[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 52 : การยั่วยวน Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    21 ม.ค. 63

ตอนที่ 48

 

เฟยฉางรับผ้าเช็ดหน้ามาพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นเพื่อหยุดเลือด จินที่เอนตัวดูภาพหัวใจที่เขาวาดบนแผ่นหลังฮิวจ์อยู่ก็เหลือบมาเห็นพอดีจึงเดินเข้ามาหา


“ทำไมเป็นงี้?” จินกระซิบถาม


“คิดว่าไงละ?” เฟยฉางดึงผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้จินดู จินก้มลงมองสีแดงสดบนผ้าเช็ดหน้าแล้วส่ายหัว


“แม้ว่านายจะเลือดออกแต่มันควรออกทางก้น ไม่ใช่จมูก”


“...เลือดไหลในตูด...” เฟยฉางตะลึงกับคำพูดของจิน


“หรือนายอยากเป็นคนทำให้อิเซเฟลเลือดออก คิดว่าตัวเองมีปัญญา?” จินเลิกคิ้วถาม


“...”


“ลองคิดตามนะ นายคิดว่าจะเอาชนะเลย์ตันได้ไหม?”


เฟยฉางหันไปมองเลย์ตันที่นั่งอยู่ข้างๆอาซาแล้วพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจ


“นักรบคนแคระสามารถฆ่าศัตรูได้ในระยะร้อยเมตร” จินหันกลับมามองหน้าเฟยฉางที่ซีดเซียวลงทันทีก่อนจะพูดต่อ


“นายยังคิดว่าทำได้?” คล้ายกับเห็นแผ่นหลังของเลย์ตันใหญ่ขึ้นเท่าตัว


“ฉันจะอยู่ห่างจากเขาหนึ่งร้อยหนึ่งเมตร” เฟยฉางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะตอบออกมา


“อย่าคิดอะไรโง่ๆเลย” จินตัดความหวังเขา


“ฉันไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นเลยนะ!” เฟยฉางโพร่งขึ้น


“หะ?” จินมองอย่างไม่เข้าใจ


“นายคิดว่า..ฉันจะทำสำเร็จหรอ?” เมื่อมองไปยังอิเซเฟลที่มีบรรยากาศเย็นเหยียบจินก็ถอนหายใจออกมา


“ฉันเชื่อในยาปลุกนั่น!


“...” เฟยฉางกำลังคิดว่าเขาจะขอลาเพราะเลือดกำเดาไหลดีไหม แต่ดูท่าแล้วคงหนีไม่พ้น


“นายจะกัดฉันทั้งตัวเลยไหม?” เฟยฉางถามด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะเปิดคอเสื้อด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง


“ฉันไม่กัดทั้งตัว” จินบอกก่อนจะเงียบไป


“....” เฟยฉางกลั้นหายใจกับสายตาที่มองมา


“ฉันจะเลาะกระดูกนายออกก่อนแล้วค่อยเอามันมากัดให้นายดู” จินพูดต่อทันที


“อีกร่างหนึ่งของนายมีขีดจำกัดไหม?” เฟยฉางถามอย่างหดหู่


“ตราบใดที่นายไม่เหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขา ฉันก็จะบินได้สูงมา” จินตอบด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ


อะไรคือขีดจำกัด..สูงมาก..


เฟยฉางพ่นลมหายใจอย่างเศร้าสลดก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้านบนแล้วชะงัก


“มีอะไร?” จินถาม


“ดูด้านบน”  


จินเงยหน้าขึ้นมองตามก็พบกับมนุษย์หมาป่าที่โผล่หัวออกมาจากประตูทุกบานและจ้องพวกเขาอยู่


“นายอยากชวนพวกนั้นไหม?” เฟยฉางเห็นท่าทางของพวกเขาก็ทนไม่ได้ที่จะถามออกมา ยังไงพวกเขาก็ถือว่าเป็นแขกถูกจ้องมองแบบนี้ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาไม่รู้ว่านี่คือมารยาของมนุษย์หมาป่าไหมเพราะทันทีที่พูดจบดวงตาแต่ละคนก็เปล่งเป็นสีเขียวทันที


