( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 11 : ⍫ lie

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 ต.ค. 58




7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 09 : LIE

 

 

กว่าหนึ่งอาทิตย์ที่จินฮวานคอยทำแผลให้จุนฮเวตลอด ทั้งคู่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ทีแรกก็สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับคนที่อยู่ในโรงเรียนเป็นอย่างมาก ใครเห็นจินฮวานอยู่กับจุนฮเวก็พลอยอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ มีหลายครั้งที่เพื่อนในห้องเข้ามาถามไถ่เพราะความสงสัยและพูดเตือน แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า เมื่อคนพวกนั้นเห็นว่าจินฮวานไม่มีท่าทีที่จะออกห่างจากจุนฮเวเลยซักนิด หนำซ้ำยังเหมือนจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้นอีก ก็กลายเป็นว่าคนรอบๆข้างต่างก็พากันกลัวเขาไปด้วยซะงั้น

มีข่าวลือหนาหูว่าการที่จินฮวานสามารถเข้ามาเรียนในซงได้เป็นเพราะรู้จักกับจุนฮเวมาก่อนหน้านั้นแล้ว หรือไม่ก็พูดมั่วกันไปว่าจินฮวานเองก็เป็นพวกอัธพาลเช่นกัน ก็เลยโดนไล่ออกจากโรงเรียนเดิมแล้วใช้เส้นเข้ามาเรียนต่อที่ซง

ตลกจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้นจินฮวานก็ไม่เครียดอะไรกับความมั่วซั่วของคนที่คิดไปเอง เขาไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนเพราะนั่นไม่ใช่ความจริง แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปอธิบายความจริงให้ใครฟังด้วย เพราะถ้าจะถามว่าสนิทกันไหม? ก็คงต้องตอบว่าไม่ เราจะแคร์คนที่ไม่รู้จักมักจี่กันเพื่ออะไร มีเพียงแทฮยอนที่เข้าใจก็พอแล้วล่ะ

"ฉันหงุดหงิดฮงซอกจริงๆ ตัวเองทำเรื่องร้ายแรงขนาดนั้นกับฉันแท้ๆยังจะมีหน้ามาเป็นห่วงเป็นใยอะไรกันอีก"

เสียงบ่นจากคนที่อยู่ข้างๆดังเข้ามาในโสต ทำให้จินฮวานที่กำลังเก็บของเข้ากระเป๋าหยุดชะงักและหันไปมอง เขาพบกับภาพเดิมๆนั่นก็คือแทฮยอนพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด สองข้างแก้มพองออกแบบเคืองๆก่อนจะกระแทกโทรศัพท์ลงไปบนโต๊ะแล้วเบ้ปากออก

..ฮงซอกคงจะส่งข้อความมาป่วนอีกแล้วสินะ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาแทฮยอนก็เป็นแบบนี้ทุกวัน เห็นว่าเลิกกับคนที่ชื่อฮงซอกอะไรนั่นแล้ว สาเหตุก็แสนน่าเจ็บใจเพราะเหมือนโดนหลอกให้โง่อยู่นาน แต่พอฮงซอกรู้ว่าแทฮยอนสนิทกับมินโฮก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เลยส่งข้อความมาป่วนอยู่หลายครั้งหลายหนและพยายามเป่าหูให้ฟังว่ามินโฮเป็นคนไม่ดียังไงบ้าง

"ก็อย่าไปฟัง ฉันว่าคนจากตระกูลซงก็ไม่ได้เลวร้ายนะ" จินฮวานแสดงความคิดเห็นบ้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เรียกให้แทฮยอนเหลือบตามองก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้

"แหง นายยุ่งกับตัวท็อปด้านความอันธพาลขนาดนั้นแล้วยังบอกว่านิสัยดีได้ ฉันว่ามินโฮที่ไม่เคยคิดอะไรซักอย่างก็น่าจะโอเคเหมือนกัน"

"แต่ฉันว่ามินโฮเขาก็คิดนะ ไม่อย่างนั้นจะทำอะไรหลายๆอย่างให้นายขนาดนี้ได้ยังไง" จินฮวานหัวเราะออกมาอีกหน

เขาพอรู้ว่าที่ผ่านมามินโฮคอยช่วยเหลือแทฮยอนในเรื่องต่างๆนานาเพราะว่าแทฮยอนนั่นแหละที่เป็นคนเล่าให้ฟัง ก็เลยทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วมินโฮก็เป็นคนนิสัยดีเหมือนกัน เพราะในตอนแรกๆเขาเคยถามจุนฮเวแล้วว่ามินโฮนิสัยเป็นยังไง แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นสายตาขวางๆต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ (เป็นอย่างมาก) แทน

 

"แย่"

"พี่มันแย่มาก"

 

นั่นคือสองคำแรกที่จุนฮเวบอก พอถามต่อก็พูดแค่เพียงมินโฮเป็นคนที่ไม่น่าคบ หยิ่ง เอาแต่นอน ไม่เคยสนใจใครในบ้านเลย แต่พอจินฮวานค้านว่ามินโฮดูแลแทฮยอนได้ดีจะตาย จุนฮเวก็ทำหน้าบึ้งแล้วหาว่าแทฮยอนพูดโกหกซะงั้น 

พี่น้องบ้านนี้.. อะไรกันนักหนานะ

ช่างรักกันจริงๆ

"ฉันก็งงเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆมาเป็นเพื่อนกับหมอนั่นได้" แทฮยอนว่าพลางนึก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วกดปุ่มเปิดเสียง 

เป็นเพราะตอนที่เรียนแทฮยอนไม่ได้กดวางสายจากมินโฮอีกเช่นเคย แต่เพื่อให้การนินทาคนในตระกูลซง.. ไม่สิ เรียกว่าพูดถึงจะดีกว่า เป็นไปได้แบบสะดวกและราบรื่น เขาจึงทำการปิดเสียงเอาไว้ก่อน

..ก็ไม่รู้ว่าค่าโทรศัพท์ตอนนี้มันปาไปเท่าไหร่แล้ว

"ฮัลโหล ตื่นรึยังน่ะ?" 

จินฮวานมองภาพแทฮยอนที่คุยโทรศัพท์กับมินโฮก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆแล้วหันไปเก็บของเข้ากระเป๋าของตัวเองต่อ จะว่าไปแล้วการที่แทฮยอนได้มาเจอมินโฮในช่วงเวลานี้ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะมินโฮทำให้แทฮยอนไม่ได้เศร้ากับการอกหักมากเท่าที่ควร ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงจะพลอยเป็นห่วงไปด้วยแน่ๆ

"อื้อ ฉันเก็บของเสร็จแล้ว นายจะไปไหนต่อไหม?" แทฮยอนใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์เอาไว้ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมา สะพาย "ฉันโมโหฮงซอก เราไปหาอะไรหวานๆกินกันเถอะ.. ไม่เอาน่ะ นายไม่ชอบของหวานแต่ฉันชอบนี่ ไปส่งหน่อยได้ไหมล่ะ ..อื้อ โอเค..ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนอะ?.. อะไรกัน! นายโดดเรียนอีกแล้ว? ...อื้อๆ งั้นเดี๋ยวไปรอหน้าประตูดาดฟ้านะ"

หลังจากตกลงอะไรกันไม่รู้อยู่นาน แทฮยอนก็เก็บโทรศัพท์เข้าไปไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วหันมาหาจินฮวานต่อ

"แล้วตกลงค่ายที่เชจู นายจะต้องไปจริงๆเหรอ?" 

