[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 47 : โต้ตอบ [I]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    13 ม.ค. 63

ตอนที่ 43 โต้ตอบ [I]

มีขึ้นก็ต้องมีลง

...................


ฮิวจ์ค่อนข้างมีความรู้ระดับหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจึงไม่ต้องพยายามทำอะไรมากมายนัก เพียงไม่นานจินก็นอนหอบอยู่ใต้ร่างได้


“หยุดผลักฉันได้แล้วจิน” ฮิวจ์พูดอย่างหัวเสีย


“ถ้างั้นก็เร็วหน่อยได้ไหม?”


“ไม่ นี่ถือเป็นครั้งแรก ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสความสุข..” พูดจบฮิวจ์ก็ประกบปากจูบอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง


“อ๊ะ!


“เจ็บไหม?” ฮิวจ์ถามพร้อมกับลมหายใจหอบกระชั้นขึ้น


“ไม่..มัน..อา..โอเค..อา” จินตอบด้วยน้ำเสียงกระเซ่าขาดช่วง


เฟยฉางรู้สึกเหมือนเลือดกำลังไหลมารวมอยู่ที่หน้าอีกครั้ง ทั้งยังวูบวาบกลางช่องท้อง เอ่อ.. บางทีเขาควรออกไปจากตรงนี้และกลับห้อง ขณะที่เขากำลังจะดันตัวขึ้นนั่งประตูฝั่งหนึ่งก็ถูกเปิดออกพร้อมกับลูน่าที่เดินเข้ามาหา


“นายมาทำอะไรตรงนี้?” เฟยฉางได้ยินก็ทำทีเหมือนตัวเองกำลังง่วง


“อา..ฉันชอบมาแอบหลับแถวนี้น่ะ”


“จริงอะ? นอนตรงนี้มันดียังไง?” ลูน่าทรุดตัวลงนั่งข้างๆเฟยฉาง


“ฉันแค่มาลองดูในตอนที่นอนไม่หลับน่ะ”


“ยอดเยี่ยมมากๆ!


“การนอนบนพื้นแข็งๆอย่างนี้คงไม่ดีสำ...” เฟยฉางเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงกรนจากลูน่า เขาค่อยๆถอยออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบเชียบพร้อมกับเครื่องโดมินิก  


ในขณะที่เขากำลังจะเปิดไฟในห้องของตัวเอง เขาก็นึกถึงเสียงสบถของจินยามเรียกชื่อเขาด้วยความโกรธ.. หมอนั่นคงไม่มาเขาทีหลังใช่ไหม? เฟยฉางคิดอยู่ครู่ก็ได้คำตอบ หมอนั่นมาแน่ๆ


เมื่อได้ข้อสรุปแล้วเขาก็พาตัวเองไปที่มุมหนึ่งของห้องก่อนปรับเครื่องโดมินิกใหม่


เสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคู่รักดังลอดมา


“ฮิ..อื้อ..” จินหอบหายใจ “นี่..อา..ยังไม่พอหรอ?”


“ไม่..ฉันอยากได้..มากกว่านี้” ฮิวจ์คำรามตอบ จินเงียบลงเหมือนพ่ายแพ้ก่อนจะตะโกนขึ้นมา


“เวรเอ้ย!” เฟยฉางรีบวางเครื่องโดมินิกลงทันทีที่รู้ว่าคำด่านั้นถูกส่งตรงมาให้เขาเอง โอ้ จิน นายจะคิดถึงผู้ชายอื่นกำลังทำบะลักๆกับแฟนไม่ได้นะ ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ถูกคิดถึงในแง่ของความรัก แต่เป็นความเกลียดชัง


เฟยฉางเลิกสนใจและพยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าออกจากตู้มาสองสามชุดและหอบมันวิ่งขึ้นชั้นบนทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจินจะทำยังไงกับเขา เพราะงั้นเขาต้องหาที่ซ่อนตัว


