[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 40 : ผจญภัย Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    2 ม.ค. 63

ตอนที่ 36 ผจญภัย [II]

 

ทางลัดที่อันตราย

 

...

 

หากตัดเปลวไฟและกรงเล็บนั่นออกบอกได้เลยว่าคนคนนี้สะดุดตามาก ฉีเฟยฉางกลืนน้ำลายและพูด


“ขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ของนาย เพราะไม่เห็นประตูกับกำแพงน่ะ ฮ่าๆๆ เอ่อ..มันไม่ตลกเนอะ งั้น...ฉันไปก่อนละ”


เขาค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังแต่ก็ต้องชะงักกับคำพูดของเอลฟ์ตรงหน้า


“ถ้านายไป ฉันจะเผา” เฟยฉางชักเท้ากลับ


“นายมีหม้อไหม?”


ดวงตาของเอลฟ์เบิกกว้างและมองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เฟยฉางหัวเราะแห้งและเกาหัว


“พอดีฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็น” เอลฟ์ยังคงจ้องเขาอยู่


“เอ่อ..ฉันอ่านสายตานายไม่ออกมันซับซ้อนเกินไป มีคำใบ้ไหม?”


“ฉันก็ยังไม่ได้กินอะไร”


เอ่อ.. นั่นเป็นแววตาเห็นใจผู้ร่วมชะตากรรมใช่ไหม? เฟยฉางกระพริบตาปริบๆ


“นายรู้ไหมว่าหาของกินได้ที่ไหน แล้วเราไปหาอะไรกินด้วยกัน”


เคยได้ยินมาว่าเอลฟ์เป็นพวกกินมังสวิรัติไม่ว่าจะเป็นเอลฟ์มืดหรือเอลฟ์แห่งแสง และแม้ว่าเอลฟ์ตนนี้จะครึ่งมืดครึ่งแสงแต่เมนูมนุษย์คงไม่มีเขียนไว้ ในป่าที่อันตรายแบบนี้การอยู่กับมนุษย์ที่กินมังสวิรัติได้คงเป็นตัวเลือกที่ดีของเขา


“ทำไม?” เอลฟ์ถาม


“มันต้องมีเหตุผลด้วยหรอ?”


“แล้วไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอ?”


เฟยฉางนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่จนได้คำตอบจึงพูดออกมา


“เพราะฉันต้องการนาย” ดวงตาของเอลฟ์ไหวเพียงเล็กน้อย


“ฉันถามว่าทำไมฉันต้องไว้ใจนาย”


“เชื่อใจฉันนายก็ไม่เสียอะไรนี่?” เฟยฉางตอบพร้อมกับชี้ไปที่เพลิงบนฝ่ามือของเขา พร้อมกับรอคอยคำตอบของเอลฟ์


“ก็ได้” เปลวไฟในมือเขาหายไปทีละน้อย


“เดี๋ยวก่อน ไฟนั่นยั่งมีประโยชน์นะ” เฟยฉางแย้ง


“ไฟจะนำสัตว์ประหลาดเข้ามา” เอลฟ์ตอบ


“....” เฟยฉางระงับความต้องการที่อยากจะพ่นน้ำลายดับไฟนั่นลงคอ


“ฉันรู้ว่าหญ้าชนิดไหนกินได้ นายหาเอาแล้วกัน” เอลฟ์บอก


วอท? หญ้า?


“แม้ว่ามนุษย์จะเป็นสัตว์กินพืชได้ทุกชนิดแต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะกินหญ้านะ และอีกอย่างฉันชอบกินเนื้อ” เฟยฉางประท้วง “พวกเนื้อสัตว์ที่ไม่ฉลาด”


เอลฟ์เหลือบมอง


“แต่มันคงไม่เหมาะกับเอลฟ์เท่าไหร่ การกินเนื้อคงเป็นอะไรที่น่ารังเกียจเนอะ เพราะงั้นกินหญ้าดีกว่า มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”


“ข้างหน้านั่นนายจะเห็นเนินเขาพร้อมกับหญ้าที่มีหนามและเป็นสีแดง ไปเอามาให้ฉัน”


เอิ่ม...


