[Fanfic]Ep!LoGue VaLenT!ne My Heart OnLy You [SSxHP]

ตอนที่ 10 : To Close The Heart Distance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 มิ.ย. 57




          ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบสนิทด้วยบรรยากาศกระอักกระอ่วน ทั้งสองต่างหลบสายตาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกกระดากและทำตัวไม่ถูก แฮร์รี่ทำท่าจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดความคิดนั้นไปก่อนจะรีบปิดปากแน่น เด็กหนุ่มเกาหลังคออย่างกังวลพลางลอบมองสเนปราวกับจะรอให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายพูดอะไรสักอย่างขึ้นมาก่อน หัวใจเขาเต้นเร็วและแรงกว่าปกติเพราะลุ้นว่าร่างสูงจะพูดจาร้ายกาจหรือมีทีท่ารังเกียจอะไรหรือไม่






     “ฉันขอโทษ…” สเนปเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนด้วยคำพูดที่เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน
แต่สิ่งที่เด็กหนุ่มไม่เคยคาดคิดก็คือท่าทีที่อ่อนลงอย่างมาก รวมถึงคำพูดจริงใจที่ออกมาจากปากของศาสตราจารย์ปรุงยาคนนี้ แฮร์รี่อ้าปากค้างก่อนจะกระพริบตาถี่ๆพลางเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน สเนปไม่เคยเอ่ยคำขอโทษต่อนักเรียนไม่ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม แต่คราวนี้เขากลับเป็นฝ่ายขอโทษคนที่ใครๆต่างเห็นพ้องว่าไม่ถูกกันมาตลอดอย่างพอตเตอร์
โลกเวทมนตร์คงถึงกาลถล่มเสียแล้ว






     เด็กหนุ่มผมดำยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเองไปแรงๆก่อนจะสะบัดหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บ
ให้ตายสิ เจ็บชะมัด นี่เขาไม่ได้ฝันไปเองสินะ ศาสตราจารย์สเนปขอโทษเขาจริงๆ เจ้าของตาสีมรกตพยายามยั้งตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาเกินหน้าเกินตากับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด  ร่างสูงไม่ได้พูดถึงหรือทำท่ารังเกียจเรื่องที่เขาชอบคนตรงหน้า เด็กหนุ่มไม่อาจรู้ได้เลยว่าอาจารย์ของตัวเองรู้สึกยังไงกับเขากันแน่ ทว่าอย่างน้อยก็เขาใจชื้นขึ้นมากเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้เกลียดตัวเองมากเท่ากับเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา 

         



      “อะไรนะครับ!? เขาแสร้งทำหน้าราวกับสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มผมดำแสดงออก






      “ฉันขอโทษสำหรับคำพูดและการกระทำที่ฉันแสดงออกต่อเธอวันนี้ มันเป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุมาก  สเนปลอบมองหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น ตลกน่า! แค่พูดขอโทษเท่านี้ทำไมเขาจะต้องกังวลด้วย ความจริงเขาอยากบอกมากกว่านี้ว่าขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา อยากจะขอให้เด็กหนุ่มให้อภัยสำหรับความโง่เขลาของตัวเอง แต่คนอย่างเขาจะไม่ใช่เซเวอร์รัส สเนปเลยถ้าหากไม่เคยพูดหรือแสดงออกแบบปากไม่ตรงกับใจสักครั้ง





 

ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมไม่ได้บังคับให้คุณต้องขอโทษ ศาสตราจารย์จะฝืนตัวเองไปเพื่ออะไรถ้าคุณไม่เคยเต็มใจที่จะทำแบบนี้ ช่างเถอะยังไงซะผมก็ชินกับการที่ถูกคุณพูดแบบนี้มาตั้งหลายปีแล้ว” แฮร์รี่ตัดสินใจอาศัยสถานการณ์ตอนนี้เพื่อลองเชิงว่าสเนปจะมีทีท่าอย่างไรหากเขาจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจคำขอโทษนั้น






 

     “พอตเตอร์ ถ้าฉันไม่เต็มใจทำอะไรก็ไม่มีใครบังคับฉันได้หรอกนะ ฉันหมายความอย่างที่พูดไป
นั่นแหละ
 เจ้าของตาสีนิลยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาประคองใบหน้าของเด็กหนุ่มร่างเล็ก และก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เรียวนิ้วยาวก็เลื่อนไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างเบามือ   






 

      “จริงๆเลย แค่คำพูดของฉันทำให้เธอถึงกับร้องไห้เนี่ยนะ เด็กกริฟฟินดอร์นี่อ่อนไหวง่ายเหมือนกันหมดเลยหรือไงกัน สเนปเลิกคิ้วถามเด็กหนุ่มตรงหน้า หากแต่คำตอบที่ได้รับกลับมากกว่าแค่คำพูด
ของเขา







     “อาจจะมีแค่ผมคนเดียวก็ได้ครับที่เป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มผมดำโถมตัวเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัว ร่างเล็กยื่นมือทั้งสองออกมาโอบรอบเอวของศาตราจารย์ปรุงยาไว้แน่นก่อนจะซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง






 

หัวหน้าบ้านสลิธีรินถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำของนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ เขาตะลึงเกินกว่าที่จะพยายามทำตัวให้เป็นอิสระจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย สเนปแทบหยุดหายใจไปชั่วครู่เพราะร่างของ
เด็กหนุ่มอยู่แนบชิดกับตัวเองมากจนถึงขนาดได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรง หากพูดตามความจริง เขาเองต่างหากที่แทบจะหัวใจเต้นข้ามจังหวะเพราะอยู่ใกล้ชิดกับพอตเตอร์ขนาดนี้ ลำพังแค่อ้อมแขนที่โอบรอบเอวเขาไว้นั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่เจ้าเด็กบ้านี่กลับซุกไซ้ใบหน้าเล็กกับอกของเขาอีก ไม่ไหว ถ้าหากปล่อยให้
พอตเตอร์อยู่แบบนี้ต่อไป เขาต้องเผลอกอดตอบหรือแย่กว่านั้นอาจจะทำอะไรเกินเลยไปแบบเมื่อเช้าอีกก็ได้ ร่างสูงกลั้นใจเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเฉียบ







พอตเตอร์!! ปล่อย---”






ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยด้วยความรู้สึกช็อก เด็กหนุ่มยังไม่ทันฟังคำพูดของอีกฝ่ายให้จบ แต่ก็คำพูดเดียวกับที่อยู่ในความฝันเมื่อเช้าก็กลับเข้ามาตอกย้ำให้รู้สึกเจ็บอีกครั้ง ‘พอตเตอร์!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!
เธอทำบ้าอะไรของเธออยู่!!’ แฮร์รี่ลดมือลงและคลายอ้อมเขนออกจากร่างสูง ก่อนจะรีบผละออกจากสเนปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อ บ้าที่สุด!! นี่เราทำอะไรอยู่กันแน่แฮร์รี่ เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า สเนปก็แค่ขอโทษแต่ไม่ได้หมายความว่าเขารู้สึกอะไรแบบนั้น หรือยินดีที่จะให้กอดสักหน่อย นี่เราดันไปทำแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกเกลียดมากกว่าเดิมอีกจนได้








ศาสตราจารย์ปรุงยาราวจับความรู้สึกเจ็บที่ซ่อนอยู่ในแววตาสีมรกตนั้นได้ ท่าทีของพอตเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันเพราะคำสั่งของตัวเอง เด็กหนุ่มกลัวว่าจะถูกเกลียดอีกเพราะกอดเขาหรือว่าเพราะรู้สึกอะไรกับคนอย่างเขากันแน่ ร่างสูงลอบถอนใจยาว หากเขาซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง
เขาก็รู้สึกดีกับอ้อมกอดของร่างเล็กและไม่อยากให้พอตเตอร์ปล่อยมือออกไปเลย แต่ถ้าเขาเกิดเผลอตัวทำอะไรเกินเลยกับเด็กหนุ่มไปล่ะ มันจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมได้ เจ้าของดวงตาสีรัตติกาลคิดกลับไปกลับมาด้วยความรู้สึกกังวลและลังเล







เดี๋ยวก่อนเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมร่างที่เข้ามาแนบชิดกับแฮร์รี่จากด้านหลัง มือทั้งสองยื่นออกมากอดเอวของเขาเอาไว้ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอของเด็กหนุ่มเมื่ออีกฝ่ายจงใจกระซิบคำพูดข้างหู แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยตวามรู้สึกเสียวซ่าน   






มาทำให้คนอื่นตกใจแล้วคิดจะหนีไปง่ายๆแบบนี้เหรอ พอตเตอร์






เปล่าครับ ผมทำให้คุณโกรธไม่ใช่หรือไงครับที่ไปกอดคุณแบบนั้น ในเมื่อคุณสั่งให้ปล่อย
ผมก็ปล่อยแล้ว







ฉันไม่ได้โกรธอะไรทั้งนั้น ก็แค่…”






แค่อะไรหรือครับ แฮร์รี่หันหน้ากลับไปมองสเนปอย่างไม่แน่ใจ การกระทำของร่างสูงทำให้เขาสับสนไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ไล่ให้เขาไปไกลๆ แต่อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็เรียกเขากลับมาแบบนี้อีก ต้องการอะไรจากเขากันแน่   






“…ระวังสิ่งที่เธอถามให้ดีพอตเตอร์ เพราะฉันอาจจะเผลอทำอะไรที่เธออาจจะต้องมาเสียใจทีหลัง






  สเนปลดเสียงลงและพูดเป็นเชิงขู่อย่างอันตราย หากแต่น้ำเสียงทุ้มที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมากลับทำให้
เด็กหนุ่มถึงกับต้องกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น 







    “อย่างเช่นอะไรล่ะครับ เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเสียงทุ้มทรงพลังของศาสตราจารย์ปรุงยา
จะนุ่มราวกับกำมะหยี่ แต่ขณะเดียวกันก็เซ็กซี่แบบนี้ เมอร์ลิน
! เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆถึงได้รู้สึกแบบนั้น เด็กหนุ่มมองหน้าคนที่เป็นอาจารย์อีกครั้ง ใบหน้าหวานเริ่มมีสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกเก้อเขิน
เขายิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้







 สเนปมองหน้านักเรียนตัวดีที่ยิ้มร่าราวกับเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจ ก่อนจะกัดฟันกรอดเมื่อรู้ตัวว่า
หลุดปากพูดอะไรออกไป หัวหน้าบ้านสลิธีรินนึกว่าตัวเองอย่างเจ็บใจ เขารู้สึกเหมือนพลาดท่าถูกเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ใช้ลูกไม้ตื้นๆตลบหลัง ดูเหมือนจะพลาดตั้งแต่ที่พอตเตอร์พูดตัดพ้อเรื่องขอโทษแล้วเสียด้วย ทำให้เขาเผลอเปิดเผยความคิดและความรู้สึกบางส่วนรวมทั้งการปลอบโยนที่มีให้กับ
เด็กหนุ่มออกไปแบบนั้น เด็กบ้านี่! เจ้าเล่ห์จริงนะ







พอตเตอร์ ดวงตาสีนิลหรี่ลงจ้องดวงตาสีมรกตอย่างเอาเรื่อง และพูดลอดไรฟันอย่างขัดใจ    






     “แฮร์รี่






     “อะไรนะ







     “ผมไม่ได้ชื่อพอตเตอร์นะครับ เด็กหนุ่มขัดขึ้นมาโดยไม่สนใจร่างสูงที่ขมวดคิ้วใส่เขา แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ





     “เท่าที่จำได้ ฉันเรียกเธอด้วยชื่อนี้มาตลอดนะพอตเตอร์ ลองบอกมาซิว่าฉันเข้าใจผิดตรงไหน





     เด็กหนุ่มผมดำส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยต่อไปด้วยเสียงขัดใจเล็กน้อย ผมรู้ครับ แต่ว่าพอตเตอร์เป็นนามสกุลไม่ใช่ชื่อสักหน่อย ศาสตราจารย์เอาแต่เรียกผมว่าพอตเตอร์แบบนี้เหมือนตอกย้ำว่าผมเป็นตัวแทนของพ่อ ผมไม่ใช่พ่อนะครับ ผมก็คือผม เรียกผมว่าแฮร์รี่ได้ไหมครับ





     “รู้แล้วน่า พอตเตอร์ สเนปยังคงเรียกชื่อเด็กหนุ่มตามที่เคยเรียกแต่เมื่อดวงตาสีเขียวคู่สวยจ้องเขา
ไม่กะพริบ แถมส่งสายตาเป็นเชิงขอร้อง ร่างสูงก็ต้องถอนใจอย่างยอมแพ้
ก็ได้ พอต--- แฮร์รี่







     “ขอบคุณครับ เด็กหนุ่มผมดำหน้าแดงขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองที่ออกมาจากปากอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ก็ยิ้มอย่างพอใจและพยักหน้าตอบรับเป็นเชิงขอบคุณ เขาอยากให้ศาสตราจารย์ปรุงยาเรียกชื่อเขาแบบนี้บ่อยๆ เพราะอยากได้ยินเสียงเซ็กซี่ที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่เคยรู้ซึ่งทำให้เขารู้สึกเร้าอารมณ์

    



      เอาล่ะ หัวหน้าบ้านสลิธีรินกระแอมก่อนจะคลายมือที่กอดเด็กหนุ่มออก





     “ใครบางคนแถวนี้คงลืมเหตุผลที่มากักบริเวณเย็นนี้แล้วสินะ สเนปยกมือขึ้นกอดอกและมองร่างเล็กตรงหน้าแฮร์รี่กะพริบตาอย่างงงๆก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเพราะนึกถึงน้ำยาสัจจะเซรุ่มที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้เขายืนเขินร่างสูงอยู่ตรงนี้ เด็กหนุ่มเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานที่ยังคงมีเครื่องปรุงยากองอยู่แต่ก่อนที่เขาจะได้จับอะไร ศาสตราจารย์ปรุงยาก็ตวัดไม้กายสิทธิ์พลางเอ่ยคาถาอะไรบางอย่างทำให้เครื่องปรุงยาทั้งหมดหายไปในพริบตา