สิ่งเดียวที่โนอาห์อาร์คไม่เคยขาดแคลนเลยคือห้อง บางทีเหตุการณ์วันนี้อาจจะทำให้จินมาขอบคุณเขาทีหลังก็ได้ ถ้าเกิดติดใจขึ้นมาน่ะนะ แต่ถ้าไม่จินต้องฆ่าเขาแน่ เพราะมันคงเจ็บและไหนจะนอนน้อยอีก เฟยฉางจมอยู่กับความคิดตัวเอง รู้ตัวอีกทีสภาพแวดล้อมรอบด้านก็เปลี่ยนไป


“เอ๊ะ?” นี่มันไม่ใช่ชั้นของอิเซเฟลหรอ? ทำไมถึงมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนชั้นนี้ด้วยละ? เขาไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ประตูบานหนึ่งก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งผู้มีเรือนผมสีเงินก้าวออกมา เฟยฉางมองเขาอย่างตกตะลึง คล้ายกับเห็นแสงออร่าแผ่ออกมาจากร่างของชายคนนั้น


ชายคนนั้นหยุดอยู่ข้างสระน้ำก่อนจะยื่นมือออกไปปล่อยเกล็ดบางอย่างลงสู่ผืนน้ำจนเกิดระลอกคลื่นแผ่วเบา และกลายเป็นแสงสว่างจ้าขึ้นมา


“เอ่อ..ขอโทษนะครับ” เฟยฉางเดินเข้าไปหาเขาอย่างลังเล ชายคนนั้นหันมามองหน้าเขา เบื้องหลังเป็นท้องฟ้าสีครามทอดยาวจนมองไม่เห็นที่สิ้นสุด


“คุณเป็นใคร?” เฟยฉางถาม และได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆตอบกลับมา


“ฉัน เมตาทรอน” เมตาทรอน? ที่อยู่ที่นี่มาตลอด? ไม่ใช่ว่าเขาอยู่ในชั้นที่ใกล้กับพระเจ้าที่สุดหรอ? เฟยฉางเงยหน้าขึ้นมองด้านบนและพบว่ามันไม่ใช่บันไดวนอย่างทุกที มันเป็นท้องฟ้าที่เปิดกว้าง แสงแดดสีทองอาบไล้ร่างเขาจนเกิดความอบอุ่นชวนให้ง่วงนอน


“นายเป็นคนแรกในหลายพันปีที่ได้ขึ้นมา” เสียงของเมตาทรอนคล้ายอยู่ไกลๆ


“อิเซเฟลไม่เคยมาหรอ? คนอื่นละ?” เฟยฉางถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ


“นี่คือประตูไปสวรรค์” เมตาทรอนตอบ


“มีเพียงผู้ที่แสวงหาความเป็นนิรันด์เท่านั้นถึงจะมาที่แห่งนี้ได้” เฟยฉางก้าวถอยหลังทันที


“ฉันก็ได้ยินมาว่าสวรรค์นั้นยอดเยี่ยมที่สุด ดีกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ฉันคิดว่าฉันยังใช้เวลาบนโลกไม่พอ ยังมีบางอย่างที่ต้องทำอีกเยอะ ถ้ายังไงฉันค่อยกลับมาอีกทีตอนที่พร้อมดีไหม?”


“ตราบใดที่หัวใจของนายแสวงหาความสงบ นายจะได้พบที่นี่อีกครั้ง”


“ที่จริงแล้ว สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือความสงบนี้แหละ มาที่นี่ทุกคืนได้ไหม?”


“ได้”


“นายใจดีจัง”


“นายคือผู้จัดการแผนกต้อนรับของโนอาห์อาร์คไม่ใช่หรือ ฉันเป็นแค่แขกที่เข้าพักเท่านั้น” เมตาทรอนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ เฟยฉางชะงัก


เออวะ..เกือบลืมไปเลย


“เอ่อ..แต่มันเป็นห้องของนายไง นายจองไว้แล้ว” เมตาทรอนไม่ได้พูดอะไรอีกเขาหันกลับไปที่ห้องของเขา เฟยฉางเดินตามเหมือนลูกเจี๊ยบ


“ก่อนหน้านี้นายโยนอะไรลงไปที่สระน้ำน่ะ?”