คำถามนั้นทำให้จินฮวานชะงักไปอีกหน คิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะล้วงมือเข้าไปใต้ลิ้นชักแล้วหยิบเอาเอกสารไปค่ายออกมา

"ขอบใจนะที่เตื่อน ..ต้องไปสิ เขาบอกนักเรียนเกรด10ของโรงเรียนซงทุกคนต้องไป แต่เพราะฉันเข้ามาทีหลังก็เลยไม่ได้ผ่านหลักสูตรนี้ เขาก็เลยให้ไปด้วยน่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นนายก็ต้องไปกับพวกเด็กเกรด10น่ะสิ เบื่อแย่" แทฮยอนเบ้หน้า แต่จินฮวานกลับหัวเราะออกมาแล้วเก็บเอกสารที่ถือไว้เข้าไปในกระเป๋า

"ฉันว่ามันก็น่าสนใจดีนะ ตั้งแต่มาเกาหลีก็ยังไม่เคยไปเชจูเลย อยากลองไปเหมือนกัน"

"มีแต่ของทะเลเหม็นๆแล้วก็แดดที่แสนแรง" แทฮยอนย่นจมูกเมื่อนึกถึงตอนเกรด10ที่ตัวเองได้ไป เขาคิดว่านั่นไม่ใช่ทริปที่น่าสนุกเลยซักนิด เหนียวตัวอีกต่างหาก "แต่นายคงไปกับจุนฮเวใช่ไหมล่ะ หมอนั่นก็อยู่เกรด10เหมือนกัน" 

"หืม?" คำถามนั้นทำให้จินฮวานเลิกคิ้วขึ้น

ใช่สิ.. จะว่าไปแล้วจุนฮเวก็ต้องไปค่ายนี้เหมือนกันสินะ เขาไม่ได้ฉุกคิดเรื่องนี้เลยเพราะลืมไปเสียสนิท เวลาอยู่กับจุนฮเวนี่ก็เผลอคิดไปแล้วว่าเด็กนั่นอายุเท่ากัน คงเป็นเพราะจุนฮเวตัวสูงแล้วก็นิสัยไม่เหมือนเด็กเกรด 10 ทั่วไปด้วยล่ะมั้ง  

แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะไม่มีเพื่อนอยู่แล้วสินะ

ไปเกาะเชจูกับ กู จุนฮเว อาจจะไม่น่าเบื่อก็ได้จริงไหม :)

 

LUST & WRATH

 

"ไม่ไป"

เสียงทุ้มเอ่ยบอกหัวหน้าห้องแบบเหวี่ยงๆก่อนจะโยนเอกสารสำคัญลงไปที่พื้น เรียกให้เด็กหนุ่มเรียบร้อยนาม 'จอน จองกุก' ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วก้มลงไปเก็บ

"แต่อาจารย์สั่งกำชับว่าให้ฉันมาบอกนาย ยังไงนายก็ต้องไป เพราะมันเป็นเรื่องที่เด็กเกรด10ทุกคนต้องทำ" จองกุกพยายามคะยั้นคะยออย่างสุดความสามารถ บนใบหน้าเนียนแสดงออกทั้งว่าลำบากใจและเหนื่อยไม่แพ้กัน วันนี้ทั้งวันเขาพยายามตามตื๊อจุนฮเวมาตั้งแต่ตอนเช้า แต่ไม่ว่ายังไงคำตอบก็ยังเป็น 'ไม่

ซึ่งความจริงจุนฮเวก็เป็นถึงลูกของเจ้าของโรงเรียน การที่จะไม่ไปเชจูมันก็ไม่น่าจะทำให้มันมีปัญหาอะไร แต่อาจารย์กลับกำชับเขาว่าให้มาพาจุนฮเวไปด้วยให้ได้ เพราะคนที่เกาะต่างต้องการพบเจอกับลูกชายของเศรษฐี ซง อิลกุก ผู้มีอิทธิพลกันทั้งนั้น

ทีแรกทางโรงเรียนก็ไม่ได้หวังอะไรกับจุนฮเวนักหรอก เพราะเปอร์เซ็นที่จุนฮเวจะไม่ไปมันก็มีสูง ขนาดค่ายอบรมก่อนเข้าเรียนซงยังไม่โผล่หน้ามาเลย เพราะฉะนั้นให้ชานอูไปคนเดียวก็ได้ แต่เมื่อสองวันก่อนชานอูก็ดันปฏิเสธซะงั้น เห็นบอกว่าไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งนั้น ช่วงนี้เพื่อนๆในห้องก็พูดกันว่าชานอูชอบโดดเรียนบ่อยๆด้วย ความหวังทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่จุนฮเวเพียงคนเดียว

"อยากมีปัญหาใช่ไหม?" จุนฮเวถามเสียงเหวี่ยงๆเมื่อเห็นว่าจองกุกยังยืนอยู่ที่เดิม ขาเรียวที่ยกพาดขึ้นบนโต๊ะเมื่อครู่ถูกเอาลงพร้อมกับจ้องหน้าอย่างหาเรื่อง

"ไม่มีใครอยากมีปัญหากับนายทั้งนั้นล่ะจุนฮเว แต่อาจารย์สั่งฉันมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นฉันก็จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของอา.."

"ก็ไปบอกดิว่าไม่ไป นี่คำสั่งของกู"

"แต่.."

"อย่ายั่วโมโห"

เสียงนั้นทุ้มต่ำจนคนที่ได้ฟังเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จองกุกสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกสติ วันนี้เขาทำเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งเพราะต้องคอยเผชิญหน้ากับจุนฮเว ถ้าจะบอกว่าไม่กลัวก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนักหรอก พอมาถึงตอนนี้ก็คงต้องถอยแล้วล่ะมั้ง

"ถ้างั้นนายจะให้ฉันบอกครูว่าไงล่ะ ขอเหตุผลหน่อยสิ ไม่งั้นฉันอาจจะเป็นฝ่ายโดนด่าก็ได้"

"เรื่องของมึงเหอะ"

จุนฮเวตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม แค่เห็นหน้าจองกุกอยู่ใกล้ๆมันก็น่าโมโหจนอยากต่อยแล้วนี่ยังจะมาตื๊อให้ปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ใช้ได้ที่ไหน

"ด..เดี๋ยวดิ"

ร่างสูงล้วงมือเข้ากระเป๋าแล้วเดินกระแทกไหล่จองกุกออกมาโดยไม่ฟังคำค้านใดทั้งนั้น ทิ้งให้คนเป็นหัวหน้าห้องยกมือขยี้หัวอย่างปลงตกเพราะไม่รู้จะไปอธิบายให้อาจารย์ฟังว่ายังไง

สองขายาวเดินไปตามทางเดินอย่างไม่สบอารมณ์ จุนฮเวเตะพุ่มไม้ที่อยู่ด้านข้างเพื่อระบายความหงุดหงิดที่มีอยู่ถึงสองเรื่องด้วยกันก็คือ

หนึ่ง. เขาไม่ชอบคนตื๊อตอแย แต่วันนี้โดนไอ้จองกุกอะไรนั่นพูดกรอกหูกับประโยคเดิมๆมาทั้งวัน จนกระทั่งตอนนี้ชักจะได้ยินเสียงหลอนอยู่ด้านในแล้ว

สอง. เขาหงุดหงิดที่ไอ้น้องเวรอย่างชานอูมันปฏิเสธแบบไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ได้ยังไง มันเป็นน้องเล็ก ถ้ามันจะไม่ไปทัศนศึกษาครั้งนี้แม่งก็ควรมาบอกคนที่โตกว่าอย่างเขาก่อนสิวะ ถามสักนิดไหมว่าเขาจะไปหรือไม่ไป แล้วถ้าเขาไม่ไป คนเป็นน้องอย่างมันก็ควรจะเสียสละไม่ใช่เหรอไง?

เห็นไหมว่าวันนี้มีแต่เรื่องหงุดหงิด พูดยังไม่ทันขาดคำจุนฮเวก็ต้องสบถออกมาเสียงดังเมื่อพบว่าสองขามันพาตัวเองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตึกเกรด12เข้าเสียแล้ว ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เดินมาที่นี่ ร่างกายมันขยับไปเองโดยที่ไม่ทันได้นึกด้วยซ้ำ ความจริงเขาควรจะไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่สิวะ!

พอคิดได้แบบนั้นร่างสูงก็ตัดสินใจเดินหันหลังกลับ ก่อนที่เรื่องน่าหงุดหงิดใจอย่างที่สี่มันจะถาโถมเข้ามาติดๆ เพราะจู่ๆเขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง

"อ้าว"

"ชิท.."

จุนฮเวสบถออกมาเพียงลำพัง เขายังคงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ไม่ได้หันหน้าไปมองแม้จะรู้ว่าเจ้าของเสียงนั่นคือใคร แต่ก็คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วเพราะยังไงรุ่นพี่ตัวเตี้ยนี่ก็ต้องเดินมาหาตรงหน้านี่อยู่ดี

นั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำ

"จะไปไหนเหรอ?” อีกฝ่ายถามด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่จุนฮเวไม่ตอบ เรียกให้ใบหน้าที่บึ้งตึงอยู่ในตอนแรกบึ้งหนักกว่าเดิมเสียอีก

"หรือนายมารอนานแล้วไม่เจอ เลยจะไปตามหาฉัน?”