      อ๊ะ!! ทำอะไรน่ะครับ แฮร์รี่อุทานด้วยความตกใจเมื่องานที่ตัวเองเสียเวลาทำอยู่นานสองนานถูกอีกฝ่ายเสกให้หายไปทั้งหมด






     “จำไม่ได้หรือไงว่าฉันวิจารณ์อะไรเรื่องคุณภาพผลงานของเธอ ฉันจะให้เธอหั่นเครื่องปรุงยาใหม่ทั้งหมด





     ‘คนใจร้าย ทำแบบนี้ได้ยังไง แกล้งกันชัดๆ!!’ เด็กหนุ่มทำหน้างอง้ำและบ่นว่าศาสตราจารย์ปรุงยา
ในใจ







     สเนปลอบหัวเราะพลางยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางตกใจเกินตัวของอีกฝ่าย ‘ถือว่าหายกันเรื่องที่เธอกล้าลองเชิงกับคนที่เป็นสลิธีรินอย่างฉันก็แล้วกัน พอตเตอร์’





 

     “ฉันไม่ได้ให้เธอทำคนเดียวสักหน่อย กว่าเธอจะหั่นเสร็จปรุงยาเสร็จก็คงไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี นี่มันก็จะสองทุ่มแล้วนะ





     “เอ๊ะ ดึกป่านนี้แล้วเหรอหรือนี่ แฮร์รี่เหลือบมองนาฬิกาในห้องทำงาน ถ้าเขาปรุงยาทุกขั้นตอน
คนเดียวคงต้องใช้เวลาทั้งคืนแน่ๆ ลำพังแค่หั่นก็กินเวลาไปมากแล้ว ยังไม่รวมตอนปรุงยาอีก ถ้าโชคร้ายทำหม้อปรุงยาระเบิดอีกเขาก็ต้องเสียเวลาปรุงใหม่จนได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคืนนี้คงไม่ได้นอนอย่างที่ศาสตราจารย์สเนปพูดแน่   







     “ฉํนถึงได้บอกไงว่าจะช่วย





     สเนปเสกคาถาแอ๊กซิโอเรียกเครื่องปรุงชุดใหม่มาที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินมายืนด้านหลังเด็กหนุ่มและจับมือข้างที่แฮร์รี่ถือมีดให้หั่นเครื่องปรุงยาไปพร้อมๆกับเขา นักปรุงยาหนุ่มพยายามใช้น้ำเสียงเรียบอธิบายคุณสมบัติของเครื่องปรุงยาแต่ละชนิดรวมถึงลำดับการใส่เครื่องปรุงยาและวิธีคนยาอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่คนอารมณ์ร้อนอย่างเขาจะสามารถอดทนได้





     การปรุงยาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องอาศัยความอดทนสูงและละเอียดรอบคอบ การปรุงยาดูเผินๆอาจมีพื้นฐานคล้ายกับการทำอาหาร แต่สิ่งที่ต่างกันคือหากหั่นเครื่องปรุงยาไม่ถูกวิธีจะทำให้ประสิทธิภาพเสื่อมลง และหากใส่เครื่องปรุงยาลงในหม้อปรุงยาไม่ถูกต้องตามลำดับ ใส่ไม่ทันเวลา
หรือคนน้ำยาไม่ถูกทิศทางกับจำนวนที่ถูกต้องก็ทำให้หม้อยาระเบิดได้เช่นกัน





     หลังจากเสร็จส่วนของเครื่องปรุงยาแล้วศาสตราจารย์ปรุงยาก็ปล่อยมือเด็กหนุ่มให้ลองปรุงยาด้วย
ตัวเอง แฮร์รี่พยายามทำตามคำแนะนำของหัวหน้าบ้านสลิธีรินอย่างเต็มความสามารถ เขาค่อยๆใส่เครื่องปรุงยาและคนน้ำยาไปในทิศทางที่ถูกต้องและตรงตามจำนวนครั้ง ก่อนที่จะหรี่ไฟและทิ้งเวลาให้น้ำยา
พักตัวจนเย็นลง






     เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ยิ้มอย่างดีใจเมื่อน้ำยาสัจจะเซรุ่มออกมาเป็นสีที่ถูกต้อง แฮร์รี่นึกขอบคุณ
อีกฝ่ายที่อุตส่าห์อดทนกับเด็กที่ทักษะการปรุงยาไม่ได้เรื่องแบบเขาได้มากขนาดนี้ ถึงศาสตราจารย์สเนปจะช่วยในขั้นตอนหั่นเครื่องปรุง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสามารถปรุงยาได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดและ
ไม่ทำให้หม้อปรุงยาระเบิด       






     “ฉันควรจะดีใจหรือแปลกใจที่เธอไม่ทำให้ห้องทำงานฉันระเบิดดีล่ะฮึ?สเนปเลิกคิ้วพลางมองไปรอบห้อง  



    

     “ต้องดีใจสิครับพอตเตอร์หัวเราะแห้งๆพลางจะตับไฟหม้อปรุงยาและเทน้ำยาใส่หลอดทดลองและวางเอาไว้บนโต๊ะ เอ่อศาสตราจารย์สเนปขอบคุณมากนะครับที่ช่วยสอนผม ในที่สุดผมก็ปรุงยาได้สำเร็จสักที






     “ถ้าตั้งใจก็ทำได้นี่พอตเตอร์






      “แฮร์รี่ครับ  





      “อืมเอ่อนี่มันดึกมากแล้วนะแฮร์รี่ กลับหอกริฟฟินดอร์ได้แล้ว ฉันไม่มีแผนจะให้เพื่อนสนิทของเธอต้องส่งทีมค้นหามาถึงห้องทำงานฉันเพราะเด็กชายผู้รอดชีวิตหายไปนานขนาดนี้






     ”พวกเขาไม่ส่งมาหรอกครับเพราะรู้ว่าผมต้องอยู่กักบริเวณกับคุณ อีกอย่าง…”






     “อีกอย่างอะไรหรือ?




  เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์รวบรวมความกล้าทั้งหมดและตั้งใจจะสารภาพรักออกไปให้หัวหน้าบ้าน
สลิธีรินได้รับรู้จากปากตัวเอง ถึงอีกฝ่ายอาจจะเห็นความรู้สึกของเขาจากความทรงจำแล้วแต่เขาก็อยาก
มีประสบการณ์
บอกรักเหมือนกับคนอื่นสักครั้ง ที่สำคัญเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศาสตราจารย์ปรุงยาคิดอย่างไรกับเขากันแน่



 

     ร่างสูงจะมาขอโทษเขา เช็ดน้ำตาให้ กอดเขาตอบ และจับมือเขาไปพร้อมกับปรุงยาไปทำไม สิ่งที่สเนปเมื่อครู่ทำเป็นแค่การปลอบใจ เป็นภาพลวงตาหรือความฝันที่หากตื่นมาก็พร้อมที่จะจางหายไปเท่านั้นหรือ แล้วทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเช่นเคย สเนปเกลียดเขายังไงก็ยังคงเกลียดไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย





     ‘เรื่องของความรู้สึก มันอาจจะเจ็บบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่าเวลาและความเข้าใจจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้   ให้เวลาเขาหน่อยแฮร์รี่ ความรู้สึกของเธอจะต้องส่งถึงเขาแน่นอน’




 

      ‘ลองลบและลืมความกลัวทั้งหมด แล้วบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปซะ อย่ามัวปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองแบบนี้ สุดท้ายถ้ามันไม่สมหวังเหมือนกับที่เราคาดหวัง แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร






     เด็กหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดของทั้งเพื่อนสนิทกับเพื่อนของพ่อที่พยายามให้กำลังใจและผลักดันให้เขาเดินหน้ากับแผนอะไรก็ตามที่ใช้เพื่อสารภาพความรู้สึกต่อคนพิเศษของตัวเอง กล้าๆหน่อยสิแฮร์รี่ ไม่แน่ว่าศาสตราจารย์สเนปอาจจะคิดแบบเดียวกันก็ได้ เพียงแต่ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาให้ใครรู้ก่อนก็เท่านั้น  ไม่เป็นไรถ้าหากร่างสูงยังไม่ยอมพูด เขาจะเป็นฝ่ายพูดก่อนเอง




 

     “คือว่าผม…”





  ‘จ๊อก---’   แฮร์รี่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา หากเสียงท้องก็ร้องดังขึ้นมาขัดจังหวะขึ้นมา
เสียก่อน






 ‘โธ่เอ้ย!! จะมาท้องร้องอะไรตอนนี้เนี่ย บรรยากาศเสียหมด





อะไรกันพอต---แฮร์รี่ อย่าบอกว่านะเธอยังไม่ได้ทานมื้อเย็นอีก





      ก็ผมกลัวคุณจะโมโหนี่ครับ ตอนที่นึกขึ้นได้ว่าต้องกักบริเวณก็เกือบจะหกโมงอยู่แล้ว ถ้าขืนกลับไปห้องโถงคงต้องเลทไปเป็นชั่วโมงแน่เจ้าของตาสีมรกตก้มหน้ามองพื้นพลางยกมือขึ้นลูบหลังคอตัวเอง “…แต่ผมก็มาสาย…“   




 

     “…แล้วฉันก็โมโหเธอจนได้สินะ?





     “ก็ประมาณนั้นมั้งครับที่จริงผมก็ผิดเองที่ลืมไปสนิทเลยว่าคุณสั่งกักบริเวณไว้เมื่อเช้า





     “เพิ่งรู้นะว่านอกจากฉันจะทำให้เธอร้องไห้เป็นเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญได้แล้วยังทำให้เธอพลาด
มื้อเย็นอีก
” สเนปแค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า เด็กบ้า ใครเขาโมโหเธอกัน ก็แค่หงุดหงิดเรื่องเมื่อตอนบ่ายมาก่อนต่างหาก ที่อารมณ์เสียใส่ก็เพราะอยากให้อีกฝ่ายรีบมา เขาไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ว่าอยากเจอ
เด็กหนุ่มทั้งๆที่เมื่อเช้าก็เจอหน้ากันไปแล้ว 







     “ว่ายังไงนะครับ





     “ช่างเถอะ  เขาถอนหายใจยาวพลางเรียกสั่งเอลฟ์ประจำบ้านมาที่ห้องทำงานและออกคำสั่งอะไร
สักอย่าง เอลฟ์ตัวน้อยพยักหน้าและหายตัวไปสักครู่ก่อนจะกลับมาพร้อมถาดอาหารว่างกับเครื่องดื่ม
ร่างสูงพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนที่เอลฟ์จะวางถาดไว้บนโต๊ะและหายตัวไปเมื่อเสร็จสิ้นงานที่ได้
รับมอบหมาย






     สเนปย้ายถาดอาหารที่ได้รับจากเอลฟ์ประจำบ้านไปวางไว้บนโต๊ะรับแขก ก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวเพื่อชงน้ำชาให้ตัวเองระหว่างรอเด็กหนุ่มจัดการอาหารมื้อดึก ร่างสูงเดินกลับออกมาพร้อมกับถ้วยน้ำชาก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มผมดำยังคงยืนค้างอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ขยับเขยื้อน
คิดอะไรของเขาอยู่กันนะ    






     “เอ้า มัวแต่จ้องอะไรอยู่ได้ ของกินมันกินตัวเองไม่ได้หรอกนะแฮร์รี่  





     “อ้อครับแฮร์รี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อตัวเอง เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์ปรุงยามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะรับแขก






     “นั่งสิ หรือว่าอยากจะยืนกินก็ได้ตามใจเธอ แต่อย่าได้บ่นเชียวนะว่าฉันต้อนรับแขกไม่ดี ร่างสูง
พยักเพยิกหน้าไปทางเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเองเป็นเชิงสั่งให้เขานั่งลงไปแล้วทานอาหารว่างรองท้องสักที แฮร์รี่กลั้นหัวเราะและส่ายหน้ากับคำพูดแขวะของคนตรงหน้าก่อนจะรีบนั่งลงตามที่อีกฝ่ายสั่ง
ถึงจะยังคงพูดแบบนี้อยู่ แต่เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงและพยายามดูแลเขาตามแบบของ
ตัวเอง






     เจ้าของตาสีมรกตหยิบแซนด์วิชขึ้นมากัดคำใหญ่เพราะความหิว ที่จริงพลังงานของเขาเริ่มหมดไปตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายแล้ว หากแต่เวลานั้นเขายังคงเสียใจอยู่กับสิ่งที่ได้เห็นจนลืมความเหนื่อยและหิวไป
จนหมด การระเบิดอารมณ์และการปรุงยาเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาคงใช้พลังงานไปมากเสียจนท้องเขาประท้วงด้วยการส่งเสียงร้องให้หาอะไรลงไปประทังมันเสียบ้าง






     เจ้าของตาสีรัตติกาลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวที่อยู่หน้าโปรดที่อยู่หน้าเตาผิง พลางยกแขนขึ้นมา
เท้าคาง รอยยิ้มจางผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อเขาลอบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาต้องยอมรับเลยว่าพอตเตอร์เป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีและมีเสน่ห์มากทีเดียว ริมฝีปากบางสีกุหลาบคู่นั้นเผยอออกเล็กน้อยเพราะอาหารว่างที่กำลังทานอยู่สลับกับน้ำผลไม้ที่อีกฝ่ายยกขึ้นดื่ม แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เขารู้สึก
แทบอดใจไม่ไหวและปรารถนาที่จะสัมผัสมันสักครั้ง เขาสงสัยเหลือเกินว่ารสสัมผัสจากริมฝีปาก
ของเด็กหนุ่มจะเป็นเช่นไร ทำให้รู้สึกดีมากเพียงใด







