[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 51 : การยั่วยวน Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    19 ม.ค. 63



“ไอศกรีมนี่มันไม่หน่อมแน้มไปหน่อยหรอ?” เฟยฉางละสายตาจากถ้วยไอศกรีมที่จินกำลังจัดการอยู่ขึ้นมาถาม จินดึงดอกกุหลาบสีแดงออกจากปากตัวเองพลางยกนิ้วขึ้นส่ายไปมาและพูดขึ้น


“นายรู้ไหมว่ามือสมัครเล่นกับมืออาชีพแตกต่างกันยังไง? ความจริงคือเราสามารถกลบสิ่งเน่าเหม็นด้วยความดีได้โดยไม่มีใครพบเห็น แต่ถ้ามือสมัครเล่นการโยนมันลงไปก็ไม่ต่างจากกองขยะเปียก”


“นายดูหนังเรื่อง The Return of the Pearl Princess ด้วยหรอ?” เฟยฉางถามอย่างตกใจ ไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะดังไปถึงเมืองแวมไพร์


“เป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ของฉันคือการตามหารักแท้” จินพูดพร้อมกับไล้กุหลาบลงบนกลีบปากของตัวเอง


“ฉันถึงได้สงสัยไง ว่าที่จริงแล้วนายอยากจะช่วยให้อิเซเฟลรู้จักความรักนั่นจริงๆ หรืออยากใช้ฉันเป็นหนูทดลอง” เฟยฉางพูดพร้อมกับมองจินเขม็ง


“ฉันเรียกมันว่าการวิจัย” เฟยฉางได้ยินอย่างนั้นก็มองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่าก่อนจะยัดถ้วยไอศกรีมคืนอีกฝ่ายก่อนจะพูดออกเสียงเบา


“เยี่ยม พี่ชายนายก็มีบัตรประชาชนแล้ว ฉันจะไม่เล่นกับนายอีก ถ้านายว่างก็ไปเล่นกับฮิวจ์เถอะ อ้อ อย่าลืมทานมื้อเย็นด้วยละ กินไอศกรีมมากไปจะทำให้นายท้องเสีย” เฟยฉางพูดจบก็หมุนตัวเดินหนีทันที จินรีบยื่นดอกกุหลาบไปขวางหน้าไว้


“ฉันถามอะไรหน่อย” เฟยฉางหยุดเท้ามองดอกกุหลาบตรงหน้า


“ว่ามา”


“ถ้านายเอาดอกกุหลาบเข้าปาก นายจะรู้สึกถึงหนามของมันไหม?”


“รู้สึกสิ”


“มันจะเจ็บไหม?”


“เจ็บ”


“แต่ถ้าฉันต้องเผชิญกับความรักที่กำลังแผดเผา ฉันจะหนีจากมันยังไง?” จินก้มลงมองกุหลาบในมืออย่างรักใคร่พร้อมกับพูดขึ้น เฟยฉางมองไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็พบกับรอยหนามบนนั้น


“ถ้าอยากจะกัดหรือกินมันอีก นายตัดหนามมันออกก่อนไม่ดีหรอ?” จินชะงัก เฟยฉางพูดต่อ


“หรือไม่ก็ลอกเปลือกนอกมันออกก่อนก็ได้จริงไหม? เก็บไปคิดนะ” เฟยฉางตบลงไหล่ของจินเบาๆพร้อมกับถอนหายใจ ดวงตาของจินเป็นประกายวูบหนึ่งก่อนจะรีบคว้าแขนเฟยฉางไว้ในตอนที่เขากำลังจะหนี


“ฮ่า ๆ นายคิดว่าฉันโง่ขนาดที่จะปล่อยนายไปหรอ?”


“ฮ่า ๆ ฉันแค่ทดสอบเฉยๆ”


“จำไว้นะ ส่วนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การให้ไอศกรีมกับอีกคน แต่เป็นช้อน” จินยัดถ้วยไอศกรีมใส่มือเฟยฉางและพูดขึ้น เฟยฉางเลิกคิ้วดึกช้อนออกมาพลิกดู


“มันทำมาจากทอง?”