ก่อนที่ร่างสูงจะต้องเหลือบตาขึ้นไปมองด้านบนแล้วถอนหายใจออกมาเมื่อคนช่างจ้อยังถามต่อ แถมเป็นคำถามที่ดูหลงตัวเองมากเสียด้วย แน่นอนว่ามันทำให้จุนฮเวหงุดหงิดมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

หลงตัวเองชิบ

ใครจะตามหากัน

เขาทำเพียงแค่แขวะในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาถูจมูกแล้วขมวดคิ้วมองด้วยสายตานิ่งๆ

"หลีกไป"

"อ้าว นายจะไปไหนอะ? แผลนั่นเริ่มแห้งแล้ว วันนี้ไม่ต้องเปลี่ยนผ้าก็อซแล้วก็ได้เนอะ"

"จุ้นจริง"

จุนฮเวเริ่มจะเหวี่ยง ก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้เจอแต่คนช่างจ้อกวนประสาทตลอดทั้งวัน ถามโน่นถามนี่ทั้งๆที่คนอย่างเขาไม่ได้อยากจะฟัง ขนาดแสดงออกไปแล้วว่าโคตรรำคาญก็ยังไม่ยอมหยุด

"ก็จุ้นมาตั้งอาทิตย์นึงแล้ว ขอจุ้นต่อจนกว่าแผลจะหายก็แล้วกันนะ" 

หากแต่จินฮวานก็ไม่ได้โกรธอะไรเมื่อจุนฮเวพูดไม่ดีใส่ตัวเอง ร่างเล็กพูดพร้อมกับรอยยิ้ม คงเป็นเพราะว่าเขาชินแล้วมั้งกับการที่จุนฮเวเป็นแบบนี้

พวกปากไม่ตรงกับใจน่ะ

ถึงจะบอกว่าไม่อยากให้ทำแผลให้ก็เถอะ แต่จุนฮเวก็เดินมาหาเขาที่ตึกทุกวัน พอทำแผลให้ก็ไม่ปฏิเสธ แม้จะทำท่ารำคาญและพ่นลมหายใจแรงๆออกมาตลอดเวลา แต่จินฮวานก็จะคิดว่านั่นคือเอกลักษณ์ส่วนตัวก็แล้วกันนะ

"ว่าแต่ พ่อยังไม่ซื้อรถใหม่ให้จริงๆน่ะเหรอ?"

จินฮวานชวนคุยเมื่อเห็นว่าจุนฮเวเงียบไปนาน ก่อนที่เขาจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบเอากุญแจรถของตัวเองออกมาควงเล่น สองขาเดินนำไปตามทางลานจอดที่พอจะจำได้แล้วโดยมีจุนฮเวเดินตามอยู่ทางด้านหลัง

และนี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ร่างเล็กสงสัย

ตลอดเวลาที่ไปไหนด้วยกันจุนฮเวจะเดินตามหลังของเขาตลอด แรกๆก็ชวนให้มาเดินข้างกันเพราะเวลามีคนเดินตามหลังมันรู้สึกจั๊กจี้ยังไงก็ไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงจุนฮเวก็ไล่ให้เขาเดินต่อไปอยู่ดี พอหลังๆก็เริ่มจะชินกับการที่เป็นแบบนี้แล้วล่ะ เขาไม่คิดจะขัดใจอะไรจุนฮเวหรอก ถ้าเรื่องไหนยอมได้ก็ควรยอมๆไปจะได้ไม่มีปัญหา

"อืม" 

ส่วนคำตอบสั้นๆนั้นก็ทำให้ร่างเล็กถึงกับหัวเราะพรืด

เป็นเพราะตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้จุนฮเวยังไม่มีรถเป็นของตัวเองเลยซักที ตั้งแต่ที่โดนทุบจนเละที่ปั๊มน้ำมันคราวนั้น จุนฮเวก็บอกเขาว่าพ่อลงโทษไม่ยอมซื้อรถใหม่ให้ นั่นคือสาเหตุที่เด็กหนุ่มต้องให้คนขับรถมาส่งที่โรงเรียนตอนเช้า ส่วนตอนเย็นหลังจากทำแผลให้เสร็จก็จะขับรถของเขากลับไปที่บ้าน จากนั้นก็ให้คนขับรถของตัวเองขับกลับไปส่งจินฮวานต่อ

โดยมีรถตามมาอีกคันเพื่อรับคนขับรถกลับบ้านด้วยนะ..

ก็ไม่เข้าใจว่าจุนฮเวจะทำให้มันยุ่งยากทำไม ความจริงเขาขับรถกลับเองก็ได้ จินฮวานไม่ได้ขับรถไม่เป็นนะ แต่จุนฮเวก็ไม่ยอมให้เขาขับกลับคนเดียวซะงั้น

สงสัยเงินเหลือ.. คนขับรถก็เหลือ.. เลยต้องเอามาใช้ทำอะไรแบบนี้ 

"เอ้อแล้ว.. นายได้ไปทัศนศึกษาที่เชจูอะไรนั่นใช่ไหม?” จินฮวานชวนคุยในตอนที่เดินมาถึงรถแล้ว เขากดปลดล็อคแล้วส่งกุญแจรถให้จุนฮเวเป็นคนขับ ก่อนจะเข้าไปนั่งด้านใน ส่วนจุนฮเวก็เดินอ้อมไปอีกทางเช่นกัน

“ทำไม?”

“ถามว่าได้ไปใช่ไหม เด็กเกรด 10 ทุกคนต้องไปนี่”

“ไร้สาระ” เพียงแค่ได้ยินคำว่าทัศนศึกษาจุนฮเวก็เบ้หน้า เด็กหนุ่มทำการสตาร์ทรถแล้วขับออกไปโดยที่ไม่สนใจจะตอบคำถามอะไรต่ออีก เขาต้องเจอไอ่หัวข้อบ้าบอปัญญาอ่อนนี่มาทั้งวันแล้วนะ พอมาเจอกับจินฮวานยังไม่จบอีกเหรอ?

“อ้าว แสดงว่านายจะไม่ไปเหรอ?” จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นเพราะความแปลกใจ เป็นไปได้ยังไง ก็ในเอกสารมันบังคับว่าเด็กเกรด 10 ทุกคนห้ามปฏิเสธนี่นา เนื่องจากเกาะเชจูคือสถานที่สำคัญที่อิลกุกเป็นคนพัฒนาเลยนะ

หรือว่าจุนฮเวจะเคยไปกับพ่อแล้ว?

“บอกว่าไม่ไปก็คือไม่ไปดิ” จุนฮเวเผลอขึ้นเสียงใส่อย่างลืมตัว เป็นเพราะอารมณ์มันอัดอั้นอยู่ในอกมาตั้งแต่ตอนเช้าแล้วล่ะมั้ง แน่นอนว่ามันทำให้จินฮวานสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความอารมณ์แปรปรวนนั่น ตาเรียวกะพริบปริบๆมองเพราะไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด

ถึงจะรู้ว่าจุนฮเวขี้โมโหก็เถอะ แต่จู่ๆก็ตะคอกออกมาแบบนี้.. เขาก็ตกใจเหมือนกันนะ

“ใจเย็นสิ ไม่ไปก็คือไม่ไป โอเค” ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นน้ำร้อนเขาก็จะเป็นน้ำเย็น จินฮวานพูดเสียงเบาแล้วหัวเราะแห้งๆก่อนจะหันไปมองที่นอกกระจกไม่พูดอะไรต่อ

เพียงแค่นั้นก็ทำให้เสี้ยวหนึ่งในใจของจุนฮเวรู้สึกผิด มือหนาเผลอกำพวงมาลัยแน่น ระดับความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดเพราะรู้สึกขัดใจ และไม่เข้าใจว่าตัวเองจะตะคอกใส่จินฮวานทำไม

รถทั้งคันตกอยู่ภายในความเงียบ มีเพียงเสียงของแอร์และเครื่องยนต์ที่ดังให้ได้ยินเป็นระลอกเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอันน่าอึดอัดจางหายไปได้ จุนฮเวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อไล่ความรู้สึกผิดบ้าบอที่เริ่มจะมีมากขึ้น เขาขบสันกรามจนขึ้นรอย คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่นเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

ทำไมต้องแคร์?

