[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 29 : สื่อกลาง Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    12 ก.ย. 61


 

ไม่ง่ายเลยที่จะเป็นพ่อสื่อ

 

____________________________________

 

ความชุลมุนเมื่อครู่จบลงเมื่อเดียเดินจากไป ความสงบมาเยือนพวกเขาอีกครั้ง

 

     อิเซเฟล บอร์ฆา และ อับบาดอน กางปีกบินหายไป แต่เดิมเฟยฉางวางแผนจะไปงีบหลับเติมพลังเสียหน่อย แต่พอหมุนตัวจะเดินไปบ้างเขากลับโดนขัดขวางโดยจิน จินลากเขาไปที่ห้องพักอย่างรุนแรง อาซาสุดทึ่มเดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มโง่ๆ แต่เพียงจะเดินเข้าห้องเขาก็โดนปิดประตูใส่จนเกือบจะโดนหน้า

 

เฟยฉางถอนหายใจกับประตูที่ปิดสนิท “ความจริงแล้วถ้าใครมาเห็นนายลากฉันเข้าห้องอย่างนี้คงดูไม่ดี”

 

“ไม่มีทาง” จินพูดอย่างมั่นใจ “ทุกคนรู้ดีว่าฉันไม่ได้ตาบอดขนาดนั้น”

 

เฟยฉางถลาเข้าไปที่หน้าต่างและทุบเสียงดัง “ราชาเอลฟ์ กลับมา! ฉันจะบอกนายทุกอย่างแค่ไม่กี่ถุงเหรียญทอง!!

 

จินฮัมเพลงรอเขาพูดจบอย่างสบายๆ “ขอบคุณที่เตือนฉันว่า มันไม่สายเกินไปถ้าจะฆ่าใครซักคนเงียบๆ”

 

เฟยฉางชะงัก

 

“นายรู้ไหม ฉันรู้ว่าวันนี้จะมาถึง ตั้งแต่แรกที่ฉันมาที่นี่” เฟยฉางมองหน้าจินก่อนพูดต่อ

 

“ฉันเลยเขียนทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับนายและเดียเป็นลายลักษณ์อักษร”

 

“.............”

 

“และฉันมอบมันให้กับคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด และบอกให้เขาเปิดอ่านให้ทุกคนได้รู้หลังจากฉันตายไปแล้วสามวัน”


“............”

 

เฟยฉางเบนหน้าหนีมองจินด้วยหางตา “สิ่งที่นายควรจะทำคือปกป้องฉันจากอันตราย ถ้าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จดหมายนั้นจะ...”

 

จินหรี่ตาสีทองของเขา “ฉันได้ยินมาว่าเรือโนอาห์มีมนุษย์เพียงคนเดียว”

 

“..........”

 

“ไหนบอกฉันสิ ว่านายพบบุคคลที่น่าเชื่อถือที่สุดจากที่ไหน?”



 

“นอกจากโนอาห์ไม่มีโทรทัศน์แล้ว แต่เรามีหนังสือ เรามียุทธศาสตร์ในการใช้มัน เพื่อไม่ให้การตายเสียเปล่า”

 

“....”

 

จินเลิกคิ้ว “แล้วนายตัดสินใจจะทำอะไร?”

 

“แน่นอนว่าฉันจะทำทุกอย่างต่อ และยืนข้างๆพี่ชายของฉันด้วยความเคารพ” เฟยฉางประจบ “เหรียญทองจะเทียบเท่ากับพี่ชายคนนี้ได้ไง จริงไหม?” ช่วยไม่ได้ เพราะตอนนี้เหรียญทองขู่เขาไม่ได้นี่ใช่ไหม?

 

รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้น “ตอนนี้เราคุยกันได้ยัง?”

 

เฟยฉางถอนหายใจอย่างโล่งอก “นี่เรายังไม่ได้คุยกันอยู่หรอ?”

 

ทุกอย่างหยุดชะงัก “ฉันคิดว่ากำลังหมกมุ่นเรื่องนี้มากไปไหม?” เขาถาม

 

จินหรี่ตาลง “นายเรียกว่าหมกมุ่น?”

