หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 40 : อารัมภบท : สงครามสามพิภพ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 ธ.ค. 53

ฟารา : ช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรึเปล่านะ วันก่อนมอไซด์ล้ม วันนี้เดินชนป้ายไฟ =.= แต่อย่างไรกิเลนก็ออกบทนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันจนได้ อิอิ 100% ด้วย *0*

 

อารัมภบท

สงครามสามพิภพ

 

แรกเริ่ม จักรวาลกำเนิดขึ้นมาก่อน ห้วงมิติที่เวิ้งว้างประกอบเป็นรูปร่างด้วยพลังปราณแห่งเบญจธาตุ ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ

เสียงของผู้ชราท่านหนึ่งเอ่ยเนิบช้า เขาเดินวนเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาค่อยๆลูบไล้พวงเคราสีขาว เส้นผมถูกเกล้าจนตึงแน่นภายใต้หมวกขุนนางฝ่ายบุ๋น ชุดคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินตัวยาวกรอมเท้า บนหน้าอกปักลายกระเรียนทองเหินฟ้า กอปรเป็นเครื่องแสดงยศขุนนางขั้นหนึ่งที่ดูแล้วสำคัญอยู่ไม่น้อย

ควรทราบว่า เบจญธาตุมิใช่วัตถุจริงๆตามธรรมชาติอันใดอันหนึ่ง แต่คือนามธรรมของพลังปราณแห่งสรรพชีวิต การที่เราตั้งชื่อเรียกโดยใช้นามของวัตถุนั้นๆ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ

ตามข้อกำหนดอันเป็นเอกอุในโลกหล้า ชื่อเรียกของธาตุ มีไว้เพื่อแสดงคุณสมบัติและแจ้งให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างธาตุ

ขุนนางผู้ชรามองกราดด้วยแววตาเฉียบคมราวกับกำลังประเมินค่า เบื้องหน้าคือช่างฝีมือและช่างไม้นับร้อยที่กำลังขะมักเขม้นแต่งเติมปะรำพิธีหลังหนึ่ง เมื่อนับรวมลูกมือที่มีเกือบถึงหลักพัน ก็น่าแปลกใจนักที่เสียงพูดธรรมดากลับได้ยินถึงกันถ้วนทั่ว

คุณสมบัติที่เด่นชัดของ ดิน คือ ให้กำเนิดชีวิตและความมั่นคง ทอง คือ โลหะและความแข็งแกร่ง น้ำคือความเย็นและการแปรเปลี่ยน ไม้ คือการเติบโตและความยืดหยุ่น ไฟ คือความร้อนและพลังงาน

ส่วนวัฏจักรจะแบ่งออกเป็นสองประเภท อันได้แก่ ก่อกำเนิด และ ข่มทำลาย

วัฏจักรกำเนิดคือ ดินบ่มทอง ทองอุ้มน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไม้ ไม้เป็นเชื้อไฟ ไฟสร้างเถ้าเป็นดิน

วัฏจักรทำลายคือ ดินดูดชับน้ำ น้ำดับไฟ ไฟหลอมทอง ทองผ่าไม้ ไม้ชำแรกดิน

เขาเดินเข้าไปใกล้กลุ่มช่างไม้ เงยหน้าพินิจคานไม้สลักลวดลายพฤกษา ล้วงยันต์ที่เขียนด้วยอักษร ไม้ แผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงไป ลำแสงสีเขียวเรืองๆวูบวาบไปทั่วแผ่นกระดาษ พลันคานไม้ก็เริ่มงอกเงยกิ่งใบ เถาวัลย์เลื้อยเข้าเกี่ยวกระหวัด นาบประทับตามแนวร่องลายสลักอีกชั้นหนึ่ง แลดูงดงามหัศจรรย์ยิ่งนัก

จงจินตนาการว่าเบญจธาตุเชื่อมกันเป็นวงกลมเพื่อสร้างสรรค์โลก จากนั้นแสงสว่างและความมืดจึงปรากฏขึ้นในฐานะธาตุที่อยู่กึ่งกลาง หยิน และ หยาง คือพลังปราณด้านตรงข้ามกันที่กำเนิดขึ้นมาเพื่อสร้างสมดุล

