Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 พ่อลูกพบหน้า (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

มาตาวีใช้เวลาคลอดร่วมห้าชั่วโมงเด็กก็ยังไม่ออกมา การที่เดลการานมานั่งข้างๆ ยิ่งทำให้หมอตำแยและข้ารับใช้หวาดกลัวจนมือไม้สั่น กลัวว่าตนจะทำพลาด กลัวว่าหากเด็กในท้องเป็นอะไรไปความผิดจะตกมาอยู่ที่ตน ข้ารับใช้เหล่านี้ส่วนมากมาจากเผ่าจระเข้ พวกนางนึกโทษเบเลธว่านำเรื่องยุ่งยากมาให้ นึกโทษสตรีเผ่าหินที่ร่างกายไม่แข็งแรง จู่ๆ ก็ล้มลงไปแถมยังคลอดยาก นึกโทษไปสารพัด ความกดดันนี้แทบทำให้อาเจียนออกมาได้

ยังดีที่มาตาวีไม่มีสติมากนัก ประกอบกับการที่สามีมาอยู่ข้างๆ ทำให้นางมีกำลังใจ แม้ปวดท้องคลอดเจียนตายก็ตาม

ตอนนี้เองที่วิเซอร์ กาคิมโผล่มา มันเดินผ่านเบเลธอย่างไม่เห็นหัวมาคุกเข่าร้องเรียกบิดาอยู่หน้ากระโจม บอกว่านำยาที่ช่วยลดความเจ็บปวดมาให้ เป็นสมุนไพรที่ขึ้นอยู่ในแม่น้ำใกล้กับรังของงูพิษ ตัวมันเองเปียกชุ่มเพราะไปงมหาสิ่งนี้มา เสื้อผ้าขาดเลอะโคลน ซ้ำยังมีรอยบาดรอยข่วน ทั้งเนื้อทั้งตัวดูทุ่มเทกับการได้สมุนไพรนี้มาเป็นอย่างมาก

เดลการานพยักหน้าให้ข้ารับใช้สตรีนำสมุนไพรเข้ามา เมื่อหมอตำแยยืนยันว่าพืชน้ำชนิดนี้มีคุณสมบัติตามที่กล่าวจริง โดยไม่เป็นอันตรายกับสตรีท้องแก่หรือบุตรในครรภ์ เขาก็อนุญาตให้นำมาใช้

ภายนอกกระโจมมีการพูดคุย ลูกน้องของวิเซอร์ กาคิมเอ่ยเป็นห่วงเจ้านายว่าถูกงูพิษกัดมา

“ไม่เป็นไร พิษงูอ่อนฤทธิ์แค่นี้ รีดออกเสียก็สิ้นเรื่อง”

“โธ่ นายท่าน”

“ก็มีประโยชน์กว่ายืนรอเฉยๆ หน้ากระโจมใช่ไหมเล่า” เสียงวิเซอร์ กาคิมไม่ดังไม่เบา เหมือนพูดกับลูกน้อง แต่ก็จงใจให้เดลการานได้ยิน วัตถุประสงค์คือการเอาหน้าและบอกว่าตนนั้นดีกว่าพี่ชาย

“ท่านเบเลธมิได้นิ่งนอนใจ ท่านรออยู่ข้างนอกเผื่อว่ามีเรื่องด่วนอันใดก็สามารถรับคำสั่งได้ทันที” ลูกน้องของเบเลธเถียงแทนเจ้านาย ดูเหมือนเผ่าเหยี่ยวไม่ยอมให้เผ่าจระเข้เอาหน้าแต่ฝ่ายเดียว “เราเดินทางมาไกล ไม่รู้จักสภาพภูมิประเทศแถบนี้ดีเท่าผู้ที่อยู่มาก่อน ย่อมไม่ทราบว่ามีพืชน้ำที่เป็นประโยชน์แก่นายหญิง ไม่เช่นนั้นเราต้องไปช่วยเผ่าจระเข้งมหาแล้ว แต่เรามียาคุณภาพสูงติดตัวมา ยาที่คิดว่าใช้ช่วยนายหญิงได้ก็มอบให้หมอไปหมดแล้ว”

“พวกเหยี่ยวนี่ถนัดแก้ตัวเสียจริง

ได้ฟังคำดูถูก ก็มีคนโพล่งขึ้นมา “พืชน้ำแค่นี้ก็ไม่น่าเก็บยากนัก นายน้อยของเผ่าจระเข้ทำไมลงทุนไปงมหาเองจนถูกงูกัดเล่า หากเป็นท่านเบเลธ อย่าว่าแต่งูจะเลื้อยหนีไม่ทันเลย พืชมันก็คงลอยมาเข้ามือง่ายๆ”

“ไอ้พวกนกเหยี่ยวปากดี!