“แสงสว่าง”


“เอ่อ..งั้นหรอ แสงสว่างนี่เอง ว่าแต่..ทำไมฉันไม่เคยเห็นนายที่ห้องอาหารเลยละ?”


“ฉันไม่จำเป็นต้องกินอาหาร”


“อ่อ..อดอาหารบ้างก็ดีเนอะ”


“ก่อนหน้านี้นายบอกว่ามีเพียงคนที่ต้องการขึ้นสวรรค์เท่านั้นถึงขึ้นมาได้ แล้วมันมีคนตั้งเยอะไม่ใช่หรอที่อยากขึ้นสวรรค์”


“ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปได้” เมตาทรอนตอบ นั่นสิ..อิเซเฟลมีปียังมาไม่ถึงที่นี่ จินเองก็มีพลังมากมายก็ยังมาไม่ได้ ไหนจะฮิวจ์มนุษย์ล่องหนที่มีชีวิตอมตะยังมาไม่ได้เหมือนกัน ในตอนนี้เฟยฉางรู้สึกภูมิใจกับตัวเองยังไงบอกไม่ถูก


“ที่นี่มีกฎอะไรหรือเปล่า เผื่อว่าฉันจะได้มาอีก”


“ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” เมตาทรอนเดินเข้าไปในห้องของเขา ความจริงมันควรเป็นห้องนอน แต่สิ่งที่เฟยฉางเห็นมันเหมือนคริสตจักร มีไม้กางเขนแขวนอยู่ผนังด้านหนึ่ง เฟยฉางหยุดยืนและวาดมือไปตามตำแหน่งบนตัว


“อาเมน”


“บางที เพราะความตั้งใจที่จะขึ้นมาชั้นที่สูงที่สุดก็ได้” เมตาทรอนตอบคำถามนั้นของเฟยฉาง


“ฉันไม่ใช่คนดีมากมาย แต่ความตั้งใจและความพยายามคือหนึ่งในนิสัยของฉัน”


“นายพักผ่อนที่นี่ได้นะ” เฟยฉางมองไปรอบๆแล้วไม่เห็นสิ่งที่คล้ายกับเตียงนอนเลย


“เดี๋ยวฉันลงไปนอนข้างล่างก็ได้” เมตาทรอนหันกลับมามองหน้าเขา เส้นผมนุ่มลื่นแกว่งไกวตามการเคลื่อนไหว


“อืม” ก่อนที่เฟยฉางจะเดินออกไปเขาก็นึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาได้


“เอ่อ เมตาทรอน เทวดาที่ตกสวรรค์ได้ก็ต่อเมื่อทำบาปใช่ไหม? อิเซเฟลเคยบอกว่าเขาไม่เคยภูมิใจกับอะไรแบบนั้น นายรู้ไหมว่าเขาทำบาปอะไร?”


“ความเย็นชา” อะไรนะ? ความเย็นชานี่คือบาปหรอ? นั่นรวมอยู่ในบาปทั้งเจ็ดด้วยหรือเปล่า ความคิดของเฟยฉางพันกันยุ่งเหยิงขณะที่เขาเดินลงบันได

และเมื่อได้พบหน้าใครบางคนความคิดของเขาก็แตกกระเจิงทันที ความขุ่นเคืองถูกส่งมาทางสีหน้าและแววตาชัดเจน


“โอ้ ไง พี่ชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฉันคิดถึงนายมาก นายคิดถึงฉันไหม?” จินขยับยิ้มแต่ไม่ถึงดวงตา


“อ้อ นายคิดถึงฉันมากใช่ไหม ถึงได้วางกับดักทันทีที่กลับมา?”