ฉะนั้น ทุกสิ่งในโลกนี้จึ่งประกอบด้วยเบญจธาตุที่แบ่งคุณสมบัติตามลักษณ์แห่งหยินและลักษณ์แห่งหยาง ตัวอย่างเช่น พลังน้ำธาตุหยินก็คือน้ำเย็น ส่วนพลังน้ำธาตุหยางก็คือน้ำร้อน

ตามตำราบันทึกไว้ว่า ทุกชีวิตล้วนกำเนิดมาพร้อมกับพลังธาตุใดธาตุหนึ่ง จึงเรียกว่าธาตุกำเนิด ธาตุกำเนิดทั้งห้าอยู่คู่ฟ้าดินมาแต่โบราณกาล...

อาจารย์ แล้วเรื่องพวกนี้เกี่ยวอันใดกับงานที่กำลังทำอยู่เล่า ใยจึงต้องมาเทศนาให้พวกข้าฟัง

ช่างฝีมือหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นอย่างไม่รู้กาละเทศะ ผู้ถูกถามจึงกระตุกริมฝีปากจนหนวดกระดิก

เจ้าคนปัญญาทึบ! ข้ากำลังจะบอกว่า กฏเกณฑ์ของฟ้าดินได้มีการแปรเปลี่ยน

วันที่แปดเดือนหนึ่งของเมื่อสิบหกปีที่แล้ว เทพกิเลนจันทร์สององค์กำเนิดขึ้นบนแดนสวรรค์ ถือครองธาตุกำเนิดที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้า หยินแห่งความมืด หยางแห่งแสงสว่างนับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

จากนี้อีกแปดวัน ตามกฎมณเฑียรบาลแห่งพิภพกิเลน เมื่อผู้สืบสายเลือดแห่งราชวงศ์มีอายุครบสิบหกชันษา จักต้องเข้ารับด่านสวรรค์เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรแก่การเป็นผู้ใหญ่

ปกติแล้วงานฉลองต้องจัดขึ้นเป็นการภายในของเย่วจินหรง แต่ครานี้กลับมีเทียบเชิญจากจักรพรรดิเทพและจักรพรรดิมาร แย่งชิงกันบังคับแกมเชื้อเชิญให้กิเลนจันทร์ไปเยือนพิภพของตนอย่างเป็นทางการสักครั้งหนึ่ง

เพื่อป้องกันความบาดหมางระหว่างพิภพ องค์จักรพรรดิมหาบัณฑิตจึงออกหน้าไกล่เกลี่ยในฐานะที่เป็นคนกลาง รับหน้าที่เจ้าภาพไว้เสียเอง

เทพกิเลนที่ว่านั้นหมายถึงเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และเทพแห่งการทำลายล้างใช่หรือไม่ท่านอาจารย์

ถูกต้อง เทพผู้ชาญฉลาด กล้าหาญ สุภาพอ่อนน้อม กตัญญู ทรงคุณธรรม และนำความร่มเย็นมาสู่บ้านเมือง

องค์ชายแห่งพิภพกิเลนสวรรค์ นามว่าเย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าว

ขุนนางชราเอ่ยอย่างนอบน้อม สะบัดแขนเสื้อแล้วประสานมือคารวะไปทางทิศตะวันออก

ถ้าเป็นกิเลนแห่งหยาง ทั้งหมดที่กล่าวมาย่อมถูกต้อง แต่ข้าน้อยไม่เข้าใจ เหตุใดเราจึงต้องยกย่องกิเลนแห่งหยิน ความมืดมิใช่สิ่งชั่วร้ายงั้นหรือ

หึหึ ทุกสิ่งในโลกล้วนมีสองด้าน เมื่อพูดถึงแสงสว่างผู้คนจะนึกถึงความดีงาม ในขณะที่ความมืดกลับตรงกันข้าม เจ้าคิดว่าความชั่วร้ายคืออะไร?

