( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 13 : ⍫ hydrangea

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    24 พ.ย. 58

7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 11 : HYDRANGEA  

 

 

มือเล็กหยิบโทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดูลิสต์รายการสิ่งของที่เขาทำการจดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนในขณะที่ขาเรียวเองก็ก้าวไปตามทาง จินฮวานเงยหน้าขึ้นมองห้างขนาดใหญ่ที่แสนแปลกตาด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามา

บัดนี้มีสามคำถามที่อยู่ในหัวคือ 1.ห้างอะไร ทำไมถึงได้ใหญ่ขนาดนี้ 2.เขาจะหลงทางหรือไม่ และ 3. แผนกซื้อเสื้อผ้าน่ะไปทางไหน

เป็นเพราะจะต้องไปเข้าค่ายที่เกาะเชจู ทางโรงเรียนมัธยมซงจึงได้พิมพ์จดหมายถึงนักเรียนทุกคน รายละเอียดภายในชี้แจงถึงกำหนดการในการเดินทาง ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการไปเข้าค่าย และใบสุดท้ายเป็นเอกสารขออนุญาตผู้ปกครอง ซึ่งแน่นอนว่าพ่อเขาไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องขัดอยู่แล้ว

ในรายการบอกว่าให้เตรียมชุดลำลองไป 3 ชุด .. ชุดนอน 2 ชุด แต่ว่าเชจูนั้นเป็นเกาะ ตอนกลางคืนจะมีการจัดงานเลี้ยงริมหาดให้แก่นักเรียนทุกคน ทริปวันสุดท้ายก็จะมีแพลนไปดำน้ำดูปะการังกันด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นก็คือชุดว่ายน้ำสินะ

ของใช้อื่นๆก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรไปมากแล้วเพราะทางโรงเรียนเป็นคนจัดเตรียมให้หมด จากที่เขาอ่านมา.. ถ้าใครไม่มียารักษาโรคที่ต้องใช้เป็นประจำก็เอาไปแค่เสื้อผ้า ครีมกัดแดด แล้วก็ของจิปาถะอื่นๆเท่านั้นเอง

การอยู่โรงเรียนไฮโซมันดีแบบนี้เองสินะ ความจริงการไปทัศนศึกษาครั้งนี้ก็คือการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเฉยๆนี่ล่ะ

จินฮวานเดินไปหยุดอยู่ตรงแผนผังของห้าง ก่อนที่นิ้วเรียวเล็กจะชี้หาบนจอว่าแผนกขายชุดว่ายน้ำผู้ชายอยู่ชั้นไหน ตาเล็กไล่มองอยู่นานเพราะห้างนี่ก็ใหญ่ใช่เล่น ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นเมื่อเขาพบว่ามันอยู่ถัดไปอีกชั้น แถมไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่เท่าไหร่อีกด้วย

เพียงแค่นั้นจินฮวานก็หัวเราะกับตัวเองด้วยความดีใจ เขาเก็บโทรศัพท์ที่ถือไว้เข้าไปในกระเป๋าเหมือนเดิม ก่อนจะหันหลังกลับเตรียมเดินไปที่บันไดเลื่อน

..ถ้าไม่ติดว่าสายตาสะดุดเข้าไปใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเสียก่อน

“อ้าว..” ริมฝีปากอ้าออกพร้อมกับคิ้วทั้งสองข้างที่เลิกขึ้นสูง นัยน์ตาของทั้งคู่สบกัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นคนเบือนหนีไปมองทางอื่นอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ก็ยังดีที่ร่างสูงไม่ได้เดินหนีไป เมื่อเห็นดังนั้นจินฮวานจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาตามประสาคนอัธยาศัยดีที่เจอคนรู้จัก

“มากับใครอะ?”

จุนฮเวหันมามองพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ก็เห็นอยู่ว่าเขายืนอยู่คนเดียวแล้วจะให้มากับใครล่ะ? ส่วนพี่นี่.. ไหนบอกในที่คุยกับพี่ที่ชื่อแทฮยอนว่าจะมาถึงตอน 11 โมงไง ทำไมถึงได้โผล่มาตอนบ่ายกว่าๆแบบนี้ได้ก็ไม่รู้

เขาก็ยืนรอยู่ตั้งนานไหม? แถมยังเดินตามหาเสียจนทั่วห้าง เอาจนปวดขาไปหมดแล้ว สรุป.. เพิ่งจะเห็นว่าอีกฝ่ายเช็คอินเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง

เหอะ

“มาทำอะไรอะ ซื้อของเหรอ?” จินฮวานถามต่อเมื่อเห็นว่าจุนฮเวไม่ยอมตอบ อีกทั้งบนใบหน้ายังแฝงไปด้วยความโมโหเหมือนว่าเขาไปทำอะไรให้ไม่พอใจอีกต่างหาก แต่เท่าที่คิดทบทวนดูแล้ว.. ก็ไม่ได้ทำนะ วันนี้ทั้งวันยังไม่ได้คุยกันเลย ที่คุยกันล่าสุดก็คือเมื่อวันศุกร์ที่ไปเรียนวันสุดท้ายของสัปดาห์นั่นแหละ

“เปล่า”

แล้วคนอารมณ์แปรปรวนก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ จุนฮเวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพราะความจริงเขาก็ไม่ได้อยากจะเหวี่ยงใส่คนตรงหน้านัก แถมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้างงแบบนั้นก็ยังรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงขึ้นมาได้เฉยๆ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องตอบเลี่ยงๆไป เดี๋ยวจะทำหน้าแบบนี้ไม่เลิกแล้วคนซวยจะเป็นเขาเอง

“แล้วมาทำไมอะ?”

“ผ่านมา”

“อ้อ..” จินฮวานพยักหน้า ถึงแม้จะงงๆเพราะห้างโกลด์เดนเกจไม่ได้อยู่ใกล้กับคฤหาสน์ซงเลยสักนิด ในทางกลับกันมันใกล้บ้านเขามากกว่า เพราะฉะนั้นก็เลยมีคำถามคาใจว่าคนอย่างจุนฮเวมาทำอะไรแถวนี้

แต่ก็นะ.. ถ้าถามออกไปเดี๋ยวจะยิ่งทำให้บรรยากาศมาคุมากกว่าเดิมล่ะมั้ง เพราะฉะนั้นเขาไม่รู้ก็ได้

“ถ้างั้น ไปซื้อของด้วยกันไหม? เดี๋ยวเราจะไปเชจูกันแล้ว” ลองถามออกไปดู ถึงจะคิดว่าจริงๆแล้วจุนฮเวคงไม่ต้องซื้อของหรอก คงจะมีคนเตรียมให้เสร็จสรรพ เพราะแทฮยอนเองก็เล่าให้เขาฟังว่าคนของตระกูลซงจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปด้วยซ้ำ ส่วนนักเรียนคนอื่นๆก็นั่งเครื่องบินรวม เห็นว่าผู้อำนวยการซื้อเครื่องบินประจำโรงเรียนเอาไว้ประมาณ 4-5 ลำใหญ่ เพื่อใช้ในการพานักเรียนไปทัศนศึกษาต่างประเทศและในประเทศอย่างเช่นกรณีนี้

โรงเรียนอะไร หรูเป็นบ้า..

