I KNOW THE COLORS OF LOVE

ตอนที่ 2 : REFLECTING POND PANTONE #203E4A

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

REFLECTING POND PANTONE RGB 32 62 74 artist :






#O1

หมอนั่นใครน่ะ

ยามโพล้เพล้ใกล้เวลาที่ท้องฟ้าสีครามจะโดนแสงอาทิตย์สีส้มระบายทับ ก่อนอีกไม่นานจะถูกกลืนไปด้วยความมืด อุณหภูมิช่างอบอ้าวสมกับเป็นช่วงปลายฤดูร้อน

เสียงกู่ร้องตะโกนดังก้องภายในสระว่ายนํ้าเปิดขนาดใหญ่ของโรงเรียน ณ ตอนนี้ ที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อรับชมการแข่งขันว่ายนํ้าประจำฤดูร้อน

เขานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ข้างขอบสระที่ถูกทำไว้เพื่อเป็นที่นั่งของสนามกีฬา เหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีอยู่ด้านบน ก่อนจะถูกเรียกให้กลับมาสนใจด้วยเสียงของเพื่อนข้างตัว อีกฝ่ายถามคำถามทั้งที่ไม่ได้มองมาทางเขา แต่กลับมองตรงไปด้านหน้า แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรออกไปบ้าง เสียงของรอบข้างที่ดังขึ้นอีกระลอกก็ดึงความสนใจให้เขามองตามสายตาของเพื่อนไป ตรงส่วนที่เป็นสระว่ายน้ำของโรงเรียน

ผืนน้ำสะท้อนกับแสงสว่างกระทบเข้ากับนัยย์ตาเขา ก่อนสายน้ำจะกระจายออกเป็นวงกว้างพร้อมกับเสียงสัญญาณการออกตัวของนักกีฬา

นี่ หมอนั่นใครนะ โดนถามคำถามเดิมอีกครั้ง ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้หันไปมอง ไม่ได้ตอบอะไร เพราะกำลังสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ความสนใจทุกอย่างถูกโฟกัสไปกับการแข่งขันว่ายน้ำตรงหน้าที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เขาเองยังลุ้นตามเสียจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ มือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันเย็นเฉียบ เสียงหัวใจดังถี่ระรัวจนเผลอลุกขึ้นยืน เหตุการณ์ตรงหน้าให้ความรู้สึกแปลกใหม่กับเขาอย่างที่ไม่เคยเกิด ถ้าหากจะหาคำพูดสักคำมาอธิบายได้

สุดยอดไปเลย

พยักหน้าช้า ๆ ให้กับประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนเป็นเพื่อน ซึ่งเอ่ยเสียงแผ่วราวกับตกอยู่ในภวังค์ ในวินาทีเดียวกันกับที่ฝ่ามือคู่หนึ่งแตะเข้าตรงขอบสระเส้นชัยของการแข่งขันอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เสียงเฮดังลั่นจากบนอัฒจันทร์กึกก้องไปทั่วสนามแสดงถึงชัยชนะ ในเวลาเพียงไม่นาน ท้องฟ้าด้านบนถูกระบายแทบทั้งผืน มันทำให้เขานึกถึงวันนั้น เหมือนกันไม่มีผิด คนคนนั้นผุดตัวโผล่ขึ้นจากด้านใต้ของสระ ทะลุกำแพงใสที่บดบังการมองเห็น สายน้ำกระจายตัวขึ้นเป็นวงราวกับมันกำลังเริงระบำ ตกกระทบและหักเหกับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์น้อยนิดในเวลานี้

เขามองเห็นสายรุ้ง

ใช่

สุดยอดจริง ๆ นั่นแหละ

มันเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสี สายรุ้งเส้นเล็ก อากาศอบอ้าวจนเหนียวเหนอะหนะ ความแฉะชื้นจากสระว่ายน้ำ ระยะห่าง เสียงหัวใจที่เต้นระรัว และหมอนั่น

