( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 10 : ⍫ throwback

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    6 ส.ค. 58

 
 
 

7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 08 : THROWBACK

 

 

มือหนาสะบัดเอาน้ำเย็นๆออกก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองกระจกตรงหน้า 

บาดแผลตามแก้มและหางคิ้วที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทำเอาสภาพในเช้านี้ดูไม่จืดนัก แผลที่มุมปากซึ่งไม่เคยมีโอกาสได้แห้งสนิทก็เริ่มจะบวมแดงเช่นกัน จุนฮเวเอาลิ้นดุนแก้มมองมันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจทิ้งพลาสเตอร์ที่แกะแล้วลงไปในถังขยะเพราะไม่รู้ว่าจะติดลงไปตรงไหนดี

ถ้าจะให้ติดทุกแผล ให้เขาเอาผ้าก็อซมาห่อหน้าเป็นมัมมี่เลยคงดีกว่า

แต่ถ้าจะให้ติดแค่บางแผล.. มันก็ดูลำเอียงยังไงชอบกล

ไหนจะแผลตามข้อนิ้วนี่อีก จุนฮเวก้มลงไปมองก่อนจะถอนหายใจ มือหนากำๆบีบๆเพื่อคลายความตึงจากแผลที่เริ่มบวม เรียกได้ว่าเช้านี้ร่างกายของเขามีแต่แผล ยังไม่นับรอยฟกช้ำตามท้องและหลังอีกจำนวนไม่น้อย

แต่จะว่าไปปกติมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว  ก็ควรชิน

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างไม่สบอารมณ์นัก แน่นอนว่าไม่มีใครอารมณ์ดีในยามที่ร่างกายขยับไปทางไหนก็รู้สึกเจ็บปวดหรอก แถมเมื่อเช้าดันโดนพ่อเฉ่งเสียจนไม่มีอารมณ์กินข้าว พอเขาเดินหนีก็ยังส่งข้อความมาบ่นอีกยาวเหยียด แน่นอนว่าจุนฮเวอ่านไม่จบและกดลบมันทิ้งด้วยความรวดเร็ว

สรุปได้ว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีแบบขั้นสุด ทั้งหงุดหงิดเจ็บแผล เบื่อที่พ่อคอยด่าแต่เรื่องเดิมๆ เอาแต่พูดว่าเขาไปหาเรื่องคนอื่นทั้งๆ ที่ความจริงแล้วจุนฮเวแค่อยู่เฉยๆด้วยซ้ำ แต่พอบอกว่าไม่ได้ทำพ่อก็ไม่เชื่อ แล้วไอ้ท้องเวรนี่ยังเสือกหิวไม่รู้จักเวล่ำเวลาอีกต่างหาก

ทุกอย่างแม่งน่าขัดใจ

เท้าหนักๆเตะเข้าที่ต้นไม้ริมทางเพื่อระบายความหงุดหงิด จุนฮเวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่ามันทำให้คนรอบๆข้างพากันเดินหนีกันไปหมด ยิ่งเห็นข่าวเหตุทะเลาะวิวาทที่ปั๊มน้ำมันเมื่อคืนก็ยิ่งทำให้คนหวาดกลัว

..เว้นเสียแต่

“นาย!

จุนฮเวชะงักไปเมื่อมีใครบางคนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกันนั้นยังเอ่ยเรียกซะเสียงดัง ทำอย่างกับว่าเขาเป็นคนหูหนวกซะอย่างนั้น เขาเหลือบมองป้ายชื่อที่ติดว่า คิม จินฮวาน พร้อมกับกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน เขาอารมณ์เสียเกินกว่าจะมีอารมณ์มาฟังคนพูดมากพูดอะไรก็ไม่รู้หรอกนะ

แล้วนี่ลมอะไรหอบให้เดินมาจนถึงแถวตึกเกรด 10

ไม่หลงทางแล้วเหรอไง

“บอกให้กลับบ้านเลยไงทำไมถึงได้ไปมีเรื่อง แล้วแผลนี่..”