“อือ” จุนฮเวตกปากรับคำก่อนจะสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ตาคมจ้องมองคนตัวเล็กเหมือนอยากจะสื่อว่า เดินไปเร็วๆสิ อะไรทำนองนั้น ทำเอาจนจินฮวานยืนงงอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจเดินนำไปด้านหน้าเหมือนอย่างเช่นทุกที ทั้งๆที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ตลอด

จุนฮเวยังคงเดินตามมาทางด้านหลัง ให้ความรู้สึกเหมือนเขาเป็นนักโทษยังไงก็ไม่ปาน แถมเมื่อคนรอบข้างรู้ว่าบุคคลตัวสูงหน้าโหดนี่เป็นบุตรชายคนที่ 6 ของตระกูลซง เสียงซุบซิบนินทาและสายตามากมายก็ถูกจ้องมาทางนี้จนเขาเริ่มจะทำตัวไม่ถูก

“นี่.. เมื่อเช้าได้ข่าวพี่ของนาย เป็นยังไงบ้าง?” จินฮวานตัดสินใจหันไปชวนคุยเมื่อบรรยากาศรอบข้างเริ่มจะไม่ดี เขาพยายามพาจุนฮเวหนีความอึดอัดเพราะดูจากสีหน้าแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้ชอบใจกับสิ่งที่เป็นอยู่นัก อีกทั้งยังเพิ่งมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นมาหมาดๆด้วย คนอื่นๆจึงได้สงสัยว่าทำไมน้องชายอย่างจุนฮเวถึงมาเดินห้างอย่างสบายใจเฉิบขนาดนี้

“ยังไม่รู้”

“อ้าว เมื่อเช้าฉันดูข่าว เห็นบอกว่ากำลังผ่าตัดอยู่ ตอนนี้ยังไม่รู้อาการเหรอ?”

ก็จะรู้ได้ยังไงล่ะ โทรศัพท์ของเขาเขวี้ยงทิ้งไปแล้ว แถมไอ้ช่วงเวลาก่อน 11 โมงก็มัวแต่วุ่นอยู่กับการแต่งตัว เถียงกับพ่อ โมโหที่รถโดนชน แบบนี้จะเอาเวลาไปตามข่าวไอ้พี่ชายได้จากไหนกัน

ก็ไม่ใช่ไม่ห่วง แต่รู้ดีว่าถึงมือหมอของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศแล้ว และพ่อเองก็ย้ำว่าต้องรักษาให้พี่มันหาย ยังไงซะ.. พี่จีวอนมันก็ต้องรอดแหละ

“น่าเป็นห่วงเนอะ ฉันไม่ชอบเวลาคนในครอบครัวตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลย แม้กระทั่งคนรู้จักก็ไม่อยากให้เป็น” จินฮวานพูดต่อถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังคงเงียบ

เขาดันนึกไปถึงตอนที่แม่ประสบอุบัติเหตุและโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 13 วัน แต่สุดท้ายซาตานก็ดึงชีวิตแม่ไปจากเขาอยู่ดี

“นายเป็นห่วงพี่ไหม?”

จุนฮเวเลือกที่จะเบือนหน้าหนี เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามนั้น แล้วก็รู้สึกกระดากที่จะต้องพูดคำว่า ห่วง ออกไปด้วย แต่ถ้าจะให้ตอบว่า ไม่ก็จะรู้สึกผิดกับตัวเองเล็กๆ จึงทำเพียงแค่ปล่อยให้ความรู้สึกเป็นปริศนาต่อไป

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่านายจะไม่มีความผูกพันกับคนในครอบครัวเลย เพราะนายก็ไม่ใช่เด็กใจร้ายขนาดนั้น”

“หึ” จุนฮเวแค่นหัวเราะเบาๆ ตาคมยังคงจ้องไปทางด้านหน้า ส่วนฝีเท้าก็เดินตามร่างเล็กที่อยู่เยื้องๆกันไปเรื่อยๆอย่างไม่มีความเห็นใดๆจะเอ่ย

“อยากไปเยี่ยมพี่ไหม? ฉันไปส่งได้นะ”

ก่อนที่คำถามนั้นจะเรียกให้ร่างสูงชะงักไป จุนฮเวมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา นี่เป็นอีกเรื่องที่จินฮวานแตกต่างจากคนอื่น เพราะคนปกติไม่ค่อยมีใครอยากจะมาพัวพันกับครอบครัวของเขานักหรอก แต่นี่กลับอาสาไปส่งซะงั้น?

“ไม่กลัว?”

“หมายถึงกลัวคนในครอบครัวนายเหรอ?”

จุนฮเวขมวดคิ้ว ถึงจะไม่ได้ตอบอะไรอีกแต่บางอย่างภายในดวงตาก็ทำให้จินฮวานรู้ว่าสิ่งที่เขาถามนั้นถูกต้อง เพราะแบบนั้นร่างเล็กจึงส่ายหน้าเบาๆแล้วส่งยิ้มให้

“ไม่นะ ฉันว่าครอบครัวนายไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น”

“ยังไม่รู้อะไรมากกว่า”

“แต่ถึงจะน่ากลัว ฉันก็เชื่อว่านายคงไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรฉันหรอกมั้ง?”

จุนฮเวถึงกับคิ้วกระตุกเมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ตาเรียวเล็กหยีเข้าหากันพร้อมกับริมฝีปากที่เผยยิ้มกว้าง ซึ่งมันก็ดู.. ร่าเริงเกินไป จนทำให้เขาหงุดหงิด

“มั่นใจเนอะ”

“ก็จริงนี่ สรุปจะไปเยี่ยมพี่ไหมล่ะ จะได้ซื้อของฝากไปให้ด้วย”

“ยุ่งจริง” จุนฮเวบ่นพึมพำ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทำเอาจินฮวานอดที่จะยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความงงงวยไม่ได้

อะไรของเด็กนั่นอีกล่ะ..

เขาคิดในใจแบบนั้นก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป จินฮวานก้าวไวๆเพื่อที่จะได้ตามร่างสูงทัน ระหว่างทางนั้นพวกเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่กล้าถามด้วยว่าจุนฮเวจะไปไหน แต่แล้วคิ้วทั้งสองข้างก็ต้องเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเดินนำเข้าไปยังสถานที่ที่ไม่เข้ากับบุคลิกเอาเสียเลย

..ร้านขายดอกไม้

กระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งในทันทีที่เจ้าของร่างสูงร้อยแปดสิบกว่าๆเดินเข้าไปด้านใน เรียกให้พนักงานร้านที่กำลังง่วนกับการจัดของอยู่ด้านหลังรีบเดินออกมาต้อนรับด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนของตระกูลซง

แถมยัง.. เป็นคนที่มีข่าวแย่ๆมากที่สุดในตระกูลอีกด้วย

ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดเมื่อพบว่าเธอจะต้องบริการใครเข้า แม้ว่าคนของตระกูลซงจะเป็นศรีแก่ร้านแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็คิดว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าเป็นบุตรชายคนอื่นที่ไม่ใช่จุนฮเว

“นายซื้อดอกไม้เป็นกับเขาด้วยเหรอ?” ก่อนที่ความเงียบภายในร้านจะถูกทำลายเพราะคนตัวจ้อยที่โผล่มาจากทางด้านหลัง และการที่จุนฮเวหันไปมองก็ช่วยเปิดเวลาให้หญิงสาวได้ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อเรียกสติ

“เปล่า”

แต่ถึงจะบอกอย่างนั้น จุนฮเวก็เดินไปหยิบดอกกุหลาบสีเหลืองดอกหนึ่งขึ้นมาจากช่อ เจ้าตัวยืนมองมันอยู่ซักพัก ก่อนจะตัดสินใจวางมันลงบนเคาท์เตอร์คิดเงินด้วยท่าทางนิ่งๆ