ดีหรือชั่วอยู่ที่การกระทำต่างหากเล่า กิเลนแห่งหยินกำเนิดมาภายใต้ดาวแห่งความวิบัติแล้วอย่างไร? จนบัดนี้ทั้งโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ก็ยังอยู่ดีมิใช่หรือ

เมื่อมองจากด้านบน แท่นประรำพิธีหลักก่อสร้างจนสำเร็จแล้ว เหลือเพียงปิดลายประดับตกแต่งอีกสักเล็กน้อย นายช่างทั้งหลายก็จะสามารถอวดโอ่ผลงานชิ้นเอกได้ในที่ประชุมสุรา

ณ สถานที่ลี้ลับอันไกลแสนไกล ในทุ่งหิมะสีขาวโพลนที่ทอดยาวจรดเส้นขอบฟ้า ปรากฏเงาร่างโดดเดี่ยวสี่ร่างยืนเว้นระยะห่างกันอยู่บนริมฝั่งทะเลสาบ ผืนนทีที่กลายเป็นแผ่นน้ำแข็งสะท้อนภาพของขุนนางชราและเหล่าลูกศิษย์ที่กำลังถกปัญหาเรื่องความดีและความชั่ว

ช่างเป็นความเห็นที่ค่อนข้างจะเปิดกว้างและแปลกแยกจากความเชื่อของผู้คนทั่วไปโดยแท้ นับว่าจักรพรรดิมนุษย์อบรมขุนนางได้น่าสนใจ

เงาร่างสีขาวเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล นางจรดปลายพู่กันที่ไร้หมึก ขีดเขียนตัวอักษรล่องหนลงบนม้วนคัมภีร์ที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เก็บทุกรายละเอียดโดยไม่คลาดสายตา

“นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่ทราบคำทำนายของเทพพยากรณ์มิใช่หรือ...ว่าแต่ ท่าทีของพิภพเทพและพิภพมารเป็นอย่างไรบ้าง”

บุรุษร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ข้างๆถามขึ้น รัศมีสีเพลิงบดบังใบหน้าของเขาไว้สิ้น ได้ยินเพียงเสียงแหบทุ้มที่แม้ฟังไม่รื่นหูแต่มีเสน่ห์อย่างยิ่งยวด เงาร่างนิรนามที่เหลืออีกสองก็พลอยพยักหน้าอย่างใคร่รู้

“พวกท่านดูเองจะดีกว่า”

เมื่อสตรีสีขาวตวัดปลายพู่กันลงบนคัมภีร์อีกคราหนึ่ง ภาพบนพื้นน้ำแข็งก็แปรเปลี่ยนไปตามลายเส้นที่นางวาด เส้นแสงสีฟ้าเรื่อๆลากเชื่อมต่อกันเป็นภาพยันต์แปดเหลี่ยมแบ่งเขตแปดทิศ ก่อนปรากฏสัญลักษณ์หยินหยางตรงกึ่งกลางเป็นทิศที่เก้า

“นี่คือเขตแดนแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”

ฉับพลัน ภาพจำลองก็ปรากฏสีสรรปนเปกันจนยุ่งเหยิง

“พื้นที่สีขาวคือดินแดนที่ถูกแทรกแซงโดยเผ่าเทพ ส่วนสีดำคือเผ่ามาร”

แผ่นดินสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆราวกับแก้วที่แตกร้าว

“หลายปีที่ข้าเฝ้าดู นอกจากสี่ตระกูลใหญ่ เผ่าสัตว์เทพที่เหลือแบ่งฝ่ายสวามิภักดิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่โดดเด่นเห็นจะมี เผ่าเทพพยัคฆ์ภายใต้การบัญชาของจักรพรรดิเทพ และเผ่าเทพจิ้งจอกที่มีสัมพันธ์อันดีกับพิภพมาร”

บนแผนภาพทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ปรากฏสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์คำรามสีขาว ในขณะที่ทิศตรงกันข้ามกลายเป็นรูปจิ้งจอกเก้าหางสีดำ

“ได้ยินว่า เทพพิทักษ์ปัญญากับเทพพิทักษ์สงครามแห่งจักรพรรดิมารเป็นลูกครึ่งมารชั้นสูงกับเทพจิ้งจอกนี่นะ”