“ทำไมเล่า จระเข้”

เดลการานยกนิ้วเมื่อสองเผ่าด้านนอกทำท่าจะปะทะคารมกันไม่จบ ทหารรับใช้คนสนิทสองตนตรงประตูกระโจมรู้ใจเจ้านาย ประกอบกับไม่พอใจที่พวกมันกล้าถกเถียงกันโดยไม่เคารพไซร์ จึงต่างแยกย้ายกันไป เชิญ เบเลธและวิเซอร์ กาคิมไปคนละทาง ตอนแรกวิเซอร์ กาคิมจะไม่ยอมไปง่ายๆ แต่ก็ยอมลงให้กับประโยคว่า

“นี่เป็นความต้องการของไซร์”

ส่วนเบเลธ เขามองประตูกระโจมแวบหนึ่ง แล้วจึงยอมจากไป

เมื่อเสียงด้านนอกเงียบลง เดลการานก็เดินออกมา ทำให้คนในกระโจมได้หายใจหายคอบ้าง ดูเหมือนยาที่วิเซอร์ กาคิมนำมาจะให้ผลดี เขาได้ยินเสียงหมอตำแยพูดให้กำลังใจมาตาวี เสียงเร่งให้ออกแรงเบ่งลูก รออยู่ราวสิบนาทีก็มีเสียงเด็กทารกร้องไห้จ้า

นั่งเฝ้ามาหลายชั่วโมง ข้ารับใช้คิดว่าไซร์คงอยากเห็นหน้าบุตรที่เพิ่งคลอด ทว่าเดลการานหันหลังเดินจากมาโดยที่หมอตำแยยังไม่ทันตัดสายสะดือหรือแจ้งเพศของเด็กด้วยซ้ำ เขากลับที่พักโดยมิได้พะวงถึงบุตรคนล่าสุดแม้แต่น้อย

เขานึกถึงวิเซอร์ กาคิม—บุตรคนที่สอง

“แค่ข้าประสบความสำเร็จไม่พอดอก มันผู้อื่นต้องผิดพลาดล้มเหลวด้วย”

เวลามองหน้าวิเซอร์ กาคิม เดลการานแทบได้ยินมันพ่นประโยคนี้ออกมา เจอหน้ากันครั้งแรก มันประกาศว่าตนจะเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่บิดาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา เดลการานมิได้รังเกียจที่มันมีนิสัยใจคอเช่นนี้ เขาเห็นว่าน่าสนใจเสียอีก อายุมันยังน้อย เหมือนลูกจระเข้ไม่กลัวแม่น้ำเชี่ยว จะว่าคล้ายเขาไหมก็ไม่คล้ายเสียทีเดียว เพราะเขาไม่ทำหลายสิ่งที่วิเซอร์ กาคิมทำ

ตอนแตกเนื้อหนุ่ม วิเซอร์ กาคิมหมกมุ่นกับอำนาจ กระทั่งมารดาแท้ๆ ยังคุมมันไม่อยู่ มันทะเยอทะยานและอำมหิตกับผู้อ่อนแอกว่า ซ้ำยังมีความต้องการอันวิปริตผิดเพี้ยน เช่นกับนายบำเรอคนหนึ่ง มันไม่พอใจลักษณะของริมฝีปาก บอกว่ารูปปากไม่เป็นดังที่ชอบ จึงสั่งให้เฉือนริมฝีปากแบบที่ตนชอบมาเย็บติดกับปากของนายบำเรอ แต่มันเห็นว่าถ้าเย็บติดลงไปบนปากเก่าเลยก็คงไม่สวย จึงลงมือเฉือนปากนายบำเรอและเย็บให้ด้วยตนเอง

วิเซอร์ กาคิมเป็นคนประณีต ทุกวันนี้นายบำเรอของมันก็ยังหล่อเหลาดี มีริมฝีปากแบบที่มันชอบพร้อมรอยแผลเย็บที่ดูเหมือนเครื่องตกแต่ง และยังอยู่กับเจ้านาย