ยังคงเป็นโลมาที่แหวกว่ายขึ้นมาจากสายนํ้าอย่างงดงาม

เหมือนเมื่อครั้งแรกที่ได้พบเจอ

 

//

 

มนุษย์เราสามารถฝืนหรืออดทนกับสิ่งสิ่งหนึ่งได้นานแค่ไหน

เป็นประโยคที่ฮวังมินฮยอนเคยถามกับตัวเองเมื่อนานมาแล้ว จนปัจจุบันก็ยังหาคำตอบให้กับมันไม่ได้

เขาจำจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามที่ว่าไม่ได้แล้ว อาจจะเป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ อย่างเช่นความอดทนช่วงเวลาหนึ่งที่คุณหมอสั่งงดน้ำอัดลมในวัยเด็ก หรือความอดทนที่พยายามจะกินผักใบเขียวเพื่อสุขภาพ อะไรสักอย่างเมื่อนานมาแล้ว จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน แต่เหมือนว่าเขาจะยังคงหาคำตอบให้มันอยู่อย่างไม่ดิ้นรนหรือพยายามมากนัก

มินฮยอนวางรายงานสรุปผลกิจกรรมเล่มสุดท้ายที่ต้องพิจารณาลง เขาค่อย ๆ ขยับยืดเส้นยืดสายเนื่องจากนั่งอยู่บนเก้าอี้มาเป็นเวลานาน ลุกขึ้นยืนเก็บสัมภาระของตัวเองเข้ากระเป๋า ถึงเวลาที่เขาต้องทำหน้าที่สุดท้ายก่อนจะถึงเวลาปิดภาคเรียนเทอมแรกในที่สุด

ลงมือล็อคห้องคณะกรรมการนักเรียน เช็คความเรียบร้อยก่อนออกเดินตรวจตรา เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการเปิดภาคเรียน เวลาที่นักเรียนแทบทั้งหมดเฝ้ารอ อาคารและสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียนถึงถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบแม้ในเวลาที่ยังไม่เย็นมากเช่นนี้

มีระยะเวลาหนึ่งเดือนในการพักผ่อน แต่ไม่ใช่กับฮวังมินฮยอน แค่คิดถึงตารางเรียนพิเศษกับสิ่งที่ต้องทำก็เหนื่อยแล้ว เหมือนไม่ได้หยุดพักเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้จะปฏิเสธมันยังไง หรือปฏิเสธไปทำไม

มินฮยอนเดินไปเรื่อย ๆ ตามอาคารเรียนเพื่อเช็คว่ายังมีใครอยู่ด้านบนตึกอีกไหม ซึ่งแทบจะไม่มีนักเรียนเหลืออยู่อีกแล้วยกเว้นห้องชมรมบางห้อง เขาบอกให้รีบเก็บของกลับบ้าน อย่าอยู่เย็นมาก มันอาจจะเกิดอันตรายได้ เพราะยิ่งมันเป็นวันสุดท้าย มันยิ่งเงียบกว่าทุกวัน

เดินเรื่อยเปื่อยตรวจตราตามอาคารเรียนทั้งหมดอย่างไม่เร่งรีบอะไรนัก ผ่านไปทางโรงยิม มันเงียบผิดกับที่เขาเดาเอาไว้นิดหน่อย ประตูโรงยิมถูกล็อคเอาไว้อย่างเรียบร้อย เห็นแบบนั้นมินฮยอนถึงได้นึกออก

ในช่วงปิดเทอม ชมรมกีฬายังมีการฝึกซ้อมอยู่เสมอเพื่อการแข็งขันที่กำลังใกล้เข้ามา เขาได้รับหน้าที่ให้มาตรวจเช็คกิจกรรมชมรมต่าง ๆ ในช่วงปิดภาคเรียนตามที่ได้ยื่นเรื่องขอใช้สถานที่ไว้ นั่นหมายความว่าเวลาพักผ่อนของเขาลดลงไปอีก