     สเนปกลืนความรู้สึกที่จุกในลำคอและประกบริมฝีปากปิดแน่นเป็นเส้นตรง ก่อนจะรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดของตัวเองก่อนที่มันเตลิดไปไกลกว่านี้ บ้าใหญ่แล้ว!! นี่เขาคิดอะไรเกินเลยกับพอตเตอร์อีกแล้ว
ใช่ไหม ไม่ได้นะ แค่นี้เขาก็ข้ามเส้นมาไกลเกินจุดที่ตัวเองควรอยู่มากแล้ว ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาทั้งปลอบและกอดเด็กหนุ่มเจ้าน้ำตาเอาไว้แบบนั้น แถมยังถือโอกาสตอนที่สอนปรุงยาจับมือและแนบร่างคัวเองให้แนบชิดร่างเล็กของพอตเตอร์อีก







     ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินกับเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เกลียดกันมาเจ็ดปีจนแทบจะสาปกันได้ถ้าเห็นหน้าอีกฝ่าย แต่พอเด็กหนุ่มระเบิดอารมณ์ออกมาก่อนจะขอสงบศึกได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็รีบถือโอกาสนี้ทำตัวราวกับกำลังง้อคนรักหนุ่ม หลังจากเพิ่งทะเลาะเพราะผิดใจกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แถมยังแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเหนืออีกฝ่ายอย่างนั้นหรือ



     เดี๋ยวก่อน ทะเลา? ผิดใจ? ง้อ?  นั่นมันเป็นเรื่องกระทบกระทั่งกันระหว่างคนรักที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ทุกเมื่อ หากคนรักเสียใจร้องไห้ปกติแล้วจะต้องมีใครสักคนเป็นฝ่ายขอโทษ ปลอบใจหรือตามง้อ
ขอคืนดีก่อนไม่ว่าตัวเองจะถูกหรือผิดก็ตาม หากเป็นฝ่ายผิดก็ยิ่งจะต้องทำทุกวิถีทางให้กลับมาคืนดี
กันให้ได้ แม้กระทั่งอาจจะต้องมีการเปลืองเนื้อเปลืองตัวกันบ้าง…






 

     เมอร์ลินช่วย!! เขาไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกับเด็กหนุ่มด้วยซ้ำ แต่เขาก็ลงทุนเปลืองตัวทำในสิ่งที่
คนรักหลายๆคู่เขาทำอย่างนี้น่ะหรือ นี่เขาคิดว่าพอต
---แฮร์--- โว้ย!! ช่างเถอะ คิดว่าเด็กหนุ่มเป็นคนรักเป็นของตัวเองหรืออย่างไรกัน!? พอตเตอร์เป็นของเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่!? ไม่ใช่!! เขาไม่ได้เป็นอะไร
กับเจ้าเด็กนี่สักหน่อย และไม่เคยเป็นด้วย







     ให้ตายสิ!! นี่เขากลับมาเรียกพอตเตอร์ว่าแฮร์รี่แม้กระทั่งในใจอีกแล้วสินะ พอตเตอร์กลายเป็นแฮร์รี่สำหรับเขาไปแล้วจริงๆหรือ?  แต่อย่างไรก็ดีสถานะของพวกเขาก็เป็นได้แค่อาจารย์กับลูกศิษย์ แค่ตอนนี้มีความสงบสุขเกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์แบบไม้เบื่อไม้เมาของทั้งคู่ที่ดำเนินมาเป็นเวลานานก็เท่านั้น แต่มันจะผิดมากไหมถ้าหากจะต้องการเปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นอย่างอื่น เขาจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเกินไปหรือไม่หากต้องการมากกว่านั้น





     ศาสตราจารย์ปรุงยาลุกพรวดจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำและกระแทกประตูปิดเสียงดัง สเนปเปิดน้ำเย็นจัดจากก๊อกและวักขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอย่างแรงราวกับมีสิ่งสกปรกที่ฝังติดอยู่บนใบหน้าซีดเซียวของตัวเอง ก่อนจะยืนเท้าขอบอ่างเพื่อสงบสติอารมณ์และความฟุ้งซ่าน  หน้าเขา
ไม่ได้มีสิ่งสกปรกติดอยู่หรอก แต่จิตใจของเขาน่ะสิ ความคิดสกปรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองเต็มทน
  พอตเตอร์ช่างใสซื่อเหลือเกิน ซื่อเสียจนอาจจะต้องเรียกว่าเซ่อ คงไม่ได้รู้ตัวเลยสินะว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่   





 

     เขาจำพูดของอีกฝ่ายก่อนที่จะดูความทรงจำของเด็กหนุ่มได้  ‘ขอโอกาสให้ผมแทนที่แม่ด้วยเถอะ…’
เป็นผมไม่ได้เหรอ…’ ถ้าหากเขาอยากจะพูดว่ายิ่งกว่าจะเต็มใจล่ะอีกฝ่ายจะทำอย่างไรต่อไป สิ่งที่เขาขู่แฮร์รี่ไปว่าเขาอาจจะพลาดทำสิ่งที่อีกฝ่ายอาจจะต้องมาเสียใจทีหลัง มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆแต่เป็นคำเตือนจากคนอันตรายอย่างเขา ร่างสูงรู้สึกว่าตัวเองอาจจะควบคุมความรู้สึกที่มีต่อร่างเล็กไว้ไม่ได้และอาจทำสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างเช่นดันอีกฝ่ายลงกับโต๊ะและทำให้เด็กหนุ่มเป็นของเขา




     เขาเป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัวและมีความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสูง อีกอย่างเขาก็ยึดกฎเหล็กของ
สลิธีรินไว้ในสายเลือด หากชาวสลิธีรินพอใจสิ่งใดก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อไขว่คว้าสิ่งนั้นมาให้ได้ หากได้มาแล้วจะถนอมรักษายิ่งกว่าชีวิต และไม่มีวันแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในความครอบครอง หากเป็นคนรัก คนบ้านสลิธีรินจะยอมปล่อยไปต่อเมื่ออีกฝายบอกชัดว่าไม่ต้องการตัวเองแล้วเท่านั้น   
 




 

+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+


 



     เด็กหนุ่มผมดำมองตามศาสตราจารย์ปรุงยาที่ลุกพรวดออกด้วยความสงสัย และสะดุ้งโหยงเมื่ออีกฝ่ายกระแทกประตูห้องน้ำอย่างแรงก่อนจะได้ยินเสียงน้ำไหลจากก๊อก สเนปเกิดอารมณ์เสียเรื่องอะไรขึ้นมาอีก คงไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็กลับมาเย็นชาและรังเกียจเขาใช่ไหม นี่เขาเผลอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจโดยไม่รู้ตัวอีกหรือเปล่า ถ้าใช่ก็น่าจะบอกกันได้ไม่ใช่หรือ เขาพร้อมจะยอมรับและปรับปรุงตัวอยู่แล้ว
หรือสเนปเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ตัวเองทำอะไรลงไปกับนักเรียนที่ตัวเองเกลียดชังแล้วเกิดรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความฝัน หากแต่เป็นความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน หวังว่าจะไม่ใช่แบบนั้นนะ เพราะเขาเจ็บกับการถูก
คนที่ตัวเองชอบเกลียดเต็มทนแล้ว






     เจ้าของตาสีมรกตพยายามควบคุมความรู้สึกกลัวที่แล่นขึ้นมาในใจกะทันหันและบังคับให้ตัวเองไม่คิดมาก ไม่มีอะไรหรอกน่าแฮร์รี่ สเนปอาจจะแค่สับสนกับความรู้สึกของตัวเองก็ได้ เพราะเหตุการณ์
วันนี้ก็ทำให้เขาแทบรับอารมณ์ของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนแปลงไม่ทันเหมือนกัน ดวงตาสีมรกตกะพริบถี่ก่อนจะหันกลับมาและมองเลยไปยังโต๊ะทำงานอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าทำให้เด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปาก
อย่างพอใจ…
น้ำยาสัจจะเซรุ่ม     




 

     เขาคงไม่ต้องให้ศาสตราจารย์สเนปเสียเวลานั่งตรวจงานของเขาแล้วเพราะเขามีแผนที่ดีกว่านั้น ใช่ แฮร์รี่ตั้งใจจะพิสูจน์ความสมบูรณ์ของผลงานตัวเองกับศาสตราจารย์ปรุงยาเลย หากน้ำยาที่เขาปรุงได้
มีประสิทธิภาพสมบูรณ์และถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ เขาก็อาจจะได้รับรู้ความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนอยู่
ในเบื้องลึกในใจของ
สเนป เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นความลับของร่างสูงจริงๆหรือไม่ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงสปายสองหน้าซึ่งความสามารถเรื่องการสกัดใจเป็นอย่างมาก เขาต้องโกหกเจ้าแห่งศาสตร์มืดอย่างโวลเดอมอร์นับครั้งไม่ถ้วนเพื่อเอาข้อมูลกลับมาให้ฝั่งภาคี




     เด็กหนุ่มไม่รู้เลยจริงๆว่าน้ำยาสัจจะเซรุ่มจะมีผลต่อคนอย่างสเนปหรือไม่
แต่หากไม่ลองก็ไม่รู้
อีกอย่างใครจะรู้ ผลที่ได้อาจจะคุ้มกับความเสี่ยงของแผนการลองดีกับศาสตราจารย์บ้าน
สลิธิรีนครั้งนี้ของนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ที่ถูกหมวกคัดสรรเคยบอกให้ไปอยู่สังกัดบ้านสลิธีรินอย่างเขาก็ได้  




   

     เด็กหนุ่มผมดำอาศัยช่วงเวลาที่ร่างสูงยังคงอยู่ในห้องน้ำ เดินไปหยิบน้ำยาสัจจะเซรุ่มจากโต๊ะทำงานมาอย่างรวดเร็ว เขานึกถึงสรรพคุณของน้ำยาตัวนี้ที่สเนปพูดไว้เมื่อเช้า





     ‘น้ำยาสัจจะเซรุ่มเป็นยารีดความลับขนานแรง เพียงแค่สามหยดก็สามารถทำให้คนที่ถูกใช้ยานี้เปิดเผยความจริงที่ถูกถามออกมาทั้งหมดไม่ต่างกับการใช้คาถาสะกดใจ  เจ้าของตาสีเขียวมรกตพิจารณาหลอดน้ำยาที่อยู่ในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขายังรู้สึกว่ามีบางจุด
ไม่ค่อยสมบูรณ์ในแผนการนี้






 

     สเนปเป็นคนสันโดษและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตเขาดูจะเป็นเรื่องลึกลับมาก ถ้าหากเขาใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มกับสเนป มันก็ดูจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและระรานความลับในอดีตที่เจ็บปวดซึ่งอีกฝ่ายไม่อยากให้ใครรู้ เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เขาก็เคยเห็นความทรงจำของร่างสูงตอนปีห้าในคาบเรียนสกัดใจแล้วนี่ อีกอย่างเมื่อครู่นี้อีกฝ่ายก็เห็นความทรงจำที่เขาไม่อยากให้ใครเห็นเช่นกัน อย่างนี้ก็ต้องถือว่าเสมอกัน ไม่มีใครเสียเปรียบทั้งสิ้น






     แฮร์รี่หยดน้ำยาสัจจะเซรุ่มใส่ลงในถ้วยของนักปรุงยาหนุ่มที่ยังคงเหลือน้ำชาอีกครึ่งหนึ่งอย่างระมัดระวัง  เท่านี้ก็คงพอสินะ ที่เหลือก็แค่รอให้ศาสตราจารย์ปรุงยากลับมาและลุ้นว่าเขาจะรู้ตัวก่อน
จะดื่มชาที่เหลือหรือไม่ก็เท่านั้น  จริงสินะ เขาใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มกับตัวเองก็ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียเปรียบที่ถูกใช้แค่ฝ่ายเดียวหรอก หากแต่กลัวว่าถ้าเขาตัดสินใจจะสารภาพรักออกมา  ถึงแม้
ในใจจะมีคำพูดสวยหรูที่ต้องการจะให้คนพิเศษของตัวเองได้รับรู้มากเพียงไหน แต่พอถึงเวลาจริงเขาเองต่างหากที่จะตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก และทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า 





     ศาสตราจารย์สเนปคงไม่รู้หรอกว่าเขาก็ใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มกับตัวเองเช่นกันเพราะเขาเห็นความทรงจำวันนี้ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างมากอาจจะแค่นึกว่าที่เขากล้าพูดออกมาคงเพราะความกล้าโง่ๆแบบ

กริฟฟินดอร์อย่างที่อีกฝ่ายชอบกระทบกระเทียบอยู่บ่อยๆ





 

+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+




 

     เจ้าของตาสีรัตติกาลถอนหายใจยาวก่อนจะมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย เขาจะมองหน้าพอตเตอร์ได้อย่างไรกันถ้าหากเด็กหนุ่มเกิดรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับอีกฝ่าย แฮร์รี่จะรับตัวตนของเขาได้จริงหรือ  ไม่มีใครเคยรักและสนใจหรือยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ทั้งนั้น คนสำคัญที่บอกว่ารักเขา แต่เมื่อเห็นว่าเขาเป็นคนเช่นไร อีกฝ่ายกลับรับไม่ได้และพร้อมจะทิ้งให้เขาเจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง คนอย่างเขาคงไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักจากใครจริงๆ




 

     สเนปเดินออกจากห้องน้ำและตรงกลับมานั่งที่ตำแหน่งเดิม เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อซ่อนความรู้สึกรังเกียจตัวเองเอาไว้ ก่อนจะคิดถึงหัวข้อเรื่องอื่นที่อาจจะเปิดประเด็นคุยกับเด็กหนุ่มได้โดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน    






     “เธอพอจะเล่าเรื่องของพวกเดอร์สลีย์ให้ฉันฟังได้หรือเปล่า…” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเป็นห่วง แต่เด็กหนุ่มทำหน้าเจื่อนลงราวกับสิ่งที่เขาต้องการถามเป็นหัวข้อต้องห้ามของอีกฝ่าย
ถ้าเธอไม่สบายใจที่จะเล่าก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องฝืนหรอก  