สำหรับเดลการาน เขาเองก็มีความต้องการอันมืดดำและบิดเบี้ยวผิดธรรมดาในสายตาผู้อื่น ซึ่งสำหรับเขา ใครจะมองอย่างไรย่อมไม่เคยใส่ใจ การกระทำของวิเซอร์ กาคิมเป็นสิ่งที่เขาจะไม่ทำกับภรรยา แต่เขาไม่ได้ลงโทษหรือห้ามปรามบุตรชายคนรอง

ทว่านิสัยหยิ่งผยองนั้นต้องมีคนกำราบ ไม่เช่นนั้นจะปกครองกันไม่ได้ เป็นอุปสรรคต่อจุดมุ่งหมายในการเป็นใหญ่เหนือแผ่นดินทมิฬของเดลการาน เดลการานจึงกำราบวิเซอร์ กาคิม ให้มันรู้ว่าใครแข็งแกร่งกว่า พบกันวันแรก เขาเรียกมันเข้าไปคุยในกระโจม ผ่านไปหนึ่งคืน วิเซอร์ กาคิมกลับออกมาในสภาพหวาดกลัวตัวสั่นทว่าเทิดทูนบิดา

มันได้พบกับผู้มีอำนาจเหนือกว่าตนโดยสิ้นเชิงแล้ว

ตั้งแต่นั้นวิเซอร์ กาคิมยกบิดาไว้สูง เหนือยิ่งกว่ามารดา เป็นทั้งบิดาและ ไซร์ของมัน

วิเซอร์ กาคิมอายุน้อยกว่าเบเลธหนึ่งปี เวลานี้จึงอายุยี่สิบสี่ขวบปี ดาร์กเอลฟ์หนุ่มอายุเพียงเท่านี้กลับผิดเพี้ยนได้ขนาดนี้ จะเรียกว่าสายเลือดของเดลการานถูกสาปได้หรือไม่

เดลการานคิดว่าต้องดูที่เบเลธ—บุตรชายคนแรก จะเป็นตัวเปรียบเทียบที่ดี

เขาไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับความผิดปกติอันใดของบุตรชายคนโตมาก่อน

แต่ก็ไม่แน่ดอก

เพราะเบเลธเป็นบุตรชายของเขานี่นา

---------------------------------

“เลติเซียเป็นอย่างไรบ้าง” เดลการานถามเมื่อเรียกเบเลธมาพบในคืนนั้น

เบเลธคุกเข่าก้มหน้าอยู่ เขาตอบอย่างนิ่งสงบว่า “เพิ่งรับสามีคนที่สามเข้ามาอยู่ในความดูแลขอรับ”

“งั้นหรือ” เดลการานนั่งอย่างสบายบนเก้าอี้คลุมด้วยขนเสือภูเขา ด้านนอกอากาศหนาว แต่ภายในกระโจมอบอุ่น เขาจึงสวมแค่ชุดลำลอง ร่างกายท่อนบนเปลือย ท่อนล่างสวมกางเกงกึ่งกระโปรง มีผ้าพันเอว เขาเท้าคาง เอียงคอ “แล้วสามีใหม่ของนางเป็นอย่างไร”

เบเลธหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองบิดา เมื่อใช้ดวงตาดุคมพิจารณาคนตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรงแต่ก็มิได้แสดงท่าทีลบหลู่อันใด เขาก็ตอบ “ล้วนแล้วแต่สู้ท่านไม่ได้ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม”

เดลการานหัวเราะแล้วเอนหลัง “ได้ยินว่าเจ้ามีพี่น้อง แสดงว่าเลติเซียก็เลือกสามีที่พอใช้ได้ จึงยอมมีบุตรคนถัดมา”

“ขอรับ ถือว่าพอใช้ได้ แต่ยังห่างไกลกับท่านนัก” เบเลธคิดในใจว่าบิดาสนใจมารดาอยู่บ้าง หากเขาแจ้งข่าวนี้กับมารดา นางคงยินดี

“ดูเหมือนเจ้าจะเคารพนับถือเรา”

“ข้าย่อมต้องเคารพ”

“แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนน่ะหรือ”