เวลานี้โรงเรียนเงียบเชียบจนเขาได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าของตัวเอง บรรยากาศดูเหมือนหนังสยองขวัญอยู่นิดหน่อยถึงแม้ท้องฟ้าจะยังสว่าง น่าจะไม่มีนักเรียนเหลือแล้วในเวลานี้ ใคร ๆ ก็คงอยากไปพักผ่อน ไปเที่ยวเล่น หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่การเดินตรวจโรงเรียน

แต่เสียงแว่วที่ดังมาจากทางฝั่งสระว่ายน้ำใกล้ ๆ โรงยิมทำให้มินฮยอนชะงักฝีเท้า

มันเริ่มจะดูเหมือนหนังสยองขวัญขึ้นมาจริง ๆ  ในช่วงปลายภาคการศึกษาก่อนปิดเทอมเป็นช่วงสอบ ซึ่งหมายความว่าวันนี้ป็นวันสอบวันสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ ทุกชมรมมีการงดทำกิจกรรมในช่วงนี้ โอเคมินฮยอนหมายถึงใครเขาจะมาว่ายน้ำในเวลานี้กันเล่า

ด้วยคำว่าหน้าที่ที่กำลังขวางคอเขาอยู่ทำให้มินฮยอนก้าวขาอาด ๆ มาถึงบันไดทางขึ้นสระว่ายน้ำ

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง เขาได้ยินมันชัดกว่าครั้งแรก ให้ความรู้สึกเหมือนกับสิ่งของบางอย่างตกลงไปในสระอย่างแรง ท้องฟ้าที่ยังสว่างและกำลังเริ่มเปลี่ยนสีทำให้มินฮยอนมีกำลังใจเดินมาอีกหน่อย ถึงได้ก้าวขึ้นมาถึงด้านบน มั่นใจแล้วว่านั่นไม่ใช่สิ่งลึกลับอะไรสักอย่างที่แอบจินตนาการไปถึง

สายน้ำในสระกำลังขยับเคลื่อนที่ มินฮยอนเดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนพอจะมองออกว่ามีใครสักคนกำลังว่ายน้ำอยู่ เขากำลังจะก้าวเข้าไปหา แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้รอบข้างทุกอย่างหยุดลงเสียก่อน

สายน้ำในสระกระจายตัวขึ้นเนื่องจากการผุดตัวขึ้นจากด้านใต้น้ำอย่างแรง กระทบกับแสงสว่างจากท้องฟ้าด้านบน เกิดเป็นสายรุ้งเส้นเล็ก ๆ ในระยะสายตา ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้มินฮยอนเผลอกลั้นหายใจ

เขาเห็นโลมา ผุดขึ้นจากน้ำราวกับกำลังเล่นกายกรรม

และโลมาตัวนั้นสบตากับเขา

 

 

 

#O2

มินฮยอนทิ้งตัวลงกับโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ภารกิจทั้งวันที่สะสมทำให้เขาลืมความสกปรกของตัวเองไปสักพัก เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น แล้วเขาจะลุกขึ้นไปอาบน้ำและเริ่มใช้ชีวิตต่อ

ท้องฟ้าด้านนอกเป็นสีส้มไปทั้งผืน อีกไม่นานดวงอาทิตย์จะลับท้องฟ้าไปปล่อยให้ดวงจันทร์ได้ทำหน้าที่ของมัน

เขาหลับตาลง นึกอยากจะขี้เกียจขึ้นมาบ้าง

โอ๊ะ นั่นนาย Perfect man’ มินฮยอนหลุดออกจากภวังค์ น้ำเสียงขี้เล่นดังเข้ามาในโสตประสาทพร้อม กับโลมาที่ว่ายเข้ามาเกาะขอบสระตรงที่เขากำลังยืนอยู่ ได้ยินไหมเนี่ย