กับพ่อนี่ตะคอกใส่ไม่รู้กี่ครั้งยังไม่รู้สึกผิดเลย แต่กับจินฮวาน.. พอเห็นว่าร่างเล็กเงียบไปเขาก็ทำอะไรไม่ถูก

“ถามทำไม?” สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน จุนฮเวถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดอยู่มาก แต่จินฮวานก็พอจะรับรู้ได้ว่ามันอ่อนโยนลงกว่าตอนแรกเยอะ

“ก็เปล่า นายไม่ไปก็ไม่ไป เดี๋ยวฉันลองไปจับกลุ่มกับเด็กคนอื่นก็ได้”

“อะไร?”

“เพราะฉันต้องไปอะ”

“เพื่อ?” ใบหน้าคมหันมองด้วยความไม่เข้าใจ จุนฮเวสบถเบาๆอย่างหัวเสีย ทำไมจินฮวานต้องเข้าร่วมไอ้การทัศนศึกษาปัญญาอ่อนอะไรนี่ด้วย

“ก็เพราะว่าฉันเพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่ ตอนเกรด 10 ฉันก็ไม่ได้ไป แต่ในหลักสูตรกิจกรรมเขาบอกว่าเด็กทุกคนที่จะจบจากซงได้ต้องเคยเข้าร่วมทัศนศึกษาที่เกาะเชจูอะ”

จุนฮเวถอนหายใจยาวๆเมื่อได้ยินเหตุผลอันแสนไร้สาระนั่น เขาเกลียดการเดินทางเพราะเขาไม่ชอบเวลาที่ต้องขึ้นไปอยู่บนอะไรที่สูงๆอย่างเช่นเครื่องบิน 

มันเป็นความฝังใจตั้งแต่เด็กๆ เมื่อก่อนพ่อจะพาพวกเขาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ไปทีก็จะยกขโยงไปกันทั้งบ้าน แต่ด้วยความที่พี่น้องทั้ง7คนไม่ถูกกัน ก็เลยต้องนั่งเครื่องบินไปคนละลำ

เหตุมันเกิดขึ้นตอนที่จุนฮเวเอาแต่เที่ยวเพลิน เพราะความสันโดดจึงทำให้เขาไม่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล ใครที่โดนจ้างมาจะโดนไล่ตะเพิดไปหมด ด้วยเหตุนี่เด็กน้อยจึงลืมเวลากลับบ้าน จำเป็นต้องตามกลับไปหลังคนอื่น ครั้นตอนดึกดันมีพายุเข้าอีก การเดินทางคนเดียวบนเครื่องบินลำใหญ่ที่ตกหลุมอากาศเป็นระลอกๆจึงทำให้จุนฮเวเกลียดมันมาตั้งแต่นั้น

ความสูงอื่นๆเขาก็ไม่ชอบเช่นกัน แค่เห็นก็รู้สึกมวลๆในท้องแล้ว ให้ไปต่อยกับคนเป็นฝูงยังดีกว่าต้องขึ้นไปทำอะไรในที่สูงๆ

แต่ตอนนี้พี่เตี้ยนี่จะไปเชจูอย่างนั้นเหรอ?!

จุนฮเวถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ เขาหงุดหงิดที่อะไรหลายๆอย่างในวันนี้มันไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด แถมเมื่อครู่นี้เขายังหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความหาจองกุกแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย

 

'กูจะไป'

 

สมองสั่งการให้มือมันพิมพ์ไปเอง พอรถติดไฟแดงเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถือไว้ ก้มลงมองอีกทีก็กดส่งไปเสียแล้ว ตามด้วยจองกุกที่ตอบกลับมาด้วยความยินดี

บ้าชิบ

จุนฮเวถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะขับรถต่อ เขาไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะกำลังอารมณ์ไม่ดี จนกระทั่งรถขับมาถึงคฤหาสน์ของตระกูซง เด็กหนุ่มก็เปิดประตูรถแล้วเดินล้วงกระเป๋าเดินเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ได้หันไปมองจินฮวานเลยซักนิด

น่ารำคาญจริงๆ

ทำไมต้องทำให้เขาลงทุนไปเชจูด้วยนะ ถ้าพี่มันไม่ไปเขาก็ไม่ต้องมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้หรอก

"พรุ่งนี้เจอกันนะจุนฮเว"

"หึ" ร่างสูงแค่นหัวเราะเบาๆกับตัวเองเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆนั้นดังมาจากทางด้านหลัง 

จุนฮเวไม่ได้หันกลับไปมองเพราะพอคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำลงไปก็ไม่กล้าสู้หน้ายังไงไม่รู้ แต่สายตาคมกลับจ้องหน้าคนขับรถเหมือนอยากจะสื่อให้รู้ว่า 'ไปส่งจินฮวานให้ดี' อะไรทำนองนั้น ซึ่งคนขับรถเองก็รีบโค้งให้กับคุณหนูคนที่6เช่นกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายแยกออกไปเพื่อพาจินฮวานกลับบ้านตามหน้าที่

"ถ้าแกจะจอดเอาไว้ในโรงรถเฉยๆแล้วแกจะให้ฉันซื้อรถให้ทำไม"

พอจุนฮเวก้าวผ่านห้องรับแขก เสียงอันทรงพลังของผู้เป็นพ่อก็เอ่ยถามขึ้น คำพูดนั้นเรียกให้ร่างสูงหยุดชะงัก จุนฮเวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าคมจะคลายลงเมื่อจำได้ว่ารถสปอร์ตคันหรูที่พ่อซื้อให้ เขายังไม่เคยเอาออกไปใช้เลยซักครั้ง

แต่ก็นะ..

ถ้าเอารถที่พ่อซื้อให้มาใช้ เขาก็ไม่ได้กลับบ้านกับพี่เตี้ยนั่นน่ะสิ

"หึ" แค่นหัวเราะให้กับคนเป็นพ่อก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง กายสูงโปร่งเดินหนีขึ้นไปบนบ้าน ไร้การตอบคำถามของผู้เป็นพ่อ สร้างความหงุดหงิดใจให้อิลกุกเป็นอย่างมาก

"ไอ้ลูกคนนี้นี่!! ซื้อของให้แล้วไม่ใช่อีกหน่อยแกไม่ต้องมาขออะไรแล้วนะ!!!!"

แบบคิดเหรอว่าคนอย่างจุนฮเวจะสนใจ

ก็พ่อพูดประโยคนี้มาตลอด แต่สุดท้ายก็จบด้วยการซื้อให้ตามที่ขอ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องกลัวพ่อโกรธด้วย?

ไม่จำเป็น

 

 

 50%

อย่าเผลอแท็กเป็นจุนฮเวคนกากคนกลัวเครื่องบินคนซึนคนปากไม่ตรงกับใจอะไรนะ555555

#จุนฮเวขี้โมโห แท็กนี้นะงับ 

*บาปนี้เชื่อมกับพี่ยุนน่ากินด้วยนะ เกาะเชจู ตอนล่าสุดไปอ่านรึยัง -3- อย่าลืมตามอ่านให้ครบนะค้าบผม 

     











LUST & WRATH

 

 

“ฮันบิน นายช่วยเอาเอกสารนี่ไปไว้ที่ห้องปกครองให้ฉันด้วยนะ”

“ฮันบินนายจัดการเรื่องงบประมาณของห้องเรารึยัง?”

“นี่คือสมุดเลคเชอร์ที่ฉันจดเอาไว้ระหว่างที่นายไม่มาเรียน นายช่วยเอามาคืนภายในเช้าวันพรุ่งนี้ได้ไหม เพราะฉันก็ต้องอ่านเหมือนกัน”

“ฮันบิน อาจารย์สั่งให้อ่านเคมีตั้งแต่บทที่สามถึงหกด้วยนะ อาทิตย์หน้าจะมีสอบ”

“พรุ่งนี้มีสรุปรายงานประวัติศาตร์ที่ต้องส่งนะ นายต้องรวบรวมของทุกคนไปให้อาจารย์ในตอนเช้าด้วย อย่าลืมซะล่ะ”

และอีกหลายประโยคที่ประดังประเดกันเข้ามาในวันนี้...