“นายอยากให้เต้นท์ของนายกับอิเซเฟลมีดวงตาของมนุษย์หมาป่าเขียวๆซักสองสามคู่ไหม?” เฟยฉางเหลือบตาขึ้นไปมองพวกเขาอีกครั้งก่อนจะส่ายหัว


“ไม่ ลืมมันไปเถอะ”


จินมองไปรอบๆก่อนจะหยิบเอาขวดพริกไทยออกมาจากกระเป๋าและส่งให้เฟยฉางก่อนจะพูดขึ้น


“อะ ฉันผสมยาปลุกเข้าไปในนี้แล้ว อย่าลืมโรยมันบนอาหารของอิเซเฟล” คิ้วของเฟยฉางกระตุก อยากจะปฏิเสธแต่จินก็ยัดมันเข้ามาในมือเขาแล้วแถมยังบังคับให้กำไว้ด้วย


“อย่ากินเองเข้าใจไหม?” จินกำชับ


“ฉันว่า..นายอยู่ที่โนอาห์แบบนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่เลย” เฟยฉางแบมือดูขวดพริกไทยในมือ


“นายคิดอย่างนั้นหรอ?” จินถามด้วยรอยยิ้ม


“นายน่าจะไปอยู่ในซ่องและเป็นแม้เล้าไปเลย!” เฟยฉางพูดด้วยความโกรธก่อนจะโดนจินตีจนปลิวไปตกที่หน้าอิเซเฟล อิเซเฟลละสายตาจากหนังสือและมองคนที่อยู่ห่างกันไม่กี่นิ้ว เฟยฉางดีดตัวขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มพร้อมกับปัดฝุ่นตามตัว


“ฉันยืมเครื่องปรุงมา เรามากินบาร์บีคิวกันไหม?” เฟยฉางพูดพร้อมกับโชว์ขวดพริกไทย เขากวาดตาไปรอบๆก็เห็นกองไฟสี่กอง


กองไฟของอาซาและเลย์ตันไม่ได้แรงมากนัก สิ่งที่ถูกย่างอยู่นั่นทำให้เฟยฉางต้องลอบกลืนน้ำลาย


กองไฟของอันโตนิโอ้และชาร์มาลค่อนข้างลุกโชน แต่เพราะมีอันโตนิโอ้ที่เป็นพ่อครัวอยู่จึงทำให้เนื้อนั่นเริ่มส่งกลิ่นหอมไปทั่วพาให้ท้องร้อง


กองไฟของจินและฮิวจ์กำลังพอดี แต่ต้องลบภาพจินที่พยายามเอื้อมมือไปก่อกวนฮิวจ์เป็นระยะออก


และกองไฟของพวกเขาที่ไม่มีอะไรย่างอยู่เลย พวกเขาหันมามองหน้ากันอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งเฟยฉางทนไม่ไหว


“กินปลาย่างไหม?”


อิเซเฟลเหลือบมองตะกร้าของสดที่อันโตนิโอ้เตรียมไว้ก่อนจะตอบ


“เนื้อ”


เฟยฉางหยิบเนื้อออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเสียบมันลงส้อมเหล็กขนาดใหญ่ เขานำมันไปย่างอย่างร่าเริง เนื้อนุ่มอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่สั่นไหว กลิ่นหอมอ่อนๆเริ่มโชยมา


“หอมจัง” เฟยฉางก้มลงสูดกลิ่นด้วยความหิวโหย


“พลิกด้วย” อิเซเฟลบอก


“อือ” เฟยฉางหันกลับมาส่งยิ้มให้เขาก่อนกลับมาพลิกเนื้อ แต่พอพลิกกลับมาเท่านั้นแหละเขาก็เห็นมันไหม้ไปแล้ว อิเซเฟลหมุนตัวหนีพร้อมกับก้มลงอ่านหนังสืออีกครั้ง