จุนฮเวใช้นิ้วก้อยแยงเข้าไปในหูก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย หากแต่มือหนากลับโดนดึงไปหาเสียก่อน จินฮวานลูบไปตามแผลอย่างแผ่วเบา แต่เพราะความตกใจจึงทำให้ร่างสูงชักมือกลับ

“อะไรของนาย จะดูให้ไง” ว่าแล้วก็ดึงมือไปดูแผลให้ต่อ จินฮวานจิปากออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าตามข้อนิ้วมีแต่รอยถลอกปอกเปิก บางที่แผลก็ยังไม่แห้งขนาดผ่านมาคืนนึงแล้ว เลือดก็ยังซึมๆอยู่เลย พนันได้ว่าจุนฮเวจะต้องล้างมือแบบแรงแน่ๆ สังเกตจากความชื้นที่ยังคงมีอยู่

เขาดึงผ้าเช็ดหน้า (ผืนที่จุนฮเวเป็นคนซื้อให้) ออกมาจากกระเป๋าก่อนจะซับลงไปบนแผลให้อย่างเบามือ การกระทำนั้นทำเอาคนตัวสูงถึงกับสบถในใจก่อนจะเหลือบตาขึ้นไปมองด้านบน ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเกิดขึ้นในช่องท้องเหมือนทุกครั้ง แถมยังไม่รู้จะทำหน้าแบบไหนอีกต่างหาก

เกลียดเวลาตัวเองเป็นแบบนี้จริงๆ

“ไปห้องพยาบาลไหม?”

“ยุ่งยังไม่พอ?” จุนฮเวชักมือกลับมาก้มมอง ความอุ่นร้อนยังคงอยู่ที่บริเวณนั้น เรียกให้เขาเช็ดมือลงไปยังเสื้อเพื่อไล่มัน ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อจู่ๆจินฮวานก็ส่งมือมาตี

“เช็ดมือกับเสื้อแบบนั้นเดี๋ยวแผลก็ยิ่งถลอกหรอก แล้วเสื้อนักเรียนของนายก็จะเปื้อนด้วย”

“จุ้น”

“เขาเรียกว่าความหวังดีต่างหาก” จินฮวานย่นจมูก ตอนนี้เขาเริ่มชินเวลาที่จุนฮเวด่าว่ายุ่งหรือจุ้นจ้านแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงนอยด์เพราะคิดว่าอีกฝ่ายรำคาญจริงๆ แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายๆอย่างก็ทำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นเป็นเด็กที่ปากไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย

“ไม่มีเรียนเหรอไง?”

เป็นห่วงนายถึงได้ถ่อมาหาก่อน”

ประโยคนั้นทำให้จุนฮเวหยุดชะงัก เขาขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะแค่นหัวเราะ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ในใจรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างหลังจากที่เจอเรื่องน่าหงุดหงิดมาตลอดในตอนเช้าก็เถอะ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่อยากเชื่อว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันจะมา ห่วง กันจริงๆ

ขนาดพ่อที่อยู่บ้านเดียวกันยังไม่พูดคำนี้ แม้แต่เชื่อคำพูดของเขายังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงคนเป็นแม่หรอก ป่านนี้คงนั่งมองข่าวแล้วก็กลุ้มใจไม่แพ้กันเนื่องจากมีลูกชายเป็นอันธพาลที่ขนาดตัวเองยังไม่กล้าเข้าใกล้

“ฉันว่าเราไปห้องพยาบาลกันดีกว่า”

“ไร้สาระ” จุนฮเวพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ พอคิดถึงเรื่องแม่ทีไรก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดทุกที ไอ้ความรู้สึกหน่วงๆในใจที่เกิดขึ้นตลอดๆนี่มันคืออะไรกันวะ ไหนจะตอนที่หัวใจเต้นแรงเวลาโดนจับมืออีกด้วย

มีหลายอย่างที่จุนฮเวไม่รู้ เขาไม่รู้จะนิยามอาการต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองยังไง ตั้งแต่เกิดมาก็มั่นใจอยู่อารมณ์เดียวนั่นก็คือโมโห แต่อย่างอื่นเพิ่งจะมาเป็นตอนช่วงหลัง แล้วเขาก็ไม่รู้จะจัดการให้มันหายไปได้ยังไงเช่นกัน

และที่สำคัญ..

อาการข้างต้นมันก็มักจะโผล่มาพร้อมกับรุ่นพี่เตี้ยที่ชื่อคิม จินฮวาน อะไรนี่

“ไร้สาระอะไรล่ะ นายต้องทำความสะอาดแผลนะ” ไม่ว่าเปล่ายังส่งมือมาฉุดข้อแขนของเขาให้เดินตามอีกต่างหาก

จุนฮเวถอนหายใจพรืด ก่อนจะบิดแขนของตัวเองออกแล้วขมวดคิ้วมองด้วยสายตาเหวี่ยงๆ

“อย่าทำให้อารมณ์เสียจะได้ไหม”

“แล้วนายเคยอารมณ์ดีเหรอไง?”

