[Fanfic]Ep!LoGue VaLenT!ne My Heart OnLy You [SSxHP]

ตอนที่ 8 : Unexpected Revealation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ก.พ. 57

 

     แฮร์รี่เดินตามทางโถงทางเดินมาเรื่อยๆ หลังจากที่เจาอาศัยช่วงจังหวะที่มาดามพอมฟรีย์กำลังวุ่นอยู่กับงานและคนไข้รายอื่น ปลีกตัวออกมาจากห้องพยาบาลอย่างเงียบๆได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เด็กหนุ่มถอนใจยาว



     หลังจากนี้เขาจะไปไหนต่อดีล่ะเนี่ย  นี่ก็บ่ายกว่าๆแล้ว  ทางเดินข้างหน้าทอดยาวไปสุดตาแต่รู้สึกเหมือนจะยาวกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะบรรดานักเรียนที่ชอบมานั่งเล่นบริเวณนี้พากันเข้าเรียนคาบบ่ายกันหมดบรรยากาศตอนนี้เงียบเชียบซะจนขนาดย่องเดินเบาๆก็ยังได้ยินเสียง ให้ตายสิ เท่ากับเขาพลาดคาบเรียนวันนี้ไปหลายวิชาเลยรึนี่ ไม่ใช่ว่าเขาเกิดขยันเป็นเด็กเรียนแบบเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นมากะทันหันอะไรทั้งนั้น แค่จำได้ว่ามาดามบังคับให้นอนพัก ตอนแรกเขายังต้องข่มตาหลับด้วยซ้ำ  อยู่ๆเผลอหลับไปตอนไหนก็ยังไม่รู้ตัว พอตื่นขึ้นมาอีกทีถึงได้รู้ว่าหลับไปเป็นชั่วโมง  ไม่นะ กลับไปที่หอนอนเย็นนี้คงไม่พ้นได้ลอกเลคเชอร์ของเฮอร์ไมโอนี่หลายหน้าจนมือหงิกแน่ๆ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว


 

     เจ้าของตาสีมรกตเดินคิดเรื่อยเปื่อยอย่างเซ็งๆ ที่จริงเขาก็ไม่รู้เหมือนกับว่าตัวเองจะออกมาจากห้องพยาบาลทำไม แต่ในเมื่อออกมาแล้วก็ต้องหาที่ไปให้ตัวเอง เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้จนถึงเวลาเลิกเรียนหรอก เพราะศาสตราจารย์คนใดคนหนึ่งอาจจะออกมาเจอเข้าและหักคะแนนเพราะเห็นเขาเดินเตร็ดเตร่ไม่ไปเข้าเรียนแบบนี้ มีแค่ไม่กี่ทางเลือกที่น่าจะเข้าท่า 



     ห้องสมุด เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาพักนี่นา แถมมาดามพินซ์ยังอยู่ด้วย เธอต้องไล่เขากลับไปห้องเรียนแน่ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะกลับไปเข้าคาบเรียนตอนบ่ายเท่าไหร่เลย ตัวเลือกนี้ข้ามไปดีกว่า  เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางคิดถึงตัวเลือกถัดไป



     ‘กระท่อมแฮกริด’ อืมแต่แฮกริดจะอยู่รึเปล่าน่ะสิ บางทีเขาอาจจะมีคาบสอนวิชาดูแลสัตว์วิเศษอยู่
ก็ได้มั้ง ถ้าเขาไปหาตอนนี้ก็จะรบกวนเวลาเปล่าๆ อย่าดีกว่า  เขาถอนใจอีกรอบอย่างเหนื่อยใจ เฮ้อ แล้วเขาจะไปไหนได้
ล่ะเนี่ย


 

      อ๊ะ!!”  ความคิดของเขาสะดุดกึกลงทันที ก่อนจะรีบก้มหน้างุดหลบสายตาคนที่ถูกเขาเดินชนอย่างหวาดๆ ขอร้องล่ะ อย่าเป็นศาสตราจารย์คนไหนเลย เขาไม่อยากให้กริฟฟินดอร์ถูกหักคะแนนบ้านไปมากกว่านี้



     “มัวแต่เหม่อลอยอะไรอยู่ เดินระวังหน่อยสิ แล้วนี่ออกมาเดินเตร็ดเตร่อะไรตรงนี้ ชายปริศนาพูดด้วยเสียงเรียบแต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มพูดอย่างละลักละล่ำ



     “ขอโทษครับศาสตราจารย์ ผมผมเพิ่งออกมาจากห้องพยาบาล จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้แล้วครับ



     “ศาสตราจารย์อะไรกัน… คนตรงหน้าเลิกคิ้วกับท่าทางลนลานของเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู “มีอะไรน่าตกใจขนาดนั้นแฮร์รี่ นี่ฉันเองนะ ”



     ‘เอ๊ะ’ ไม่ใช่ศาสตราจารย์หรอกเหรอเนี่ย ตกใจหมด คนๆนี้เรียกชื่อจริงแถมพูดแหย่เขาอีก ความรู้สึกคุ้นเคยแบบนี้มัน



     “รีมัส!!” แฮร์รี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ เพราะชายหนุ่มตรงหน้ามาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่คาดคิด  



     “โธ่!!  คุณทำให้ผมตกใจหมดเขาเบ้ปากก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่าย  



     “แล้วนี่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ ดวงตาสีมรกตมองแวร์วูฟตรงหน้าอย่างฉงน ทำไม แต่ละคนชอบทำให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย เมื่อเช้าซิเรียสก็คนนึงแล้วที่กลับมารับตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด แล้วตอนนี้รีมัสมาทำอะไรล่ะเนี่ย คงไม่ได้มาสอนแทนใครอีกนะ



     “แหม ฉันไม่ได้สอนแล้วจะกลับมาไม่ได้เลยรึไงกัน



     “เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น



     “ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นน่า ไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลย  ชายหนุ่มร่างสูงส่ายหน้าพลางหัวเราะน้อยๆ 
ไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะแฮร์รี่ คิดถึงเธอเลยนะเนี่ย



ครับ ผมก็เช่นกัน รีมัส ครั้งสุดท้ายที่เจอคุณก็ตอนปีสาม ตอนนี้ปีเจ็ดแล้วล่ะ



หืม ตั้งสี่ปีเลยเหรอเนี่ย แต่รู้สึกเหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นานเอง ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเลยนะเนี่ยเรา



รีมัสมองแฮร์รี่อย่างพินิจพิจารณา เด็กหนุ่มสูงขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่เขาเคยเห็นตอนปีสามมาก ถึงจะ
ไม่ได้สูงลิ่วแบบเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกันแต่ก็ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ค่อนข้างชัด เด็กหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนกับเจมส์ พอตเตอร์คนเป็นพ่อเกือบทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งหน้าตาและผมสีดำที่ดูยุ่งไม่เป็นทาง จะมีก็แค่นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่นี้ที่เหมือนกับลิลี่ เขายอมรับเลยว่าแฮร์รี่เป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีและ
มีเสน่ห์ทีเดียว




เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆเพราะสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าที่มองมา เขายังไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นหนุ่มตรงไหน แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดแย้งอะไร เขาก็ถูกถามตัดหน้าซะก่อน



จริงสิ แฮร์รี่ เมื่อกี้ตอนที่เดินมาชนฉัน เธอพูดว่าเพิ่งออกมาจากห้องพยาบาล เป็นอะไรมากรึเปล่า


 ไม่เป็นไรครับ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยเด็กหนุ่มผมดำอึกอักกับคำถามของร่างสูง เขาไม่อยากพูดถึงอุบัติเหตุในคาบปรุง ยามากนัก เพราะมันทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ต่อจากนั้นในห้องพยาบาล ซึ่งทำให้เขารู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม



     “อย่างนั้นเหรอ



     “ขอบคุณครับที่ถาม แต่ผมแค่ไปทำแผล ไม่ได้เป็นอะไรมากเลย เขาลอบถอนใจอย่างโล่งอกที่
อีกฝ่ายแค่เลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้ซักเอาคำตอบอะไรไปมากกว่านี้ เขายังไม่พร้อมที่จะบอกความจริง
ให้ใครรู้ทั้งนั้นนอกจากเด็กสาวกริฟฟินดอร์เพื่อนสนิทของตัวเอง




     “อ้อ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ”



     “ขอบคุณฮะ



     “ปีเจ็ดแล้วนะ เธอมีคนพิเศษกับเขารึยังน่ะ ฉันเห็นพวกเด็กๆเดินควงกันตั้งหลายคู่ รีมัสแซวเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างติดตลก หากแต่เจ้าของตาสีมรกตส่ายหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด  



