( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 12 : ⍫ race

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    15 พ.ย. 58


7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 10 : RACE

 

มั่นใจเหรอครับว่าจะแข่งกับผม

ยังไม่รู้จักกูดีพอก็อย่าเสือกมาตัดสินกู

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปจนทั่วท้องถนน รถคันสีขาวและดำขับขนาบข้างกันไปตามถนนเส้นใหญ่ที่มุ่งออกจากหน้าโรงเรียนซงเพื่อพาเข้าสู่ตัวเมืองในระดับความเร็วที่สูสี สายตาคมจดจ้องยังถนนตรงหน้าที่ปราศจากรถรา มือหนาจับพวงมาลัยให้มั่นในขณะที่ฝ่าเท้าหนักๆเองก็เหยียบคันเร่งลงไปจนมิดเพื่อเพิ่มระดับความเร็วให้มากขึ้นจากที่เป็นอยู่

ถ้าแพ้ก็อย่าลืมคำพูดของตัวเองด้วยล่ะครับ

มึงคงต้องเป็นฝ่ายทำ

ผมน่ะเหรอจะแพ้พี่?

แล้วกูน่ะเหรอจะแพ้มึง?

รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียก จีวอนแค่นหัวเราะหึเมื่อประโยคสนทนาก่อนเริ่มการแข่งขันยังดังก้องอยู่ในหัว เมื่อไหร่ที่เขาคิดถึงสีหน้ายียวนของยูคยอมมันก็ทำให้อารมณ์โมโหเกิดขึ้นได้อยู่ตลอด

เป็นอันรู้กันดีว่าอีกฝ่ายมีชื่อเสียงทางด้านนี้อยู่พอตัว ก็เพราะยูคยอมน่ะเป็นถึงลูกเจ้าของสนามแข่งซูเปอร์คาร์เลยได้พัวพันอยู่กับเรื่องรถตั้งแต่เด็กจนโต เห็นว่าตอนไปแข่งก็คว้ารางวัลอะไรติดมือมามากมายอีกด้วย นั่นคงจะทำให้เด็กมันมั่นใจในฝีมือของตัวเองน่าดู

แต่อย่าลืมว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

ถึงเขาจะไม่เคยแข่งตามงานอะไรมา แต่ตอนอยู่ที่อเมริกาจีวอนก็ครองตำแหน่งดริฟท์คิงส์อยู่ 4 ปีซ้อน ถ้าไม่ติดว่าโดนพ่อเรียกตัวกลับมาเสียก่อนก็คงจะมีปีที่ 5 อยู่หรอก

เพราะฉะนั้นอย่างยูคยอมน่ะ เขาถือว่ากระจอก

จีวอนเหลือบตามองคู่แข่งที่ขับมาขนาบข้างกันแล้วกระตุกยิ้มเยาะ มือหนาส่งไปกระชับเบรคมือเอาไว้ให้มั่นก่อนจะดึงมันขึ้นพร้อมกับหักพวงมาลัยเมื่อสิ้นสุดถนนเส้นใหญ่ของซง

เสียงล้อที่เสียดสีไปกับถนนดังก้องไปทั่วที่กว้าง ตามมาด้วยเสียงบีบแตรของผู้คนซึ่งเกิดขึ้นจากความตกใจ หากแต่จีวอนก็หาได้แคร์ไม่ เพราะการตีโค้งที่แคบลงเมื่อครู่ทำให้รถของยูคยอมถอยไปเป็นฝ่ายตามหลังเขาอยู่

“หึ” ร่างสูงเหยียบคันเร่งจนสุดแบบไม่มีผ่อน จีวอนหักเลี้ยวรถปาดหน้ายูคยอมเอาไว้เมื่อไม่ให้อีกฝ่ายตีเสมอ ก่อนจะเบียดตัวแทรกที่ว่างของรถคันข้างๆแล้วเหยียบจนมิดเพื่อนำไปก่อน

สายตาคมเหลือบมองกระจกหลัง เขาสะใจไม่น้อยที่เห็นอีกฝ่ายตบพวงมาลัยอย่างหัวเสีย หากแต่จะหาจังหวะตามมาก็คงไม่ทันเพราะถึงแม้ตอนนี้จะดึกมากแล้วแต่ถนนใหญ่ก็ยังมีรถอยู่มากพอสมควร

ปลายเท้าหนักๆยังคงเหยียบอยู่ที่คันเร่ง จีวอนขับปาดซ้ายปาดขวา แทรกแซงรถคันอื่นๆที่หลบอยู่จนทำให้เกิดความไม่พอใจ เสียงแตร์ที่บีบไล่หลังมาดังระงมไปทั่วท้องถนน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องให้ความสนใจอะไรอยู่แล้ว

เกมวางเอาไว้ว่าให้ขับรถออกจากซงแล้วมาอ้อมที่ห้างเอ็มไพรสเตจ ใครวนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นก่อนคนนั้นชนะ

ที่มุมปากยกยิ้มขึ้นทันใดเมื่อพบว่าตัวเองนำห่างยูคยอมมามากแล้ว จีวอนละสายตาออกจากกระจกหลังก่อนจะเหยียบคันเร่งให้หนักขึ้นอีกเมื่อพบว่าทางด้านหน้าเป็นสี่แยกใหญ่ ตึกเอ็มไพรสเตจเองก็อยู่ตรงหน้า และสัญญาณไฟจารจรเองก็กำลังนับถอยหลังในเวลาที่ไม่ถึง 5 วิ

ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ เขาชนะไอ้เด็กเจ๋อที่ชื่อยูคยอมอะไรนั่นแน่

4

3

2

1

ปี๊นนนนนนนนนนนนน ปี๊นๆๆๆ ปี๊นนนนนนนนนนนนน!!

ตู้ม!!!!

แต่อาจเป็นเพราะจีวอนมัวแต่ให้ความสนใจกับตัวเลขตรงหน้ามากไป เขาจึงไม่ทันได้มองว่าทางด้านซ้ายมีรถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วไม่แพ้กัน

 

LUST & WRATH

 

อย่าทำเหมือนงานสำคัญกว่าฉัน

จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?