ทั้งหมดเป็นเพราะจีวอนลากเขาไปขลุกอยู่ที่ทะเลเป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆ จากเกาะนี้ไปเกาะโน้น  จากเมืองนี้ไปเมืองนั้น พาเที่ยวจนลืมวันเวลา ไม่ว่าฮันบินจะโวยวายให้พากลับยังไงจีวอนก็ไม่ยอมลูกเดียว จึงทำให้งานมันล้นมือและถาโถมกันเข้ามาราวกับคลื่นสึนามิแบบนี้

มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อเมื่อเขาเพิ่งจะได้เคลียร์งานเสร็จไปเพียงหนึ่งชิ้น ฮันบินเหลือบมองจำนวนสมุดอีกสามสี่เล่มที่วางอยู่ข้างๆแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะเริ่มรู้สึกล้าเข้าเต็มที

วันนี้เขาหมดเวลาไปกับการทำงานค้างเสียส่วนใหญ่ ไหนจะต้องใช้หัวสมองทบทวนบทเรียนที่อาจารย์สอนไวปานจรวดและตามเลคเชอร์ในสิ่งที่เรียนไม่ทันอีก แม้ฮันบินจะเคยอ่านทบทวนและเรียนพิเศษไปล่วงหน้าแล้วก็ตาม แต่ยังไงบทเรียนของซงก็ยากมากจนไม่สามารถทำความเข้าใจได้ในระยะเวลาสั้นๆ อยู่ดี

สาบานได้ว่าเขาจะไม่ยอมไปเที่ยวหรือห่างหายจากการเรียนเป็นเวลานานๆ แบบนี้อีกเป็นอันขาด สถานการณ์ที่ได้พบเจอมันแย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เนื่องจากปกติฮันบินจะเป็นคนที่วางแผนงานอะไรไว้แล้วต้องทำให้มันสำเร็จลุล่วงภายในเวลาที่กำหนดเป๊ะๆ

แต่นี่จีวอนกลับทำให้มันพังหมด

..ไม่สิ บางทีอาจจะต้องโทษตัวเขาเองที่เผลอหลงระเริงไปกับอารมณ์ชั่ววูบที่ถูกสร้างขึ้นมาชั่วขณะก็เป็นได้

สรุปเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนผิด

ฉันหิว

ก่อนที่เสียงทุ้มของใครบางคนจะดังขึ้นมาทางด้านหลัง เป็นเสียงที่ทำให้ฮันบินต้องถอนหายใจออกมาอีกหน พร้อมกับกลอกตาขึ้นไปมองด้านบนด้วยความเหนื่อยใจ

ไม่ได้ยินเหรอ?” น้ำเสียงแห่งความเอาแต่ใจดังขึ้นมาเป็นหนที่สองพร้อมกับกายสูงโปร่งที่เดินเข้ามายืนอิงตรงโต๊ะเรียน และเมื่อฮันบินทำท่าจะไม่สนใจมือหนานั่นก็ยื่นเข้ามาใกล้ เตรียมจะแย่งปากกาที่เขากำลังใช้ทำงานอยู่เพื่อขัดขวางต่อ

อย่าเพิ่งกวนฉันจะได้ไหมจีวอนฮันบินบอกเสียงเข้ม บนใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจแบบจริงจัง แต่นั่นกลับทำให้จีวอนเลิกคิ้วขึ้นแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ

สนใจงานมากกว่าฉันเหรอไง

ก็ไม่ใช่เพราะนายเหรอที่ทำให้งานค้างของฉันเยอะขนาดนี้

ฉันผิดตรงไหนล่ะที่พานายไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนสมองจีวอนยักไหล่ก่อนจะเดาะลิ้น “หรือนายจะบอกว่านายไม่ได้ผ่อนคลายขึ้นบ้างเลยเหรอ?” แน่นอนว่าไม่มีความรู้สึกผิดอยู่บนใบหน้านั้นเลยสักนิด แถมกายหนายังเขยิบตัวขึ้นมานั่งบนโต๊ะของฮันบินจนกินพื้นที่ไปซะเกือบครึ่ง

นี่.. ลงไปเดี๋ยวนี้

ฉันหิว

นายไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังยุ่ง

“หรือจะให้ฉันกินนาย?” ริมฝีปากร้อนโน้มเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบเสียงเบา คำพูดนั้นเบาหวิวก้องอยู่ในหู มันทำให้ฮันบินถึงกับผละมือออกจากงานก่อนจะถดตัวหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจร้อนที่รดอยู่ตรงหน้าผากเมื่อครู่เรียกความแดงให้แทรกซึมเข้ามาที่สองข้างแก้มด้วยความรวดเร็ว ซึ่งอาการแบบนั้นก็ทำให้คนตรงหน้ายิ้มขำๆออกมาด้วยเช่นกัน

“มันไม่ใช่เวลาที่นายจะมาพูดเรื่องนี้” ฮันบินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมสติ เขาเผลอหันมองไปรอบๆห้องเพื่อที่จะหาตัวช่วย แต่แล้วในใจก็ต้องแป้วเพราะพบว่าตอนนี้ในห้องไม่เหลือใครซักคนแล้ว

“แล้วต้องพูดตอนไหน.. ตอนอยู่บนเตียงเหรอ” ปลายจมูกโด่งนั้นโน้มเข้าไปเฉียดที่ข้างแก้ม ทำเอาคนที่กำลังจะก้มลงไปทำงานต่อสะดุ้งโหยงและเงยขึ้นมามองด้วยความไม่พอใจ

“จีวอน” ฮันบินเรียกเสียงเข้ม คำพูดนั้นส่งผลให้ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆจากในลำคอ ดูเหมือนว่าจีวอนจะสนุกเหลือเกินที่เห็นว่าเขากำลังโมโห กลีบปากบางยกยิ้มยียวนก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวอย่างยั่วอารมณ์

“ยังไม่เบื่อบนเตียงอีกเหรอ แต่จะว่าไปในห้องเรียนฉันก็ชอบนะ.. นายเองก็ดูเหมือนจะเคยชอบ”

“หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว!” ฮันบินเริ่มจะเสียงดัง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจเมื่อจีวอนเริ่มจะพูดอะไรออกนอกทะเลไปเรื่อยๆ และเขาเองก็ไม่ชอบให้ใครหน้าไหนก็ตามขุดคุ้ยเรื่องในอดีตออกมาพูดแบบนี้

ใบหน้าเนียนส่ายไปมาเพื่อไล่ความหงุดหงิดที่เริ่มจะก่อเกิดก่อนจะก้มลงไปเขียนงานต่อ แม้ว่าหลังจากนั้นจีวอนจะทำการรบเร้าอยู่อีกสองสามครั้งแต่ยังไงฮันบินก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจ

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดี

อย่าทำเหมือนงานสำคัญกว่าฉัน จีวอนพูดด้วยเสียงเรียบ รอยยิ้มในตอนแรกถูกแทนเข้ามาด้วยแววตาจริงจัง บ่งบอกว่าตอนนี้ร่างสูงเริ่มจะไม่พอใจแล้ว

มันคืออาการของคนที่เอาแต่ใจ และแน่นอนว่าแบบนี้มันทำให้ฮันบินเหนื่อยใจมากกว่าเดิม แค่งานที่ค้างอยู่ก็เยอะมากพอสำหรับเขา เวลาที่กระชันชิดมากขึ้นทุกทีทำให้ไม่รู้ว่าคืนนี้จะได้นอนรึเปล่า แต่นี่จีวอนกลับชวนเขาไปกินข้าวเนี่ยนะ?

“หิวข้าวก็ไปกินเอง”

“ทำไมนายไม่ไปกินกับฉัน?”