     “เป็นอะไรไปแฮร์รี่ ทำหน้าอย่างกับโดนสาวคนไหนหักอกมาอย่างนั้นล่ะ



     “ป เปล่าครับ ไม่มีอะไร แฮร์รี่สะดุ้งกับคำพูดหยอกทีเล่นทีจริง เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปมองพื้นแทนคนพิเศษของเขาน่ะเหรอ ยังไม่มีหรอก ในเมื่อคนๆนั้นไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาเลยสักครั้ง แม้กระทั่งโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าเขาก็คือเขา ไม่ใช่พ่อ และไม่ได้เป็นเด็กอวดดี ชอบทำตัวเด่นอย่างที่ถูกมองมาตลอดตั้งแต่ปีแรก




     “ไม่สบายใจเรื่องอะไรรึเปล่า ปรึกษากันได้นะ ฉันยินดีช่วยเต็มทีอยู่แล้ว


     “ขอบคุณครับ แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี แล้วผม…เด็กอย่างผมจะทำอะไรได้”


     “ทำไมถึงได้คิดแบบนั้นล่ะฮึ? ฟังนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังมีปัญหาอะไร แต่ฉันสัมผัสความกังวลของเธอได้ แฮร์รี่ เธอประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไปนะ เป็นเด็กไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำอะไรไม่ได้นี่ เธอเผชิญกับเรื่องอันตรายไม่เว้นแต่ละปีตั้งแต่เด็ก ถึงมันจะหนักหนาขนาดไหนแต่เธอก็ผ่านมันไปได้ทุกครั้งไม่ใช่เหรอ



     “แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่เหมือนกัน…” เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นจนเหยียดเป็นเส้นตรง สายตาจ้องอยู่ที่พื้น
ไม่กระพริบ




     “ไม่เหมือนยังไง


     “เขาเกลียดผม…” เจ้าของตาสีมรกตยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจเมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป  เขาไม่อยากบอกความลับที่ตัวเองชอบศาสตราจารย์สเนปให้ใครรู้ทั้งนั้น แค่เฮอร์ไมโอนี่รู้คนเดียว
ก็พอ แต่น่าเสียดายที่มีเรื่องเหนือความคาดหมายของเด็กหนุ่มจนได้ เพราะเขาไม่รู้ว่ารอนกับมัลฟอยก็รู้แล้วเช่นกัน




     แย่แล้ว เขาหลุดปากไปแบบนี้รีมัสต้องรู้แน่ๆ เรื่องนี้อาจจะไปถึงพ่อทูนหัวของเขาก็ได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของซิเรียสนี่นา  ตอนปีห้าในคาบเรียนสกัดใจกับสเนป เขาเคยเห็นความทรงจำในเพนซีฟของศาสตราจารย์ปรุงยา  เขากับแก๊งตัวกวนเป็นศัตรูกันมาตลอด พ่อทูนหัวของเขาเองก็คอยหาเรื่อง
อีกฝ่ายเหมือนกัน  หากแต่สิ่งที่เขาเห็นวันนี้มันกลับตรงข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็น มันต้องไม่ใช่อย่างที่เขาคิดมากไปเองสิ ซิเรียสแค่แกล้งให้เขาตกใจหนักไปก็แค่นั้น คงไม่ได้ มีความรู้สึกอย่างเดียวกับที่เขามีให้ศาสตราจารย์สเนปใช่มั้ย




     “ใครกัน ชายหนุ่มผมน้ำตาลเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นเด็กหนุ่มรีบปิดปากเมื่อหลุดพูดความในใจออกมาบางส่วน ท่าทางแบบนี้คงไม่พ้นปัญหาความรักของเด็กวัยรุ่นแน่ แฮร์รี่ชอบใครบางคนแต่คนๆนั้นเกลียดเขาเหรอ หืม แต่เด็กหนุ่มใช้คำว่า เขาเกลียดผม ไม่ใช่ เธอถ้างั้นอาอย่างนี้นี่เอง แฮร์รี่ไม่ได้ชอบเด็กสาวคนไหนในโรงเรียนแต่เป็นเด็กหนุ่มต่างหาก ปัญหามันเหลืออยู่แค่ว่าใครหักอกลูกของเพื่อนรักเขาแบบนี้กัน  



     “แฮร์รี่…” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายเพราะอยากรู้คำตอบ ทว่าเด็กหนุ่มเอาแต่ส่ายหน้ารัวไม่ยอมบอกอะไร
ทั้งนั้น นี่เขาคิดว่าจะเก็บความรู้สึกอึดอัดแบบนี้เอาไว้กับตัวเองตลอดเลยรึไงกัน




     “เธอชอบเขาสินะ บอกความรู้สึกของตัวเองให้เขาได้รับรู้รึยัง



     “เขาไม่เคยให้โอกาสผมแม้แต่จะพิสูจน์ตัวเอง



     “อย่าเพิ่งด่วนสรุปเองสิ บางทีคนๆนั้นเขาอาจจะไม่ได้เกลียดเธอจริงๆก็ได้ ให้เวลาเขาหน่อย ให้เขาได้รู้ใจตัวเองว่าคิดยังไงกับเธอกันแน่



      “ถึงจะให้เวลามากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยสนใจผมหรอกครับ ในเมื่อเขารู้ใจตัวเองดีว่าเขาเกลียดผมมากขนาดไหน ทั้งๆที่ผมพยายามแล้วแท้ๆ เด็กหนุ่มพูดตัดคำปลอบใจของชายหนุ่มตรงหน้าไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นเครือ หากแต่แววตาไม่อาจซ่อนความรู้สึกเศร้าที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกในใจได้



     “ฉันเข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไง กลัวการถูกปฏิเสธ แต่ความกลัวมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก ฉันอยากให้เธอลองลบและลืมความกลัวทั้งหมด แล้วบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปซะ อย่ามัวปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองแบบนี้ สุดท้ายถ้ามันไม่สมหวังเหมือนกับที่เราคาดหวัง แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร



     “รีมัส…” แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจที่ชายหนุ่มตรงหน้าดูจะเข้าใจความรู้สึกของเขาดีเหลือเกิน  ร่างสูงไม่ได้แสดงท่าทางตกใจที่รู้ว่าเขาชอบผู้ชาย จะรู้แน่ชัดหรือเปล่าเรื่องนี้เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เขาก็คาดว่าอีกฝ่ายคงจะเดาออกได้ไม่ยากจากสิ่งที่เขาเผลอพูดออกไป  ผมรู้ แต่ว่ามันพูดง่ายกว่าทำนะครับ



เจ้าของชื่อพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเอ่ยต่อไป  “รู้อะไรมั้ย ที่จริงฉันรักคนๆนึงอยู่ ทุกวันนี้ฉันเองก็ยังรู้สึกแบบเธอเหมือนกัน มันอึดอัดนะที่ต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อคนๆนั้นเอาไว้ในใจมาตลอด



      เขายิ้มให้ตัวเองอย่างขมขื่น น่าขำสิ้นดี ขนาดเรื่องของตัวเองยังจัดการไม่ได้แล้วยังมีหน้าไปสอน
แฮร์รี่อีก แบบนี้มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นักหรอก แต่เขาผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว และไม่อยากให้
เด็กหนุ่มต้องเสียใจแบบเขาเพียงเพราะความกลัวของตัวเอง




     วันที่ฉลองการจบการศึกษา มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนที่เขารัก ระหว่างงานเลี้ยงเจมส์กับลิลี่เต้นรำด้วยกันทำให้มีโอกาสอยู่สองต่อสองกับซิเรียส หากแต่เขาไม่กล้าพอ และอึกอักก่อนจะเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น แทนที่จะสารภาพรักอีกฝ่ายไปให้รู้แล้วรู้รอด  ชายหนุ่มปิดโอกาสบอกความ รู้สึกที่มีต่อเพื่อนสนิทเพราะความขี้ขลาดของตัวเอง เขาทำโอกาสดีๆแบบนั้นหายไป ในขณะที่
เด็กหนุ่มบอกว่าตัวเองไม่เคยมีโอกาสแบบนั้นเลย ได้ยินแบบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองมันทั้งบ้าทั้งขี้ขลาด
บ้าที่สุด!  




