Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 พ่อลูกพบหน้า (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 มี.ค. 62


บทที่ 1 พ่อลูกพบหน้า


มาตาวีเป็นดาร์กเอลฟ์ผิวสีเทาผมสีดำ ดาร์กเอลฟ์ลักษณะเช่นนี้ส่วนมากมาจากเผ่าระดับล่าง มาตาวีก็เช่นกัน นางมาจากเผ่า ‘หิน’ ชนเผ่าร่อนเร่ซึ่งอาศัยตามแนวเทือกเขาหินทางทิศตะวันออกของแดนทมิฬ เผ่าหินไม่มีอาณาเขตเป็นของตนเอง มักถูกดาร์กเอลฟ์เผ่าอื่นหรือสิ่งมีชีวิตอื่นจับไปเป็นทาส

ปีอันโชคร้ายที่สุดของมาตาวี คือปีที่เผ่าหินทั้งเผ่าตกเป็นทาสออร์คภูเขา ขณะนั้นนางอายุเพียงสิบเอ็ดขวบปี ครอบครัวนางเป็นทาสได้หกปี บิดามารดาก็เสียชีวิต ในฐานะธิดาหัวหน้าเผ่า นางจำต้องรับใช้ออร์คสืบต่อมาเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมเผ่า

กระทั่งอีกหลายปีให้หลัง ความทุกข์ของนางสิ้นสุดลงเมื่อบุรุษผู้หนึ่งปรากฏตัวและปลดปล่อยเผ่าหินจากเผ่าพันธุ์ออร์ค

บุรุษผู้นั้นกลายเป็นสามีของนางในเวลาต่อมา เขามีนามว่าเดลการาน สมรสกันโดยมีเหล่าบิดามารดาเป็นประจักษ์พยานตอนนางอายุยี่สิบสี่ขวบปี นางเป็นภรรยาคนที่สิบสี่ของเขา และอาจบอกได้ว่าเป็นภรรยาที่เขาอยู่ด้วยนานที่สุด เพราะแม้ขณะนี้นางท้องแก่ เขาก็ยังไม่จากไปสมรสกับธิดาเผ่าอื่นดังเช่นที่เคยได้ยินมา

ทว่าสาเหตุที่เดลการานยังรั้งอยู่ มาตาวีทราบดีว่าเป็นเพราะเขายังทำสงครามกับออร์คภูเขาไม่จบ สงครามนี้จะกินเวลาอีกหลายปี เป็นสงครามใหญ่ที่เดลการานหมายมาดว่าจักต้องกำชัยชนะ

นางรักสามี แม้ภรรยาหลายคนก่อนหน้านางกล่าวว่าเขาไร้หัวใจ แต่ไม่ดอก นางคิดว่าเขามีหัวใจ เพียงแต่ หัวใจของเขาแตกต่างจากของผู้อื่น

เดลการานไม่ถือยศศักดิ์ ไม่สนธรรมเนียมประเพณี ไม่ว่าจะเป็นดาร์กเอลฟ์เผ่าใด แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ล้วนเท่าเทียมกันในสายตาของเขา ภรรยาดาร์กเอลฟ์จากทุกเผ่าที่เขาสมรสด้วยล้วนได้รับการปกป้องดูแลและอุดมด้วยทรัพย์สมบัติไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เผ่าเหยี่ยวได้ดินแดนบนยอดผาที่เดลการานสังหารวิหคทมิฬซึ่งครอบครองสถานที่แห่งนั้นมาหลายร้อยปี

เผ่าจระเข้รอดจากโรคระบาดเพราะเดลการานพาชาแมนจากดินแดนต้องสาปที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปมารักษา

และเผ่าหินของนาง...เผ่าหินได้เป็นไท และกำลังจะได้แก้แค้นออร์คภูเขาที่กดขี่พวกนางอย่างน่าคับแค้นใจมาตลอดเวลาสิบสามปี

สำหรับมาตาวี เดลการานคือความยุติธรรม ความเมตตาปรานี เป็นดาร์กเอลฟ์ผู้ก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำแบ่งแยกฐานะระหว่างชนเผ่า เพราะเขาแข็งแกร่งที่สุด เมื่ออยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งที่ไม่อาจต่อต้าน ทุกสิ่งย่อมเท่าเทียมกัน...

