Rabbit Doubt : สภากระต่าย (บ้า) จอมโกหก

ตอนที่ 45 : [ตอนพิเศษ EL x LR] Lecture คาบที่ 2 : ฉากเปลี่ยนอารมณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 เม.ย. 54

จากกระทู้ [Short School : Story by Yourself ร.ร. หัดเขียนเรื่องสั้น] ในพูนิก้าค่ะ

http://www.punica.co.th/bbs/viewthread.php?tid=2397&extra=&page=1




Lecture คาบที่ 2 : Everybody Lies

+ ฉากเปลี่ยนอารมณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว




ผอ. LR : “หวัดดี เจอกันอาทิตย์ละครั้ง คิดถึง ผอ. กันบ้างไหม?”


LR พูดพร้อมโปรยยิ้มหวานหยด มือขวาเชยคาง นัล


นร. สาวน้อยหน้าตาน่ารักขึ้นมาจ้องตาหวานเชื่อม (ขนาดมดยังอาย)




นัล : “ผะ...ผอ. คะ <3 <3




“ผอ. คะ ยังเมาค้างรึเปล่า” อจ. MB วิ่งออกมาห้ามผอ. (พรากผู้เยาว์) ทันที


ไอริวิ่งตาม MB ออกมาพร้อมแอบกระซิบเบาๆ



ไอริ : “เมื่อวานผอ. กลับมาตอนเช้า สงสัยจะไปเริงร่าท้าราตรีมาสุดๆ”


ผอ. LR : “เมาอะไร? ไม่เมาหรอก แค่ครึ้มอกครึ้มใจเท่านั้นเอง ฮะ ฮะ”


LR เปลี่ยนมาจ้องตาไอริ ดวงตาคมวาวแลดูเจ้าเล่ห์เหมือน Lady Rabbit


MB : “มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอคะ?”


LR หันกลับมาหา MB มุมปากหยักยิ้มขึ้นสูง “เรื่องนั้นน่ะ...” เขาโน้มตัวไปกระซิบข้างหู

“เด็กๆ” เสียงแหบพร่าลงเรื่อยๆ “ไม่ควรรู้หรอก”


(ฟารา : เสียงแหบเพราะอะไรคะ!?!)


“MB!” (อิจฉา!) ไอริผวาตัวเข้าไปรับร่าง MB ที่อ่อนยวบยาบเป็นขี้ผึ้งลนไฟ


ผอ. LR : “เอาล่ะ ฮะ แฮ่ม...มาเข้าเรื่อง หัวข้อ ของรอบนี้กันดีกว่า จากรอบที่แล้ว

ฉันไม่ได้พูดถึงความสำคัญของการเขียนโจทย์ให้ตรงกับหัวข้อ

ก็เลยมี นร. บางคนใช้ช่องว่างจากการที่ ฉันไม่พูด แต่งมาแบบลูกผีลูกคน

แต่งตามใจตัวเองมั่ง เข้าไม่ถึงประเด็นมั่ง สุดท้ายคนวิจารณ์ก็ต้องมานั่งเพ่งกสิณ

ค้นคะแนนขึ้นมาให้จากใต้ก้นทะเลกันเลยทีเดียว (ฟารา : ดีนะไม่โดนสึนามิพัดไป)

ขอให้นักเรียนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของหัวข้อ เหมือนที่ อจ. แพท กล่าวไว้ว่า"




"เนื้อเรื่องที่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่อาจตอบความต้องการของข้อกำหนดได้...ไม่มีคุณค่าอะไรในการตัดสิน..."



"หัวข้อที่ฉันให้ไป เปรียบได้กับ ธีม (Theme) ของเรื่อง เป็นแก่น เป็นหัวใจ

ที่กำหนดให้เพราะต้องการให้ฝึกเขียนกัน

(เพราะถ้าให้คิดกันเอง คนวิจารณ์อาจจะตีอกชกหัวตัวเองแล้วนั่งร้องไห้ได้)

สำหรับคนที่ชั่วโมงบินสูงหน่อยก็อาจจะพอถูไถถากๆ เอาคะแนนไปได้

แต่ยังไงก็ขอให้ไปฝึกฝนสกิล (แถ) ไถให้เทพกว่านี้ด้วย

รอบนี้ฉันจะอธิบายการตีโจทย์ให้ฟังกันคร่าวๆ ว่า ‘Everybody Lies’ หรือ ‘ทุกคนโกหก’

หมายถึงอะไร? เอ้าใครสงสัยก็ถามมาได้เลย”





pacis : “ผอ. ครับ ถ้าทุกคนต้องโกหกแล้ว ผมมีตัวละครที่ไม่โกหกได้ไหมครับ!”