“มันฟังดูค่อนข้างยาก จะดีกว่าไหมถ้านายทำเอง?” เฟยฉางถาม เอลฟ์มองเขานิ่ง


“แสงสว่างก็ไม่มีฉันจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนสีแดง” เฟยฉางพูดต่ออ


“ก็จับมันดู ถ้ามันทิ่มมือแสดงว่านั่นคือมัน”


“ไอ้..สีแดงใช่ไหม?” เฟยฉางถอนหายใจ หมอนี่หวังสูงเกินไปหรือเปล่าที่จะให้แสงจันทร์นำทางคนอย่างเขาเนี่ย แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้เฟยฉางก็เดินไปตามเส้นทางอย่างเชื่อฟังก่อนจะพบว่ามันถูกบล็อกไว้ไม่ให้ไปที่นั่น เมื่อเหลือบขึ้นมองเนินเขา - มันใกล้กับดวงจันทร์จริงๆ


“นายแน่ใจนะว่านี่คือเนินเขาเล็กๆ?”  เขากัดฟันเน้นตรงคำว่าเล็กๆ อีกฝ่ายไม่ตอบเขาจึงมองมันอย่างว่างเปล่า


หมอนั่นเชื่อในตัวเขาจริงๆหรอ? จู่ๆเฟยฉางก็อยากจะหัวเราะทั้งร้องไห้ ก่อนอื่นเลยไม่ว่าเนินเขาจะเป็นยังไงหรือมีหญ้าสีแดงที่กินได้จริงไหม ประเด็นคือ เขาจะปีนมันยังไง


เขายืนอยู่ใต้เนินเขาอย่างท้อแท้ ถ้าเขาไม่ปีนเขาก็ต้องกำจัดเอลฟ์นี้ก่อนจะเดินทางต่อ แต่ป่านี่มันใหญ่มากคงมีแต่ลิงนั่นแหละที่จะหาทางออกเจอ ส่วนเขาคงหิวตายก่อนที่จะได้ออกจากป่า


ยิ่งคิดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งหาทางออกไม่เจอ ดังนั้นจึงต้องเลิกคิดแล้วกระโดดเข้าใส่ปัญหาเลยแล้วกัน เฟยฉางถุยน้ำลายใส่มือสองข้างและนำมาถูกันก่อนจะยกขึ้นจับหินที่โผล่ออกมา เขาค่อยๆปีนขึ้นไปทีละนิดอย่างระมัดระวัง โชคดีที่แม้ว่าเนินเขานี้จะสูงแต่มันไม่ชัน เขาจึงมีที่ให้เดินขึ้นบ้างแต่พอมาได้ถึงครึ่งทางก็อดไม่ได้ที่จะมองย้อนกลับไป


ป่านี้มันมืดสนิทเหมือนกับทะเลหมึกที่รวมตัวกัน เขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินมาจากทางไหน นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว หากเขาไม่ทำตามที่เอลฟ์ตนนั้นบอกเขาอาจจะต้องเดินวนเวียนอยู่ในป่านี้แน่ๆ


เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็ไม่หันกลับไปมองอีก พยายามปีนขึ้นไปอย่างสับสน ไม่รู้ว่าเขาปีนอยู่นานแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ถึงเสียที ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากภาพถ่าย เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มอกปล่อยให้สายลมโอบอุ้มรอบตัวเขา


ดวงจันทร์ที่เปล่งประกายนั้นทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นบนหน้าของเขาก่อนจะหายไปทันทีเมื่อเห็นสัตว์ร้ายที่ที่ขนาดใหญ่กว่าอาซาเป็นสิบเท่าอยู่ที่เนินเขาอีกด้าน  ดวงตาแต่ละข้างเท่ากับหัวเขาด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงปากมันอาจจะกลืนคนเข้าไปทั้งร่างภายในคำเดียว เฟยฉางค่อยๆทรุดตัวลงนั่งและภาวนาไม่ให้มันเห็นเขา