“แล้วนายตัวติดกับฉันเหรอไง?” ฮันบินเองก็เริ่มจะยั้วะ ความจริงเขาไม่ได้อยากมีปัญหาอะไรกับจีวอนนัก แต่อาจเป็นเพราะวันนี้ทุกเรื่องพากันโถมเข้ามาใส่ คนที่อารมณ์เสียตั้งแต่แรกอยู่แล้วหนำซ้ำยังมาโดนก่อกวนก็ย่อมต้องโมโหเป็นธรรมดา

แล้วก็เป็นอย่างที่คาดเมื่อคำพูดนั้นก็ทำให้จีวอนไม่พอใจเช่นกัน ร่างสูงมองหน้าของฮันบินด้วยสายตานิ่งๆ ทำแบบทุกครั้งที่ไม่ชอบให้มีใครมาขัดใจ ฟันคมขบสันกรามแน่นราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ภายนัยน์ตาคมกริบฉายประกายไฟเล็กๆที่เริ่มจะโหมกระหน่ำ ซึ่งมันก็จะได้ผลกับทุกคน ไม่ว่าใครที่ได้รับสายตาแบบนี้ก็มักจะยอมอ่อนข้อให้เขาทั้งนั้น

..แต่จีวอนอาจจะลืมไปว่านี่คือฮันบิน

ใครจะรู้ว่าร่างโปร่งนั้นจะกวนประสาทเขาด้วยการย้ายข้าวของไปนั่งที่โต๊ะข้างๆหน้าตาเฉย ฮันบินไม่ได้สนใจอะไรจีวอนเลยแม้แต่น้อย มือบางจับปากกาขึ้นมาแล้วทำการเขียนงานต่อราวกับเขาเป็นธาตุอากาศ เพียงแค่นี้ก็ทำให้ร่างสูงถึงกับกำมือแน่นแล้วเม้มปากเพื่อข่มอารมณ์

นี่พยายามใจเย็นที่สุดแล้วนะ

..ตอนไปทะเลฮันบินไม่เคยพูดดีกับเขาสักวัน เอะอะก็รบเร้าจะกลับบ้าน พอเริ่มจะเอนเอียงและพูดดีกันก็มักจะกลับเป็นเหมือนเดิมภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง วันนี้ก็ปล่อยให้ทำงานตามลำพังทั้งช่วงเช้าแล้ว ทำไมตอนเย็นถึงยังไม่สนใจกันอีก?

“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?” จีวอนยังไม่เลิกรา กายสูงหยัดตัวขึ้นยืนตรงก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า จากนั้นก็ต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อควบคุมสติ เพราะฮันบินไม่มีท่าทีว่าจะเงยหน้าขึ้นมาจากงานเลยซักนิด

“ฮันบิน” ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปหา ครั้งนี้จีวอนปรับน้ำเสียงให้สงบลง แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเก่า

เขาเรียกฮันบินต่ออีกหลายครั้ง แต่ผลที่ได้รับกลับมานั่นก็คือเงียบ ภายในห้องเรียนที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงปากกาจากการเขียนงานของฮันบินเท่านั้น ทำเหมือนเขาเป็นคนบ้าที่คอยพูดอยู่คนเดียว

แบบนี้มันมากเกินไป

แค่นี้เขาก็ง้อฮันบินมามากพอแล้ว ทำไมไม่เคยจะเห็นหัวกันบ้าง?!

“นายจะเมินฉันอีกนานไหม!” มือหนาคว้าเอาแขนข้างที่จับปากกาอยู่จากนั้นก็กระชากให้กายบางหันเข้ามาหา ส่งผลให้ปากกาด้ามยาวหลุดร่วงลงไปจากพื้น แถมยังฝากรอยขีดยาวๆ เอาไว้ที่กลางหน้ากระดาษให้เป็นของขวัญอีกต่างหาก

ฮันบินมองรอยนั่นสลับกันไปมา คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันคนมันแทบจะเป็นปม แค่เรื่องที่ต้องทำก็มีเยอะอยู่แล้วทำไมเขาจะต้องมาทะเลาะกับจีวอนด้วยเรื่องที่ไร้สาระขนาดนี้ด้วยนะ

“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!” ข้อแขนเรียวสะบัดออกจากการจับกุมก่อนจะผลักอกของร่างสูงอย่างแรง ราวกับว่าตอนนี้สติของเขาขาดผึง ความโมโหแทรกซึมเข้ามาในใจจนเผลอขึ้นเสียงใส่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

จีวอนเองก็มองอย่างอึ้งๆ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะทะเลาะกันแรงขนาดไหนฮันบินก็ทำแค่เพียงมองดุๆ นานๆทีที่จะขึ้นเสียงบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงและกร้าวกราดมากเท่าตอนนี้ แถมยังผลักเขาอย่างแรงจนเซไปชนเก้าอี้ล้มอีกต่างหาก

ทุกอย่างทำให้ทั้งอารมณ์โกรธและน้อยใจมันแทรกซึมเข้ามาพร้อมกัน จีวอนเม้มริมฝีปากแน่น เขาเองก็โมโหและไม่ชอบให้ใครมาทำอะไรแบบนี้ แต่ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ ก็ยอมรับว่าไม่กล้าลงไม้ลงมืออะไรกับฮันบินหรอก

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่กับงานของนายไป”

ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยออกจากริมฝีปากก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังกลับ มันค่อนข้างประชดประชันและฮันบินเองก็สัมผัสได้ มีเพียงเสี้ยววิที่คิดว่าจะเอื้อมมือไปฉุดรั้งแขนข้างนั้นไว้แล้วทำการง้อเหมือนอย่างเคย แต่อีกใจนึงก็คิดว่าเรื่องนี้เขาไม่ได้เป็นคนผิดเสียหน่อย แล้วอีกอย่างเราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วด้วย..

จะง้อทำไมล่ะจริงไหม?

 

จีวอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและเดินออกมาโดยที่ไม่หันไปมองคนด้านหลังอีก เขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ แต่ความโมโหก็ทำให้จีวอนใจแข็งพอที่จะไม่รับรู้และไม่ให้ความสนใจ

คนตัวสูงเดินไปตามทางด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ข้างในใจโมโหอยู่ลึกๆจนอยากจะพังทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่เป็นเพราะพ่อเพิ่งสั่งลงทัณฑ์บนไปหมาดๆ เนื่องจากพังห้องเรียนไปเมื่อหลายวันก่อน ถ้าก่อเรื่องอีกคงต้องมีอะไรที่น่าปวดหัวตามมาแน่ๆ

จะว่าไปแล้วทำไมช่วงนี้ปัญหามันถึงได้เยอะขนาดนี้วะ

มือหนายกขึ้นมาขยี้หัวของตัวเองอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ พร้อมกันนั้นก็สบถคำหยาบออกมาอีกสองสามหนอย่างหวังว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้าง เอาให้มันออกไปได้สักเล็กน้อยก็คงดี

 

ปึก!

 

และเป็นเพราะเอาแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจึงไม่ทันมองว่ามีใครเดินมาทางด้านหน้า

จีวอนปะทะเข้ากับกายแกร่งของฝ่ายตรงข้ามเข้าอย่างจัง ร่างสูงสบถออกมาเบาๆเพราะเจอแต่เรื่องขัดใจติดๆกันจนน่าโมโห แต่ถ้าเป็นอารมณ์ปกติเขาก็ไม่คิดที่จะเอ่ยขอโทษอยู่แล้ว เพราะหน้าที่ของนักเรียนทุกคนในนี้ต้องเป็นฝ่ายระวังเขาเองไม่ใช่เหรอไง

ยิ่งเป็นไอ้คนที่ชื่อว่า...

“ยูคยอม”

มันยิ่งต้องระวังไม่ให้เจอเขาใหญ่ แต่นี่มันกลับเดินเข้ามาชนแบบจังๆแถมยังเหลือบตามามองเหมือนอยากจะหาเรื่องอีกต่างหาก ยูคยอมทำเพียงแค่ยกมือขึ้นมาปัดตรงไหล่แบบเบาๆราวกับรังเกียจ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วทำท่าจะเดินต่อไป

ไร้ซึ่งคำขอโทษและคำพูดใด มีแต่เสียงปลายเท้าที่ดังเป็นจังหวะและแผ่นหลังที่เริ่มจะออกห่างไปเรื่อยๆ

แบบนี้มันจะหยามกันมากเกินไปแล้ว

“มึงจะไปไหน”

คนอย่าง คิม จีวอน ไม่ยอมปล่อยให้คู่อริหนีหน้าไปเฉยๆได้แน่ๆ ยิ่งทางที่มันจะเดินไปนั้นมุ่งหน้าสู่ห้องของฮันบินด้วยแล้ว

มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าพร้อมกับจ้องแผ่นหลังนั้นเขม็ง เสียงที่เอ่ยออกไปดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ มันมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหยุดเดินและยืนอยู่เฉยๆสักพัก ส่วนจีวอนเองก็ยังคงมองอยู่ที่เดิมเช่นกัน

เขาไม่ยอมให้มันไปเจอฮันบินหรอก

“เรื่องของผม”

“มันจะเป็นเรื่องของมึงถ้ามึงไม่ได้ไปหาคนของกู

ประโยคหลังที่เน้นหนักแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของเรียกให้ยูคยอมหันหน้ากลับมามอง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเนื่องจากไม่พอใจ นัยน์ตาสีเข้มจ้องตอบกับลูกชายคนที่ห้าของผอ.โรงเรียนอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น สร้างความโมโหให้กับจีวอนอยู่ไม่น้อย

เขาต้องพยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อไล่ระดับอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆราวกับลาวาให้สงบลง ทั้งๆที่อยากจะเดินเข้าไปซัดหน้ามันซักเปรี้ยงให้หายโมโห แต่กลับทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าฮันบินจะต้องไม่ชอบแน่ๆ

น่าหงุดหงิด..