“เอา.. เอ่อ.. จะรับแค่ดอกเดียวเหรอคะคุณชาย” พนักงานร้านเอ่ยถามด้วยท่าทีเก้กัง ทำเอาจุนฮเวต้องถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน

ทำหน้าเหมือนเขาเป็นโจรที่มาปล้นร้านอย่างนั้นล่ะ น่าโมโหชะมัด

“ไหนบอกไม่รู้เรื่องดอกไม้ไง กุกลาบสีเหลืองคือตัวแทนแห่งมิตรภาพ สื่อถึงความห่วงใยของผู้ให้ที่ต้องการให้ผู้รับมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขสดชื่น.. นายจะบอกว่าการที่นายหยิบดอกสีเหลืองมันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นเหรอ?” จินฮวานที่ก้มลงอ่านความหมายของดอกกุหลาบแต่ละสีในโทรศัพท์เอ่ยแซวพร้อมกับรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้จุนฮเวต้องถอนหายใจออกมาอีกหนก่อนจะวางเงินเอาไว้บนจำนวนหนึ่งแล้วดึงดอกกุหลาบที่ว่านั่นมาถือไว้

“เพราะพี่มันเกลียดสีเหลือง”

พูดจบร่างสูงก็เดินหนีออกไป ปล่อยทิ้งไว้แค่จินฮวานและพนักงานร้านที่ยังคงยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก และทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“เห็นเขาเป็นแบบนั้นแต่เขาใจดีนะครับ” เมื่อจินฮวานเห็นดังนั้นจึงหันไปปลอบ ร่างเล็กพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปหยิบช่อดอกไฮเดรนเยียที่อยู่ไม่ไกลขึ้นมาถือไว้ มืออีกข้างก็หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วนำไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์

“นี่เป็นส่วนของดอกนี้นะครับ ยังไงไม่ต้องทอนก็แล้วกันเพราะเดี๋ยวผมจะตามเขาไม่ทัน” ร่างเล็กพูดพลางชะเง้อมองออกไปด้านนอก เขาเห็นแผ่นหลังของจุนฮเวเดินนำไปค่อนข้างจะไกลแล้ว จึงตัดสินใจวิ่งออกจากร้านไปให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากคลาดกัน

“นี่! รอก่อนสิ”

ใช้เวลาไม่นานคนตัวเล็กก็สามารถเข้าประชิดแผ่นหลังกว้างได้ เสียงฝีเท้าและลมหายใจที่หอบเหนื่อยเรียกให้จุนฮเวหันมามองด้านหลัง เขาแค่นหัวเราะเพราะรู้สึกตลกที่จินฮวานขาสั้นขนาดนั้น แต่แล้วนัยน์ตาคมเข้มก็ฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นว่าในมือของอีกฝ่ายถือช่อดอกไม้เอาไว้ด้วย

“เอามาทำไม?”

“อ้อ นี่น่ะเหรอ?” จินฮวานเงยหน้ามอง ก่อนจะยื่นช่อดอกสีน้ำเงินอมง่วงไปให้คนตรงหน้าแล้วเผยยิ้มบางที่ตรงมุมปาก “รู้ไหมว่าดอกไฮเดรนเยียเป็นตัวแทนของอะไร?”

จุนฮเวแค่นหัวเราะพอได้ยินคำตอบนั้น ร่างสูงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเพื่อหลีกเลี่ยงคำตอบ

“ความเย็นชาไงล่ะ” เมื่อเห็นแบบนั้นจินฮวานจึงเป็นฝ่ายตอบแทน ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินเข้าไปใกล้แล้วผลักให้ช่อดอกไม้ชนกับเข้าอกของอีกฝ่าย

“อะไร?”

“แต่ถึงจะเย็นชา ยังไงฉันก็ชอบมัน

ก่อนที่คำพูดข้างต้นจะทำให้ในใจของจุนฮเวรู้สึกโหวงวูบ ราวกับว่าโดนดึงวิญญาณออกจากร่างยังไงอย่างงั้น อยู่ๆเขาก็นึกคำพูดอะไรไม่ออก ภายในหัวมีแต่คำว่า เย็นชา แต่ก็ชอบ ลอยวนเวียนเต็มไปหมด อีกทั้งยังรู้สึกร้อนๆที่ตรงข้างแก้มทั้งๆที่ไอ้ห้างบ้านี่ก็เปิดแอร์เย็นจะตายไป

บัดซบ

“แค่นี้ล่ะที่อยากจะบอก” ก่อนที่จินฮวานจะเป็นฝ่ายเอ่ยต่อเมื่อพบว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มจะไม่สู้ดีนัก สังเกตจากสีหน้าของคนที่กำลังยืนนิ่งเขาก็พอจะรู้ว่าตอนนี้จุนฮเวจะต้องกำลังโมโหแน่ๆ แม้จะนึกค้านในใจว่าสองข้างแก้มและใบหูที่กำลังแดงนั้นทำให้คนตัวสูงดูน่ารักไม่หยอกก็เถอะ แต่ขอเก็บเอาไว้คนเดียวมันคงจะดีกว่า

มือบางดึงช่องดอกไม้กลับไปก่อนจะก้มลงทำทีเป็นดมมันเบาๆแล้วเงยขึ้นมายิ้มให้ เขาเห็นจุนฮเวหรี่ตามองอย่างจับผิด ซึ่งมันก็เป็นความจริงเพราะตอนนี้ร่างสูงเองก็ยังไม่เข้าใจว่าจินฮวานต้องการอะไรกันแน่ เมื่อเป็นแบบนั้นคนตัวเล็กจึงหัวเราะเบาๆเพื่อกลบเกลื่อนความเครียด

“แล้วจะไปเยี่ยมพี่นายยังไงอะ เอารถมาเอง?”

“คนมาส่ง”

“อ้าว.. แล้วไหนบอกว่าผ่านมา?”

จุนฮเวเงียบกริบอีกครั้งเมื่อเขาเพิ่งรู้ตัวว่าได้ทำความลับแตกไปหยกๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววโมโหขึ้นมาทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความอายที่เริ่มจะก่อเกิด ทำเอาคนตัวเล็กงงไม่น้อยว่าเขาพูดอะไรผิด

“ยุ่งจริง”

“อ้าว ขอโทษ ทำให้นายโกรธเหรอ ฉันพูดอะไรผิด”

“ฮุ้ว” จุนฮเวสบถเบาๆก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ส่วนจินฮวานก็กะพริบตามองปริบๆอย่างคนไม่เข้าใจ หลายครั้งแล้วที่เขาตามอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่ถูก แต่ก็ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถามก็ไม่ได้ ต้องเก็บความอยากรู้ไว้ในใจเพียงคนเดียว

“ถ้างั้นไปรถฉันก็ได้ นายจะขับไหม?”

จุนฮเวหันกลับมามองอีกหน ตาขวางๆนั้นทำให้จินฮวานเลิกคิ้วขึ้น ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่ซักพักก่อนที่ร่างเล็กจะตัดสินใจล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบกุญแจรถขึ้นมาส่งให้อีกฝ่าย ส่วนจุนฮเวก็คว้าไปถือเอาไว้แล้วเดินหนีไปแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง

“อ้าวนาย..”

รู้เหรอว่ารถของเขาจดไว้ตรงไหนน่ะ..