 

สัตว์ร้ายกำลังสนใจลมภูเขาที่พัดผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตุผู้มาเยือนในถิ่นของตน เฟยฉางจับหน้าอกตัวเองไว้และใช้มืออีกข้างทาบลงไปบนพื้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขากำลังกวาดมองหาตำแหน่นหญ้าสีแดงอย่างรวดเร็ว


อันที่จริงเขาก็พอจะรู้ว่าตัวเองโดนหลอก หญ้าสีแดงนี่ก็คงหาไม่ได้ง่ายๆเพราะไม่อย่างนั้นเอลฟ์ตนนั้นคงบอกจำนวนที่ต้องการมาแล้ว แต่ในตอนนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่นอกจากยอมเงียบ


แต่เมื่อมาได้เห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้แล้วเขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ไม่มีมิตรแท้ในหมู่โจร! ในตอนนี้เขาทำได้เพียงสาปส่งเอลฟ์นั่นอย่างรุนแรงในใจ


ในตอนที่เขากำลังคร่ำครวญอยู่นั้นเขาก็ต้องเบิกตากว้างเพราะหญ้าสีแดงนั่นอยู่ด้านข้างของสัตว์ประหลาด บางทีอาจเป็นเพราะเขาหายใจแรงเกินไปดวงตาโตๆนั่นจึงหันมาหาเขาอย่างช้าๆ เฟยฉางไม่กล้าที่จะขยับตัว


"Singirl Hong?" สัตว์ประหลาดกล่าวออกมา


เอ๋? มันพูดได้หรอ? เฟยฉางรวบรวมคำตอบก่อนจะพูดออกมา


“ขอโทษนะ ฉันไม่เข้าใจภาษาของนาย”


“นายเป็นใคร?” สัตว์ประหลาดถามออกมา


ตกลงแล้วคำว่า Hong คืออะไรกันแน่ แต่เฟยฉางยังอายที่จะถามจึงตอบกลับ


“ฉันเป็นมนุษย์ที่ เอ่อ เดินทางมาโลกเอลฟ์ และกำลังหลงทาง” เสียงคำรามดังขึ้นมาจากสัตว์ประหลาด


“แกโกหก!! อาณาจักรสูญเสียการสื่อสารกับอีกแปดโลกไปนานแล้ว!


“ฉันสาบาน!” ฉีเฟยฉางยกมือขึ้นด้วยความกลัว เขากลัวว่าจะโดนกินเพราะสัตว์ประหลาดกำลังโกรธ เจ้าสัตว์ร้ายนั้นสำรวจเขาด้วยตาโตๆ


“แกเป็นมนุษย์หรือเปล่า?” เฟยฉางรีบพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว


“ทำไมมนุษย์มาอยู่ที่โลกเอลฟ์ได้?”


“จริงแล้วฉันทำงานที่โนอาห์อาร์ค ดังนั้น...” เฟยฉางกลัวอีกฝ่ายจะไม่เชื่อจึงรีบอธิบาย


“อ่อ...โนอาห์อาร์ค ฉันลืมที่นั่นไปเลย นี่เป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงสำหรับ BIBI ที่ฉลาดมากอย่างฉัน”


เฟยฉางเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมา หนึ่งคือสัตว์ประหลาดตัวนี้คือ บิบิ และสองมันเชื่อว่าตัวเองฉลาดมาก ข้อมูลนี้ถูกบันทึกเข้าสู่สมองของเขาทันที


“พระเจ้าเคยบอกว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดที่เขาสร้างขึ้นมา ฉันรอที่จะเจอมานานแล้ว”


“นั่นไม่จริงเท่าไหร่ ฉันคิดว่าบางครั้งมนุษย์ก็โง่มากทีเดียว” เฟยฉางตอบอย่างถ่อมตน