เหมือนกับที่ทุกชีวิตเท่าเทียมกันในอุ้งพระหัตถ์ของบิดาแห่งความตาย

สิ่งที่เดลการานต้องการจากนาง ก็เพียงคลอดบุตรที่แข็งแรงให้กับเขา จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาวก็ได้ และเลี้ยงดูให้ดี

บุตรทุกตนให้ใช้นามเผ่าของมารดา แต่เป็นทรัพย์สมบัติของเดลการาน

วันหนึ่ง เบเลธแห่งเผ่าเหยี่ยว—บุตรชายคนแรกของเดลการานเดินทางมาที่เทือกเขาวอร์กูรแห่งนี้ เขาไม่ได้พบบิดาในทันที เพราะเดลการานอยู่ระหว่างยกกองทัพย่อยไปรบกับออร์ค

มาตาวีต้อนรับเบเลธด้วยตนเอง รูปร่างหน้าตาของดาร์กเอลฟ์หนุ่มไม่เหมือนกับเดลการานหรือวิเซอร์ กาคิม—บุตรชายคนที่สองจากเผ่าจระเข้ หรือบุตรคนอื่นๆ จากมารดาเผ่าอื่น ดูเหมือนบุตรของเดลการานจะไม่มีคนไหนได้หน้าตาของบิดาไปเลย

แต่เบเลธเป็นบุตรชายของเดลการานไม่ผิดแน่ แววตาของทั้งสองคล้ายกันอยู่หลายส่วน

มันเป็นแววตาดุคมอันนิ่งสงบและน่าเกรงขาม ต่างกันแค่ ในดวงตาและริมฝีปากของสามีนาง มีรอยยิ้มมากกว่าบุตรชายคนโต

เบเลธขอจับท้องของนาง ฝ่ามือแข็งแรงช้อนส่วนนูนโค้งที่หนักเพราะมีทารกอย่างแผ่วเบา เขาถามว่า “นี่คือบุตรอีกคนของบิดาหรือ”

มาตาวีได้ฟังคำถามก็ใจสั่น จู่ๆ นางเกิดกลัวจับขั้วหัวใจโดยไม่มีสาเหตุ ทั้งที่เบเลธเพียงถามอย่างสุภาพ ไม่มีท่าทีคุกคาม

มาตาวีมีเชื้อสายแม่มด เมื่อนางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเบเลธ ก็เห็นเปลวเพลิงในดวงตาสีแดงสนิมเหล็กคู่นั้น ใจนางพลันกรีดร้องว่า เขาช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวยิ่งนัก!

“เป็นอะไรไปหรือท่านแม่ ท่านหน้าซีด” เบเลธถามขณะวางฝ่ามือบนครรภ์แก่ของนาง แม้อายุใกล้เคียงกัน แต่เขาก็เรียกนางว่ามารดา ในฐานะที่เป็นภรรยาของบิดา

มาตาวีรู้สึกวิงเวียน

นางเป็นลมล้มลงไป

---------------------------------

“มาตาวีคลอดก่อนกำหนดหรือ” เดลการานฟังรายงานจากบุตรชายคนรอง—วิเซอร์ กาคิม ตัวเขาเพิ่งกลับมาถึงค่ายหลังถล่มกองทัพออร์คภูเขาเสียจนราบคาบ

“หลังพบเบเลธแห่งเผ่าเหยี่ยวขอรับท่านพ่อ” วิเซอร์ กาคิมรายงาน สายตาที่มองบิดาฉาบด้วยความเทิดทูน ตาของมันเหมือนตาจระเข้ เจ้าเล่ห์ ดูไม่น่าไว้ใจ มันเกิดมาเป็นพวกผิวเผือกเหมือนมารดา ผิวพรรณกับเส้นผมเป็นสีเทาสว่าง ดวงตาสีแดงเหมือนเลือด

เดลการานไม่ถามอะไรอีก ให้ทหารรับใช้ช่วยถอดชุดเกราะ บุตรชายคนที่สองกำลังรอเขาเอ่ยโทษบุตรชายคนโต ความไม่ถูกกันของทั้งสองเผ่า เหยี่ยวกับ จระเข้นี้แรงทีเดียว ทว่าเดลการานไม่เอ่ยโทษเบเลธในทันที เพียงถามถึงภรรยาคนที่สิบสี่กับทหารรับใช้