อะไรของเขานะ เดาอารมณ์ยากจริงๆ

LUST & WRATH

 

โรงพยาบาลเซนต์ปีเตอร์

จุนฮเวและจินฮวานเดินตามบุรุษพยาบาลที่มานำทางขึ้นไปยังห้องพิเศษที่จีวอนพักอยู่ จากการที่คนของตระกูลซงมาเยือนที่โรงพยาบาลถึงสองคนในวันนี้ก็ทำให้ตอนลงรถมีคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลพากันมารอรับอย่างพร้อมหน้า ตอนเช้าชานอูก็มาเยี่ยมพี่ชายไปแล้วคนหนึ่ง

นั่นก็แปลว่า..

จริงๆพี่น้องบ้านนี้ก็รักกันเหมือนกันนะ

“เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วคุณจีวอนเพิ่งจะได้สติเองครับ คุณจุนฮเวมาได้ทันจังหวะพอดี” บุรุษพยาบาลคนเดิมเป็นคนหันมาให้ข้อมูล หากแต่จุนฮเวก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่พยักหน้ารับน้อยๆในขณะที่ยืนรอให้อีกฝ่ายเปิดประตู

จินฮวานมองบานประตูไม้ที่แสนใหญ่โตด้วยความตะลึง สาบานเถอะว่านี่คือห้องพักผู้ป่วยเฉยๆ ถ้าไม่บอกก่อนเขาคงคิดว่าจีวอนกำลังพักโรงแรมระดับ 10 ดาวอยู่แน่ๆ

“ขอเชิญตามสะดวกเลยครับ”

สิ้นเสียงคำพูดนั้นจุนฮเวก็เดินเข้าไปด้านใน ที่มือขวายังคงถือดอกกุหลาบสีเหลืองเอาไว้ ก่อนจะยื่นมันให้กับฮันบินที่ลุกขึ้นต้อนรับ

“เอ้ะ..” ก่อนที่สายตาของฮันบินจะสะดุดเข้ากับคนที่เดินตามจุนฮเวเข้ามา

“อ้าว..”

ทั้งสองต่างก็แปลกใจที่ได้เจอกันทั้งคู่ โดยเฉพาะเมื่อจินฮวานมากับจุนฮเวด้วยแล้ว หากแต่บรรยากาศเงียบกริบที่ปกคลุมไปรอบห้องก็ทำเอาฮันบินไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไป เขาทำเพียงส่งยิ้มบางๆและพยักหน้าให้ก่อนจะชวนร่างเล็กมานั่งที่โซฟาข้างๆ

จุนฮเวเองก็เดินเข้าไปหาพี่ชาย มือที่ว่างแล้วสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหลุบตาลงมองคนที่นอนอยู่บนเตียง แน่นอนว่าเมื่อมีคนเข้ามาใกล้จีวอนก็เหลือบตาหันมามองเช่นกัน หากแต่สภาพที่ดูไม่จืดนักก็ทำให้ผู้บาดเจ็บแค่นหัวเราะเบาๆก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“ค่อนข้างแย่”

คำเย้ยดังออกมาจากปากของคนเด็กกว่า จีวอนขบสันกรามจนขึ้นรอย เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนอยู่นิ่งๆแล้วทำเป็นหูทวนลมเพราะไม่อยากโมโหให้กับน้องชายที่อุตส่าห์เจียดเวลามาหาถึงที่

“แต่แค่เจ็บไม่ตายหรอก” ตามด้วยประโยคที่สอง ร่างสูงเอาลิ้นดุนแก้ม ต้องยอมรับลึกๆว่าพอมาเห็นสภาพจีวอนขาหักทั้งสองข้างและมีแต่แผลบอบช้ำเต็มร่างกายไปหมดก็ทำให้เขารู้สึกแย่ไม่น้อย

แต่ก็คิดคำปลอบไม่ออก

อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยคุยกับใครนักจึงไม่ถนัดในเรื่องอะไรแบบนี้ สิ่งที่พูดไปเมื่อกี๊มันก็เป็นความจริง เพราะแค่เจ็บเดี๋ยวมันก็หาย เขาเองก็เป็นแผลสาหัสช้ำในมาตั้งหลายหน เคยโดนรุมซ้อมจนซี่โครงหัก กระดูกแขนร้าว แต่ก็ยังรอดมาได้

เพราะฉะนั้นพี่มันไม่ตายหรอก

“รีบหาย”

จีวอนเหลือบตามองเมื่อได้ยินประโยคข้างต้น คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันในคราที่เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากนัยน์ตาแสนเย็นชาคู่นั้น แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะฤทธิ์ของยาสลบที่ยังไม่จางหายไปหรือเปล่า

บางทีเขาอาจจะตาฝาด

“แบบนี้บ้านมันกว้างไป”

ก่อนที่ประโยคที่สองจะดังออกมาจากปาก และพอพูดจบจุนฮเวก็เป็นฝ่ายหันหลังเดินหนีออกไปจากห้อง ทำเอาคนที่กำลังนั่งรอทั้งสองถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอการเยี่ยมไข้ที่แสนจะเย็นชาและรวดเร็วอะไรขนาดนี้

“เจอกันที่โรงเรียนนะ” จินฮวานหันไปบอกลาฮันบินก่อนจะรีบวิ่งตามออกไป ร่างเล็กเร่งฝีเท้าให้ทันแผ่นหลังกว้างนั่น ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่ามีใครบางคนกำลังเดินสวนมา

ใครบางคนที่มีท่าทางสง่า.. และเมื่อจินฮวานพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายให้ดีเขาก็จำได้ว่าคนๆนี้คือ คัง ซึงยูน พี่น้องอีกคนของจุนฮเวนั่นเอง

ทั้งคู่จ้องกันอยู่ซักพักก่อนที่จุนฮเวจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วเดินต่อไป ไร้ซึ่งคำทักทายราวกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ส่วนซึงยูนเองก็ยักไหล่แบบไม่แคร์แล้วเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องด้วยเช่นกัน ทิ้งไว้ให้จินฮวานได้แต่แปลกใจกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เพิ่งเคยเจอ ก่อนจะเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มที่รอลิฟต์ด้วยท่าทีเงียบสงบ

“เฮ้..” แต่จากที่คิดเอาไว้ว่าจะเอ่ยแซวนิดๆหน่อยๆว่าเป็นห่วงพี่ชายเหมือนกันล่ะสิเขากลับต้องเปลี่ยนใจ มือบางส่งไปจับข้อแขนของอีกฝ่ายเอาไว้เพราะดูเหมือนจุนฮเวเองก็จะมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

“น้ำมันเบรกโดนเจาะ”

มือบางบีบข้อแขนของจุนฮเวแรงขึ้นเมื่อร่างสูงบอกออกมาแบบนั้น เสี้ยววินาทีเขาเห็นนัยน์ตาคมเข้มฉายแววโกรธเคืองอยู่ภายใน แถมบนใบหน้าเองก็ดูจะสลดใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นสภาพของพี่ชายกับตาตัวเอง

“ไม่เป็นไรนะ พี่นายหายดีแน่ ส่วนคนที่ทำเรื่องนี้.. เดี๋ยวมันก็จะต้องชดใช้ พ่อนายไม่ปล่อยเอาไว้หรอก”

“หึ” จุนฮเวแค่นหัวเราะ แล้วเพียงชั่วพริบตาใบหน้าคมก็ถูกฉาบไปด้วยความเย็นชาเหมือนเก่า เขากลืนอารมณ์ที่เผลอแสดงออกมาเมื่อครู่เข้าไปด้านใน เก็บซ่อนไว้เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ใครควรจะได้เห็น

“นี่” จินฮวานเป็นฝ่ายเอ่ยทักในตอนที่บานประตูทั้งสองปิดเข้าหากัน และถึงแม้ร่างสูงจะไม่หันมามอง เขาก็รู้ว่าคนข้างๆยังคงฟังกันอยู่

“ไม่ต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวก็ได้นะ นายน่ะ”

“...”