     “คุณก็มีคนพิเศษเหมือนกันสินะครับ เสียงเล็กของแฮร์รี่เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิด ยังไม่ได้บอกเขาออกไปอีกเหรอ



      “ฉันก็อยากจะบอกออกไปให้เขารับรู้เต็มทนแล้ว แต่กลัวว่าถ้าเขาไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน เขาอาจจะรับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ฉันจะถูกปฏิเสธ แต่อาจจะเสียเขาไปเลยก็ได้    



     “คุณก็เป็นเหมือนผมเหรอเนี่ยรีมัส เด็กหนุ่มผมดำอุทานกับสิ่งที่ได้ยิน มิน่าล่ะอีกฝ่ายถึงไม่แย้งเรื่องรสนิยมของเขาเลยสักนิด ใครกันครับ เขาพยายามนึกว่าใครกันที่ชายหนุ่มตรงหน้ารักข้างเดียวมาตลอดเหมือนกับเขา  ก่อนที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เพิงโหยหวนตอนเขายังอยู่ปีสามและรีมัสเป็นศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ทุกคนคิดว่าแบล็กเป็นนักโทษแหกคุก แต่ความจริงไม่ใช่ แถมซิเรียสยังเป็นพ่อทูนหัวของเขาอีก ศาสตราจารย์ลูปินตอนนั้นกับซิเรียสกอดกันตามประสาเพื่อนเก่า แต่ศาสตราจารย์สเนปที่ตามมาทีหลังกลับพูดเต็มปากว่าทั้งสองคนกอดกันอย่างกับคนรักเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน  ม…ไม่จริงใช่มั้ย ย..อย่าบอกนะว่า



 

    “เป็นคนที่เธอรู้จักดีเลยล่ะรีมัสยิ้มเศร้าๆก่อนจะเฉลยคำตอบที่ยืนยันว่าข้อสงสัยของเขามันถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ ฉันตั้งใจมาหาซิเรียสน่ะ ทีแรกไปดูที่กริมโมลเพลสแต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่นก็เลยคิดว่าเขาอาจจะมาเยี่ยมเธอที่ฮอกวอตส์ก็ได้  




     “ครับ เขามาที่นี่จริงๆ แต่ไม่ได้มาแค่เพราะเรื่องนี้อย่างเดียวหรอก



     “อะไรนะ



     “เขากลับมารับตำแหน่งศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดน่ะครับ



     “จริงเหรอ ฉันไม่ได้ข่าวอะไรของเขาเลยหลังจากปีที่ฉันเลิกสอน แล้วนี่ได้คุยกับเขารึยังล่ะ



     “ครับ ผมมีส่งจดหมายหาซิเรียสบ้าง แต่ครั้งสุดท้ายที่ตอบกลับมาเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่จะมาสอน
ด้วยซ้ำ ผมเองยังตกใจเลยตอนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์แนะนำเขาเป็นศาสตราจารย์คนใหม่ตอนมื้อเช้าในห้องโถง ส่วนเรื่องคุย ผมยังไม่มีโอกาสได้คุยจริงๆจังๆเพราะวันนี้ยังไม่มีคาบเรียนกับเขา บวกกับที่ไปห้องพยาบาลด้วย




     “อ้อ ฉันกะจะไปหาซิเรียสอยู่พอดี จะไปด้วยกันมั้ยล่ะ



     เจ้าของตาสีมรกตผงะกับคำชวนของอีกฝ่าย สีหน้าและแววตาที่เริ่มเป็นปกติกลับมาเศร้าเหมือนตอนที่คุยกันเรื่องคนพิเศษ       



     “ผมยังไม่พร้อมจะคุยกับซิเรียส



     “ทำไมล่ะแฮร์รี่ เขาเป็นพ่อทูนหัวเธอนะ ฉันจำได้ว่าเธอออกจะดีใจที่ได้เจอเขาไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่เจอเธอก็พยายามส่งจดหมายไปหานี่ แล้วไหงคราวนี้ถึงไม่อยากคุยล่ะชายหนุ่มมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เรื่องนี้มันชักจะยังไงอยู่นะ ทำไมแฮร์รี่ถึงได้ทำตัวแปลกๆ และไม่ค่อยร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน
ถึงเขาจะไม่ได้เจออีกฝ่ายมาหลายปีแต่ก็ไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มดูเศร้าแบบนี้





     ถึงแฮร์รี่จะยิ้มแต่ก็ดูเป็นรอยยิ้มที่ฝืนออกมาเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองสบายดีไม่ได้เป็นอะไร
ส่วนแววตานี่สิ แวบนึงที่เขาเห็นความรู้สึกเจ็บ เสียใจ น้อยใจ และโหยหาอะไรบางอย่างจากดวงตา
สีมรกตคู่สวยของเด็กหนุ่ม เขารู้สึกเหมือนตัวเองตกลงไปอยู่ในหลุมลึกที่มืดมิดและไม่มีจุดสิ้นสุด
ความรู้สึกขนลุกแล่นไปทั้งร่าง แฮร์รี่แบกรับความรู้สึกขมขื่นขนาดนี้เอาไว้กับตัวเองโดยที่สติยังไม่กระเจิดกระเจิงไปก่อนได้ยังไงกัน มันหนักเกินไปแล้วจริงๆสำหรับเด็กอายุแค่นี้




     เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลตัดสินใจเดินไปเงียบๆพร้อมกับแฮร์รี่ เขาไม่อยากจะถามซักไซ้อะไรเด็กหนุ่มอีกในเมื่อคำตอบที่เขาได้รับจากสีหน้า ท่าทาง และแววตาของเจ้าของตาสีมรกตมันก็ชัดมากพอแล้วเมื่อเขาพูดถึงเรื่องคนพิเศษของแฮร์รี่และชื่อของซิเรียส มันต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับซิเรียสและคนที่แฮร์รี่ชอบที่ทำให้เขาไม่สบายใจแบบนี้ ไม่อย่างนั้นแฮร์รี่คงไม่ปฏิเสธที่จะคุยกับพ่อทูนหัวของตัวเองหรือพยายามไม่พูดถึงชื่อของคนที่ตัวเองชอบหรอก มันอาจจะเกี่ยวกับคนๆนั้นที่เขาพูดถึงแน่




     อยากรู้นักใครกันที่มีอิทธิพลต่อเด็กหนุ่มได้ขนาดนี้… หืม อิทธิพลงั้นเหรอ คนที่มีอิทธิพลเหนือแฮร์รี่ได้คงมีแต่พวกอาจารย์ เดี๋ยวก่อน ตอนที่เขาพยายามถามว่าแฮร์รี่มีปัญหาอะไร อีกฝ่ายพูดเองว่า ถึงเขาช่วยก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี แล้วเด็กอย่างผมจะทำอะไรได้’ ‘เขาเกลียดผม



     ‘โอ้เมอร์ลิน!! ’  รีมัสอุทานอย่างไม่เชื่อตัวเอง เมื่อเขาเอาเรื่องทั้งหมดมาปะติดปะต่อกันจนได้ข้อสันนิษฐานที่ค่อนข้างชัดเจน แฮร์รี่ชอบเขาคนนั้นจริงหรือนี่ คู่อริตลอดกาลของพ่อตัวเองเซเวอร์รัส สเนป!!


 

                                   ----------------------------------------------------------------------                                    



 

     “สเนป เมื่อไหร่จะเลิกหนีแบบนี้สักที ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย!!” ซิเรียสกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามศาสตราจารย์ปรุงยามาตั้งแต่ที่อีกฝ่ายออกมาจากห้องพยาบาล เขาตะโกนตามหลังเพื่อเรียกความสนใจจากชายหนุ่มร่างสูง



     “ฉันไม่ได้หนีอะไรทั้งนั้น!!” นักปรุงยาหนุ่มกัดฟันพูดตัดบทด้วยความรำคาญ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆพาตัวเองไปให้ไกลจากคู่อริอันดับสองให้มากที่สุด เขานึกอยากชักไม้กายสิทธิ์ออกมาสาปอีกฝ่ายให้รู้แล้ว
รู้รอด แต่ก็ยับยั้งความคิดนั้นไปเพราะไม่อยากจะลดตัวลงไปยุ่งกับคนที่ตัวเองเกลียด




     “แน่ใจเหรอว่าไม่ได้หนี แล้วทำไม่ถึงไม่ยอมคุยกับฉัน



     “นี่แกมันหูหนวกหรือแกล้งโง่กันแน่ ฉันยังพูดไม่ชัดพอรึไงว่าไม่มีความจำเป็นอะไรต้องคุยกับแก!!”