ปัง! ผอ. LR ยิงปืนเฉียดหน้าภูมิไปนิดเดียว


“คิดว่าเป็นญาติกับไอ้คุณ IAN แล้วจะได้รับสิทธิพิเศษหรือไง

ถามอะไรวอนตายอย่างงั้นฮะ? ชื่อก็บอกแล้วว่า ทุกคนโกหก

แล้วถ้ามีคนไม่โกหก มันจะตรงหัวข้อไหม”



ปี้บ ปี้บ ปี้บ เสียง IPHONE ของ LR ดังรัวๆ 


<อย่าใจร้ายกับนักเรียนมากเกินไปค่ะ ไม่งั้นฟาราจะใจร้ายกับ LR นะ>


“ชิ...” LR ถอนใจพลางหันไปหาภูมิที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม


“...จะมีคนไม่โกหกก็ได้...แต่ต้องใส่เหตุผลที่ยอมรับได้มาด้วย

ซึ่งถือว่ายากกว่าการทำตามโจทย์…ถึงการตีโจทย์จะเป็นเรื่องสำคัญ

แต่การสื่อให้คนอ่านเข้าใจถึงการตีความของเราก็สำคัญไม่แพ้กัน

ขอให้ทำควบคู่กันไป...พูดถึงขนาดนี้แล้วก็หวังว่าจะได้เห็น

ไอเดียอะไรที่น่าทึ่งๆ สำหรับเรื่องสั้นในรอบนี้นะ”



ฟารา : การเขียนเรื่องอะไรที่เป็นการประกวดและมีคนตัดสิน

ควรจะดูที่ จริต ของคนตัดสินเป็นสำคัญ ว่าคนตัดสินมีความชอบไปในแนวทางไหน

การดู จริต ของนักวิจารณ์ของ Short School ก็ให้ดูความแตกต่างในหัวข้อที่แต่ละคนวิจารณ์

ถ้าสังเกตซะหน่อย ทั้งๆ ที่เป็นหัวข้อเดียวกัน แต่นักวิจารณ์จะมีเกณฑ์ไม่เหมือนกัน

คุณสมบัติในการวิเคราะห์ คนอ่าน เป็น 1 ใน ทักษะ ที่นักเขียนสมควรมี

หากสักแต่จะเขียนแล้ว ย่อมสร้างงานที่อาจจะไม่ถูกกับ จริต ของคนอ่านหรือคนตัดสินได้


ผอ. LR : “ต่อไป มาต่อกันที่ หัวข้อพิเศษ ฉากเปลี่ยนอารมณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว

ที่ให้เขียนหัวข้อนี้ ก็เพราะเห็นว่าควรจะหัดเขียน ฉากนี้จะเขียนให้ดีและแนบเนียนได้นั้น

อาจจะต้องใช้ประสบการณ์สักหน่อย เพราะงั้นฉันจึงไม่ได้ตั้งมาตรฐานไว้สูง

ขอให้เขียนอะไรที่แสดงถึงความพยายามในการจูงอารมณ์คนอ่าน

ไปในทิศทางที่พวกเธอต้องการ ถ้าสามารถทำได้คล่องเมื่อไร

พวกเธอก็คือวาทยากรผู้ควบคุมอารมณ์ มาเอสโตรผู้ชี้เป็นชี้ตายความรู้สึกของคนอ่าน

ให้เรื่องราวที่พวกเธอรังสรรค์ขึ้นมา มีเสน่ห์ยิ่งกว่างานประพันธ์ชิ้นอื่นใด

ขอให้ตั้งใจเขียนกันให้เต็มความสามารถ”



(ฟารา : นั่นสุนทรพจน์เหรอคะ LR)


ไอริ : “ผอ. ฮะ ช่วยยกตัวอย่างฉากเปลี่ยนอารมณ์หน่อยสิฮะ”


LR นิ่งไปสักพัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนมองไอริด้วยสายตาเย็นยะเยือก


“อะไรกัน เรื่องแค่นั้นยังคิดเองไม่เป็นเหรอ?”


ไอริ : “อะ...เอ๋...ไหนผอ. บอกว่า สงสัยอะไรก็ถามได้ไงฮะ”


LR หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “เหรอ? ฉันพูดตอนไหนล่ะ”


LR ถอนใจแรงๆ ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย


ไอริ : “ก็ ก็...ในประกาศที่ส่งมาทางอีเมลนี่ไงฮะ!”


