[Fanfic]Ep!LoGue VaLenT!ne My Heart OnLy You [SSxHP]

ตอนที่ 9 : Sentimental Fool

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ก.พ. 57




      ‘พอตเตอร์!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!! เธอทำบ้าอะไรของเธออยู่!!’ ภาพศาสตราจารย์สเนปในความฝันตะคอกใส่เขาด้วยน้ำเสียงอันตรายพร้อมส่งสายตาเหยียดที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ที่อยู่ในความฝันของเด็กหนุ่มผมดำน่าจะเป็นห้องทำงานของอีกฝ่าย คาดว่าตัวเขาต้องอยู่ระหว่างการกักบริเวณกับศาสตราจารย์ปรุงยาด้วยเหตุผลเดิมๆในคาบเรียนคือตอบคำถามของอีกฝ่ายไม่ได้ แถมยังปรุงยาผิดอีก แต่คราวนี้เหมือนว่าเขาจะทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ร่างสูงโมโห… คำตอบนั้นชัดเจนเมื่อใบหน้าของเด็กหนุ่มซบอยู่กับแผ่นอกกว้างและแขนทั้งสองเลื่อนขึ้นไปโอบรอบเอวของอีกฝ่ายไว้ เขากอดสเนป


 

เจ็ดปีที่ผ่านมานี้มันยังไม่ชัดพอสำหรับเธอหรือไงว่าฉันเกลียดเด็กอย่างเธอมากแค่ไหน เธอมันก็เหมือนพ่อไม่มีผิด เย่อหยิ่ง จองหอง อวดดี ชอบทำตัวเรียกร้องความสนใจ!!’



แต่ ศาสตราจารย์ครับผม ตัวเขาในความฝันเงยหน้าขึ้นมองคนที่ตัวเองกอดอยู่และกำลังจะเอ่ยปากตอบอีกฝ่ายกลับไปว่าเขาก็คือเขา ไม่ใช่พ่อ หากแต่ถูกตัดบทด้วยคำขู่เด็ดขาดของร่างสูงตรงหน้าเหมือนกับทุกครั้งที่เขาทำอะไรผิด



ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะโยนเธอออกนอกห้อง!!’ ท้ายชั่วโมงกักบริเวณมักจบลงไม่สวยเพราะศาสตราจารย์สเนปจะอารมณ์เสียและเขาก็ถูกไล่ออกมาจากห้องทำงานอยู่บ่อยๆ มันเป็นเรื่องปกติที่เขาควรจะชินชาไปแล้วเสียด้วยซ้ำแม้กระทั่งในความฝันแบบนี้ แต่ทำไมเขายังรู้สึกเจ็บกับคำพูดเชือดเฉือน
ที่ออกจากปากอีกฝ่าย



 

     'ขอร้องเถอะครับ อย่าผลักไสผมไปเลย' เด็กหนุ่มไม่ยอมขยับไปไหน ทว่ากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น



  'อย่ายั่วโมโหฉัน!!!'



  เขากลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมาในดวงตาสีมรกต หากแต่การทำแบบนี้กลับยิ่งเหมือนเป็นการยั่วโมโหอีกฝ่าย



'หึ คิดว่าบีบน้ำตาแล้วฉันจะฉันสงสารเธออย่างนั้นเหรอ ผิดแล้วพอตเตอร์'



'ผผม…'



'ออกไป!!!!' เด็กหนุ่มพยายามจะบอกว่าเขาชอบศาสตราจารย์ปรุงยาที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง หากแต่เขา
ถึงกับตะลึงเมื่ออีกฝ่ายตัดคำพูดของเขาด้วยการตวาดใส่หน้า น้ำตาที่พยายามฝืนไว้ไหลพรากลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างเล็กรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีอยู่หมดลงไปกะทันหัน




     ‘ก็ได้! ในเมื่อเธอไม่ยอมออก ฉันจะไปเอง!!’  หัวหน้าบ้านสลิธีรีนในความฝันพยายามกระเสือกกระสนจนเป็นอิสระการเกาะกุมของเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ และเป็นฝ่ายเดินกระแทกเท้าไปยังประตูเพื่อที่จะออกไปจากห้องให้พ้นหน้าอีกฝ่ายเสียเอง



     คนใจร้ายทำไมไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมบ้างทั้งที่ผมคองมองคุณมาตลอดตัวเขาในความฝันรีบเดินตามศาสตราจารย์ปรุงยาและคว้ามือของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนที่จะเขาจะเดินออกไปพ้นจากห้อง นั่นเป็นคำพูดที่เด็กหนุ่มละเมอออกมาเมื่อเช้าตอนที่เพื่อนสนิททั้งสองคนมาปลุก



     'เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาออกคำสั่งกับฉัน!!' เสียงเกรี้ยวกราดของร่างสูง รวมถึงความเกลียดชังจากดวงตาสีรัตติกาลดุดันที่หรี่ลงมองอย่างอันตรายส่งมาถึงเด็กหนุ่มโดยตรง ราวกับว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ หากสายตาฆ่าคนได้ แววตาคู่สวยแต่คมกริบราวกับมีดก็คงเสียบทะลุหัวใจทำให้เขาทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว



     ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะเซฟ!!!’ แฮร์รี่รวบรวมความกล้าและแรงที่เหลือเพียงน้อยนิดตอกใส่อีกฝ่าย หากแต่ศาสตราจารย์ผู้เย็นชาก็สะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี ก่อนกระแทกเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วจนร่างนั้นหายลับไปจากสายตาโดยไม่มีการหันกลับมามองแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มทรุดตัวลงที่พื้น นั่งพิงประตูและร้องไห้อย่างหนักจนตัวสั่นเทิ้ม สิ่งที่เขาทำลงไปทำให้สเนปเกลียดเขายิ่งกว่าเดิม ทำไมเขาถึงได้โง่แบบนี้ เขานึกว่าอีกฝ่ายอาจจะเปิดโอกาสให้เขาบ้างแต่จากสิ่งที่เกิดขั้นมันตอกย้ำให้เขารู้ว่า
ตัวเองไม่เคยมีโอกาสนั้นเลย สิ่งเดียวที่ทำได้คงมีเพียงแค่ฝังความรู้สึกทุกอย่างไว้ในส่วนลึกของใจ
ทางเดียวที่มันจะหายก็คือตายไปพร้อมกับเขาเท่านั้น  



 

............................................



     เจ้าของดวงตาสีมรกตกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสงสว่างจากภายนอกที่แยงเข้ามา ก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่สวยของเด็กหนุ่มแดงก่ำ ใบหน้าหวานชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา ร่างเล็กยังคงตัวสั่นเทาจากการร้องไห้และสะอื้นอย่างหนักเพราะเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นด้วยตาตัวเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงทำให้ภาพความฝันเมื่อเช้าปรากฏชัดขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มถอนใจยาวพลางซ่อนใบหน้าลงในฝ่ามือทั้งสอง หรือว่าฝันนั้นเป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นในวันนี้ ใช่ คาดไม่ถึงจริงๆว่าพ่อทูนหัวเขาชอบศาสตราจารย์ปรุงยาแถมเขาดันมาเห็นทั้งสองคนจูบกันอีก  

  

     เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ไม่รู้ว่าตัวเองมาร้องไห้อยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เขารู้แค่ว่าตัวเองวิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุไกลพอสมควร หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองทรุดลงนั่งกับพื้นและร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง นี่เขาไม่ได้ร้องไห้มานานแค่ไหนแล้ว ถ้าจำไม่ผิดก็คงตั้งแต่ปีสี่ตอนที่เขาพาร่างไร้วิญญาณของเซดดริก ดิกกอรี่ เพื่อนร่วมการแข่งไตรภาคีออกมาจากเขาวงกต ครั้งนั้นเด็กหนุ่มร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดและโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนต้องมาจบชีวิตลง แต่คราวนี้เหตุผลที่เขาร้องไห้มันต่างออกไป           



     เขารู้ดีว่าหัวหน้าบ้านสลิธีรินเกลียดเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่มองมายังเขา สองปีที่ผ่านมาเขาพยายามทำตัวให้สเนปประทับใจด้วยการทำตัวเป็นผู้ใหญ่และมีวุฒิภาวะมากขึ้น แต่ความพยายามทุกอย่างของเขาก็
ไม่เคยเป็นผลเพราะศาสตราจารย์ปรุงยาเอาแต่เกลียดและไม่เคยมองเห็นเขาที่เป็นตัวเขาเองเลย ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของอีกฝ่ายไม่เคยพ้นที่จะเอาเขาไปเปรียบว่าเขามันแย่เหมือนพ่อตัวเองมากแค่ไหน
เขาเกลียดตัวเองที่ไม่อาจหยุดความรู้สึกที่มีต่ออดีตผู้เสพความตายผู้แปรพักตร์มาเป็นสปายเพื่อความ
ถูกต้องอย่างชายผู้นี้ได้เลย…    




     “มาอยู่นี่เองเหรอ แฮร์รี่สะดุ้งสุดตัวเมื่อมือของใครบางคนวางลงบนไหล่ของเขา  เสียงนั้นเอ่ยต่อไปด้วยความเป็นห่วง ฉันแวะกลับไปหานายที่ห้องพยายาลแต่นายไม่อยู่ มาดามพอมฟรีย์บอกว่านายหายไปไหนก็ไม่รู้ จริงๆเลย นายบาดเจ็บก็น่าจะนอนพักสักหน่อยไม่ใช่หลบออกมาแบบนั้นนะ   