     “นายกลัวฉันรึไง กลัวว่าจะถูกแกล้งแบบตอนนั้น



     “เงียบนะ!! ฉันไม่เคยกลัวคนอย่างแก!! แกมันก็ไม่มีปัญญาสู้กับฉันตัวต่อตัวเหมือนพอตเตอร์ถึงได้ลากคนอื่นมารุมฉันแบบนั้น สเนปตวาดเสียงแข็งกร้าวเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจหาว่าเขามันอ่อนแอ



     “เอาเลย!! วันนี้ฉันก็ตัวคนเดียวแล้วนี่ จะสู้กันสักตั้งมั้ยล่ะ แต่ฉันมั่นใจว่าถึงจะมีแค่คนเดียวฉันก็เอาชนะนายได้อยู่แล้ว ศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเอ่ยท้าก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่าย



      “หึ แล้วแกจะเสียใจที่ท้าทายฉัน ศาตราจารย์ปรุงยาขู่อีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงอันตรายพร้อมชักไม้กายสิทธิ์ออกมาจ่อคออีกฝ่าย ฉันกำลังอยากลองคาถาที่ตัวเองประดิษฐ์เอาไว้เมื่อนานมาแล้วกับศัตรูซะด้วยสิ คิดเอาเองก็แล้วกันว่าระยะประชิดขนาดนี้แกจะมีปัญญาเอาชนะฉันได้มั้ย เจ้าของดวงตาสีนิลเหยียดยิ้มใส่อีกฝ่ายอย่างผู้มีชัย ก่อนจะเอ่ยคาถานั้นออกมา เซ็กตัมเซ็ม---“



     ‘บ้าเอ้ย! เอาจริงรึนี่!’คนท้ายืนตัวแข็งและเบิกตากว้างด้วยความตะลึง คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่ชักไม้กายสิทธิ์ออกมาจ่อคอเขาแถมเตรียมจะสาปเขาด้วยคาถาอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวพูดว่าประดิษฐ์เอง เขาไม่รู้หรอกว่าคาถาที่ว่ามันคืออะไร มีผลยังไงถ้าโดนเข้าไปเต็มๆในระยะประชิดแบบนี้ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกก็คือ กลัว


     สิบกว่าปีก่อนเขากับเจมส์และแก๊งตัวกวนทั้งรุมแกล้งและตามรังควาญจนทำให้สเนปไม่เคยได้อยู่เป็นสุขเลยสักครั้ง แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ทำให้เขารู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรโง่ๆลงไป เขาไม่ได้กลัวเพราะกำลังจะโดนคาถาปริศนาจากนักปรุงยาหนุ่มตรงหน้า แต่กลัวความคิดของอีกฝ่าย ท่าทางเย็นชา แววตาเชือดเฉือนและรอยยิ้มเหยียดที่มีแต่ความเกลียดชังที่มีต่อเขา หากแต่สิงที่สำคัญกว่านั้นคือเขากลัวความรู้สึกของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย ใช่ เขารู้สึกแบบนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ก็เพราะความรู้สึกนั้นอีกล่ะที่ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นว่ายทั้งหมด ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่เขาเอง



สเนปไม่ทันได้เสกคาถาจบก็ถูกแบล็กพูดตัดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบ “พอได้แล้วสเนป ฉันรู้ว่านายกล้าสาปฉันด้วยคาถาอันตรายทุกอย่างที่นายรู้ แม้กระทั่งคาถาผิดสถานเดียว แต่ฉันคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ถ้า
ไม่ได้พูดกับนายให้รู้เรื่อง




ร่างสูงชะงักไปอย่างคาดไม่ถึงเพราะอีกฝ่ายคว้าข้อมือของเขาข้างที่ถือไม้กายสิทธิ์ไว้แน่น แถมไม่พยายามจะผลักมือเขาออกไปให้ตัวเองเป็นอิสระจากไม้กายสิทธิ์ที่จ่อคออยู่ทั้งๆที่ทำได้ แววตาของ
อีกฝ่ายไม่ได้แฝงความกลัวต่อสิ่งที่เขากำลังจะทำเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเทากลับจ้องเขม็งมาที่เขาราวกับจะมองให้ทะลุความคิดของเขา




     “มีอะไรจะพล่ามก็รีบๆว่ามา แต่ฉันจะไม่ทนเรื่องงี่เง่าไร้สาระอะไรของแกทั้งนั้น



      “ฉันรู้ว่านายจะต้องสงสัยว่าทำไมฉันถึงตอบรับคำเชิญของอัลบัสให้มาสอนที่ฮอกวอตส์



     “หึ จะมีอะไรซะอีกล่ะนอกจากอยากทำตัวเด่นดัง เรียกร้องความสนใจจากคนอื่น



     “อยากจะคิดยังไงก็ตามใจ แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากจะให้นายรู้ไว้ ที่ฉันกลับมาก็เพราะนาย เรื่องมันก็ผ่านไปเป็นสิบปีแล้ว ลืมไปซะทีเถอะแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ฉันกับนายยังเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ



     “เพื่อนงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี!! ฉันไม่เห็นเคยจำได้ว่าแกเคยเสนอจะเป็นเพื่อนกับฉันเมื่อสิบกว่าปีก่อน แกคิดว่าฉันจำไม่ได้รึไงว่าแกเคยทำอะไรไว้บ้าง แกกับพวกเพื่อนตั้งใจก่อกวนรังควาญทำให้ฉันทั้งเจ็บตัวทั้งอับอายไม่มีชิ้นดี ในขณะที่พวกแกกลับมีความสุขยิ้มเยาะอยู่บนชีวิตบัดซบของฉันเพราะฝีมือพวกแก แต่ตอนนี้กลับมาทำเป็นสำนึกผิด!! หึ!! คิดว่าฉันจะต้องรีบรับคำขอโทษสูงส่งของคุณชายแบล็กแล้วทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ!! มันสายไปแล้ว!! ฉันไม่ให้อภัย!! และไม่เคยต้องการเป็นเพื่อนกับคนอย่างแก ฉัน--เกลียด-- แก!!!!”


     สเนปตวาดเสียงกร้าวด้วยความโมโหความอดทนที่เขากลั้นไว้ระเบิดออกอย่างรุนแรงเพราะเกินขีดจำกัดไปมากแล้ว ชีวิตเส็งเคร็งเจ็ดปีในรั้วฮอกวอต์ของเขามันยังไม่สมใจคนอย่างแบล็กอีกหรือไงกัน
ยังจะมาเอาอะไรอีกตอนนี้ มิตรภาพงั้นเหรอ เขาเคยเสนอมิตรภาพให้แบล็กและคิดว่าจะเป็นเพื่อนกันได้ ทว่าอีกฝ่ายไม่เพียงไม่สนใจกลับรังเกียจ เลือกที่จะไปคบแก๊งตัวกวนและพากันมารังควาญเขาแทน
ในเมื่อเป็นแบบนี้เขาก็ไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว  ทั้งๆที่เคยทำอะไรสาหัสสากันขนาดนั้นไว้แต่ตอนนี้อยู่ดีๆกลับอยากจะเป็นเพื่อน คนที่เป็นเพื่อนมันทำกันแบบนี้เหรอ ฝันไปเถอะ
!! หรือว่าแบล็กต้องการให้ชีวิตเขาอยู่แทบเท้าเหมือนกับเอลฟ์รับใช้เลยใช่มั้ยถึงจะพอใจ      




     “นายเกลียดฉันมากเลยสินะ ใช่สิ ฉันมันเลว!!! ไม่เหมือนแม่คุณคนดีเอฟเวนส์ของนายนี่!!!
แต่น่าเสียดายนะที่เธอเซ้นซิทีพมากเกินไป ฉันจำได้ว่าแค่โดนตอกหน้าว่าเลือดสีโคลนก็รับไม่ได้ถึงกับทิ้งเพื่อนอย่างแกไปเลยนี่




     “แกไม่มีสิทธิ์พูดถึงลิลี่แบบนั้น!!!” ศาสตราจารย์ปรุงยากระชากเสื้อคนตรงหน้าอย่างแรงเพราะอีกฝ่ายกำลังดูถูกเพื่อนสนิทคนพิเศษคนเดียวของเขา มันกล้าดียังไงถึงได้พูดถึงเธอแบบนั้น อย่างน้อยลิลี่ก็เคยเป็นเพื่อนกับแบล็กตอนที่เธอหันไปคบกับพอตเตอร์แทนเขา  นี่มันชักจะมากเกินไปแล้วจริงๆ!!!
    
 

     “ทำไม รับไม่ได้รึไงสเนป ฉันยอมรับว่าตัวเองเลว เรื่องราววุ่นวายทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะฉัน 
ที่ฉันกลับมาครั้งนี้ก็จะมาสะสางเรื่องระหว่างฉันกับนาย เราควรจะได้เป็นเพื่อน ไม่สิ มากกว่าเพื่อน
ด้วยซ้ำ”



     “อัซคาบันทำให้แกเสียสติไปแล้วรึไง!!! ไม่มี เรา แบล็ก มีแต่เรื่องไร้สาระของแกคนเดียวทั้งนั้น!!!”



      ไม่!! ฉันยังสติดีอยู่แต่ความอดทนของฉันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน!! นายไม่รู้หรอกว่าฉันทนมานาน
แค่ไหน  ฉันพยายามทำให้นายสนใจแค่ไหนแต่นายก็ไม่เคยจะเหลียวแล
!!!”




     คราวนี้เป็นฝ่ายซิเรียสบ้างที่ตวาดอีกฝ่ายกลับมาอย่างเหลืออด ชายหนุ่มกัดริมฝีปากและกำหมัดแน่น เขาเองก็ทนไม่ไหวแล้วกับการต้องเก็บความลับและความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้คนเดียวมาตลอดสิบกว่าปี ยังไงวันนี้เขาก็ต้องบอกอีกฝ่ายออกไปให้ได้ว่าเขารู้สึกยังไง



     “แกพูดบ้าอะไร!!!”



     “คนที่เป็นต้นเหตุให้นายแตกกับลิลี่จริงๆแล้วไม่ใช่เจมส์แต่เป็นฉันเอง!! จริงอยู่ที่ว่าเจมส์ก็รักเธอเหมือนกับนาย แต่ฉันแค่อาศัยความบ้าบิ่นของเจมส์ส่งเสริมให้เขาเข้าไปแย่งลิลี่มาจากนาย!!”