ไอริโชว์หน้าจอมือถือ...เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตัวเองทำให้ LR โกรธเรื่องอะไร


“เรื่องซีนอารมณ์นี่ ฉันยกตัวอย่างไว้ในหน้าแรกแล้วนะ

อุตสาห์เสียเวลาเขียนตั้งนาน เคยอ่านกันไหม!?!



LR ดันไอริ เข้ากำแพงแล้ววางแขนทั้ง 2 ข้างคร่อมปิดทางหนี


(ผนัง : "ชะอุ๋ย กดกันเบาๆ ฮ่ะ อย่ากดแรงไป เดี๋ยวผนังจะช้ำ")


“เป็นถึง อจ. ฝ่ายกิจกรรมซะเปล่า กลับไม่ยอมอ่านประกาศให้ละเอียด

เมื่อไหร่จะเลิกสักทีไอ้นิสัยแบบขอไปที เอาสบายเข้าว่า

มีอะไรก็มาถามเอาๆ ไม่เคยคิดจะหาเองก่อน”



“ผะ...ผอ.” ไอริน้ำตาคลอเบ้า


LR กระชากคอเสื้อไอริขึ้นมาแล้วตะคอกด้วยสีหน้าจริงจัง


“แค่อ่านประกาศเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วจะอยู่รอดในสังคมได้ไง!

ขอทีเหอะ ไอ้นิสัยเหลาะแหละ เลินเล่อ ทำตัวถ่วงความเจริญเนี่ย!”



“LR ฮะ” น้ำตาไอริไหลเผาะๆ ในหูอื้อไปด้วยเสียงของ LR

รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว ก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกคอหอย


LR มองไอริที่ก้มหน้าลง ไม่ต้องบอกว่ากำลังร้องไห้อยู่


“ชิ!” เขาสะบัดมือออกจากปกเสื้อของไอริแล้วเสยผมอย่างขัดใจ


“ผอ. LR ฮะ...” ไอริดึงมือของ LR ไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกไป


“อะไร”


ไอริ : “ขอบคุณมากเลยฮะ!”


ไอริเงยหน้าขึ้นมายิ้มร่าทั้งๆ ที่น้ำตานองหน้า


“ฮึก ฮึก ผมดีใจมากจนร้องไห้ ฮือ ฮือ

ตั้งแต่เกิดมาพิ่งมีคนเป็นห่วงผมขนาดนี้แหล่ะ

ถึงกับดุด่าเพื่อให้ผมได้ดี! แบบนี้เขาเรียกรักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีใช่ไหมฮะ!



ไอริมอง LR ด้วยสายตาวิบวับ


‘อึก...เราว่ามันแรงขนาดนี้แล้ว มันยัง...ยิ้มได้อีก’


LR อึ้งจนลืมชักมือที่ถูกไอริกุมแน่นออก


“ไอรินายนี่มัน...จะเรียกว่า...ซื่อ โง่ รึบ้า ดีนะ”


LR มองสีหน้าไร้เดียงสา (?) ของไอริด้วยความเอ็นดู


“เออ ลืมไป...แกเป็นมาโซนี่หว่า”


“ไม่ใช่นะฮะ!" ไอริเถียงทันที


"สำหรับ LR ผมเป็นได้ทั้ง S และ M ต่างหากล่ะ!” ไอริโผเข้ามากอด

แต่ LR พลิกตัวหลบจนไอริพุ่งไปชน MB ที่กำลังถ่ายวิดีโอฉากสวีท (?) เข้าเต็มรัก


MB : “ว้าย กล้องฉัน!”


LR มองกล้องแฮนดี้แคมในมือ MB พร้อมเรียกเสียงต่ำ “อาจารย์ MB”


‘ไปเอากล้องมาตอนไหนวะ’


MB : “แหะ แหะ ไม่มีอะไรนะคะ ผอ. นี่ MB เอามาถ่ายการบ้านเก็บไว้เท่านั้นเอง

ผอ. ส่ง VDO ฉากเมื่อกี้เป็นวิชาจิ้นของ MB เลยไหมคะ?



“…ก็ได้”  ‘โรงเรียนนี้มีแต่คนติ๊งต๊อง...อย่าไปเถียงกับพวกมัน...จะว่าไป พูดมากชักเจ็บคอ’


“ใครก็ได้ขอน้ำหน่อยสิ คอแห้งจัง เมื่อคืนหนักไปหน่อย”


LR ปลดกระดุมที่ติดคอเสื้อ เผยให้เห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆ บนซอกคอขาว


“อืม...ปวดไปหมดทั้งตัวเลยแฮะ”


“นี่ครับน้ำ...อิเรย์”


“อืม ขอบใจ” LR รับแก้วบรรจุน้ำเย็นชื่นใจมาดื่ม อั๊กๆ


‘เอ๊ะ เดี๋ยว! เมื่อกี้มันเรียกเราว่าอะไร?’  LR หันกลับไปทันที




“น้ำเลอะมุมปากแล้วครับ ผอ.”