     “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ขอโทษนะที่ทำให้นายเสียเวลาตามหา แต่ขอฉันอยู่คนเดียวเถอะนะรอนเด็กหนุ่มรู้จากเสียงพูดได้ทันทีว่าคนที่กำลังคุยกับเขาอยู่ตอนนี้คือเพื่อนสนิทของตัวเอง เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หากแต่ยังไม่ยอมหันมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง



     “นายโอเคมั้ย เด็กหนุ่มผมแดงเลิกคิ้วอย่างสงสัยเมื่อได้ยินน้ำเสียงเศร้าจากคำตอบของเพื่อนสนิทของตัวเอง เขาเดินอ้อมมาด้านหน้าและนั่งลงข้างๆแฮร์รี่ สิ่งที่เด็กหนุ่มเห็นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจตามอีกฝ่ายไปด้วย ดวงตาของเจ้าของตาสีมรกตแดงก่ำจากการร้องไห้ ใบหน้าเรียวเปียกปอนไปด้วยน้ำตาที่ดูเหมือนจะไม่ได้เช็ดออกเลย




    ร่างเล็กกว่าสั่นเทาเล็กน้อยจากการสะอื้น แฮร์รี่ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเลย ยกเว้นมีเรื่องที่ทำให้ทนไม่ไหวจริงๆถึงได้ร้องไห้ออกมาตอนที่อยู่กับเขาหรือเฮอร์ไมโอนี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขา
กันเนี่ย




     “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าแฮร์รี่



     “ฮึกทำไมทำไมเขาถึงได้…”  เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เริ่มกลับมาสะอื้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนถามถึงสาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้ น้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งไหลออกจากดวงตาคู่สวยอีกครั้ง เขาไม่สนใจท่าทางตะลึงของเจ้าของตาสีฟ้าตรงหน้าเมื่อเขาโถมตัวเข้าหาและกอดอีกฝ่ายไว้แน่น เด็กหนุ่มผมแดงมองคนตัวเล็กกว่าสักครู่ ก่อนจะทำหน้าที่เพื่อนด้วยการลูบหลังอีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบใจ รอนนั่งนิ่งเงียบให้เพื่อนตัวเองร้องไห้ให้พอใจและฟังสิ่งที่แฮร์รี่หลุดปากพูดออกมาเอง เพื่อนสนิทเขาพูดถึงใครกัน เขา คนนี้คงต้องทำอะไรสักอย่างเป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายเสียน้ำตาสินะ ถ้าเกิดเขาย้อนถามกลับไปตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจจะได้คำตอบก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น



     “เขาทำไมเหรอ


     “ทั้งๆที่ฉันพยายามแล้วแท้ๆพยายามทำให้เขาเห็นว่าฉันก็คือฉันพยายามทำตัวดีๆให้เขาประทับใจทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจให้บ้างเป็นฉันไม่ได้เหรอที่เขาจะรัก…”



     “แฮร์รี่ นายชอบสเนปจริงๆเหรอ



     เด็กหนุ่มผมดำยกมือขึ้นปิดปากเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดพูดอะไรออกไปให้เพื่อนสนิทคนนี้รับรู้เข้าซะแล้ว รอนจะรับได้หรือเปล่าถ้าเพื่อนอย่างเขาจะชอบผู้ชาย แถมคนๆนั้นก็เป็นศาสตราจารย์ที่พวกเขาเคยเกลียดที่สุดด้วย แต่สำหรับเขามันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป เขาไม่ได้เกลียดศาสตราจารย์สเนปอย่างที่เคยรู้สึกตั้งแต่ปีห้าหลังจากเรียนสกัดใจกับหัวหน้าบ้านสลิธีรินคนนี้แล้ว แต่กลับเริ่มรู้สึกมีใจให้อีกฝ่าย
ด้วยซ้ำ 




     “อืม เจ้าของตาสีมรกตเพียงแค่พึมพำเบาๆในคอ และพยักหน้าเล็กน้อยกับสิ่งที่อีกฝ่ายถามมาเป็นเชิงตอบรับ 



     “โอ้ เมอร์ลิน ฉันเอ่อ เรื่องเมื่อเช้าในห้องพยาบาล แสดงว่าฉันคิดไม่ผิดจริงๆด้วยใช่ไหมเนี่ย เด็กหนุ่มร่างสูงยกมือขึ้นกุมขมับพลางถอนใจยาวกับข้อสันนิษฐานที่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัด แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตกใจ บ้าจริง! รอนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับสเนปเมื่อเช้า
ในห้องพยาบาลอย่างนั้นเหรอ แสดงว่ามัลฟอยก็ต้องเห็นด้วยเหมือนกัน ให้ตายสิ เขาไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีแล้วตอนนี้




     “แฮร์รี่ นายแน่ใจแล้วเหรอ ว่ารู้สึกกับเขาแบบนี้จริงๆลืมไปหรือไงว่าสเนปปฏิบัติกับนายแบบไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนเย็นชา อารมณ์ร้าย ช่างเสียดสี หัวรั้น อคติ คอยหาเรื่องจับผิดและดูถูกนายมาตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาเป็นศาสตราจารย์หรอกนะ สเนปเป็นผู้เสพความตาย ลูกน้องคนที่รู้ว่าใคร




     “เขาเป็นอดีตผู้เสพความตาย และเป็นสปายให้ศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ เขาอยู่ในภาคีเหมือนกันนะ



     “แต่ยังไงเขาก็แก่กว่านายอยู่ดี เขาอายุห่างจากนายมากพอที่เป็นพ่อนายด้วยซ้ำ    



     ฉันรู้ว่าเขาเกลียดเด็กอย่างฉันมากแค่ไหน ตอนแรกฉันเองก็ทำตัวไม่ดีกับเขาเหมือนกัน ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องรู้สึกกับศาสตราจารย์สเนปมากกว่าความเป็นอาจารย์กับนักเรียนด้วย  แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรลบความรู้สึกนั้นออกไปได้แล้วจริงๆแฮร์รี่ถอนหายใจยาวพลางก้มหน้ามองพื้น เพื่อนสนิทของเขาดูไม่ค่อยชอบใจนักที่เขาพูดแก้ตัวให้ศาสตราจารย์ปรุงยาทุกเรื่องที่ยกขึ้นมา แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะเขารู้สึกแบบนั้นกับอีกฝ่ายจริงๆ



     “ฉันมันประหลาดที่ชอบผู้ชายแล้วยังอายุมากกว่าตัวเองตั้ง20ปี แถมคนที่ฉันชอบก็ยังเกลียดฉันอย่างกับอะไรดี  รอนนายจะยังเป็นเพื่อนฉันอยู่มั้ย ถ้าฉันชอบสเนป    




 

     เฮ้ ขอโทษที่ทำให้นายไม่สบายใจ แต่ฉันยังเป็นเพื่อนนายอยู่นะ ถ้าไม่เป็นแล้วฉันจะมานั่งปลอบนายทำไม นายกลัวว่าฉันจะเลิกเป็นเพื่อนนายเพราะเหตุผลแค่นี้เองหรือไง แฮร์รี่ อย่าคิดมากสิ ที่สำคัญนาย
ไม่ได้ประหลาดสักหน่อย  ดูอย่างพ่อมดตระกูลเลือดบริสุทธิ์เก่าแก่ที่เหลืออยู่ในโลกเวทมนตร์ตอนนี้สิ พวกเขาหยิ่งเกินกว่าที่จะแต่งงานกับตระกูลอื่นๆที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์ แม้แต่กระทั่งฮาล์ฟบลัด ก็เลยต้องแต่งงานกันเองทั้งนั้น” รอนเลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างสงสัยและตอบกวนๆเล็กน้อยตามแบบของเขาเพื่อลดความรู้สึกกดดันของอีกฝ่าย ถ้าเขาจะเลิกเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่เพราะเรื่องแปลกๆของเด็กหนุ่มผมดำคนนี้ล่ะก็ เขาคงต้องหาเพื่อนใหม่ตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว เพราะอีกฝ่ายเผชิญกับเรื่องแปลกๆชวนปวดหัวและเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อย



 

     “ขอบใจมากนะ…”



     “ฉันเป็นเพื่อนนายมาตั้งกี่ปีแล้ว แค่นี้เรื่องเล็กน้อยน่า  ถึงมันจะรู้สึกแปลกๆที่นายชอบสเนป แต่ถ้านี่คือสิ่งที่นายรู้สึกจากใจจริงๆและคิดว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับนาย ฉันก็ไม่อยากจะขัดศรัทธาอะไรทั้งนั้นล่ะแฮร์รี่ ฉันแค่เป็นห่วง ถ้านายคิดจะสารภาพรักล่ะก็ เผื่อใจไว้หน่อยก็ดี สเนปไม่ใช่คนที่เข้าถึงได้ง่ายและพร้อมเปิดใจรับใครทันทีนี่ ดูง่ายๆเลย เขายังเห็นนายเป็นเหมือนพ่อมาตั้ง7ปีด้วยซ้ำ คำพูดของ
คนตรงหน้าทำให้เด็กหนุ่มผมดำอดยิ้มออกมาไม่ได้ ดูเหมือนรอนจะอดแขวะเขาไม่ได้เลยจริงๆสินะ
แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าเขาประหลาด และก็ไม่ได้มีทีท่ารังเกียจที่เพื่อนตัวเองชอบศาสตราจารย์ปรุงยา     

  

     “อ๊ะ เย็นขนาดนี้แล้วเหรอ กลับกันเถอะ แฮร์รี่เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบก่อน เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากม้านั่งหินอ่อนที่เขากับเพื่อนสนิทนั่งคุยกัน พลางทอดสายตามองแสงอาทิตย์ยามเย็นทอสีแสดตัดกับท้องฟ้าสีคราม   บรรยากาศยามเย็นรอบๆทะเลสาบที่เวลานี้แลดูเงียบสงบแต่ก็ไม่น่ากลัวเหมือนในเวลาค่ำคืน