เขาโคลงหัวเรียกสติ กะพริบตาสองสามทีเพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะเอ่ยตอบกลับบุคคลที่กำลังลอยตัวอยู่ในน้ำและจ้องมาทางเขา

มินฮยอนย่อตัวให้ระดับของตัวเองต่ำลงมาแทนการยืนเต็มความสูง พอเหมาะที่จะพูดคุยอย่างให้เกียรติ บอกให้อีกฝ่ายรีบกลับบ้าน ยกเหตุผลต่าง ๆ ที่มีมาเสริมเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ เผยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะผุดตัวขึ้นจากสระมานั่งตรงบนขอบ เขาไม่ทันได้ตั้งตัวเลยเผลอถอยออกห่าง เพราะกลัวว่าน้ำจะกระเด็นมาโดน เขายังไม่อยากเปียก

เฮ้ย โทษทีสองมือถูกยกขึ้นข้างลำตัว แสดงสีหน้าเลิ่กลั่กออกมาเล็กน้อย มินฮยอนได้แต่ส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร สมองกำลังประมวลผลว่าควรจะทำอะไรต่อดี เขาควรเดินออกไป หรือควรยืนอยู่ต่อตรงนี้

คุณประธาน อีกฝ่ายพูดขึ้น นายออกไปก่อนเลยก็ได้นะ

ไม่รู้ว่าตัวเองทำท่าทางแบบไหนออกไปอีกฝ่ายถึงได้ชิงพูดข้อเสนอให้เขาเลือกก่อนขึ้นมา มินฮยอนลังเลเล็กน้อย แต่รอยยิ้มกว้างจนดวงตาทั้งสองข้างปิดลงที่ได้รับ ก็เหมือนมีคำว่าไม่ต้องเป็นห่วงอยู่กลาย ๆ ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจเอาตามนั้น

มินฮยอนย้ำอีกครั้ง ให้รีบกลับบ้าน

อีกฝ่ายหัวเราะ อาจจะขำหรือเหนื่อยใจว่าเขาจะย้ำอะไรนักหนา จากนั้นถึงได้โบกมือแล้วเดินแยกไปทางฝั่งห้องแต่งตัว

มินฮยอนยืนมองสระน้ำที่กำลังค่อย ๆ หยุดนิ่ง มันดูสงบ แค่เพียงไม่นาน ถึงได้เดินออกมา

ดวงตาทั้งสองข้างค่อย ๆ ลืมขึ้น ร่างทั้งร่างยังนอนแผ่อยู่กับโซฟา สติเกือบจะขาดหายเพราะเขาเหนื่อยจนจะคล้อยหลับ มินฮยอนไม่มีเวลานอนมองเพดานมากนัก เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แล้วค่อยเริ่มภารกิจประจำวันต่อ

 

//

 

วันหยุดยาวระหว่างปิดภาคเรียนที่เริ่มต้นด้วยการตื่นเช้าไปเรียนพิเศษก็ไม่ได้แย่นัก

อากาศเย็น ๆ ตอนเช้าในฤดูใบไม้ผลิกับขนมปังแล้วก็นมอีกกล่อง ในช่วงเวลาที่ทุกคนพักผ่อน มินฮยอนเลยไม่ต้องเร่งรีบนัก เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ มองก้อนเมฆ มองท้องฟ้า ดวงจันทร์ยังลอยอยู่ด้านบนในขณะที่ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่ของมัน

ไม่ได้มีเขาคนเดียวที่เริ่มต้นวันหยุดด้วยกิจกรรมแบบนี้

ปีหน้าพวกเขาจะเป็นนักเรียนเตรียมสอบ ถ้าอยากเข้ามหาลัยดี ๆ ก็ต้องเรียนหนัก ๆ เพราะสังคมที่มีการแข่งขันสูงอย่างปฏิเสธไม่ได้คือสังคมของคนเก่ง