“บางทีฉันก็อยากเห็นด้านอื่นๆของนายบ้าง ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใคร”

จุนฮเวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์เปิดออกพอดีทำให้บทสนทนาจบลง ร่างสูงเป็นฝ่ายก้าวนำออกไปก่อนอย่างเช่นทุกครั้งที่ต้องการหลบหลีกอะไรบางอย่าง มองแวบเดียวเขาก็สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้จุนฮเวกำลังเผยด้านที่อ่อนแอออกมาให้เห็น

ตาเรียวเล็กจ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความเป็นห่วง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้ว่าหัวใจของอีกฝ่ายไม่ได้ด้านชา พอมีอะไรไปกระทบหน่อยก็ทำเอาซึมไปเหมือนกัน

ความจริงก็สนใจคนรอบข้างอยู่บ้างสินะ

เห็นไหมล่ะ เขาบอกแล้วว่าจุนฮเวน่ะเป็นเด็กน่ารักและจิตใจดี J

 

LUST & WRATH


50%


เอ้อแล้วเราก็ลืมบอกเลย สาเหตุที่รถเน่พัง มันไม่ได้มีคนปองร้ายตระกูลซงหรือแอบเข้ามาทำร้ายในบ้านนะงับ มีคนเชื่อมไปกับอุบัติเหตุของบ๊อบแล้ว คนที่ทำรถเน่พังในรอบนี้คือเจบีนะ ตามไปอ่านในบาป #เจบีบ้าอำนาจ ได้เลย นี่แหละสาเหตุที่อยากให้อ่านให้ครบทุกบาป เพราะเรื่องมันเชื่อมกัน มีรายละเอียดเล้กๆน้อยๆที่จะทำให้เข้าใจมากขึ้นนะงับ T^T แต่ถ้าไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเนาะ เราจะอธิบายไปเรื่อยๆ -3- 

     












 

จุนฮเวกลับไปแล้ว..

แต่จีวอนก็ยังไม่ได้พักเพราะมีซึงยูนแวะมาเยี่ยมต่อ ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกตา เพราะที่ผ่านมาคนอย่าง คัง ซึงยูน ก็ไม่เคยให้ความสนใจกับสมาชิกในบ้านเท่าไหร่นัก ร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสนุกสนานตามนิสัย ก่อนจะอ้าปากออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ทุกคนคงจะดูออกว่านั่นคือการเสแสร้งแกล้งทำ

“สภาพดูไม่จืด” แล้วคำแรกที่เอ่ยทักก็เรียกให้คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเหลือบหันมามอง จีวอนขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นท่าทางขี้เล่น (ที่ไม่ถูกเวลา) ของคนเป็นพี่ ส่วนฮันบินเองก็ดูท่าไม่ดีนัก เขาไม่ต้องการให้ใครมายั่วโมโหจีวอนในเวลาแบบนี้ แค่สภาพร่างกายก็แย่เกินพออยู่แล้ว เมื่อกี๊ที่จุนฮเวมายังรู้สึกอึดอัดน้อยกว่านี้เสียอีก

ว่าแต่..

ตาเรียวจ้องมองยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังของซึงยูนอย่างพิจารณา ฮันบินย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเขารู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“เจ็บไหมน้องชาย นึกว่าตัวแบ่งสมบัติของฉันจะลดน้อยลงแล้วซะอีก แต่นายก็.. หนังหนาไม่หยอก”

ก่อนที่คำพูดของซึงยูนจะดึงสติของฮันบินให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเมื่อพบว่าจีวอนแค่นหัวเราะเบาๆ และจากการที่คบกันมานานก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ภายในของอีกฝ่ายคงกำลังเดือดปุดๆ

เดือด.. แต่ทำอะไรไม่ได้

มันน่าจะสร้างความหงุดหงิดให้กับจีวอนได้มากพอสมควร

“ทีหลังนายก็ต้องขับรถให้ระวังๆนะรู้ไหม” ซึงยูนพูดพร้อมก้าวมาด้านหน้าเล็กน้อย “นี่ที่บ้านก็วุ่นวายแทบแย่ ทำเอาฉันไม่มีสมาธิที่จะทำงา..”

“ไงครับน้องดงดง” ก่อนที่ประโยคแรกของวันจะโผล่ออกมาจากปากของคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง เรียกให้ฮันบินหันไปมองด้วยความแปลกใจ เขาเริ่มสังหรณ์ใจว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ เพราะการที่จีวอนยอมปริปากพูดออกมาแบบนี้ทั้งๆที่เงียบมาตลอดวัน แปลว่าความไม่พอใจที่กักเก็บไว้ใกล้จะปะทุออกมาแล้ว

แน่นอนว่าการที่ทั้งคู่รู้จักกันมันทำให้ซึงยูนชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นขรึมไปถนัดตา ส่วนดงฮยอกเองก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่ฮันบินนึกออกพอดีว่าเคยเจอร่างเล็กที่ไหน

อ้อ.. ที่ห้องพยาบาลวันนั้น

วันแรกของการเปิดภาคเรียนสินะ

“นาย.. รู้จักดงฮยอกด้วย?” ซึงยูนถามพลางมองดงฮยอกและจีวอนสลับไปสลับมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสงสัย อีกทั้งยังสั่นไหวน้อยๆเมื่อเห็นว่าจีวอนกระตุกยิ้มราวกับผู้กำชัยชนะ

“รู้จักครับ” จีวอนตอบพลางยกยิ้ม นัยน์ตาดูมีแววมากกว่าตอนช่วงที่ผ่านมา ส่วนซึงยูนเองก็ถึงกับกำมือแน่นเมื่อได้ยินประโยคถัดไป

“แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าพี่มีรสนิยมที่ชอบใช้ของเก่า.. ที่เป็นของผมมาก่อน

 

เคร้ง!!

 

ประโยคหลังของจีวอนดังขึ้นพร้อมกับถาดอาหารที่ร่วงกราวลงกับพื้น ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่หน้าซีดเผือดนามว่าดงฮยอก ร่างเล็กหอบสั่น สีหน้าหวาดหวั่นไปด้วยความกลัว อีกทั้งนัยน์ตายังจดจ้องไปที่จีวอนด้วยความไม่เข้าใจ

“นาย.. เป็นอะไรรึเปล่า?” ฮันบินเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อน สองขาก้าวเข้าไปยืนอยู่ที่ข้างเตียงของจีวอนโดยอัตโนมัติเพราะเขากลัวว่าร่างสูงจะเป็นอะไรไป

“พี่จะพูดอะไร พี่จะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา!!!” หากแต่ดงฮยอกเองก็หาได้สนใจคำพูดของฮันบินไม่ ตาเรียวเล็กแดงก่ำและฉายแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ไหล่บางกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะเนื่องจากเจ้าตัวหอบหายใจอย่างแรง

ดงฮยอกตื่นตระหนกราวกับผู้ร้ายที่โดนจับได้..

ดูเหมือนว่าบัดนี้ร่างเล็กจะไม่มีสติใดๆหลงเหลืออยู่กับตัวอีกแล้ว

“ดงฮยอก” ซึงยูนที่ยืนอึ้งอยู่นานเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเช่นกัน หากแต่คำพูดนั้นกลับไม่กล้าทำให้ร่างเล็กหันหน้าไปเผชิญด้วยซ้ำ ดงฮยอกทำเพียงกำมือแน่น ก่อนจะเม้มริมฝีปากเมื่อข้างนัยน์เบ้าตามันร้อนผะผ่าวไปหมด

 

แปะ...

