หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 41 : บทที่ ๑ ตำนานแห่งเบญจพิภพ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 พ.ค. 54

ฟารา : 100% สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน ขอให้เป็นปีที่ดี มีความสุขมากๆจ้า <3

 

บทที่ ๑

ตำนานแห่งเบญจพิภพ

 

จิ่วเทียน ดินแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

เขตแดนลี้ลับอันเป็นจุดศูนย์กลางของกระแสปราณแห่งฟ้าดิน นับตั้งแต่ตัวแทนแห่งหยินและหยางได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นดั่งสุดยอดสิ่งวิเศษมีชีวิต บรรดาเทพเซียนศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่งแห่งสวรรค์ทั้งเก้าทิศ ทั้งผู้ที่ทะยานอยู่เหนือฟากฟ้า แหวกว่ายในกระแสธารา หรือพำนักอยู่บนผืนพสุธา ล้วนแล้วแต่ปักใจเชื่อมั่นกึ่งลำพองว่า กิเลนจันทร์ ราชันย์แห่งแสงสว่างและความมืดผู้ได้รับความรักจากฟ้าดินเป็นที่สุด จักนำพามาซึ่งความรุ่งเรืองชั่วนิจนิรันดร์

ทว่า...คำโจษขานเหล่านั้น...ยังมิได้รับการพิสูจน์อย่างถ่องแท้แม้เพียงเศษเสี้ยว...

ต้นปีที่สิบหกแห่งยุคสมัยของกิเลนจันทร์ เรื่องราวบทใหม่ได้เริ่มต้นในยามเช้าตรู่ของปลายฤดูหนาว

 

สายลมอันศักดิ์สิทธิ์เอย สายลมแห่งการแปรเปลี่ยน

แผ่นดินอันเป็นมาตุภูมิเอย ผืนดินแห่งความเมตตา

แผ่นฟ้าอันสูงสุดหล้าเอย ผืนนภาแห่งความหวัง

ความฝันเอย จงนำพาหัวใจของข้าไป

มีชัยเหนือกงล้อแห่งโชคชะตาที่หมุนวนมามิรู้จบ

พัดพรายความสุขรำร่ายผ่านหมู่เมฆดาริกา สู่จันทราทองที่แสนไกล

 

สุ้มเสียงไร้เดียงสาของดรุณีน้อยนางหนึ่งขับร้องลำนำอย่างสดใส บทเพลงสะท้อนความรู้สึกอันเยาว์วัย ทั้งบริสุทธิ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคตอันสว่างไสว

เมื่อเพลงจบลง เสียงดนตรีประสานก็แทรกตามผ่านเข้ามาในโสตอย่างนุ่มนวล เด็กหนุ่มผู้เปล่งรัศมีสีขาวสว่างลุกขึ้นยืนอย่างงามสง่า เรียวนิ้วขาวสะอาดยกขลุ่ยหยกประทับบนริมฝีปาก นัยน์ตาสีเงินสุกใสพริ้มลงจ้องมองไปยังผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างอ่อนโยน

หนุ่มน้อยที่กำลังบรรจงกรีดนิ้วลงบนผีผามีนัยน์ตาและเส้นผมสีดำสนิท รัศมีสีนิลที่ล้อมรอบกายาเป็นประกายดั่งเพชรดำ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มหยิ่งผยอง

หากเด็กหนุ่มคนแรกเปรียบได้กับท้องนภาอันสว่างไสว...เด็กหนุ่มคนที่สองก็คือห้วงรัตติกาลอันล้ำลึก

เสียงดนตรีไพเราะที่บรรเลงโดยจิตวิญญาณแห่งหยินและหยางได้แสดงชั้นเชิงของอัจฉริยะภาพทางดนตรีที่หาได้ยากยิ่งบนแดนสวรรค์ ท่วงทำนองลื่นไหลจุดประกายความรื่นเริงดุจดังดอกไม้ไฟที่เบ่งบานท่ามกลางฟากฟ้ายามราตรี เสียงทำนองเสนาะหูพลิ้วไหวสอดคล้องกันราวกับกำลังร่ายรำ ทั้งขับกล่อมแลล่อลวงให้ทวยเทพลุ่มหลง

เย่วหลานหลานผินดวงหน้าน่ารักไปทางซ้ายและขวา ดวงตากลมโตสีเทาสดใสจับจ้องไปยังพี่ชายทั้งสองด้วยความชื่นชมหลงใหล

ย่างเข้าสู่ปีที่สิบหก โอรสกิเลนได้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยราศีแห่งราชันย์

เย่วเทียนหมิงยังคงมีเครื่องหน้างดงามคล้ายชูเจินอวี้เหวินผู้เป็นมารดา ผิดแต่ที่ว่าดวงตาเฉียบคมคู่นั้นทอประกายรู้แจ้งสงบนิ่งคล้ายเย่วหรงเต๋อผู้เป็นบิดาเสียมากกว่า

คิ้วเรียวสีเงินพาดเฉียงแสดงความองอาจ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางได้รูปมักจะหยักยิ้มรื่นรมย์อย่างอ่อนโยนตลอดเวลา

เรือนร่างสมส่วนที่มีมัดกล้ามพองามถูกซ่อนไว้ภายใต้ชุดผ้าไหมสีขาว เนื้อผ้าเรียบลื่นทั้งยังเปล่งประกายสีทองจางๆขับเน้นให้กิเลนแห่งแสงโดดเด่นราวกับเทพเซียนเหนือโลกีย์

ฝ่ายเย่วเทียนอ๋าวก็มีเครื่องหน้าคล้ายคลึงกับมู่ตานกุ้ยฮวาผู้ให้กำเนิดเช่นกัน โดยเฉพาะคิ้วเรียวสีเข้มได้รูปสวยที่พาดเฉียงรับกันเหมาะเจาะกับนัยน์ตาฉาบประกายเจ้าเล่ห์มากกล