ถ้าอย่างนั้นก็อยู่กับงานของนายไป

ฮันบินนอนอยู่บนเตียง ในหัวของเขาเต็มไปด้วยบทสนทนาที่คุยกับจีวอนเมื่อตอนเย็น ทั้งสีหน้าและท่าทางที่เห็นนั้นทำให้เขาพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายโกรธตัวเองมากแค่ไหน ในตอนที่คบกันอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ขึ้น

เขารู้ดีว่าจีวอนเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง เมื่อก่อนเวลาโดนขัดใจอะไรนิดๆหน่อยๆก็มักจะโกรธแล้วเดินหนีไปอย่างเช่นวันนี้ แล้วก็เป็นฮันบินที่ใจอ่อนคอยตามง้อทุกที นี่ก็อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้ร่างสูงเสียนิสัยก็เป็นได้

ส่วนเขาเองก็ไม่ได้สบายใจเท่าไหร่นัก

อาจเป็นเพราะเราทั้งคู่ต่างก็ติดอยู่ในวังวนเดิมๆเช่นเดียวกัน จีวอนโกรธ-เขาง้อ จีวอนเคือง-เขาก็อ้อน หรือเมื่อไหร่ที่จีวอนรู้สึกไม่สบายใจ-เขาก็จะคอยปลอบและกังวลแทนไปด้วย พอมาเจอแบบนี้แล้วปล่อยให้จีวอนเดินออกไปเฉยๆโดยที่ไม่ได้ตามไปดูเหมือนเช่นทุกที ก็เลยทำให้รู้สึกค้างคาใจจนต้องมานอนเครียดอยู่แบบนี้

ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ..

ฮันบินเหลือบมองยังโทรศัพท์ นี่ก็เกือบจะตีหนึ่งแล้ว ถ้าเป็นปกติคงจะมีข้อความส่งมาก่อกวนหรือไม่จีวอนอาจจะโทรเข้ามาพูดยียวนใส่ก็ได้ เขาเองก็ไม่ได้ชอบแบบนั้นหรอก มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะกดวางหูใส่ในทุกๆครั้ง

แต่พอวันนี้ไม่มี.. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรอ

ทำอะไรอยู่นะ..

อยากจะโทรไปถามเหมือนกันแต่ก็ไม่กล้า แล้วเขาก็ไม่เข้าใจด้วยว่าจะง้อไปทำไมในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

ฮันบินหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมากดดู เขาอยากแน่ใจว่าจีวอนไม่ได้โทรมาหากันเลยจริงๆหรือเขาไม่ได้ยินกันแน่ ก่อนจะใจแป้วไปเล็กน้อยเมื่อไม่มีตัวเลขมิสคอลขึ้นเลยซักนิด พอเป็นแบบนี้ความกังวลใจก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

สรุปโกรธกันจริงๆใช่ไหม?

แล้วนี่เขาควรจะง้อยังไง..

ไม่เป็นอะไรกันแล้วยังง้อเหมือนตอนเป็นแฟนได้อยู่รึเปล่า?

“ฟู่วววว” ริมฝีปากอวบอิ่มยู่เข้าหากันก่อนจะเป่าลมออกมาแรงๆจนผมที่ปรกอยู่ตรงหน้าผากกระพือขึ้นไปด้านบน ฮันบินวางโทรศัพท์เอาไว้บนอกแล้วมองขึ้นไปบนเพดานอย่างเลื่อนลอย เบื่อตัวเองเวลาเป็นแบบนี้ชะมัด ไม่ชอบเลยเวลาทะเลาะกับจีวอน แล้วก็ไม่ชอบเวลาต้องมาหงุดหงิดตัวเองด้วยว่าทำไมยังไม่เลิกแคร์อีก

เขาควรจะเลิกแคร์ได้แล้วสิ

เรื่องทั้งหมดดำเนินมาจนใกล้จะถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว อีกไม่กี่วัน.. สิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดมันก็คงจะต้องเกิด ถึงปากจะบอกว่าไม่สนใจแต่ความจริงฮันบินก็ติดตามดูอยู่ทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาก็ควรจะตัดใจจากจีวอนได้แล้ว

แต่ทำไมมันทำยากขนาดนี้..

บอกตัวเองอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่เคยทำได้เลยซักที

แย่จริง

 

“...เกิดอุบัติเหตุที่สี่แยกใหญ่ใจกลางเมือง ย่านศูนย์การค้าเอ็มไพรสเตจนะคะ ขณะนี้ยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 27 ราย อาการสาหัสมีอยู่ 3 ราย หนึ่งในนั้นคือลูกชายคนที่ห้าของท่าน ซง อิลกุก ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ซงกรุ๊ปคอร์ปอเรชั่นค่ะ

 

ฮันบินเหลือบหันไปมองจอทีวีในทันทีที่ได้ยินเสียงของผู้ประกาศข่าวดังเข้ามาในโสต ภายในหัวใจโหวงวูบราวกับโดนกระชากลงจากที่สูงอย่างแรงเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย

ลูกชายคนที่ห้า..

ทั้งปลายมือและปลายเท้าชาวาบจนแทบไม่รู้สึก กายบางสั่นระริกจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าลูกชายคนที่ห้าของตระกูลซงคือจีวอน มันเป็นความจริงที่เขาไม่อยากรับรู้ ภายในสมองคิดทบทวนแล้วว่าใช่หรือไม่ เขาอยากให้จีวอนเป็นลูกคนที่สี่หรือคนที่สาม หรือไม่ก็คนที่เท่าไหร่ก็ได้

..ที่ไม่ใช่คนที่ห้า

 

ปึง!!

 

“ฮันบิน เมื่อกี๊แม่เห็นข่าวจีวอน..”

แต่ทุกอย่างก็ตอกย้ำเข้ามาให้รู้แน่ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความจริงเมื่อแม่เปิดประตูเข้ามาหาด้วยสีหน้าตกใจ

ลูกชายคนที่ห้าคือจีวอน

ในข่าวหมายถึงจีวอน

“ฮันบิน! ลูกจะไปไหน! ฮันบิน!!

กายบางพุ่งพรวดออกไปจากห้องในทันทีที่ได้สติ ขาเรียวก้าวไปเปิดประตูรถแล้วแทรกกายเข้าไปด้านในอย่างร้อนรน มือขาวๆยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลรินก่อนจะพยายามเสียบกุญแจเข้าไปยังช่องแบบผิดๆถูกๆเพราะความรีบร้อน

รอก่อนนะบ๊อบบี้ อย่าเป็นอะไรนะขอร้อง

ถ้านายเป็นอะไรไป แล้วฉันจะอยู่ยังไง?