เขาฟังมันมาตลอด แค่พยายามต่อไปเรื่อย ๆ

นาย เสียงเรียกพร้อมสัมผัสหนัก ๆ แตะลงบนไหล่ ความคิดเหม่อลอยทุกอย่างถูกดึงกลับมา สายตาหันไปมองตามที่มา แล้วก็พบเจอกับรอยยิ้มที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ

โลมา

มินฮยอนยืนอยู่หน้าสระว่ายนํ้าของโรงเรียนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เขาเหม่อลอยจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงนี้ ไม่ได้รู้สึกตัวกระทั่งว่าไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว

มายืนเหม่ออะไรตรงนี้เนี่ย?

ไม่รู้สิ..บุคคลแปลกหน้าถามออกมา แต่พอได้รับคำตอบของเขาก็ยกแขนขึ้นเกาศีรษะ ปล่อยเวลาให้เก้ ๆ กัง ๆ อยู่สักสี่หรือห้าวินาที แล้วนายล่ะ มาทำอะไรที่นี่ ในวันแบบนี้

ฉัน?

มินฮยอนพยักหน้า

ทำไมถามล่ะ

มินฮยอนเลิกคิ้วเล็กน้อย คิดได้ว่าคำถามที่ถามออกไปนั่นไม่ควรหรืออย่างไร ก่อนจะได้ปล่อยให้ความคิดเตลิดฟุ้งซ่าน นํ้าเสียงติดขี้เล่นก็พูดขัดจินตนาการแย่ ๆ ของเขาออกมาก่อน

ไม่ใช่นะ หมายถึง ทำไมถึงถาม ไม่ดิ ทำไมถามฉัน โอ๊ย ไม่ใช่

ทะเลาะกับตัวเอง?

 หมายถึง เออ ช่างแม่งเหอะ

มินฮยอนเผลอสังเกตลักษณะอีกฝ่าย ส่วนสูงพอ ๆ กันกับเขา ตัวเล็กกว่านิดหน่อย ไหล่กว้างพอประมาณสมกับเป็นนักกีฬาว่ายนํ้าแต่ส่วนอื่นติดจะผอม ใบหน้าเล็กแถมยังคมเข้มผิดกับคนเกาหลี คิ้ว ตา จมูก ปาก ทุกอย่างที่ไม่โดดเด่นนักแต่พอมารวมกันแล้วตั้งใจมอง ก็ได้แต่กล่าวโทษพระเจ้าว่าลำเอียงที่ตั้งใจปั้นแต่งเสียออกมางดงามจนน่าอิจฉา แถมยังมีดวงดาวเป็นของตัวเองตั้งสามดวงที่ข้างแก้มด้านซ้าย

หมายถึง มาทำอะไรที่สระว่ายนํ้าคนเดียว ในวันแบบนี้ ที่ยังไม่ใช่วันซ้อมกีฬา

ซ้อมกีฬา?

ก็อยู่ชมรมว่ายนํ้านี่?

อีกฝ่ายทำหน้าช็อคโลกเหมือนโดนผีหลอก

ทำไมถึงรู้

เดาเอา มินฮยอนตอบตามตรง จากที่เคยเจอที่สระว่ายนํ้าคราวนั้น และปัจจัยอื่น ๆ

ไม่ ๆสองมือโบกไปมาปฏิเสธ ก่อนนิ้วชี้ของคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่จะถูกยกขึ้นเขี่ยแก้มข้างที่มีดวงดาวประดับเอาไว้ หมายถึง วันนั้น จำกันได้หรอ

อุณหภูมิที่อบอ้าวยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ เข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนที่มีระยะเวลาหนึ่งเดือน

วันหยุดยาวระหว่างปิดภาคเรียนที่เริ่มต้นด้วยการได้เพื่อนใหม่อย่างประหลาด ๆ ก็ไม่ได้แย่นัก

