[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 11 : ผลกระทบ Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 417 ครั้ง
    31 ส.ค. 61

หายนะมาเยือน

 

_____________________________________________________________

 

     หลังร่วมรับประทานอาหารด้วยกันแล้วทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว เลย์ตันเชิญเฟยฉางให้มาดูสิ่งประดิษฐ์ชิ้นล่าสุดของเขา Domino Listening Device เฟยฉางหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาและสำรวจดู

 

“คุณแน่ใจนะว่านี่เป็นเครื่องดักฟัง ไม่ใช่คาไลโดสโคป ” โทรศัพท์เครื่องแรกบนโนอาห์ดูเหมือนจะเป็นความฝันอันไกลโพ้น...

(TL ; Kaleidoscope คือกล้องรูปร่างทรงกระบอก ด้านในเป็นกระจกเงาที่เราใส่พวกเม็ดสีหรือกระดาษสีเข้าไปน่ะขอรับ หมุนไปภาพก็เปลี่ยนไป )


“คาไลโดสโคปอะไรพวกนั้นไม่มีบนอุปกรณ์การฟังของฉัน”

 

“คุณไม่สามารถทำให้มันเหมือนโทรศัพท์ได้หรือ?” เฟยฉางวาดมือ “มันโค้งที่ข้างและ..”

 

“ฉันรู้ว่าโทรศัพท์มีลักษณะยังไง แต่แบบนั้นจำเป็นต้องมีสายเคเบิลหรือการเชื่อมต่อสัญญาณ แล้วเปรียบเทียบกับ Domino Listening Device ของฉันสิ?” เลย์ตันกรอกตาไปมาก่อนจะตอบ เรื่องนี้ทำให้เฟยฉางเริ่มสนใจขึ้นมา เขาก้มดูท่อหนาไม่กี่เซ็นกว่าคาไลโดสโคปในมือ

 

“มันใช่ยังไงครับ?

 

“หันมันไปที่คิดว่าเป็นจุดต้นเสียงแล้วหมุนเกียร์จากด้านล่างจนกว่าจะได้ยินมันชัดเจน”

 

เฟยฉางปฏิบัติตามคำแนะนำแต่ก็ยังได้ยินเพียงความเงียบ “ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย” เฟยฉางพูดเสียงอู้อี้

 

“คุณคิดว่าตรงนั้นมีเสียงหรอ?

 

ในเวลานี้เคาน์เตอร์ด้านหน้าเป็นที่เงียบสงบอย่างไม่ต้องสงสัย เฟยฉางนึกได้ก็หันอุปกรณ์ไปทางอื่น ห้องของจิน ค่อยๆหมุนเกียร์ในมือ เขาได้ยินเสียงพูดอย่างนุ่มนวลก่อนตามด้วยเสียงครวญครางแหบต่ำของจิน

 

 ไอ้ลามกจิน!!!

 

หน้าของเฟยฉางแดงกล่ำอย่างกับถูกไฟเผา เขารีบลดอุปกรณ์การฟังลง เห็นได้ชัดว่าเลย์ต้องเคยได้ยินมาก่อน เขาเพียงแต่ตบไหล่เฟยฉางอย่างเห็นใจ “นายค่อยเอามาคืนพรุ่งนี้ก็ได้”

 

คนขี้เหนียวอย่างเลย์ตันให้เขายืมของ? เฟยฉางรีบขอบคุณอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ แล้วจากนั้นก็ตั้งใจหาจุดที่มีเสียงฟัง ที่นี่ไม่มีทีวี ไม่มีคอมพิวเตอร์และไม่มีวีดีโอกระตุ้นสมอง อย่างน้อยเขาก็ควรใช้มันดื่มด่ำหาความสุขใช่ไหม? เขาได้ยินเสียงบางอย่างทางห้องของเขาด้วยอุปกรณ์ที่แนบหูอยู่ เพื่อความแน่ใจเขาเลยลองหันอุปกรณ์จนครบสามร้อยหกสิองศา

 