     “จริงด้วย เรานั่งคุยกันจนไม่ได้ดูเวลาเลย ว่าแต่นายมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน



     “ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ฉันออกจากห้องพยาบาลมาก็น่าจะบ่ายกว่าๆล่ะมั้ง



     “เอ๊ะ นี่มันก็จะหกโมงแล้วนี่ รอนเหลือบดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนหอสลิธีริน



     “ว่าไงนะ!! จะหกโมงแล้วเหรอ หวา แย่แล้ว!!” เจ้าของตาสีมรกตเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนโบกมือลาและคว้ากระเป๋ารีบวิ่งกลับไปทางอาคาร



     “มีอะไรอีกล่ะแฮร์รี่ รอนเลิกคิ้วและตะโกนไล่ตามหลังมาอย่างไม่เข้าใจเมื่อคนตรงหน้ารีบร้อนออกไปกะทันหันราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย




     ฉันลืมไปสนิทเลยว่ามีกักบริเวณกับศาสตราจารย์สเนป!! ถ้าฉันไปสายแม้แต่นาทีเดียว นายคงจะรู้นะรอนว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อวยพรให้ฉันยังมีชีวิตรอดออกมาจากห้องทำงานเขาก็แล้วกัน”


 

     “เฮ้ เดี๋ยว!! นายยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่  เจ้าของตาสีฟ้านึกขึ้นได้ก่อนจะตะโกนกลับไปอีกรอบ
แต่ดูเหมือนเพื่อนสนิทของเขาจะวิ่งไปไกลซะจนไม่ได้ยินที่เขาพูดซะแล้ว เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าอย่างเป็นห่วง แฮร์รี่จะแอบหลบออกมาจากห้องพยาบาลเพื่ออะไรกันเนี่ย แถมพอหลบออกมาก็มานั่งร้องไห้ตรงนี้อีก ช่วงเวลาระหว่างนั้นเขาเจอเรื่องอะไรกันแน่นะ นี่มื้อเย็นยังไม่ได้ทานก็รีบวิ่งไปห้องทำงาน
สเนปอีก ปกติเวลากักบริเวณก็สายอยู่ทุกทีไม่ใช่รึไงนะแฮร์รี่ แค่กลับไปทานอาหารให้มันเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปก็ยังดี นี่มื้อเที่ยงได้ทานหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเขาเวียนหัวแล้วเกิดเป็นลมไปจะทำยังไงเนี่ย

   

     เอ๊ะ จริงสินะ ก็แฮร์รี่ไปกักบริเวณกับสเนปไม่ใช่รึไง ถ้าเกิดเขาเป็นลมขึ้นมาจริงๆล่ะก็…’  
เด็กหนุ่มผมแดงแทบสำลักน้ำลายเมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนรักของตัวเอง มันจะเป็นเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อเช้าในห้องพยาบาลตอนที่สเนปเผลอแตะเนื้อต้องตัวเด็กหนุ่มผมดำระหว่างรักษาแผลให้อีกฝ่ายหรือเปล่า เขาไม่อาจล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลยจริงๆ ยังไงแฮร์รี่ต้องรอดชีวิตออกมาจากห้อง
ทำงานสเนปอยู่แล้ว เขามั่นใจ แค่จะออกมาในสภาพไหนก็เท่านั้นเอง เขาคงไม่ต้องอวยพรให้รอดออกมาจากห้องทำงานสเนปแล้วล่ะมั้ง แต่ต้องเปลี่ยนเป็นอวยพรให้เด็กหนุ่มสารภาพรักสำเร็จก่อนจะถูกโยนออกมานอกห้องภายในเวลาไม่กี่นาทีแรกมากกว่า  ศาสตราจารย์ปรุงยาหัวรั้นแถมหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น คนอย่างสเนปคงไม่ยอมเชื่อว่าแฮร์รี่ชอบตัวเขาเองแน่ๆ 
เด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปากและหัวเราะกับตัวเอง ก่อนจะเดินออกมาจากบริเวณทะเลสาบและกลับไปยังห้องโถงอย่างรวดเร็ว

 

...................................................................................


 

     “ขออนุญาติครับศาสตราจารย์ เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์รวบรวมความกล้ายื่นมือออกไปเคาะประตูห้องทำงานของศาสตราจารย์ปรุงยาด้วยมือที่สั่นเทา ทำไมเขาถึงเกิดกลัวขึ้นมากะทันหันทั้งๆที่เขาก็ถูก
กักบริเวณกับอีกฝ่ายมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ปีหนึ่งจนทำลายสถิติเป็นนักเรียนที่ถูกกักบริเวณมากที่สุด
ตั้งแต่ที่สเนปสอนมา




      เข้ามาได้ เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากในห้องหลังจากที่หัวหน้าบ้านสลิธีรินปลดล็อกประตูห้องทำงานของตัวเองเพื่อให้นักเรียนที่ยืนรออยู่เดินเข้ามาได้ เด็กหนุ่มผมดำกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขายังไม่พร้อมจะเข้าไปเจอหน้าศาสตราจารย์ปรุงยาเลยจริงๆ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมา แต่ถ้าไม่เข้าไปก็ไม่ได้เพราะเขาต้องมากักบริเวณตามที่อีกฝ่ายสั่งไว้ แถมยังมาสายอีกจนได้ ถ้ายังขืนยื้อเวลาต่อไปแบบนี้คงทำให้ศาสตราจารย์สเนปไม่พอใจมากขึ้นอีกแน่ เด็กหนุ่มผลักประตูเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะนี่


 

     “ฉันจำได้ว่าสั่งกักบริเวณหกโมงตรง ดูเหมือนพอตเตอร์คนดังจะคิดว่าเวลาของเขาสำคัญมากกว่าการกักบริเวณจากศาสตราจารย์อย่างฉันสินะเจ้าของตาสีรัตติกาลยังคงนั่งตรวจงานอยู่ที่โต๊ะ หากแต่ร่างสูงแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มที่เข้ามาในห้องทำงานเขาเวลานี้จะเป็นใครอีกไม่ได้นอกจากพอตเตอร์ ในที่สุดก็มีปัญญาพาตัวเองมาที่นี่จนได้ เขาเสียเวลานั่งรออีกฝ่ายเกือบครึ่งชั่วโมงถึงได้เพิ่งโผล่หน้ามาอย่างนั้นเหรอ ไปไหนของเขามากันเนี่ย



     เขาเอ่ยขึ้นเป็นเชิงกระทบกระเทียบเรื่องนักเรียนที่ถูกสั่งกักบริเวณมาสาย เป็นที่รู้กันดีว่าศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินเข้มงวดเรื่องการตรงต่อเวลามากอยู่แล้ว หากนักเรียนมาสายเพียงแค่ไม่กี่นาที
ก็เพียงพอที่จะทำให้ถูกหักคะแนนบ้านอย่างน้อยสิบคะแนน แต่นี่เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์มาเลยเวลาที่กำหนดมาขนาดนี้ แน่นอนว่านั่นทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่เขามีอยู่แล้วก่อนหน้านี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ความตั้งใจที่จะสอนอะไรเพิ่มเติมให้พอตเตอร์ระหว่างที่ปรุงยาหายไปโดยฉับพลัน




     “...ขอโทษครับที่ผมมาสาย เด็กหนุ่มผมดำค้อมศีรษะเล็กน้อยและเอ่ยเสียงเบาเป็นเชิงสำนึกผิด คราวนี้เขายอมรับจริงๆว่าเขาผิดเองเพราะลืมเรื่องกักบริเวณที่ศาสตราจารย์ปรุงยาสั่งเมื่อเช้าไปสนิทเลย ชายหนุ่มผมดำดูเหมือนจะโมโหเรื่องอะไรสักอย่างมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วด้วย ทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีเรื่อง
ให้หงุดหงิดอยู่ตลอดเลยนะ





     นักปรุงยาหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อไม่ได้ยินเสียงปิดประตูกับเสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องทำงาน แสดงว่าเจ้าเด็กอวดดียังยืนอยู่ที่เดิมตรงหน้าประตูแน่ จะเข้าก็ไม่เข้ามาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย มัวแต่มายืนเก้ๆกังๆอยู่ได้น่ารำคาญจริง สเนปนึกว่าเด็กหนุ่มผมดำในใจด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก



     ตอนที่เขาเอายาไปเติมสต็อกที่ห้องพยาบาล เขาก็แค่เข้าไปวางกล่องยาที่โต๊ะทำงานมาดามพอมฟรีย์แล้วรีบกลับออกมาเพราะโดนแบล็กตามรังควาญไม่เลิก เลยไม่ได้เดินเข้าไปดูว่าพอตเตอร์ยังนอนพักอยู่ที่เตียงและได้ใช้ยาที่เขาปรุงให้หรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าเด็กนี่จะหายดีแล้ว คงไม่ต้องพึ่งยาอะไรจากเขาทั้งนั้น ทำไมเขาถึงอยากให้พอตเตอร์รีบมาที่ห้องทำงานของตัวเอง แต่พอแค่เด็กนี่มาสายถึงได้นั่งไม่ติด



     ไม่
!! หยุดเดี๋ยวนี้!! พอได้แล้ว!! ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่คิดถึงเรื่องบ้าๆพวกนี้แล้วแท้ๆแต่ทำไมถึงได้
เป็นแบบนี้นะ ศาสตราจารย์ปรุงยารีบหยุดความคิดเมื่อรู้สึกตัวว่าเริ่มนึกถึงเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์
เขาพยายามเตือนตัวเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับพอตเตอร์มากกว่าฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์  



 

     “พอตเตอร์!! จะยืนเซ่ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม ถ้ายังรีบไม่เข้ามาอีกเวลากักบริเวณของเธอก็จะนานขึ้นเรื่อยๆ เขาบังคับตัวเองให้ขึ้นเสียงใส่เด็กหนุ่มก่อนที่จะเงยหน้ามองอีกฝ่าย ยืนค้างอยู่ที่หน้าห้องด้วยสีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพาตัวเองเข้ามาในห้องทำงานของเขาและผลักประตูให้ปิดลง
ในที่สุด



     ‘บ้าจริงพอตเตอร์! ฉันก็แค่พูดเหมือนปกติที่เคยพูดกับเธอนั่นแหละ อย่ามาทำหน้าเศร้าแบบนั้นนะ! เธอกำลังจะทำให้ฉันต้องใจอ่อน ไม่ได้!! พอตเตอร์เป็นลูกของลิลี่ เป็นนักเรียนของฉัน ฉันไม่ได้ชอบ!!…ไม่ได้รักพอตเตอร์ ฉันจะชอบเขาไม่ได้รักเขาไม่ได้!!’ 