“ทองแท้ๆ” จินตอบก่อนจะเงยหน้ามองเขาแล้วพูดต่อ

“แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นสำคัญคือนายต้องใช้ช้อนป้อนไอศกรีมให้เขา พอเขาเอาเข้าปากแล้วนายก็เอากลับมากินต่ออย่างช้าๆ อย่าลืมใช้ลิ้นเลียมันด้วย ตอนเลียก็จ้องหน้าเขาไว้เข้าใจไหม?” โคตรลามก! เฟยฉางคืนถ้วยไอศกรีมให้จินก่อนจะหันมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเอง


“นายกัดฉันให้ตายเลยดีกว่า”


“ฉันไม่กัดนายจนตายหรอก” จินส่ายหัว


ใช่แล้ว ฉันรู้ว่าแท้จริงนายเป็นพวกแข็งนอกอ่อนใน เฟยฉางคิดในใจพร้อมกับติดกระดุมกลับก่อนจะชะงักกับประโยคต่อมาของจิน


“แต่ฉันกัดนายได้ทุกที่ ตลอดเวลา”

 

....

 

ข้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ปรากฏร่างสองร่างกำลังก้าวเดินอย่างเงียบเชียบท่าทางนั้นไม่ต่างจากโจร จินหันมองเฟยฉางที่กลอกลูกตามองซ้ายมองขวาตลอดเวลา


“นายจำได้ใช่ไหม? หากมีอะไรไม่เข้าใจรีบถามมาเลย และจำไว้ด้วยว่าช้อน โอเคนะ ช้อน ช้อนคือกุญแจสำคัญ!


เฟยฉางได้ยินอย่างนั้นก็หวนนึกไปถึงตอนเขากำลังจะสอบเข้ามหาลัย แม่ของเขายืนส่งที่หน้าห้องสอบพร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่ง ในตอนนั้นเธอก็สั่งให้เขาจำย่อหน้านี้ ประโยคนั้น วลีโน้น เพราะเธอได้ยินว่ามันออกสอบมาก่อนในปีก่อนๆ ลูกต้องจำไว้นะ! นี่คือส่วนสำคัญ! อะไรแบบนี้เลย...


“ฉันอยากกลับบ้านไปกินซี่โครงหมูตุ๋น” เฟยฉางนึกถึงเรื่องเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบที่ใหญ่หรือเล็ก แม่ของเขาจะเตรียมซี่โครงหมูตุ๋นไว้ให้กินเสมอ แต่พอเริ่มทำงานแล้วเขาก็ไม่กินมันอีกเลยเพราะทุกครั้งที่เห็นจานซี่โครงหมูตุ๋น มันทำให้เขานึกถึงคะแนนสอบและก้นของเขาที่โดนฟาดจนกลายเป็นสีเดียวกับหมูตุ๋น


จินผู้ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ตบลงบนหน้าอกของเฟยฉาง

“มันจะโอเค ถ้านายได้ออกเดทกับอิเซเฟลเมื่อไหร่ ฉันจะเตรียมมื้อค่ำใต้แสงเทียนและซี่โครงหมูตุ๋นกับไวน์แดง!


หมูตุ๋น? ไวน์แดง? เฟยฉางตื่นเต้นขึ้นมาก่อนจะถามขึ้น


“นายรู้ได้ไงว่าสองอย่างนี้กินด้วยกันจะอร่อย?”


“ฉันจะรู้หลังจากพวกนายกินเสร็จ” จินตอบ


“...”

หัวใจของเฟยฉางแทบกระเด็นออกจากอกในตอนที่เห็นประตูห้องของอิเซเฟลเปิดออก จินกระโดดลงน้ำทันที


ซ่า!


จินดำดิ่งลงน้ำในขณะที่เฟยฉางตั้งการ์ดคล้ายรอต่อสู้ แต่รออยู่นานก็ไม่มีสิ่งใดโผล่ออกมาจากประตูที่อ้าออก จินโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ


“เขาอยู่ที่นี่ไหม?” เฟยฉางถามอย่างกระวนกระวาย


“เขากำลังมา” จินตอบเท่านั้นก็มุดลงไปในน้ำจนเกิดเสียงอีกครั้ง


“ดูเหมือนว่าเขาจะไม่...” เสียงของเฟยฉางหายไปเมื่อหันกลับมามองจินแล้วไม่พบ


“อ๊ะ! เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะสะดุ้งร้องตกใจเมื่อจินโผล่พรวดขึ้นมา


“นายนี่มัน...” จินถลึงตาไปทางด้านหลัง


“อ๋า!!” เฟยฉางหันมองตามแล้วตกใจ อิเซเฟล!


