Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 8 : บทที่ 2 สีเงิน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

ราทัลเป็นหนึ่งในทหารประจำแนวหน้า เขาเข้ากองทัพของไซร์เพื่อแสวงหาอำนาจ ขณะนี้อยู่ในกองทัพได้ห้าปี มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมย่อยหน่วยหนึ่ง เวลานี้พระอาทิตย์ตกดิน ทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกลับค่ายพัก การรบวันนี้จบลงโดยที่วิเซอร์ กาคิมทำผลงานได้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนหน่วยของเขามีผลงานเป็นอันดับสอง

ราทัลสบถขณะประคองเพื่อนร่วมหน่วยซึ่งถูกค้อนทุบแขนข้างหนึ่งจนเละ ในค่ายทหารมีหมอ แต่ไม่มีชาแมนผู้เยียวยาที่สามารถต่อแขนใหม่ให้สหายของเขา แม้กลับไปค่ายใหญ่ก็ยังไม่มีใครมีความสามารถระดับนั้น ทหารที่พิการย่อมยากจะเอาตัวรอดในสนามรบ เขานึกแค้นใจวิเซอร์ กาคิมกับลูกสมุน พวกมันผลักออร์คจำนวนหนึ่งมาทางพวกเขาแล้วปล่อยให้ถูกรุม ซ้ำยังมองเยาะโดยไม่ช่วยเหลือ คล้ายจงใจกำจัดหน่วยของเขาเพื่อให้พวกตนมีผลงานมากขึ้น

คนอย่างมันน่าจะเกิดมาในเผ่างูพิษมากกว่าเผ่าจระเข้เสียอีก

เมื่อออกจากกระโจมหมอหลังทำแผลบนศีรษะเสร็จเรียบร้อย ราทัลกลับมาที่กระโจมของตน เขาตรวจสอบลูกธนูที่ดึงออกมาจากหน้าผากของออร์คตนหนึ่งในสนามรบ ในตอนคับขัน ลูกธนูดอกนี้ช่วยชีวิตเขาไว้ ที่น่าแปลกใจคือมันไม่ใช่ลูกธนูของหน่วยเขา เพราะปีกลูกธนูทำจากขนนกลายสีขาวน้ำตาลเช่นนี้มิใช่สิ่งที่ใช้กันในกองทัพ

“เจ้าคือราทัลจากเฟาส์ดัสใช่หรือไม่”

ราทัลหันกลับไป ผู้ถามคือดาร์กเอลฟ์ผิวสีเทาอมแดง มันสวมเสื้อคลุมทอลายกับสร้อยขนนก เผ่าเหยี่ยว เขาคิด เผ่าที่เพิ่งมาสวามิภักดิ์

“ท่านเบเลธ อัซรานแห่งเผ่าเหยี่ยวต้องการพบเจ้า”

“แล้วนายของเจ้ามีธุระอันใด” ราทัลกอดอกอย่างเฉยเมย

“ไอ้ขี้ข้านี่ นายท่านเรียกเจ้าก็ต้องไปพบ ไม่ใช่มีหน้ามาถามว่ามีธุระอะไร คนอย่างนายท่านใช่ผู้ที่เจ้าตั้งคำถามได้หรือ”

ราทัลขมวดคิ้ว สีหน้าดุดัน “ข้าเป็นทหารของไซร์ มิใช่ทหารของนายเจ้า ผู้ที่สั่งข้าได้มีเพียงไซร์เท่านั้น”

“ไอ้พวกแดนกลาง” ดาร์กเอลฟ์จากเผ่าเหยี่ยวสบถ มันถือว่าตนเป็นชนเผ่าระดับสูงของแดนเหนือ แม้อีกฝ่ายจะมีเส้นผมสีเงินอย่างพวกผู้ลากมากดี แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ก็เป็นแค่ทหารเลวเท่านั้น

“พอได้แล้ว”

มือใหญ่จับศีรษะทหารจากเผ่าเหยี่ยว ทำเอามันสะดุ้ง

ราทัลมองคนที่เพิ่งมาถึงก็ต้องตะลึง เขาได้ยินมาว่าบุรุษเผ่าเหยี่ยวมีรูปร่างใหญ่โต แต่ผู้ที่จับศีรษะดาร์กเอลฟ์ที่มาหาเรื่องเขาอยู่สิ...ถึงจะสมกับคำว่า ร่างกายสูงใหญ่ ของจริง คะเนแล้วอีกฝ่ายสูงกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ซึ่งตัวเขาเองก็มิได้รูปร่างเล็กแต่อย่างใด ดังนั้นเผ่าเหยี่ยวผู้นี้น่าจะสูงมากกว่าสองเมตรเป็นอย่างต่ำ