แปะ..แปะ

 

ก่อนที่ความเงียบทุกอย่างจะโดนทำลายเมื่อสองมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงประกบเข้าหากันเป็นจังหวะ จีวอนปรบมือช้าๆพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมาจากในลำคออีกครั้งราวกับฉากทะเลาะด้านหน้าเป็นฉากละครเวทีสุดเริงรมย์

“นี่น้องดงดงไม่ได้บอกเรื่องของเราให้พี่มันรู้เหรอครับ?”

“พี่จีวอน” ดงฮยอกกัดฟันแน่นในขณะที่พูดออกมา ตาเรียวแดงก่ำ ไหล่บางสั่นสะท้านรุนแรงเมื่อจีวอนไม่หยุดเพียงแค่นั้น

“หรือบอกแล้วแต่พี่ก็ยังชอบอยู่?” คราวนี้จีวอนหันไปหาซึงยูนแทน ร่างสูงที่นิ่งงันมองตอบด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่จีวอนก็พอสังเกตได้ว่ามันเต็มไปด้วยความโมโหและอับอายปะปนกันอยู่ภายใน

“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจอะไร..” จีวอนยักไหล่พร้อมกับแค่นหัวเราะ “เพราะตอนเด็กๆพี่ก็ชอบแย่งของเล่นของพี่น้องทุกคนอยู่แล้วนี่เนอะ”

คราวนี้เป็นซึงยูนเองที่กำมือแน่น ร่างสูงพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยแรงโทสะ ทำเอาฮันบินต้องส่งมือไปบีบที่หัวไหล่ของจีวอนเบาๆเพื่อปรามให้หยุด ถ้าไม่อย่างนั้นทั้งคู่อาจจะมีเรื่องกันแน่ๆ แต่ก็โชคดีที่ซึงยูนไม่พูดอะไร ทำเพียงขบฟันแน่นและจ้องมองอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะเดินหนีออกจากห้องไปโดยที่ไม่หันกลับมามองด้านหลังอีก

“อาคัง!! อาคังครับฟังผมก่อน!

แน่นอนว่าพอเป็นแบบนั้นดงฮยอกเองก็รีบวิ่งตามไปด้วยน้ำตา เสียงที่เอ่ยเรียกสั่นเครือจนน่าใจหาย หากแต่จีวอนกลับแค่นหัวเราะออกมาอีกหนเพราะรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก

ตาเรียวค่อยๆปิดลงเมื่อความเงียบเข้ามาปกคลุมรอบๆห้องอีกครั้ง แม้ในหูจะได้ยินเสียงกรอกๆแกรกๆจากการที่ฮันบินกดเรียกแม่บ้านเค้ามาทำความสะอาดพื้นแต่จีวอนก็หาได้สนใจไม่

เขารู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะคุยกับใคร ที่ทำการตอกกลับซึงยูนไปเมื่อครู่ก็มีอยู่สองสาเหตุคือ.. 1. เขารำคาญท่าทีหยิ่งผยองและแสนอวดดีนั่น และ 2. เขาแค่ต้องการชี้ทางสว่างให้พี่มันก็เท่านั้น เพราะจากที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันมานานก็ทำให้พอจะรู้ว่าพี่มันมีปัญหากับแฟนที่ชื่อจินอูบ่อยๆ

มีแฟนที่ดีแล้วยังรักษาเอาไว้ไม่ได้ กลับพาเด็กที่ชื่อดงฮยอกมาเยี่ยมเขาถึงที่นี่ มันไม่โง่ไปหน่อยเหรอไง?

“เจ็บมากไหม?”

ก่อนที่ความคิดของจีวอนจะขาดห้วงไปเมื่อได้ยินคำถามนั้นดังเข้ามาในโสต ตามด้วยเสียงลากเก้าอี้ที่ดังเข้ามาใกล้ๆ เขารู้ดีว่าบัดนี้ฮันบินย้ายเข้ามานั่งอยู่ข้างๆกันแล้ว ซึ่งความจริงก็อยากจะพลิกตัวหันหน้าหนี แต่สภาพร่างกายที่เรียกได้ว่า โคตรย่ำแย่ ก็ทำให้ขยับไม่ได้อย่างที่ใจคิด

“พูดกับฉันหน่อย”

ความอุ่นร้อนที่เกิดขึ้นตรงฝ่ามือบวกกับเสียงที่เริ่มจะสั่นเครือทำให้คนที่กำลังนอนนิ่งๆยอมลืมตาขึ้นมา แต่เขาก็เลือกที่จะจ้องมองบนเพดานอยู่แบบนั้น มือที่ฮันบินบีบคลึงเบาๆก็ไร้ซึ่งการตอบสนองกลับไป ความเย็นชาที่เกิดขึ้นเริ่มจะทำให้คนที่นั่งอยู่เริ่มใจไม่ดี

“นายโกรธอะไรก็บอก พูดออกมาดีกว่าเงียบอยู่แบบนี้นะ”

ฮันบินยังคงร้องขอ เพราะตั้งแต่ที่จีวอนรู้สึกตัวเขาก็พยายามเข้าไปคุยด้วยความดีใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเฉยชาและเงียบงัน ในทีแรกก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าจีวอนคงจะเหนื่อย เพราะพี่น้องคนไหนมาหาก็ยังไม่คุยด้วย แต่เมื่อกี๊..

ถ้าพูดกับซึงยูนได้แล้วทำไมพูดกับเขาไม่ได้ล่ะ?

“บ๊อบ..”

แต่เพียงชื่อเดิมที่เอ่ยออกมาจากนั้นก็ทำให้จีวอนเลือกที่จะหลับตาลงอีกหน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างหมายจะให้ความจุกที่มีอยู่นั้นตามลงไปด้วย ภายในใจยิ่งปวดร้าวเมื่อฮันบินบีบมือแรงมากขึ้นอีก

ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ ความเจ็บที่ขาทั้งสองข้างยังไม่เท่าความเจ็บที่ใจเลยในตอนนี้

ทำไม.. เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย

สภาพที่ไม่ต่างอะไรกับคนพิการ แม้จะขยับตัวไปไหนเองก็ทำไม่ได้

ให้ตายซะยังดีกว่า

“ออกไป” ริมฝีปากหยักเผยอออกก่อนจะพูดคำนั้น เพียงเบาๆแต่กลับทำให้ฮันบินชะงักไป มันเป็นคำพูดสั้นๆที่สามารถเรียกหยาดน้ำใสๆให้ออกมาเอ่อล้นที่ภายในดวงตาได้อย่างง่ายดาย

คุยกันประโยคแรกก็ไล่เลยเหรอ?

“โกรธอะไรก็บอกดิ นายเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรแบบนี้แล้วจู่ๆก็มาไล่ นายเป็นบ้าอะไร”

“ฉันไม่ได้เป็นบ้า แต่ฉันพิการไง!” น้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมกับสายตาขวางๆที่หันไปมองทันควันทำเอาฮันบินชะงักไปชั่วครู่ เขาอึ้งไปเมื่อเห็นว่าภายในตาของจีวอนเริ่มจะแดงก่ำ ปลายจมูกโด่งเชิดนั่นด้วยเช่นกัน เพียงแค่มองก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน

แต่เขา..

 “เดี๋ยวนายก็หาย..”

กลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปลอบ

“หึ คิดว่ามันเหมือนเดิม?” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ มันติดจะเย้ยหยันและประชดชีวิตของตัวเองอย่างถึงที่สุดจนคนฟังรู้สึกหดหู่ไปด้วย

ฮันบินเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งๆที่เตรียมใจมาแล้วว่าเรื่องนี้มันจะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว จีวอนไม่มีทางรับสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะยากมากถึงขนาดนี้

ทั้งเจ็บและรู้สึกแย่แทน ถ้าหากมีพรข้อหนึ่งที่สามารถทำให้เป็นจริงได้ เขาคงจะขอยกความเจ็บทั้งหมดนี้มารับเอาไว้เอง

“ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตายไปซะ?”

ก่อนที่คำพูดข้างต้นจะเรียกให้ฮันบินรีบหันไปมองด้วยความตกใจ เขารีบกระชับจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นๆแล้วส่ายหน้ารัวอย่างตื่นตระหนก

“อย่าพูดแบบนี้”

“นายจะได้ไปอยู่กับไอ้นั่นไง”

“อย่าพูดแบบนี้บ๊อบบี้!!

ฮันบินตะหวาดลั่น สิ้นสุดคำนั้นน้ำใสๆที่กลั้นเอาไว้ก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนที่ถูกพังจนยับเยิน แค่ต้องเผชิญกับเรื่องที่เกิดขึ้นก็แย่พออยู่แล้ว นี่ยังจะต้องโดนจีวอนประชดประชันและขับไสไล่ส่งกันอีก

เขาไม่ใช่หุ่นยนต์นะที่จะไม่รู้สึกอะไร

“อย่าทำแบบนี้ อย่าไล่ฉัน.. แล้วก็อย่าพูดว่าอยากตาย”

จีวอนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เหมือนทุกครั้งที่เขาเห็นน้ำตาของฮันบินแล้วในใจมันก็ปวดไปหมด อยากจะดึงอีกฝ่ายมากอดแน่นๆแต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ มันยิ่งทำให้เขาเจ็บใจมากกว่าเดิม

“ถ้านายตายแล้วฉันจะอยู่กับใคร” กายบางเริ่มสะอื้นไห้ ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตัวเองจนมันแดงช้ำ เรียกให้จีวอนหลับตาของตัวเองลง ข่มความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันทะลักออกมามากกว่านี้

“ฉันพิการ ฮันบิน..” ริมฝีปากเรียวเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ..มันเบาจนน่าใจหาย จนฮันบินต้องรีบกระชับมือนั้นไว้แล้วออกแรงเขย่า เพราะตอนนี้รู้สึกเหมือนจีวอนกำลังจะห่างออกไปจากเขายังไงก็ไม่รู้

“หายต้องหาย ฉันดูแลอยู่นี่ไง นายต้องหาย” ใบหน้าเนียนครางสะบัด ฮันบินกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอ หากแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆในเมื่อจีวอนไม่คิดแม้แต่จะหันมามองหน้าของเขาเลย

“นายไปกับคนอื่นได้นะ..”

“อย่าพูดแบบนี้ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าไล่กัน”

“ฉันดูแลนายไม่ได้แล้วฮันบิน!” จีวอนเริ่มตะหวาด ตาคมแดงหนักมากกว่าเดิม อีกทั้งกายยังสั่นเทิ้ม บ่งบอกว่าเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่ต้องเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ข้างใน

“นายดูแลฉันไม่ได้แต่ฉันดูแลนายได้นี่ นายอย่าไล่..”

“ทำไมตอนที่ฉันปกติดีนายถึงเอาแต่ไล่ แล้วตอนนี้นายจะกลับมาทำไม? นายจะกลับมาหาฉันตอนที่ฉันทำอะไรให้นายไม่ได้แล้วทำไมกัน!

“ฉันกลับมาดูแลนายไงบ๊อบ!” ฮันบินเริ่มเสียงดังบ้าง น้ำตาที่ไหลลงมาเรื่อยๆเริ่มบดบังภาพตรงหน้าจนพร่าเบลอ หากแต่เขากลับไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นมาปาดมันออกไปด้วยซ้ำ

เข้าใจแล้วว่าตอนนั้นจีวอนเจ็บมากแค่ไหน ตอนที่เขาเอาแต่ผลักไสน่ะ..

สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่แย่

“ฉันรักนายนะ” เสียงสุดท้ายดังออกมาจากปากอวบอิ่มพร้อมกับน้ำตาของจีวอนที่เริ่มไหล ร่างสูงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะต้องการที่จะหลบซ่อนมัน คำว่ารักนั้นเหมือนจะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจที่บอบช้ำไปหมดนี่ได้บ้าง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับร่างกายที่แทบไม่เหลือความเป็นคนนี่อยู่ดี

“ฉันพิการ..”

“ฉันรักนายก็พอแล้วบ๊อบ ไม่ว่านายจะเป็นยังไง”

“ฉันพิการ ฮันบิน” ริมฝีปากบางพึมพำด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน จีวอนหลับตาลง ปล่อยให้หยาดน้ำใสๆมันไหลลงไปตามขมับ การเอ่ยความจริงที่แสนเลวร้ายนั้นซ้ำๆไม่ได้ช่วยให้เขายอมรับมันได้ แต่มันกลับเหมือนการเอามีดแหลมๆแทงลงมาในใจเรื่อยๆ ตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บมากกว่าเดิม

“ฉันก็รักนายอยู่ดี” อ้อมแขนเรียวสวมกอดคนตรงหน้าเอาไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนที่ฮันบินจะซบใบหน้าลงไปยังอกแล้วพร่ำเอ่ยคำเดิมให้จีวอนมั่นใจ

เพียงแค่นั้นกายหนาที่นอนนิ่งๆก็สั่นเทิ้มรุนแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ จีวอนกัดริมฝีปาก เขาพยายามกลั้นไม่ให้ความอ่อนแอทะลักออกไป แต่ทุกอย่างก็พังหมด

เพียงอ้อมกอดอุ่นๆที่โอบร่างกายเอาไว้ ก็ทำให้เขาอดทนเข้มแข็งไม่ได้อีกต่อไป

แล้วแบบนี้ฉันจะปกป้องนายได้ยังไงกันฮันบิน

ฉันทำไม่ได้หรอก

 


100%

เพ่บ๊อบบบบบบบบบบบบบบบบ TwT สงสาร ฉากของดบบดราม่าจนแบบ เอ้ะนี่บาปกามรึเปล่า 555555555 ขอให้ทุกคนใจเย็ลๆ เดี๋ยวความดราม่าหายไป มันจะต้อง have py แฮปปี้แน่นอนที่สุด รอกันก่อนนะ -3- แต่ยังไงก็ฝากติดแท็ก #7sinsดบบ ด้วยนะงับ แท็กมันดีแล้ววว เย่ เมนท์ให้ด้วยน้า จะรีบต่อ **ตอนนี้ต่อจากเหตุการณ์ของอาคังคนโลภนะงับ ไม่งงใช่มั้ย? ยังไงถ้าใครว่างก็ตามอ่านให้ครบทุกบาปนะ ♥ 

เอ้อแล้วมีคนถามด้วยว่าเรื่องนี้มีบาปอะไรบ้าง บางคนยังไม่รู้ว่ามี 4 บทความ แบ่งเป็น กาม&โทสะ โลภ&เกียจคร้าน อิจฉา&อัตตา แล้วก็ตะกละ ฉายเดี่ยวนะงับ ลิงค์ของทุกเรื่องอยู่หน้าบทความแล้ว คลิ๊กเข้าไปได้เลย ถ้าใครหาไม่เจอใน pologue สามารถกดเข้าไปตรงบาปต่างๆได้นะ ตอนที่เด็กเกิดงะเราใส่เอาไว้ ฮี่ๆ  อย่าลืมอ่านนะ จุ้บๆงับ -3 -'