 

เฟยฉางพยักหน้า “เรื่องที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขแล้ว เรื่องของฉันก็ถูกแก้ไขแล้ว สันติภาพและความมั่งคั่ง สภาพอากาศที่ดีต่อพืชและ..อย่างอื่นก็ดีแล้ว แม้แต่เรื่องของมนุษย์ล่องหน และ เจ้าชายแวมไพร์ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้ว ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบสุดๆ”

 

จากปีศาจน้อยไปปีศาจใหญ่ ราชาปีศาจกับราชาเอลฟ์ ทำให้เขารับรู้ถึงความหวาดระแวงและกลัวตลอดเวลาไม่กี่วันที่พวกเขาอยู่ ถ้าตอนนี้ทุกปัญหาออกไปแล้ว ชีวิตของเขาก็กลับมาปกติสุข

 

“แล้วเดียกับโอเมดันโด้ละ?”

 

เฟยฉางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ?” เขาโพล่งออกมาหลังจากนั้นไม่นาน

 

“ไม่มี แต่มันเกี่ยวกับฉันทุกทาง” จินตอบ เขารู้สึกคล้ายกับคนหาบ้าน พยายามมองหาทางออกจากเรื่อง โอเมดันโด้กับเดีย ในขณะเดียวกันก็รู้สึกท้อแท้ เพราะเขาก็เป็นเหยื่อไม่ต่างกับคนอื่น

 

ส่วนที่น่าเศร้าของฉากหลังคือ เรื่องแบบนั้นไม่ทันได้เกิดขึ้นเดียก็แทงเขาด้วยไม้เท้า แม้จะได้เสร็จสมอารมณ์หมายกันจริง แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เลิกกัน แล้วอะไรคือสิ่งที่เขาทำได้บ้าง? ยิ่งคิดมากเท่าไหร่จินก็ยิ่งเครียด

 

เฟยฉางถือโอกาสที่จินกำลังอยู่ในความคิดตัวเอง ค่อยๆคลานข้ามเตียงแล้วย่องไปที่ประตูอย่างเงียบๆ

 

“ฉันจะโยนนายไปรอบห้อง” จินกล่าวโดยไม่ได้หันไปดู เฟยฉางแข็งค้างเขายืนขึ้นดีๆก่อนหัวเราะเสียงแห้ง

 

“ฉันปวดฉี่ไม่ได้จะหนี ห้องน้ำอยู่ตรงนี้ใช่ไหม?”  

 

จินหันกลับมาด้วยเลิกคิ้วขึ้น “นายก็ลองออกไปดูสิ ถ้าใช่ก็คือห้องน้ำ ถ้าไม่ใช่ก็แค่อยู่ข้างนอก” 

 

     เฟยฉางเขย่าเบาๆที่ประตูด้วยนิ้ว และเดินผ่านมันไป เขาแสร้งทำว่าไม่เห็นประตูนั้นอีกและเดินต่อมาจนถึงห้องน้ำเปิดประตูเข้าไปด้านใน จากนั้นเขาก็ดึงฝาปิดโถลงและนั่งบนนั้น ความเหนื่อยล้าจากทางจิตใจและร่างกายทำให้ตาของเขาเริ่มหรี่ปรือ

 


____________________________________


ในความฝันของเขา เขากลับไปที่ออฟฟิศที่มีไฟวูบวาบเหมือนดิสโก้เทค และ เห็นเก้าอี้ที่เขาจัดการก่อนออกมานั่นอยู่ในโรงเก็บขยะ

 

ฮิวจ์เดินผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับไฟล์จำนวนมาก “นายทำแบบนี้ได้ไง?!” เขาถามด้วยเสียงโกรธๆ

 

“ทำอะไร?” เฟยฉางถามอย่างไม่ค่อยพอใจ

 

     ฮิวจ์โยนแฟ้มและเริ่มถอดเสื้อผ้าออก เฟยฉางเลื่อนสายตาลงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเสื้อหายไปเขาก็พบกับซิกแพ็คงดงาม เฟยฉางกลืนน้ำลาย ก่อนจะได้ยินเสียงคุ้นเคย... เป็นเสียงอิเซเฟล คล้ายกับอีกฝ่ายมากระซิบที่ข้างหู “นายเห็นอะไร?”

 

     เฟยฉางแข็งค้าง ตอนแรกเป็นฮิวจ์ ต่อมาเป็นอิเซเฟล ดวงตาสีรัตติกาลเหมือนอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่มองสบทุกครั้งเหมือนเขาจะโดนกลืนกินทั้งร่างกายและจิตใจ นี่มันเป็นหนังสยองขวัญประเภทไหน?!