“ท่านเบเลธ...” ลูกน้องคราง มันกลัวศีรษะจะแหลกคามือเจ้านาย ทั้งที่อีกฝ่ายเพียงจับไว้เฉยๆ มิได้ออกแรงบีบ

“ไม่ต้องให้ข้าไปพบแล้วหรือ” ราทัลกำหมัดทาบอกพลางน้อมศีรษะ เบเลธ อัซรานแห่งเผ่าเหยี่ยวเป็นบุตรชายคนโตของไซร์ ถึงเขาจะคิดว่าสองพี่น้องอย่างเบเลธหรือวิเซอร์ กาคิมคงนิสัยไม่ต่างกัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าแล้วก็ต้องทำความเคารพตามลำดับยศในกองทัพ วิเซอร์ กาคิมเป็นรองแค่ไซร์ ส่วนเบเลธผู้นี้แม้ยังไม่ได้รับการอวยยศ ก็ไม่น่าได้ตำแหน่งแตกต่างจากน้องชายนัก

“ข้าจะมาหาเจ้าอยู่แล้ว อภัยให้คนของข้าได้หรือไม่” เบเลธตอบ เป็นลูกน้องที่คิดว่าไม่สมเกียรติหากเขาต้องเป็นฝ่ายมาหานักรบหนุ่มผู้นี้ มันจึงเร่งมาเรียกตัวอีกฝ่ายก่อนเขามาถึง

เบเลธปล่อยมือ ลูกน้องผวาไปยืนด้านหลัง

“ท่านมีธุระอันใดให้ข้ารับใช้หรือ” ราทัลถาม

“แค่อยากสัมผัสน่ะ”

“สัมผัส?

เบเลธจับผมสีเงินของราทัลขึ้นมาปอยหนึ่ง เขาพิจารณาอย่างตั้งใจจนเจ้าของเส้นผมตกตะลึง

ราทัลขยับตัวไม่ออก เขาอยู่ในสถานการณ์ประหลาดที่จู่ๆ ก็มีคนมาจับเส้นผม แถมคนผู้นั้นยังมีศักดิ์ฐานะเป็นหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวคนถัดไป

“จากเมืองเฟาส์ดัสมาถึงที่นี่ก็เกือบครึ่งแผ่นดิน เจ้ามาไกลเหมือนกัน” เบเลธเอ่ยโดยยังไม่ปล่อยเส้นผมในมือ “ที่นั่น ดาร์กเอลฟ์มีผมสีเงินทุกตนหรือไม่”

ราทัลอ้ำอึ้ง ก่อนตอบ “ไม่ทุกตน บางตระกูลเท่านั้น”

“เจ้าคงมาจากตระกูลชั้นสูง”

“เคยเป็น” ราทัลตัวแข็ง “ตระกูลเฟาส์ดัสของข้าล่มสลายไปแล้วในสงครามกลางเมือง”

“เจ้ามาที่นี่เพื่อแสวงหาความสำเร็จ เพื่อกลับไปแก้แค้นอย่างนั้นรึ”

“นั่นย่อมไม่ใช่ธุระของท่าน”

คนสนิทจากเผ่าเหยี่ยวไม่พอใจกับความทะนงตัวซึ่งล้นปรี่ออกมาจากคำตอบนี้ มันทำท่าจะชักดาบใส่ราทัล ทว่าโดนเพื่อนร่วมเผ่าจับมือไว้ เพื่อนของมันส่ายหน้ามิให้มันหาเรื่องใส่ตัวมากขึ้น ดูท่านเบเลธสิ ใบหน้าดุ ไม่แสดงอารมณ์อื่นใดเหมือนรูปสลัก มิได้แสดงความไม่พอใจกับคำตอบด้วย

“ขออภัยที่ละลาบละล้วงโดยถามเรื่องส่วนตัวของเจ้า” เบเลธตอบแล้วปล่อยเส้นผม เขาก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความจริงใจ “หวังว่าจะได้พบกับเจ้าอีกในเวลาไม่นานนัก” เขากล่าวแล้วเดินจากไป ติดตามด้วยทหารจากเผ่าเหยี่ยว