 

LUST & WRATH

 

 30%


 

“จากการตรวจสอบ เราพบว่าถังน้ำมันเบรคโดนเจาะให้เป็นรูครับคุณซง”

ที่โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเงียบกริบ หลังจากที่กองสืบสวนย่อยและหัวหน้าทนายเดินทางมาที่บ้านก็ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมแปลกๆ ไม่รู้จะนิยามความรู้สึกนี้ว่ายังไงดีเหมือนกัน แต่มันน่าอึดอัดเสียจนไม่อยากจะกระเดือกอาหารที่แสนน่ากินนี่ลงไปในท้อง

ความจริงที่บ้านวุ่นวายกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว หลังจากที่มีข่าวรถบรรทุกพุ่งชนรถสปอร์ตราคาแพงเข้าอย่างจัง แรงปะทะทำให้ตัวรถทั้งสองคันไถลไปไกลจากจุดเกิดเหตุหลายกิโลเมตร หนำซ้ำยังทะลุเข้าไปยังตัวห้างเอ็มไพรสเตจ ห้างขนาดใหญ่ที่อิลกุกถือหุ้นอยู่ 80% อีกต่างหาก ส่งผลให้กระจกทุกบานที่อยู่ตรงนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ แถมโครงบุอาคารยังมีรอยร้าวจนต้องเร่งซ่อมแซมอย่างด่วนที่สุดถ้าไม่อย่างนั้นส่วนอื่นอาจจะพังตามลงมาได้

แค่นี้ก็วุ่นวายแล้ว..

ใครจะรู้ว่าร่างที่หน่วยกู้ภัยหิ้วออกมาจากซากรถจะเป็นไอ้พี่ชายคนที่ 5 ของตระกูลนี้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นโทรศัพท์ของพ่อก็เลยดังทั้งคืน มีเรื่องให้ต้องจัดการเยอะแยะไปหมด ส่วนจีวอนตอนนี้เห็นว่ากำลังอยู่ในห้องผ่าตัด สภาพจากรูปที่จุนฮเวแอบเห็นก็ทำให้รับไม่ค่อยได้ด้วยเหมือนกัน

แต่มันก็บอกความรู้สึกไม่ถูก.. ไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงตอนที่เห็นรูป ยิ่งตอนนี้มารู้ว่าพี่มันโดนเจาะน้ำมันเบรก แปลว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันก็ทำให้รู้สึกโกรธในใจยังไงก็ไม่รู้

ใครทำไอ้พี่บ้านั่นให้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้กันวะ!

 

ปึง!

 

เสียงฝ่ามือหยาบทุบลงไปบนโต๊ะเรียกสายตาจากลูกทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนเช้านี้อิลกุกจะหงุดหงิดเป็นพิเศษเพราะแจบอมหายหน้าไป ไม่ว่าจะโทรหากี่สายก็ไม่รับ แถมซึงยูนเองก็ยังไม่ตื่น มินโฮก็ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มาร์คก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลงมาเสียที เพราะฉะนั้นบนโต๊ะอาหารจึงเหลืออยู่แค่จุนฮเวกับชานอูเพียงสองคนเท่านั้น

มีแต่ความเงียบเพราะทั้งคู่ไม่คิดจะพูดอะไรด้วยกันอยู่แล้ว จุนฮเวเหลือบมองผู้เป็นพ่อที่ทุบโต๊ะอย่างมีน้ำโห ก่อนจะก้มหน้าลงตักข้าวกินต่อเพราะพบว่าไม่ใช่เรื่องของเขา ส่วนชานอูเองก็ทำเช่นเดียวกัน

“ไปสืบให้ได้ว่าใครที่เป็นคนทำ”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังออกมาจากลำคอ เพียงแค่นี้ก็ทำให้คนฟังถึงกับหลังชาวาบเพราะรู้ดีว่าอิลกุกกำลังโกรธมากขนดไหน

“ใครหน้าไหนที่ท้าทายกับคนในตระกูลซงมันต้องเจอดี!

สิ้นสุดคำพูดนั้นหัวหน้าหน่วยนักสืบก็โค้งให้กับคนตรงหน้า ก่อนจะขอตัวไปทำตามหน้าที่ของตัวเองต่อ แต่ดูเหมือนว่าภาระของอิลกุกจะยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อหน่วยงานหนึ่งเสร็จไป หน่วยงานที่สองก็ต่อคิวเข้ามารายงานเรื่องสภาพอาการของลูกชายแบบติดๆ

“อาการเบื้องต้นของคุณคิม จีวอน ที่สาหัสก็จะมีตรงส่วนของช่องท้องที่ยังมีเลือดคั่งอยู่ และบริเวณรอบๆเองก็มีเนื้อเยื่อที่บอบช้ำหลายจุด ตรงซี่โครงฝั่งซ้ายร้าวทั้งหมด 2 ซี่ ส่วนขาทั้งสองข้างก็มีกระดูกหักตรงบริเวณหน้าแข้งเช่นเดียวกัน กำหนดการผ่าตัดจะเริ่มภายใน 10 นาทีหลังจากที่คุณท่านเซ็นใบอนุญาตผ่าตัดนี้ครับ..”