     “มีความสุขนักสินะที่ได้ทำลายทุกอย่างในชีวิตของฉัน!!! สะใจแกแล้วสิที่ทำให้คนอย่างฉันไม่เหลืออะไรเลยทั้งนั้น!!! แม้กระทั่งเพื่อนสนิทคนเดียวที่เข้าใจฉันทุกอย่างแบบนี้!!! แกมันบ้าไปแล้วซิเรียส แบล็ก!!!” ร่างสูงกระแทกคำพูดด้วยน้ำเสียงอันตรายเมื่อรู้บุคคลตัวการที่ทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย แล้วยังทำให้เขาต้องใจสลายเมื่อลิลี่ออกไปจากชีวิตของตัวเอง ชายหนุ่มผมดำคว้าแขนทั้งสองขางของอีกฝ่ายไว้แน่นก่อนจะเขย่าร่างคนตรงหน้าอย่างแรงด้วยความแค้นใจ



     ”ใช่!!!ฉันมันบ้า!! แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำลายชีวิตของนาย!! ฉันขอโทษ!!! ที่ฉันทำไปก็เพราะฉันรักนาย!!!”


     “หึ!! รักฉันงั้นเหรอสเนปหยุดเขย่าร่างอีกฝ่ายก่อนจะผลักซิเรียสไปติดกำแพงและเอามือทั้งสองยันอีกฝ่ายไว้ แต่ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงมองคนตรงหน้าอย่างมุ่งร้าย  “ในเมื่อแกพูดนักพูดหนาว่ารัก ก็พิสูจน์ซะเลยสิ!! อยากรู้นักว่าพ่อมดเลือดบริสุทธิ์คระกูลเก่าแก่อย่างแกจะมีปัญญายั่วพ่อมดเลือดผสมที่ไม่ได้มีอะไรเด่นดังอย่างฉันได้มากน้อยแค่ไหน!!”  เสียงทุ้มท้าทายอีกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนมาขู่ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเกลียดชัง ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าของดวงตาสีเทาเบิกตากว้างและอ้าปากค้างด้วยความตกใจ



     “เหอะ!! แค่นี้ก็กลัวรึไง เปลี่ยนใจเร็วจริงนะ ความกล้าโง่ๆแบบกริฟฟินดอร์มันหายไปไหนซะล่ะ



     ซิเรียสแทบลืมหายใจเมื่อได้ยินคำพูดร้ายกาจจากปากอีกฝ่าย  ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าสเนปเป็นคนแบบไหน แต่ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมรุ่นของตัวเองจะเย็นชาได้ขนาดนี้ อีกฝ่ายทั้งเสียดสี เย้ยหยัน และดูถูกเขาทุกเรื่องที่เขาพูดออกไป สเนปท้าให้เขายั่วอีกฝ่ายอย่างนั้นเหรอ นี่คนตรงหน้าเห็นเขาเป็นอะไรกัน ชายหนุ่มกัด
ริมฝีปากแน่นแต่ชั่วครู่หนึ่งเขาก็ผ่อนคลายท่าทางตึงเครียดลงราวกับจะนึกอะไรได้  




     “ฉันไม่ได้กลัว!!! ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าฉันไม่เคยเปลี่ยนใจอะไรทั้งนั้น  ได้ยินมั้ยว่าฉันรักนาย!!!”
ซิเรียส
รวบรวมความกล้าพูดความในใจของตัวเองออกไปจนได้ เขาจะกลัวจะอะไรอีก ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เขาไขว่ขว้าตลอดไม่ใช่เหรอ เขารักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่อริอยู่ข้างเดียวและพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายสนใจ ในเมื่ออีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว กล้าท้ามาเขาก็กล้ารับคำท้ากลับเหมือนกัน



 

     “อย่าได้หวังเลยว่าฉันจะรักอะไรคนอย่างแก รู้ไว้ซะว่าฉันเกลียดแก!!! ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียด---!!!” หัวหน้าบ้านสลิธีรินตวาดเสียงดังก่อนที่ชายหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์จะจัดการปิดปากเขาด้วยการประทับริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย บดเบียดสัมผัสรสจูบก่อนจะรุกลิ้นเข้าไปกวาดเอาความหวานจากของคนตรงหน้า



     ชายหนุ่มผมดำเบิกตาด้วยความตกใจกับการกระทำของคนตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าทำ
แบบนี้ เมื่อครู่เขาโมโหมากเสียจนเผลอท้าทายแบล็กไปโดยไม่ทันได้คิดเพราะไม่เชื่อว่าศัตรูหมายเลขสองของตัวเองจะมารู้สึกอะไรแบบนี้กับเขา แบล็กเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง แล้วยังมีหน้ามาพูดว่าที่ทำไปเพราะรักเขาอีก ตลกสิ้นดี! เขาถอนจูบเพื่อหายใจเอาอากาศเข้าปอด ก่อนจะดันอีกฝ่ายออกไปด้วยความชิงชังและส่งสายตาอันตราย  




     “ไปซะ!!! ก่อนที่ฉันจะสาปแกด้วยคาถาศาสตร์มืดซะตรงนี้ เขาขู่เสียงเย็น ทว่าอีกฝ่ายกลับดื้อด้าน
ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น





     “ฉันบอกว่าไปให้พ้น!!!!!!!”  คราวนี้สเนปตวาดใส่อีกฝ่ายโดยไม่ปิดบังความโกรธ เกลียดชัง และรังเกียจที่สะท้อนออกจากดวงตาสีดำดุดัน และน้ำเสียงอาบยาพิษ



     “ไม่!!!!!” ซิเรียสตอกอีกฝ่ายกลับด้วยความไม่พอใจที่ถูกผลักไส  ก่อนจะกระชากตัวสเนปกลับมามาจูบหนักหน่วงขึ้น เขาแนบร่างตัวเองกับอีกฝ่ายจนปิดช่องว่างระหว่างร่างทั้งสองพร้อมเลื่อนมือไปกอดรั้งอีกฝ่ายแน่น ศาสตราจารย์หนุ่มครางเบาๆอย่างพอใจจากสัมผัสของร่างศาสตราจารย์ปรุงยาหนุ่มที่แนบชิดกับร่างของตน



     พวกเขาอยู่ในอิริยาบถนั้นสักครู่ หากแต่ช่วงเวลานั้นแบล็กกลับรู้สึกเนิ่นนานเสียจนลืมเวลาและลืมคิดไปว่าอาจมีผู้โชคร้ายผ่านมาเห็นสิ่งที่ทั้งคู่กำลังทำอยู่ก็ได้ ทว่าชายหนุ่มก็ดูไม่สนใจกับอะไรที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ทั้งสิ้นต่อให้ใครจะหาว่าเขามันบ้า งี่เง่า หรือเห็นแก่ตัวขนาดไหนก็ช่าง ในเมื่อโอกาสเป็นใจให้เขาขนาดนี้แล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือออกไปเป็นครั้งที่สองแน่

 

-------------------------------------------------------------------



 

      “ขอบคุณอีกครั้งนะครับรีมัส แฮร์รี่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบและบรรยากาศตึงเครียดเมื่อสักครู่ที่เขาเป็นคนปล่อยทิ้งไว้เอง เด็กหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากเงียบไปสักพัก                
                


      “ไม่เป็นไรหรอกแฮร์รี่ วันนี้เธอขอบคุณฉันมากี่รอบแล้วเนี่ย บอกแล้วไงว่าฉันยินดีช่วยเธออยู่แล้ว



      “ก็ผมเกรงใจนี่ครับ คุณพยายามปลอบใจและให้กำลังใจผมทุกเรื่องเลย เอ่อโดยเฉพาะเรื่องนั้น



     “เรื่องอะไรล่ะ   


     “ขอบคุณที่เข้าใจเรื่องที่ผม เอ่อ ชอบ…” เด็กหนุ่มผมดำหยุดคำพูดไว้เท่านั้นพลางเกาคอเบาๆ ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนความเก้อเขิน ชายหนุ่มผมน้ำตาลมองท่าทางของเด็กหนุ่มอย่างเข้าใจ และพอจะเดาได้ว่า
อีกฝ่ายจะพูดอะไร ก่อนจะเป็นคนเอ่ยคำนั้นต่อให้จบประโยคแทน 
“…ผู้ชาย




     “ฮึๆ ฉันจะไปว่าอะไรเธอล่ะ คนเรามันไม่เหมือนกันหรอกนะ ความชอบมันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีมาตรฐานมาวัดได้ว่ามันผิดหรือถูก



    “ขอบ--”



     “พอแล้ว หยุดขอบคุณได้แล้ว เดี๋ยวฉันก็โกรธเธอซะหรอก  รีมัสยกมือขึ้นห้าม ก่อนจะแกล้ง
ขมวดคิ้วทำเสียงไม่พอใจ ซึ่งก็พอจะทำให้รอยยิ้มจางผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเจ้าของตาสีมรกต




