Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 7 : บทที่ 2 สีเงิน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

บทที่ 2 สีเงิน

 

นี่เป็นเรื่องราวในอดีต

สมัยเดลการานอายุราวสิบสองขวบปี ตัวเขาที่เติบโตขึ้นมาในป่าได้พบกับเอลฟ์ตนหนึ่ง เขาสังหารเอลฟ์ตนนั้นและยึดกระท่อมของมันเป็นที่พำนัก ภายหลังพบว่าเอลฟ์ที่สังหารไปเป็นหมอยา มันผูกมิตรกับดาร์กเอลฟ์กลุ่มหนึ่ง นับถือกันเป็นศิษย์อาจารย์ ลูกศิษย์ของหมอยาต้องการแก้แค้นจึงพากันยกพวกมาสังหารเขา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับไปคือความตายอันน่าสยดสยอง

หลังเผาศพของดาร์กเอลฟ์ที่บุกมาฆ่าตน เดลการานตัดสินใจละทิ้งกระท่อมที่ใช้หลับนอนมาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม เพราะสถานที่นี้จะไม่สงบ จะมีคนมาแก้แค้นอีก จากนั้นย่อมมีผู้ที่เขาต้องสังหารเพิ่มขึ้นทวีคูณ การเข่นฆ่านี้ย่อมทำให้เขาเสียเวลา เดลการานประสงค์จะศึกษาวิชาความรู้ให้มากกว่านี้ เขาสนใจเวทมนตร์ การฝึกฝนร่างกาย และวิชาดาบอันเหนือล้ำกว่าที่เคยเรียนมา ประกอบกับได้อ่านหนังสือทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยแปดเล่มในกระท่อมจนเจนจบแล้ว จึงสมควรแก่เวลาต้องจากไปเสียที

เดลการานออกเดินทางลึกเข้าไปในป่า เขาตั้งใจตัดผ่านป่าเพื่อไปยังเมืองที่ใหญ่กว่า เพราะบรรดาหมู่บ้านรอบป่าเขาเคยไปมาหมดแล้ว เมืองใหญ่ย่อมหมายถึงความรู้ใหม่ๆ และศิลปะวิทยาการอันเฟื่องฟู จากแผนที่ที่ได้ศึกษามา เมืองที่น่าไปเยือนส่วนมากคือเมืองใต้การปกครองของชนเผ่าดาร์กเอลฟ์ ณ ตอนกลางของแผ่นดินทมิฬ

ทว่าโชคไม่เข้าข้างเดลการาน เขาต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปีเต็มๆ หลงอยู่ภายในดินแดนต้องสาป—สถานที่ซึ่งเขาได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า ความอ่อนแอเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดมา

มันเริ่มจากฝนตกหนักติดต่อกัน สายฝนนั้นเป็นสีแดง เมื่อตกต้องร่างก็เหมือนถูกสูบกำลังออกไปทีละน้อย เดลการานได้กลิ่นที่มาพร้อมกับน้ำฝน เป็นกลิ่นหอมของสตรีเพศ ในเม็ดฝนสีชาดแต่ละหยดบรรจุด้วยความมุ่งร้าย

สายฝนโลหิตนี้เกิดจากเวทมนตร์ทมิฬ เดลการานไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันหรือหาผู้สร้างฝนได้ ที่เขาได้เจอคือเอลฟ์ตนหนึ่งยืนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดงทึบทะมึน มันมีเส้นผมสีแปลกแตกต่างจากเอลฟ์ทั่วไป

ฮาลูเอทเป็นนามของเอลฟ์ตะวันออกที่เดลการานได้พบ เส้นผมสีฟ้าปนแดงแสดงความเป็นลูกครึ่งระหว่างตระกูลการาซีนกับตระกูลล็องธู ซึ่งเดลการานจะรู้จักตระกูลเหล่านี้ในภายหลัง

ท่ามกลางแนวป่าสูงชะลูดเหมือนรังของภูตผีวิญญาณอาฆาต ฮาลูเอทผู้นี้สังเกตเห็นเดลการาน มันเข้ามากอดเขา... เรียกเขาว่า บุตรที่รัก