อิลกุกถอนหายใจออกมายาวๆในทันทีที่ได้ยินสภาพอาการของลูกชาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับจีวอนนัก ช่วงหลังมานี้ก็ทะเลาะกันแทบจะตลอดเวลาที่ได้คุย หากแต่ความห่วงใยก็ต้องมีให้เป็นปกติตามหัวอกของคนเป็นพ่ออยู่แล้ว

ไม่มีใครอยากให้ลูกบาดเจ็บ

มือหยาบจับปากกาด้ามสีดำที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปตรงช่องอนุญาตอย่างไม่รอช้า ก่อนจะเหลือบมองทีมแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนลง

“ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนในโลกนี้ รักษาจีวอนให้หายเป็นปกติให้ได้”

คำย้ำที่หนักแน่นถึงกับทำให้ลูกชายอีกสองคนนิ่งไปชั่วครู่ ไม่มีใครสามารถเดาออกว่าจุนฮเวและชานอูรู้สึกแบบไหน แต่สิ่งเดียวที่ทั้งสองคนคงจะสัมผัสได้เหมือนกันนั่นก็คือความ ห่วงใย ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นพ่อในอารมณ์แบบนี้ ขนาดจุนฮเวเองที่โดนต่อยจนหน้ายับเยินยังถูกด่าและถากถางด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาน้อยใจอะไรเพราะทุกคนในบ้านต่างก็รู้ดีว่าพ่อน่ะ.. ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว

และเขาเองก็คงไม่ลงทุนบาดเจ็บสาหัสเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนเป็นพ่อหรอก

กายสูงหยัดลุกขึ้นทั้งๆที่อาหารในจานยังไม่พร่องลงเลยซักนิด เรียกให้คนที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่ตรงหัวโต๊ะเหลือบขึ้นมองก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน

“จะไปไหน?” อิลกุกเอ่ยถาม ส่วนจุนฮเวที่ยืนหันหลังอยู่ก็หยุดชะงัก มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนเป็นพ่อ

“ซื้อของ”

“ของ?”

“ไปเชจู”

อิลกุกถอนหายใจ นัยน์ตาสีนิลเหลือบมองหางคิ้วที่มีรอยจางๆของคนเป็นลูกแล้วพยักหน้าลงช้าๆ

“หน้าแกตอนไม่มีแผลดูดีกว่าปกติเยอะ”

จุนฮเวแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาไม่มั่นใจนักว่านั่นคือคำชมจากคนเป็นพ่อหรือไม่ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้สึก.. แสดงสีหน้าไม่ถูก พออยู่ต่อหน้าพ่อแบบนี้

“ให้คนขับรถไปส่งไหม?” อิลกุกถามต่อ เพราะจากอุบัติที่เหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นกับจีวอนทำให้เขาไม่ค่อยอยากให้ลูกทุกคนไปไหนมาไหนคนเดียว อีกทั้งยังรู้ดีว่าจุนฮเวชอบมีแก๊งอันธพาลมาคอยหาเรื่องอีกด้วย

ถึงเขาจะสั่งให้ลูกน้องคอยจับตาดูจุนฮเวอยู่ทุกฝีก้าวเพราะเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยก็เถอะ แต่เจ้าตัวเองก็คงจะไม่รู้ เพราะเคยมีครั้งนึงที่จุนฮเวพลาดท่าเกือบโดนคู่อริยิง ในตอนนั้นลูกน้องของเขาที่ตามดูอยู่ห่างๆได้ทำการเข้าไปล้อมไว้แล้วช่วยจนรอดมาได้ แต่ถึงแบบนั้นจุนฮเวก็ไปโวยถึงบริษัท บอกว่าไม่ต้องมายุ่งเพราะจัดการเองได้ การทำแบบนี้มันหยามหน้าชัดๆ

อย่ามาทำเหมือนผมเป็นลูกแหง่

นั่นคือคำพูดของเด็กเกรด 8 คนหนึ่งที่มีความอวดดีเกินกว่าอายุของตัวอง เพราะแบบนั้นอิลกุกจึงได้บอกจุนฮเวไปว่ายอมถอดคนติดตาม แต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นเพียงคำโกหก

ก็ลูกทั้งคน.. จะให้คลาดสายตามันก็ยังไงอยู่

“ไปเองได้” จุนฮเวพูดแค่นั้นก่อนจะเดินหันหลังไปทางประตู ทำเอาคนเป็นพ่อถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างปลงตก มือหยาบจิ้มลงไปบนจอโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ของแจบอมอยู่อีกหน หากแต่มันก็เหมือนเดิมตรงที่บุตรชายลำดับสามไม่ยอมกดรับ

“ผม.. จะขอตัวออกไปเยี่ยมพี่จีวอนหน่อยนะครับ” ก่อนที่เสียงจากบุตรชายคนเล็กจะดังขึ้นมาจากอีกทาง เรียกให้อิลกุกละสายตาจากจอโทรศัพท์หันไปมองนิ่งๆ จากนั้นก็พยักหน้าลง

“ไปดีๆ”

“ครับ” ชานอูหยัดกายลุกขึ้นก่อนจะโค้งให้คนเป็นพ่อหนึ่งครั้งก่อนไป

“แล้ว.. ตอนนี้แกกำลังตามหาใครอยู่?”

หากแต่คำถามนั้นก็ทำให้เด็กหนุ่มนิ่งงันไปซักพัก นัยน์ตาคมเรียวสบเข้ากับผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขากลัวคำตอบที่จะต้องบอก อีกทั้งยังเริ่มปลงตกกับการตามหา ซง ยุนฮยอง แล้วด้วย เพราะฉะนั้น

“ผมเลิกแล้วล่ะครับ”

“หืม?” อิลกุกเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ แต่บทสนทนาก็ต้องจบลงเพียงเท่านี้เมื่อชานอูเลือกที่จะโค้งคำนับอีกหนแล้วหันหลังเดินไปทางประตูบ้าน

ลูกชายบ้านนี้..

เดาใจไม่ได้กันซักคนเลยจริงๆ

 

 

จุนฮเวจิปากเบาๆเมื่อเขามาถึงหน้าบ้านแล้วพบว่ารถที่มีสภาพอย่างดีเมื่อคืนได้แปรเปลี่ยนมาเป็นเศษเหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ นี่เป็นรถคันใหม่ที่พ่อเพิ่งจะถอยมาให้หมาดๆ แลกมาด้วยการโดนบ่นนักบ่นหนาว่าเขาไม่ยอมใช้มันซักที แต่พอจะใช้.. สภาพด้านหน้าก็ยับเยินจนไม่คิดที่จะขับออกไปด้านนอก

อะไรนักหนาวะ

ร่างสูงสบถในใจด้วยอารมณ์โทสะ ก่อนที่มือหนาจะหยิบบุหรี่ภายในกระเป๋าขึ้นมาจุดสูบเบื่อดับอารมณ์โมโห