รูปจมูกและเรียวปากที่ราวกับเทพบรรจงปั้นงดงามไม่ผิดกับพี่ชาย เพียงทว่ารอยยิ้มที่มีอยู่เป็นนิจออกจะแสดงความเย่อหยิ่งแกมเยาะเย้ยเสียมากกว่า

นอกจากนั้น ต้นคอและท่อนแขนยังเผยให้เห็นความแข็งแกร่งตามแบบฉบับเด็กหนุ่ม ร่างสูงโปร่งสวมชุดผ้าไหมสีนิลกอปรกับกำไลแห่งฉงฉีบนข้อมือซ้ายที่เปล่งประกายลี้ลับสีดำสนิท กิเลนแห่งความมืดจึงยิ่งดูคล้ายเทพเซียนผู้เป็นใหญ่ในโลกแห่งความตายกระนั้น

เย่วเทียนหมิงสบตากับเย่วเทียนอ๋าว ปรับลมหายใจประสานท่วงทำนองให้สอดคล้องกัน ทุ่มเทสมาธิและฝีมือทั้งหมดไปที่การบรรเลงท่อนสุดท้าย เสียงขลุ่ยหนักแน่นเคล้าคลอเสียงกรีดดีดผีผาระรัวเร็ว ประสานกันได้อย่างไร้ที่ติ

ยอดเยี่ยมมากเทียนอ๋าว ฝีมือการเล่นผีผาก้าวหน้าขึ้นมากจริงๆ

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเมื่อดนตรีจบลง

เสียงขลุ่ยของเกอเกอเองก็เช่นกัน

เย่วเทียนอ๋าวว่าพลางปรายตาแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก

คิก คิก

หลานหลานปรบมืออย่างร่าเริงก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาบิดามารดาที่นั่งชมอยู่ฝั่งตรงข้าม

ท่านพ่อ ท่านแม่ เพลงที่หลานหลานแต่งเพื่อเกอเกอเป็นอย่างไรบ้างคะ

เย่วหรงเต๋อก้มลงมองลูกสาวตัวน้อยที่เกาะชายเสื้อของตน

ในวัยแปดปี เย่วหลานหลานได้รับเค้าหน้าอ่อนโยนมาจากชูเจินอวี้เหวิน ทว่าจมูกและริมฝีปากเล็กๆกลับละม้ายมู่ตานกุ้ยฮวาอยู่หลายส่วน พิศดูจากรอยยิ้มเปี่ยมสุขไร้เดียงสากับดวงตาหวานเชื่อมที่เจือประกายเว้าวอนระคนคาดหวัง คาดว่า ทำเนียบสุดยอดโฉมงามแห่งสามพิภพ คงจะได้จารึกนามของ จันทราพิสุทธิ์แห่งพิภพกิเลนสวรรค์ ในเร็ววัน

ไพเราะมากหลานเอ๋อร์

เย่วหรงเต๋อลูบศีรษะบุตรีด้วยความเมตตา

ลูกใช้คำพยากรณ์เป็นแรงบันดาลใจ เกอเกอสอนว่า ความหวังจะทำให้เรามีชัยต่อทุกสิ่ง

องค์หญิงน้อยยิ้มกว้างพลางเอียงคอไปทางเทียนหมิง

ช่างฉลาดเจรจาจริงๆลูกแม่

นั่นสินะพี่ชูเจิน

มารดาทั้งสองเผยรอยยิ้มรักใคร่

ควรทราบว่า เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นครั้งที่ราชันกิเลนยอมเสียสละดวงตา โอรสกิเลนทั้งสองได้ยืนยันชัดเจนว่า จักต้องไม่มีความลับใดๆในครอบครัวอีก เย่วหลานหลานจึงเติบโตขึ้นมาพร้อมกับคำกล่าวอ้างถึงโชคชะตาของกิเลนจันทร์

“ท่านพ่อ ลูกอยากฟังนิทานอีก”

“ได้สิหลานเอ๋อร์ เพื่อเป็นรางวัลแก่บทเพลงที่แสนไพเราะ บิดาจะเล่าตำนานแห่งเบญจพิภพให้พวกเจ้าฟัง”

ราชันกิเลนช้อนร่างลูกสาวตัวน้อยขึ้นมานั่งบนตัก

“เบญจพิภพ? เสด็จพ่อ ข้าศึกษาตำราในหอสมุดหลวงมาก็ไม่น้อย ทว่าพึ่งจะเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก”

เทียนหมิงว่าพลางนั่งลงทางด้านขวาของบิดา

“ไม่น้อย? ถ้านับรวมตำราทุกเล่มที่เกอเกออ่าน สมควรใช้คำว่า ทั้งหมด ต่างหาก”

เทียนอ๋าวแสร้งหลับตาถอนใจคล้ายเอือมระอาก่อนจะนั่งลงทางด้านซ้าย

“อืม...ห้าพิภพ ตามที่พวกเราร่ำเรียนมา จักรวาลนี้ประกอบไปด้วยสามพิภพและหนึ่งเขตแดนสวรรค์ไม่ใช่เหรอ”

เทียนอ๋าวยกพวยกาขึ้นรินน้ำชาเย็นๆให้ตัวเอง ทว่าก่อนที่จะทันได้ดื่มก็พลันเห็นหลานหลานตัวน้อยมองมาตาแป๋ว จึงเปลี่ยนใจป้อนน้ำชาให้น้องแทน หลานหลานจิบชาได้ครึ่งหนึ่งก็ส่งถ้วยต่อให้เทียนหมิงที่เอื้อมมือมารับไว้พร้อมรอยยิ้มเอ็นดู

เย่วหรงเต๋อมองบุตรทั้งสามด้วยความพึงพอใจ

“เบญจพิภพเป็นเรื่องเล่าจาก บันทึกของสี่นักปราชญ์เงา ที่สืบทอดผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานนับแสนนับล้านปี ทั้งยังไม่เป็นที่เปิดเผยนัก”