     “ครับๆ ผมไม่พูดแล้ว อ้อ เอ่อ รีมัสคุณจะไปหาซิเรียสใช่มั้ย พอดีเดี๋ยวผมอาจจะกลับไปที่
หอกริฟฟินดอร์ก่อน คุณไปเถอะครับ
  




     “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินไปส่งเธอก่อนแล้วค่อยไปหาเขาก็ได้



     “ไม่เป็นไรหรอก ผมเดินกลับเองได้ไม่ต้องห่วงนะครับ



     “อืม ถ้าเธอยืนยันว่าอย่างนั้นก็ตามใจ เจ้าของตาสีน้ำตาลพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้



     “โชคดีนะครับรีมัส แฮร์รี่เอ่ยพลางโบกมือลาชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะหันหลังและเดินออกไปจาก
ที่ตรงนั้น เขาได้แต่นึกภาวนาในใจเงียบๆ




     ‘ข้อร้องล่ะ รีมัสเขารักคุณมานานแล้ว รับความรักของเขาด้วยเถอะซิเรียส อย่าปล่อยให้เขารอต่อไปอีกเลย แล้วก็อย่ามาชอบศาสตราจารย์สเนปเหมือนกับผมเลยนะ ถึงเขาจะเกลียดผมหรือไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาแต่อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้พยายามบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปให้เขารู้ ถ้าผมโชคดีพอเขาอาจจะเห็นใจและเปิดโอกาสให้เด็กอย่างผมสักครั้งก็ได้



     คำอวยพรโชคดีที่จริงเขาตั้งใจจะเผื่อถึงตัวเองด้วยเพราะถ้ารีมัสบอกความรู้สึกของตัวเองให้
พ่อทูนหัวเขารู้ได้ บางทีซิเรียสอาจจะตอบรับรักของรีมัส แล้วก็เลิกวุ่นวายกับเซเวอร์รัสของเขาซะที
ห๊ะ เซเวอร์รัสของเขางั้นเหรอ   




     เด็กหนุ่มส่ายหน้าอย่างตกใจกับความคิดของตัวเอง ‘บ้าไปใหญ่แล้วเรานี่เขาคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย  ไม่ใช่แค่เรียกศาสตราจารย์ปรุงยาในใจด้วยชื่อจริง แถมยังกล้าคิดว่าอีกฝ่ายเป็นของตัวเองอีก หัวหน้าบ้านสลิธีรินเป็นของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เม้มปากแน่น เขารู้ตัวดีว่ามันเป็นอะไรที่บ้าที่สุดในชีวิตเท่าที่เขาเคยคิดมา แถมยังเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวสุดๆด้วย  มันผิดมากใช่ไหม หากเขาชอบอาจารย์ที่เคยเกลียดที่สุดแบบนี้



     เจ้าของตาสีมรกตโกหกรีมัสไปว่าตัวเองจะกลับหอกริฟฟินดอร์เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วง ที่จริงเขาไม่อยากไปไหนด้วยซ้ำ หากแต่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวระหว่างกำลังเดินไปตามทางเรื่อยๆ เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างพอใจกับสถานที่นั้น ในที่สุดก็มีที่ไปให้ตัวเองสักทีหลังจากพยายามคิดมาตลอดทั้งบ่าย ไปทะเลสาบก็ดีเหมือนกัน บรรยากาศตรงนั้นเงียบสงบ ถ้าได้นั่งคนเดียวตรงนั้นสักชั่วโมงสองชั่วโมง บางทีเขาอาจจะอารมณ์ดีขึ้น และลืมเหตุการณ์สับสนวุ่นทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้เหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้




     ทว่าโชคชะตาของเด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตมักเล่นตลกกับเจ้าตัว ชีวิตของพอตเตอร์ผู้โด่งดังเหมือน
แม่เหล็กดูดปัญหา  ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามถึงเขาไม่ได้เป็นคนไปรนหา แต่มันก็พร้อมจะมาหาเขาถึงที่
ทุกครั้ง




     แฮร์รี่ได้ยินเสียงแว่วๆเหมือนคนทะเลาะกัน เขานึกสงสัยว่าเวลาเจ้าของเสียงคือใครกัน มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักที่จะคุยเรื่องส่วนตัวกันในเวลาที่ทางเดินโล่งแบบนี้ เพราะเสียงมันก้องและคนที่บังเอิญเดินผ่านมาอาจจะได้ยินเข้าก็ได้


 

     ความสงสัยไม่เข้าท่าของเจ้าตัว ทำให้เด็กหนุ่มผมดำตัดสินใจตามเสียงนั้นไปเรื่อยๆ จนถึงทางเดินที่จะไปยังหอสลิธีริน ทางเดียวกับที่จะไปทะเลสาบ เขาถึงกับผงะเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นบุคคลที่เป็นเจ้าของเสียง


     ชายหนุ่มร่างสูงสองคนยืนอยู่กลางทางเดิน ร่างทั้งสองแนบชิดกันราวกับจะเบียดขึ้นไปอยู่บนร่างของอีกฝ่าย มือใหญ่ของชายคนหนึ่งกอดรั้งคนที่หันหลังให้กับเขาอยู่ ชายหนุ่มที่ยืนหันหลัง กัมหน้าลงเหมือนกำลังทำอะไรอยู่ ร่างเล็กขยี้ตาอย่างแรงก่อนจะมองกลับไปอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นมันคือ
ความจริงหรือภาพลวงตากันแน่



     แฮร์รี่พิจารณาบุคคลทั้งสองตรงหน้าอย่างละเอียดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะแน่ชัดว่าคนที่เขาเห็น เป็นใครไปอีกไม่ได้นอกจากศาสตราจารย์ปรุงยากับศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดหรือก็คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อทูนหัวของเขา ดวงตาสีมรกตคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจกับภาพบาดตาที่เห็นกับสองตาตัวเอง
อย่างจังเมื่อเห็นทั้งสองกำลังกอดจูบกันอยู่





     “ฮึกทำไม ทำไมผมถึงได้โง่แบบนี้ทำไมถึงต้องชอบคุณด้วย…” เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงสั่นเครือ และกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้  ความรู้สึกเจ็บที่กดเอาไว้กลับมาครองพื้นที่อีกครั้ง แฮร์รี่กลืนน้ำลายอย่างยากเย็นเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ ผมรู้สึกกับคุณมากเกินไปใช่มั้ย ทั้งๆที่มันเป็นไปไม่ได้



  ภาพความจริงที่อยู่ตรงหน้ากับความฝันของเขาเมื่อเช้านี้เริ่มผสมปนเปกันไปหมด  ความเสียใจ น้อยใจ โหยหาที่พยายามซ่อนในเบื้องลึกของหัวใจมาตลอดทำให้เขาไม่อาจจะรับได้อีกต่อไป เด็กหนุ่มผมดำร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาปล่อยให้น้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาสีมรกตคู่สวยไหลอาบแก้มโดยไม่สนใจที่จะเช็ดทิ้งไม่ให้ใครเห็นเพื่อซ่อนความรู้สึกอ่อนแอของตัวเองอย่างเช่นเคย



     ­ก่อนที่จะรู้ตัวว่าจะไปไหน ขาของเขาก็พาตัวเองวิ่งออกจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วจนชนเข้ากับใครบางคนที่เดินเข้ามาอย่างจัง เด็กหนุ่มร่างเล็กวิ่งชนอีกฝ่ายออกไปด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา  
ไม่สนใจที่จะเงยขึ้นไปมองว่าคนๆนั้นคือใคร ไม่ได้สนใจเสียงชื่อเรียกตามหลังและสายตาที่มองมาที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ไม่แม้กระทั่งจะคิดขอโทษที่ทำตัวเสียมารยาทไปแบบนั้น แต่เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากหายตัวไปจากที่นี่เสียด้วยซ้ำ  




แฮร์รี่วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ เขาปล่อยไปตามที่ขาตัวเองจะพาไปโดยไม่สนใจแล้วว่ามันจะพาตัวเองไปหยุดอยู่ที่ไหน เขารู้อย่างเดียวว่าตอนนี้ขอแค่ที่ไหนก็ที่ไม่ใช่ตรงนั้น ไม่ใช่ที่ๆเขาเห็นคนที่ตัวเองแอบชอบมาตลอดจูบกับพ่อทูนหัวของเขา  ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อที่เขาจะได้ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างเต็มที่กับความน่าสมเพชของตัวเอง และระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่เขาไม่อาจแบกรับไว้ได้อีก



 

----------------------------------------------------------------------


 