เย็นวันนั้นมินฮยอนใช้เวลาว่างที่เหลือกับการนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสระว่ายนํ้า กระทั่งสีส้มกลืนสีฟ้าสว่างตามชื่อท้องฟ้าไปเสียหมด

และโลมาตัวนั้น คนนั้น ชื่อองซองอู

 

 

 

#O3

มินฮยอนได้รู้ว่าซองอูเป็นนักเรียนชั้นปีเดียวกัน แม้ซองอูจะบอกว่าไม่เป็นไรที่เขาไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่ความรู้สึกผิดก็ยังตีตื้นขึ้นมาจนกลํ้ากลืนอยู่ดี โดยเฉพาะเวลาที่ซองอูหยอกเขาด้วยชื่อเล่น Perfect man หรือคุณประธาน ที่ตัวเองยังพยายามทำหูทวนลมกับมันอยู่บ่อย ๆ

ซองอูบอกเขาว่าปลายเดือนนี้จะมีการแข่งขัน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่นักกีฬาที่โดนเสนอชื่อแต่เป็นทุกคนที่ได้โอกาสนั้น นํ้าเสียงตอนเล่าให้เขาฟังทั้งที่ตัวเองยังลอยคออยู่ในสระนํ้าดูตื่นเต้นจนปิดไม่มิด แต่ซองอูบอกว่าตัวเองชอบดำนํ้ามากกว่าแข่งว่ายกับคนอื่น

หมอนั่นบอกว่าอยากจะทำลายสถิติดำนํ้าได้นานที่สุด ตบท้ายด้วยคำว่าถ้าตัวเองเป็นเพอร์ซี่ แจ็คสันก็ดีสิ

มินฮยอนไม่เข้าใจหรอก เขาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ เพราะแบบนั้นเวลาส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนพิเศษของเขาช่วงหลังมานี้คือการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ หรือทำอะไรก็ตามอยู่ตรงเก้าอี้ข้างสระว่ายนํ้าของโรงเรียน ในขณะที่ซองอูหายลงไปใต้นํ้าสักพัก ก่อนจะตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นพ้นจากผืนนํ้า และโวยวายตอนเขากดหยุดนาฬิกาแล้วยังไม่ได้เวลาตามที่ต้องการ

หมดสภาพ

มินฮยอนถามตัวเองเหมือนกัน ว่าเขามาอยู่จุดนี้ได้ยังไง เวลานั้นผ่านไปไวเสมอ เพียงไม่กี่อึดใจก็หมดลง บางครั้งจุดเริ่มต้นยังเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

แน่นอนว่ามินฮยอนไม่คิดจะบอก และไม่มีทางที่จะบอก

สำหรับเขา ซองอูเป็นโลมา

โลมานั้นแหวกว่ายอย่างงดงามในทะเล ในที่ที่ของตัวเอง มีความสุขได้อย่างเต็มที่จนน่าอิจฉา

แม้บางครั้งเจ้าโลมาที่มีความสุขตัวนั้นจะติดแหง็กอยู่ในโหลปลาทองแคบ ๆ ก็ตาม

 

-





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #15 Kawaiimm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:14
    งือ คุณประธานperfect manที่ไม่ค่อยสนใจใครแต่กลับจำโลมาได้
    #15
    0
  2. #7 shipper (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 13:57

    เอ็นดูที่ให้คำนิยามของซองอูเป็นปลาโลมา เหมือนฮวังจะสังเกตุอีกคนไม่ต่างกันเพราะเหมือนได้เห็นซองอูได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบเเล้วมีความสุข รอลุ้นเรื่องของคุณโลมากับคุณประธานนักเรียนจะเป็นยังไงต่อ

    #7
    0
  3. วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 07:16
    ต้องมีต่อแล้วล่ะ จะลงในนี้หรือในเล่มไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าอยู่ในเล่มก็ซื้อแน่ คุณโลมาน่าร๊ากกกกกก ฮ่อย ขอกอดที
    #3
    0