“ตอนไหน?” บิบิถามอย่างสงสัย


“อย่างฉันตอนนี้ไง ที่ไม่รู้หลงป่าได้ไง” สัตว์ประหลาดหัวเราะดังลั่น


“ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ป่านี่คือป่าแห่งการหลอกลวง การไม่หลงป่านั่นต่างหากที่แปลก” ป่าแห่งการหลอกลวง? ทันใดนั้นเฟยฉางก็รีบถามบิบิทันที


“ถ้าอย่างนั้นนายรู้ไหมว่าออกจากที่นี่ยังไง?”


“แน่นอน” มันตอบ “สภาพแวดล้อมทั้งหมดนี่เกิดจากจินตนาการของนาย นายจะออกจากที่นี่ได้ก็แค่ใช้จินตนาการ” ถ้าจะขยายความก็หมายถึงถ้าเขาคิดว่าหลงทาง มันก็หลง แต่ถ้าไม่หลงมันก็จะไม่หลง?


“แต่ป่าที่ฉันเห็น...” เฟยฉางค่อนข้างตกใจกับความจริงอยู่เหมือนกัน


“นายเห็นอะไร?”


“ป่าที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด”


“โอ้..ป่าที่ฉันเห็นมีขนาดเล็กมากและเห็นว่าขอบป่าอยู่ไม่ไกล” บิบิบอก


“ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันเล็ก แต่ผ่านไปมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อฉันเดินผ่าน” บิบิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง


“บางทีอาจจะมีเอลฟ์ซักตนที่มีความสามารถสูงร่ายมนต์” บิบินิ่งไปก่อนพูดต่อ


“เอลฟ์ส่งนายให้มาเอา มูนเฟรมใช่ไหม?” เฟยฉางได้ยินคำว่าเปลวไฟก็ตัดสินใจว่ามันอาจเป็นพืชที่เขากำลังมองหาจึงพยักหน้ารับ


“ถ้าอย่างนั้นก็ใช่แล้ว หลังจากร่ายคาถาแล้วผู้ที่ถูกสะกดจะต้องใช้มูนเฟรมในการแก้คาถานั้น”


เฟยฉางนิ่งไปครู่ก่อนจะถาม


“ที่ฉันหลงทางเพราะเอลฟ์นั้นหรอ?”


“ใช่” บิบิผงกหัวใหญ่ๆขึ้นลง เฟยฉางกำลังอยู่ในอาการปลาตาย พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าเขาต้องขอบคุณเอลฟ์นั่นไหมเพราะหมอนั่นทำให้เขาเป็นอย่างนี้!


“และถ้าเขาไม่ยอมให้นายออกจากป่า นายก็จะออกไม่ได้” บิบิพูดเสริม


“นายเป็นสัตว์ที่ยิ่งใหญ่และฉลาด นายช่วยฉันได้ไหม?”


“ไม่” บิบิเปิดปากของตนเผยให้เห็นเขี้ยวใหญ่


“ถ้านายตอบคำถามฉันไม่ได้ นายก็จะต้องอยู่ที่นี่”

 

........................................


ทำไมข้าน้อยสงสารท่านเฟยฉางขอรับ ฮ่าๆๆๆ  

 

 Cr.

Translators: Rook and Satellite 

Editor: Addis

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #304 Lormielis (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 12:24
    ใจร้ายมาก โลกเอฟล์ช่างทารุณกว่าที่ฉันจิตนาการ
    #304
    0
  2. #257 TTRRAA (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 12:57
    แกโลกนี้มันโหดร้าย ทำไมทุกคนทำกัลน้องงี้ ฮือ;-;
    #257
    0
  3. #250 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 19:13
    เดียเอาน้องมาแล้วก็ไม่รับผิดชอบเลย;-;
    #250
    0
  4. #200 Sigmar F (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 21:47
    โอ้ยยยยย สงสารน้องงงงงง
    #200
    0