     รีมัสเดินตามทางในห้องโถงมาเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายเช่นกัน ชายหนุ่มถอนใจยาวอย่างผิดหวังเมื่อเดินกลับออกมาจากห้องทำงานของศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ตอนที่เขาไปถึงก็ไม่มีวี่แววของเจ้าของห้องอยู่เลย  ถ้าซิเรียสไม่ได้อยู่ในห้องทำงานแล้วเขาจะไปไหนกันนะ ชายหนุ่มผมน้ำตาลพยายามนึกถึงเหตุผลที่เขาจะไม่อยู่ในห้อง อีกฝ่ายอาจจะไปคุยกับอาจารย์ใหญ่ หรืออาจารย์คนอื่นๆ ไม่ก็อาจจะอยู่ในห้องเรียนกำลังสอนอยู่ หรือไม่แฮร์รี่อาจจะมาหาเขาที่ห้อง และออกไปหาที่เงียบๆเพื่อนั่งคุยกับพ่อทูนหัวของตัวเองก็ได้  แต่เหตุผลสุดท้ายดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ เพราะห้องตัวเองก็มี ไม่จำเป็นจะต้องออกไปที่อื่น



     “แฮร์รี่ รีมัสเอ่ยเรียกเมื่อเห็นเด็กหนุ่มร่างเล็กมาแต่ไกล เขาขมวดคิ้วกับตัวเองอย่างแปลกใจเพราะเมื่อสักครู่ที่แยกกันเด็กหนุ่มบอกว่าจะกลับหอกริฟฟินดอร์นี่นา เขาไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้




     “มาทำอะไรตรงนี้ ฉันนึกว่าเธอกลับหอไปแล้วซะอีก ชายหนุ่มถามอีกฝ่ายไปอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ทักตอบแวร์วูฟสังเกตเห็นเด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตา ไม่พูดไม่จาอะไร หากแต่วิ่งตรงมาทางเขาด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาก่อนจะวิ่งชนผ่านเขาไปอย่างแรงโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง  


 

แฮร์รี่!! เป็นอะไรไป!?” เขาตะโกนถามตามหลังเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ไปเผื่อว่าอีกฝ่ายได้ยิน
เสียงของเขาแล้วจะหันกลับมามอง แต่ดูจะไม่เป็นผลเพราะไม่เพียงแค่แฮร์รี่ไม่ได้ยินหรืออาจได้ยินแต่
ไม่สนใจ เด็กหนุ่มยังวิ่งไปร้องไห้ไปตลอดทาง   




ชายหนุ่มมองตามร่างเล็กที่วิ่งจนลับตาไปด้วยความเป็นห่วง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่ตอนแยกออกไปยังดีๆอยู่เลย เขามีความรู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวกับซิเรียสหรือไม่ก็สเนปทางใดทางหนึ่งแน่ๆ เพราะ
แฮร์รี่รู้สึกไม่สบายใจมากแค่ไหนก็ยังฝืนยิ้มเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าสบายดี ทั้งๆที่ในใจซ่อนความรู้สึกนั้นเอาไว้คนเดียว  คราวนี้ทุกอย่างที่เก็บไว้มาตลอดคงเกิดขีดจำกัดที่เด็กหนุ่มจะแบกรับต่อไปได้อีก ถึงได้ร้องไห้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้




 รีมัสตัดสินใจแน่วแน่ว่าเขาจะต้องช่วยแฮร์รี่ให้ได้ แต่เขาคงจะตัดสินใจทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปไม่ได้จนกว่าจะรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมด  ร่างสูงเดินย้อนกลับขึ้นไปตามทางที่แฮร์รี่วิ่งมาชนเขา ทว่าชายหนุ่มผมน้ำตาลไม่ได้คาดคิดเลยว่าตัวเองก็ต้องเผชิญกับเรื่องเดียวกันที่ทำให้เด็กหนุ่มเสียใจ 




 เจ้าของตาสีน้ำตาลเบิกตากว้างอย่างตกใจกับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนสนิทที่ตัวเองแอบรักข้างเดียวมาตลอดหลายปีอย่างซิเรียสจะมาแสดงความรักประเจิดประเจ้อกับสเนป คนที่ซิเรียสประกาศกร้าวว่าเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของตัวเองมาตลอดแบบนี้  เขารู้สึกชาไปหมดเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขามีเรื่องต้องคุยกับซิเรียสยาวแน่ทั้งเรื่องของตัวเองกับแฮร์รี่ เขาไม่แปลกใจเลยที่แฮร์รี่จะร้องไห้ออกไปแบบนั้น



 

     ชายหนุ่มพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ความโกรธมาอยู่เหนือสติที่มีเหลืออยู่น้อยนิด ทว่าแวร์วูฟเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยจัดการกับความอิจฉาได้หากมีใครมายุ่งกับเมทของตัวเอง เขาไม่สามารถเอาชนะความจริงข้อนั้นได้        



นี่มันเรื่องบ้าอะไร!!! นายทำบ้าอะไรของนาย ซิเรียส!!!”  



ชายหนุ่มบ้านสลิธีรินเป็นฝ่ายถอนจูบเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งในสมาชิกแก๊งตัวกวน ร่างสูงแกะมือที่กอดรั้งเขาไว้แน่นก่อนจะดันตัวคนตรงหน้าออกไปให้พ้นจากตัวเอง



     “รีรีมัส!!” ซิเรียสสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้าคนที่เรียกเขา สเนปพูดไม่ถูกว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงที่ลูปินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแบล็กดี  โกรธ? อาย? เสียใจ? เขาจะโกรธหรือเสียใจทำไมในเมื่อเขาเกลียดแบล็กอย่างกับอะไรดี อายเหรอ อาจจะใช่ ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนเริ่มอะไรบ้าๆนี่ก่อน แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีนักหากผ่านมาเห็น แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็โล่งใจที่ลูปินเข้ามาขัดจังหวะและช่วยแยกแบล็กออกไปให้พ้นๆหน้าเขาเสียที เขาหรี่ตามองแบล็กด้วยสายตาเหยียดๆก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่คิดจะหันกลับมามอง  ทิ้งให้เพื่อนเก่า
ทั้งสองที่ไม่ได้เจอกันนานจัดการปัญหาส่วนตัวกันเอาเอง




รีมัสย่างสามขุมเข้าไปหาคนที่ถูกเรียกพลางกระชากตัวร่างสูง ก่อนจะเขย่าตัวอีกฝ่ายอย่างแรง  
ฮึก ทั้งๆที่ฉันรักนายมาตลอด แต่นายกลับนายทำแบบนี้ได้ยังไงซิเรียส!!! ทำได้ยังไง!!!” ชายหนุ่มตวาดด้วยเสียงสั่นเครือ  
เขาเจ็บที่คนตรงหน้าไม่เคยรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับอีกฝ่ายกันแน่ ถึงเขาจะไม่เคยบอกความในใจให้ซิเรียสได้รู้ แต่ร่างสูงไม่แม้แต่จะสังเกตความรู้สึกของเขาเลย


 

ที่จริงวันนี้เขามาเพราะต้องการจะสารภาพความรู้สึกของตัวเองให้กับอีกฝ่ายได้รับรู้อยู่แล้ว เขาวาดแผนและเตรียมคำพูดมาว่าจะบอกกับซิเรียสยังไงดี ถึงแม้ว่าพอเอาเข้าจริงเขาอาจจะกลัวจนพูดติดๆขัด แต่อย่างน้อยที่เขาคิดเอาไว้มันก็ยังดีกว่านี้ เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้เขาไม่ได้เตรียมรับมือกับสิ่งที่จะตามมาเขาอยากจะบอกรักดีๆไม่ใช่ตวาดออกไป แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาทนเก็บความรู้สึกอึดอัดไม่ได้อีกต่อไปเช่นกัน


 

นายว่ายังไงนะ!!? รักฉัน!!?  บอกซิว่ามันไม่จริง นายจะมารักฉันได้ยังไงรีมัสในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันมาตลอด



คำก็เพื่อนสองคำก็เพื่อน ฉันไม่สนิทใจจะเป็นเพื่อนหรอก!!! ฉันปิดบังความรู้สึกนั้นมานานแล้ว
นายไม่รู้
หรอกว่าฉันอัดอั้นใจแค่ไหน!!  เพราะคำว่าเพื่อนสนิทมันทำให้นายอยู่ไกลเกินเอื้อม ฉันไม่มีสิทธิ์และไม่กล้าที่จะบอกอะไรออกไปทั้งนั้น ถ้านายรู้ว่าฉัน นายจะรักฉันบ้างมั้ย!!!” 


