้อเที่ยงที่ดูจะอิ่มเสียงหัวเราะมากกว่าอิ่มอาหารใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ทว่าทั้งคู่กลับรู้สึกเหมือนว่าเวลาไม่ได้ผ่านไปนานขนาดนั้น อาจเป็นเพราะการได้มีเพื่อนหยอกเพื่อนคุยเล่นหรือเปล่า เลยทำให้มื้ออาหารที่ไม่ได้นั่งกินคนเดียวอย่างเงียบเหงาเช่นเมื่อก่อน ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากอิ่มท้อง และทำช่วยกันทำความสะอาดเสร็จแล้ว กีรติยกโน้ตบุ๊กของเขาออกมาตั้งที่โต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะหันไปหาคนที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นสอง

“พี่อยากให้ผมไปช่วยยกไหม”

“ไม่ต้องหรอก ของไม่ได้เยอะอะไร” นิธินันท์ตอบเขา กดยิ้มมุมปากให้ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไป

เพราะตอนที่เก็บโต๊ะหลังจากกินข้าวเสร็จ เธอบอกกีรติว่าช่วงบ่ายจะต้องทำงานต่อ แต่กินอิ่มแบบนี้มีหวังต้องง่วงแล้วเผลอหลับไปก่อนงานเสร็จตามเป้าแน่ๆ เขาเลยเสนอให้เธอยกโน้ตบุ๊กลงมานั่งทำด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น ถ้าเธอเผลอหลับไป อย่างน้อยเขาก็จะได้ช่วยปลุก แต่มีข้อแม้ว่า...

ปลุกครั้งละยี่สิบ โอเคนะพี่

คิดถึงหน้ากวนๆ ของเขาตอนพูดประโยคนั้นแล้วก็ต้องเผลอยิ้ม คิดว่าไม่อยากจะอยู่ใกล้เขา แต่เพราะความสุขเล็กๆ เวลาได้คุยกันนั่นละ ทำให้เธอเพลินจนติดใจ อยากจะอยู่คุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้านทานความต้องการของตัวเองไม่ไหว ตอบตกลงรับข้อเสนอ

อย่างน้อย มันก็ดีกว่าต้องนั่งทำงานเหงาๆ คนเดียวนี่นา

หญิงสาวแก้ต่างให้ตัวเองอยู่ในใจ

อย่างไรเสียตอนกินข้าวด้วยกันเมื่อตะกี้นี้ เธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกแปลกๆ เหมือนเมื่อตอนเช้าแล้ว คงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ


ต่อตรงนี้ 100%


              นิธินันท์หอบโน้ตบุ๊กกับกล้องถ่ายรูปคู่ใจลงมาจากชั้นสอง เดินเอาไปวางไว้บนโต๊ะข้างๆ โน้ตบุ๊กของกีรติ ชายหนุ่มจัดแจงหาพื้นที่ว่างให้เธอเสร็จสรรพ ช่วยเธอหยิบกล้องถ่ายรูปไปวางบนโต๊ะให้ ก่อนจะหันมาบอกว่า

“ปกติเวลาที่ต้องนั่งทำงานในห้องนั่งเล่นนานๆ ผมจะนั่งกับพื้นนะ แต่ถ้าพี่จะนั่งบนโซฟาก็ได้” คนพูดทำท่าจะเลื่อนโน้ตบุ๊กของตัวเองไปอีกด้านของโต๊ะ เพื่อให้เธอได้เลื่อนโซฟาเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น นิธินันท์เลยหยุดเขาไว้ก่อน

“ไม่ต้องย้ายหรอกต่อ ฉันก็ชอบนั่งข้างล่างเหมือนกัน นั่งบนโซฟาแล้วก้มนานๆ มันปวดหลัง”

“งั้นเดี๋ยวผมไปเอาเบาะรองนั่งมาให้” ว่าเสร็จก็สาวเท้าตรงไปทางห้องนอนของเขา ก่อนจะหยุดเมื่อถึงประตูแล้วหันมาถามเธอ “ตอนทำงานพี่ชอบฟังเพลงไหม แก้ง่วงอะไรแบบนี้”

หญิงสาวยิ้มน้อยๆ “เอาสิ”