บุรุษสีแดงกล่าวพลางยกแขนกอดอก สุ้มเสียงเหมือนจะสนุกสนานขึ้นเรื่อยๆ

“สิ่งข้าแสดงให้พวกท่านเห็นถือเป็นความลับ แม้บรรดาราชันย์สวรรค์จะเริ่มระแคะระคายบ้างแล้วก็ตาม”

หญิงสาวคลายมือออก ปลายนิ้วดันพู่กันให้จมหายเข้าไปในแผ่นกระดาษ คัมภีร์พลันม้วนเข้าเองแล้วลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนบอบบาง

“แม้จะอ่อนอาวุโสที่สุดในที่นี้ แต่ข้าก็ขอบังอาจเอ่ยคำเตือนว่า...”

“หน้าที่ของ สี่นักปราชญ์เงา หนึ่ง คือเฝ้าดูเหตุการณ์และจดบันทึกอย่างเที่ยงตรง ห้ามสอดมือเข้าไปยุ่งโดยเด็ดขาด

บุรุษคนเดิมแทรกขึ้นราวกับท่องตำรา

สอง แม้จะถือกำเนิดจากสี่ตระกูลสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ ถึงจะเกี่ยวพันกับชะตาของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ ก็ห้ามแพร่งพรายบันทึกที่ยังเป็นความลับโดยเด็ดขาด”

“เช่นนั้นถูกต้องแล้ว พวกเรามีหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์จึ่งสมควรหลีกเลี่ยงการแทรกแซงที่จะเปลี่ยนแปลงมัน”

นางตอบพร้อมน้อมศีรษะ ปอยผมสีขาวพิสุทธิ์ตกลงมาปรกใบหน้าเล็กน้อย

“น่าตลกดีนะ เผ่าเทพได้ชื่อว่าเป็นเทพแต่กลับมีกิเลสคล้ายมนุษย์ คอยคิดหาผลประโยชน์จากผู้บริสุทธิ์”

เสียงของนักปราชญ์คนที่สามเอ่ยเหยียดหยัน เขาสะบัดหน้าราวกับไม่สบอารมณ์ในเรื่องใดสักเรื่องหนึ่ง

คิก คิก ท่านเองก็รู้ดีว่า จะเทพ มาร หรือมนุษย์ ก็เป็นเพียงชื่อเรียกขานของเผ่าพันธุ์ แม้จะมีพลังฤทธิ์ต่างกัน มีอายุขัยต่างกัน มีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ที่สุดแล้ว สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันก็คือกิเลสแห่งตน

นักปราชญ์คนที่สี่หัวเราะเสียงใส ได้ยินเสียงเครื่องประดับผมของนางกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง

สี่นักปราชญ์เงาแลกเปลี่ยนบทสนทนาที่แสนเย็นชา ไร้น้ำใจจนชวนให้สงสัยว่า ทุ่งหิมะเวิ้งว้างอันหนาวเหน็บจนถึงขั้วหัวใจแห่งนี้ ได้แช่แข็งความรู้สึกของพวกเขาจนหมดแล้วอย่างไรกระนั้น

            ลมหิมะพัดมาคราหนึ่ง เงาร่างทั้งสี่ก็ถูกกลืนหายไป เหล่านักปราชญ์ผู้ชาญฉลาดยังไม่ล่วงรู้ว่า งานฉลองอันเอิกเกริกในกาลอนาคตอันใกล้ ก็คือดอกไม้ไฟส่งสัญญาณ ประกาศเริ่มต้นมหาสงครามอันโศกเศร้าและชั่วร้ายแห่งสามพิภพจบแดนสวรรค์

 

 

-----------------------------------------

 

ฟารา : ตอนนี้จะเท่ากับ 60% ของบทธรรมดานะคะ เพราเป็นบทอารัมก็เลยหน้าน้อยหน่อย ตอนต่อไปหมิงอ๋าวออกเต็มๆค่ะ ให้หายคิดถึงกันเลยทีเดียว *0*

            ภาพแผนผังธาตุและแผนภูมิสวรรค์ในเรื่องกิเลนจันทร์ค่ะ    

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1314 MuayKiey (@muaykiey) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 13:18
    สงสัยเดินชนกระแทกเลยทำให้นิยายหลุดออกมาจนเขียนได้เต็มๆ อย่างนี้แนะนำให้ไปกระแทกบ่อยๆค่ะ 
    #1,314
    0
  2. #1253 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2553 / 14:02
    อ๊าก เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

    กิเลนน้อยจะโตเป็นหนุ่มแล้ว
    #1,253
    0
  3. #1246 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2553 / 18:20
    เย้~!!