     “ครับ 



     “เธอคงยังจำได้ใช่ไหมว่าที่ถูกกักบริเวณเย็นนี้เพราะอะไร



     “จำได้ครับ เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาพยักหน้าตอบรับ



     “ดี ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มปรุงยาใหม่อีกครั้งได้แล้ว หวังว่าคราวนี้เธอคงฉลาดพอที่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเมื่อเช้านะ พอตเตอร์ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามก่อนที่จะตัดสินใจใส่ส่วนประกอบยาลงไปแบบไม่ใช้สมอง ฉันไม่ต้องการให้เธอทำลายห้องทำงานของฉันเหมือนที่ทำให้ห้องเรียนวุ่นวายอีก เข้าใจไหม
ปรุงเสร็จเมื่อไหร่ก็ทิ้งงานเอาไว้บนโต๊ะแล้วกลับหอไปได้เลย ฉันจะตรวจงานของเธอทีหลังเอง
 



     สเนปพูดเสียงเฉียบเป็นเชิงสั่งพลางพยักเพยิกหน้าไปทางโต๊ะทำงานอีกด้านที่เขาเตรียมหม้อปรุงยา พร้อมส่วนประกอบของน้ำยาสัจจะเซรุ่มเอาไว้ให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะหันกลับไปนั่งตรวจงานต่อโดยไม่เห็นสีหน้าเศร้าและริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรงเพราะคำพูดเชือดเฉือนเป็นเชิงผลักไสอีกฝ่ายออกไป




     เด็กหนุ่มผมดำลอบมองร่างสูงที่ขะมักเขม้นกับกองรายงานที่กำลังตรวจด้วยสายตาที่แฝงด้วยความรู้สึกเจ็บ  ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของศาสตราจารย์ปรุงยาเวลาคุยกับเขา ทำไมต้องมีแต่คำพูด
เชือดเฉือนจิตใจกันขนาดนี้ ราวกับว่าอีกฝ่ายรังเกียจเขามากเสียจนทนไม่ได้แม้กระทั่งจะพูดด้วย



     เหตุผลที่สเนปรีบให้เขาเข้ามาก่อนที่เวลากักบริเวณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และให้ทิ้งงานไว้บนเอาไว้บนโต๊ะหากปรุงยาเสร็จ คงไม่ใช่อะไรนอกเหนือไปจากต้องการรีบไล่เขาไปให้พ้นๆ เพราะทนไมไม่ได้กับการที่เขามีตัวตนอยู่ในห้องทำงานของอีกฝ่าย เขาคงเป็นคนน่ารังเกียจอย่างที่พวกเดอร์สลีย์คอยตอกย้ำอยู่ตลอดเวลาที่เขาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนั้นจริงๆสินะ



 

     แฮร์รี่สะบัดหน้าไล่ความคิดออกจากหัว ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวนั้นและเริ่มลงมือหั่นส่วนประกอบของน้ำยาด้วยความระมัดระวังเป็นที่สุด ความกดดันเมื่อต้องปรุงยาต่อหน้าศาสตราจารย์สเนปเพียงลำพังทำให้เขามือสั่นจนควบคุมแทบไม่ได้  เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงจากหน้าผาก ทั้งๆที่อุณหภูมิในห้องทำงานของหัวหน้าบ้านสลิธีรินเย็นเฉียบด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มผมดำเสียเวลากับการหั่นอย่างงุ่มง่ามไปเกือบชั่วโมงซึ่งมากกว่าเวลาที่เขาใช้ในคาบเรียนเมื่อเช้าเสียอีก



     เจ้าของตาสีนิลละสายตาจากงานที่เขาเพิ่งตรวจเสร็จ ร่างสูงเหลือบมองพอตเตอร์และขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  เจ้าของตาสีมรกตยังคงมุ่งมั่นกับการหั่นส่วนประกอบยาอยู่ที่โต๊ะทำงานอีกฝั่งหนึ่ง เขานั่งตรวจงานกองใหญ่เสร็จหมดแล้วแต่อีกฝ่ายยังไปไม่ถึงไหน ทำไมเด็กหนุ่มถึงได้ใช้เวลานานมากเกินไปกับแค่ขั้นตอนพื้นฐานง่ายๆแบบนี้ เขานึกว่าอย่างน้อยคนตรงหน้าจะต้องเริ่มปรุงยาไปสักครู่แล้วด้วยซ้ำ มันมีปัญหาอะไรกันแน่



     สเนปลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเองและเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อเห็นเขาหยุดมองผลงานที่อยู่บนโต๊ะ ทำไมพอตเตอร์ถึงได้หั่นเครื่องปรุงยาแบบนี้ อย่างนี้มันก็เสียเปล่าหมดน่ะสิ ไม่ใช่แค่นั้น ถ้าขืนเอาของพวกนี้ไปใส่ในหม้อปรุงยามีหวังได้ระเบิดอีกจนได้



     “ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกับการหั่นง่ายๆที่แม้แต่เด็กยังทำได้ แต่ผลงานออกมาไม่สมกับความสามารถของเด็กปี7 สักนิด เครื่องปรุงยาแต่ละชนิดมันมีวิธีหั่นแตกต่างกันชัดเจน บางอย่างต้องหั่นเป็นลูกเต๋า บางอย่างต้องสับ สไลด์ หรือใช้วิธีตัด แต่นี่มันอะไร เธอเรียกว่าหั่นแล้วอย่างนั้นเหรอ ทำไมถึงได้ออกมาเป็นท่อนไม่เป็นรูปเป็นทรง แถมยังหั่นไม่เท่ากันแบบนี้อีก ศาสตราจารย์ปรุงยาพิจารณาวิธีการจับมีดแบบเก้ๆกังๆและหยิบวัตถุดิบปรุงยาที่เด็กหนุ่มร่างเล็กหั่นขึ้นมาดู พลางลอบถอนใจยาวกับตัวเองเมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาความสามารถของเด็กหนุ่มถึงไม่ได้พัฒนาขึ้นบ้างเลย   



     “ศาสตราจารย์ก็รู้ไม่ใช่หรือครับว่าผมห่วยวิชาของคุณมากแค่ไหน เด็กหนุ่มละมือจากเครื่องปรุงยา
ที่ยังหั่นไม่เสร็จและวางมีดในมือลงบนโต๊ะอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะพยายามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นและสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกโกรธที่แล่นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ   

  

     “หึ เธอคงคิดว่าตัวเองเป็นคนดังถึงได้ไม่เคยสนใจวิชาของฉันสินะ ถ้าพูดให้ถูกก็ตั้งแต่ปีแรกคาบแรกที่เธอก้าวเข้ามาในห้องเรียน เจ็ดปีที่ผ่านมายังไม่รู้อีกหรือไงว่าฉันเกลียดเด็กที่ไม่มีความตั้งใจในการเรียนที่สุด ช่างจองหอง อวดดี ชอบทำตัวเรียกร้องความสนใจเหมือนพ่อไม่มีผิด แต่น่าเสียดาย  ชื่อเสียงไม่ได้ช่วยอะไร ในเมื่อสิ่งที่ฉันสอนไม่เคยผ่านเข้าไปอยู่ในสมองน้อยๆของเธอเลยสักนิด



     ร่างสูงทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจกับน้ำเสียงและท่าทางของเด็กหนุ่มที่ตอบกลับมา ไม่เข้าใจจริงๆทำไมพอตเตอร์ถึงไม่พยายามตั้งใจเรียนวิชาปรุงยาเลยสักครั้ง สิ่งที่เขาพูดออกไปไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเสียทุกอย่าง ที่จริงเขาก็ยอมรับว่าเด็กหนุ่มนี่เป็นเด็กค่อนข้างหัวดีด้วยซ้ำ เขาเองก็เคยได้ยินอาจารย์คนอื่นๆพูดถึงว่าพอตเตอร์ทำคะแนนค่อนข้างดี โดยเฉพาะวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดซึ่งเป็นวิชาที่เด็กหนุ่มโดดเด่นมากที่สุด แต่หากเขาไม่ชอบเรียนวิชาปรุงยาเลย อย่างน้อยก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจบ้างเพราะเป็นวิชาพื้นฐานบังคับหากต้องการจบการศึกษาและการสอบเพื่อเป็นมือปราบมาร


     หากแต่เจ้าของเสียงทุ้มไม่รู้ตัวเลยว่าคราวนี้สิ่งที่ตัวเองพูดกับท่าทางผลักไล่ไสส่งที่แสดงออกมามัน
หนักเกินไปเสียแล้ว  