ทันใดนั้นเสียงต่างๆก็พุ่งเข้าใส่จนฟังไม่รู้เรื่องเขาเลยหยุดแล้วถอยหลังกลับอย่างช้าๆ มีเสียงดังขึ้นมากมายหลายแบบ เฟยฉางใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น จะไม่มีมอนสเตอร์อย่างก็อตซิล่าถูกขังอยู่ที่นี่ใช่ไหม? หลังจากหยุดฟังด้วยความคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็มั่นใจว่า มันเป็นแค่ที่จัดเก็บอาหาร

 

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและกังวลกับพวกอาหารเฟยฉางเลยตัดสินใจที่จะเข้าไปตรวจสอบดู ขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงเคาะดังขึ้นเขาเลยหยุด

 

“อ้าว ทำไมตรงนี้กลายเป็นกำแพงเหล็กงี้ละ?” เฟยฉางพึมพำ

 

เสียงต่อมาไม่ใช่เสียงใครเสียงอันโตนิโอ้ เฟยฉางไม่มีเวลาตกใจนานเมื่อเสียงต่อมาเป็นเสียงของเดีย

 

“หยุดทำเสียงดังได้แล้ว”

 

“ฉันอยู่ที่นี่มาไม่น้อยกว่าสามสิบปี ฉันไม่คิดว่าที่นี่จะเป็นกับดัก เชี้ยเอ้ย!” อันโตนิโอ้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธ

 

“มันมักจะเป็นฉันเสมอที่เข้ามาหยิบผลไม้ที่นี่ แกเข้ามาทำอะไร?

 

“ฉันมาเอาเฮเซลนัท” อันโตนิโอ้ตอบ “ถ้าฉันมีค้อนตอนนี้จะทุบให้ที่นี่ราบเป็นหน้ากอง”

 

เสียงที่ผ่านอุปกรณ์เงียบลงเฟยฉางเลยเข้าไปในโกดัง มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักจากครั้งสุดท้ายที่เขาเข้ามา เว้นแต่ไม่มีเทพบุตรหัวแดง รอยแตกบนพื้นยังอยู่เหมือนเดิม เฟยฉางสอดสายไปตามชั้นวางขณะที่เดินไปรอบๆ มีตะกร้าสับปะรด แตงโม และทับทิมกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

 

เฟยฉางยกเครื่องดักฟังขึ้นมาอีกครั้ง อันโตนิโอ้และเดียไม่ได้พูดอะไรอีก เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของสองคนนั้น เฟยฉางหมุนหาตำแหน่งจนครบรอบที่สามเขาก็ตัดสินใจว่าจะหยิบผลทับทิมและออกไปจากที่นี่ เขาเอื้อมมือหวังจะหยิบผลทับทิมแต่ต้องชะงัก เพราะพื้นเกิดสั่นไหวและมีแสงลอดผ่านขึ้นมา และกว่าที่เขาจะรู้สึกตัวเขาก็ถูกส่งตัวเข้ามาในถ้ำหนึ่ง

 

“อา...” เขาร้องไม่ออกจนกระทั่งทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

 

“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่” เฟยฉางมองไปรอบๆห้องที่อาบไปด้วยแสงสีส้ม หลังจากนั้นก็เห็นใบหน้าน่ากลัวของอันโตนิโอ

 

“ฉัน...ฉันตก” เขาพูดติดอ่าง อันโตนิโอ้ละสายตาจากเขามองไปที่ของในมือ

 

“ทำไมนายถึงเลือกทับทิมเหมือนกัน?

 

“ทับ..ทิม?” อันโตนิโอ้เตะวัตถุทรงกลมออกมา มันเป็นทับทิมสีแดงสด เฟยฉางหันหน้าไปหาเดียที่มีทับทิมอยู่ในอ้อมแขน

 

“เอ่อ นี่เป็นรหัสแบบไหน?” สิ่งที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้คือเฮเซลนัทนี่...

 

“ไม่เคยมีใครบอกหรอว่าที่นี่เต็มไปด้วยกับดัก? ฉันไม่น่าอยากได้ของทำเค้กเฮเซลนัทเลยให้ตายสิ”

 

เฟยฉางมองเดียที่กำลังเลิกคิ้วมองมาเหมือนจะพูดว่า ถูกต้องฉันไม่ได้บอก แล้วจะทำไม?