เย่วหรงเต๋อเอ่ยเสียงนุ่ม แลเห็นบุตรสาวมีท่าทางกระตือรือร้น ตั้งใจฟังตาเป็นประกาย

“แรกเริ่ม จักรวาลกำเนิดขึ้นมาก่อนแล้วจึงมีเทพผู้สร้าง เทพบิดาและเทพมารดาผู้เป็นจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติได้ร่วมมือกันเพื่อรังสรรค์สรรพสิ่ง อาศัยพลังแห่งธาตุทั้งห้าแบ่งเขตจักรวาลออกเป็นห้าส่วนหรือก็คือห้าพิภพ

จากนั้นจึงลองผิดลองถูกสร้างสรรพชีวิตขึ้นมา ใช้เวลานับล้านปีจึงได้สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับคำว่า สมบูรณ์แบบ มากที่สุด นั่นก็คือสามเผ่าพันธุ์ที่ปกครองสามพิภพ เทพ มาร และ มนุษย์

ทอง คือพิภพเทพอันเจิดจ้าสว่างไสว เผ่าเทพมีพลังฤทธิ์แข็งแกร่งที่สุดแต่ก็มีจำนวนน้อยที่สุด ระยะหลังมานี้ เทพบางส่วนได้สมรสกับมนุษย์เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูล เหลือเพียงตระกูลเดียวที่ยังคงสายเลือดบริสุทธิ์และปกครองฟ้าดินแห่งปวงเทพมาช้านาน ราชสกุลเฮ่อเหลียน

เอ่ยมาถึงตรงนี้ เทียนหมิงก็ชะงักเล็กน้อย และยังเห็นเทียนอ๋าวกระตุกมุมปากลงอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง

ควรทราบว่า เหตุการณ์สอดมือยุ่งเกี่ยวเรื่องฉงฉีของเฮ่อเหลียนหย่งไท่ได้เป็นที่รับทราบของราชันและราชินีกิเลนนานแล้ว แม้มู่ตานกุ้ยฮวาจะโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี แต่ก็ติดที่ไม่มีหลักฐานมากพอและฐานะค้ำคอ จึงไม่สามารถตามไปคิดบัญชีได้

ไม้ เปรียบได้กับวิวัฒนาการ นับเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุดกับพิภพมนุษย์ มนุษย์ผู้อ่อนพลังฤทธิ์แต่เปี่ยมไปด้วยปัญญา ทั้งยังมีจำนวนมากที่สุด

มนุษย์ไม่เคยหยุดนิ่ง สามารถบำเพ็ญเพียรกลายเป็นเซียนเลื่อนขั้นสู่พิภพเทพ หรือฝึกปรืออวิชชาจนเปลี่ยนเป็นมารได้

จูเก่อเฟยเสวียน จักรพรรดิมนุษย์คนปัจจุบันนับเป็นนักเวทที่มีอาคมแก่กล้าเป็นอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพิภพมนุษย์”

เทียนหมิงอมยิ้ม รู้สึกภูมิใจในตัวพี่บุญธรรมไม่น้อย กระทั่งบัดนี้ จดหมายแลกเปลี่ยนความรู้ก็ยังส่งถึงกันไม่ขาด

ไฟ คือพิภพแห่งความทะยานอยาก กิเลสที่เผาไหม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของคือวิถีทางของมารปีศาจ เพราะพลังของชาวเผ่ามารมีพื้นฐานมาจากการ แย่งชิง ทั้งจากพลังปราณแห่งฟ้าดินหรือสิ่งมีชีวิตอื่น

กงหยาง คือราชวงศ์เก่าแก่เปี่ยมอำนาจที่ยึดครองบัลลังก์จักรพรรดิมารไว้เพียงหนึ่งเดียว”

เทียนอ๋าวเอามือเท้าคาง ลืมตาข้างหลับตาข้าง นึกถึงใบหน้าใสซื่อของทาสประจำตัวแล้วก็ต้องหัวเราะอย่างชั่วร้าย

กิเลส? แย่งชิง? จื่อหงคงเป็นมารที่ไม่สมเป็นมารมากที่สุดกระมัง

น่าเสียดาย...หากเย่วเทียนอ๋าวมีนัยน์ตาที่สามารถมองเห็นอนาคตได้ จะทราบว่าคำพูดของราชันกิเลนเป็นจริงทุกประการ เมื่อถึงเวลานั้นแม้ไม่อยากจะเข้าใจก็จะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้จนลึกซึ้งถึงวิญญาณ

“แล้วอีกสองพิภพล่ะคะ” หลานหลานถามพลางเขย่าชายเสื้อบิดา

“หึหึ ใจร้อนจริงๆหลานเอ๋อร์...สองพิภพที่เหลือนี้ค่อนข้างจะเหนือล้ำจินตนาการอยู่บ้าง เป็นเรื่องเล่ากึ่งจริงกึ่งเท็จที่ยังมิได้รับการพิสูจน์ กระทั่งสี่นักปราชญ์เงายังเรียกว่า พิภพในอุดมคติ

นั่นก็คือ ดิน จุดกำเนิดแห่งชีวิต พิภพบรรพกาล และ น้ำ การแปรเปลี่ยน พิภพอนาคตกาล

เอ๋?” บุตรทั้งสามอุทานพร้อมกันโดยบังเอิญ

“อดีตกับอนาคตมีพิภพเป็นของตัวเองด้วยหรือคะเสด็จพ่อ”

“นั่นสิ...แต่ถ้านึกถึงเรื่องของฉงฉี พิภพแห่งบรรพกาลก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง”

เทียนหมิงพึมพำทำสีหน้าครุ่นคิด

“จงคิดว่าชีวิตคือสายน้ำ”

ราชันกิเลนวาดอาคมขึ้นกลางอากาศ ปรากฏสายน้ำไหลจากมือซ้ายย้ายไปยังมือขวา

“ต้นน้ำและปลายน้ำก็คืออดีตและอนาคต”

“อดีตไม่หวนย้อนกลับ เพราะสายน้ำไหลไปข้างหน้าเสมอ”

เทียนอ๋าวพินิจอย่างนึกสนุก

“ถูกต้อง แต่สิ่งที่น้อยคนนักจะรู้ก็คือ...สายน้ำแห่งกาลเวลาหมุนวนเป็นวงกลม”

พลัน สายน้ำในฝ่ามือก็ขมวดปลายแต่ละด้านเข้าหากัน ม้วนวนกลางอากาศดุจดั่งสัญลักษณ์ หยินหยาง แห่งความสมดุล

“อา...ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต...”