ราทัลมองตามหลังบุรุษซึ่งมีรูปร่างเหมือนกำแพงสูงใหญ่ หรือเขาจะเข้าใจบุตรชายคนโตของไซร์ผิดไป อีกฝ่ายดูมีอุปนิสัยแตกต่างกับวิเซอร์ กาคิมจากหน้ามือเป็นหลังมือ เบเลธ อัซรานองอาจน่าเกรงขาม ซ้ำยังสุภาพ...และดูคล้ายกำลังมอบไมตรีให้แก่เขา

ไมตรีงั้นหรือ... ราทัลกลืนน้ำลาย ไม่ทราบว่าตนทำอะไรเป็นที่ถูกใจของอีกฝ่าย

แล้วเขาก็นึกเรื่องลูกธนูปริศนาได้ เขาหันไปหยิบลูกธนูที่ตรวจสอบค้างไว้ พิจารณาตรงปีกลูกธนูซึ่งทำจากขนนก...ขนนกลายสีขาวน้ำตาลนี้ เหมือนกับลายของขนนกเหยี่ยว

---------------------------------

“เบเลธให้ความสนใจดาร์กเอลฟ์จากแดนกลางหรือ” วิเซอร์ กาคิมดื่มสุราขณะฟังรายงานจากคาเวิน—ลูกน้องคนสนิทซึ่งควบสถานะนายบำเรอของเขา มันพยักหน้า ปากที่มีรอยเย็บเอ่ยตอบคำถาม

“ขอรับ เป็นราทัลจากเฟาส์ดัส”

“อ้อ วันนี้มันรอดตายนี่นะ” วิเซอร์ กาคิมหัวเราะ กระดกจอกเหล้า “อย่างไรมันก็ทำผลงานได้เป็นที่สอง หากเบเลธต้องการแข่งขันกับข้า มันย่อมดึงตัวไอ้ราทัลไปเป็นพวก”

“วันนี้เผ่าเหยี่ยวมิได้เข้าร่วมรบ เห็นว่าเป็นคำสั่งของท่านเบเลธ”

วิเซอร์ กาคิมขว้างจอกเหล้าใส่หน้านายบำเรอ “อย่าเรียกมันว่าท่าน ไม่ต้องให้เกียรติมันเขาชังเบเลธตั้งแต่ยังไม่เคยพบหน้า ยิ่งได้มาเจอหน้ากันก็ยิ่งชัง เพราะมันนั่นแหละที่ดันเกิดก่อน เอาตำแหน่งบุตรชายคนโตไปเสียฉิบ มารดาของมันก็แค่สตรีที่บิดาของเขาไม่แลแล้วเท่านั้น แต่เขาต้องทนฟังคำเปรียบเทียบระหว่าง เหยี่ยว กับ จระเข้มาตั้งแต่เกิด

เหล้าดีกรีแรงไหลเป็นทางจากแก้มของนายบำเรอลงมาถึงแผ่นอกกำยำสีเขียวอ่อนอมเทา มันเข้าใจอารมณ์ของท่านวิเซอร์ กาคิมที่เคียดแค้นพี่ชายดี เพราะมารดาเสี้ยมสอนด้วยส่วนหนึ่ง แต่สาเหตุหลักคือการย้ำเตือนจากบิดาที่สมรสกับนายหญิงเผ่าจระเข้หลังสมรสกับบุตรีเผ่าเหยี่ยว การทำเช่นนั้นบอกให้รู้ว่า ไซร์คาดหวังในตัวบุตรจากเผ่าเหยี่ยวมากกว่าบุตรจากเผ่าจระเข้ จึงให้ท่านวิเซอร์ กาคิมเป็นได้แค่ที่สอง

“ไอ้เบเลธ ไม่รู้ว่ามันมีแผนการอะไรอยู่ ถ้ามันหวังจะทำผลงานในวันที่สองโดยการรวบผลงานจากหน่วยของราทัลในวันแรกไป จำนวนศัตรูที่ฆ่าได้ของฝั่งเราสู้ได้หรือไม่”