 

“มีทางออกไหม?” เฟยฉางถามพร้อมเลียริมฝีปาก

 

“แค่รอ เราจะสามารถออกไปได้หลัง 24 ชั่วโมง”

 

เฟยฉางสะดุ้งแล้วตะโกนด้วยความตกใจ  “24 ชั่วโมง!?

 

“ฮึ่ม..สมน้ำหน้า นี่ละผลของการขโมยทับทิม”

 

“แล้วจะทำยังไงถ้าหิวข้าว หิวน้ำ อยากเข้าห้องน้ำ?

 

“สองข้อแรกหากินเอง แต่ข้อสุดท้ายห้าม!

 

“...เราขอความช่วยเหลือไม่ได้หรอ?

 

“เมื่อก่อนเราทำได้” อันโตนิโอ้พูดขึ้นเบาๆ เฟยฉางเริ่มมีความหวัง

 

“แล้วตอนนี้ละ”

 

“เราทำไม่ได้”

 

“ทำไม”

 

“เพราะอิเซเฟลจะปรากฏตัวแค่สามสิบครั้งเท่านั้น” เดียพูดขึ้น

 

เมื่อเห็นว่าเฟยฉางยังคงสับสนอยู่ อันโตนิโอเลยอธิบายเพิ่ม “นี่เป็นครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่ง ที่ฉันโดนขังอยู่ที่นี่”

 

“สามร้อยหนึ่ง” เดียกล่าวเพิ่ม

 

เฟยฉางมองพวกเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 

“พวกนายจะบอกว่า ครั้งแรกของฉันถูกทำลายโดยพวกนาย?

 

“......”

 

________________________________________________________________

  


     ความเงียบทำให้เขาอึดอัดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า หวังว่าอีกฝ่ายคงคลุ้มคลั่งด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้วไล่กินเขากับเดียหรอกนะ ในระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเฟยฉางเปลี่ยนที่นั่งมาแล้วสิบหกครั้ง

 

“นายเป็นริดสีดวงหรอ” อันโตนิโอ้ถามด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นเขาเดินไปเดินมา

 

เฟยฉางดิ้นไปบนพื้น “ฉันเบื่อนี่นา”

 

“ฉันจะทุบนายถ้ายังเดินไปมาอยู่อีก”

 

“เอ้อ ใช่ นายยังไม่ได้บอกฉันว่าทำไมที่นี่ถึงมีกับดักมากมาย” เขาพยายามหาอะไรทำให้มันผ่านไปโดยไว

 

“เพราะคลังสินค้ามีชีวิต”

 

เฟยฉางเช็ดหน้าผากของเขาด้วยมือที่สั่นขึ้น “ฮ่าๆ เล่าต่อเลย ตั้งแต่ฉันโตมาฉันอ่านมาหลายพันเล่มเกี่ยวกับเรื่องราวแปลกๆจากห้องสมุด เรื่องนี้ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย”

 

“จบแล้ว”

 

“....ไม่ใช่แค่บทสรุป?

 

“....”

 

“ฉันเลือกหัวข้อหลักได้ไหม?

 

“ฉันเหมือนมนุษย์ห้องสมุดเคลื่อนที่?” เฟยฉางรีบส่ายหัว

 

“แน่นอนว่าไม่ใช่” เขาหยุดพูดไปครู่ก่อนพูดต่อ “นายไม่ใช่คนแน่นอน”

 


อันโตนิโอเริ่มง่วงเขาเอนตัวลงนั่งพิงผนังและพยายามจะงีบหลับ เฟยฉางมองไปที่เดีย เขาดูอยากออกไปจากที่นี่มากกว่าใคร ความงามของเดียแม้จะอยู่ในที่มืดยังส่องสว่างไม่เปลี่ยน บางทีเขาอาจจะนั่งอยู่ใกล้กันเกินไป เฟยฉางนึกเสียดายที่บทสนทนาเมื่อครู่จบเร็วเกิน ในขณะที่เขารับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ไวขึ้น

 

เดียขมวดคิ้ว “คลังสินค้ามีชีวิต มันเลือกผลไม้และผักแตกต่างกันในแต่ละวัน และกับดักก็จะทำงานถ้าใครไปหยิบมัน”

 

“เอ่อ..มีเหตุผลไหม?