เทียนหมิงจับจ้องสายน้ำที่หมุนรวมกันเป็นหนึ่งอย่างอัศจรรย์ใจ

“ก็เป็นเรื่องเดียวกัน”

เทียนอ๋าวเสริม ภายในใจคิดประเมินค่าความรู้ที่ได้รับนี้อย่างรวดเร็ว

“ถูกต้อง เช่นนี้แล้วจงใคร่ครวญให้ดี...เรามิได้มีเพียงเรา...ยังมีอดีตและอนาคตที่คอยเฝ้าดูการกระทำของเรา”

เย่วหรงเต๋อหรี่นัยน์ตาสีเขียวสดลงครึ่งหนึ่ง พูดช้าๆ

“เพื่อรักษาสมดุลแก่สองพิภพที่เป็นปัจเจก เทพบิดาและเทพมารดาจึงแบ่งหน้าที่กัน ผู้หนึ่งควบคุมบรรพกาล อีกผู้หนึ่งเฝ้าดูอนาคตกาล ต้องแยกจากกันชั่วนิจนิรันดร์”

หลานหลานทำหน้าเศร้า ผู้เป็นบิดาจึงลูบศีรษะคล้ายจะปลอบ

“และนั่นก็คือจุดกำเนิดของสวรรค์และสัตว์เทพ”

องค์หญิงน้อยทำตาโตราวกับจะถาม

“ก่อนจากกัน เทพทั้งสองได้สร้างผลงานชิ้นสุดท้าย นั่นก็คือ จิ่วเทียน จุดไหลเวียนของพลังปราณแห่งปัจจุบัน และลูกหลานซึ่งก็คือพวกเรา สัตว์เทพที่กำเนิดมาเพื่อปกป้องสวรรค์อย่างไรล่ะ”

เพียงแค่คิดว่าตนเองมีรากเหง้าเดียวกับเผ่ามังกร เทียนอ๋าวก็ขมวดคิ้ว

“เสด็จพ่อ ถ้าเช่นนั้นเทพพยากรณ์ก็...”

เทียนหมิงถามเหมือนจะนึกเรื่องสำคัญได้

“นางคือผู้มีพรสวรรค์อันหาได้ยากยิ่ง สามารถสื่อจิตถึงกาลอนาคตได้”

“ฮึ มิน่าล่ะ” เทียนอ๋าวขึ้นเสียงเบาๆ

“บิดาเชื่อว่า การที่นางเปิดเผยคำพยากรณ์ย่อมมีเหตุผลเป็นสำคัญ บางทีนี่อาจจะเป็นกำไรด้วยซ้ำ เพราะเรามีเวลาที่จะเตรียมตัวเตรียมใจ ตั้งมั่นอยู่ในสติยามที่อุปสรรคมาเยือน”

โอรสกิเลนทั้งสองมองหน้ากันแล้วเผยรอยยิ้ม ประสานมือคารวะราชันกิเลนด้วยความเคารพสุดแสน

ยามเที่ยงวัน ณ ลานประลองยุทธ์แห่งพระราชวังจันทราทอง

สายลมหนาวพัดผ่านภายใต้แสงอาทิตย์จัดจ้า การต่อสู้บนลานหินรูปหกเหลี่ยมกำลังร้อนแรงเป็นที่ยิ่ง

รับมือ!”

มู่ตานกุ้ยฮวาตะโกนพร้อมกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว เงาร่างอรชรขยับวูบไหวคล้ายภาพลวงตา เห็นเพียงอาภรณ์สีแดงแถบใหญ่สะพัดพลิ้วกลางอากาศ

แส้ผีเสื้อเสี้ยวจันทร์ ถูกซัดใส่เทียนอ๋าวที่เป็นเป้าหมาย อาวุธพิสดารสะบัดตัวราวกับงู ตัวแส้ถักจากเส้นใยไหมฟ้าทอผสานพลังปราณแห่งพฤกษา ส่วนปลายติดใบมีดเหล็กกล้ารูปผีเสื้อขนาดกว้างและยาวสามฝ่ามือ แกนกลางมีไว้สำหรับจับ ปีกทั้งสองข้างคมกริบและโค้งแหลมคล้ายจันทร์เสี้ยวสองวงที่ฉายสะท้อนกลับด้านกัน

เหมือนผู้เป็นเจ้าของ แส้เส้นนี้ทั้งงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน

เทียนอ๋าวใช้ง้าวฟาดผีเสื้อเหล็กให้แฉลบออก พลิกร่างบิดเอวส่งแรงไปยังสองแขน ทว่า ไม่ว่าจะกระแทกกลับไปกี่ครั้ง แส้ก็เลื้อยตามราวกับมีชีวิตทั้งยังจ้องเล่นงานจุดตายไม่หยุด

เป็นอะไรไป! เหลาะแหละเช่นนี้ยังคิดจะพาน้องออกไปข้างนอกอีกรึ

นางกิเลนบุปผาตะโกนท้าทาย จ้องมองบุตรชายด้วยสีหน้าสนุกสนาน

เทียนอ๋าวเพียงหยักยิ้มมุมปาก โคจรลมปราณธาตุกำเนิดทั่วร่าง พื้นดินใต้เท้าพลันบังเกิดไอมารแผ่ออกมาแปดแฉก เงาของกิเลนแห่งความมืดแตกออกคล้ายแส้แล้วตวัดเข้ายึดเงามารดา ตรึงร่างของนางให้ชะงักค้าง หล่นลงมาจากกลางอากาศ

จับได้แล้ว! ตอนนี้ล่ะเกอเกอ!”