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2695 icevalentine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:09
    ฮื้อออออออออออออออออออออดราม่าอ่านแล้วน้ำตาจะไหลตามบ๊อบเลย
    #2,695
    0
  2. #2644 choopp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 11:22
    ความหน่วงนี้มันอะไนกันแม่จ๋า
    #2,644
    0
  3. #2492 Jhw'  (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 15:56
    ฮรื่อออออ หน่วงเบาๆ ภาษาไรต์สวยจัง ชอบอะ อ่านสนุกดี บรรยายดีมาก เราอินตลอดเลยนะ อ่านตอนนี้ตอนแรกมีความเขิน พอครึ่งหลัง มีความหน่วง ร้องไห้ตามเลยอะ T^T
    #2,492
    0
  4. #2285 Zeno122000 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 19:24
    เมื่อไรจุนจินเขาจะงุบงิบกันอ่ะ
    #2,285
    0
  5. #2211 Sendou Nunny (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 23:19
    โอ๊ยดราม่าเฉยเลยง่า ฮืออ หน่วงจุง
    #2,211
    0
  6. #2198 allmarkk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 05:31
    โอ้ยยน้ำตาไหลเป็นสายเลย ตอนฮันบินคุยกับพี่บ๊อบ แง้งงงงหน่วงมาก เขียนได้ดีจังค่ะ อินสุดๆเลยอ่ะ ส่วนจุนเน่อาการปากไม่ตรงกับใจนี่ยังไงงง สงสารพี่จิน55555 แต่ก็น่ารักดี
    #2,198
    0
  7. #2132 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 07:45
    บาบิจำเป็นต้องบาดเจ็บขนาดนี้เลยเหรอ ได้ใจคนอ่านและฮันบินไปเต็มๆ ที่จริงพี่น้องบ้านนี้ก้ห่วงกันดีนะ ส่วนจุนจินนี่น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย จุนเน่ ซึน ปากแข็ง
    #2,132
    0
  8. #2115 9nawKIHAE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 23:33
    หน่วงจุงเลยยยยยยยยยยย 
    #2,115
    0
  9. #1902 Mild Apichaya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:28
    ดบบ นี่แบบหน่วงมากๆเลยนะ
    แต่คู จฮว นี่คือมึนๆซึนๆ 555555555555
    #1,902
    0
  10. #1825 HoneyBabby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:44
    เอ้า... ดบบ ดราม่า? 555555 นี่งงเลย โอ้ยยย
    #1,825
    0
  11. #1506 SYMJDH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 19:36
    ฮือๆๆ เข้าใจอารมณ์ทั้งบ๊อบบี้และฮันบินเลยนะ คือก็รักกันทั้งคู่อ่ะ แต่ชอบความมึนและอึนของจุนเน่อยู่ดี 555
    #1,506
    0
  12. #1448 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 01:09
    เราม่าเกินไปล้าววววว? ?
    #1,448
    0
  13. #1382 ba-na-na (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 18:07
    งืมมมมมมม ดราม่ามากอ่าาาาาา
    #1,382
    0
  14. #1362 BEAUTY-INCLE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 17:20
    น้ำตาไหลแรงมากอ่ะ T^T สงสารพี่บ็อบ บิน แกต้องดูแลพี่เขาดีๆนะ พี่บ็อบก็ต้องหายไวๆน้าาาาา
    #1,362
    0
  15. #1324 ployler (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 17:26
    บ๊อบต้องหายนะฮืออออTT
    #1,324
    0
  16. #1316 mclub (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 16:13
    นี่มาเม้นท์เพราะ have py เลยนะนี่ คิดได้อะ

    เจ๋ง 5555

    ปล. ทำไมอ่านเรื่องนี้น้ำตาไหลเองแปะๆๆๆ

    นี่ไม่ได้ร้องนะ แค่มันหล่นมาเอง
    #1,316
    0
  17. #1310 xshawty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 22:05
    โอยทำไมมันหน่วงขนาดนี้ ฮื่อ

    โคดสงสารบ๊อบเลยย แต่ก็ชชอย่างน้อยมันก็ทำให้บินได้รู้ความรู้สึกตัวเอง

    ปวดใจมาก ฮื่ออออ
    #1,310
    0
  18. #1298 Chutikarn'I (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 07:20
    ถึงบ็อบจะเป็นอะไรฮันบินจะอยู่ข้างๆบ็อบเอง ฮันบินคงรู้แล้วละ ฮื้อออ ?? ไม่อยากให้คนที่ตัวเองรักเจอสภาพนี้ แต่ชอบจุนเน่ บอกว่าบ้านมันกว้างไปยังมีความเป็นห่วงพี่ตัวเองต่างกับซึงยูนอะ 555555
    #1,298
    0
  19. #1263 eceip (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 18:01
    ฉัน?ก็?รัก?นาย?อยู่?ดี? โอ้ยยยยย? สงสารโฮก? ???????? หน่วง?ไปอีก? นาย?ต้อง?หาย?นะ? บ๊อบ?
    #1,263
    0
  20. #1262 kawawaiiei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 16:51
    จุนเน่นี่เขาซึนดีจังค่ะ แถมโกหกไม่เนียนด้วย บู่ว์ๆ -o- //อ่านไปก็รู้สงสารพี่บ๊อบกับน้องต๋ามากขึ้นกว่าเดิม รักที่มีแต่อุปสรรค์ เจ็บปวดดดด ฮืออออ ToT
    รอค่ะ ^^'
    #1,262
    0
  21. #1261 Avinn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 18:58
    เจ็บปวดเหลือเกิน หวังว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมา
    ก็จะกลับมาดีกันนะ ;-----;
    อย่างน้อยก็ได้เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ของคนในบ้าน
    ทำไมต้องให้ใครเป็นอะไรก่อนถึงจะแสดงออกมา 55555
    โอ้ย ดราม่าสงสารจีวอนมากมาย แง
    เป็นช่วงที่อ่านแล้วเจ็บไปด้วยเลย ฮือออออ
    #1,261
    0
  22. #1256 krispy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 00:12
    เศร้ามากอ่ะ แง้

    อยากอ่านต่อแล้ว

    บ๊อบบี้อย่าทำงี้ สงสารน้องงงงงงงงงงงง

    ทุกคนจะต้องสตรองนะ อยากรู้ใครทำ
    #1,256
    0
  23. #1254 litsy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 22:40
    คืออ่านไปด้วย ฟัง Apology ไปด้วย น้ำตาไหลเลยจ่ะ เนื้อเพลงกับเนื้อหาฟิคมันช่างเข้ากัน T0T
    #1,254
    0
  24. #1253 Nicenight (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 22:09
    เศร้ามากร้องไห้เลยแบบสงสารบ็อบฮือออประโยคที่ว่านายไปกับคนอื่นก็ได้นะนี่เจ็บสุดฮืออออออออ T______T รอๆๆๆๆชอบมากๆอินมากๆ
    #1,253
    0
  25. #1252 elfdobblekim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 15:20
    โอ้ยยย TT

    อย่าไล่ฉัน... ตะเตือนไตแรงมากกกสงสารดบบ.

    รีบมาต่อนะค่ะ รออยู่ T___________T
    #1,252
    0