 

จิตใจของเขาเริ่มสั่นไหวเพราะความคิดของตัวเอง ไม่ได้ เขาจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ เฟยฉางผลักอิเซเฟลออกอย่างแรงและวิ่งออกไปข้างนอก

 

     จากความทรงจำ สำนักงานถูกสร้างขึ้นเป็นโถงใหญ่ ด้านหนึ่งนำไปสู่ลิฟท์ มีทางเดินไปล็อบบี้ และทางตรงกันข้ามเป็นน้ำพุตกแต่งสวยงาม เมื่อเขาเดินตรงไป ทางเดินก็หายไปและน้ำพุก็ถูกแทนที่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เขาเดินไปแค่ก้าวเดียวแล้วล้มลงโดยไม่ทันได้เปิดปากร้อง เขากำลังจมลงไปในน้ำ หายใจไม่ออก


“อั่ก...” จมูกของเขาถูกปิดกั้นไม่สามารถหายใจได้ และทันใดนั้นเขาก็ตื่นจากความฝัน สายตาเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของจินพร้อมกับนิ้วที่คีบจมูกเขาไว้แน่น

 

เฟยฉางเปิดปากกอบโกยอากาศหายใจ จินปล่อยมือ “เข้าห้องน้ำ?”

 

เฟยฉางพยักหน้า

 

“โดยไม่ดึงกางเกงออกและไม่ยกฝาขึ้น?”

 

“ฉันท้องผูก” เฟยฉางตอบอย่างใจเย็น “ฉันต้องเข้ามาข้างในก่อนถึงจะออก”

 

จินหัวเราะเบาๆ “ฉันได้ยินมาว่า คนมีแนวโน้มสูงที่สูญเสียการควบคุมของกล้ามเนื้อลำไส้และจะเลอะเทอะอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อนั้นพวกเขาก็จะโดนทุบตี”

 

จิตสำนึกของเฟยฉางสั่งให้ต้องพูดออกไป “เอิ่ม...ฉันอยากขี้”

 

จินยื่นฝ่ามือมาโบกที่ด้านหน้าเฟยฉาง “กำปั้นของฉันจะช่วยให้นายกินขี้”

 

............


เฟยฉางลุกขึ้นยืนและตบไหล่จินด้วยรอยยิ้ม 


“เหมือนฉันได้ยินว่านายกำลังกังวลอะไรซักอย่าง? อย่าลังเลที่จะบอกฉัน เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำอะไรเพื่อนายบ้าง” แน่นอน มันเป็นหน้าที่

 

จินหดมือกลับและพูดจุดประสงค์ตัวเองทันที “นายวางกับดักให้เดียกับโอเมดันโด้ได้ไหม?”

 

     ฟัค.. เขาบอกว่าเขาไม่เคยหาแฟน และเขาก็ไม่เคยเดทเลยซักครั้ง ทำไมทุกคนชอบมาให้เขาช่วยเรื่องแบบนี้ด้วยวะ?! เฟยฉางมองไปที่จินอย่างขอโทษ 


“ฉันโสดมาตลอดนายรู้ไหม?”

 

จินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ “ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้านายสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ฉันก็คิดว่าจะหาคนดีๆให้นายซักคน”

 

เฟยฉางตาเป็นประกาย “ดียังไง?”

 

“สุภาพและอ่อนโยน” เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ดี ยิ่งอ่อนโยนเท่าไหร่พวกเขาก็จะรู้จักเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น

 

“แล้วรูปร่างหน้าตา?”

 

“เหมือน อาซา”

 

จินมองท่าทางที่เหมือนอดกลั้นอะไรซักอย่างของเฟยฉางก่อนจะพูดต่อ “หรือเอาแบบว่องไว มีไหวพริบ เป็นคนดี”

 

เฟยฉางจ้องเขม็ง “อย่าบอกว่าหน้าตาเหมือนเลย์ตัน”

 

“ฉลาดมาก” จินยกย่อง

 

“ฉันอยากกลายเป็นคนโง่ อย่างน้อยฉันจะได้ไม่รู้สึกอยากอ้วกแบบนี้”

 

เสียงหัวเราดังขึ้น “ไม่ดีหรอ? ถ้านายไม่สามารถอึได้จากด้านล่าง นายก็ขับมันออกจากข้างบน”

 

.........