ตะโกนพร้อมปรายตามองพี่ชายที่ยืนเยื้องไปทางด้านซ้าย

พิรุณอัคนี•โปรยปราย

เทียนหมิงพยักหน้า ร่ายเวทย์ไม่ทันขาดคำ ลิ่มโลหะที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงก็พุ่งแทงลงมาราวกับห่าฝน ใช้เวทย์ทวิธาตุประสานด้วยการวาดยันต์ พิรุณสัตโลหะ ในมือซ้าย พร้อมกับร่ายอาคมไฟเสริมพลังในมือขวา

ตึง! ตึง! ตึง!

อย่างเชี่ยวชาญ กิเลนแห่งแสงบังคับให้ลิ่มเหล็กปักแทงซ้อนกันในแนวดิ่ง ล้อมรอบมู่ตานกุ้ยฮวาไว้ดั่งกรงขัง

หากจะย้อนความถามถึงสาเหตุของการประลองครั้งนี้ ควรกล่าวถึง ชุนเจี๋ย เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ตามประเพณีของพิภพมนุษย์

ดนตรีคืออารมณ์ของสวรรค์ฉันใด งานรื่นเริงก็คืออารมณ์ของโลกมนุษย์ฉันนั้น

โดยเฉพาะชุนเจี๋ยในปีนี้ถือว่าพิเศษกว่าปีอื่นเพราะจัดขึ้นในช่วงงานฉลองพิธีเป็นผู้ใหญ่ของกิเลนจันทร์

เช่นนี้ โอรสกิเลนที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นคึกคะนองจะพลาดโอกาสได้อย่างไร ติดตรงที่น้องขอตามไปด้วย บิดามารดาจึงยื่นเงื่อนไขให้บุตรชายพิสูจน์ตนเองในการประลองว่าสามารถคุ้มครองน้องเล็กได้

ท่านแม่ยอมแพ้หรือยังเทียนอ๋าวแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ

มู่ตานกุ้ยฮวาไม่ตอบกระไร โคจรลมปราณไปที่ฝ่าเท้าเพื่อทำลายวิชาตรึงเงา

“ราก•ปีศาจ”

นางกระแทกเท้าคราหนึ่ง รากไม้ขนาดมหึมาก็แทงทะลุขึ้นมาจากพื้นหิน รัดพันขาทั้งสองของเจ้าตัวร้ายแน่นหนา

แค่นี้รั้งข้าไม่อยู่หรอก

เทียนอ๋าวตั้งท่าจะกระชากตัวออก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรากไม้กลับเหนียวดุจเชือกเหล็กกล้า เย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง

เทียนอ๋าว อย่าลืมสิว่านี่คือการสู้เป็นคู่

จากทางด้านหลังนางกิเลนบุปผา ชูเจินอวี้เหวินเอ่ยพร้อมวาดมือขวาออก สายน้ำสีฟ้าพิสุทธิ์ไหลคล้องสองแขนราวกับผ้าแพรสวรรค์ของเทพธิดา

ธาราสวรรค์เลี้ยงเทพพฤกษา

สายน้ำตวัดออกเป็นสองส่วน หนึ่งแทรกตัวลงสู่พื้นหิน ถ่ายเทพลังปราณหนุนเสริมให้แก่วิชาของมู่ตานกุ้ยฮวา อีกหนึ่งม้วนตัวล้อมรอบกำแพงเหล็กที่ใช้ต่างกรงขัง น้ำปะทะไฟจนไอน้ำเดือดระอุพวยพุ่ง

“เสริมอิน”

ชูเจินอวี้เหวินวาดอาคมธาตุมืดด้วยปลายนิ้ว บังเกิดไอเย็นจัดแช่แข็งลิ่มเหล็กร้อนในพริบตา

“ฮึ่ม!

เมื่อเห็นท่าไม่ดี เทียนหมิงก็รีบชักกระบี่ออก ฟาดพลังปราณผ่านอากาศ คิดตัดพันธนาการให้น้องชาย

ช้าไปหนึ่งกระบวน

เทพพิทักษ์สงครามคำราม นางควงแส้เป็นวงกลมแล้วสะบัดท่อนแขนไปด้านหน้า ผีเสื้อเหล็กพุ่งทลายปราการ ทะลวงพลังปราณกระบี่สีขาว เศษโลหะแหลมคมแตกระเบิดเป็นเสี่ยงๆ บังเกิดละอองน้ำแข็งระยิบระยับราวกับฝุ่นดาว

คิก คิก ถ้ามัวแต่ออมมือระวังจะพลาดนะเทียนหมิงชูเจินอวี้เหวินเอ่ยกลั้วหัวเราะ

มู่ตานกุ้ยฮวาไม่เปิดช่องว่าง คมเคียวของผี้เสื้อเสี้ยวจันทร์ผสานกับการโจมตีของรากปีศาจรุกไล่เทียนหมิงจนต้องถอยหลังมาชนเทียนอ๋าว

เกอเกอ ทำไมข้ารู้สึกว่าพวกท่านแม่กำลังสนุกกันอยู่นะ

ถามขณะแนบหลังประสาน ใช้ง้าวปัดป้องผีเสื้อเหล็ก

นั่นสิ ถึงจะบอกว่าเป็นการทดสอบ แต่ก็เหมือนแกล้งหยอกกันเสียมากกว่า

ตอบพร้อมกับฟันรากปีศาจ

ฮะ ฮะ จะให้พวกเราเอาจริงยังเร็วไปร้อยปีเจ้ากิเลนน้อยมู่ตานกุ้ยฮวาหัวเราะร่า

หูนรกจริงๆเทียนอ๋าวสบถ ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อถูกมารดาสัพยอก

“ฮะ ฮะ”

เทียนหมิงหัวเราะก่อนเหลือบตามองหลานหลานที่นั่งชมการประลองอยู่บนตักของบิดา สีหน้าของเด็กน้อยทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง

“ไม่เป็นไร เกอเกอจะพาเจ้าไปด้วย ใช่ไหมเทียนอ๋าว”

“แน่นอน!