EL ใช้ปลายนิ้วปาดหยดน้ำจากริมฝีปาก LR ก่อนจะก้มลงเลียนิ้วตัวเอง


“เอล!” LR ขนลุกกับสายตาที่มองมาเหมือนหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์


‘มันเอาแว่นที่ไหนมาใส่วะ...ดูดี เอ๊ย ดูชั่วกว่าเก่าอีก’


LR ถอยหนีโดยไม่รู้สึกตัว “แล้ว ลี ล่ะ?”


“ลีคุงพักอยู่น่ะครับ ผมเลยมาช่วยดูแลคุณแทนให้”


“การดูแลคณะอาจารย์เป็นหน้าที่ของสภานักเรียน อจ. เอล ไม่ต้องมาทำเองก็ได้”


‘แล้วก็ไม่มีใครขอด้วย’


“ไม่ได้หรอก” EL เข้าประชิดตัว LR

“ในฐานะที่ผมเป็น อาจารย์ภาควิชา ยันเดเระ

ผมก็ต้องแสดงออกถึงความรักบริสุทธิ์ ที่มีต่อ เป้าหมาย ของผมสิครับ”



นร. สาวๆ ในห้อง : “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”


EL หันไปโบกมือให้พวกเธอ เขาแจกจ่ายรอยยิ้มกระชากใจของชายผู้มีความรักให้สาวๆ ทั้งโลก


‘ไอ้เด็กหลายใจนี่เอาอีกแล้ว...’ LR คิด สายตามองลงต่ำเหมือนจะดูแคลน


EL คล้ายจะอ่านความคิดของ LR ออก

เขาแกล้งทำเป็นติดกระดุมที่คอเสื้อให้ แต่ไม่วายแอบกระซิบ


“เมื่อคืนแอบออกไปเที่ยวที่ไหน ผมไม่อยู่แค่แป๊บเดียว เหงาขนาดนั้นเลยเหรอครับ

แล้วรอยแดงเป็นจ้ำๆ นี่มันคืออะไร”



เขาถามพร้อมลากปลายนิ้วไปตามแนวคางและซอกคอของ LR


LR ไม่เถียง แต่ในใจพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ‘เย็นไว้ๆ มันตำแหน่งสูงกว่า’


“ผมก็แค่ออกไปเที่ยวกับสาวๆ แบบที่คุณชอบทำนั่นแหละครับ”

LR กระซิบตอบให้ได้ยินกันแค่ 2 คน

“ไม่เห็นแปลกตรงไหน อึ้ก!...” คำพูดของ LR สะดุด

เพราะเอลเผลอออกแรงกดร่างของเขาเข้ากับผนัง


(ผนัง : "กำไร ฮุ ฮุ 2 รอบแล้วที่ได้ดูของดี ที่นั่ง 1st class ด้วย ฮุ ฮุ")


ดวงตาของ EL วาวโรจน์ วูบหนึ่งเหมือนเขากำลังโกรธ

แต่วินาทีต่อมาชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยปริศนากลับเผยรอยยิ้ม


EL : "โทรศัพท์ผมมีปัญหา คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหม"


"อะไรนะ?" LR กะพริบตาปริบๆ เพราะตามอารมณ์ของเอลไม่ทัน


EL จงใจจับมือของ LR ให้ล้วงโทรศัพท์ออกจากเสื้อคลุมของตัวเอง

แต่สิ่งดึงดูดสายตา LR กลับเป็นปืนออโต้ .22 ที่เหน็บไว้ข้างเอว EL


‘มันกำลังเตือนเรา...’


“จะให้ฉันทำอะไร?” ‘จะให้ฆ่าใครก็บอกมา’


EL เบียดร่างเข้ามาใกล้ ทำให้ปลายจมูกของทั้งสองคนแทบจะชนกัน


EL : “โทรศัพท์ของผม...”


“เอ๋?”




EL : "มันยังไม่มีเบอร์ของคุณอยู่ข้างในน่ะ"




นร. สาวๆ ในห้อง : “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด (อีกรอบ)


---------------------------------------------



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #71 mbforever (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 05:04
    555 กรี๊ดกันตรึมเรย
    #71
    0
  2. #70 pae-tong (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 23:35
    กรี๊ดดดดดด ฮ่า กรี๊ดตามสาวๆในห้องด้วยครับ
    #70
    0