 

เฟยฉางเปิดประตูห้องน้ำออกมาพร้อมกับท้องที่ว่างเปล่า จินตบไหล่เขาอย่างเห็นใจพร้อมส่งทิชชู่ให้สองสามแผ่น

 

เฟยฉางซับปากตัวเองก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนแรง “มันคือการทำตัวเป็นพ่อสื่อให้เดียกับโอเมดันโด้ใช่ไหม?”

 

ดูเหมือนว่าเขาจะหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ คงต้องยอมรับในโชคชะตาตัวเองเสียแล้ว จินพยักหน้ารับ

 

“งั้นก็เริ่มแก้ปัญหาที่เดียก่อน”

 

“ฉันคิดว่าเดียคงคิดอะไรกับโอเมดันโด้บ้าง” จินกล่าว “ถ้าไม่คิดอะไรจริงๆคงไม่สนใจหรอกตอนที่รู้ว่าโอเมดันโด้ได้รับบาดเจ็บ”

 

“ฉันหมายความว่า” เฟยฉางพูดแทรกอย่างหงุดหงิด “เราต้องแก้ไขเรื่องความโชคร้ายของนายกับเขาก่อน”

 

“โชคร้าย?!” จินตะโกนขึ้น “นายพูดถึงอดีตที่สวยงามเป็น เรื่องโชคร้าย ได้ไง?”

 

“ฉันเป็นคนสุภาพ แต่คำแรกที่นึกได้คือแบบนั้นน่ะ”

 

เมื่อคิดถึงความจริงที่ว่า เดียตกอยู่ภายใต้อำนาจจินในครานั้นถือเป็นการเอาเปรียบอย่างแท้จริง ริมฝีปากผู้ร้ายเริ่มสั่นเครือ


“นายจะให้ทำยังไง?”

 

“ก่อนอื่น .. เราต้องมีแพะรับบาป...”

 

“เราไม่มีแพะในโนอาห์”

 

“...มันเป็นคำเปรียบเปรย..” เฟยฉางถอนหายใจ “หมายถึง มีใครที่ใช้แล้วทิ้งให้ตายได้บ้าง”

 

“ทำไมพวกเขาต้องตาย?”

 

“ตายแหละดีที่สุด เพราะคนตายพูดอะไรไม่ได้ หึหึ” เฟยฉางหัวเราะอย่างชั่วร้าย “และแน่นอน แม้พวกเขาจะมาหานายก็ไม่ต้องกลัว เพราะยังไงนายทั้งสองก็ได้นอนในโลงอันสูงส่งอยู่แล้วนี่?” 

 

“ฉันเป็นแวมไพร์ที่มีเกียรติในตระกูลเลือดที่สูงศักดิ์ แน่นอนฉันเป็นชนชั้นสูง!” จินคุยโวทันทีก่อนชะงัก

 

“เอ๊ะ..นายเปรียบเทียบฉันกับศพหรอ?”

 

“ใครจะกล้าเปรียบเทียบนายกับศพกัน? ก็แค่ถามว่านายจะฆ่าเขาไหม” เฟยฉางยิ้มดวงตาเป็นประกาย

 

จินขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่ก็พยักหน้าอย่างพอใจกับคำตอบ “อย่างนี้นี่เอง โอ้ ใช่ๆ ฉันนึกออกแล้วว่าสองคนไหนเข้าเงื่อนไขของนาย หนึ่ง มนุษย์หมาป่า โอบิ เขาเสียชีวิตจากการกินมากเกินไปหลังออกจากโนอาห์”

 

 

ในตอนแรกเฟยฉางนึกชื่นชมความหรูหรา แต่ต่อมาเขาช่างโง่จริงๆ

 

“และยังมีคนแคระที่ชื่อนานิ ฉันคิดว่าเขาจมน้ำตายในอ่างอาบน้ำตอนที่ไปเยี่ยมไททัน”

 

เฟยฉางชูนิ้วขึ้น “ต้องคนนี้ละ”




____________________________________


วันนี้ไม่มีท้อคขอรับ... 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #295 Lormielis (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 08:46
    มนุษย์ต่างดาวพวกนี้มันอะไรกัน?!
    #295
    0
  2. #149 ตื่นสายใต้สะพานลอย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:50
    ขำ 555555
    #149
    0
  3. #132 Muchmi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 12:59
    สนุกดีค่ะ เป็นกำลังใจให้ผู้แปลนะคะ
    #132
    0