 

“สุ่ม” เฟยฉางได้ยินคำตอบถึงกับพูดไม่ออก

 

“..อย่าบอกนะว่าในแต่ละเดือนนายเข้ามาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน?” ไม่ต้องสงสัยเลย ... เงียบแทนคำตอบ

 

“ปกติฉันโชคดี มีเพียงไม่กี่ครั้งที่ซวย ในแต่ละปีน่ะนะ” มันก็เข้าท่า มีอาหารมากมายในคลังสินค้า ซึ่งทำให้ความน่าจะเป็นในการถูกเลือกนั้นน้อยมาก

 

“เหมือนเล่นหวยน่ะสิ?

 

“อะไรคือหวย?

 

เฟยฉางถอนหายใจ “ก็เหมือนการเสี่ยงโชค คนหนึ่งล้านคนโยนเงินลงในมหาสมุทรก็หวังว่ามันจะพัดเงินที่มากกว่ากลับมาหาบ้างนั่นละ”

 

_____________________________________________________________

 

 

เวลาผ่านไปความทรมานก็เข้าจู่โจมเฟยฉาง เมื่อกระเพราะปัสสาวะของเขาเริ่มบีบรัดมากขึ้น และเขาอยากร้องเพลงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากตัวเอง

“จะร้องเพลงให้ถูก หรือ หุบปากไป~” อันโตนิโอดูไม่ค่อยชอบการร้องเพลงของเพลงเท่าไหร่นัก ในตอนนี้เฟยฉางลุกขึ้นหมุนซ้ายหมุนขวา

 

“สาวน้อยจากเขาอาลี~

 

ปัง! ทับทิมถูกโยนมาจนโดนหัวเขาแล้วเฟยฉางค่อยๆไหลลงมากองบนพื้น

 

ทุกอย่างเงียบสงบลงอย่างที่ควรจะเป็น

 

_____________________________________________________________

  

อาการปวดหัวอย่างรุนแรงเป็นความรู้สึกแรกหลังจากเฟยฉางตื่นนอน และ ฟัค ก็เป็นคำแรกที่เขาพูดเมื่อตื่นขึ้นมา เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นเขาก็ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งและอยู่นิ่งๆเมื่อเห็นภาพภายในห้องหมุน

 

“นายลาหยุดได้สามวัน”

 

เฟยฉางหันมองต้นเสียง อิเซเฟลกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้อย่างสบายๆ

 

“ฉันจะถูกหักเงินไหม?” นี่ละที่เขาเป็นห่วง

 

“ไม่ จ่ายปกติ”

 

เฟยฉางถอนหายใจ นี่อาจเป็นสวัสดิการ

 

“แต่วันที่นายติดอยู่ในกับดักไม่นับ”

 

“แม่ง!” เฟยฉางทุบเตียง “ทำไมนายไม่รวมมันเข้ากับวันหยุด?

 

“มันเป็นเวลางาน”

 

“โรงแรมนี้ไม่รับผิดชอบความเป็นอยู่ของพนักงานหรอ”

 

“นั่นคือเหตุผลที่นายได้หยุดสามวัน”

 

นี่เป็นการข่มขู่หรือเปล่า? ถ้าเขาปฏิเสธที่จะมีวันหยุดสามวันคงโดนกดดันแน่ เฟยฉางร้องไห้อยู่ในใจ อิเซเฟลปิดหนังสือลง

 

“ฉันใส่ยาสีฟันลงในแผลของนาย ลดอาการบวม”

 

....ยาสีฟัน?

 

ริมฝีปากของเฟยฉางกระตุก “นายใช้ยาสีฟันเพื่อลดอาการบวมในนรกด้วยไหม?

 

นี่เป็นวิถีชีวิตในนรกหรือยังไง!?

 

“ไม่ .. ฉันอ่านจากหนังสือเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์และพฤติกรรม”

 

“....นายไม่อ่านพวกหนังสือคู่มือที่ดีกว่านี้หรอ?