     “ผมไม่ได้อยากเป็นคนดังมีชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น!! ไม่ได้อยากเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตที่ถูกเลือกเพราะคำทำนายอะไรบ้าๆนั่นสักหน่อย!!” ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัดเมื่อได้ยินคำพูดที่แสดงความชิงชังออกมาอย่างชัดเจนจากปากของศาสตราจารย์สเนป เด็กหนุ่มผมดำหอบหายใจและเบือนหน้าหนีไป
ทางอื่นทันที เขารู้สึกเหมือนจะทรุดลงไปกองที่พื้นเสียตอนนี้ให้ได้ ความรู้สึกเจ็บ น้อยใจ เสียใจและโกรธที่เขาพยายามกดไว้ตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้แล่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้         




     ศาสตราจารย์สเนป!! คุณพอใจแล้วหรือยังครับ!!!  ทำไมคุณต้องคอยหาเรื่องจับผิดแล้วก็ดูถูกผมด้วย ทั้งๆที่ผมก็พยายามทำตัวดีๆแล้ว ทุกคนเอาแต่พูดว่าผมเหมือนพ่อกับแม่แต่ไม่เคยบอกเลยว่าเหมือนยังไง ลืมกันไปหรือเปล่าครับว่าพ่อแม่ผมตายไปตั้งแต่ผมยังเด็กมาก แล้วผมจะไปรู้จักพวกเขาได้ยังไง จะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นคนแบบไหน!!! อ้อ เดี๋ยวก่อน ยกเว้นคุณ คุณชอบเอาผมไปเปรียบว่าผมมันจองหอง อวดดี ชอบหาเรื่องเรียกร้องความสนใจเหมือนกับพ่อ!!! จริงอยู่ที่ผมเคยเห็นความทรงจำของคุณ เรื่องที่พ่อผมเคยทำไว้กับคุณหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่คุณเคยถามผมบ้างไหมครับว่าผมอยากจะเป็นอย่างที่คุณยัดเยียดให้ผมเป็นเหมือนเขาหรือเปล่า!!! ผมรู้ว่าคุณรักแม่ของผมมาตลอดเหมือนกัน
แต่คุณเคยเห็นใจผมบ้างไหม ทุกครั้งที่มองผม คุณก็เห็นแต่ลิลี่กับเจมส์ 
พอตเตอร์ ทำไมผมจะต้องเป็นตัวแทนของทั้งคนที่คุณรักและเกลียดด้วย คุณไม่เคยมองเห็นผมในตัวตนที่เป็นของผมเลย!!!"



 

     “พอสักที!! หยุดทำตัวทำตัวก้าวร้าวขึ้นเสียงกับฉันเดี๋ยวนี้ ฉันเป็นอาจารย์เธอนะพอตเตอร์!! ฉันไม่เคยยัดเยียดให้ใครเป็นอะไรทั้งนั้น แต่ในเมื่อเธอทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับพ่อเธอตรงไหน!!”



     “ขอโทษนะครับศาสตราจารย์ แค่คุณไม่เคยรู้หรอกว่าคุณกำลังทำแบบนั้นอยู่ ผมไม่เคยรู้จักพ่อแม่ของตัวเองกับเพื่อนของพ่อจริงๆจังๆด้วยซ้ำ ที่ผมเคยเห็นก็แค่ในความทรงจำของคุณซึ่งมันก็เป็นเศษเสี้ยวเดียวที่ผมรู้จัก



     “ฉันมีสิทธิเกลียดหรือรักใครก็ได้ทั้งนั้น ฉันจะมองใครเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด!!! ทำไมฉันจะต้องสนใจเด็กอวดดีอย่างเธอด้วยพอตเตอร์ ในเมื่อฉันเกลียดเธอพอๆกับที่เกลียดพ่อเธอนั่นแหละ!!!”



     แฮร์รี่ยืนตะลึงกับสิ่งที่ศาสตราจารย์ปรุงยาตวาดออกมา เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกช็อก ใบหน้าและขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ไม่นึกว่าคำพูดเมื่อเช้าที่เขาพูดตอกสเนปออกไป อีกฝ่ายจะเอากลับมา
ใช้กับตัวเองแบบนี้ ‘ไม่เกี่ยวกับคุณเลยสักนิด เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย ที่จริงเขา
แคร์มาก และอยากให้คนตรงหน้าแคร์เขาด้วย ที่พูดออกไปแบบนั้นก็แค่ประชดเพราะรู้สึกน้อยใจที่อยู่ดีๆ
สเนปกลับเย็นชาขึ้นมากะทันหัน แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือคำที่ร่างสูงตอกย้ำอยู่ตลอดว่าเกลียดเขามาก
แค่ไหน




     เขารู้ดีว่าสเนปไม่เคยชอบหรือรักหรือรู้สึกอะไรกับเขาทั้งนั้น ใครจะมารักคนที่มันประหลาดอย่าง
เขาล่ะ เขาไม่เคยเป็นคนสำคัญในสายตาใคร ไม่เคยได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของใครอยู่แล้ว แต่ว่าแบบนี้มัน…ได้ยินคำที่พูดแบบนี้ออกมา มันหนักเกินไปแล้วจริงๆ เจ้าของตาสีมรกตรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในคอเมื่อพยายามแสดงออกราวกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เขาไม่ได้เป็นอะไรสักนิดเพราะคำพูดของสเนป



 

     เหตุการณ์เมื่อเช้าตอนที่สเนปอุ้มแฮร์รี่ไปห้องพยาบาลและรักษาแผลให้ ความอ่อนโยนที่นักปรุงยาหนุ่มให้เขา  แม้เพียงแค่ชั่วครู่แต่ก็ทำให้เขารู้สึกมีความหวังขึ้นมาว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้เกลียดเขามากอย่างที่เคยเป็น เขาหวังเพียงแค่อีกฝ่ายเลิกเย็นชาและพูดดีๆกับเขาบ้าง แต่ไม่เลย เขาคิดผิดถนัด สเนปไม่เคยเลิกทำตัวร้ายกาจใส่เขาสักครั้ง นั่นสินะ สเนปเกลียดเขาจะแล้วทำไมต้องจะมาสนใจหรือพูดดีกับเขาด้วย ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินยังคงพูดจาเชือดเฉือนเสียดสี ดูถูก เหยียดยิ้มเย้ยหยันและส่งสายตาชิงชิงให้เขาทุกครั้งที่มีโอกาส


 

     ทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บกับทุกคำพูดที่ออกมาจากปากอีกฝ่ายทั้งๆที่มันควรจะชินชาไปหลายปีแล้ว แต่ก็ยังดึงดันที่จะหวังให้สเนปเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นอย่างที่เขาต้องการให้ได้ เขาหวังให้สเนปรู้สึกอะไรกับเขาแบบนั้นได้ยังไงกัน แฮร์รี่ นายนี่มันช่างโง่งมเหลือเกิน คิดอะไรแบบนั้นได้ยังไง เพียงเพราะเขารู้สึก
มีใจให้อีกฝ่ายไม่ได้หมายความว่าสเนปจะต้องรู้สึกอะไรกับเขาทั้งนั้น นอกจากความเกลียดชัง




     “คุณจะมาสั่งให้ผมหยุดทำตัวแย่ๆไปเพื่ออะไร ในเมื่อศาสตราจารย์เกลียดผมขนาดนี้ ต่อให้ผมพยายามทำตัวดีมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์เขาเป็นใครกัน เขาไม่ใช่ลิลี่ แม่ของเขา สเนปรักแม่เขาเกือบทั้งชีวิตและเกลียดพ่อเขามาตลอดเช่นกัน เพราะอย่างนั้นอีกฝ่ายจะรู้สึกอะไรกับเขาได้ยังไง เขามันก็แค่เด็กชายผู้รอดชีวิตที่ดีแต่ทำให้หาเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่เสมอ เป็นคนประหลาดที่ไม่มีใครต้องการ



     ผมพยายามตั้งใจเรียนแล้วแต่คุณก็ไม่เคยสนใจ!! คุณไม่เคยฟังเหตุผลของผมเลยสักครั้งว่าทำไม
ผมถึงไม่เก่งวิชาของคุณ
!!! คุณเอาแต่ตวาดใส่แต่ไม่เคยอธิบายดีๆสักครั้งแล้วผมจะไปรู้ไหมครับว่าผมทำอะไรพลาดไปตรงไหน!! ผมไม่มีทักษะทุกอย่างที่เด็กปี7ควรจะมีในวิชาปรุงยา ส่วนประกอบยามันมีอะไรที่สำคัญบ้างผมก็ไม่รู้ แม้แต่เรื่องใช้มีดผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีวิธีหั่นแบบไหนบ้างเพราะไม่มีใครเคยสอนผมเรื่องพื้นฐานพวกนี้มาก่อนเลยยังไงล่ะครับ!! บ้านเดอร์สลีย์ที่ผมอาศัยอยู่ด้วยเขาเป็นมักเกิ้ลที่เกลียดเวทมนตร์ และคนที่เป็นพ่อมดมีเวทมนตร์ในสายตาพวกเขามันคือคนประหลาด ใช่ พวกเขาเรียกผมแบบนั้นมาตลอด ไม่มีใครสนใจเด็กประหลาดอย่างผมหรอก!!! พวกเขาเลี้ยงผมก็เพราะศาสตราจารย์ ดัมเบิ้ลดอร์เอาผมไปทิ้งเอาไว้หน้าบ้านเลยเหมือนถูกบังคับ ที่เขาสอนงานบ้านเล็กๆน้อยๆให้ผมก็แค่กลัวว่าจะไม่มีคนรับใช้!!! อาหารแต่ละมื้อที่ผมจะได้มีโอกาสกินก็ต้องรอจนกว่าพวกเขากินเสร็จ ผมถึงจะได้เศษเหลือจากพวกเขาบ้าง บางครั้งถ้าหิวจนทนไม่ไหวก็ต้องรอตอนกลางคืน รอจนกว่าพวกเขาจะหลับกันหมดแล้วถึงแอบย่องออกมาจากห้องใต้บันไดมาขโมยของกินในตู้เย็น 
ถ้าลุงเวอร์นอนคิดว่าผมทำตัวไม่ดีผมก็จะถูกตีและโยนกลับเข้าไปขังในห้องใต้บันไดไปอีกสองสามวัน”