คำพูดนั้นทำเอาจุนฮเวถึงกับถลึงตาใส่ เขากำมือแน่นและจิปากด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นจินฮวานล่ะก็นะ

มีสิทธิ์อะไรมายอกย้อนกันแบบนี้

“ฉันไม่รู้นะว่านายอารมณ์เสียอะไรมา แต่ตอนนี้ไปทำแผลกันก่อน พอเสร็จฉันค่อยปล่อยให้นายอยู่คนเดียว หลังจากนั้นนายจะอารมณ์เสียหรือเหวี่ยงแค่ไหนก็เต็มที่เลย”

เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง จุนฮเวก้มมองเหมือนไม่อยากทำตามนัก แต่พอเห็นสายตาที่จินฮวานจ้องตอบกลับมา ไอ้ที่คิดไว้ว่าจะเดินหนีไปทางอื่นมันก็กลับก้าวขาไม่ออกซะงั้น

ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่ซักพัก ก่อนที่จุนฮเวจะเป็นฝ่ายสบถคำหยาบด้วยความหงุดหงิดและหันหนีไปมองทางอื่น มือหนายกขึ้นขยี้หัวของตัวเองด้วยความเจ็บใจ อีกทั้งยังไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมไม่ปฏิเสธออกไป

เขาไม่เคยทำตามคำสั่งของใครมาก่อนเลยนะเว้ย พ่อยังไม่ฟัง!

“ตามมา” แต่ตอนนี้ขาทั้งสองข้างกลับมุ่งหน้าไปทางด้านหลังโรงเรียน

จินฮวานมองอย่างงงๆในตอนแรกแต่ก็ยอมวิ่งตามจุนฮเวไปเพราะกลัวว่าจะหลง เขาอยากถามว่าห้องพยาบาลไปทางนี้เหรอ จำได้คร่าวๆว่ามันจะมีรูปปั้นอะพอลโล่อยู่ด้านหน้าเพราะวันแรกที่เข้าเรียนซงเขาหลงไปที่นั่น แต่ถ้าถามว่าจำทางได้ไหมก็ต้องตอบเลยว่ายัง

ความจริงมีหลายอย่างที่อยากชวนจุนฮเวคุยนะ แต่ร่างสูงเอาแต่จ้ำอ้าวเดินไปตามทางโดยที่ไม่คิดแม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ ลำบากคนขาสั้น(?)กว่าอย่างเขาที่ต้องรีบก้าวเร็วๆจนเริ่มจะหอบแฮ่กๆ

ใช้เวลาไม่นานสวนหลังโรงเรียนขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ต่อหน้า จินฮวานอ้าปากเหวอกับความอลังการงานสร้าง ตั้งแต่ซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยเถาวัลย์และพรรณไม้หลากชนิด ทำให้มันเหมือนกับประตูทางเข้าไปยังสวนสวรรค์ของพระเจ้า

ที่ตรงกลางมีรูปปั้นดีมีเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ จุนฮเวพาเขาเดินอ้อมไปอีกทาง ก่อนที่จินฮวานจะต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายตามองเห็นบ้านพักหลังหนึ่งปราฏอยู่ตรงหน้า

..ในนี้มีบ้านด้วยเหรอ?

ใช่ มันคือบ้าน เขาเดาไปเองแล้วว่าผอ.ซงอาจจะสร้างเอาไว้พักผ่อนก็ได้ ถึงขนาดเนรมิตสวนขึ้นมาอยู่ล้อมรอบ แถมขนาดมันก็ใหญ่พอๆกับบ้านที่เขาอยู่ ณ ปัจจุบันนี้เลย

..บ้านพักยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วบ้านที่จุนฮเวอยู่ทุกวันจะใหญ่ขนาดไหนกัน

คงต้องเรียกว่าคฤหาสน์

จินฮวานคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ใบหน้าเนียนเงยมองไปรอบๆตัวเหมือนอยากสำรวจสถานที่แปลกใหม่ที่เขาเพิ่งมีโอกาสได้มาเยือน พอเห็นแบบนี้ก็ทำให้พาลนึกไปว่าในรอบๆรั้วโรงเรียนซงจะมีอะไรประหลาดๆอีกไหม และต้องใช้ระยะเวลากี่ปีกว่าเขาจะสำรวจทุกที่ได้ครบ

 

ปึง!!