น่าหงุดหงิดโคตรๆเลยจริงๆ

หงุดหงิดที่ว่าทำไมฮันบินต้องเป็นห่วงมัน ถึงกับยื่นคำขาดว่าห้ามยุ่งอะไรด้วยทั้งนั้น

รักกันมากสินะ

“พี่ต้องพูดใหม่นะ ตอนนี้พี่ฮันบินไม่ใช่คนของพี่”

สองขายาวเดินก้าวเข้ามาหา ก่อนที่ทั้งสองจะประจันหน้าและจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ยูคยอมยืนใกล้เขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆที่ปล่อยออกมาเป็นจังหวะ เรียกให้จีวอนขบสันกรามอย่างแรงเพื่อข่มอารมณ์ ก่อนที่เขาจะต้องกำมือแน่นเมื่อได้ยินประโยคถัดไป

“แต่เขาเป็นอดีตคนของพี่ต่างหาก ยอมรับความจริงซะบ้าง”

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทันทีที่จบประโยคนั้น จีวอนกำมือแน่นเสียจนกายหนาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ตอนนี้เขาเหมือนกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวและมีไฟเพลิงโหมกระหน่ำอยู่ภายในช่องท้อง

“มึงต่างหากที่ต้องใช้คำว่าอดีต..”

“พี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ? ว่าพี่น่ะเป็นแค่แฟนเก่า”

“หึ ฮันบินไปคบกับมึงแค่ชั่วขณะ จากนั้นเขาก็กลับมาหากู เพราะฉะนั้นสถานะของมึงตอนนี้นั่นแหละที่เป็นอดีต

ที่ริมฝีปากของจีวอนกระตุกยิ้มเมื่อคำพูดนั้นทำให้อีกฝ่ายหน้าซีดลงได้ คำพูดและสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเหนือกว่าทำเอายูคยอมถึงกับกำมือแน่น ราวกับความมั่นใจที่มีในตอนแรกมันได้พังลงไปต่อหน้าต่อตา

“พี่เอาอะไรมาพูดว่าเขากลับไปหาพี่” ยูคยอมถามลอดไรฟัน น้ำเสียงที่สั่นเทิ้มเล็กๆทำเอาจีวอนถึงกับหัวเราะหึแล้วส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก

“มึงคิดว่าที่ฮันบินไปอยู่กับกูอาทิตย์กว่าๆ ..พวกเราจะทำอะไรกันบ้าง?”

“...” และแล้วยูคยอมก็ต้องเป็นฝ่ายขบสันกรามแน่น ในขณะที่จีวอนมองอย่างยียวนและยิ้มอย่างผู้มีชัย

“หืม มึงคงไม่โง่เกินไปจนไม่เข้าใจความหมายที่กูพูด”

“พี่อย่าคิดแค่ว่าที่พี่ฮันบินยอมมีอะไรด้วยแปลว่าเขากลับไปหาพี่แล้ว”

“จนป่านนี้แล้วมึงยังจะหลอกตัวเอง?”

“หลายครั้งที่คนเรามีอะไรกันโดยที่ไม่ได้เป็นอะไรทำไม่ใช่เหรอครับ ผมว่าคนที่ใช้ชีวิตมั่วๆแบบพี่ก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ”

“มึง!” ก่อนที่คำพูดดูถูกนั้นจะทำให้อารมณ์ของจีวอนขาดผึง มือทั้งสองข้างกระชากคอเชื้อของยูคยอมเข้ามาหาตัวอย่างแรงพร้อมกับกัดฟันกรอด

“ทำไมครับ ยอมรับความจริงไม่ได้?” ที่ริมฝีปากของยูคยอมกลับมายิ้มยียวน การทำแบบนั้นยิ่งเพิ่มความโมโหให้จีวอนมากขึ้นอีกเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลยทีเดียว

“อย่ายุ่งกับฮันบิน” จีวอนเอ่ยคำขาด บัดนี้เด็กหนุ่มรู้สึกโมโหไปหมดทุกอย่าง เป็นเพราะเขาไม่สามารถบังคับให้ยูคยอมอยู่ในโอวาทได้อย่างที่เคยทำกับคนอื่น หนำซ้ำอีกฝ่ายยังยอกย้อนและตอกกลับมาอย่างเจ็บแสบอีกด้วย

มันจะมากเกินไปแล้ว

“พี่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งผมครับ?” ยูคยอมเลิกคิ้วขึ้นถาม ก่อนที่สองมือนั้นจะกระตุกแขนของจีวอนออกแล้วจัดเสื้อของตัวเองให้เข้าที่ “อย่าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์สั่งคนทั้งโลกสิครับ พี่ไม่ใช่พระเจ้านะ”

“มึงจะเอาแบบนี้ใช่ไหม?” จีวอนกัดฟัดกรอด น้ำเสียงที่เปร่งออกไปนั้นบ่งชี้ว่าตอนนี้เขากำลังข่มอารมณ์อย่างสุดความสามารถแล้ว

เขาเกลียดยูคยอม

เกลียดถึงขั้นที่ว่าอยากจะให้มันตายๆไปจากโลกนี้ซะ ด้วยอำนาจที่มีมันก็เพียงพอที่จะทำได้ ตัวอย่างที่ได้เห็นก็พอจะมีอยู่จากทั้งพ่อและพี่คนที่สี่ แต่เขาไม่ต้องการให้ฮันบินต้องแปดเปื้อนหรือไม่ต้องการให้มีอะไรส่งผลเสียไปสู่ร่างเล็กได้ทั้งนั้น เพราะแบบนี้จีวอนจึงไม่ทำ

“เที่ยงคืนตรง”

“...”

จีวอนไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอะไรต่อ เขารู้ดีว่ายิ่งปล่อยให้ยูคยอมกวนประสาทไปเรื่อยๆมันจะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ภายในใจพร่ำบอกตัวเองว่าจะต้องไม่ยอมตกอยู่ในเกมบ้าๆนี่ เพราะฉะนั้นนี่คือทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่คิดได้ในตอนนี้

“มึงมาเจอกูที่นี่.. ใครชนะได้ฮันบินไป แต่ถ้าใครแพ้..”

“...”