ทำไมต้องเจอกับเหตุการณ์รถพังอยู่เรื่อย นี่ขนาดจอดเอาไว้ในคฤหาสน์ซงนะ ใครหน้าไหนมันจะกล้าเข้ามาทุบ เพราะฉะนั้นฝีมือที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นคนในบ้านนี้นี่แหละ แต่จะให้บอกว่ายังไง? ถ้าไปบอกพ่อว่ารถพังอีกก็คงจับมือใครดมไม่ได้ แล้วก็อาจจะเป็นเขาที่โดนด่าอีกตามเคย

“ชิท..” ความหงุดหงิดทำเอาคนตัวสูงยืนอยู่นิ่งไม่ได้ จุนฮเวเดินวนไปเดินวนมาอยู่รอบๆรถของตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเวลา แต่แล้วก็ต้องปามันทิ้งลงกับพื้นเมื่อพบว่าจวนจะถึงเวลาที่ตั้งเอาไว้แล้ว

 

พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อของเข้าค่ายที่ห้างโกลด์เดนเกจ ประมาณ 11 โมง นายจะไปด้วยกันไหม?

 

นั่นคือประโยคที่เขาเห็นในหน้าไทม์ไลน์ของรุ่นพี่ตัวเล็ก จำได้คร่าวๆว่าจินฮวานขึ้นสเตตัสชวนคนไปซื้อของด้วยแล้วเพื่อนที่ชื่อว่าแทฮยอนมาถามว่าจะไปไหนล่ะมั้ง แต่พอตอบไปแบบนั้นก็สรุปได้ว่าแทฮยอนไม่ว่างไปด้วย เป็นเพราะติดธุระอะไรบางอย่าง

ซึ่ง.. ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะไปยุ่งกับความเคลื่อนไหวอะไรของไอ้พี่ตัวเล็กนั่นหรอก ไม่อยากยุ่งเลยจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอนเช้าเพื่อตื่นมาแต่งตัวทำไมกัน -_-

จุนฮเวถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด มือหนาทิ้งบุหรี่ที่สูบยังไม่ถึงครึ่งลงกับพื้นแล้วใช้ฝ่าเท้าบดขยี้มันจนดับจากนั้นก็ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“พ่อ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนที่กำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่เดิม ทำเอาคนเป็นพ่อต้องละสายตาจากจอไอแพดขึ้นมาเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ

“ยังไม่ไปอีก?”

“รถพังอะ”

“อะไรนะ!!!

“ผมจอดในบ้าน” ยังไม่ทันที่อิลกุกจะมีน้ำโหจุนฮเวก็พูดแทรกขึ้นก่อน แล้วประโยคข้างต้นก็ทำให้คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายตัวลง ก่อนที่ความแปลกใจจะแทรกเข้ามาแทนที่

“จอดในบ้านแล้วมันพังได้ยังไง?”

“หาคำตอบเองดิ” จุนฮเวพูดแค่นั้น เขากลับเข้าบ้านมาเพื่อที่จะรายงานพ่อว่ารถพังเพื่อที่พ่อจะได้ซ่อมให้ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไปหาคนขับรถแล้วออกคำสั่งอย่างไม่รอช้าในทันที

“ไปห้างโกลด์เดนเกจ”

 

LUST & WRATH

 

ติ๊ด...

ติ๊ด..

ติ๊ด..

เสียงเครื่องวัดชีพจรยังคงดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง ทำเอาคนที่นั่งเฝ้าอยู่ใจคอไม่ดีนักเพราะที่ตรงหน้าจอยังบ่งบอกว่าคลื่นหัวใจของจีวอนเต้นค่อนข้างช้า ถึงแม้ว่าการผ่าตัดในตอนเช้าจะผ่านพ้นไปด้วยดีแล้วก็ตาม

จีวอนอาการสาหัสมาก แต่หมอก็สามารถผ่าเอาเลือดที่คั่งอยู่ในช่องท้องออกไปได้อย่างราบรื่น เหลือแต่ขาทั้งสองข้างที่ยังคงหัก..

รอบๆกายของร่างสูงมีแต่สายอะไรก็ไม่รู้ห้อยระโยงรยางค์อยู่เต็มไปหมด ขาทั้งสองข้างถูกดามเฝือกแล้วห้อยเอาไว้ให้สูงกว่าหัวใจเล็กน้อยเพื่อที่เลือดจะได้ไม่ไปคั่งอยู่ตรงแผล คงต้องรอจนกว่ากระดูกจะเชื่อมกันจีวอนถึงจะไปทำการกายภาพบำบัดได้

ทุกอย่างต้องใช้เวลา..

และตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกตัว

ไม่แน่ใจด้วยว่าถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วจีวอนจะรับสภาพที่ตัวเองเป็นได้หรือไม่ จากบุตรชายของมหาเศรษฐีที่มีทุกอย่าง ตั้งแต่เกิดจีวอนอยู่ในสถานภาพที่ดีมาตลอด ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่สาหัสสากรรจ์มากถึงขนาดนี้ แล้วดูสิ..

เพียงคิดแค่นี้ฮันบินก็ก้มหน้าฟุบลงกับมือ พร้อมกับหยาดน้ำใสๆที่เอ่อล้นออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน ความรู้สึกเจ็บปวดกัดกินไปทั่วหัวใจเพราะเขารู้ว่าจีวอนไม่มีทางรับมันได้ อีกทั้งยังสงสารเพราะไม่มีใครต้องการเห็นคนรักตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรอก

ถ้าเป็นไปได้เขาอยากเจ็บแทนด้วยซ้ำ

ไม่ได้พูดเวอร์หรืออะไร แต่พอเห็นสภาพจีวอนแล้ว.. เขาทนเห็นร่างสูงเจ็บปวดขนาดนี้ไม่ได้จริงๆ

 

ครืด..