 

ก่อนที่ร่างเล็กจะหลุดออกจากภวังค์และรีบหันไปทางที่จุนฮเวยืนอยู่ จินฮวานเบิกตากว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายยกเท้าขึ้นถีบกลอนประตูอย่างแรง แต่พอจะร้องห้ามก็มีอีกเสียงดังตามมาเสียก่อน

 

แกร๊ง..

 

มันคือเสียงลูกบิดประตูที่หลุดออก พร้อมกันนั้นจุนฮเวก็เดินนำเข้าไปด้านใน

“ฮ..เฮ้ เดี๋ยวสิ” ปล่อยให้จินฮวานยืนงงอยู่นานสองนานก่อนจะได้สติ เขามองซ้ายมองขวาอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหา ทีแรกก็นึกว่าบ้านนี้เป็นของจุนฮเวซะอีก แล้วทำไมไม่เปิดประตูเข้าไปดีๆ หรือว่าที่ผ่านมาชอบพังข้าวของเล่นเป็นชีวิตจิตใจ?

ร่างเล็กเดินไปตามเสียงกลอกๆแกลกๆที่ดังเข้ามาในโสต ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเจอกับจุนฮเวที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ในมือหนานั้นถือกล่องปฐมพยาบาลขนาดย่อมเอาไว้ด้วย

“นี่.. นายมาที่นี่เพื่อทำแผลเหรอ?” ถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก แต่คำถามนั้นก็ทำให้ร่างสูงกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน

“แล้วเหมือนคนกำลังจะกินข้าว?”

“เฮ้ย..เอาดีๆดิ บ้านนี้ไม่ใช่บ้านของพ่อนายเหรอ?” เขาถามพร้อมกับมองตามจุนฮเวที่เดินไปทิ้งตัวลงนั่งอยู่บนโซฟา จินฮวานยังไม่กล้าขยับตัวไปไหนเพราะในหัวมีแต่คำถามมากมายลอยเต็มไปหมด

“พ่อสร้าง”

“อ้าวแล้ว นายไม่มีกุญแจหรือคีย์การ์ด? ทำไมนายต้อง..”

“ให้ไอ้พี่แจบอม”

อ้อ..

อิม แจบอม คนที่เรียนเก่งเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนคนนั้น

“แปลว่านี่คือบ้านของแจบอมคนเดียว?”

“สรุปจะทำแผลให้หรือจะถาม?” จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากัน

เขาแค่นหัวเราะในใจก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เพราะพอนึกได้แบบนั้นก็อดที่จะหมั่นไส้ไอ้พี่ชายคนที่สามไม่ได้ ทีกับลูกคนอื่นล่ะพูดไม่ดีด้วย แต่กับไอ้พี่นี่ดันได้ของอยู่ตลอดๆ

เหตุผลที่พ่อสร้างบ้านให้แจบอมด้วยเหตุผลที่ว่าแจบอมเรียนเก่ง ต้องมีสถานที่สงบๆให้ได้พักผ่อนจากการเหนื่อยล้า และมีที่เก็บตำราเรียนเอาไว้เป็นส่วนตัว พอลูกคนอื่นจะขอบ้านที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียจนบ้างจะได้ไม่ต้องตื่นเช้าพ่อก็มักจะบอกว่าทำตัวดีๆทำเกรดดีๆให้ได้เหมือนไอ้พี่แจบอมก่อนสิ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องเอา

แต่ก็นะ..

เดิมทีบ้านหลังนี้พ่อก็สร้างไว้ให้พี่มันได้ใช้คนเดียว แต่ในเมื่อเขาทำให้ประตูมันเปิดได้ ก็แปลว่าเขาก็ต้องก้าวเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน

“ฉันแค่กลัวนายจะมีปัญหากับพี่ชายเฉยๆ พังเข้ามาแบบนี้มันดีแน่เหรอ?”

“แล้วไง?”