“เอ่อ..อันนี้แค่ลองเฉยๆ เดี๋ยวจะทำจริงๆแล้วนะ” เฟยฉางหยิบเนื้ออีกชิ้นมาวางอย่างมั่นใจ


ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เนื้อไม้ดำเป็นถ่านวางกองอยู่ข้างมนุษย์ผู้หนึ่งจนกลายเป็นกองภูเขาเล็กๆ


มองไปทางอาซากับเลย์ตันก็เห็นพวกเขาย่างเนื้อกันอย่างมีความสุข


มองไปทางจินกับฮิวจ์ ทั้งที่คนทั้งคู่ไม่ถนัดในการปิ้งย่างแต่ก็พยายามย่างออกมาได้ดีจนมีอะไรให้กินอยู่


เฟยฉางวางบาร์บีคิ้วชิ้นที่เท่าไหร่ไม่รู้ลงก่อนจะลากตะกร้าของสดมาดูและพบว่าเนื้อหมดแล้ว


“ฉัน..ไม่มีเนื้อย่างแล้ว..ปลาได้ไหม?” เฟยฉางถามเสียงแห้ง อิเซเฟลลหันมามองตะกร้าที่มีปลาอยู่ก็พยักหน้า


“อืม”

“ดีละ! นายรอกินได้เลย!” เฟยฉางพูดอย่างร่าเริงพร้อมกับพับแขนเสื้อขึ้น


...


ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเฟยฉางก็นึกถึงคำพูดของตัวเองที่บอกอิเซเฟลไว้


ให้รอกิน..


แต่มันไม่มีอะไรให้กินแล้ว..


“....” เฟยฉางส่งตะกร้าที่โล่งไปกว่าครึ่งให้อิเซเฟลแล้วยิ้มแหย


“มีอย่างอื่นที่นายชอบไหม?”


“มีอะไรที่นายทำได้?” อิเซเฟลถามโดยไม่หันมามอง เฟยฉางถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะพูดขึ้น


“เครื่องมือของนายไม่ดีเท่าไหร่อะ มันควรมีตะแกรงเหล็กไว้วางของย่างด้วย” เขาเขี่ยๆไฟ


“แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของฉัน ไม่เกินความสามารถหรอก เอ่อ..แต่นายรอหน่อยได้ไหม?”


ใบหน้าของอิเซเฟลยังคงเรียบนิ่งเหมือนเคยเฟยฉางสูดหายใจเข้าลึก


“อา..”


เมื่อได้ยินคำตอบรับเฟยฉางก็คว้ากล้วยขึ้นมาเสียบที่ส้อมเหล็กทันที เขาไม่เชื่อหรอกว่าแม้กระทั่งกล้วยจะยังย่างไม่ได้ ยังไงก็ต้องสำเร็จ!


ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดการทำงานอย่างหนักของเฟยฉางก็ประสบความสำเร็จเขาได้บาร์บีคิวไม้แรกมาแล้ว เขาถือกล้วยไว้ในมือหนึ่ง อีกมือมีพริกไทยและถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


“นาย..อยากได้พริกไทยเยอะไหม?” แม้ว่ารอยยิ้มจะฉีกกว้างและดูจริงใจแต่มือที่ถือกล้วยอยู่กลับสั่นระริก


“ไม่” อิเซเฟลมองกล้วยและพริกไทยก่อนจะตอบออกมา


“ไม่เอาหน่อยหรอ?” เฟยฉางถามย้ำอีกครั้งแต่เมื่อเห็นอิเซเฟลไม่ยื่นมือมารับพริกไทยเขาจึงส่งไปแค่กล้วยปิ้ง อิเซเฟลยื่นมือออกมารับกล้วยก่อนจะปอกเปลือกออกมากินอย่างช้าๆ เฟยฉางถอนหายใจอย่างโล่งอก