“มึงต้องห้ามยุ่งกับฮันบินอีก”

 


ครบ100%แล้ว บาบิกะยูคพนันอะไรกัน หูยยยย บินฮอตเฟร่อโดนแย่งแบบนี้เลย

แต่แอบสงสารตอนที่นางโดนบินเมินนะ อารมณ์ของดบบมันจะแบบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เพราะฮันบินสับสนในตัวเองนะงับ ประมาณว่าอยากจะเลวด้วย อยากจะเมินละ แต่ใจยังรัก #หึย 555555555555555

ติดแท็ก #7sinsดบบ นะฮับ คิดถึงจุนเน่กันมั้ย เจอกันตอนหน้าเน่อ <3 ฝากเม้นด้วยนะตัวเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2708 CloverG (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:49
    บาบิโครตเอาแต่ใจอ่ะ ถ้าลดลงมาได้จะดีเลย
    #2,708
    0
  2. #2642 choopp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 10:03
    ความเอาแต่ใจของพี่บ๊อบโอ้โห้เลยอ่ะสงสารต๋าไงไม่ใช่ไรอ่ะ
    #2,642
    0
  3. #2625 Iris_bella (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 13:08
    ฮันบินอ่าา อย่าใจแข็งนักเลย สงสารบ๊อบนิด ง้อนานแล้วนะ
    #2,625
    0
  4. #2490 Jhw'  (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 15:10
    บาบิควรลดการเอาแต่ใจลงหน่อยนะ รำมากๆ 5555555 เวลาจะทำงานงี้แล้วมากวน มันก็รำคาญมากพอแล้วอะ แล้วยิ่งตัวเองเป็นคนก่ออีก พระเจ้า นี่ฉันอินอะไรขนาดนี้ 5555555555 จุนเน่คนซึนของเจ้ น่ารักขึ้นเรื่อยๆเลยอะ
    #2,490
    0
  5. #2204 Sendou Nunny (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 12:46
    ฉันฟินจุนฮวานอะแกรรรร แหมพอพี่เขาไปแกก็ไปเฉยเลยนะ เกิดเป็นฮันบินนี่ดีเหลือเกิน มีแต่คนคอยรุมแย่ง55555555
    #2,204
    0
  6. #2130 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 07:27
    นักเลงมากบ๊อบ แกเห็นแก่ตัวไปนะบางที คิดถึงฮันบินมั่ง ส่วนจุนจิน นี่แบบเตรียมมโนฉากบนเครื่องบินล่วงหน้าไว้แล้ว
    #2,130
    0
  7. #2112 9nawKIHAE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:21
    น้องเน่เขาปากแข็งจริงอะไรจริงนะคะ แต่ถ้าอะไรที่เป็นเรื่องของพี่เตี้ยนี่ยอมไปหมดทุกอย่างเลยยย ฮิ้วววว

    ส่วนเรื่องจีวอน ที่จริงเราทีมจีวอนนะ แต่เอาจริงๆไม่ชอบเลย ที่ทำให้ฮันบินเสียการเรียนขนาดนั้น

    เอาแต่ใจเกินไป เอะอะอะไรก็โมโห โกรธลงไม้ลงมือไปหมด ฮันบินมันก็เหนื่อยเป็นนะเว้ ยยยยยยยยยย 



    #2,112
    0
  8. #1900 Mild Apichaya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:57
    ฮันเบนนนนนนน ทำไมฮอตแบบนี้ล่ะะะะะ เค้าจะตีกันตายเพราะฮันบินแล้วนะ
    เกิดเป็นฮันบินจำเป็นต้องมีคนมาแย่งขนาดนี้มั้ยยยย ?
    #1,900
    0
  9. #1630 gxisimp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 18:51
    จีวอนขี้โมโห กะ จุนฮเวขี้หงุดหงิด~ แกมันซึนเน่ !
    #1,630
    0
  10. #1447 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 00:19
    โหยเน่ น่ารักมากค่ะ กูจะไปค่ะ ฮืออออออ
    #1,447
    0
  11. #1380 ba-na-na (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:04
    ปวดหัวแทนน้องบิน จริงๆ TT

    แต่จุนเน่.. เรารู้สึกว่าเน่ทำตามหัวใจอยู่นะเราเอาใจช่วยน้องเน่
    #1,380
    0
  12. #1246 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 21:26
    #จนฮเวคนกาก 55555555
    สุดท้ายก็ยอมไปค่ายจนได้วู้วว เพราะพี่จินไปใช่มั้ยล่ะ-/-
    ดบบ.นี่ก็อึมครึมจังงงง
    นัดยูคมาทำอะไรนะะ บ๊อบบี้สู้ๆ ยังไงก็ #ทีมจีวอน นะคะ♥
    #1,246
    0
  13. #1093 Buranee U-nuch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 23:54
    อยู่ทีมยูคบอมได้มั้ย บ๊อบบบบบบแกอย่างี่เง่าเส้ บินต๋าโมโหแล้วนั่น แล้วจุนเน่คืออะไร คืออะไร๊ ฟหกด่าสวงฃฃสัพก้านย ซึนไปอีกค่ะ อะไรคืออยากกลับบ้านกับพี่เตี้ย โง้ยยย น่ารักก
    #1,093
    0
  14. #1091 mclub (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 16:25
    นัดกันมาเล่นผีถ้วยแก้วหรอฮับ???
    ซะดึก หรือจะมาฟันดาบกันเอง??? ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,091
    0
  15. #1077 milkkmilk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 00:31
    ดบบคือทะเลากันตลอด ยุคยอมแมนเนอะ ส่วนฮันบินนี่เลอค่าเจรงง5555555555555555 //ตัดมาทีน้องเน่ (สรรพนามมุ้งมิ้งมาก) คือยังคงยืนยันว่าน่ารักมากกกกก กลัวความสูงหรอจ๊ะหนู สมควรแหละนั่งเครื่องบืนคนเดียว พ่อรวยไปเว้ย555555555555555 ฉากพ่อบ่นเรื่องรถนี่ กวกรำบกากำจกวกนกน โอโหจะบรรยายความเขินอย่างไร ชีบิตนี้ขอผชแบบนี้นะคะ น่ารักกกกก แอร่กกกกกกกกกก
    #1,077
    0
  16. #1015 Nuttarkit Mickey (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 11:44
    โอ๊ย อยากอ่านต่อแล้วสสสส
    อัพๆๆๆ
    #1,015
    0
  17. #1013 CttTmo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 19:04
    เอ๊า แย่งฮันบินกันซะและ เดี๋ยวได้ดราม่าอีก T T / อิเน่เอ้ยยยย ทำเป็นใช้รถไม่ได้ ที่แท้ แหม่ ฉันล่ะยอมใจกับความซึนของแกจริง
    #1,013
    0
  18. #985 Nicenight (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 21:07
    พี่เตี้ยกับอันธพาลฮือออออน่ารัก
    #985
    0
  19. #984 Nipada Trainop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 19:41
    รออ่านจุนเน่โดยเฉพาะ อ๊ากกกกก -..-
    #984
    0
  20. #983 ปาร์คชานยอลหล่อบาดใจ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 17:30
    ฮือออ ดบบ ใจสลาย
    #983
    0
  21. #979 minabana (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 22:45
    อยากอ่านจุนเน่แล้วววววว
    #979
    0
  22. #977 dreammono (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 14:13
    เน่ น่ารัก นิสัยแบบเด็กจริงๆ กร๊ากกกกก
    ดบบ อารมณ์จึ้นๆลงๆจริงๆ
    #977
    0
  23. #969 Seven Keangkrai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 21:49
    โห้ยยยยยพาร์ทจุนเน่นี่ขำ 5555555555555 จุนฮเวคนกากกลัวความสูง 5555555 หงุดหงิดไปซะทุกอย่าง เป็นไงล่ะพอรู้พี่จินไปเชจู กดส่งข้อความแทบไม่ทัน ถถถถถถถถถ 55555555 // พอมาพาร์ท ดบบ นี่ก็ดราม่าสุดอ้ะไม่ชอบเลออ งื้อออ เมื่อไหร่จะปรับความเข้าใจและกลับมารักกันสักที งื้ออออ บางทีก็ไม่เข้าใจบ็อบบางทีก็สงสารนะ 55555555 ว่าแต่พนันไรกัน ถถถถถถถ แต่เรายัง #ทีมบ็อบ นะ 555555 // มาต่อเร็วๆน้าาาไรต์จ๋าา ^0^
    #969
    0
  24. #967 Chutikarn'I (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 18:27
    ชอบฟิคเรื่องนี้มากมาย ฮ่าๆ นี่ตามอ่านหมดครบหมดทุกตอนแล้วงับ ปุ๊อิ้งๆ 55555 ชอบฟิคแนวแบบนี้ด้วย ดบบ.มีหน่วงๆเรื่องปัญหาหัวใจกัน งื้ดแต่ชอบ จุนฮวานน่ารัก ติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ สู้นะไรท์เตอร์ ส่งกำลังใจไปคึคึ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 ตุลาคม 2558 / 23:49
    #967
    0
  25. #966 ren / nardia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 22:21
    พี่บ๊อบงี่เง่าจัง แต่เห็นแก่ความเป็นพระเอกนะ จะเชียร์เต็มที้ 5555555555 ขำตอนจีวอนดึงแขนแล้วพอฮันบินโกรธก็งอน
    #966
    0