หายเข้าไปในห้องไม่นาน เขาก็กลับออกมาพร้อมกับเบาะรองนั่งและลำโพงสีเงินขนาดกระชับมือ กีรติวางเบาะเอาไว้ที่พื้นฝั่งหญิงสาว เอียงศีรษะให้สาวร่างเล็กที่นั่งรออยู่บนโซฟาเป็นเชิงให้เธอลงมานั่งข้างล่างได้ นิธินันท์ทำตามที่เขาบอก แล้วดึงโน้ตบุ๊กของเธอมาใกล้ตัว เตรียมพร้อมจะเริ่มงาน แต่แล้ว...ท่าทางจดจ่ออยู่กับเจ้าเครื่องสีเงินที่ถือมาด้วยของเขา ก็ดึงความสนใจของหญิงสาวให้หันไปหา

“นั่งใกล้กันแค่นี้ จะฟังเพลงทีต้องต่อลำโพงด้วยเหรอ”

เขาหันหน้ามาเล็กน้อย เหลือบมองเธอ “พี่ไม่รู้อะไร เครื่องนี้เสียงมันดีมากเลยนะ ถึงจะต่อบลูทูธแต่เสียงก็ไม่สะดุดเลย เสียงใสๆ  เบสเยอะๆ ผมชอบ”

“เจ้าเครื่องเล็กๆ นี่ดีขนาดนั้นเชียว”

ต่อบลูทูธอย่างที่ปากว่าเสร็จ กีรติก็เลื่อนลำโพงที่เขาแสนจะภูมิใจนำเสนอให้เขยิบมาทางนิธินันท์เล็กน้อย เอนตัวพิงโซฟา พร้อมกับตอบคำถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “อ่าฮะ”

“ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ”

คำถามที่ชายหนุ่มสะดุด เลื่อนสายตาไปสบกับแววตายียวนที่มองมา เขากลั้นยิ้มแล้วหันกลับไปมองจอคอม พร้อมกับเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง

“พี่ชอบฟังเพลงแนวไหน”

“แพงแน่ๆ”

กีรติหลุดหัวเราะที่เธอไม่ยอมปล่อยประเด็นนั้นง่ายๆ เขาพยักพเยิดไปทางกล้องถ่ายรูปของหญิงสาว “มันก็ไม่เท่าไอ้นั่นของพี่ก็แล้วกัน”

นิธินันท์อมยิ้ม ลอยหน้าลอยตา “คอยดูนะ ถ้าเธอแกล้งกวนฉันมากๆ ฉันจะขโมยไปขาย”

ชายหนุ่มยิ้มปนขำ แล้วหันไปเปิดเว็บไซต์หาเพลงที่จะฟังด้วยกัน “ตกลงชอบฟังเพลงแนวไหน”

“อืม ก็ได้หมด”

“ยากไป ขอสโคปให้แคบลงอีกนิด”

“กรูฟไรเดอร์ส”

“พี่ชอบกรูปไรเดอร์สเหรอ” กีรติถามอย่างไม่ใส่ใจมาก ขณะพิมพ์ชื่อศิลปินที่หญิงสาวว่าลงไปในช่องค้นหา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักมือเมื่อได้ยินเสียงหวานตอบกลับมา

“ใช่ พี่บุรินทร์ เสียงเพราะมาก เวลาร้องเพลงบนเวทีนะ โหย เท่มาก ผู้ชายในฝันเลย”

ร่างหนาฟังเสียงคนเพ้อฝันแล้วเม้มปากกลั้นยิ้ม แอบชำเลืองมองคนโปรยยิ้มหวาน ประสานเมือเล็กๆ ไว้กลางอก ท่าทางเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในวิมานแห่งความฝัน อดไม่ได้ที่จะหันไปมองให้เต็มตา แล้วแกล้งเลิกคิ้วให้เหมือนว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องน่าประหลาดออกมา

“ฝันซะหล่อเลย เขามีลูกมีเมียแล้วพี่” นิธินันท์หันขวับไปหาคนดับฝัน ทว่าเขากลับชูสองนิ้วขึ้นมาตรงหน้า แล้วย้ำเตือนกับเธอว่า “ลูกสองซะด้วย”

“รู้แล้วย่ะ ฮึ่ย!