 

     ..ว่ายังไงนะ!!? เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไร!!?” สเนปชะงักไปทันทีเมื่อไปยินพอตเตอร์พูดถึงเรื่องของบ้านเดอร์สลีย์ เขาจำได้ว่านั่นเป็นครอบครัวที่อัลบัส ดัมเบิ้ลดอร์ส่งพอตเตอร์ให้ไปอยู่ตั้งแต่ยังแบเบาะ
ถ้าจำไม่ผิดพวกเดอร์สลีย์เป็นญาติฝ่ายแม่ของพอตเตอร์ที่เหลืออยู่ ไม่ใช่ว่าเด็กนี่ได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างดี และถูกตามใจเสียจนเสียนิสัยหรอกหรือ ยิ่งพอมาอยู่ในโลกเวทมนตร์ทุกคนก็ยิ่งเทิดทูนเขาราวกับเป็นพ่อยอดนักบุญพอตเตอร์เพียงเพราะเขาเป็นเด็กหนุ่มผู้รอดชีวิต ไม่มีใครไม่รู้จักแฮร์รี่
พอตเตอร์ผู้โด่งดัง  หากแต่สิ่งที่ศาสตราจารย์ปรุงยาได้ยินจากปากของเด็กหนุ่มทำให้เขาช็อกจนพูด
ไม่ออก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน พวกเดอร์สลีย์คิดว่าพอตเตอร์เป็นคนประหลาดและเกลียดญาติของตัวเองเพราะเป็นพ่อมดและมีเวทมนตร์อย่างนั้นหรือ ทำไมถึงปฏิบัติต่อเด็กในความดูแลแบบนี้ได้ลงคอ ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลยว่าเด็กหนุ่มผู้ถูกเลือกให้กอบกู้โลกเวทมนตร์จะมีชีวิตวัยเด็กที่โหดร้ายขนาดนี้



 

     “ผมบอกว่าไม่มีใครสนใจคนประหลาดอย่างผมหรอก ไม่มีใครขอให้ผมเกิดมาด้วยซ้ำ!! ผมอยู่ในห้องใต้บันไดมา11ปี ก่อนจะได้จดหมายจากฮ็อกวอตส์ ผมไม่เคยมีความสุขและไม่เคยคิดว่าที่นั่นเป็นบ้านเลยสักนิด แต่พอมาอยู่ที่ฮอกวอตส์ผมรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านของผม ผมนึกว่าจะได้เจอคนที่รักผมอย่างที่ผมเป็นบ้างแต่มันก็ไม่ใช่ ทุกคนก็แค่รักในตัวตนกับชื่อเสียงจอมปลอมของผม มีแค่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่เห็นว่าผมเป็นเพื่อน ส่วนคุณ คุณเกลียดผมตั้งแต่ที่ผมเหยียบเข้ามาอยู่ในฮอกวอตส์ คุณทั้งเย็นชา ดูถูกเย้ยหยัน หาเรื่องจับผิดหักคะแนนทุกเรื่องที่ผมทำ ตั้งใจทำให้ผมอับอายทุกครั้งที่เจอหน้า ทำให้ชีวิตผมเหมือนนรกบนดิน!!! แล้วคุณก็ไม่เคยมองข้ามรูปร่างหน้าตาของพ่อแม่ที่มีอยู่ในตัวผมได้เลยสักครั้ง
ผมพยายามบอกมาเจ็ดปีแล้วว่าผมไม่ใช่เจมส์กับลิลี่พอตเตอร์ 
ผมก็คือผม!!! เมื่อไหร่คุณจะเลิกเอาผมไปเปรียบกับพ่อแม่สักที!!!”



 

     “พอตเตอร์---”  



     “ผมรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์คาดหวังอะไรจากใครทั้งนั้น แต่สิ่งเดียวที่ผมต้องการก็มีแค่ความรักความเข้าใจที่มีให้กับตัวผมจริงๆ ไม่ใช่ในฐานะเด็กชายผู้รอดชีวิต หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ผู้โด่งดังอะไรทั้งนั้น แต่แค่ในฐานะเด็กธรรมดาไม่เอาไหนคนหนึ่งอย่างผมเท่านั้น แค่แฮร์รี่ แต่ทำไมมันถึงเป็นเรื่องยากเย็นขนาดนี้ แค่นี้มันมากไปสำหรับคนอย่างผมที่จะขอขนาดนั้นเลยหรือครับ ช่วยบอกผมหน่อยเถอะครับศาสตราจารย์ ผมควรจะปรับปรุงตัวตรงไหน ต้องทำตัวยังไงบ้างคุณถึงจะเลิกเกลียดผมสักที!!!”


     เจ้าของตาสีมรกตพูดด้วยเสียงสั่นเครือ หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากระเบิดอารมณ์ครั้งใหญ่ เขากัดริมฝีปากแน่น ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเพราะน้ำตาที่ปล่อยให้ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยโดยไม่ได้เช็ด เด็กหนุ่มสะอื้นตัวสั่นเทา แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนจะพยายามมองเข้าไปในตาของร่างสูงราวกับจะมองให้ทะลุความคิดของพ่อมดที่อายุมากกว่าตน เขายืนรออย่างต้องการคำตอบจากศาสตราจารย์บ้านสลิธีริน




     เจ้าของตาสีรัตติกาลกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น สเนปเบือนหน้าไปทางอื่นพยายามไม่สบตากับเด็กหนุ่ม สายตาดุดันที่เคยเป็นราวกับมีดที่พร้อมกรีดความรู้สึกของคนอื่นให้แหลกละเอียด ตอนนี้กลับมีแต่ความว่างเปล่า นักปรุงยาเลือดผสมรู้สึกถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง เขาช่างหลงหมกมุ่นเสียเหลือเกิน หมกมุ่นอยู่ในความโกรธ เกลียดชัง และผิดหวังอยู่แต่ในอดีตที่ผ่านมา เขาปล่อยใจให้จมอยู่ในความรักซึ่งไม่สมหวังที่มีต่อลิลี่ เอฟเวนส์ เพื่อนสนิทคนสำคัญเพียงคนเดียวของตน ยึดติดอยู่กับความโกรธที่มีต่อเจมส์ พอตเตอร์รวมทั้งบรรดาเพื่อนของคนที่เป็นคู่อริตลอดกาลที่ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพูดคำพูดร้ายกาจนั่น ซึ่งเป็นสาเหตุให้เธอไม่ยอมยกโทษให้เขา ซ้ำยังเดินออกจากชีวิตเขาไปตลอดกาล


     เขาเอาความเกลียดชังทั้งหมดที่มีต่อแก๊งตัวกวนมาลงยังเด็กหนุ่มผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยในอดีต อคติและทิฐิที่ใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวเองจากความรู้สึกผิดกลายเป็นม่านบังตา ทำให้เขาเลือกที่จะไม่สนใจว่าพอตเตอร์ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ซ้ำยังไม่เคยเป็นมาตั้งแต่แรก ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งคำพูดและการกระทำร้ายกาจของเขาต่อเด็กหนุ่มก็มากพอที่อีกฝ่ายจะพูดได้เต็มปากว่ามันไม่ต่างจากนรกบนดินสัก
เท่าไหร่




     สิ่งที่เด็กหนุ่มแสดงออกให้ทุกคนเห็นก็เป็นเพียงเปลือกนอก เด็กหนุ่มผู้ถูกเลือกเป็นคนเข้มแข็งและกล้าหาญ ร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดีเสมอ หากแต่ตัวตนที่แท้จริงของพอตเตอร์ช่างเปราะบางเสียยิ่งกว่าแก้วร้าวที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อหากถูกกระทบแค่เพียงปลายก้อย เด็กหนุ่มไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลาเหมือนที่ทุกคนคาดหวังจะให้เขาเป็น การถูกปฏิเสธและเกลียดชังตั้งแต่เด็กทำให้เกิดเป็นความกลัวและแผลที่ยากจะเยียวยา แต่เขาก็ซ่อนมันไว้ในส่วนลึกโดยไม่ให้ใครเห็น บ้าที่สุด!! ทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้ว่าเขาเองก็ทำร้ายจิตใจพอตเตอร์ไม่ต่างจากเดอร์สลีย์หรือคนอื่นๆเลย


 

     ศาสตราจารย์ปรุงยาเม้มปากแน่น เขารู้สึกปากคอแห้งผากไปหมดจนไม่อาจพูดอะไรออกมาได้
พอตเตอร์ขอร้องไม่ให้เกลียดเขาอย่างนั้นเหรอ
สเนปได้แต่ส่ายหน้ากับภาพของเด็กหนุ่มที่เขาเห็น
ตรงหน้า
พล่ามอะไรของเธออยู่น่ะ พอตเตอร์


     เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเลิกเกลียดเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์คนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้เหลือแค่เพียงความสับสนในตัวเอง เพราะดวงตาสีมรกตคู่สวยคู่นั้นของเด็กหนุ่มทำให้เขานึกถึงลิลี่ที่เป็นคนที่เขารู้สึกผูกพันมาตลอดหรือเปล่า ทำไมเขาถึงได้โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกครั้งที่พอตเตอร์เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำไมถึงเริ่มใจอ่อนตอนที่เห็นพอตเตอร์ร้องไห้ ทำไมถึงต้องรู้สึกอะไรเกินเลยแบบนี้กับนักเรียนของตัวเอง ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร แค่เป็นห่วงหรือว่ารักกันแน่ทำไมต้องเป็นแฮร์รี่  พอตเตอร์ด้วย เจ้าเด็กบ้านี่ทำอะไรกับเขาอยู่กันแน่ ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ นี่เขารัก
พอตเตอร์จริงๆหรือ เขาไม่ควรรักเด็กหนุ่มนี่เลย… ไม่ควร ไม่คู่ควร



 

     “พอตเตอร์ ขอร้องอย่าพูดอีกเลยนะ…” สเนปยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้เด็กหนุ่มพูดอะไรต่อไปอีก     
         

      ฮึกขอร้องเมื่อไหร่หันจะมามองผมบ้างสักครั้งความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณคงไม่เท่ากับที่
ลิลี่
เอฟเวนส์เคยมีให้…แต่อย่างน้อยขอโอกาสให้ผมแทนที่แม่ด้วยเถอะ แฮร์รี่พูดทั้งน้ำตา เด็กหนุ่มสะอื้นหนักขึ้นจนคำพูดขาดเป็นห้วง เสียงเล็กพูดต่อไปโดยไม่สนใจที่สเนปพูดท้วงและยกมือห้ามอีกแล้ว อย่าห้ามอีกต่อไปเลย ใจหนึ่งเขารู้สึกอึดอัดและอยากบอกออกไปเหลือเกิน ศาสตราจารย์ปรุงยา
จะได้รู้สักทีว่าเขาคิดยังไงกับอีกฝ่ายกันแน่  แต่อีกใจก็ยังไม่กล้าพอ เพราะไม่รู้ว่าสเนปจะรับได้หรือไม่และเขาก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธด้วย



 

     “พอตเตอร์นี่เธอ     


     “ผมรู้ว่าตัวเองเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่คุณเกลียดและไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด แต่ว่าผมเลิกเกลียดคุณไปนานแล้ว ศาสตราจารย์เลิกเกลียดผมได้ไหมครับ…ทั้งๆที่คุณกับซิเรียสเองก็เกลียดกันมาตลอด ทำไมคุณถึงให้โอกาสเขา แต่ไม่ให้โอกาสผม

 

     ”เธอพูดอะไรของเธออยู่พอตเตอร์ ฉันไม่เข้าใจแทนที่เรื่องอะไร แล้วแบล็กมาเกี่ยวอะไรด้วย



     “เป็นผมไม่ได้เหรอครับ…” เด็กหนุ่มผมดำพูดได้แค่นั้นก็ทรุดลงไปนั่งที่พื้นห้องก่อนจะสะอื้นออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ขอร้องล่ะ อย่าให้ผมพูดถึงเหตุการณ์นั้นอีกเลย ผมไม่อยากนึกถึงมันแล้ว ทำไมคนที่เขาชอบต้องจูบกับพ่อทูนหัวของเขาด้วย ทำไมคนๆนั้นถึงไม่เป็นเขา เมื่อไหร่กันที่เขาจะได้เป็นคนสำคัญของใครสักคนบ้าง



     “เป็นเธอ? เธอหมายความว่าอะไร…”



     สเนปขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่พอตเตอร์พูดออกมา แล้วทำไมเด็กหนุ่มถึงต้องร้องไห้ขนาดนี้ด้วย ศาสตราจารย์ปรุงยาเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าพิงโต๊ะทำงานอยู่ เขาสะกิดแขนเด็กหนุ่มเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของตัวเอง หากแต่เด็กหนุ่มก็เอาแต่ร้องไห้เหมือนเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ หัวหน้าบ้านสลิธีรินมองเขาอยู่สักครู่ก่อนจะตัดสินใจหยิบไม้กายสิทธิ์ออกจากกระเป๋าเสื้อ
และชี้ออกไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเอ่ยคาถาออกมา     



 

     “เล็กจิลิเมนส์!!”

 

...................................


 

     ร่างสูงถูกดึงเข้าไปยังความทรงจำของพอตเตอร์ที่ไม่ได้เตรียมตัวป้องกันตัวเองจากการถูกอ่านใจเลยสักนิด ความคิดของพอตเตอร์ตอนนี้ฟุ้งซ่านมากเสียจนทำให้ความทรงจำเรื่องแล้วเรื่องเล่าที่เด็กหนุ่มไม่อยากให้ใครเห็นถูกเปิดเผยออกมาได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าหน้าหนังสือที่ถูกลมพัดปลิว



     ความทรงจำบางเรื่องที่เขาเห็นยิ่งทำให้สเนปรู้สึกผิดต่อพอตเตอร์มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับบ้านเดอร์สลีย์ที่ตรงกับที่เด็กหนุ่มพูดออกมาเอง แค่ฟังเขาก็รู้สึกไม่ชอบใจกับการกระทำของคนพวกนั้นแล้ว แต่พอได้เห็นกับตาตัวเองยิ่งทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนมากขึ้น พอตเตอร์ตัวเล็กกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันเพราะภาวะขาดโภชนาการจากการถูกอดอาหารอยู่บ่อยครั้งในช่วงวัยเด็กที่ร่างกายกำลังพัฒนาการเจริญเติบโต คนพวกนั้นทำได้อย่างไรกัน ปล่อยให้เด็กแค่ไม่กี่ขวบอดอาหารและขังอยู่ใต้ห้องใต้บันไดอย่างนี้น่ะหรือ ห้องใต้บันไดมันไม่ใช่ที่ๆเด็กควรจะอาศัย แต่แฮร์รี่ต้องอยู่มาตลอด11ปี!! พวกเขาปฏิบัติกับแฮร์รี่แย่ยิ่งกว่าเอล์ฟประจำบ้านที่ฮอกวอตส์ด้วยซ้ำ เขาสัญญากับตัวเองว่าต้องจัดการอะไรสักอย่างกับเดอร์สลีย์สำหรับสิ่งที่พวกเขาทำกับแฮร์รี่ เขาไม่ยอมปล่อยให้คนที่ทำเรื่องร้ายกาจลอยนวลไปง่ายๆอย่างนี้แน่


 

     เจ้าของผมดำส่ายหน้ารัวเมื่อเสียงในหัวเริ่มพูดถึงชื่อเด็กหนุ่มด้วยชื่อจริงแทนที่จะเป็นนามสกุลอย่าง
ที่เคยเรียก  
พอตเตอร์กลายเป็นแฮร์รี่สำหรับเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาละออกจากเรื่องนี้แล้วไปดูความ
ทรงจำเรื่องอื่นแทน



 

     ในที่สุดสเนปก็เจอความทรงจำวันนี้ของพอตเตอร์ แต่ช่วงเหตุการณ์ถูกตัดแยกออกจากกันเป็นเรื่องๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เกรนเจอร์กับวีสลีย์เข้ามาปลุกพอตเตอร์ เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเศร้า ต่อจากนั้น เป็นช่วงที่เด็กหนุ่มยืนคุยกับเพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคน ระหว่างนั้นมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องเดินเข้ามาให้ของขวัญและกอดพอตเตอร์ หัวหน้าบ้านสลิธีรินเห็นตัวเองในความทรงจำยืนจ้องเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์อยู่ด้วยสายตาที่ค่อนข้างสับสนอยู่ชั่วครู่ พอตเตอร์ที่รู้สึกตัวว่า
ถูกจ้องก็หันกลับมามองหน้า แต่เขาก็เดินหายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เด็กหนุ่มยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น


 

     ภาพในห้องโถงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมดำมองมาที่โต๊ะอาจารย์ สายตาของเขาหยุดอยู่ที่แบล็กสักครู่ก่อนที่จะลุกพรวดออกไปจากที่นั่งโต๊ะกริฟฟินดอร์โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมบ้านสองคนที่วิ่งตามเขามาถึงคุกใต้ดินด้วยความสงสัย ภาพตัดไปช่วงที่เกิดความวุ่นวายในห้องเรียนเมื่อพอตเตอร์ทำหม้อปรุงยาระเบิดและเขาเป็นคนอุ้มเด็กหนุ่มออกไปห้องพยาบาลด้วยตัวเอง เขาวางพอตเตอร์ลงกับเตียง
และสั่งให้เด็กหนุ่มถอดเสื้อคลุมเพื่อจะรักษาแผลให้ แต่เขาก็ดันเผลอไผลไปกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า
ชายหนุ่มร่างสูงเผลอลูบผิวขาวเนียนของเด็กหนุ่มไป พอตเตอร์ไม่ได้มีทีท่ารังเกียจ หากแต่ครางเล็กน้อยด้วยความพอใจและบิดเร่าเมื่อสัมผัสจากเรียวนิ้วยาวไล่ไปตามแผ่นอกเล็ก



     สเนปกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นเมื่อกลับมาเห็นช่วงความทรงจำตอนนี้ด้วยตาตัวเองอีกครั้ง ใบหน้าซีดเริ่มมีสีเลือดแต้มจางๆ แต่เขารู้สึกร้อนผ่าวเพราะความกระอักกระอ่วน ก่อนจะรีบข้ามไปดูเหตุการณ์
ต่อไป




     พอตเตอร์เดินคุยมากับลูปินจนเด็กหนุ่มโบกมือลาอีกฝ่ายแล้วเดินตามทางมาเรื่อยๆจนกระทั่งเด็กหนุ่มหยุดยืนค้างอยู่กลางทางเดินนั่นเช่นกัน เจ้าของตาสีมรกตเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับภาพที่เขาเห็น
ตรงหน้า ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าเด็กหนุ่มเห็นอะไรเข้ากันแน่ เจ้าของตาสีนิลถึงกับยืนตะลึงเมื่อรู้ว่าสิ่งที่พอตเตอร์เห็นคืออะไร เด็กหนุ่มเดินมาเห็นแบล็กจูบกับเขาอยู่กลางโถงทางเดินเมื่อตอนบ่ายโดยบังเอิญ!!