คาเวินคำนวณแล้วตอบ “อาจสูสีกันขอรับ แต่ฝ่ายเรายังชนะได้ หากพรุ่งนี้เราเร่งทำผลงานและกันหน่วยของราทัลกับนักรบจากเหยี่ยวออกไปดังเช่นที่ทำในวันนี้”

“มันน่าจะฆ่าเสียให้ตายมากกว่า ทำให้ดูเหมือนถูกออร์คฆ่าตายทั้งหมด” วิเซอร์ กาคิมเข่นเขี้ยวอย่างอำมหิต เล็บสีดำที่ลับจนคมเหมือนเล็บจระเข้จิกจอกเหล้าไม้เป็นรอยลึก

“ไซร์คงไม่พอใจหากทหารฝ่ายเราลดลงถึงเพียงนั้น” คาเวินเตือนสติพลางคุกเข่าลง มันช่วยเช็ดเท้าให้เจ้านายแล้วบีบนวดฝ่าเท้า จากนั้นใช้ลิ้นทำความสะอาดซอกนิ้วเท้าทีละนิ้วอย่างไม่รีบร้อน

วิเซอร์ กาคิมจิกผมสีเขียวเข้มของนายบำเรอคนสนิท กดหัวมันให้ต่ำ มันเอาใจเก่ง เขารู้ ซ้ำยังไม่มีศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น หากเขาบอกให้มันโก้งโค้งแล้วครางเสียงดังๆ มันก็จะทำตามนั้น

ผู้เป็นนายก้มมองนิ้วเท้าที่หายเข้าไปในปากไอ้คนต้อยต่ำตรงหน้า... สักวันหนึ่ง เขาจะทำให้เบเลธจากเผ่าเหยี่ยวมาเลียนิ้วเท้าเขาด้วยเหมือนกัน

...ส่วนบิดานั้น...

ความเป็นชายของวิเซอร์ กาคิมตื่นตัวเมื่อนิ้วเท้าถูกดูดและอม ในความตื่นตัวนี้ มันนึกถึงบิดา ว่าตนมีความคิดความคาดหวังมากมายในหัวที่อยากให้บิดาช่วยชี้แนะสั่งสอน

หากสามารถผ่าสมองของวิเซอร์ กาคิมออกมาดูความคิดของมันในเวลานี้ ผู้ที่ได้เห็นจักต้องกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า...ช่างเป็นความคิดผิดเพี้ยนที่มีอยู่มากมายเกินไปจริงๆ

---------------------------------

A/N เดลการานมีลูกชายสองคน แต่ละคนนี่น่าปวดหัวจริงๆ ค่ะ เราออกแบบวิเซอร์ กาคิมไว้โดยที่ตัวเองก็คิดว่า เขาเป็นแบบนี้มันจะดีจริงๆ เหรอ นักอ่านเขาจะรับตัวละครของเธอได้ไหมเนี่ย

แต่เพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปในทิศทางที่ควรเป็น เราจะพยายามเต็มที่นะคะ!

ป.ล. เราว่าราทัลน่ารักดีค่ะ ดูปกติสุดในเรื่องด้วย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #7 Slowdrive (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:46

    ชอบมากกกกก ภาษาดี สวย อ่านลื่น

    อ่านแล้วอินไปกับเนื้อเรื่อง มีความดาร์ค จิตดี

    รอดูพัฒนาการของพ่อลูกคู่นี้

    (คนพ่อดูแมน เท่ห์ แข็งแกร่ง และทรงเสน่ห์แบบแปลกๆ ดี)

    #7
    1
    • #7-1 I L L R E I (@illreris) (จากตอนที่ 8)
      16 มีนาคม 2562 / 02:35
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักนักอ่านใหม่ด้วยค่ะ (เห็นคอมเมนต์แล้วคิดว่าน่าจะไม่เคยอ่านภาค ราชันพันธนาการไหมนะคะ)

      เดลการานเขาเป็นหนึ่งใน last boss ของภาคราชันพันธนาการ (จริงๆ ก็ last boss ทุกภาค ^^;) การคงคอนเซ็ปต์ของเขาให้ไม่หลุดนี่ท้าทายมากเลยค่ะ

      พ่อลูกคู่นี้จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทางไหน โปรดติดตามด้วยนะคะ!
      #7-1
  2. #6 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 09:02
    ชอบคำว่าปกติที่สุดในเรื่อง... เอิ่ม
    #6
    0