“นายคิดว่าฉันจะตกหลุมรักเป็นครั้งที่สองไหม?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบเช่นเคย ทันทีที่สายตาประสานกันเฟยฉางก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง จินเห็นท่าทางเหล่านั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง


“ฮ่า ๆ บังเอิญจังเลยที่เจอนายที่นี่” จินเอ่ยทักจากในน้ำ เฟยฉางกลับมารู้สึกตัวตวัดตามองจิน ข้อแก้ตัวมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงเลือกพูดอะไรโง่ๆออกมา


“อยากกินช้อนไหม?” เฟยฉางรีบน้ำเสนอเมื่อเห็นอิเซเฟลกำลังจ้องมองตนอยู่


“....” จินหมดคำจะพูด ส่วนอิเซเฟลก็มองเฟยฉางอย่างว่างเปล่าก่อนจะเดินหนีเข้าห้องไป


ทันทีที่ประตูปิดลง เฟยฉางก็รีบวิ่งหนีทันทีที่เห็นจินขึ้นจากสระน้ำ


“นายกินช้อนเข้าไปเลย! กินเข้าไป!” จินวิ่งตามพร้อมกับตะโกนไล่หลัง


“นายยังบอกว่า บังเอิญที่เจอ..บังเอิญ!” เฟยฉางตะโกนกลับ การวิ่งไปตะโกนไปทำให้เขาเหนื่อยจนพูดแทบไม่เป็นคำ หลังจากวิ่งไล่กันลงมาถึงสิบชั้นจินก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ เขาจึงเปลี่ยนร่างเป็นค้างคาวก่อนจะบินโฉบมาดักหน้าเฟยฉาง เฟยฉางหยุดวิ่งพร้อมกับจ้องร่างดำๆดวงตาประกายแดง จินกลับคืนร่างมนุษย์


“ฉันกำลังคิดอยากจะให้อันโตนิโอ้ทำซุปค้างคาวให้เลย” เฟยฉางพูดอย่างเสียดาย เพราะว่าเขาทำงานฟรีอยู่แล้วดังนั้นเขาควรจะมีความสุขกับการได้ดื่มด่ำอาหารรสเลิศที่หาไม่ได้ในโลกมนุษย์


“อันโตนิโอ้รู้วิธีทำหรอ?” จินถามทั้งยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เฟยฉางปาดน้ำลายตัวเองก่อนจะตอบ


“เขาบอกว่า ถ้าฉันจับได้จะทำให้”


“ดูเหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่กลายเป็นค้างคาวได้ที่นี่” จินพึมพำขึ้น


“อยู่ไหน?” เฟยฉางถามอย่างตื่นเต้น


“ตรงหน้านาย” เฟยฉางได้ยินคำตอบก็ถอนหายใจใส่จิน


“ทำไมนายถึงตัวเล็กจังเวลาเป็นค้างคาว” มันไม่พอที่จะอุดร่องฟันเขาด้วยซ้ำ


แผนไอศกรีมนั้นล่มไม่เป็นท่า จินคิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองเตรียมความพร้อมไม่พอทั้งยังขาดอุปกรณ์อีกหลายอย่าง เมื่อคิดได้เขาก็เดินไปลากเต้นท์ขนาดใหญ่กลับมา เฟยฉางตะลึงกับสิ่งนั้น


“นี่...”


“เมื่อสถานที่และสถานการณ์ประจวบเหมาะ ความรักจะปะทุขึ้นมา!” จินพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น เจ้าสิ่งนี้เขาจ่ายไปให้กับเลย์ตันไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นจะให้มันเสียเปล่าไม่ได้


“นายคิดว่าอิเซเฟลจะยอมมุดเข้าไปสร้างสายสัมพันธ์กับฉันในนี้หรอ?” เฟยฉางเลิกคิ้วถาม


“นั่นสิ” จินขมวดคิ้วลูบคางอย่างครุ่นคิด


สามชั่วโมงต่อมา จินมองเฟยฉางผู้ที่เดินวนเข้าครัวมาแล้วกว่าสามครั้งพร้อมกับอาหารถึงแปดจานก่อนจะพูดขึ้น


“นายคิดวิธีแก้ปัญหานี้ไม่ได้หรอ?”


“ฉันดูเหมือนคนใจดีที่ช่วยคิดตังค์ให้กับคนที่ขายตัวเองไหม?” เฟยฉางตอบพร้อมกับกลอกตา


“นายสาบายมาสิว่าไม่เคยคิดอะไรเกี่ยวกับอิเซเฟลเลย” จินถามพูด


“ก็มีบ้าง” เฟยฉางกำมือตัวเองก่อนจะพูดต่อ


“ตอนที่เขาบอกว่าจะหักค่าที่พักสองพันดอลลาร์และค่าอาหารอีกสามพัน ตอนนั้นฉันคิดว่าอยากจะฆ่าเขาให้ตาย”


“...”