     แฮร์รี่ไม่ต้องการพูดถึงเรื่องของพวกเดอร์สลีย์มากนักเพราะเขาไม่เคยมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับญาติของตัวเองหากแต่เขาเพิ่งใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มกับตัวเองแค่ไม่กี่นาทีก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับออกมา ความรู้สึกของเขาเหมือนมีเวทมนตร์บางอย่างแล่นไปทั่วร่าง เด็กหนุ่มพยายามฝืนไม่ยอมปริปากแต่ก็ไม่มีประโยชน์เพราะคำพูดหลุดออกจากปากของเขาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อได้ยินคำถามจากร่างสูง บ้าจริง น้ำยานี่มันจะให้ผลดีมากเกินไปแล้วนะ





     “ผมอยู่กับพวกเดอร์สลีย์มาสิบกว่าปี ผมต้องรับใช้พวกเขาทุกอย่าง โดยเฉพาะงานที่เขาทนไม่ได้ที่จะทำเองอย่างงานบ้าน ผมทำอาหารเช้าให้ทุกคนแต่ตัวเองต้องกินส่วนที่เหลือจากพวกเขา และหลายครั้งผมก็ไม่ได้กินอะไรเลย ถ้าลุงเวอร์นอนคิดว่าผมทำตัวไม่ดีก็จะถูกลงโทษไม่ใช่แค่อดอาหารและขังอยู่ในห้องใต้บันไดแต่หลายครั้งที่ใช้เข็มขัดตีผมด้วย บางครั้งถ้าเขาอารมณ์เสียมาก็จะมาลงที่ผม แต่การที่ผม
ตัวเล็กกว่าเพื่อนในรุ่นก็มีข้อดีเหมือนกัน เพราะผมคล่องตัวกว่าและวิ่งหนีเข้าไปอยู่ในห้องใต้บันไดทันก่อนที่เขาจะทันได้ลงไม้ลงมือ แต่ที่เรื่องที่ผมทนไม่ได้ก็คือดัดลีย์กับเพื่อนมักจะเล่นเก่มบ้าๆที่พวกเขาเรียกว่าล่าพอตเตอร์ ผมไม่มีโอกาสหนีเด็กพวกนั้นทันสักครั้ง พวกเขารุมพูดจาล้อเลียนเยาะเย้ยและบางครั้งก็ตีผม
เจ้าของตาสีมรกตหลุบตาลงมองที่พื้นและถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยต่อไป มือเรียวเล็กขยำเสื้อคลุมตัวเองไว้แน่น







     “พวกเดอร์สลีย์เกลียดผมและเรียกผมว่าเด็กประหลาดเสมอ ตอนเด็กผมเคยคิดว่าถ้าผมพยายามทำตัวดีเขาอาจจะรักและสนใจผมบ้าง แต่ผมก็คิดผิดจริงๆ หลายครั้งเขาทำเหมือนผมไม่เคยมีตัวตนด้วยซ้ำ
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บและอยากร้องไห้ แต่ผมก็ยังดึงดันที่จะหวัง แต่หลังจากผมโตแล้วผมถึงค่อยๆเรียนรู้ที่จะเลิกหวังอะไรลมๆแล้งๆ เพราะผมมันก็เป็นคนประหลาดอย่างที่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดและไม่มีใครต้องการคนอย่างผมจริงๆหรอก ผมเองก็เกลียดพวกเขาเหมือนกันและอยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่
จะทำได้ แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ยืนยันว่าผมจะต้องกลับไปที่นั่นทุกซัมเมอร์ ผมอยากอยู่ที่ฮอกวอตส์มากกว่าแต่เขาก็หาทางส่งผมกลับไปจนได้เพราะเหตุผลแค่ว่าอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัย แต่บ้านหลังนั้นมีเวทมนตร์จากเลือดของแม่ที่ปกป้องผมได้ ความจริงผมคิดว่ามันไม่จำเป็นเลยสักนิด จะมีหรือไม่มีผมก็ไม่สนใจเพราะผมดูแลตัวเองได้ ในเมื่อไม่มีใครยินดีกับการมีตัวตนของผม ผมก็เรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองมาตลอด







     หัวหน้าบ้านสลิธีรินได้แต่นั่งอึ้งกับสิ่งที่เขาได้ฟังจากเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ ชีวิตของเด็กชายผู้รอดชีวิตกับตัวเขาเองมีอะไรที่เหมือนกันมากกว่าที่เขาเคยรู้มาก่อน ทั้งเขาและแฮร์รี่เติบโตมากับครอบครัวที่ไม่สามารถให้ความรักความอบอุ่นอย่างที่คนอื่นได้รับ ทำให้พวกเขาต่างโหยหาความรู้สึกที่ขาดหายไปนี้มาโดยตลอด เด็กหนุ่มเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็กทำให้ไม่เคยได้มีโอกาสรู้จักและได้รับความรักจากพวกเขา ซ้ำยังต้องไปอยู่กับญาติที่เกลียดหลานตัวเองมากกว่าอะไร





      ครอบครัวของเขาเองก็ไม่ต่างกันนัก พ่อมักเกิ้ลเกลียดที่เขาเป็นพ่อมดมีเวทมนตร์ 
ถึงจะเคยได้รับความรักจากไอลีน พริ้นซ์ผู้เป็นแม่ แต่น่าเสียดายที่เธอด่วนจากไปเสียก่อน ทำให้เขาต้องทนทรมานอยู่กับชายผู้เย็นชาที่ไม่เคยยินดีกับการมีตัวตนกับเขาเช่นกัน นักปรุงยาหนุ่มจำไม่ได้ว่าพ่อของตัวเองจากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจมากนักเพราะตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์ เขาเองก็ไม่เคยยินดีที่จะกลับไปที่บ้านหลังนั้นในตรอกปั่นฝ้ายอยู่แล้ว  






         

     “ศาสตราจารย์รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผมแล้ว แต่ผมยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปช่วยเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังได้ไหมครับ ผมเองก็อยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับศาสตราจารย์เหมือนกัน







      “เรื่องของฉันน่ะเหรอ สเนปกระพริบตาถี่ด้วยความแปลกใจ พอตเตอร์จะอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไมกัน  เขาเองก็ใช่ว่าจะมีความทรงจำอะไรดีๆมากมายให้น่าจดจำสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องวุ่นวายทั้งหมดในรั้วฮอกวอตส์และช่วงที่เข้าร่วมเป็นผู้เสพความตายกับกลุ่มของพ่อมดศาสตร์มืดอย่างจอมมาร    




 

     “ฉันเองก็ไม่มีความทรงจำอะไรที่ควรค่าให้จำนักหรอกนะ






     “ไม่แม้แต่เรื่องเดียวเลยหรือครับ แต่ผมคิดว่าคุณอาจจะมีความทรงจำบางช่วงที่มีความหมายนะ
อย่างน้อยคุณคงมีครอบครัวที่รักและสนใจคุณมากกว่าของผมใช่ไหมครับ







     “เรื่องนั้นฉันไม่อยากพูดถึงมันอีกแล้วล่ะ ศาตราจารย์บ้านสลิธีรินส่ายหน้ากับคำถามของเด็กหนุ่ม เขาเองก็มีความทรงจำที่เจ็บปวดและไม่ต้องการให้ใครรับรู้ซ่อนอยู่เช่นกัน แววตาของเจ้าของตาสีรัตติกาลสั่นเครือเล็กน้อยก่อนที่จะหายไปในชั่วพริบตา ชายหนุ่มผมดำรู้สึกคอแห้งผาก เขาเลื่อนมือออกไปแตะถ้วยน้ำชาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ







     แฮร์รี่มองตามมือของสเนปด้วยใจที่เต้นแรงกว่าเดิม เด็กหนุ่มแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นเรียวนิ้วยาว
หยุดชะงักอยู่ที่ถ้วยชา ศาสตราจารย์สเนปคงไม่ได้รู้ตัวก่อนใช่ไหมว่าตัวเองกำลังจะดื่มชาที่มีน้ำยา
สัจจะเซรุ่มอยู่ เขากลืนน้ำลายอย่างยากเย็นพลางลุ้นให้อีกฝ่ายยกถ้วยชานั้นขึ้นมาดื่มสักที หากคราวนี้
โชคก็เข้าข้างเด็กหนุ่มผู้ถูกเลือก
เสียที เขาลอบถอนใจอย่างโล่งอกเมื่ออีกฝ่ายชะงักไปเพียงเพื่อจะ
ยกกาน้ำชามารินชาเพิ่ม ก่อนจะยกขึ้นจิบอึกใหญ่และวางถ้วยลงบนตำแหน่งเดิมบนโต๊ะ







 

     สเนปชะงักไปอีกครั้งเมื่อรู้สึกเหมือนเวทมนตร์แล่นไปทั่วร่าง ดวงตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนี้ คำตอบเพียงอย่างเดียวที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาโดยไม่ต้องนึกอะไรมากไปกว่านี้  น้ำยาสัจจะเซรุ่ม!! ทำไมร่างสูงจะไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไรเข้าไป เขาเป็นศาสตราจารย์ปรุงยามาเป็นสิบปี แต่เขารู้สึกเจ็บใจว่าทำไมถึงไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้ เขาน่าจะรู้ตัวก่อนหน้าที่จะยกน้ำชาขึ้นดื่ม





     ชายหนุ่มผมดำยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยความรู้สึกและความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้ในเบื้องลึกของจิตใจด้วยความสามารถในการสกัดใจแม้กระทั่งจอมมารยังไม่อาจล่วงรู้ อย่างน้อยก็ความลับเรื่องที่เขามีใจให้พอตเตอร์เช่นกัน สเนปพยายามรวบรวมสมาธิและใช้ทักษะการสกัดใจอีกครั้ง หากแต่คราวนี้น้ำยาสัจจะเซรุ่มที่เขาดื่มเข้าไปทำให้เขาไม่มีเวลามากพอที่จะปิดกั้นความคิดของตัวเอง เสียงทุ้มลอดออกจาก
ริมฝีปากบาและตอบคำถามทั้งหมดอย่างควบคุมไม่ได้เช่นกัน         



    

     “คำตอบของฉันก็คือใช่และไม่ ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของฉันไม่ได้ดีไปกว่าเธอสักเท่าไหร่หรอก  ฉันมาจากครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรงและฉันก็ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั่น
ฉันไม่เคยได้รับความรักเอาใจใส่หรือการต้อนรับและไม่มีความสุขสักครั้งจนกระทั่งได้รู้จักกับลิลี่
และเป็นเพื่อนกันไม่นานก่อนที่จะเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เธอเป็นเพื่อนสนิทคนพิเศษเพียงคนเดียวในชีวิตที่เข้าใจฉันมากที่สุด ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่น่ารังเกียจอย่างฉันจะได้รับการต้อนรับและเป็นที่ต้องการจากใครสักคน และไม่นึกว่าตัวเองจะรักใครได้มากเท่านี้ ความทรงจำช่วงนั้นเป็นเรื่องที่มีค่าต่อการจดจำมากที่สุด แต่สุดท้ายฉันก็เป็นคนทำทุกอย่างให้พังทลายกับมือเพียงเพราะความโกรธและอารมณ์ชั่ววูบ
ลิลี่ไม่เคยให้อภัยอีกเลยหลังจากวันที่ฉันหลุดปากเรียกเธอไปว่าเลือดสีโคลน ฉันรู้สึกเกลียดและแค้น
แก๊งตัวกวนที่ทำให้ชีวิตของฉันมีแต่ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุดและเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลิลี่เดินออกจาก
ชีวิตฉันไป”







 

     เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ถึงกับอ้าปากค้างและอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นี่เขาได้ยินอะไรผิดหรือเปล่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตของศาสตราจารย์ปรุงยาก็ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ แถมยังมีเรื่องที่เหมือนกันมากกว่าที่เขาคิด เป็นคนที่ถูกกระทำความรุนแรงทั้งคำพูดและการกระทำจากคนที่เรียกว่าครอบครัว คนที่รักและไว้ใจรวมถึงคนอื่นๆที่ไม่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตน เด็กหนุ่มรู้สึกผิดที่เขาเอาแต่คิดถึงแค่ตัวเอง เขาเองก็ทำตัวไม่ดีกับสเนปเพราะความอคติ ทิฐิและความเข้าใจผิดที่มีต่ออีกฝ่ายเหมือนกัน คิดแค่ว่าสเนปเกลียดเขา อคติ ลำเอียง ทำตัวร้ายกาจใส่และคอยจับผิดเพราะเหตุผลงี่เง่าว่าเขาเหมือนพ่อมากเกินไป แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าอะไรเป็นสาเหตุแท้จริงที่เปลี่ยนให้หัวหน้าบ้านสลิธีรินเป็นคนเย็นชาและอารมณ์ร้าย       





 

     “ขอโทษด้วยที่เอาความรู้สึกทั้งหมดมาลงที่เธอทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการกระทำของพวกเขาเลยสักนิด มันควรเป็นเรื่องที่ฉันจะต้องจัดการระหว่างคู่กรณีอย่างเจ้าตัวไม่ใช่ลูกของเขา แต่ฉันก็ห้ามความรู้สึกเจ็บปวดที่กลับมาหลอกหลอนไม่ได้ตอนที่เห็นเธอเข้ามาที่นี่ตอนปี1ในฐานะนักเรียน
ฮอกวอตส์ หน้าตาของเธอตอกย้ำให้นึกถึงเจมส์ พอตเตอร์แต่ขณะเดียวกันตาสีมรกตคู่นี้ก็ทำให้ฉันนึกถึงลิลี่ เอฟเวนส์ เธอเป็นลูกของคนที่ฉันทั้งรักและเกลียด ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะจัดการกับเธอยังไงดี
แต่ฉันก็ดูแลเธออยู่ห่างๆมาตลอดทุกปี และพยายามไม่ให้เธอหาเรื่องเอาชีวิตไปเสี่ยงอันตรายแบบไม่
ยั้งคิด