การสัมผัสใกล้ชิดบุคคลอื่นเป็นครั้งแรก นำความตกใจมาสู่เด็กหนุ่มที่ถูกกอด

---------------------------------

ปัจจุบัน เทือกเขาวอร์กูร

ออร์คภูเขา แท้จริงแล้วเป็นศัตรูที่ไม่ได้น่ากลัวนักของชนเผ่าดาร์กเอลฟ์ ในอดีต พวกมันอาศัยหลบซ่อนอยู่ตามแนวเทือกเขาวอร์กูรทิศตะวันออก ด้วยความที่ในเผ่ามีแต่เพศผู้ ออร์คจะออกจากภูเขามาลักพาตัวสตรีมนุษย์หรือดาร์กเอลฟ์ไปให้กำเนิดบุตร จากนั้นก็อยู่อย่างหลบซ่อนตัวเช่นเดิม ทว่านั่นเป็นเรื่องก่อนที่พวกมันจะบูชา แม่มด

ออร์คได้รับความรู้และวิธีการใช้เวทมนตร์ทมิฬจากแม่มด จากที่เคยเป็นเผ่าพันธุ์ซึ่งมีดีเพียงพละกำลัง ก็กลายมาเป็นมีสติปัญญาด้วย ด้านรูปร่างหน้าตา หลังผสมผสานสายเลือดจากฝั่งมารดาที่เป็นสิ่งมีชีวิตอื่นเข้านานวัน พวกมันก็มีรูปร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์ ส่วนลำตัว แขนขา และเครื่องเพศมีลักษณะอย่างมนุษย์ มือเท้ามีนิ้วข้างละห้านิ้วพร้อมกรงเล็บแหลมคมแข็งแรงเหมือนสัตว์ป่า ศีรษะมีดวงตาโตสองดวง ไม่มีลูกตาดำ ไม่มีจมูก ปากกว้างมีเขี้ยวยาวเต็มปาก ใบหูยาว และมีภาษาของตนเอง

เขตวอร์กูรใต้นับเป็นเขตที่บุกยากก็ยาก ไม่ยากก็ไม่ยาก ออร์คภูเขาในเขตนี้เป็นพวกกำยำล่ำสัน เก่งกาจการต่อสู้โดยใช้อาวุธ ไม่มีพวกใช้เวทมนตร์เท่าไรนัก ออร์คชาแมน ที่ใช้เวทมนตร์ได้เป็นชนชั้นสูงกว่า มีจำนวนน้อยและอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาซึ่งมีวิหารบูชาแม่มด

เมื่อเดลการานประกาศว่าผู้ใดสังหารศัตรูมากที่สุดจะได้รางวัล วิเซอร์ กาคิมย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ มันออกรบในแนวหน้าอย่างที่ไม่ค่อยทำ ใช้อาวุธเป็นดาบฟันเลื่อยเหมือนฟันจระเข้เสียบและเลื่อยร่างศัตรู

“ดูบุตรเผ่าจระเข้นั่นสิ พอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ชอบโอ้อวด นึกว่าสงครามเป็นการแสดงปาหี่หรือไง” ผู้ติดตามจากเผ่าเหยี่ยวกล่าวเหยียดหยาม นายของพวกมันเพียงนั่งบนหลังม้าศึก มิได้ลงไปร่วมรบ ทำให้ลูกน้องใจคอไม่ดี เพราะหากไม่รีบทำผลงานอาจตามวิเซอร์ กาคิมไม่ทัน

“ไม่ต้องรีบร้อน จากจำนวนกองทหารของศัตรู เรายังมีเวลา” เบเลธตอบง่ายๆ เขามองภาพรวมของสมรภูมิทั้งหมดจากบนเนินดิน แนวหน้าที่นำโดยวิเซอร์ กาคิมปะทะอยู่กับแนวหน้าของเผ่าออร์ค ไกลออกไปคือค่ายทหารออร์ค ฝ่ายตรงข้ามตั้งค่ายอยู่บริเวณต้นแม่น้ำ ถือเป็นชัยภูมิที่ดี

มีเสียงร้องเจ็บปวดสยดสยอง เบเลธมองตามเสียงก็เห็นนักรบดาร์กเอลฟ์ตนหนึ่งกำลังถูกนักรบออร์คอาวุธครบมือรุมล้อม ด้านข้างคือทหารดาร์กเอลฟ์อีกตนซึ่งแขนเละไปข้างหนึ่ง ทหารนายอื่นๆ ก็สู้รบติดพัน ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือ อันที่จริงทหารกลุ่มนั้นรบอยู่ใกล้กับกลุ่มของวิเซอร์ กาคิม แต่อาจเพราะกำลังแย่งกันทำความดีความชอบ ลูกน้องของวิเซอร์ กาคิมจึงไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปช่วยเหลือ