“ตอนที่เขาบอกว่าฉันไม่สามารถเอาเงินที่นี่ไปใช้ในโลกตัวเองได้ ฉันก็คิดจะคืนชีพเขาก่อนจะฆ่าเขาอีกรอบ”


“...”


“ตอนที่เขาบอกฉันว่าแม้แต่ฉันจะกินลมแก้หิว เขาก็จะหักห้าพันดอลลาร์...” เฟยฉางหยุดชะงัก


“ยังไงต่อ?” จินถาม


“ฉันคิดถึงตอนจบของตัวที่กำลังสำลักลมจนตาย”


“นายไม่คิดเกี่ยวกับร่างกายของเขาหรอ?” จินถามต่อ


“ร่างกายเขาหรอ?” เฟยฉางทวนคำถามนั้นก่อนในหัวเขาจะผุดภาพซิกแพ็คของอิเซเฟล คิ้วของจินเริ่มคลายเมื่อเห็นใบหน้าของเฟยฉางแดงขึ้นเรื่อย ๆ


“เฮ้ แล้วนายไม่เคยคิดถึงใบหน้าเขาหรอ?” ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบโผล่ขึ้นมาในใจของเฟยฉาง


“เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารของโนอาห์เลยนะ เป็นที่โปรดปราณของพระเจ้า และยังเป็นขุนนางหลักของลูซิเฟอร์ นายไม่คิดถึงเรื่องนี้บ้างหรอ?” ได้ยินอย่างนั้นเฟยฉางก็เห็นแสงสีทองที่อยู่ล้อมรอบตัวอิเซเฟล


“สารภาพมาเลย! นายคิดไหม!” เฟยฉางสะดุ้งพยักหน้ารับทันทีที่จินโพล่งถามขึ้นมา


“นายคิดอะไร?” จินมองเขาอย่างตื่นเต้นและคาดหวัง


“คิดว่า คงจะดีไม่น้อยถ้าฉันได้เป็นอิเซเฟล” เฟยฉางตอบก่อนจะถอนหายใจ


“...นายยังจำที่ฉันขู่นายได้ไหม?” จินเปลี่ยนน้ำเสียงพูด


“นายจะร้องเพลงชวนประสาทหลอนทุกวันที่หน้าประตูห้องฉัน และจะกัดฉันทุกครั้งที่มีโอกาส..เดี๋ยวนะ” เฟยฉางชะงัก


“ดีที่นายจำได้ ทีนี้เรามาคุยกันเรื่องเต้นท์ดีไหมมีคำแนะนำอะไรดีๆหรือเปล่า?” จินได้ฟังแล้วก็พอใจจึงพูดขึ้น


“ไม่”


“กลับไปทวนสิ่งที่ฉันขู่นายแล้วตอบใหม่ นายมีคำแนะนำอะไรไหม?”


“จัดงานเลี้ยงรอบกองไฟที่แผนกต้อนรับเป็นการให้โบนัสพนักงาน” เฟยฉางเม้มปากก่อนจะพูดออกมา


“โอเค” จินรับคำ


“แต่เต้นท์ไม่พอคงไม่ดีเท่าไหร่”


“อ่า..โอเค” จินเข้าใจได้กับคำบอกนี้


“เต้นหนึ่งหลังนอนได้แค่สองคนเท่านั้น”


“อืม..รู้แล้ว” จินหรี่ตามองเฟยฉางด้วยความคาดหวัง เฟยฉางเห็นอย่างนั้นก็พูดไม่ออก


ในตอนที่ทั้งสองกำลังมองหน้ากันอยู่จินก็หยิบขวดเล็กๆออกมาจากกระเป๋า


“นั่นอะไร?” เฟยฉางถาม เขารู้สึกหนาวสันหลังแปลกๆ


“มันถูกให้มาพร้อมกับเต้นท์” จินตอบพร้อมกับหัวเราะในลำคอ เฟยฉางจ้องขวดนั่นอย่างไม่วางใจ


“มันคือ..ยาโดป” จินเหยียดยิ้มมุมปากให้กับเฟยฉางที่แข็งค้างไปเรียบร้อยแล้ว


.....