ย่นจมูกใส่นายจอมกวนเสร็จ ก็หันไปสนใจกับงานของตัวเองที่ทำค้างไว้ต่อ พอดีกับที่เสียงเพลงจากศิลปินคนโปรดของเธอดังขึ้น กีรติแอบลอบมองสาวแสนงอน ที่ตอนนี้เธอค่อยๆ แต้มยิ้มบางๆ ขึ้นบนใบหน้า เอียงศีรษะไปมาตามจังหวะเพลง ฮัมเบาๆ คลอตามไปด้วย อารมณ์ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูจะเป็นชายในฝันอย่างที่เธอว่าจริงๆ

“เป็นไง เสียงเพราะอ้ะดิ”

คนถูกถามย้ายความสนใจจากรูปในจอไปหาคนถาม ทว่าเขากลับไม่ได้หันมามองที่เธอ แต่กำลังง่วนอยู่กับปุ่มกดบนลำโพงตัวโปรดอยู่

“อืม” หญิงสาวตอบเบาๆ ในลำคอ

นิธินันท์วางสายตาเอาไว้ที่สีหน้าจริงจังของเขา เธอก็พอจับความรู้สึกได้บ้าง ว่าเสียงเพลงที่ดังผ่านลำโพงเครื่องนั้นฟังแล้วนุ่ม เพลินกว่าฟังจากลำโพงของโน้ตบุ๊กเป็นไหนๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้อินลึกขนาดรู้สึกว่ามันเลอเลิศอย่างที่เขาโฆษณาเอาไว้ แต่หญิงสาวก็เข้าใจความรู้สึกของเขาดี มันก็คงเหมือนกับที่เขาไม่รู้สึกอะไรเวลาที่มองพระอาทิตย์ตกดินจากระบียง ทั้งที่เธออดยิ้มให้ภาพธรรมชาติสวยๆ นั้นไม่ได้สักครั้งนั่นล่ะ คิดแล้วก็แอบยิ้มลับหลังเขา โปรแกรมเมอร์ที่เอาแต่ชอบหาว่าเธอติสท์จะรู้ตัวบ้างหรือเปล่านะ ว่าคนเราทุกคนต่างก็มีมุมติสท์ของตัวเองซ่อนอยู่ทั้งนั้น แล้วเจ้าลำโพงเครื่องนั้นนั่นล่ะคือเครื่องยืนยัน

ฟังเพลงด้วยกันไปกัน ทำงานด้วยกันไป นิธินันท์นึกขอบคุณไอเดียของกีรติเหมือนกันที่ชวนเธอลงมานั่งทำงานข้างล่าง เพราะนอกจากเสียงเพลงเพราะๆ ที่ช่วยขับกล่อมให้เธอทำงานได้อย่างไหลลื่นแล้ว ความง่วงยังไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้เลยแม้แต่น้อย หญิงสาวเริ่มอัปโหลดภาพที่เธอถ่ายมาเมื่อเช้าลงในเว็ปขายรูป พลันรู้สึกว่ามีกลิ่นหอมที่เริ่มจะคุ้นชินลอยวนอยู่ใกล้ๆ ช่างภาพสาวกำลังจะหันไปมองให้แน่ใจ เจ้าของกลิ่นหอมที่เริ่มจะทำให้หญิงสาวรู้สึกจั๊กจี้อยู่ในใจก็ว่าขึ้นก่อน

“หืมมม นี่พี่เอารูปไปขายในเว็บไซต์พวกนี้หรอกเหรอเนี่ย” กีรติยื่นหน้าเข้ามาดูที่หน้าจอของหญิงสาว พยักหน้าซ้ำๆ เหมือนจะบอกว่าเขาไขข้อข้องใจให้ตัวเองได้แล้วว่าเพื่อนร่วมบ้านสายติสท์คนนี้หาเงินได้จากทางไหน

“รูปพวกนี้ฝีมือพี่หมดเลยเหรอ”

“อื้ม” นิธินันท์ผงกหัวให้เขา พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เขาผูกสายตาอยู่กับหน้าจอเขยิบให้ออกห่างชายหนุ่มเล็กน้อย

“สวยอ้ะ” ชม...แต่ก็ขมวดคิ้วใส่เหมือนไม่เชื่อ “พี่ถ่ายเองจริงเหรอ”

“คิดว่าฉันไปขโมยรูปคนอื่นมาหรือไง”

กีรติยักไหล่ “ก็ไม่แน่หรอก ขนาดลำโพงผมพี่ยังคิดจะขโมยเลย”