“ยังทำคลอดอยู่หรือ”

“ขอรับ ไซร์ นายหญิงยังอยู่ในห้องคลอด”

นามของเดลการานนั้นบอกกล่าวแก่ภรรยาในวันสมรส เป็นหลักฐานแสดงการยอมรับและมอบความสนิทสนมแก่สตรีที่เขาเลือกมาเป็นมารดาของบุตร นามของเขามิใช่ความลับ แต่ก็มิได้บอกกล่าวไปทั่ว ทั้งยังอนุญาตให้เพียงภรรยากับคนส่วนน้อยเรียกขาน ดาร์กเอลฟ์ตนอื่นมักเรียกเขาว่า นายท่าน’ ‘หัวหน้า แม่ทัพกระทั่งไม่รู้ว่าทหารผู้ติดตามตนใดเริ่มเรียกเขาว่า ไซร์[1]พวกมันเห็นว่าคำเรียกนี้เหมาะสมยิ่งนัก หลังจากนั้นจึงเรียกตามกันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

เดลการานยืนรับการปรนนิบัติ ทหารรับใช้ช่วยขัดถูคราบเลือดออกจากร่างกาย แผ่นอกสีเทาอมเงินของเขาตึงแน่น กล้ามเนื้อแต่ละมัดถูกขัดเกลาจนแข็งแกร่งด้วยการรบพุ่งออกศึก ความกำยำอันเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังและความน่าเกรงขามประกอบกันเป็นความงามสมบูรณ์ มีเสน่ห์ล่อลวงได้ทั้งบุรุษและสตรี ไม่ว่าใครก็อยากปีนขึ้นไปร่วมเตียง

ร่างกายของบิดาทำให้ตะลึงได้ทุกครั้งจริงๆ วิเซอร์ กาคิมคิด

เดลการานเปลี่ยนชุดเสร็จก็ไปดูมาตาวี ทหารหลายตนคิดว่าเขารักภรรยานางนี้มาก ซึ่งเดลการานไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ เขาไม่เคยเอ่ยคำรัก จากถ้อยคำในบทกวีที่เขาพึงใจอ่านทั้งหมด เดลการานหาความแตกต่างระหว่างคำว่า รักกับ ไม่รักไม่เจอ ความรู้สึกที่ถูกนิยามว่าเป็น ความรักนั้นมีจริงหรือ เหตุใดความรักจึงสูงค่านัก เหตุใดต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่รัก ถ้าไม่รักแล้วจะให้ความสำคัญไม่ได้หรือ

เมื่อเขาถามไปเช่นนั้น มาตาวีก็ตอบว่า “ความรักเป็นแรงผลักดันให้คนผู้หนึ่งอยากทำให้คนอีกผู้หนึ่งพึงพอใจ แต่ความจริงแท้ทุกเรื่องย่อมมีอายุขัยของมัน ดังนั้นความรักจึงเป็นความจริงได้เท่ากับที่เป็นความลวง อยู่ที่ขณะนี้ เวลานี้ และขณะหน้า เวลาหน้า เราจะประพฤติตนต่ออีกฝ่ายเหมือนหรือต่างไปอย่างไร”

“หรือความรักอาจเป็นเพียงการพยายามอธิบายความคิดและพฤติกรรมยามสิ่งมีชีวิตไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตน” เขาตอบ

เดลการานยิ้มมุมปาก เขานึกถึงบทสนทนาทางปรัชญาที่เคยตอบโต้กับมาตาวีอีกหลายหัวข้อ ถ้านับเพียงจุดนี้ เขาย่อมพอใจภรรยานางนี้ดังคำเล่าลือจริง

อีกด้านหนึ่ง เบเลธยืนอยู่หน้ากระโจมที่ใช้เป็นห้องคลอด เขาสูงใหญ่ดั่งกำแพงหิน ทำให้หญิงรับใช้ที่เดินเข้าออกต่างหวาดเกรง ที่จริงเขาไม่ต้องอยู่ตรงนี้ก็ได้ ไม่ว่าใครก็เห็นว่าเขาเพียงแตะท้องของมาตาวี แล้วนางก็ล้มลงไปเอง แต่เบเลธก็ยังรออย่างสงบ โดยสีหน้าท่าทางไม่เปลี่ยน ผู้ติดตามจากเผ่าเหยี่ยวต่างหากที่เป็นกังวล ด้วยเกรงว่าหากมาตาวีหรือบุตรในท้องไม่รอด นายตนจะมีโทษ