     “ผมเองก็ต้องขอโทษเหมือนกันครับที่ทำตัวไม่ดีกับคุณมาตลอด แถมยังคอยหาเรื่องเดือดร้อนให้คุณต้องปวดหัวและตามจัดการเกือบทุกครั้ง แต่อยากให้คุณรู้ไว้ว่าผมไม่ตั้งใจจะแหกกฎหรือเรียกร้องความสนใจอะไรทั้งนั้น  แค่ที่ผมเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตและถูกเลือกให้กอบกู้โลกเวทมนตร์มันก็เป็นภาระหนักเกินไปสำหรับผมมากแล้ว ผมเป็นแค่เด็กประหลาดแถมไม่เอาไหนและไม่มีใครต้องการก็เท่านั้น
ไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของคนมากขนาดนี้หรอกครับ”






 

     “เรื่องนั้นช่างเถอะแฮร์รี่ ฉันรู้แล้วล่ะว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ ถึงเธอไม่ได้หาเรื่อง ปัญหามันพร้อมจะมาหาเธอตลอดแต่เธออย่าได้บอกว่าตัวเองเป็นเด็กไม่เอาไหนทั้งนั้น เธอเป็นเด็กที่มีความสามารถมากกว่าที่
ตัวเองคิด ถึงเธอจะไม่รู้ตัวแต่ไม่ได้หมายความว่าฉันกับอาจารย์คนอื่นๆหรือเพื่อนของเธอจะไม่เห็นมัน อีกอย่างเธอไม่ได้ประหลาดและไม่ได้เป็นคนที่ไม่มีใครต้องการนะ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของพวก
เดอร์สลีย์ที่เอาความคิดบ้าๆแบบนั้นใส่หัวเธอตั้งแต่เด็กต่างหาก ทั้งๆที่เป็นญาติแต่กลับไม่เคยเห็นความสำคัญของเธอ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติกับเธอแย่ขนาดนี้”









     นักปรุงยาหนุ่มส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธในสิ่งที่เด็กหนุ่มตรงหน้าพูด ชีวิตของพอตเตอร์มีค่าต่อผู้วิเศษทุกคนในโลกเวทมนตร์ เด็กหนุ่มจัดว่าเป็นพ่อมดที่แข็งแกร่งหากเทียบกับดัมเบิ้ลดอร์ เพียงแต่เขาไม่เคยรู้ตัวและไม่ได้ใช้พลังเวทออกมาให้เต็มความสามารถของตัวเอง





 

     “ศาสตราจารย์เองก็เหมือนกัน ในเมื่อคุณบอกว่าผมไม่ได้เป็นเด็กอย่างที่คุณเข้าใจผิดมาตลอด
และไม่ได้เป็นคนประหลาดหรือไม่มีค่า ถ้าอย่างนั้นคุณก็เลิกดูถูกตัวเองแบบนั้นสักทีเถอะครับ คุณเองก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นคิด การกระทำที่ใครๆตัดสินว่ามันผิดแต่ผมรู้สึกว่ามันมีเหตุผลที่คุณไม่สมควร
ถูกติเตียนหรือวิจารณ์แบบนั้น  
คุณไม่ได้น่ารังเกียจอะไรทั้งนั้น อาจจะมีคนคิดว่าคุณเป็นแบบนั้น แต่อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้น่ารังเกียจในสายตาของผมแล้ว”




     เด็กหนุ่มผมดำคลี่ยิ้มบางให้อีกฝ่าย คำพูดสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเป็นความรู้สึกในใจของเขาที่มีต่อศาสตราจารย์ปรุงยา หากแต่บางส่วนแม้แต่เจ้าของตาสีมรกตก็ยังแปลกใจที่ได้ยินตัวเองพูดออกมาได้อย่างราบรื่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องการพูดกับสเนปแบบนี้หรือ คงเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกของตัวเขาล่ะมั้ง     




 

      “แต่ฉันเองก็ทำเรื่องที่ไม่สมควรจะทำมามากเกินพอแล้ว เธอยังจะเห็นว่าฉันไม่ควรถูกวิจารณ์หรือไง





     “ผมไม่เถียงเรื่องนั้น คุณอาจจะผิดที่ไปเข้าร่วมเป็นผู้เสพความตาย แต่ ผมว่ามันก็เป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้คุณเองก็เป็นสปายให้ฝั่งภาคีในนามของความถูกต้อง คุณชดใช้ความผิดของตัวเองมาเป็นสิบปีแล้วนะครับ แค่นี้ยังทรมานตัวเองไม่พออีกเหรอ เรื่องที่พ่อแม่ผมเสียไปตั้งแต่ผมยังเด็กไม่ได้เกี่ยวกับคุณ
สักหน่อย คุณไม่เคยยินดีที่จะฆ่าใครจริงๆไม่ใช่หรือครับ ผมรู้เพราะว่าผมเห็นภาพทุกครั้งที่โวล
เอ่อ คนที่รู้ว่าใครเข้าถึงความคิดของผม เขาเป็นคนโหดร้ายและชอบเอาชนะ ถ้าเขาต้องการอะไรก็ต้องได้ เพราะอย่างนั้นหากเขาสงสัยว่าผมคือคนที่จะกำจัดเขาได้ เขาก็ยืนยันที่จะเชื่อแบบนั้นและตามล่าครอบครัวของผมถึงแม้ว่าเด็กในคำทำนายอาจจะไม่ใช่ผมเลยก็ได้ 







     “ฉันไม่เข้าใจแฮร์รี่ ทำไมเธอถึงพยายามพูดแก้ตัวให้ฉัน ทั้งๆที่เธอก็รู้ว่าฉันทำตัวร้ายกาจกับเธอมากขนาดไหน ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่พอตเตอร์พูดเพราะไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่ม
จะมีความคิดอ่านที่เป็นผู้ใหญ่ได้มากขนาดนี้ ที่สำคัญไม่เคยมีใครออกตัวแก้ต่างปกป้องเขามาก่อน
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ลังเลที่ลุกขึ้นมาแก้ต่างให้เขาซ้ำยังย้ำจุดยืนของตัวเองในเรื่องนี้ด้วย หากพูดตามตรงแล้ว เขารู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่การเสียสละของเขาไม่สูญเปล่าเพราะเด็กหนุ่มเห็นความสำคัญของสิ่งที่เขา
ทำมาในอดีต และดีใจที่รู้ว่าพอตเตอร์แคร์เขา แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว    







 

     “มันเป็นเรื่องของความรู้สึกน่ะครับ เพราะผมไม่ได้เกลียดคุณอีกแล้วตั้งแต่คาบเรียนสกัดใจปีห้า
กับคุณ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าผมได้เห็นความทรงจำส่วนหนึ่งของคุณในเพนซิฟแล้วทำให้ผมเข้าใจว่าเรื่องที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เป็นเสมอไป ตอนนั้นผมก็ยังสับสนว่าทำไมเรื่องทั้งหมดถึงได้เป็นแบบนี้ ทุกคนยกย่องว่าเจมส์ พอตเตอร์เป็นคนดี กล้าหาญ เป็นที่รักของทุกคน แต่สิ่งที่ผมเห็นมันช่างต่างกับสิ่งที่ผมได้ยินมาเลย พ่อกับเพื่อนๆทำตัวร้ายกาจและเกะกะระรานเหมือนดัดลีย์ที่ผมเกลียดมาตลอด พวกเขามีความสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นซึ่งก็คือคุณ
ผมรู้สึกทนไม่ได้ที่เขาทำแบบนั้นกับคุณ เพราะผมชอบคุณ







     “ฉันมีประสบการณ์ในการจัดการเด็กนักเรียนในฐานะอาจารย์และหัวหน้าบ้านมาก็ไม่น้อย นักเรียนหลายคนที่หลงใหลได้ปลื้มอาจารย์ของตัวเองก็เป็นเพราะฮอร์โมนวัยรุ่นที่ทำให้เขารู้สึกสับสน แต่พอผ่านช่วงเวลาหนึ่งไปแล้วทุกคนก็จะค่อยๆกลับสู่สภาพปกติและความรู้สึกนั้นก็จะหายไปตามกาลเวลา เพราะฉันสังเกตแววตาที่เปลี่ยนแปลงไปก่อนหน้าและหลังจากที่นักเรียนจะรู้สึกแอบปลื้มศาสตราจารย์คนใดคนหนึ่ง ฉันเชื่อว่านักเรียนบางคนที่จบจากฮอกวอตส์ไปแล้ว ถ้าหากย้อนกลับมามองช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนก็ต้องรู้สึกว่าตัวเองบ้าบอจริงๆ หลงชอบอาจารย์คนนี้เข้าไปได้ยังไง




     สเนปส่ายหน้าพลางพูดตัดอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย พอตเตอร์ก็แค่รู้สึกสับสนเท่านั้น ตอนนี้
เด็กหนุ่มอาจจะเผลอหลงใหลเขา แต่อีกไม่นานความรู้สึกของร่างเล็กก็จะค่อยๆเลือนหายไปเหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ







     “แต่ผมคิดว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์คงจะเป็นข้อยกเว้นเหนือกฎหรือความปกติทุกอย่างเหมือนที่คุณมัก
พูดอยู่ประจำ ศาสตราจารย์น่าจะรู้ข้อนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ
แฮร์รี่ยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบสลิธีรินที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็น




     “หลังจากที่คุณโยนผมออกไปจากห้องเรียนสกัดใจตอนปีห้าเพราะโกรธที่ถูกเห็นความทรงจำนั่น
ผมถึงได้มานั่งทบทวนความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณว่าตกลงแล้วมันแค่เป็นความหลงใหลเพียงชั่วครู่เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นหรือว่าเป็นความรู้สึกจากใจของตัวเองกันแน่ ผมนึกว่าตอนแรกตัวเองก็แค่รู้สึกแอบปลื้มคุณตามประสาเด็กวัยรุ่นที่ยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง แต่ที่จริงแล้วความรู้สึกของผมมันไม่ใช่
การหลงใหลแค่ชั่วครั้งชั่วคราว คุณไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจเลยว่าผมรู้สึกอึดอัดมากแค่ไหนที่ต้องทนเก็บความจริงที่ว่าผมมีใจให้คุณเอาไว้กับตัวเอง
เขาถอนใจยาวก่อนจะเอ่ยต่อไป




     “หลายครั้งที่ผมเห็นคุณเดินผ่านมาก็หวังว่าเราอาจจะมีเรื่องอะไรคุยกันนอกจากเรื่องเรียนและงานบ้าง อยากให้คุณพูดกับผมดีๆสักครั้ง แต่คำที่ออกมาจากปากก็ไม่พ้นคำพูดดูถูกเสียดสีกับความรู้สึกเกลียดชัง แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือคุณทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่เลย มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บและชาแทบบ้าถึงจะอยากร้องไห้ออกมาตรงนั้นตอนนั้นแต่ผมก็ฝืนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น ไม่ให้คุณเห็นว่าผมมันอ่อนแอมากแค่ไหน เพราะว่าผมโหยหาที่พึ่งกับอ้อมกอดและรักแท้มาตลอด ต้องการคนที่คอยเป็นห่วงเป็นใย พร้อมจะยิ้มหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน คอยภาวนาหรือโมโหเรื่องอะไรก็ตามเพื่อผม ผมรู้สึกกับคุณมากเกินกว่าฐานะของอาจารย์กับนักเรียน แถมยังหวังลมๆแล้งๆว่าอยากเป็นคนสำคัญที่คุณรักและได้อยู่ข้างกายคุณทั้งๆที่มันคงจะเป็นไปไม่ได้ ผมไม่รู้จะต้องทำอะไรยังไงมากน้อยแค่ไหน แต่ผมก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณยอมเปิดใจมาสนใจผมบ้าง






     “ฉันทำเรื่องดีอะไรถึงสมควรได้รับความรู้สึกของเธอแบบนั้น ตอนนี้เธอยังอายุน้อยและยังมี
อนาคตอีกไกล เธอสมควรจะได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ เธอแน่ใจแล้วหรือ ได้คิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาบ้างไหม
ฉันไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิตเพราะการตัดสินใจวู่วามเพียงครั้งเดียว อย่าเอาเวลาที่มีค่าของเธอมาทิ้งไว้กับฉันเลยจะดีกว่า ยังมีคนอีกมากที่พร้อมจะมาอยู่แทบเท้ารอรับความรักจากเธอ ไม่แน่ว่าเธออาจจะเจอคนที่ตัวเองถูกใจก็ได้








     “ศาสตราจารย์สเนป ผมพูดมาขนาดนี้แล้วคุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณกันแน่ ผมชอบคุณ ที่จริงผมรู้สึกว่ามันอาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ คอนนี้คุณอาจจะเกลียดผมน้อยลงแล้วแต่มันก็ยังไม่แฟร์อยู่ดีที่คุณเป็นฝ่ายรับรู้ความรู้สึกของผมอยู่ฝ่ายเดียว ได้โปรดเถอะ อย่าผลักไสผมไปเลย เปิดโอกาสให้ผมสักครั้งเหมือนที่คุณเปิดโอกาสให้ซิเรียส เขาก็รักคุณเหมือนกับผม ทั้งๆที่พวกคุณเป็นคู่อริกันแท้ๆ แต่คุณก็ยังจูบเขา…”




     เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างขัดใจ เหลือเชื่อเลยจริงๆ นี่ขนาดใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มที่เปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกของจิตใจได้แท้ๆศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินยังอุตส่าห์ปากไม่ตรงกับใจได้อีก ถ้าหากไม่ได้น้ำยานี่เป็นตัวช่วยล่ะก็ เขาต้องเหนื่อย
กับการสารภาพความรู้สึกต่อคนพิเศษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองขนาดไหน บางทีเขาอาจจะท้อจนร้องไห้ออกมาเลยก็ได้




 

     “ให้ตายเถอะ!! ฉันไม่ได้จูบแบล็ก หมอนั่นต่างหากที่เป็นคนเริ่มก่อนเสียงทุ้มสบถขึ้นแฝงความรู้สึกไม่พอใจเมื่อเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง ฉันไม่ได้รักและไม่มีโอกาสอะไรให้
คนอย่างแบล็กทั้งนั้น






     “ถ้าอย่างงั้นผมก็เข้าใจผิดมาตลอดทั้งวันเลยเหรอครับเนี่ย ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วด้วยสิ ผมเห็นสายตาที่ซิเรียสมองคุณอย่างที่คุณจ้องผมตอนถูกรุ่นน้องกอดแล้วมันรู้สึกเจ็บจนพูดไม่ออก”