"ก็แค่ไม่อยากให้ทะเลาะกับพี่น่ะ"

"หึ"

"ฉันไม่รู้ว่าพื้นเพพี่ชายของนายเป็นยังไง ถ้าทะเลาะกันจะตีกันไหม? ไม่เอาหรอก เพราะแค่นี้ก็มีแผลเยอะแล้ว" จินฮวานบอกไปตามความจริง พร้อมกันนั้นก็เดินไปนั่งข้างๆแล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาลออกด้วย

มันดูใหม่เลยทีเดียว แปลว่าเจ้าของบ้านคงไม่ได้ใช้บ่อยนัก ไม่สิ.. เรียกได้ว่าครั้งนี้เพิ่งได้เปิดเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ สงสัยจะมีไว้ฉุกเฉินเฉยๆ แต่นั่นก็เป็นข้อดีที่บ่งบอกว่าพี่น้องบ้านนี้ไม่ได้ชอบมีเรื่องบาดเจ็บกันบ่อยๆ

"แล้วไปอารมณ์เสียอะไรมา?" ในระหว่างที่กำลังเตรียมสำลีและเอายาใส่ลงไปจินฮวานก็ถามฆ่าเวลา เขาเหลือบตาขึ้นมองร่างสูงเป็นพักๆ เห็นจุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆแบบไม่สบอารมณ์

"ก็ปกติ"

"ไม่นะ ปกตินายจะแค่หงุดหงิดเฉยๆแต่ไม่ได้อารมณ์เสียขนาดนี้"

"หึ รู้ดี"

"ก็พอสังเกตได้ เหมือนว่าวันนี้นายโมโหมากๆ อย่างกับจะพังโรงเรียนได้เลย ไปเจออะไรมารึเปล่า?"

จุนฮเวไม่ตอบ ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่ซักพักจินฮวานก็เป็นฝ่ายหลบ มือบางหยิบเอาสำลีที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำเกลือขึ้นมาถือไว้แล้วเงยขึ้นไปมองคนตรงหน้าอีกหน

"งั้นทำแผลกันก่อนก็ได้"

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ถึงแบบนั้นก็ยอมนั่งอยู่นิ่งๆ จินฮวานชั่งใจอยู่ซักพักเพราะเขาตามอารมณ์ไม่ค่อยถูก แต่เมื่อค่อยๆแตะมือไปตามแผลแล้วพบว่าอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรเขาจึงทำต่อไป

ร่างเล็กใช้สำลีเช็ดไปตามแผลอย่างเบามือ ในขณะเดียวกันคนที่นั่งหน้านิ่งก็รู้สึกอึดอัดจนแทบกลั้นหายใจ ไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันใช่ 'ความอึดอัด' หรือไม่ แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนตอนอยู่กับพ่อ

มัน..

บอกไม่ถูกเหมือนกัน

แค่หายใจไม่ทั่วท้อง ยามที่ผ่ามือนั้นเช็ดไปตามแผลเขาก็เหมือนจะหายใจไม่ออก และยิ่งในตอนที่ร่างเล็กโน้มหน้าเข้ามาหา จู่ๆหัวใจแม่งก็เต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ

อีกแล้ว..

ไอ่อาการแปลกๆนี่มาอีกแล้ว

"มันเกิดขึ้นได้ยังไงเหรอ?" 

จินฮวานถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้จุนฮเวเรียกสติกลับมาได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเมื่อร่างเล็กผละออกไปแล้ว ยังดีที่ไม่ได้มองมาเพราะจินฮวานกำลังเอายาตัวใหม่ใส่ลงสำลี 

"ทำไม?"

"ก็นายบอกจะกลับบ้าน แต่ทำไมถึงไปมีเรื่องกับพวกนั้นล่ะ"

จุนฮเวแค่นหัวเราะดังหึ เขาส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากก่อนจะเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพราะพอคิดถึงเรื่องเมื่อคืนก็อารมณ์เสียขึ้นมาอีกแล้ว

"แล้วคิดไง?"

"หืม?" ร่างเล็กเงยขึ้นมามองแบบงงๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแค่นี้ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย

"จะบอกว่าเป็นอันธพาลล่ะสิ"

"ยังไม่ได้พูดเลย"

"แต่ก็คิด?"

"ไม่ได้คิดด้วย" จินฮวานส่ายหน้า มันทำให้จุนฮเวหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจนัก

ขนาดพ่อยังคิดว่าเขาเป็นอันธพาลเลย บอกเหตุผลอะไรไปก็ไม่เคยเชื่อ แล้วในสายตาคนนอกก็เป็นแบบนั้นมาตลอด จุนฮเวก็ฝังใจไปแล้วว่าจินฮวานเองก็คงจะคิดแบบนั้น

"นายไม่ได้หาเรื่องเขาใช่ไหม?"

คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากอีกระลอกทำเอานัยน์ตาคมสั่นไปชั่วขณะ จุนฮเวเบือนหน้าหนี ในขณะเดียวกันจินฮวานก็ค่อยๆแตะยาลงไปตรงแผลที่มุมปากให้อย่างเบามือ

"ฉันคิดว่านายไม่ทำใครก่อน ถ้าพวกนั้นไม่มาหาเรื่องนายก็คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหม?"

จินฮวานยกยิ้มเมื่อเห็นว่าใบหน้าคมหันมามอง ถึงจะไม่มีคำตอบยืนยันจากปากของจุนฮเว แต่เขาก็มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองพูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง สังเกตจากร่องรอยความหงุดหงิดที่หายไปจากใบหน้าของอีกฝ่ายแล้ว 

"ที่นายหงุดหงิดเพราะพ่อไม่ฟังใช่ไหม? หมายถึง.. ไม่ฟังเหตุผลของนายเลย" เขาถามต่อ ส่วนจุนฮเวก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

"ทำไมต้องทำตัวเป็นผู้รู้ไปทุกเรื่อง?"

"เปล่า ไม่ได้รู้ไปทุกเรื่องนะ" จินฮวานยักไหล่ ในขณะเดียวกันก็ใช้กรรไกรตัดแผ่นยาแก้ปวดสีขาวออกเป็นชิ้นเล็กๆ "แต่แค่อยากให้นายเห็นว่ายังมีคนที่เข้าใจนายอยู่น่ะ ไม่ต้องปิดตัวเองขนาดนั้นก็ได้ อย่างน้อยมีเรื่องอะไรก็บอกกันบ้าง ฉันไม่อยากให้นายผลักไสหรือทำท่าทางรำคาญเหมือนเมื่อกี๊"

สายตาที่เหลือบขึ้นมามองทำให้จุนฮเวเงียบไป มันสื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ร่างเล็กพูดนั่นเป็นความจริง มีเพียงเสี้ยวเล็กๆที่แวบเข้ามาในหัว ทำให้จุนฮเวเหมือนจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากถูกเมิน

ตั้งแต่เด็กเขารู้ดีว่าการถูกเมินนั้นมันแย่แค่ไหนกัน พอรู้แบบนี้ตะกอนในใจที่นิ่งสนิทมานานแสนนานก็ได้แตกกระจายออกมา มันทำให้เขารู้สึกผิดเล็กๆที่ทำแบบนั้นกับอีกฝ่าย แต่จะให้ทำยังไงได้?

..ก็เมื่อเช้าโมโหจริงๆนี่หว่า โดนพ่อด่านั่นถือว่าชินไปแล้ว แต่ไอ่เรื่องที่พ่อไม่เคยเชื่ออะไรจากปากเขาเลยน่ะ

คิดเมื่อไหร่ก็เจ็บใจ

"ขอโทษ" แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากก็เอ่ยพูดคำขอโทษออกไป จุนฮเวเบือนหน้าหนีไปทางอื่นและแสร้งทำเป็นกระแอมไอเพื่อกลบเกลื่อน 

และแม้มันจะเป็นน้ำเสียงแบบส่งๆแต่มันก็เรียกรอยยิ้มออกมาจากร่างเล็กได้อย่างง่ายดาย จินฮวานหัวเราะคิกคัก ยิ้มจนตาหยีเหมือนที่ชอบทำ ส่วนมือบางนั้นก็บรรจงแปะแผ่นแก้ปวดที่ตัดเสร็จแล้วลงไปบนแผลอย่างแผ่วเบาทีละจุด

ถ้าเป็นคนอื่นโดนไอ้นี่แปะเต็มหน้าแบบนี้จะต้องดูแย่แน่ๆ แต่พอเป็นจุนฮเว เขากลับมองว่ามันก็ดูเท่ดีเหมือนกัน

"ตอนแกะก็ระวังเจ็บนะ มันอาจจะติดแผล แต่มันจะทำให้นายไม่ปวดแผล" 

จุนฮเวไม่ได้ตอบอะไร เดิมทีแล้วเขาไม่เคยรู้สึกเจ็บกับบาดแผลพวกนี้ ไม่สิ.. จะว่าเจ็บก็เจ็บ แต่เรียกว่าชินกับความเจ็บแบบนี้จะดีกว่า เพราะเขาอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียกได้ว่าไม่เคยมีช่วงเวลาที่หน้าเกลี้ยงเกลาเลยซักที เคยลองคิดดูเหมือนกัน ถ้าวันไหนแผลหายไปหมด เขาอาจจะไม่ชินกับการที่มีใบหน้าโล่งๆก็ได้

"แล้วเมื่อคืนนายก็ไม่ได้ทำแผลใช่ไหม?" จินฮวานชวนคุยต่อ เขาเก็บรายละเอียดแผลให้จุนฮเวอีกนิดหน่อยก่อนจะเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงไปในกล่องปฐมพยาบาลให้เรียบร้อย

"อือ"

"นายนี่นะ ฉันขอเบอร์ก็ไม่ยอมให้" ว่าแล้วร่างเล็กก็ยู่ปาก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

"อะไร?"