“แน่ใจได้ยังไงจ้ะ” มู่ตานกุ้ยฮวาแทรกขึ้นมา

“ถ้าแพ้ล่ะก็ พวกเราจะไปเที่ยวกับหลานหลานแล้วให้พวกเจ้าอยู่เฝ้าบ้านดีไหม”

แส้ผีเสื้อบินฉวัดร้อยรัดกับรากปีศาจ โจมตีไปตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสอง

แยกเทียนหมิงออกไปแล้วจับเจ้าเทียนอ๋าวห้อยหัวน่าจะดี

ผู้เป็นมารดาวางแผนรังแกบุตรชาย ทว่าพริบตาเป้าหมายด้านหน้าก็จางหายไป

“อ้ะ!?

“ท่านแม่ใจร้ายจัง ยิ้มแบบนี้แสดงว่าคิดแกล้งข้าอีกแล้วใช่ไหม”

เทียนอ๋าวก้าวเท้าราวกับภาพมายา พริบตาก็อ้อมมาอยู่ด้านหลังมารดา

เอาจริงแล้วสินะ นางคิดในขณะที่หมุนตัว สองมือรั้งสายแส้รับคมง้าวที่แทงเข้ามา

“หลุดจากรากปีศาจตั้งแต่เมื่อไหร่”

แม้หย่อนแส้เพื่อถ่ายแรงกดดันกระนั้นสองมือก็ยังสั่นเล็กน้อย

“ตอนท่านเล่นกับเกอเกอ ข้าใช้ไอพิษของฉงฉีทำให้รากไม้อ่อนแรงลงแล้วรอจังหวะเหมาะๆ”

เทียนอ๋าวยิ้มยียวน

ยามได้เปรียบ ศัตรูมักจะชะล่าใจ ท่านเป็นคนสอนพวกเราเอง”

เทียนหมิงโผล่มายืนอีกฝั่ง ชี้ปลายกระบี่ไปที่แผ่นหลังของมู่ตานกุ้ยฮวา

“ก็เลยแสร้งทำเป็นเสียเปรียบสินะ” นางว่าพลางหัวเราะชอบใจ “ฮ่า ฮ่า หลงกลพวกเจ้าแล้ว ครั้งนี้ข้ายอมแพ้ก็ได้”

“ถ้าเช่นนั้น...”

โอรสกิเลนประสานเสียง ถอนใจเบาๆแล้วลดอาวุธลงพร้อมกัน

“มีช่องว่าง!

มารดาผู้มากเล่ห์ร้องขึ้น นางสะบัดแส้ครั้งสุดท้าย ให้ผีเสื้อเสี้ยวจันทร์ไปพันกับเสาต้นใหญ่ที่อยู่ด้านนอก จากนั้นจึงกระชากสายแส้ที่ดึงจนตึงแน่น ทะยานร่างออกจากลานประลองในทันใด

“พี่ชูเจินเอาเลย”

นางกิเลนวารีที่รอท่าอยู่แล้วแย้มริมฝีปากน้อยๆ ตวัดข้อมือขวายกขึ้นเหนือศีรษะ มองเห็นหยดน้ำกลมเกลี้ยงที่ลอยอยู่เหนือปลายนิ้วถูกเขวี้ยงออกมาอย่างเชื่องช้า แต่แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตา

ตูม!

คลื่นน้ำลูกใหญ่ราดรดลงมาจากฟากฟ้า พัดพาโอรสกิเลนลื่นไถลจนหมดท่าไปพร้อมๆกัน

“กลยุทธยอดเยี่ยมแต่ยังอ่อนประสบการณ์ จำไว้ สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร”

ชูเจินอวี้เหวินประกาศพร้อมเผยรอยยิ้มเมตตา

“เห็นแก่ความตั้งใจจริงของพวกเจ้า มารดาอนุญาตให้พาหลานหลานไปด้วยได้”

“ขอบคุณค่ะท่านแม่!” องค์หญิงน้อยปรบมือดีใจ

“พวกเจ้าจงใจออมมือสินะ”

ราชันกิเลนใช้อาคมสื่อจิตพูดกับราชินีทั้งสองพลางหัวเราะเบาๆ

“โธ่เอ้ย เปียกหมดเลย”

อีกด้านหนึ่งของลานประลอง เทียนอ๋าวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น มือซ้ายขยับเสื้อตัวนอกที่เปียกชุ่มให้เข้าที่ มือขวายกขึ้นปิดหน้าอย่างเซ็งๆ ใบหน้างดงามบูดบึ้ง

“เอาน่า...อย่างน้อยพวกเราก็ได้ไปงานฉลองพร้อมกันสามคนแล้วนี่นา”

เทียนหมิงที่ถูกพัดมาด้วยกันยันตัวขึ้นจากตักน้องชาย สะบัดเสื้อคลุมที่เปียกแนบไปกับโครงร่างเพื่อไล่หยดน้ำ

“โดนเล่นงานทีเผลอแบบนี้ท่านยังใจเย็นอยู่ได้ ข้าล่ะนับถือ”

เทียนหมิงวางแขนโอบไหล่เทียนอ๋าวคล้ายจะปลอบใจ ตบบ่าเบาๆพร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าระรื่น

“เกอเกอเชื่อว่า ไปเที่ยวบนโลกมนุษย์คราวนี้จะต้องมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นแน่”

 

 

--------------------------------------------

 

ฟารา : Happy New Year 2011! ค่า ขอจับเทียนหมิงและเทียนอ๋าวใส่กล่องผูกโบว์มอบให้แฟนๆนิยายทุกคน *0*

ตอนหน้า พบกับ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ปะทะสามพี่น้องค่ะ *0*