นอกจากวันลาประจำปีแล้วโนอาห์ไม่เคยจัดงานเลี้ยงอื่นให้กับพนักงานเลย นั่นจึงทำให้งานครั้งนี้มีคนตื่นเต้นและชื่นชมอยู่ ถึงธีมมันจะประหลาดไปหน่อยก็เถอะ


“ฮ่าๆ ถ้าไม่ใช่เพราะจินซื้อเต้นท์ของฉัน ฉันก็คงไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร” เลย์ตันพูดอย่างอารมณ์ดี


“เต้นท์มันเล็กแค่เข่าฉันเอง” อาซาบ่นขึ้น


“ฉันทำขนาด XXL แล้ว” เลย์ตันสวนขึ้นมา


“นายวัดขนาดจากอะไร?” อาซาถาม


“จากความสูงของฉันสามเท่า” เลย์ตันตอบ


“....”

 

..........


“จินฉลาดจัง นอนเต้นท์เป็นอะไรที่สนุกมาก” ฮิวจ์พูดอย่างร่าเริง


“อ่า..ที่รัก มันจะดีกว่านี้ถ้านายไม่มุดเข้ามุดออก” จินหันมาบอก


“แต่..แต่มันสนุกตอนที่ได้มุดเข้ามุดออกนี่” ฮิวจ์ตอบเขาทั้งน้ำตาคลอหน่วย


“...มานี่เถอะ เรามาทายคำจากการวาดบนหลังดีกว่า” จินตบที่นั่งข้างๆ

 

....


“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้ใช้เต้นท์บนโนอาห์” ชาร์มาลพูดอย่างตื่นเต้น


“...” อันโตนิโอ้


“อันโตนิโอ้ คุณนอนก่อนก็ได้แม้ว่ามันจะไม่สบายเหมือนเต้นท์ที่โลกเอลฟ์ แต่มันก็น่าสนใจมากนะ”


“โลกหมาป่ามีการตั้งเต้นท์ทุกหมื่นปี” อันโตนิโอ้พูดขึ้น


“...” ชาร์มาลเงียบไปครู่หนึ่งก่อนชี้ที่เนื้อย่างในมือตัวเองและพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ว้าว เนื้อย่างของคุณอร่อยมาก!!


“นั่นคือเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง ฉันรีดเค้นน้ำมันออกวยการอบก่อนจะนำมาปรุง” อันโตนิโอ้อธิบาย


“...”


...............


“เหมือนนายจะชอบอ่านหนังสือจริงๆแหะ” เฟยฉางที่มองอิเซเฟลอยู่เงียบๆมานานก็เอ่ยขึ้น


“อืม..” อิเซเฟลตอบรับ


“นายอ่านอะไรอยู่หรอ?” เฟยฉางขยับไปใกล้เขา


“ความหมายของชีวิตหลังความตาย”


“แล้วความหมายนั่นคืออะไรอะ?” เฟยฉางถาม


“นายจะรู้หลังจากตายแล้ว”


“เอ๊ะ..?” เฟยฉางชะงัก


“เพราะเราสามารถสรุปได้ทุกอย่างหลังจากลองทำมัน”


“หลังจากทำมันหรอ?” เฟยฉางเลื่อนสายตาไปที่เต้นท์ด้านหลัง ทางเข้าเต้นท์เป็นทรงตัววีคว่ำ และไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงเขาทำให้เห็นภาพตรงหน้านั้นเหมือนใครบางคนอ้าขาอยู่


“ฮะ?” เฟยฉางเลิกคิ้วเมื่ออิเซเฟลส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้


“เลือดกำเดาไหล”


....................................


ไม่รู้จะอธิบายเกี่ยวกับท่านเฟยฉางอย่างไรดี... 555555555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #315 Lormielis (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:50
    555555
    #315
    0
  2. #264 Pak-Duk (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 14:38
    น้องโว้ยยยย5555555555555555555555555 โอ้ยตอนนี้กาวไม่ไหวแล้วค่ะ5555555555 อะไรคืออยากกินช้อนมั้ย แงงงง5555555555555
    #264
    0
  3. #259 Gemini_gift (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 02:21
    เพิ่งกลับมาตามอ่าน ดีใจจัง ได้อ่านต่อ5555555
    #259
    0
  4. #256 suriyakarn (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 12:04
    โอ้ย กาวจริงๆ
    #256
    0
  5. #255 Aditt (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 11:53
    น้องเว้ยยยย 5555555
    #255
    0