คราวนี้เบเลธมองบิดานิ่งและนาน “ตอนนี้พบแล้วขอรับ”

“แล้วมีความเห็นว่าอย่างไรล่ะผู้เป็นบิดาถามอย่างนึกสนุก

“ไม่แปลกใจที่มารดาเลติเซียเลือกท่านเป็นคู่ครอง”

เดลการานหลับตาลง เขาไม่พูดอะไรอีก และไม่ได้สั่งให้เบเลธออกไป ฝ่ายเบเลธก็คุกเข่าอยู่ที่เดิม ไม่เอ่ยถามหรือลุกออกไปไหน

นานทีเดียว เดลการานจึงถาม “ดูเหมือนเจ้าเป็นประเภทนิ่งเงียบรอรับคำสั่ง เหมือนตอนที่อยู่หน้ากระโจมของมาตาวี เจ้ายืนเฝ้านางโดยไม่จากไปไหน”

“หากบิดาเห็นเป็นเช่นนั้น ข้าย่อมเป็นเช่นนั้นขอรับ”

เดลการานส่งเสียงหึในลำคอ บุตรคนนี้หยั่งเชิงยากกว่าวิเซอร์ กาคิม ซึ่งเป็นเรื่องดีและน่าสนใจ เขาทดสอบอุปนิสัยใจคอของเบเลธอยู่ ก็เหมือนคนที่เพิ่งได้สมบัติของตนมาและกำลังตรวจสอบสมบัติมีค่าชิ้นนั้น เขาลงทุนลงแรง สร้าง เบเลธขึ้นมา หากไม่ทำความรู้จักให้ละเอียดถ้วนถี่ แล้วจะใช้งานได้อย่างไร

“ถนัดใช้อาวุธอะไร” เดลการานถาม

“ขวานขอรับ หรือค้อนก็ใช้ได้ดี”

“เวทมนตร์เล่า”

“พอใช้ได้ขอรับ”

“งั้นไปลองกัน” เดลการานพูดจบก็ดีดนิ้ว ทหารรับใช้หน้ากระโจมเลิกผ้าขึ้น มันประคองอาวุธดาบของเขาอยู่ เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ตอนที่รับอาวุธดาบ แสงคบไฟจากด้านนอกอาบผิวเนื้อเปลือยตรงช่วงหน้าอกและสีข้างของเขาจนเป็นสีเงินฉาบทอง “ที่ลานฝึกซ้อมส่วนตัวของเรา นำอาวุธของเจ้ามาในห้านาที”

---------------------------------

A/N สวัสดีค่ะ นักเขียนเองนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาแวะเข้ามาอ่าน

Elven Almanac ภาคแดงทมิฬนี้บรรจุเรื่องราวที่เราอยากเขียน จนในที่สุดก็ตัดสินใจเขียนออกมา รู้ตัวอีกทีก็พบว่าเรื่องของจอมทัพทมิฬกับนายพลเบเลธนี่มีให้เล่าเยอะเหมือนกันนะ ยิ่งเขียนก็ยิ่งมีพื้นที่ให้โลกของตัวละครขยายขึ้น นอกจากนี้ท่านจะได้อ่านเนื้อหาส่วนที่ไม่น่าจะหาได้ในภาคปกติด้วยค่ะ

หากอ่านแล้วชอบ คอมเมนต์บอกนักเขียนสักนิด กดให้กำลังใจสักหน่อย จะดีใจมากๆ เลยค่ะ ;)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #10 Pie2Na (@pie-handsome) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 06:07
    พระนาย แค่คุยกันเฉยๆ ก็จิ้นแล้วค่ะ >< บรรยายสนุก บทสนทนาเป็นเหตุเป็นผล อ่านได้ทุกคำแบบไม่ข้ามเลย ไม่ได้อ่านแนวนี้นาน อ่านบทแรกจะอึดอัดนิดๆ รู้สึกว่าภาษายาก แต่พออ่านเรื่อยๆก็ชิน และชอบค่ะ
    #10
    1
    • #10-1 I L L R E I (@illreris) (จากตอนที่ 5)
      19 มีนาคม 2562 / 14:21
      พอดีเป็นเรื่องแนวไฮแฟนตาซี ศัพท์แสงมันเลยแปลกตาค่ะ U_U ขอบคุณที่ชอบน้า
      #10-1