แถมรูปเทียนอ๋าวภาค 2 ครึ่งหลังค่ะ รูปนี้น่าจะอายุซัก 18-19

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1383 Jerina (@cartoon-jaja) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มีนาคม 2554 / 22:39
    นี่มันรูปของลูก้านี่นา>///<
    #1,383
    0
  2. #1353 memory (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:39
    นั่งอ่านมาหลายคอมเม้นต์
    แต่เม้นท์ของท่ารูนโดนใจที่สุด!>_<
    ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกันจิงจิ๊ง*0*
    หนูหมิง หนูจงบอบบางและสร้างความหึงหวงให้แก่หนูอ๋าวเยอะๆขึ้นไปอีก
    เพราะสกุลของลูกต้องเป็นเคะเท่านั้น!!!!    me>>>(///พลั่ก!ผัวะ!แอ้ก!)
    #1,353
    0
  3. #1307 Fral2a (@illreris) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 17:30
    กำลังเขียนอยู่นะคะ คืนนี้น่าจะได้ลงซัก 25%
    #1,307
    0
  4. #1306 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มกราคม 2554 / 16:43
    โฮ่ หวังว่าคงจะสนุกอย่างที่ว่านะ ไม่ใช่ไปเจอเรื่องยุ่งเข้าล่ะ หลานเอ๋อร์ยิ่งน่ารักอยู่ด้วย
    #1,306
    0
  5. #1303 sella turcica (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 18:56
    HNY ค่ะ (sella บอกฟาราไปหรือยังนะ ช่วงนี้สติไม่ค่อยอยู่กับตัวเท่าไร งงๆอะ)



    สองท่านแม่กิเลนน่ารักมากเลยค่ะตอนนี้

    แล้วก็หวังว่าสามกิเลนน้อยจะรอดพ้นจากคนที่รู้ว่าใครไปได้น้า...
    #1,303
    0
  6. #1301 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 18:58

    สุขสันต์ปีใหม่ สุขภาพแข็งแรง
    พรั่งพร้อมด้วยความสุขและ สมหวังในทุกสิ่งเช่นกันนะคะ

    อร๊ายยยย
    เทียวอ๋าวของข้าเจ้า(ซะเมื่อไหร่ยะ อ๊ากโดนรุมยำ) น่ารักที่สุด
    เก็บอาการไม่อยู่เลยทีนี้

    #1,301
    0
  7. #1300 ไม้มงคล (@yasuragi) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 11:28
    ท่านแม่ทั้งสองคนนี่เข้ากันได้ดีจริงๆ

    ราชากิเลนโชคดีมากๆเลยนะเนี่ย
    แต่ก็น่ากลัวว่าถ้าทั้งสองแม่ร่วมมือกัน ราชากิเลบคงน่าสงสารน่าดู
    #1,300
    0
  8. #1299 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 17:42

    สนุก และน่ารักสุดใจขาดดิ้นไปเลยเจ้าค่าเอ๊ยยยย

    รูปเทียนอ๋าวหล่อลากได้ใจมากเลยเจ้าค่า หุหุ แต่ว่ายังไงเทียนหมิงต้องมาเป็นที่1 เสมอ โฮะๆๆๆๆ

    รักพี่ให้มากๆนะจ้ะ เทียนอ๋าว

    #1,299
    0
  9. #1298 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 16:37
    ทะ เทียนอ๋าว 0 [ ] 0 !
    กริ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ใบหน้า แววตา ทรงผมใช่เลย หล่อลากก > 3 <
    ใจละลายยย ~ กริ้ดรูปนี้มาก ๆ เทียนอ๋าวใช่เลย
    หยุดกริ้ดมาเข้าเรื่อง = 0 ='
    สองพี่น้องประลองกับท่านแม่ทั้งสอง ท่านแม่คงจะออมือให้
    อยู่ไม่น้อย สองพี่น้องยังไม่โตมากประสบการณ์ก็ยังไม่มากตาม
    แต่ถึงยังงั้นก็อนุญาตให้พาน้องเล็กออกไปได้ > <~
    ไปเที่ยวบนโลกมนุษย์ จะเกิดเรื่องสนุกจริงหรอเทียนอ๋าว
    กลัวจะไม่สนุกอย่างที่คิดน่ะสิ T T คงจะไม่มีเรื่องไม่ดีหรอกน้า
    ไม่สิ ๆ ต้องไม่มี หลานหลานอุตส่าได้ไปเที่ยวกับเกอเกอครั้งแรกเลยน้า
    ไปโลกมนุษย์ทั้งที่จะได้เจอใครบ้างเนี่ย คนที่คุณก็รู้ว่าใคร อร๊ายยย
    อยากเจอแล้วน้า >< รอร้อรอฟาราอัพ ฟาราสู้ๆ จ้า
    #1,298
    0
  10. #1296 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 13:06

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ!!

    เปิดภาคมาด้วย "เรื่องลึกลับ" (หรือเปล่า??) ก็หวังว่าจะตื่นเต้นน่าติดตามนะคะ ^___^
    เหอๆ เปิดมาด้วยเพลงใหม่ของฟารา รู้สึกกระตือรือร้นแปลกๆ ไงไม่รู้แฮะ หุหุ
    ปีนี้ก็มาสู้กันต่อเนอะ โอ้ส!!

    โฮะๆ รูปอ๋าวหล่ออยู่แล้ว อยากได้ภาพประกอบประมาณนี้จังเลย  ประมาณ Zone 00 ก็ดีนะ อิ้อิ้
    น้องขนาดนี้แล้วพี่จะขนาดไหน หึหึ

    ปล. แต่แอบสงสัยค่ะ ทำไมภาพออริจินัลฉบับญี่ปุ่นของอ๋าว ช่างดูคล้ายๆ กับภาพ Interhigh ข้างล่างนี่จังเลยน้า... ก็แค่สงสัยนิดนุง

    #1,296
    0
  11. #1295 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 07:44
    กรี๊ดดดด รูปเทียวอ๋าวนี่หล่อได้ใจแฟนๆมากเลยค่ะ ^^

    ท่านแม่ทั้งสองก็เก่งกาจกันเหลือเกิน...แต่กลัวอย่างเดียว

    ตอนสามพี่น้องไปเที่ยวจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นรึเปล่าน้า
    #1,295
    0
  12. #1286 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 20:20
    หมิงอ๋าวแพ้ท่านแม่จนได้