 

     “ที่เธอพูดและทำตัวแปลกๆ เพราะแบล็กเป็นต้นเหตุสินะ สเนปเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มด้วยความ
แปลกใจ  
พอตเตอร์รู้มาตั้งแต่เช้าแล้วหรือว่าแบล็กรู้สึกยังไงกับเขา เขามันบ้าจริงๆที่ไม่ได้เอะใจเลย
สักนิด






 

     “จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ อีกอย่างผมทนไม่ได้ด้วยที่เห็นพ่อทูนหัวกับคนพิเศษของผมกอดจูบกัน
แบบนั้น
ตอนนั้นผมเสียใจมากและคิดได้อย่างเดียวว่าทำไมไม่เป็นผมที่อยู่ตรงนั้นแทนซิเรียส  แต่ก็อิจฉาเขาด้วย  ผมสงสัยเหลือเกินว่ารสสัมผัสจากริมฝีปากของคุณจะเป็นยังไง จะทำให้ผมรู้สึกดีมากแค่ไหน”







     เจ้าของตาสีมรกตหน้าแดงกับคำพูดทั้งหมดที่หลุดออกจากปาก ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาจากอีกฝ่ายก็ตาม บ้าจริง นี่เขาชักจะพูดมากเกินไปแล้วนะ แต่จะบังคับให้หยุดตอนนี้ก็ไม่ได้ คงต้องรอจนกว่าน้ำยาจะหมดฤทธิ์ไปเอง

    



     “ที่ผมอยากรู้ตอนนี้คือคุณคิดยังไงกับผมกันแน่ รู้สึกแบบเดียวกันบ้างหรือเปล่า ศาสตราจารย์มาทำให้ผมมีความหวังแล้วผลักไสผมออกไปแบบนี้ มันไม่สนุกเลยนะครับ ผมเจ็บคุณรู้บ้างไหม







     “ฉันไม่ได้…” ร่างสูงอึกอักเมื่อถูกถามคำถามที่ตัวเองพยายามเลี่ยงตอบมาตลอด เขาไม่อยากให้พอตเตอร์รู้ว่าเขารักอีกฝ่ายเลยจริงๆ เจ้าของตาสีรัตติกาลกัดริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็
ไม่สามารถต้านทานฤทธิ์ของน้ำยาสัจจะเซรุ่มไปได้




     “บ้าจริงพอตเตอร์ เธอทำอะไรกับฉันไว้เนี่ย ทุกครั้งที่เธอเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายหรือหายไปไหน
ฉันทั้งโมโหทั้งเป็นห่วงแทบบ้า กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป ฉันไม่เคยเห็นเธอร้องไห้สักครั้ง แต่พอเห็นน้ำตาของเธอก็ทำให้ใจฉันหล่นวูบ อยากเข้าไปกอดเธอไว้และปลอบให้หายเศร้า ฉันไม่รู้ว่าเลิกเกลียดเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าจะรู้ตัวก็คอยมองหาและนึกถึงแต่เธอไปแล้ว ความจริงแล้วฉันเองก็ไม่ได้เกลียดเธอมากอย่างที่ฉันพยายามบอกตัวเองและตอกย้ำเธอทุกครั้งที่เห็นหน้า ฉันเกลียดตัวเองที่ห้ามไม่ให้คิดอะไรกับเธอมากกว่าฐานะอาจารย์กับนักเรียนไม่ได้  อีกอย่างเธอก็เป็นลูกของลิลี่ฉันไม่อยากให้ใครมาพูดว่าไม่ได้แม่ก็ลงมาที่ลูกแทน  
หรือว่าสนใจเธอเพราะเป็นเด็กชายผู้ถูกเลือก เป็นผู้กอบกู้โลกเวทมนตร์ ความรู้สึกพวกนี้มันอยู่ในใจฉันมานานพอสมควรแล้ว แต่เธอคงรู้นะว่าฉันต้องรักษาหน้ากากอะไรไว้บ้าง ทั้งบทบาทหน้าที่ของฉันที่เป็นทั้งศาสตราจารย์ปรุงยากับหัวหน้าบ้านสลิธีรินและสายลับสองหน้า
ถ้าสถานะสายลับของฉันถูกจอมมารเปิดเผยแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นแบบไหน ถึงไม่ได้เป็นสายลับ แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ในฮอกวอตส์ ถ้าฉันเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อเธอไปมันก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่อาจารย์จะมีความสัมพันธ์อะไรกับนักเรียน เธอไม่รู้หรอกว่าที่จริงฉันอึดอัดมากแค่ไหนที่ต้องทำเป็น
ไม่สนใจทั้งๆที่ฉันเริ่มรู้สึกต้องการเธอมากขนาดไหน”







     ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินสบตาเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยความรู้สึกกังวล กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจที่บอบช้ำจะต้องมาสลายลงต่อหน้าเด็กหนุ่ม เหลือแค่เพียงคำสารภาพจากใจ กับความรักที่มีต่ออีกฝ่ายซึ่งไม่อาจต้านทานได้  





 

     “ถ้าพูดตามตรง มันไม่ใช่เรื่องหน้าที่ทั้งหมดหรอกที่ทำให้บอกเธอไม่ได้  แต่เพราะความรู้สึกกลัวของฉันด้วย ฉันกลัวว่ามันอาจจะเร็วเกินไปถ้าฉันบอกความรู้สึกของตัวเองให้เธอได้รู้ ถ้าเกิดเธอตอบกลับมาว่าไม่ใช่หรือรับไม่ได้ ฉันกลัวว่าเธอจะเดินหนีไป และรังเกียจจนไม่แม้กระทั่งจะมองหน้า ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นจริงก็ควรจะเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจตลอดไปจะดีกว่า  ฉันโชคดีมากแล้วที่ยังได้ยินเสียงและเห็นรอยยิ้มของเธอทุกวัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีเพื่อฉันก็ตาม แต่ฉันก็ยินดีจะคอยดูแลเธออยู่ไกลๆ
แววตาและรอยยิ้มเศร้าปรากฏบนใบหน้าซีดเซียว  






     “ไม่มีใครรับตัวตนของฉันได้จริงๆหรอกนะแฮร์รี่ อย่างที่เธอรู้ ฉันเป็นอดีตผู้เสพความตาย ที่เย็นชาและไม่เคยสนใจใครมากกว่าตัวเอง อีกอย่างฉันก็อายุมากกว่าเธอตั้ง20ปี ช่วงอายุห่างกันมากเสียจนฉันจะเป็นพ่อของเธอได้แล้วด้วยซ้ำ ฉันกลัวว่าถ้าเธอรับความรักของฉันไปแล้ว และวันใดวันหนึ่งเกิดรู้สึกว่าฉันไม่ใช่คนที่เธอรักอีกต่อไปและให้สิ่งที่เธอต้องการไม่ได้ เธอจะทิ้งให้ฉันใจสลายเหมือนกับลิลี่ที่
เลือกจะจากฉันไป คราวนี้ฉันอาจจะเจ็บหนักกว่าครั้งก่อน คงไม่อาจทนรับความรู้สึกเจ็บปวด ทรมาน
ได้อีกแล้ว






      สเนปพูดเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าและขอบตาร้อนผ่าวราวกับจะมีน้ำตา ความรู้สึกจุกในลำคอและหน้าอกกลับมาอีกครั้ง  ร่างสูงกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นพลางเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องแทน
ตลกสิ้นดี!! 
เซเวอร์รัส นายไม่ใช่คนที่จะมารู้สึกหวั่นไหวอะไรง่ายๆแบบนี้ เรื่องเลวร้ายมากกว่านี้ก็เคยทำโดยไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ แต่นี่มันอะไร ทำตัวราวกับเป็นเด็กวัยรุ่นที่ป่วยเป็นไข้ใจ ชายหนุ่มผมดำ
เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หยุดทำตัวเป็นพวกอ่อนไหวง่ายเกินเหตุสักที นายต้องไม่ร้องไห้เพราะ
เรื่องแค่นี้แน่!!





 

     แฮร์รี่อุทานออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกตกใจระคนดีใจเมื่อได้ยินคำสารภาพของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนพิเศษของตัวเอง รอยยิ้มกว้างปรากฏชัดบนใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม เป็นรอยยิ้มแรกที่เป็นธรรมชาติและมีความสุขที่สุดที่ออกมาจากใจโดยไม่มีการฝืน เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้ให้ใครมานานแค่ไหนกันแล้วนะ แต่ศาสตราจารย์ปรุงยา…สเนปไม่สิเซเวอร์รัสเป็นคนแรกที่ทำให้เขากลับมายิ้มด้วยใจที่พองโตได้ขนาดนี้ ดวงตาสีมรกตฉายประกายความสุขและความยินดีออกมาโดยไม่มีการปิดบัง ใดๆ  






 

     “ถ้าผมจะบอกว่าไม่เคยต้องการความรักจากคนพวกนั้นเลยล่ะครับ ผมเหนื่อยและเบื่อกับชื่อเสียงและความสนใจในแบบที่ผมไม่ต้องการ ทุกคนก็แค่รักในชื่อเสียงและตัวตนของแฮร์รี่ พอตเตอร์ในแบบที่เขาคาดหวังจะให้ผมเป็น ถ้ารักแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร ไม่ต้องรักยังจะดีกว่า” 




     ร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้รับแขกที่นั่งอยู่ และก่อนที่จะรู้ตัวว่าทำอะไร ขาของเขาก็พาตัวเองเดินข้าม
ไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมฝั่งตรงข้าม เด็กหนุ่มมองสเนปอย่างลังเลเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงบนตักของเขาในแบบประจันหน้า มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าคมเข้มของนักปรุงยาหนุ่มอย่างแผ่วเบา ทำเอาอีกฝ่ายหลุดออกจากภวังค์และจ้องหน้านักเรียนตัวดีอย่างตกใจที่ถือวิสาสะมานั่งลงบนตักของตัวเอง เด็กหนุ่มเลื่อนตัวเข้าไปซบร่างสูงก่อนจะซุกใบหน้าลงกับซอกคอของอีกฝ่าย และสูดกลิ่นหอมจางของคนพิเศษของตัวเอง

  


     “ผมตัดสินใจดีแล้วและไม่เคยแน่ใจอะไรมากกว่านี้อีกแล้วครับ ในเมื่อทุกคนบอกว่ารักผู้กอบกู้โลกเวทมนตร์ของพวกเขา สิ่งที่คนพวกนั้นจะต้องทำก็คือปล่อยให้ผมมีความสุขกับคนที่ผมรัก อีกอย่าง
ผมเป็นเด็กชายผู้ถูกเลือกนะ ชีวิตของผม ผมตัดสินใจเองได้ว่าจะเลือกเสียเวลากับใคร ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาคัดค้านต่อต้านคนสำคัญของเด็กชายผู้ถูกเลือกทั้งนั้น
แฮร์รี่เลื่อนมือจากใบหน้าของร่างสูงลงมาลูบแผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์สีดำสนิท ก่อนจะลดเสียงลงพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงการยั่วยวน







     “ผมอายุยังน้อยและมีอนาคตอีกไกล ผมต้องการคนสอนทุกอย่างและนำทางชีวิตให้ผม หากผมฝันร้าย ผมต้องการใครสักคนที่ปลุกผมขึ้นมาจากความฝันนั้น เอ่ยคำปลอบโยนว่ามันไม่มีอะไรและคอยกอดผมไว้จนกว่าผมจะหลับในอ้อมกอดอีกครั้ง ใครคนนั้นที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือคุณ ให้ผมรักคุณนะครับศาสตราจารย์สเนป”







     เด็กหนุ่มเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายและประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากบางของ
คนตรงหน้าก่อนที่คนถูกจูบจะทันได้เอ่ยปากประท้วงอะไร ศาสตราจารย์ปรุงยาเบิกตากว้างกับ
การกระทำของอีกฝ่าย






 

    เจ้าของตาสีรัตติกาลแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเขาเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก นี่คือ
ความฝัน ภาพลวงตาหรือความจริงกันแน่ เป็นไปได้อย่างไรกัน ริมฝีปากบางนุ่มสีกุหลาบที่เขาใฝ่ฝัน
จะได้สัมผัสเป็นฝ่ายเสนอให้เขาถึงที่ด้วยการประทับบดเบียดลงบนริมฝีปากของเขา ดวงตาสีนิลมอง
เด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งและเลื่อนมือขึ้นลูบใบหน้าเรียวเพื่อความแน่ใจ พอตเตอร์…แฮร์รี่จูบเขาอยู่




     หากแต่เรียวปากของร่างเล็กประทับลงบนริมฝีปากเขาค่อนข้างงุ่มง่ามราวกับไม่มีประสบการณ์
แม้กระทั่งจูบเอาเสียเลย ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินตัดสินใจแน่วแน่ว่าสอนบทเรียนให้กับเด็กหนุ่มบ้าน
กริฟฟินดอร์อ่อนประสบการณ์คนนี้เอง แต่ก่อนที่จะได้ทำในสิ่งที่คิด
เด็กหนุ่มก็เป็นฝ่ายถอนจูบก่อนและผละออกจากเขาเมื่ออากาศหมดจากปอด   






 

     “พอตเตอร์ เธอเคยจูบใครบ้างหรือเปล่าสเนปเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่อีกฝ่ายผละออกไปแล้ว
แต่พอตเตอร์ดูจะกลัวกับคำถามของเขา เด็กหนุ่มคิดว่าเขาจะว่าอะไรอีกฝ่ายหรือยังไงกัน 







     “เอ่อผมเคยจูบอยู่แค่สองครั้งครับตอนปีห้ากับโชปีหกกับจินนี่ แต่ว่าตอนนี้ผมก็ไม่ได้รัก
พวกเขาแบบนั้นแล้ว  ผมรักคุณ คือ
อย่าว่าอะไรผมเรื่องที่เคยจูบกับคนอื่นมาก่อนเลยนะครับ