 

“ฉันอ่าน แต่เราไม่มีหนังสือแบบนั้นที่นี่” เฟยฉางเงียบ

 

“นายกลายเป็นเทวทูตตกสวรรค์ได้ยังไง โดนกระแทกจนตกมาแบบนี้หรือเปล่า?” เฟยฉางถาม เขาลองกดลงบนหัวตัวเองก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บ

 

“เราไม่เคยโดนตี”

 

... ทำไมการคุยครั้งนี้กับหมอนี้ให้ความรู้สึกเหมือน เดจาวู?

 

_____________________________________________________________

 

               สิ่งที่น่าดีใจในช่วงวันหยุดอันสั้นของเขาคือ ตลอดมาเขาได้สร้างเพื่อนดีๆไว้ ฮิวจ์และอาซาแวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาดอย่างที่คาดหวัง แต่เลย์ตันไม่เป็นอย่างนั้น เฟยฉางจำไม่ได้ว่าปกติเลย์ตันเคยออกจากห้องทดลองตัวเองนอกจากเวลาอาหารบ้างหรือไม่ตั้งแต่วันแรกที่เขามาถึง

 

“อย่ากังวลไปเลย ฉันสบายดี” เฟยฉางพูดขึ้น

 

“ฉันรู้ว่านายสบายดี แต่เป็นห่วงอยู่ดี” มิตราภาพนี้เกือบจะเทียบเท่าฮิวจ์ แต่เฟยฉางรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่กับความเร็วแบบก้าวกระโดด แต่คำพูดต่อไปของเลย์ตันนี่ละ ที่ทำให้เขาคุ้นเคยมาก

 

“ฉันเป็นห่วง Domino Listening Device

 

“...ฉันหมดสติไประหว่างทาง” เฟยฉางบอกเสียงแผ่ว นั่งลงบนเก้าอี้ที่ก่อนหน้านี้ถูกครอบครองโดยอิเซเฟล เลย์ตันคร่อมขาเขาแล้วมองมาอย่างไม่แปลกใจเท่าไหร่ เฟยฉางรู้สึกเหมือนโดนเปลวไฟแห่งความรักแทรกแซงร่างกาย

 

“ไม่เป็นไรเพื่อน ฉันจะได้คืนอย่างแน่นอน”

 

“หายไวๆละ” เลย์ตันหัวเราะและกระโดดออกจากเก้าอี้ “ตอนแรกฉันต้องการให้นายช่วยทดสอบคุณภาพของมัน แต่นาย...อืม... เตรียมเงินไว้จ่ายด้วยแล้วกัน ร้อยห้าสิบเหรียญทอง ถ้านายเอากลับมาไม่ได้”

 

เมื่อได้ยินเสียงคลิกที่ประตูเฟยฉางยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ในวันที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มหนี้ให้ตัวเองอีกร้อยห้าสิบเหรียญที่ขาดงาน และ อีกร้อยห้าสิบเหรียญทองที่ทำอุปกรณ์เชี้ยๆนั่นหาย เขาค่อยๆพาตัวเองไปนอนและห่มผ้า

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากใต้ผ้าห่ม “ทำไมฉันถึงเอามันออกไปนะ? และทำไมฉันต้องตื่นขึ้นมา!! โฮกกกก”  

 

 

 

 _____________________________________________________________

 

ทำไมทุกคนต้องรังแกเฟยฉางด้วยขอรับ ฮืออออ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 417 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #353 小现在 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:09

    ไม่น่าไปรอดครับ 55

    #353
    0
  2. #279 Lormielis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 05:29
    ติดหนี้หัวโตแล้วเฟยฉาง
    #279
    0
  3. #142 ตื่นสายใต้สะพานลอย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 18:47
    โถน้อง 555555
    #142
    0
  4. #75 RyomasU (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 07:14
    เหมือนจะเศร้านะ แต่ดันขำซะงั้น
    #75
    0
  5. #43 minggg- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 01:01

    ไม่ควรเอามาตั้งแต่แรกแล้วน้าาา

    #43
    0
  6. #28 mothergod (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 18:01
    ชีวิตโคตรเศร้า555
    #28
    0
  7. #14 tetsuyaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 19:17
    เฟยฉางบุคคลน่าสงสารแห่งปี555
    #14
    1
    • #14-1 Hakuja.(จากตอนที่ 11)
      1 กันยายน 2561 / 16:12
      และน่าหมั่นไส้ด้วยขอรับ
      #14-1