ทหารหนุ่มที่เป็นจุดสนใจสวมหมวกเกราะกับชุดเกราะสีดำ ท่อนแขนกำยำกวัดแกว่งอาวุธดาบได้อย่างน่าชม ทั้งรุนแรงและแม่นยำ มันบุกและต้านรับอย่างไม่กลัวตาย ทำได้ดีขนาดฟันออร์คได้ตนหนึ่งขณะหลบการโจมตีที่ประดังเข้ามาจากทุกทิศทาง

วิชาดาบจากตอนกลางของแผ่นดิน” ลูกน้องคนสนิทบอกเบเลธ “ในค่ายกล่าวกันว่า พวกที่ใช้วิชาดาบต่างๆ มักได้ฝึกซ้อมกับนายท่านบ่อยที่สุด”

งั้นหรือ” เบเลธจึงชักม้าหยุดชมวิชาดาบของมัน

ทหารหนุ่มเกราะดำหมุนตัวหลบขวานที่จามลงมา พร้อมยกดาบรับดาบใหญ่ของออร์คอีกตน ออร์คตนที่สามจู่โจมจากด้านหลัง หมายใช้ค้อนฟาดศีรษะ แต่ทหารหนุ่มย่อตัวหลบทัน พร้อมกันนั้นเขาฟันหัวเข่าของออร์คถือดาบใหญ่จนขามันขาดข้างหนึ่ง

“ดื้อดี” เบเลธกล่าวชม ทว่าการรบสามต่อหนึ่งย่อมทำให้ทหารหนุ่มเสียเปรียบ เบเลธหยิบคันธนูของผู้ติดตามแล้วยิงออกไปด้วยพละกำลังกับความแม่นยำไม่ธรรมดา ลูกธนูปักทะลุหน้าผากออร์คตนที่สี่ซึ่งกระโจนเข้ามาจะโจมตีทหารหนุ่ม

ความตายกะทันหันของฝ่ายออร์คทำให้พวกมันเปิดช่องว่างไประวังลูกธนูแวบหนึ่ง ทหารหนุ่มหมุนตัวกลับไปฟันออร์คถือขวานคอขาดกระเด็น แล้วปามีดสั้นแทงทะลุตาของออร์คที่ใช้ค้อน ด้วยความชุลมุน เขาถูกค้อนฟาดเฉี่ยวศีรษะ หมวกเหล็กกระเด็นออก เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินยวงแผ่สยาย

เส้นผมสีเงินยาวตรงกับรูปร่างที่คล้ายคลึงกันทำให้เบเลธนึกถึงใครคนหนึ่งซึ่งรอฟังผลการรบอยู่ที่ค่ายทหาร

...รอฟังผลการรบพร้อมกับรอตบรางวัล

ทหารหนุ่มเกราะดำสะบัดศีรษะที่มีเลือดไหลเป็นทาง เขาแทงดาบเสียบคอออร์คที่ถูกมีดสั้นแทงตา จากนั้นตามไปแทงหลังศัตรูซึ่งกำลังคลานหนีด้วยขาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว

เขาบิดดาบที่แทงลึกถึงหัวใจเพื่อให้มั่นใจว่าใบดาบจะฉีกหัวใจศัตรูจนตายสนิท

เบเลธไม่พลาดสักรายละเอียดของการต่อสู้ครั้งนี้ จากที่เฉื่อยชาก็ดูกระตือรือร้นขึ้น เขาประทับภาพใบหน้าอีกฝ่ายลงในความทรงจำ แล้วออกคำสั่ง

“นักรบคนนี้ ไปหาชื่อกับประวัติของมันมา”

---------------------------------

A/N สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ บทนี้เบเลธมารบตามคำสั่งของบิดา ตัวละครอื่นๆ ก็จะมีบทบาทมากขึ้น และช่วงแรกก็มีแง้มๆ เรื่องเล่าต่อจากช่วงบทนำด้วย

ฮาลูเอท เป็นใคร เอลฟ์ตะวันออกมาทำอะไรในแดนทมิฬ แถมเป็นลูกครึ่งตระกูลล็องธูกับตระกูลการาซีน ผู้ชายจากล็องธูนี่หล่อร้อนแรงอยู่แล้ว (ดูป๋ามาลแกธเป็นตัวอย่าง) เรารอที่จะได้เผยเนื้อเรื่องในช่วงต่อๆ ไปค่ะ โปรดติดตามด้วยนะคะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #5 VROSE (@khoiyoioi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 15:34
    อืมมม......
    #5
    0
  2. #4 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:10
    รอค่าา
    #4
    0