 

ขอโทษนะรีมัส แต่ฉันไม่ได้คิดกับนายเกินกว่านั้นจริงๆ!!! ฉันรับความรู้สึกของนายไม่ได้!!!  ฉันรักสเนป  



     “หึ!! ติดใจเขามากเลยสินะ อยากรู้นักว่ารสจูบกับสัมผัสของฉันจะสู้สเนปได้มั้ย!!!” คำพูดของซิเรียสทำให้ความอดทนของเขาเกินขีดจำกัด สติหลุดจากการควบคุมโดยสิ้นเชิง ความรู้สึกของเขาตอนนี้ทั้งโกรธ เสียใจ น้อยใจ อิจฉา ผสมปนกันไปหมด ชายหนุ่มพาลเอาความโกรธไปลงที่คู่กรณีอย่างสเนป
เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเรื่องบ้าๆนี่ ไม่เข้าใจว่ามันมีเรื่องอะไรระหว่างสองคนนั้นกันแน่ แล้วก็ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ทั้งๆที่
สเนปเกลียดซิเรียสมาตลอด แล้วทำไมถึงได้มายุ่งกับคนที่เขารักแบบนี้ ทำไมต้องทำให้ซิเรียสปฏิเสธเขาด้วย 


 

รีมัสผลักซิเรียสไปติดกำแพง ยกมือขึ้นเท้ากำแพงทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนี และประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของคนตรงหน้าอย่างหนักหน่วงและกระหายก่อนที่ชายหนุ่มผมดำจะมีโอกาสประท้วง ชายหนุ่มผมน้ำตาลแนบร่างของตัวเองลงบนร่างของอีกฝ่าย พลางไล่จูบไปตามซอกคอและฝากรอย
ความเป็นเจ้าของไว้บนคอของซิเรียส ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นของเขาคนเดียว




  “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยรีมัส!!!!” เจ้าของตาสีเทาตอกใส่คนตรงหน้าตัวเองหลังจากที่อีกฝ่ายถอนจูบออก


      “หยุดหลอกตัวเองสักทีเถอะซิเรียส สเนปไม่ได้รักนายเลยสักนิด!! แต่ฉันรัก!! ทั้งๆที่ฉันยังพูดขนาดนี้มันยังไม่ชัดพออีกหรือไงว่าฉันรักนาย รักมานานมากแล้ว ขอร้องล่ะ เป็นฉันไม่ได้เหรอ!!!”  รีมัสฝืนยิ้มและรอคำตอบอย่างมีหวังเล็กๆ เขามั่นใจว่าคนอื่นไม่ได้รักซิเรียสอย่างที่เขารัก ไม่มีใครรู้ใจคนตรงหน้าเท่ากับเพื่อนสนิทที่รักเพื่อนข้างเดียวแบบเขา หากแต่คำพูดที่ออกจากปากอีกฝ่ายกลับทำให้ชายหนุ่มใจสลายและยิ่งรู้สึกปวดร้าวกว่าเดิม  



      อย่าทำให้ฉันลำบากใจได้มั้ยรีมัส ฉันไม่ได้รักนาย แต่ฉันไม่อยากเสียเพื่อนอย่างนายไป!!!”



     “ฮึก...นายไม่ได้รักฉัน แล้วยังมาพูดว่าไม่อยากเสียเพื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายจะให้ฉันทรมานดูนายไปรักคนอื่นอย่างนั้นเหรอ!! นายจะเห็นแก่ตัวแบบนี้ไปถึงไหน!!”



     “ใช่ ฉันมันเห็นแก่ตัว!! นายจะว่าอย่างนั้นก็ได้รีมัส แต่ไม่มีอะไรหยุดความรู้สึกนั้นได้หรอก ซิเรียสเอ่ยพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นพยายามไม่สบตากับเพื่อนสนิทของตัวเอง



เชิญตามสบายเลย!! ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าแฮร์รี่จะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าพ่อทูนหัวเห็นแก่ตัวได้แม้กระทั่งกับลูกทูนหัวของตัวเอง!!!” แวร์วูฟปล่อยตัวอีกฝ่ายให้เป็นอิสระจากการเกาะกุมของตัวเอง ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไปจากที่ตรงนั้น เขาไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆอย่างนี้หรอก แต่ตอนนี้ใจของเขามันอ่อนล้าเต็มทน ถ้ายังฝืนตอกย้ำต่อไปก็อาจทำให้เจ็บหนักกันทั้งคู่



      “แฮร์รี่มาเกี่ยวอะไรด้วย



      “นายคงไม่รู้หรอกว่าแฮร์รี่ก็ชอบสเนปเหมือนกัน!!!” เจ้าของตาสีน้ำตาลทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายเอาไว้ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ขอโทษด้วยนะแฮร์รี่ ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างรู้สึกผิดที่เขาทำทุกวิถีทางที่จะทำให้คนที่เขารักต้องยอมแพ้และตัดใจกลับมาหาเขาด้วยตัวเองสักวัน ถึงแม้ว่าจะต้องอาศัยความลับของเด็กหนุ่มที่เขารู้มาใช้ก็ตาม เขารู้ว่าทำแบบนี้มันก็เรียกว่าเห็นแก่ตัว แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ซิเรียสไปรักใครทั้งนั้นนอกจากเขา เวลาสิบปีที่ทนรอมันก็มากเกินพอแล้วและเขาจะไม่ทนอีกต่อไป



 

TBC.


 

Writer Talk: ไรเตอร์กลับมาอัพให้แล้วนะคร้าบบบบ ขอบคุณรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่

ติดตามผลงานผมมาตลอด ตอนนี้ค่อนข้างจะดราม่าหนักหน่อย แหะๆ อารมณ์มันพาไปน่ะ

ครับผม พอดีผมมีฟิคร่วมกับไรเตอร์
อีกคน แล้วแต่งดราม่ากันอยู่ หวังว่าตอนนี้จะถูกใจนะฮะ

ถ้าหนักไปก็หาพื้นที่ร้องไห้ในคอมเม้นแทนละกันนะคร้าบ


PS: หึๆๆๆ (ไรเตอร์นี่มันชอบทำร้ายจิตใจตัวละครเหลือเกิน) 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #125 kay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:38
    นี่มันรักกี่เส้ากันเนี่ย โอ้มายเกว้ดดดด ให้ตายจังหวะดราม่าละครไทยไปไหนนิ๊

    รี่เมื่อไร่จะเลิกคิดไปเองซะที ฮึ เอ้าล่ะในเมื่อรู้กันหมดแล้วว่าใครชอบใครก็จัดการกันเอาเองเลย5555555
    #125
    0
  2. #108 Detective Patt (@csi-patt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:30
    เศร้าสุดๆ (ตามเม้นย้อนหลังนะฮะ อ่านไปล่วงหน้านานแล้ว แฮะๆ)
    #108
    0
  3. #98 NuCee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:15
    ดร่ามา่า แย่งนางเอกชะแล้วไงเนี่ย



    จะลงเอยยังไงเนี่ย
    #98
    0
  4. #81 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 23:01
    ดราม่า อย่างเหลือล้น อ่านแล้วสะเทือนสุดๆ Y^Y >////<

    #81
    0
  5. #58 ตั้งใจ (@tang-jai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:35
    ตอนนี้มาม่ามาก แต่ชอบ อิอิ
    #58
    0
  6. #47 Panisa Tippiizz (@lolaly) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 07:50
    =[ ]=!!!!!!!! *scream* ใช่เลยยยยย โดนใจฉันเลยยยยย ว๊ากกกกกกกกกกกกก !!! นิยายแบบนี้แหล่ะที่ชอบบ ชอบมากๆเลยค่ะ สนุกสุดๆ กิกิ มาม่าสุดๆ (?) สงสารรีมัส T^T แต่ก็เชียร์ ป๋าเนป กับ หนูรี่ วรั๊ยยยยย (?) ชอบความซึนของป๋า (?) น่ารักกกกกก ถ้าจะดราม่าขอแบบสุดๆ(?????) [แลดูโรคจิตแปลกๆ] สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ อิอิ >3<
    #47
    0
  7. #46 Maru maru (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 00:47
    หลายเศร้ามาก แต่คนอ่านชอบ 555

    มีอุปสรรคเยอะหน่อยเป็นน้ำจิ้มเบๆ

    ครั้งนี้คนเขียนมายาวสะใจมาก สนุกมากๆเลยค่ะ
    #46
    0
  8. #44 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 22:04
    จะสงสารใคร........

    วี รี เซฟ รึ   รี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    โอ้ เมอรืลิน เรื่องนี้ แฮร์รี่เป้นฝ่ายถูกกระทำชัดๆ!!

    ไรเตอร์.......ฮึก รีซีอย่าจบมาม่าได้ไหมTT

    สู้ๆนะครับเป้นกำลังใจให้^^
    #44
    0
  9. #43 Rokugatsu Giugno (@Senji) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 19:18
    โฮย...สงสารใครดี



    ตอนนี้มันดุเด็ดเผ็ดมันอย่างบอกไม่ถูก(?)



    แต่สงสารที่สุดก็น่าจะเป็นรี่น้อยเนอะ//เนียนกอดปลอบ(??)



    ลูปินเท่มากฮ่ะ ไม่ร้องไห้วิ่งหนีไป แต่เข้าไปขัดจังหวะ เยี่ยมกู้ด! เดี๋ยวป๋าเซฟได้เสียตัว(เฮ้ย!)หรอก//โดนสเนปสาป
    #43
    0