“เขาเป่าอะไร...” เสียงจินดังมาจากด้านหลัง เฟยฉางสะดุ้งก้าวถอยมายืนข้างๆจินแทน


“ได้ไง?” เจ้าของดวงตาสีทองถามพร้อมกับจ้องไปยังอิเซเฟลที่กินกล้วยอยู่


“นายจะโรยพริกไทยบนกล้วยไหม?” เฟยฉางถาม


“นายแน่ใจนะว่านี่คือการทำอาหารให้กินไม่ใช่เล่นเกมส์ลงโทษ” จินถามทั้งยังขมวดคิ้ว


“กล้วยเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำแล้วไม่ไหม้” เฟยฉางกระซิบบอก


“...” จินมองภูเขาถ่านก่อนจะพูดขึ้น “นายเลยใส่พริกไทยลงในกล้วย?”


“ยังต้องถามอีกหรอ?” เฟยฉางถามกลับ จินหันมาจ้องเขาเงียบๆก่อนจะหายตัวไป


เฟยฉางมองความว่างเปล่ารอบตัวอย่างไม่สบายใจนัก แม้ว่าเขาอยากจะฆ่าตัวตายเพราะความอับอายมากแค่ไหน แต่เขาก็ทำไมได้ การจะฆ่าตัวตายอย่างน้อยก็ต้องนึกถึงภาพลักษณ์และสถานที่ ยังไม่ทันที่เฟยฉางจะคร่ำครวญกับตัวเองเสร็จ จินก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับบาร์บีคิวหอมๆในมือ


“อะ เอาอันนี้ไป”


บาร์บีคิว บาร์บีคิวของจริง! เฟยฉางมองมันทั้งน้ำตาคลอเบ้า


“อย่าลืมโรยพริกไทย!” จินกำชับ


“อืม” เฟยฉางรับคำก่อนจะลอบกลืนน้ำลายกับกลิ่นยั่วยวนตรงหน้า


“นายห้ามกินอันนี้เด็ดขาด สำหรับอิเซเฟลฉันยังคิดว่าเขาน่าจะห้ามตัวเองได้บ้าง แต่นายทำไม่ได้แน่ๆ” เฟยฉางนึกถึงตัวเองในสภาพน่าสังเวชออกเลย


“ฉันมีคำถามนึง..ถ้าเขาหยุดตัวเองไม่ได้ละ?”


“นายก็แค่ล้างก้นรอ” จินตบไหล่เขาพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ


“...”


“งั้นเลือกมาระหว่างอาซากับอิเซเฟล” จินถามน้ำเสียงเย็นๆ


“....”


“แล้วลองคิดถึงขนาดไอ้จ้อนของแต่ละคนด้วย” เฟยฉางหน้าซีดเมื่อมองไปทางอาซาก่อนเหงื่อเย็นจะไหลเต็มแผ่นหลัง


“เร็วเข้า!” จินเร่ง


สำหรับแกโดยเฉพาะ ไอ้แม่เล้า! ไอ้แมงดา! ไอ้จ้อนยาน!


เฟยฉางคิดว่าเขาคงหลีกหนีหายนะครั้งนี้ไม่ได้ขณะที่ก้าวไปหาอิเซเฟล หรือคิดเป็นเรื่องเล็กน้อย..น่าลอง..ดีไหม?



................................


เอาละขอรับ... จะเกิดสิ่งใดขึ้นกัน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #398 bomzakuki82 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:07

    กินกล้วย กล้วยเนี้ยนะตลก5555555555 กล้วยปิ้ง

    #398
    0
  2. #374 บิลเลียส (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:50
    นี่พวกแกทำอะไรก๊านนนนน
    #374
    0
  3. #316 Lormielis (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:56
    ......... กินบาร์บีคิวให้อร่อยนะ 555555 ไหม้หมดเลย
    #316
    0
  4. #263 Layla140518 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 06:15
    ปั่นเก่ง~~5555555
    #263
    0
  5. #261 realtoey (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 15:51
    จินเหมาะสมกับการเป็นแม่เล้ามากกกก เปลี่ยนอาชีพดีไหมพี่
    #261
    0
  6. #260 suriyakarn (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 15:36
    ปั่นจริง555
    #260
    0