"ขอไง เอาไว้เวลาจำเป็น"

"จำเป็นยังไง?"

"ความจริงฉันก็ไม่อยากให้นายมีเรื่องบ่อยๆนะ แต่คงห้ามไม่ได้ เพราะงั้นถ้าได้แผลเมื่อไหร่ก็เรียกสิ จะได้ไปทำแผลให้ไง"

"หึ" จุนฮเวแค่นหัวเราะ แอบรู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น แต่ในใจเขาก็สมเพชตัวเองและไม่อยากเชื่ออยู่เหมือนกัน

ความคิดที่ว่าแม่ยังไม่สนใจ แต่คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานกลับเป็นห่วงเป็นใยเกินกว่าคนในครอบครัวซะอีก มันน่าตลก

"จะถามอีกครั้ง"

จินฮวานเลิกคิ้วเมื่อร่างสูงเกริ่นออกมา พร้อมกันนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเมื่อจุนฮเวยืดกายยืนตรง

"ต้องการอะไร?"

"เบอร์นาย"

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาใส่ จุนฮเวขบสันกรามจนขึ้นรอย ใบหน้าครุ่นคิดหลายอย่างจนคนที่กำลังมองถึงกับลุ้นไปด้วย แต่ถึงแบบนั้นจินฮวานก็ยังทำใจดีสู้เสือต่อไป

ดื้อจริงเลยนะ

ไม่เคยตีสนิทกับใครยากเท่านี้มาก่อน กำแพงที่จุนฮเวสร้างขึ้นมาหนากว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก แต่เคยได้ยินคำพูดหนึ่งที่บอกว่า 'การที่ใครบางคนจะเย็นชามากขนาดนี้ แปลว่าเขาต้องได้เจอเรื่องอะไรหลายๆอย่างมาก่อน' คิดแค่นี้ก็อยากรู้แล้วว่าที่ผ่านมาจุนฮเวพบเจอกับอะไรบ้าง

อะไรที่ทำให้เด็กธรรมดาๆปิดกั้นตัวเองได้ขนาดนี้

แต่ถ้าให้เขาเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหา ชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่กำแพงน้ำแข็งนี่จะละลายเสียที

บางทีเขาอาจจะต้องรอให้จุนฮเวเป็นฝ่ายก้าวออกมาเองก็ได้

"010-4678-1234" คิดได้แบบนั้นจินฮวานจึงเอ่ยออกไป เมื่อจุนฮเวไม่ให้เบอร์ซักที เขาเป็นฝ่ายให้ก่อนก็ได้

"อะไร?"

"เบอร์ของฉัน ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็โทรมานะ โอเคไหม?"

"หึ"

ร่างสูงเบือนหน้าหนีพร้อมกับแค่นหัวเราะใส่อีกหน จุนฮเวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกจากบ้านไปแบบไม่บอกไม่กล่าว

"อ..อ้าว" การกระทำนั้นทำเอาจินฮวานถึงกับกะพริบตาปริบๆและหันไปมองรอบๆด้วยความงงงวย

ตอนนี้เขาอยู่ในบ้านของแจบอมไม่ใช่เหรอไง แล้วทิ้งกันไว้แบบนี้เนี่ยนะ ยังไม่ได้เก็บของทั้งหมดเลย

"ด..เดี๋ยวสิจุนฮเว! กู จุนฮเว!"

ไม่คิดจะทำอะไรให้เรียบร้อยรึไงนะ

แบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอ?

แล้วเบอร์ที่ให้ไปน่ะ.. ไม่คิดจะจดจะเมมเลยรึยังไงกัน! เสียน้ำใจชะมัด!

50%


"ทำไมชอบทำเหมือนไม่อยากอยู่ด้วยกัน?"

ฮันบินหันไปมองตามเสียงเรียก คำถามนั้นทำให้คิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นเหมือนอยากจะถามว่าต้องการอะไร แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายเบือนหน้าหนีและพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเช่นกัน

"แล้วนี่มันใช่เวลาที่เราควรจะอยู่ด้วยกันไหมล่ะ?"