นิธินันท์ทุบหัวไหล่ชายหนุ่มไปหนึ่งทีพร้อมกับถลึงตาใส่ มีโอกาสหน่อยไม่ได้ เป็นต้องก่อกวนเธอทุกที คนโดนคาดโทษด้วยสายตาไม่ได้หวั่นเกรง มองดวงตากลมโตของเธอนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมย้ายสายตาไปไหน เช่นเดียวกับเรียวปากที่แย้มยิ้มบอกความสุขเล็กๆ ในใจเขาก็ยังเด่นชัดอยู่อย่างนั้น

จู่ๆ นิธินันท์รู้สึกขัดเขินขึ้นมา ยามรู้ตัวว่าถูกสายตาที่เธออ่านความหมายไม่ออกจ้องมองอยู่ เธออยากจะย้ายสายตาไปมองทางอื่น แต่เรื่องที่ว่าง่าย เวลานี้กลับทำได้ยากยิ่ง ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นตึกตัก เหมือนเฝ้ารออย่างตื่นเต้นว่าเขาจะพูดอะไรออกมา

“พี่นันท์”

กีรติว่าเสียงไม่ดังมาก แต่ก้องกังวานในโสตประสาทของคนถูกเรียก หญิงสาวเม้มปาก ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เริ่มทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหน

“พี่นันท์จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขออะไรพี่สักอย่าง...”

เธอไม่ตอบแต่ผูกสายตาแน่นิ่งไม่ย้ายจากนัยน์ตาหยาดเยิ้มของเขาไปไหน นิธินันท์เห็นว่าหัวคิ้วของเขาย่นเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยคำนั้นออกมา

“ผมง่วงแล้วอ้ะ ขอนอนสักสองชั่วโมง พี่ช่วยปลุกผมหน่อยได้ไหม”

หา?

นิธินันท์ทบทวนสิ่งที่ได้ยินอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ลอบพ่นลมหายใจทิ้งคล้ายจะระบายเอาความตื่นเต้นที่คับอกเมื่อครู่ให้ออกไปให้หมด นี่หรอกเหรอคือเรื่องที่เขาอยากจะขอ ทำเสียอย่างกับเป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยให้เธอลุ้นอยู่ได้ตั้งนาน

ทีอย่างนี้ล่ะมารยาทดีจัง!

พอตอบรับคำขอที่เกือบทำเอาเธอหัวใจวายแล้ว ร่างหนาของคนต้นเรื่องก็ย้ายตัวขึ้นไปนอนเหยียบยาวบนโซฟาที่ช่างภาพสาวนั่งพิงอยู่ นิธินันท์เลือกที่จะไม่รบกวนเขาอีก แล้วปล่อยให้นายจอมกวนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนหลับไปอย่างสงบ ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หญิงสาวหยุดมือที่กำลังเลื่อนเมาส์ไปมา เรียวปากชมพูใสคลี่ยิ้มนิดๆ อย่างไม่รู้ตัวเมื่อเผลอจินตนาการถึงใบหน้าของชายหนุ่มยามหลับใหล

เพื่อนร่วมบ้านสาวขยับตัวออกห่างจากโซฟาอย่างเงียบเชียบที่สุด แล้วค่อยๆ หันไปมองเจ้าของเสียงลมหายใจนั้น และในตอนนั้นเอง ยิ้มน้อยๆ บนใบหน้า ก็คลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง คนแอบมองรวบสองขาของเธอมากอดเอาไว้ วางคางมนเอาไว้เข่า ทอดสายตามองเขา นายแบบใต้แสงไฟสลัวที่เธอเผลอหลุดปากว่า เพอร์เฟ็ก เมื่อครานั้น พอได้มองอย่างพิจารณาที่อีกครั้งใต้ความสว่างไสวแบบนี้...

“เพอร์เฟ็ก...” คำนั้นก็ยังลอยแผ่วเบาออกมาจากปากของเธออยู่ดี

นิธินันท์ไล่สายตามองคนหลับลึกอยู่หลายนาที แผงอกที่ยกขึ้นยกลงบอกว่าเขาอยู่ในห้วงนิทราที่ผ่อนคลายขนาดไหน แม้ว่าความสูงของเขาจะทำให้ขายาวๆ นั้นเลยออกจากขอบโซฟาไปก็ตามที ทว่าก็ไม่ได้รบกวนฝันแสนหวานที่แอบทิ้งร่องรอยเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของเขาได้เลย