    ภาคใหม่มาแล้ววว

    หมิงอ๋าวๆๆ

    มีปราชญ์ทั้ง 4 เป็นผู้จดบันทึกด้วย > < 
    จะเป็นยังไงน้าาา

    แต่เบญจธาตุ ดูแล้วไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ OTL
    มันขัดตรรกกะแบบปกติที่เคยเจอน่ะค่ะ

    #1,246
    0
  4. #1244 *~ท่าuนาewa-T|_|MmiEe~* (@tummiie-saturn) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 09:57
    สนุกมากค่ะ เรื่องน่าสนใจ
    มาต่อไวๆนะคะ รออ่านอยู่ค่าาาา ^-^
    #1,244
    0
  5. #1240 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 08:49
     เรื่องราวน่าติดตาม...ชวนซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆแล้ววววววว

    ดีจังเลยค่ะฟารา ตอนต่อไปจะได้อ่านเจ้าเทียนอ๋าวตัวร้ายแล้ววว

    จะรออย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว 555 

    ฟารารักษาสุขภาพดูแลตัวเองด้วยนะคะ มอเตอร์ไซด์ล้มเป็นยังไงบ้าง

    หายเร็วๆนะคะ ^^ 
    #1,240
    0
  6. #1239 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 18:07
    โอ๊ยๆ มาแล้วๆ ให้หายคิดถึง แม้จะแค่พูดถึงหนูอ๋าวก็เถอะ(กระซิกๆ)
    ไรท์เตอร์ขา สวดมนต์ ทำบุญ เยอะๆเนาะ รีดเดอร์ขอให้เรื่องร้ายๆ พัดผ่านไรท์เตอร์ที่รักของเราด้วยเถอะ เพี้ยงง

    ช่ายย
    ความมืดไม่ดีต้องตรงไหน อย่ามาว่าหนูอ๋าวของเดี๋ยนนะยะ เด๋วจะโดนรุมยำไม่รู้ตัว เชอะๆ





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 ธันวาคม 2553 / 18:08
    #1,239
    0
  7. #1238 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 16:27
    อารัมภบทได้อลังการน่าสนใจมากๆเลย > <
    งานฉลองครบ 16ปี อ๋าวหมิงเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว
    หลานหลานก็คงจะโตขึ้นด้วย ท่าทางงานนี้
    จะไม่ธรรมดาแล้วสิ จะเป็นยังไงต้องรอฟารา
    ฟาราสุ้ๆจ้า ; ))

    ปล.เห็นฟาราบอกว่ามอไซล้ม เป็นยังไงบ้างเอ่ย T T
    ส่วนตัวเคยแต่จักรยานโดนชนล้ม ยังเจ็บน่าดู
    ปล.2 เทศกาลสอบอีกแล้ว - 0 - ' เข้ามาอ่านก่อนจะไปสอบ
    อ่านแล้วจะได้มีกำลังใจ อิ๊อิ๊ สอบเสร็จจะรีบเข้ามาอ่านเลยทันทีจ้า
    แต่คงอีกเป็นอาทิตย์เลย T T แต่เราต้องทำได้ ตั้งใจสอบ หมิงอ๋าวรออยู่ 55
    #1,238
    0
  8. #1236 sella turcica (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 15:02
    โอ๊ะ โอ...เจ็บมากหรือเปล่าคะฟารา

    วันนี้ sella ไปใส่บาตร+ไหว้พระมา ขอแบ่งบุญให้ฟาราและเพื่อนๆนักอ่านด้วยแล้วกันนะคะ เผื่อทุกคนจะได้โชดดี ^^



    มีสี่นักปราชญ์โผล่มาอีกแล้ว ดูท่าเรื่องจะซับซ้อนขึ้นอีกแล้วสิ

    น่าติดตามๆ
    #1,236
    0