     เมอร์ลินเป็นพยาน!! เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพอตเตอร์ถึงได้พูดและทำตัวแปลกๆเมื่อครู่ที่ผ่านมา
เด็กหนุ่มร้องไห้และวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นและชนไหล่ลูปินที่คาดว่าน่าจะเดินวนกลับมาอีกครั้งเพราะหาแบล็กไม่เจอ เขาวิ่งออกไปทางหอสลิธีรินและภาพก็ตัดไป คราวนี้ดูเหมือนพอตเตอร์ไม่ได้อยู่คนเดียว เขากำลังนั่งคุยกับวีสลีย์ เด็กหนุ่มตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เขากอดเพื่อนสนิทก่อนจะพูดอะไรกับอีกฝ่าย ดูเหมือนวีสลีย์จะตกใจ เด็กหนุ่มผมแดงกุมขมับและส่ายหน้า แต่เด็กหนุ่มผมดำพูดอะไรเกี่ยวกับเขา
สักอย่างและสุดท้ายก็ยิ้มออกมา พอตเตอร์สารภาพกับเพื่อนตัวเองว่าชอบศาสตราจารย์ปรุงยามากกว่าฐานะอาจารย์กับนักเรียน เหตุการณ์สุดท้ายก่อนความทรงจำจะจบลงก็คือพอตเตอร์สะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องมีกักบริเวณกับเขาตอนหกโมงเย็น เด็กหนุ่มรีบโบกมือลาเพื่อนก่อนจะวิ่งจากบริเวณทะเลสาบกลับเข้ามายังอาคารเรียนอย่างรีบเร่ง


 

............................................



          แฮร์รี่พยายามดันสเนปออกมาจากความคิดของตัวเองให้ได้เมื่อรู้สึกตัวว่าถูกใช้คาถาอ่านใจ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะความทรงจำแย่ๆในวัยเด็กหลายเรื่องที่เด็กหนุ่มพยายามลืมไปก็ถูกหัวหน้าบ้าน
สลิธีรินเข้าไปดูทำให้เขาต้องเห็นมันอีกจนได้ เด็กหนุ่มผมดำเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงอย่างหวาดๆและ
กัดริมฝีปากแน่น สเนปเห็นความทรงจำของเขาหมดแล้ว ทั้งเรื่องในอดีตและเหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่
เมื่อเช้า ศาสตราจารย์ปรุงยาคงรู้แล้วว่าเขาชอบอีกฝ่าย เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำหน้าแบบไหนดี เขาไม่แน่ใจว่าการที่ความจริงถูกเปิดเผยด้วยวิธีนี้จะเป็นความคิดที่ดีกว่าการสารภาพออกมาจากปากตัวเองมากน้อยแค่ไหน ความรู้สึกกลัวผุดขึ้นในใจของเด็กชายผู้รอดชีวิต





     เขากลัว…เขารู้ดีว่าเขามันประหลาด ไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักความสนใจจากใครทั้งนั้น ไม่มีใครต้องการคนอย่างเขาจริงๆ เด็กหนุ่มปรารถนาที่จะได้รับความรู้สึกเช่นเดียวกับที่เขามีให้สเนปตอนแทนกลับมา แต่ก็กลัวว่าจะถูกปฏิเสธและถูกเกลียดยิ่งกว่าเดิม



     สเนปยืนตะลึงกับความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาต่อสายตาของตัวเอง ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินเอง
ก็รู้สึกไม่ต่างกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเท่าไหร่ เขารู้สึกสับสนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเด็กหนุ่มบ้าน
กริฟฟินดอร์อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ยิ่งเขาสับสนมากกว่าเดิม เป็นไปได้ยังไงกัน
พอตเตอร์ชอบเขา!?
เด็กชายผู้รอดชีวิตผู้ไร้เดียงสา เป็นที่รักของทุกคนและหน้าตาดีอย่างพอตเตอร์น่ะหรือจะมามีใจให้ศาสตราจารย์ปรุงยาที่เย็นชา อารมณ์ร้าย ช่างเสียดสี เป็นที่ชิงชังในสายตาคนอื่น แก่และน่าเกลียดเอย่างเขา  



     ชายหนุ่มผมดำรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน รู้ดีว่าเขาทำตัวร้ายกาจกับเด็กหนุ่มไว้มากเพียงเพราะอคติของตัวเองที่มีต่อพ่อของเขา เขายังเป็นถึงอดีตผู้เสพความตายลูกน้องของจอมมารด้วย เขาเป็นคนเอาคำทำนายที่ไม่สมบูรณ์ไปบอกจอมมารทำให้ครอบครัวพอตเตอร์ถูกชายผู้บ้าคลั่งไล่ล่า สุดท้ายลิลี่และเจมส์ พอตเตอร์ก็ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องลูก เขาหยิบยื่นความตายให้เพื่อนสนิทด้วยตัวเขาเองแท้ๆ
ถึงแม้จะแปรพักตร์มาเป็นสปายในนามของแสงสว่าง แต่ก็ไม่อาจชดใช้ความผิดนั้นได้ เขาเป็นคนบาป พอตเตอร์ไม่ควรมารู้สึกอะไรกับคนอย่างเขาเลย อดีตผู้เสพความตายอย่างเขาไม่คู่ควรกับความรักใสซื่อของเด็กชายผู้ถูกเลือกสักนิด



 

TBC.
 



Writer Talk: ไม่รู้ตาไรเตอร์บ้าคนนี้ไปเซ้นซิทีพมาจากไหน ตอนนี้เจ้ารี่เราก็เลยดูจะเป็นดราม่าควีนไปซะแล้ว ทั้งร้องไห้ทั้งประชด เซฟโดนเหวี่ยงจนรับไม่ทันเลยทีเดียว ฮ่าๆ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ (แค่เจตนา : มันต่างกันตรงไหนห๊ะ!? = =^)

ผมมาอัพให้แล้วนะครับ พอดีรีบปั่นให้ทันวันวาเลนไทน์มากเลย ฟิคดอง2ปีแล้ว ไรเตอร์อยากให้เซฟรี่ได้รักกันทันวันวาเลนไทน์ปีนี้จริงๆ รีดเดอร์เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะคร้าบ เผื่ออาจจะปั่นทัน แหะๆ (ไม่ทันก็ช่างหัวมันละ เลทอีกปีจะเป็นไรไปเนอะ - -) 
 อีกไม่นานคาดว่าจะจบเรื่องแล้วนะ ใจหายเหมือนกัน

PS. 
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าด้วยละกันฮะรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคน ขอบคุณที่ติดตามผลงานผมมาตลอดครับผม   

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #126 kay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:27
    ตอนนี้แบบว่ามาม่าเหมายกลังมากมีเท่าไหร่ใส่มาหมดเลยทุกรสชาติ แต่ในที่สุดรี่มันก็ได้ระเบิดความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจมานานแสนนานซะที!!!! หลังจากที่รี่ปล่อยพลังคลื่นเต่าใส่เซฟแล้วเหมือนเซฟสตั้นไปเลย นี่ก็ไม่ต่างกันค่ะ ทำไมเด็กหนุ่มน่ารักแบบรี่ถึงต้องมีชีวิตที่แสนลำเค็ญนัก นี่มันนายซินชัดๆ ฮือออ อยากหอมหัว ส่วนเซฟเองก็คงจะตาสว่างซักทีเพราะที่ผ่านมาก่อกำแพงกับรี่มาตั้งแต่ต้น อคติบังตาจนหลอกได้แม้แต่ความรู้สึกตัวเองว่าคิดยังไงกับรี่ เฮ้อ รู้ใจตัวเองซักทีนะ ไม่มีอะไรนอกจากคำว่า สมใจอีช้อยนักกกก
    #126
    0
  2. #109 Detective Patt (@csi-patt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:37
    แอบเกลียดน้องไรท์เบาๆ นะ 555 (ล้อเล่น)

    คือแบบ.. เก็บกดอะไรมา!!!!!!!!

    ถึงได้ทำร้ายจิตใจน้องรี่แบบนี้ #หยิบไม้กายสิทธิ์
    #109
    0
  3. #99 NuCee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:35
    โอ้ ต่างฝ่ายต่างเริ่มเปิดใจแย้วววววววววววววว
    #99
    0
  4. #82 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 23:42
    ฉากดราม่า Y^Y ล้วนๆ อารมณ์เน้น ๆ
    #82
    0
  5. #50 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:06
    ....*กรีดร้อง*อะไรมัจะบีบหัวใจขนาดนี้ 

    ไรเตอร์ดร่าม่ามาไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยเลย~~~~~~~~~~~~

    บีบหัวใจผมสุดๆ โอยตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ#ชักดิ้นชักงอ

    ไรเตอร์สู้นะครับอีกไม่กี่ตอนก็จบแล้ว~~~~~~

    จะเข้ามาอ่านมาเม้นบ่อยๆนะครับ^^



    #50
    0