    ไม่เป็นไรๆ พาหลานเอ๋อไปข้างนอกก็ต้องดูแลน้องและตัวเองดีๆนะ หมิงอ๋าว~

    ท่านแม่ทั้ง 2 คนเนี่ย...
    แอบให้อารมณ์แปลกๆนะคะ
    แต่ชอบแกล้งลูกซะจริง
    ฮาตรง หูนรก ที่อ๋าวบริภาษใส่ท่านแม่ เด็กไม่ดี

    แอบรู้สึกเล็กๆ
    ตอนแม่ลูกประลอง เหมือนเสด็จพ่อกิเลนจะกลายเป็นพ่อบ้านยังไงชอบกล XD
    แล้วแม่ทั้งสองเป็นอารมณ์นายหญิง

    แล้วก็..
    เพลงะ Athena เข้ากับกิเลนอย่างประหลาดแฮะ =w=
    ฟังไปอ่นไป ช่วงฉากประลองพอดี
    เข้ากันชอบกลค่ะ ฟารา

    และก็ รอตอนต่อไปค่า
    หลานเอ๋อจะได้ออกไปเที่ยวกับเกอเกอ
    เกอเกอต้องดูแลน้องดีๆนะ อย่าให้หนุ่มที่ไหนมาเกี้ยวล่ะ - -+
    #1,286
    0
  13. #1276 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 18:11
     กรี๊ดท่านแม่ทั้งสองค่ะ เท่มากก ><
    ฮาเทียนอ๋าวตอนคิดถึงทาสส่วนตัว 555+
    คิดถึงจื่ิอหงขึ้นมาเลยค่ะ
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรเตอร์ แล้วก็นักอ่านทุกคน :)  
    #1,276
    0
  14. #1272 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 22:58
    กรี๊ดดดด

    ฟาราอัพฉลองปีใหม่

    เรื่องพิภพบรรพกาลและพิภพอดีตกาล
    ลึกล้ำมากค่าาา
    ถูกใจ อันนี้อีกอันแล้ววว

    หลานๆ น่าร๊ากกกก
    หมิงอ๋าวน่ารัก
    ครอบครัวกิเลนสุขสันต์
    ยังไงก็ยังหลงเสด็จพ่อกิเลนแหละค่ะ~ ยอดคุณพ่อแห่งปี =w=

    #1,272
    0
  15. #1256 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 18:01
    สอบเสร็จรีบกลับมาอ่านโดยไว > <
    อ๋าวหมิงตอนโตนี้โดนใจมาก ใช่เลย เอาใจไป
    หมิงแบบนี้ กริ้ดมาก เป๊ะเลย อ๋าวยิ่งกริ้ดใหญ่ หลานๆก็น่ารัก
    สามพี่น้องแบบนี้ดูลงตัวเหมาะมาก แอบคิดถึงจื่อหง
    อยากให้ออกมาเร็ว ๆ *0* ชอบตอนที่กล่าวถึงอดีตปัจจุบัน
    อ่านแล้วรู้สึกได้ข้อคิดมาใช้กับตัวเองด้วย : )
    อีก 30 เปอที่เหลือจะเป็นยังไงน้า รอ ๆ ฟาราอัพ
    ฟาราสู้ ๆ แอบคิดถึงราชันเร้นกายอีกคน T T
    #1,256
    0
  16. #1255 Roon (@Roon) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 14:43
    เย้!!

    มาต่อภาคสองแล้ว เปิดตัวมาได้น่าเลื่อมใสมากๆ  จินตนาการตามหนุ่มๆ ทั้งสองแล้วแอบน้ำลายยืด... (ยังคงเชียร์ให้น้องกดพี่อยู่เหมือนเดิม // ฮา เป็นรสนิยมที่ฝังลึกถึงแก่นไปแล้วจริงๆ ดูอย่าง 7 พี่น้องของข้าน้อยก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีทีเดียว ก๊ากกก)

    แต่ทำไมแอบตะหงิดว่าเทียนอ๋าวอาจถูก 'ทาสส่วนตัว' มีอำนาจเหนือกว่ายังไงไม่รู้...

    หนูอ๋าวเอ๊ย!  ดวงตาของเจ้ามีไว้เพื่อมองพี่ชาย หูของเจ้ามีรับฟังเสียงพี่ชาย ปากของเจ้ามีไว้เรียกขานแต่ชื่อของพี่ชาย และหัวใจของเจ้าก็มีไว้ให้คิดถึงแต่พี่ชาย!!

    อย่าไปแบ่งปันให้ใครอื่นเขานะลูกกกกกกก~~

    ปล. แต่หนูหมิงแอบปันไปให้ใครอีกหลายคนได้นะ  อันนี้ไม่ว่าๆ เพื่อความหึงหวงของน้องชาย  // ก๊ากกกกก
    #1,255
    0
  17. #1254 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2553 / 14:10
    ครอบครัวกิเลนนี่น่ารักจริงๆ

    แต่สงสัยเรื่องหลานกลานเนี่ยแหล่

    หน้าครึ่งหนึ่งเหมือนแม่ใหญ่อีกครึ่งเหมือนแม่รอง ไม่มีส่วนท่านพ่อเลย

    ฟังดุยังไงๆนะ
    #1,254
    0
  18. #1252 sella turcica (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 23:44
    ไม่ว่ายังไง ท่านพ่อกิเลนก็ยังเป็นบุคคลที่น่าเลื่อมใสที่สุดอยู่ดี



    แต่ sella ปลื้มท่านพี่เฟยมากกว่าค่ะ



    (จริงๆคือเกรงใจสองราชินี อีกอย่างจะควบสองนี่ ดูจะผิดหลักกุลสตรีไทยไปนิดหนึ่ง 555)
    #1,252
    0
  19. #1251 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 21:19
     ตื่นเต้นๆ อยากรู้เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง

    น่าติดตามตั้งแต่ภาค 1 พอมาภาค 2 ก็ยิ่งเข้มข้น

    เป็นกำลังใจให้ฟาราค่ะ สู้ๆน้าาาาา ^^
    #1,251
    0