     “กลัวเรื่องนี้เองหรอกหรือเขาหัวเราะกับท่าทางลนลานของคนตรงหน้า ฉันจะว่าเธอไปทำไม
ในเมื่อเด็กวัยอย่างเธอก็คงจะต้องเคยรักเคยชอบใครมาบ้าง เธอคิดว่าปากของฉันจะทำอะไรอย่างอื่น
ที่มันดีกว่าการพูดเสียดสีใครไม่ได้เลยหรือไงฮึ พอตเตอร์
หัวหน้าบ้านสลิธิรินยกยิ้มมุมปากอย่าง
มีเลศนัยเพราะแผนบางอย่างที่นึกขึ้นมาได้กะทันหันจากสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ฉันจะแสดงให้เธอเห็นเองว่า
จูบที่แท้จริงจากฉันจะทำให้เธอรู้สึกดีได้ขนาดไหน








     “ทำไมถึงไม่ยอมเรียกผมว่าแฮร์รี่ล่ะครับ






     “ก็ฉันเรียกเธอมาแบบนี้ตั้งหลายปีแล้ว ถ้าจะให้เปลี่ยนไปเรียกแบบอื่นก็ต้องให้เวลาปรับตัวบ้าง

 


     “อืมเข้าใจแล้วครับ แต่ศาสตราจารย์ยังไม่ตอบคำถามของผมเลยตกลงคุณจะยอมให้ผมรักคุณไหมครับ



     สเนปจัดการปิดปากเด็กหนุ่มผมดำด้วยการเลื่อนหน้าเข้าไปประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่ม
สีกุหลาบชวนหลงใหลคู่นั้นอย่างแผ่วเบาและด้วยความความอ่อนโยน ก่อนจะบดเบียดริมฝีปาก
หนักหน่วงขึ้นเพื่อรับรสสัมผัสของแฮร์รี่ จากจูบที่อ่อนโยนเปลี่ยนเป็นจูบที่ร้อนแรงด้วยความรู้สึกกระหาย






[Slash Content Cencored]








 

      “คำตอบของฉันก็คือ….ได้... ใช่ ฉันรักเธอแฮร์รี่ ศาสตราจารย์ปรุงยายิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นรอยยิ้มแรกที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา แฮร์รี่ยิ้มตอบเขากลับไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นอย่างบอกไม่ถูก จากนี้เขาจะได้เห็นและเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นเพียงผู้เดียว  





 

     “เซฟ…”






     “ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ ความจริงเธอเข้ามาอยู่ในใจฉันมานานพอสมควรแล้ว แต่ฉันกลัวที่จะยอมรับมันและพยายามผลักเธอไสออกไป ฉันผิดเองที่ไม่เคยคิดว่าจะทำให้เธอเจ็บเหมือนกัน ชายหนุ่มผมดำยกมือขึ้นลูบผมเด็กหนุ่มเบาๆก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด






     “เซเวอร์รัส คุณไม่ต้องขอโทษผมแล้วนะ เราทั้งสองคนต่างก็ต้องขอบคุณอีกฝ่ายต่างหากที่รักกันมาตลอดโดยไม่มีใครยอมถอดใจเลิกรักใครก่อนถึงจะมีอุปสรรคมากขนาดไหน เปลี่ยนคำขอโทษของคุณมาเป็นคำสัญญากับผมดีกว่านะครับว่าคุณจะรักและอ่อนโยนกับผมอย่างที่คุณบอกผมไว้เมื่อครู่นี้
ผมเองก็สัญญากับคุณเช่นกัน 
เซเวอร์รัส สเนป คุณคือเจ้าชายของผม ผมอยากทำให้คุณภูมิใจในตัวเด็กอย่างผม ผมรักคุณ แค่คุณคนเดียวจากนี้และตลอดไป” เจ้าของตาสีมรกตเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของตา
สีรัตติกาลด้วยรอยยิ้มกริ่ม ร่างเล็กเอนพิงร่างสูงก่อนจะยกมือขึ้นกอดรอบเอวเพื่อปิดช่องว่างระหว่าง
ทั้งสอง






 

     “แฮร์รี่ถ้าเธอไม่เคยรู้ฉันดูแลเธอมาตั้งแต่ที่เธอเข้าฮอกวอตส์แล้ว แต่ว่าจากนี้ฉันจะรักเธอด้วย ฉันสัญญาว่าจะรักและดูแลเธอตลอดไป เด็กดื้อของฉัน 





     “เซฟ ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณสักหน่อยได้ไหมครับ





     “หืม ว่าไงล่ะ อ้อ ถ้ามันไม่เกินความสามารถที่ฉันจะทำได้นะ เซเวอร์รัสเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย





     “เราจะคบกันแบบเปิดเผยได้ไหมครับ ผมไม่อยากจะต้องรักคุณแบบหลบๆซ่อนๆ





      “เธอไม่เคยหยุดที่จะทำให้ฉันแปลกใจสักครั้งเลยนะพอตเตอร์ แน่ใจแล้วเหรอว่าต้องการที่จะเปิดตัวออกสู่สังคมในโลกเวทมนตร์พร้อมกับฉัน ฉันเกรงว่าจะต้องมีคนคัดค้านมากกว่าเห็นด้วยแน่
หัวหน้าบ้านสลิธีรินกะพริบตาถี่อย่างทึ่งๆกับคำขอร้องของเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งยอมรับให้เป็นคนรักของ
ตัวเอง






     “ผมไม่สนใจว่าคนพวกนั้นจะคิดแบบไหนหรอกครับ อย่างที่บอกถ้าเขารักฮีโร่ของตัวเองก็ต้อง
ปล่อยให้ผมมีความสุขที่ได้คบและได้อยู่กับคุณ ผมสนใจแค่ความรู้สึกของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น แล้วก็คุณด้วยครับเซฟ ถึงคนอื่นจะต่อต้านเรื่องของเราแต่ผมรู้ว่าเพื่อนสนิทผม
จะสนับสนุน






     “เกรนเจอร์กับวีสลีย์น่ะเหรอ




     “ครับ พวกเขารู้แล้วว่าผมชอบคุณเด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับ อีกอย่างถ้าผมมีคุณอยู่ด้วยก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น





      “อ้า เข้าใจล่ะ แต่ว่าฉันคงจะยังตอบรับคำขอร้องข้อนี้ตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยก็จนกว่า
เราจะไม่ต้องพะวงเรื่องจอมมารอีกต่อไปแล้ว





     “แสดงว่าถ้าโวลเดอมอร์ เอ่อ คนที่รู้ว่าใครถูกกำจัดแล้ว คุณจะยอมทำตามคำขอร้อง คบกับผมแบบเปิดเผยใช่ไหมครับ เด็กหนุ่มผมดำยิ้มกว้างและหัวเราะคิกคักกับท่าทางตกใจของคนที่เขายอมรับให้
เป็นคนรักต่างวัยของตัวเอง เซเวอร์รัสคงต้องเผลอพูดออกมาเพราะลืมตัวไป นึกว่าน้ำยาสัจจะเซรุ่ม
ยังไม่หมดฤทธิ์แน่ๆ เขาใช้น้ำยานั่นกับทั้งเซเวอร์รัสและตัวเขาเองในเวลาไล่เลี่ยกันแค่ไม่กี่นาที เรื่องนี้
ไม่จำเป็นต้องเก่งวิชาปรุงยาก็คาดเดาได้อยู่แล้ว   






     นักปรุงยาหนุ่มได้แต่ถอนใจกับคำตอบรับของตัวเองที่หลุดปากออกไปก่อนที่จะยั้งปากไว้ได้ทัน
คำตอบตอนนี้เป็นคำตอบที่ไม่ได้ออกมาเพราะน้ำยาสัจจะเซรุ่มแล้ว หากแต่เป็นสิ่งที่เขาเลือกที่จะปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอีกฝ่ายก็ได้ แต่เขาก็เผลอพูดออกไปให้เด็กหนุ่มตรงหน้าดีใจออกนอกหน้าจนได้
ถ้าพูดตามจริง น้ำยาสัจจะเซรุ่มหมดฤทธิ์ไปเรียบร้อยตั้งแต่ที่เขาเริ่มปรนเปรอแฮร์รี่แล้ว เซเวอร์รัสนึกว่าตัวเองอย่างเจ็บใจ ร่างเล็กมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย







     “เธอขอฉันไปอย่างนึงแล้วนะแฮร์รี่ คราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายขอเธอกลับบ้าง





     “ได้เสมอครับถ้าไม่เกินความสามารถของผมเช่นกัน





     “ฮึๆ เด็กเจ้าเล่ห์ ทะเล้นจริงๆ ยอกย้อนเหลือเกินเลยนะเรา





      “คุณจะเป็นคนเดียวที่ผมทะเล้นด้วยหรอกครับเซฟ






      “คืนนี้ไม่ต้องกลับหอกริฟฟินดอร์นะพอตเตอร์ การกักบริเวณกับฉันมันแค่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นคราวนี้หัวหน้าบ้านสลิธีรินเป็นฝ่ายยกยิ้มมุมปากใส่นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบ
สลิธีรินอย่างแท้จริงก่อนจะอุ้มเด็กหนุ่มที่อยู่บนตักขึ้นมาในท่าเจ้าสาวและเดินไปยังห้องนอนโดย
ไม่สนใจอีกฝ่ายตาค้างด้วยความรู้สึกช็อก ก่อนจะประท้วงด้วยการทุบอกกว้างของตัวเองไปตลอดทาง  





 

     “เซเวอร์รัส!!! นี่มันดึกมากแล้วนะครับ ผมเหนื่อยแล้วก็ง่วงมากแล้วด้วย วันอื่นก็ยังมีอีกไม่เห็นจะต้องรีบทำคืนนี้เลยนี่นา ผมไม่หนีคุณไปไหนหรอกน่า






     “ไม่แน่เธออาจจะกลัวจนรีบหนีกลับหอกริฟฟินดอร์แล้วไม่ยอมกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีกเลยก็ได้
ศาสตราจารย์ปรุงยาทิ้งร่างที่อยู่ในอ้อมแขนลงกับเตียงก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับเด็กหนุ่มร่างเล็กไว้
ใต้ร่างของตัวเอง มือทั้งสองถูกล็อกเอาไว้ข้างกายพร้อมกับริบไม้กายสิทธิ์มาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมแทน







     “โทษตัวเองไปก็แล้วกันที่มายั่วฉันก่อนก็แล้วกันนะแฮร์รี่ที่รัก แต่อย่าได้คิดจะหนีไปไหนทั้งนั้น เพราะเธอเป็นของฉันแล้ว ฉันจะไม่มีทางปล่อยให้เด็กเจ้าเล่ห์อย่างเธอหลุดออกจากความครอบครองของหัวหน้าบ้านสลิธีรินแน่นอน แล้วจำไว้ซะด้วยว่าฉันไม่แชร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบ  หากแต่เจ้าของตาสีมรกตกลับลอบหัวเราะกับท่าทางเคร่งขรึมมากเกินควรของอีกฝ่าย





 

     “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะอยู่กักบริเวณกับศาสตราจารย์สเนปและอยู่ในความปกครองของหัวหน้าบ้านสลิธีรินไปตลอดชีวิตเลย พอใจหรือยังครับเซเวอร์รัส คุณเองก็อย่าลืมซะล่ะว่าผมก็ไม่แชร์เหมือนกัน ที่คุณบอกว่าผมเจ้าเล่ห์ ความจริงแล้วผมจะต้องเป็นเด็กในความปกครองของคุณด้วยซ้ำ เพราะหมวกคัดสรรอยากให้ผมไปอยู่สลิธีรินมากกว่ากริฟฟินดอร์”





 

     “เด็กบ้า




     “แล้วรักผมไหมล่ะครับ





     “รักสิ รักมากกว่าที่เธอคิดก็แล้วกัน สเนปขมวดคิ้วจ้องเด็กหนุ่มที่อยู่ใต้ร่างของตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมาพลางส่ายหน้ากับท่าทางจริงจังของอีกฝ่ายบ้าง นักปรุงยาหนุ่มเลือดผสมจูบคนรักหนุ่มที่ทำหน้ามุ่ยไปเร็วๆ        





      “สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับเซเวอร์รัส เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียด้วยความง่วงจัด ดวงตา
สีมรกตคู่สวยปิดลงเพราะไม่อาจฝืนความรู้สึกเหนื่อยอ่อนที่ผ่านมาตลอดทั้งวันได้อีก






     “สุขสันต์วันวาเลนไทน์เช่นกัน. ชายหนุ่มผมดำเอ่ยตอบ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเสียงหวานหยุดพูดเจื้อยแจ้วไปกะทันหัน เขาเงยหน้าที่ซุกอยู่ตรงซอกคอของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินเสียงกรนเบาๆจากร่างเล็ก





     "…หลับซะเล้วหรือแฮร์รี่" ศาสตราจารย์บ้านสลิธีรินส่ายหน้าพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับแฮร์รี่
ที่ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของตัวเอง      






     เซเวอร์รัส สเนปหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างเขาและอัลบัส ดัมเบิ้ลดอร์ อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์เมื่อเช้านี้  ปริศนาคำพูดของชายชราที่ทิ้งไว้ได้รับการคลี่คลายอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่ามันหมายถึง
อะไรกันแน่   





 

ฉันเข้าใจว่าความทรงจำเก่ามันทำให้เจ็บปวด แต่อย่าได้เอามันมาปิดกั้นใจตัวเองเลย ทำตัวเป็นแก้วเปล่าเถอะ หัดปล่อยวางซะบ้าง ลดทิฏฐิที่มันค้ำอยู่ แล้วเธอจะรับรู้ถึงความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้น






     ความรู้สึกที่ชายหนุ่มเคยมีต่อลิลี่ เอฟเวนส์ เมื่อ20 กว่าปีที่แล้วถึงเจ้าตัวจะยังคงลืมไม่ลง หากแต่กำแพงน้ำแข็งที่เจ้าของตาสีรัตติกาลผู้เย็นชาสร้างไว้ปกป้องหัวใจอันบอบช้ำอย่างแน่นหนา ก็ถูกไออุ่นของความอ่อนโยน น่ารักสดใสและจริงใจของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอหลอมละลายลงอย่างสิ้นเชิง