คนแอบมองขยับตัวเล็กน้อย ยกสองมือขึ้นแนบแก้ม ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็รู้สึกอุ่นๆ ขึ้นมาที่สองแก้มเสียอย่างนั้น นิธินันท์ละทิ้งการหาคำตอบ แต่กลบความสงสัยถึงสาเหตุด้วยการหันไปหยิบกล้องคู่ใจบนโต๊ะขึ้นมาแทน โชคดีที่เธอกดปิดเสียงชัตเตอร์เอาไว้อยู่แล้ว หญิงสาวเปิดฝาเลนส์ออกวางไว้บนโต๊ะ แล้วค่อยถอยห่างจากนายแบบของเธออีกเล็กน้อย มองภาพตรงตรงหน้าจากหลังกล้อง หมุนปรับโฟกัส ความเข้มแสง สปีดชัตเตอร์และค่าอื่นๆ อย่างคล่องแคล่ว ก่อนเริ่มกดชัตเตอร์ เก็บภาพที่ยิ่งมองเท่าไร ยิ่งทำให้เธอหุบยิ้มไม่ได้เลย

ช่างภาพสาวค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วเดินอ้อมโต๊ะไปอีกด้าน แอบถ่ายภาพนายแบบจำเป็นที่ยังเดินอยู่ในความฝันจากอีกฟากหนึ่งของตำแหน่งเมื่อครู่ เวลาผ่านไปสักพัก หญิงสาวก็หยุด แล้วเลื่อนดูภาพทั้งหมดที่เธอถ่ายเอาไว้ เอียงใบหน้าขณะมองกล้องแล้วยิ้มอย่างพอใจ

มีความสุขจัง วันนี้ได้แต่รูปถูกใจ

เมื่อช่างภาพสาวแอบขโมยถ่ายรูปนายแบบจนพอใจแล้ว เธอก็คิดว่าควรพอแค่นี้ เพราะถ้าเขาดันตื่นขึ้นมาตอนที่เธอกำลังเล็งโฟกัสไปที่เขาล่ะก็ ดีไม่ดี คนไม่มีอารมณ์ศิลปินอย่างเขาอาจจะเห็นรูปภาพที่ถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติของมนุษย์นี้เป็นรูปน่าอายแล้วบอกให้เธอลบทิ้งก็เป็นได้ นิธินันท์คิดพลางเอื้อมมือไปหยิบฝาปิดเลนส์ และในจังหวะนั้นเอง กล้องถ่ายรูปที่เธอถือเอาไว้ด้วยมือเดียวก็ลั่นชัตเตอร์อย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้ว่าจะไม่มีเสียง แต่มันก็ทำให้คนที่รู้ตัวว่ากล้องทำงานเองสะดุ้ง เผลอหลุดเสียงหลง

“อุ้ย!

นิธินันท์รีบยกมือขึ้นปิดปาก หับขวับไปหากีรติอย่างรวดเร็ว

โชคดีเขาเพียงขยับตัวเล็กน้อย แต่ก็ยังนอนหลับปุ๋ย คนมีความผิดติดตัวถอนใจฟู่ๆ อย่างโล่งใจ ยิ้มแห้งๆ ให้คนหลับใหล

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ”

 

 



ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #708 pugkapig (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 11:48
    เราสงสัยคำว่า ความเข้มแสง ค่ะ คืออะไรหรอ โดยปกติแล้วปรับกล้องหลักๆแล้วมีสามค่า คือ ความไวแสง(iso) สปีดชัตเตอร์ และรูรับแสงค่ะ แล้วก็ถ้านางเอกใช้กล้อง dslr ยังไงเสียงชัตเตอร์ก็ปิดไม่ได้นะคะ มีโหมดเงียบแต่ก็ยังมีเสียงชัตเตอร์ค่ะ แต่ใช้กล้องมิเรอร์เลส ถึงจะไม่มีเสียง ซึ่งเราคิดว่าช่างภาพมืออาชีพเค้ามักจะใช้กล้องdslrกันมากกว่าค่ะ
    #708
    1
    • #708-1 เธญเธดเธเนเธญเธงเธฒ(จากตอนที่ 6)
      23 มกราคม 2561 / 12:05
      ตอนท้ายๆ เรื่องจะรู้ว่านางเอกไม่ได้มีกล้องตัวเดียวค่ะ เพราะจะมีฉากที่นางเอกสอนเพื่อนถ่ายค่ะ (ซึ่งในเว็บจะอัปไม่ถึงฉากนี้ค่ะ) และในตอนต้นๆเรื่องที่ไรต์ไม่ได้เมนชั่นตรงนี้ละเอียดเพราะไม่ได้ให้เรื่องนี้เป็นจุดสำคัญในฉากนี้ค่ะ ประเด็นสำคัญของฉากคือนางเอกถ่ายรูปพระเอกแล้วเผลอลั่นชัตเตอร์ ถ้าให้ดีเทลอื่นๆมากไป ไรต์เกรงว่ามันจะหลุดประเด็นค่ะ เลยไม่ได้ให้รายละเอียดตรงนั้นไว้ในฉากนี้ทั้งหมดค่ะ
      #708-1
  2. #594 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 00:06
    แอบชอบกันทั้งคู่
    #594
    0
  3. #334 Pimmy27pb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 19:25
    แอบถ่ายรูปผช.ตอนนอน เขินน
    #334
    0
  4. #194 Jellydolphin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 11:38
    พระนางน่ารักก
    #194
    0
  5. #174 บางเวลา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 11:36
    น่ารักมาก
    #174
    0
  6. #151 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 05:29
    ละมุนมากกกก อ่านไปยิ้มไปค่าา
    #151
    0
  7. #150 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 05:29
    ละมุนมากกกก อ่านไปยิ้มไปค่าา
    #150
    0
  8. #142 NonyPorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 20:31
    ชอบค่ะ นูน่ากะน้องชาย
    #142
    0
  9. #141 sitcha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 17:17
    ตัดเป็นตอนๆดีไหมค่ะไรท์
    #141
    1
    • #141-1 อินเอวา(จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2560 / 17:29
      ตัดเป็นตอนย่อยๆ ใช่มั้ยคะ มันอัปได้แต่ไม่แจ้งเตือนคนอ่านเหมือนกันค่ะ T^T
      #141-1
  10. #140 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 14:11
    อิน้องน่ารัก
    #140
    0
  11. #139 sumitt N. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 13:42
    เย้เย้ คิดถึงไรท์มากกกกก ขอบคุณค่ะ
    #139
    0
  12. #138 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 13:30
    อิอิ น่ารักอ่ะ^^ ><
    #138
    0
  13. #136 pim_pom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 12:34
    น่าร้ากกกกก
    #136
    0
  14. #135 Y. WaRiNRaN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 11:58
    หายไปนาน เลยค่ะ มาถี่ๆ เหมือนทนายชิน หน่อยนะคะ ส่งผู้ชายคนใหม่มา แต่ไม่ต่อเนื่อง มันคิดถึงงงง
    #135
    1
    • #135-1 อินเอวา(จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2560 / 12:52
      เดี๋ยวนี้มาบ่อยแบบทนายชินไม่ได้แล้วค่ะ เด็กดีมีระบบอัปแบบใหม่ติดกระดิ่งอะไรไม่รุู้ เค้าจำกัดความถี่ในการอัปค่ะ งืออออออ
      #135-1
  15. #134 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 19:04
    รอๆ นะคะ
    เข้ามารอทุกวีัันเลยค่ะ
    #134
    0
  16. #132 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 00:34
    พี่นันท์อยากกินเด็กซะแล้ว 5555 รุกเลยพี่ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ต้องรุก
    #132
    0
  17. #130 ao_majo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:00
    อย่าเป็นเลยพ่อสื่ออะ มันจะเสียเวลานะ ตั้งหน้าจีบเองเลยเหอะนายต่อ
    #130
    0
  18. #129 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:03
    ชอบมากๆเลยครับ^^
    #129
    0
  19. #128 Plume2k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 12:26
    มาอัพบ่อยๆนะคะ ชอบพี่ต่อมากเลยค่ะ
    #128
    0
  20. #127 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 12:49
    เด่วได้หวั่นไหวอีกนร้า
    #127
    0
  21. #126 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 12:22
    มีความละมุน........อ่านไปยิ้มไป 
    ขอบคุณค่ะ
    #126
    0
  22. #125 tweety_jirawan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 11:35
    ชอบน้องต่อผู้อ่อนโยน
    #125
    0
  23. #124 Beer Kanokporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 10:55
    โถ่ๆ น้องขายของขนาดนี้แล้ว พี่ซื้อเถอะคะ
    #124
    0
  24. #123 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 09:32
    รอๆน้าจ๊ะ
    #123
    0
  25. #122 Tippawan2433 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 08:52
    อ่อย แบบไม่รู้ตัว คนถูกอ่อยละลายแล้วละลายอีก
    #122
    0