ยังไม่ทันได้พบบิดาหรือสร้างผลงานก็เกิดเรื่องเสียแล้ว! หากนายหญิงเลติเซียทราบว่าวิเซอร์ กาคิมใช้เรื่องนี้ฉวยโอกาสโจมตีท่านเบเลธ ท่านจักต้องประกาศสงครามกับเผ่าจระเข้อีกรอบเป็นแน่

ด้านเผ่าหินก็อยู่ไม่สุข สงครามกับออร์คภูเขากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากบุตรในท้องหัวหน้าเผ่าสตรีเป็นอะไรไป พวกมันกลัวว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากไซร์ดังที่เคยเป็นมา

ท่ามกลางความกังวลของดาร์กเอลฟ์เผ่าหินกับเผ่าเหยี่ยว และความกระหยิ่มยิ้มย่องของเผ่าจระเข้ บุตรและบิดาที่ยังมีใจสงบนิ่งก็ได้พบหน้ากัน

เบเลธเห็นเดลการานก่อน ก็บิดาของเขาโดดเด่นสะดุดตาเสียขนาดนี้ ไม่มีทางมองไม่เห็นได้ ที่เขารู้จักหน้าตาของบิดาเพราะในกระโจมเล็กหลังหนึ่งของมารดาเลติเซียมีภาพเหมือนของบิดาในวัยสิบแปดขวบปีอยู่ แม้ตอนนี้รูปร่างหน้าตาจะแก่ขึ้นอีกราวสิบกว่าปี แต่เบเลธก็ทราบได้ทันทีว่านี่คือบิดาของตน

ปกติรูปร่างหน้าตาของเอลฟ์และดาร์กเอลฟ์แทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังพ้นช่วงอายุยี่สิบถึงสามสิบปี ต้องรอกระทั่งอายุล่วงหนึ่งร้อยปีขึ้นไปจึงอาจดูแก่ขึ้นได้อีก แต่เดลการานนั้นแปลก เขามีรูปร่างหน้าเหมือนดาร์กเอลฟ์อายุสามสิบห้าขวบปีตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ ขณะที่เลติเซียซึ่งอายุเท่ากันยังดูสาวสะพรั่งเหมือนอยู่ในวัยยี่สิบขวบปี

เบเลธกำหมัดทาบอก น้อมศีรษะให้บิดาอย่างบุตรชายที่ดี

ฝ่ายเดลการานเหมือนไม่เห็นเบเลธอยู่ในสายตา เขาเพียงเหลือบตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก็เดินเข้ากระโจมไปดูมาตาวี ทว่าระหว่างแตะแก้มภรรยาคนที่สิบสี่อย่างเมตตา เดลการานนึกถึงเบเลธ

บุตรชายคนแรกหรือ เขาเองก็รู้ในทันทีว่านี่คือบุตรชายของตน เป็นบุตรคนแรก—สมบัติชิ้นแรก มันมีผมยาวหยักศกแบบมารดา ผูกเป็นหางม้าหลวมๆ เค้าหน้าก็ได้มารดามาตรงดวงตารียาวเหมือนเหยี่ยวทมิฬ ร่างกายดูผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ท่อนแขนล่ำสันเหมาะแก่การเหวี่ยงอาวุธขวานหรือค้อนได้อย่างมีอานุภาพ สายตานิ่งและลึก บ่งบอกความฉลาดเฉลียวมีภูมิ

เดลการานยกมุมปากท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ของมาตาวี เพราะเขารู้สึกพอใจในตัวบุตรจากเผ่าเหยี่ยว

เพียงแค่มองแวบเดียว เขาก็คิดว่าเบเลธจะเป็นสมบัติที่ดี

---------------------------------



[1] ไซร์ (Sire) เป็นคำกล่าวแสดงความเคารพต่อกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญ หมายถึง บิดาได้ด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น