     เด็กหนุ่มบ้าน
กริฟฟินดอร์ไม่เคยเป็นคนที่ศาสตราจารย์ปรุงยาวาดฝันไว้ ซ้ำยังไม่ถูกชะตาไม่ชอบหน้ากันมาตลอด หากแต่เวลานี้กลับเข้ามาครองพื้นที่ในหัวใจของเขาก่อนที่จะชายหนุ่มจะรู้ตัว เจ้าของดวงตา
สีมรกตไม่เพียงเยียวยาแผลใจเรื่องความรักที่ไม่สมหวังของหัวหน้าบ้านสลิธีริน แต่ยังให้อภัยในความ
ผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีตรวมถึงการปฎิบัติต่อเด็กหนุ่มตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา และเข้าใจความรู้สึกอ้างว้างโดดเดียวในชีวิตที่ทั้งสองมีคล้ายๆกัน จากคนที่ไม่ชอบก็กลายเป็นใช่และเป็นคำตอบของหัวใจของร่างสูง สิ่งสำคัญกว่านั้นคือทำให้เขามีกลับมามีความหวังอีกครั้งกับความรักครั้งใหม่ที่เกิดขึ้น…

รักของเขากับแฮร์รี่  





 

     สเนปยิ้มให้กับตัวเองอย่างพอใจ การเปิดใจครั้งนี้ทำให้พ่อมดเลือดผสมได้รับสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกิน
ความคาดฝัน  เด็กหนุ่มที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเป็นรางวัลสำหรับการเสียสละทุกอย่างที่ผ่านมา จากนี้ไปเจ้าของตาสีรัตติกาลอาจจะนึกไม่ออกแล้วว่าความรู้สึกอ้างว้างที่ต้องอยู่อย่างโดดเดียวจะเป็นเช่นไร
แฮร์รี่จะเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตของตัวเองยังคงมีค่า ชายหนุ่มร่างสูงรู้สึกขอบคุณที่เด็กหนุ่มสอนให้เขารักเป็นอีกครั้ง และดีใจที่แฮร์รี่รักในตัวตนที่แท้จริงของเขา เขาจะสอนและนำทางชีวิตเด็กหนุ่มให้เติบโตภายใต้ความดูแลของตัวเอง และเดินร่วมเส้นทางกับคนรักต่างวัยตลอดไปเพื่อตอบแทนความรักและไว้ใจของอีกผ่ายที่มีให้ตัวเอง เพียงเท่านี้เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว…






    ‘วันที่ฟ้าดูไม่ค่อยเป็นใจ อาจทำให้ใครบางคนนึกหวั่นหวาดกลัวว่าความรักไม่มีจริง ทำให้ความรัก
ยิ่งห่างไกลออกไป หากลองเปิดตามองท้องฟ้าดูใหม่ ลืมและลบความกลัวที่เคยมีออกไป เธอจะเข้าใจว่าความรักที่ดีดีมีอยู่จริง  





     เธอเคยลองถามตัวเองดูไหมว่าหนึ่งชีวิตต้องการอะไรแล้วถ้าสิ่งนั้นมันอยู่ห่างไกลเธอจะลองเชื่อ
อย่างฉันไหม
 ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน เธออาจได้เจอกับคนที่เธอไม่คาดฝัน เขาอาจมายืนอยู่
ตรงหน้าเธอแล้วบอกรักเธอเหมือนดังในความฝัน เธออาจได้เจอกับคนของเธอเข้าสักวันคนที่ทำให้ใจ
ไม่หนาวสั่น อย่างกับฉันที่ยังคอยบอกตัวเองอยู่ทุกวันว่าฉันจะได้เจอ’

 






+++++++++++ The End ++++++++++++





 

credit music :ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ (possible) by ลุลา
 
Writer Talk:
HAPPY VALENTINE'S DAY!!!!!!!!

ชอบคุณรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่อุตส่าห์เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์มาตลอดตั้งแต่เริ่มโปรเจคฟิคเซฟรี่วาเลนไทน์เรื่องนี้ ในที่สุดฟิคยาวเซฟรี่เรื่องแรกในชีวิตผมก็จบลงเป็นที่เรียบร้อย แถมจบทันวันวาเลน์ไทน์ซะด้วยสินะ ดีใจสุดๆ ลุ้นมาก เซฟรี่เราได้เป็นคนรักเต็มตัวกันซะทีหลังจากเล่นบทพ่อแง่แม่งอนมานานเกินไปแล้ว(ตั้ง2ปีแน่ะ) ผมลงแค่ฉากสวีทเล็กน้อยให้ชุ่มชื่นหัวใจนิดนึง ผมเชื่อว่าถ้ารีดเดอร์เป็นสาวกวายตัวจริงคงสามารถหาหนทางจิ้นต่อกันเองได้แน่นอน 
เพราะรู้ดีถึงพลัง
จิ้นอันแรงกล้าของสาวกวายทุกท่าน *.,* 


กลับมาสปอยเล็กน้อยครับ สำหรับรีดเดอร์คนไหนที่ยังรู้สึกว่าไม่หนำใจ ฟิคจบเร็วเกินไป หรือยังไม่มีคู่ที่ตัวเองจิ้นไว้ออกโรงเท่าไหร่ ไม่เป็นไร  ไรเตอร์มีโปรเจคต่อภาคสองไว้ปลอบใจครับผม เรื่องนี้เลย อ่านแล้วอย่าลืมเม้นให้เป็นกำลังใจผมด้วยนะครับ ไม่งั้นมีประท้วงไม่อัพนะเออ ฮ่าๆ





[Fanfic] RomanT!c MysTery [SSxHP/ DMXRW /SBXRL]
 
We were once a romantic mystery,
be in love with each other actually is tacit agreement.
ไม่มีใครรู้ว่ารักนี้จะเป็นเช่นไร ไม่มีใครรู้ว่ารักจะจืดจางเมื่อใด
อาจจะต้องเจ็บปวดหรือรักมากมายก็อยู๋ที่ใจสองใจที่เติมใจให้กัน ต่อไป... 


 

 

Thank you

ikemenorange.
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #127 kay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:31
    นี่สินะคะคือของหวานหลังจากกินมาม่ามาตั้งนาน หวานมาก หมดขึ้นจอหมดแล้ว โอ๊ยๆ ในที่สุดเขาก็ทลายกำแพงความรู้สึกของกันและกันซักทีคริคริ นังรี่เธอมันร้ายไม่เบาเลยนะ เซฟเองก็เหมือนรอเวลานี้มาเนิ่นนาน และใช่ค่ะ พวกเขาได้กันคือสวรรค์ของสาววาย กรี๊ด
    #127
    0
  2. #116 Snarry (@Night1990) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 22:46
    อ่านมาตั้งแต่ตอนแรกพึ่งได้เม้น ต้องกราบขออภัยไรต์เป็นอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่ดราม่าหนักนะแต่มีความหวานในนั้น มีเป็นห่วงของป๋าที่มีให้รี่แต่แค่ไม่แสดงออกในแบบที่คนอื่นเข้าใจ เป็นเรื่องที่บอกเลยว่ารักมาก ทั้งที่พึ่งอ่าน ขอให้ไรต์แต่งเรื่องดีๆต่อไปอีกนะ
    #116
    0
  3. #110 Detective Patt (@csi-patt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:42
    อ่านมาตั้งแต่แรกๆ ชอบตอนนี้ที่สุดล่ะ เพราะมันแฮปปี้สุดๆ 5555

    ตามมาเม้นย้อนหลังให้แล้วนะฮะ (ตามที่สัญญาไว้)

    แหม่... ไปทวงถึงฟิคพี่เลยนะ ร้ายไม่เบาๆ คิคิ

    แต่ก็ขอบคุณมากๆ นะ ที่แต่งฟิคดีๆ ให้ได้อ่าน ^___^

    ส่วนฟิคของพี่ ติดตามอ่านต่อไปนะจ๊ะ จะต้องจบตามน้องแน่นอน แฮะๆๆ



    #110
    0
  4. #100 NuCee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 15:09
    ในที่สุดก็รุความรุสึกของกันแระกันสักที



    happy จุงเบย~~~~~~~
    #100
    0
  5. #83 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 00:41
    Happy สุด ๆ >/////<

    #83
    0
  6. #76 สาวกวาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 16:56
    จบหวานมากอ่า -//- โอ๊ย ฟินสุดๆค่ะ
    #76
    0
  7. #73 Nudee (@goolandhang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 23:41
    กลับมาอ่านใหม่ตั้งแต่แรกยันจบ
    ฟินมากกกกก เขินๆอะนะ แอบลุ้นเดรโกกับรอน
    แต่งสนุกอะเลือกใช้คำดีนะ ชอบๆๆๆๆ
    #73
    0
  8. #64 bammini (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 20:32
    ว้านหวาน อ่านไปแอบเขินไป55
    #64
    0
  9. #61 Tulip (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:37
    น่ารักชุงเบยย :3
    #61
    0
  10. #60 Rokugatsu Giugno (@Senji) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:26
    โฮ่วววว มันไม่รู้จะสครีมยังไงดี จะว่าหวานมั้ยก็หวานแต่มันไม่ได้หวานแบบหวานจ๋อยอะไรแบบนั้น ให้ฟีลแบบผู้ใหญ่ๆอะ 
    น้ำยาสัจจะ...ขอเซฟซื้อสักโหลได้มั้ยค้า//รู้นะคิดอะไร 
    พอโดนน้ำยาไปพรั่งพรูออกมาเลย เมะซึนก็เหอะ เสร็จหมด หึหึหึ//อย่าว่าแต่เมะเลย เคะซึนก็เหมือนกัน 
    แต่งได้ตรงกับเนื้อเรื่องเลย ให้ความรู้สึกแบบเรียลๆ เช่น สเนปคอยช่วยเหลือแฮร์รี่(ลับๆ) มาตลอด แต่ต่อหน้าเย็นชาซะเหลือเกิน//ซึนล่ะสิ ซึนล่ะสิ 
    ไม่น่าเชื่อว่าหนูรี่จะยั่วก่อน!! O_o เป็นไงล่ะ สุดท้ายก็โดนป๋าเขมือบ แต่อันเข้าจริงหนูรี่ก็ถูกใจ นี่ถ้าเกิดรี่เป็นผญ.ลูกหัวปีท้ายปีแน่#ผิด 
    จบได้ดีมากเลยค่ะ เสียดายไม่มีเซอร์วิสคู่อื่น//แอบจ๋อย 
    รอฟิคแมวนะ//อีนี่ก็ทวงจริง
    #60
    0
  11. #59 ตั้งใจ (@tang-jai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:59
    ปรบมือ// จบหวานเกินไปแระไรเตอร์55

    ปลาลิง. หางานทำไม  ไรเตอร์ไม่ได้แต่งฟิคเป็นงานหลักอยู่แล้วเรอะ 555 สู้ๆ*
    #59
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #53 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:03
    อ็ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    อยากจะกรีดร้องดังให้ลั่นบ้าน ไรเตอร์แต่งได้หวานมากกกกกกกกแต่บ้้างช็อตนี้คล้ายโปรเจคร์เราสองคนเลยนะ 

    ความคิดตรงกันไปนะครับฮ่าๆๆ  

    เซฟรี่น่ารักมากกกก แต่ที่รี่หลับไปนี้ก็คุ้นเลยน่ะโอยตายละนอนจมกองทะเละเลือดแล้วว

    ตอนนี้ตอนสุดท้าย ในใจอยากได้โม้เม้นเซฟรี่มีลูกนะ โอยๆๆๆๆตายๆๆๆๆ

    หัวผมคิดไปถึงไหนแล้วเนี้ย ฟินฉากนั้นไปไกลสุดกู่ ง้อกันไปง้อกันมาเป็นคู่สามี ภรรยาเลยที่เดียว 

    อ็ากกกกกก #นอนดิ้นๆๆ

    จะรอันที่ผลงานของเราสองคนนะครับ^^

    --------------------------------------------------------------------

    # rafael 3107901

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:16
    #53
    0
  14. #52 Nudee (@goolandhang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:14
    ช่วง 2-3 ตอนมานี้อ่านแล้วเขินตลอดอะ
    ถึงตอนก่อนจะเข้าสู่โหมดอารมณ์แรงๆไปหน่อย
    แต่พออ่านตอนนี้ปุ๊บ
    อยากบอกเลยว่าเขินแทน 555555 กรี๊ดดดดดดด (นั่งบิดไปมา)
    #52
    0
  15. #51 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:21
    Sweet!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    โฮกกกกกกกก ฮากกกกกน่ารักมากก ตอนที่แล้วมันอะไรนะไม่เคยเห็น (แว็กกกกไม่ใช่ล่ะ)
    ไรเตอร์ทำผมร้องไห้นะรับผิดเลย TT
    ตอนที่แล้วบีบหัวใจซะเกือบวาย ตอนนีี้ทำผมตาบอดเพราะดาเมจเซฟรี่อีกแนะ 
    แต่กก็สู้ๆนะครับไรเตอร์
    ผมเป้นกำลังใจ ถึงแม้ว่าจะมาเลทไปสองถึงสามวันก็ ติดงานนิดๆหน่อยนะครับ(มีโปรเจคแล้วยังโดดมาอีกนะนาย= = :รี่)
    เอาเป้นสู้นะครับ!!!!
    #51
    0
  16. #49 Rokugatsu Giugno (@Senji) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:03
    มัน...ต่างจากตอนที่แล้วลิบลับเลยแหะ แต่ดีแล้วล่ะ หวานๆรับวาเลนไทน์

    ในที่สุดก็เข้าใจกันดีสินะ ยินดีด้วย!

    ปล.รอคู่อื่นๆนะคะ หุหุ
    #49
    0
  17. #48 Maru maru (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:27
    แอบหวาน~ จนเหมือนจะลืมดราม่าเมื่อตอนก่อนๆเลย -0-

    คนเขียนเอาให้เข้ากับเทศกาลสินะ 555

    สนุกมากเลยค่ะ ^^
    #48
    0