 

มือบางรีบปาดคราบน้ำตาของตัวเองออกเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา ฮันบินหยัดกายลุกขึ้นพร้อมกับสูดจมูกเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติเพราะเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะเข้ามาในห้องนี้บ้าง

แต่แล้วคิ้วทั้งสองข้างก็ต้องเลิกขึ้นเมื่อเห็นชานอู อีกฝ่ายเองก็ดูแปลกใจที่เห็นเขาในทีแรก ก่อนจะค่อยๆเผยรอยยิ้มบางให้แล้วพยักหน้าเพื่อเป็นการทักทาย

“สวัสดีครับ”

“มาคนเดียวเหรอ?” ฮันบินถาม เสียงของเขายังคงขึ้นจมูกเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ก่อนที่ร่างเล็กจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งเมื่อชานอูผายมือไปทางด้านข้าง

“ครับ ผมมาดูอาการของพี่จีวอนน่ะ เหมือนจะหนักน่าดู” ตาคมเข้มจ้องมองไปยังผู้เป็นที่ชายที่ยังคงไม่ได้สติอยู่บนเตียง

“แต่การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี โชคดีมากที่สมองและกระดูกสันหลังไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร แต่ขา..” พอพูดถึงตรงนี้ฮันบินก็หยุดชะงัก ริมฝีปากบางพยายามหอบกว้านอากาศเข้าไปเพื่อสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

“มันจะผ่านไปด้วยดีครับ” ชานอูที่เห็นแบบนั้นรีบขยับเข้ามาใกล้ มือหนาลูบไปตามแผ่นหลัง แต่ดูเหมือนว่าคำปลอบประโลมจะยิ่งเรียกให้หยาดน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยได้ง่ายขึ้น

“มันคงจะไม่เหมือนเดิม ชานอู” ฮันบินหอบสะอื้น ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าเมื่อเขาคิดถึงอนาคตแล้วก็อดที่จะหดหู่ไม่ได้

“นักฟุตบอลที่ขาหักหลายคนยังกลับไปเล่นบอลได้เลยครับ พ่อส่งทีมแพทย์ที่ดีที่สุดมารักษาพี่จีวอนแล้ว ยังไงพี่เขาก็ต้องหาย”

“ฮึก..” ถึงจะได้ยินแบบนั้นก็เถอะ แต่มันก็ต้องใช้เวลา.. แล้วเขาเองก็ไม่อยากให้จีวอนต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดนานถึงขนาดนั้น

“ไม่ว่าต้องทุ่มเงินให้เท่าไหร่พ่อก็ยอม พี่อย่าห่วงเลยครับ พี่จีวอนจะต้องไม่เป็นอะไร”

คำปลอบประโลมทำให้ฮันบินหยุดสะอื้น ตาเรียวที่แดงซ่านจ้องมองไปยังชานอูราวกับต้องการจะเสาะหาความจริง เรียกให้คนเด็กกว่าพยักหน้าลงช้าๆ รอยยิ้มบางที่ตรงมุมปากเป็นสิ่งการันตีได้เป็นอย่างดีว่าจีวอนจะต้องเป็นปกติ

“ขอบคุณนะ”

“ครับ ส่วนเรื่องรูปคดี พี่คงยังไม่รู้ว่าโดนเจาะน้ำมันเบรก”

“เจาะน้ำมันเบรก?” ฮันบินเบิกตากว้าง มือบางยกขึ้นมาปิดปากให้กับสิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อ แสดงว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดา?

แต่มันถือเป็นการลอบสังหารเลยก็ว่าได้

“ครับ เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัดเพราะพี่จีวอนยังไม่ฟื้น คงต้องรอให้พี่เขาได้สติก่อนถึงจะสืบหาเรื่องราวต่างๆได้เพิ่ม แต่เอาเป็นว่า.. พี่อย่าเพิ่งบอกพี่จีวอนนะครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้” ตาเรียวมองไปยังเตียงของคนไข้ก่อนจะลดเสียงลงอย่างระมัดระวัง “..ผมไม่อยากให้พี่เขาเครียดหรือมีอารมณ์โกรธใดๆ เดี๋ยวการรักษาจะไม่เป็นไปในทางที่ดี”

ฮันบินพยักหน้ารับ แต่ถึงชานอูจะไม่บอกแบบนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะเล่าอะไรให้จีวอนฟังอยู่แล้ว เป็นเพราะรู้นิสัยของกันและกันดี เขารู้ว่าถ้าบอกจีวอนไปแล้วเรื่องมันอาจจะแย่ลงก็ได้ ยังไงซะ..เรื่องนี้ก็คงจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจให้จัดการกันต่อไปจนแล้วเสร็จน่าจะดีกว่า

ตากลมจ้องมองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใบหน้าที่อิดโรยและยังคงไม่สู้ดีนักก็ทำให้เขายังวางใจในเรื่องใดๆไม่ได้เช่นกัน ส่วนชานอูเองก็ได้แต่ถอนหายใจ ความรู้สึกลึกๆที่เกิดขึ้นเขาเองก็ต้องพูดว่าไม่ได้ชอบนักหรอกที่เห็นพี่ชายของตัวเองเป็นได้ถึงขนาดนี้

“แล้ว..” ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ชานอูเกริ่นเบาๆ หากแต่มันก็เรียกให้ฮันบินละสายตาหันไปมองด้วยความแปลกใจ

“หืม?”

“ผมไม่ได้อยากละลาบละล้วงอะไรนะครับ แต่.. เรื่องพี่กับไอ้ยูคล่ะ?”

ทันทีที่ได้ยินชื่อของยูคยอมหลุดออกมาจากปากก็ทำให้ฮันบินนิ่งสนิท นัยน์ตาเรียวสวยฉายแววลำบากใจและหวั่นไหวอยู่เป็นเวลานานพอสมควร ชานอูรู้ดีว่าเขาได้สร้างความลำบากใจให้กับอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ก็นะ..

ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้เขาก็อยากมีส่วนช่วยให้มันได้จบแบบไม่ค้างคา อีกทั้งยังไม่อยากให้ใครต้องเจ็บไปมากกว่านี้แล้วด้วย

“พี่จะทำยังไงต่อไปครับ ผมรู้ดีว่าพี่ผมตกอยู่ในสภาพแบบนี้.. ใจพี่ก็น่าจะรู้แล้วว่าความจริงมันเรียกร้องหาใคร

ฮันบินยังคงเงียบ ในหัวสมองกำลังประมวลผลอย่างหนักจนเผลอกำมือของตัวเองแน่น ความรู้สึกกดดันแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมห้อง สิ้นเสียงคำถามของชานอูความเงียบก็ค่อยๆแทรกซึมเข้ามาจนในหูได้ยินเสียงหายใจของตัวเองดังก้อง

มันคง..

ถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้วสิ

“นายก็รู้คำตอบดี” ฮันบินตอบสั้นๆ แต่ชานอูก็พยักหน้าลงเพราะเขาเองก็ไม่ได้โง่เกินกว่าจะไม่เข้าใจในรูปประโยคนั้น

“แล้วพี่จะบอกเลิกมันยังไงครับ?”

“พี่บอกไปแล้วชานอู ยูคยอมก็บอกพี่ว่าอย่าเลิก เขาไม่ยอมเลิก พี่เองก็ไม่รู้จะทำยังไง”

“แล้วเรื่องของพี่จีวอน..”

“จนถึงตอนนี้อะไรๆก็คงต้องหยุดไว้ล่ะมั้ง แต่อย่างที่นายบอก.. ถึงท้ายที่สุดพี่จะกลับไปคบกับจีวอนไม่ได้ ยังไงซะ.. คนที่ใช่สำหรับพี่ก็คงไม่ใช่ยูคยอม

ชานอูพยักหน้าลงอีกครั้ง เขาทั้งเข้าใจและรู้สึกเจ็บปวดแทนเพื่อนสนิทไปในเวลาเดียวกัน ยังไงเรื่องของหัวใจก็เป็นอะไรที่บังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว เป็นแบบนี้ฝ่ายก็เจ็บกันหมด แต่มันก็ดีที่ต่างคนต่างรู้ว่าใจของตัวเองต้องการอะไรเสียที

“เดี๋ยวผมจะลองคุยกับมันให้”

“ขอบคุณมากนะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน ผมไม่อยากให้พี่จีวอนตื่นมาเห็นผมแล้วอารมณ์เสียน่ะ” ชานอูพูดติดตลกก่อนจะยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจในขณะที่ยืน เขาเพียงแค่อยากให้ความอึดอัดจางหายไปจากห้องนี้บ้างก็เท่านั้น

“ยังไม่ดีกันอีกหรอ?”

“ยังครับ ไม่รู้ว่าพี่เขาหายโกรธผมรึยัง ก็คงต้องเคลียร์กันไปทีละเรื่องนั่นล่ะ”

ฮันบินพยักหน้ารับ ก่อนที่ร่างสูงจะโค้งลาเขาแล้วขอตัวกลับ

ลับหลังบานประตูที่ปิดลงชานอูก็ถอนหายใจออกมายาวๆราวกับว่าต้องการให้ความวุ่นวายทุกอย่างที่อยู่ในหัวมันหลุดออกมาด้วย เขายกมือขึ้นมานวดขมับเมื่อมันรู้สึกปวดตุบๆ ตอนนี้ก็เหลือแต่ไปคุยกับยูคยอมให้รู้เรื่อง เรื่องทุกอย่างก็จะจบแบบไม่มีปัญหาอะไรอีก แต่ติดที่ว่า.. เพื่อนเขาจะยอมฟังไหมก็เท่านั้น

ก็คิดว่ามันน่าจะมีเรื่องวุ่นวายตามมาอีกแน่ๆ เขารู้นิสัยแต่แสนจะดื้อรั้นของยูคยอมดี

แต่ก็นะ..

คิดซะว่าจัดการเรื่องวุ่นวายให้เพื่อนและคนในครอบครัวไป หัวสมองจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องพี่คนนั้นให้มากนัก

ป่านนี้พี่จะเป็นยังไงบ้างนะ? พี่ไปอยู่ที่ไหนเหรอครับ?

..พี่ยุนฮยอง






LUST & WRATH

     
ครบ100% ละงับ
ง่อวววว ยูคยอมของเราอกหักเลยทีนี้ น่าสงสาร ชานอูก็น่าสงสาร
แต่ที่น่าสงสารที่สุดคงจะเป็นบ๊อบ .. 5555555555555555555555555
สภาพแบบ.. แนนเล่นโหดเนาะ 55555555555555555 แต่งไปสงสารไป ส่วนเน่นี่ก็ซึนจังเลย
น่าหมั่นไส้ #ต่อย 
แต่ยังไงก็ฝากแท็ก #จุนฮเวขี้โมโห กับ #7Sinsดบบ ด้วยนะงับ -3-
ตามอ่านบาปอื่นด้วยน้า จะได้ครบๆ เรื่องนี้เชื่อมกับ #พี่ยุนน่ากิน ด้วย ตอนนี้
ฝากเม้นด้วยนะเตง เลิฟๆ ♥


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2643 choopp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 10:20
    สงสารคยอมนะแต่ไม่เอาไม่เชียร์อ่ะต๋าต้องเป็นของพี่บ๊อบสิ ว่าแต่เน่ใครทำรถพี่พังอีกแล้วนี่ขนาดจอดอยู่บ้านนะพ่อควรจัดการ
    #2,643
    0
  2. #2549 หยกๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 23:55
    โอ้ว สงสารยูคยอมเหลือเกิน ผละจากฮันบินมาซบอกน้อยๆที่ไม่ค่อยจะมีของเค้าได้นะยูค 555
    #2,549
    0
  3. #2284 Zeno122000 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 19:13
    รถพังอีกแล้วครับพ่อ ในบ้านด้วย อู้วววว
    #2,284
    0
  4. #2131 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 07:34
    ใครทำบ๊อบเนี่ย ยูค? เอาจริงแอบสงสัยชนูนี่แหละ ส่วนจุนเน่ใช้รภเป็นทิชชู่
    #2,131
    0
  5. #2113 9nawKIHAE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:36
    โอ้โฮฮฮฮ คะแนนสงสารมาท้วมท้นเลยยย โดนรถชนแบบนี้ ฮันบินต้องเริ่มใจอ่อนอยู่แล้ววว
    ว่าแต่ใครเจาะน้ำมันเบรค อย่าบอกนะว่าเป็นยูคยอม?? อมก..
    #2,113
    0
  6. #1901 Mild Apichaya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:10
    ใครเจาะถังน้ำมันของจีวอนกัน ใครรรรรร
    แล้วพี่ยุนไปอยู่ไหนคะ น้องตามหาใหญ่แล้วว
    #1,901
    0
  7. #1504 SYMJDH (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 10:20
    แล้วยุนฮยองไปดูที่หนายยยย ว่าแต่เจาะถังน้ำมันนี่ยูคทำเหรอ
    #1,504
    0
  8. #1381 ba-na-na (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:38
    ตายแล้ววววว บ็อบของเราจะหื่นออกไหมนี่สภาพไม่เอือ 5555555555
    #1,381
    0
  9. #1176 FanFic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 16:26
    สภาพจีวอน ม่ายๆๆๆๆๆๆๆ เราอินมากตอนที่อิลกุกเป็นห่วง
    #1,176
    0
  10. #1147 Nicenight (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 22:39
    ฮืออสงสารฮันบิน จีวอนเจ็บหนักเลยสงสารหน่วงๆ
    #1,147
    0
  11. #1146 ซงมโน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 20:01
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกรักอิลกุกมากขึ้น คือแค่อ่านก็รู้อะว่าเป็นห่วงมากจริงๆ คงเครียดมากจริงๆ

    เล่นยูคมันเลนค่ะพ่อ!! 



    ฮันบินอะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็กลับไปคบกับจีวอนเถอะจริงๆ แบบที่ชานอูบอกอะ พี่น่าจะรู้ว่าว่าใจพี่เรียกหาใคร 
    #1,146
    0
  12. #1144 milkkmilk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 09:13
    เห้ยยย เด็กไรท์เตอร์แอปปปป เมื่อเช้าตอนตี5เม้นไปหนึ่งหน้าเอสี่เลยนะไรว้าา5555555555555555 มาๆเอาใหม่ๆ // จุนเน่น่ารักกก นี่หนูก็เป็นห่วงพี่บ๊อบเหมือนกันใช่ไหม ง้อยยยย เขินน แล้วนี่จะซึนดึเระไปไหนคะ ทำได้แค่ส่องเฟสจริงๆดิ?5555555555555555 ตอนบอกพ่อว่ารถพังคือมุ้งมิ้งกระดิ่งแมวมาก ไม่รู้ทำไมแต่ชอบแรงๆ นี่นายคงโมโหเราแล้วเพราะนายเป็นป้อชายแมนๆ ซังนัมจา แต่เรามาบอกนายกรุ้งกริ้ง ไม่เป็นไรไม่กลัวหรอก อยากโดนเหวี่ยง ... // ตัดมาที่ดบบ คือบ๊อบบี้เป็นหนักมากก อย่าเสื่อมนะเว่ย (หมายถึงกระดูก) สงสารฮันบินอ้ะ แล้วตกลงปมอะไรเนี่ยที่ทำให้รักกันไม่ได้ อยากรู้มากกกกกก // อิลกุกรักลูกนั่นแหละ ก็พ่ออ่ะเนอะ แต่คุณชายอิมแจบอม(ผู้กากพอๆกับจุนเน่)ไม่สนใจเขาเลย น่าสงสารเขานะคะ...
    #1,144
    0
  13. #1143 milkkmilk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 05:41
    กรี้ด เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเม้น 555555555555555555555 เมื่อวันก่อนหลังอ่านจบก็รีบบึ่งไปวีแอปเลย
    #1,143
    0
  14. #1142 aonhararuya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 23:49
    เราจะไม่ดราม่าใช่มั้ยไรท์? ฮืออออ สงสารอีบ๊อบอ้ะ มาต่อเร็วๆน้าไรท์?
    #1,142
    0
  15. #1141 koreadressaholic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 22:22
    สงสารจีวอนอ่า รถจุนเฮวนี่พังเปนร้อยคันละมั้ง
    #1,141
    0
  16. #1140 BxHb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 22:01
    อหหหหห สภาพปางตายขนาดนี้แต่ก็ยังรอดมาได้เนอะ55555555555 แต่ขาบ๊อบคือยังไงไม่ร้ายแรงอะไรมากใช่มั้ยแบบต้องกายภาพฟื้นฟูไรงี้
    #1,140
    0
  17. #1139 อยากรู้ป่าว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 21:59
    สงสารรฮันบินนนนน ง่ออออจีวอนนรีบฟื้นนเหอะะ ตอนนี้หน่วงงมากกกกกกก
    #1,139
    0
  18. #1137 mildprmaa_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 20:29
    ขอเหตุผลที่ฮันบินกลับไปคบพี่บ๊อบไม่ได้หน่อยค่ะ ฮือเศร้าอะ
    #1,137
    0
  19. #1136 mee1414 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 19:56
    จุนฮวานน่ารักก สงสารบ็อบอ้ะ
    #1,136
    0
  20. #1135 oshztao_BB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 18:45
    บ๊อบโดนหนักมากอ่ะอาการแย่เกิ๊นนนสงสารชานอู ยูคยอม ฮันบิน บ๊อบเอาง่ายๆสงสารทุกคนอ่ะ..จะร้องไห้ตาม
    #1,135
    0
  21. #1134 vaxxhan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 18:24
    จุนเน่น่ารักอ่ะ ชอบบบบบบ แม่จ้าหนูอยากได้
    #1,134
    0
  22. #1133 iaaooa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 18:14
    จุนเน่ดูซอฟลงตั้งแต่เจอพี่จินนะ ตอนไปบอกพ่อว่ารถพังทำไมรู้สึกว่าประโยคห้วนๆแบบนั้นมันเหมือนอ้อนไงก้ไม่รู้อ่ะ 55555555
    #1,133
    0
  23. #1132 Well'well Gzb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 17:41
    บ๊อบจะมีบทน่าสงสารเรียกน้ำตากะเค้าแล้วป่ะ? อยากรู้แล้วทำไมฮันบินกลับมารักจีวอนไม่ได้!!!!
    #1,132
    0
  24. #1131 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 17:32
    บ๊อบน่าสงสารมาก แต่ให้เดาก็เดาไม่ออกจริงๆว่าใครเป็นคนเจาะน้ำมันเบรก ยูคคงไม่ได้ทำ...ใช่มั้ย. จุนเน่ก็เหลือเกินเลยยย จะไปเข้าค่ายกับพี่เค้าก็ดูแลพี่เค้าดีๆละกันน ncจุนฮวานออกมาได้แล้ว -,,,,,,,,,,-
    #1,131
    0
  25. #1130 พี่จินคนน่ารักก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 15:19
    ชอบจีนานก้บอกไปสิเน่ โธ่ววววส
    #1,130
    0