“กับดัก?!” เฟยฉางอุทานออกมาท่าทางตกใจ “ใครทำ ฉันหรอ? เปล่านะ!


“ใครเป็นคนบอกให้ฮิวจ์ใช้น้ำมันพริก และร้องไห้จนกว่าฉันจะยอม?” ในขณะที่พูดอยู่ จินก็นิ่วหน้าด้วยความเจ็บจากช่องทางด้านหลัง


“...มันก็เพื่อผลประโยชน์ของนายเลยนะ”


“อ้อ? งั้นหรอ?”


“นายจะทำยังไงถ้าเห็นฮิวจ์นั่งน้ำตาคลออยู่มุมหนึ่ง? พอฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็เล่าให้ฟังทั้งหมดเลย ว่าเขาอิจฉานายกับเดีย โดยเรื่องอย่างว่าของนายกับเดียที่ เอิ่ม.. นายก็รู้นี่ว่าเรื่องมันเป็นเรื่องอ่อนไหว ฉันใช้เวลาตั้งนานเลยนะกว่าจะทำให้พวกนายกลับมาอยู่คู่กันอีก” เฟยฉางพูดก่อนจะเน้นที่ประโยคถัดมาเป็นพิเศษ


“และฉันคิดว่าต้องทำให้ฮิวจ์มั่นใจในตัวนาย และพร้อมจะก้าวข้ามขวางหนาม”


“หมายความว่า ฉันควรขอบคุณนาย?”


“ฮิวจ์ย่อส่วนลงตั้งเยอะ ที่..ตรงนั้นก็คงจะเล็กลงด้วย มันคงไม่ทำให้นายเจ็บมากนัก เวลาที่นาย..เอ่อ..นาย..” เฟยฉางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม จินตวัดตามองทันที


“ใช่! มันเล็กลง แต่เขาน่ะบ้าพลังมาก!


“นั่น...เป็นเรื่องน่าตกใจ..” เฟยฉางกระพริบตาปริบๆ ดูเหมือนความบ้าพลังนั้นจะเป็นกุญแจสำคัญสินะ จินไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากจ้องเขาเขม็งจนขนที่หลังคอเฟยฉางลุกชัน


“ไม่เป็นไรเฟยฉาง เดี๋ยวนายจะเข้าใจด้วยตัวเอง”

 

ทันใดนั้นเฟยฉางก็ไม่สามารถขยับตัวได้อีก และต่อมาเขาก็ลอยขึ้นอยู่กลางอากาศ จินยังคงเดินย้ำอยู่บนพื้นปกติ


“ฉันลืมบอกนายไปว่า นอกจากการดื่มเลือดแล้วฉันมีงานอดิเรกเยอะแยะไปหมด”


“แม้ว่านายจะไม่ชอบเรื่องที่ฉันทำ แต่นายก็อย่าลืมนะว่าฉันทำทุกอย่างก็เพื่อให้นายกลับมารักกัน!


“นายไม่คิดว่าเรื่องนี้มันดูเล็กไปหรอก ถ้าเทียบกับที่นายทำให้เดียกับอันโตนิโอ้มองหน้ากันไม่ติด”


“ฉันพยายามทำให้ฮิวจ์คิดว่า เดียกับอันโตนิโอ้อยู่ด้วยกันไง...” ประโยคถัดมาของเขาหายไปทันทีเมื่อเห็นร่างของอันโตนิโอ้ก้าวเข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีกัน และเขาก็พบความจริงที่ว่า จินเล่นงานเขาแล้ว



................................ 


มาพร้อมกับความซวยของท่านเฟยขอรับ ฮ่า ๆ ๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #311 Lormielis (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:25
    ตายอย่างเขียดดดดด 5555
    #311
    0
  2. #240 kartais (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 18:02

    น้องโดนเล่นแล้วว

    #240
    0