"ทำไม? นายคิดถึงไอ้จืดนั่นมากเหรอไง?"

"อย่าหาเรื่องฉัน" ฮันบินตอบเสียงเข้ม อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดเพราะโดนจีวอนหาเรื่องไม่เลิกตั้งแต่ตอนตื่นนอน เรียกได้ว่าวันนี้ทั้งวันเขาทั้งสองคนมีปากเสียงกันแทบจะตลอดเวลา พอหาทางออกไม่ได้จีวอนก็จะเดินหนีไปสูบบุหรี่ นั่นยิ่งทำให้ฮันบินไม่ชอบใจมากกว่าเดิม

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาควรจะเป็นฝ่ายโกรธมากกว่า เพราะจนกระทั่งตอนนี้ในหูก็ยังคงได้ยินเสียงทะเลดังเข้ามาเป็นระลอกๆอยู่เลย

ใช่ เขายังอยู่ที่ทะเล

สาเหตุก็เพราะจีวอนไม่พากลับเหมือนอย่างที่บอกเอาไว้

ตั้งแต่เช้าที่ตื่นขึ้นมา ฮันบินก็ปลุกจีวอนให้รีบตื่นจะได้อาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบขับรถกลับไปยังตัวเมือง พวกเขาต้องไปเปลี่ยนชุดนักเรียนที่บ้านอีก จีวอนเองก็รู้ดีว่าเครื่องแบบของซงนั้นต้องเสียเวลาแต่งหลายขั้นตอน ไหนจะเสื้อด้านใน เน็กไท เข็มขัด ยังไม่นับสูทตัวนอกที่ต้องสวมทับและการจัดทรงผมให้เรียบร้อยอีกต่างหาก ถึงแม้ว่าซงจะไม่ได้เข้มงวดเรื่องทรงผมมากนัก แต่มันเป็นเพราะตัวของฮันบินเองที่ชอบให้ตัวเองเรียบร้อยอยู่เสมอๆก็เลยต้องมีการจัดแต่งทรงให้ผมไม่ชี้ไปชี้มา ยิ่งเสียเวลามากขึ้น

จีวอนเองก็รู้เพราะอยู่ด้วยกันมานาน น่าจะพาเขากลับได้แล้ว แต่สุดท้ายก็พาเขาไปทานอาหารที่ล็อบบี้จนได้ ตอนแรกก็ไม่โกรธหรอกเพราะการทานข้าวเช้ามันก็เป็นเรื่องที่ควรทำ อีกอย่างไปสายนิดๆหน่อยๆก็ยังดีกว่าไม่ได้ไป ถ้าไม่ติดว่าจีวอนยียวนด้วยการกลับมาอาบน้ำที่ห้องอีกหน จากนั้นก็ขับรถพาเขาไปเที่ยวทั่วทั้งเกาะ ยังไม่นับเรื่องที่ชวนไปเล่นน้ำทะเลในตอนกลางวันอีกนะ

เห็นไหมว่าเขาต้องขาดเรียนอีกวันเพราะความเอาแต่ใจของจีวอนทั้งนั้น แล้วแบบนี้ใครจะไปอยากทำหน้าดีๆใส่กันล่ะ

"ถ้าแบบนั้นคืนนี้ก็กลับได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันต้องไปโรงเรียน" ฮันบินพูดต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนาน 

แต่พอได้ยินประโยคนั้นจีวอนก็หันมามองเขาแบบเคืองๆ ฟันคมขบสันกรามแน่นเหมือนกำลังข่มอารมณ์ตามประสาลูกเศรษฐีที่ไม่ชอบให้ใครมาขัดใจ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาด้วยท่าทางประชดประชัน

"อยากให้ขับรถตอนกลางคืนเหรอไง?"

“ก็นายไม่ยอมพากลับตอนกลางวันนี่”

“อยากเจอมันก็บอกตรงๆ”

"ฉันอยากเรียน" ฮันบินถอนหายใจเมื่อจีวอนไม่ยอมจบประเด็นนี้ เขาเริ่มเหนื่อยกับการพูดย้ำเป็นรอบที่ร้อย ไม่สิ อาจจะรอบที่พันที่หมื่นแล้วก็ได้ แต่จีวอนกลับไม่ยอมเชื่อกันเลยซักที

"วันนี้ทั้งวันนายไม่สนใจฉัน แล้วจะให้ฉันคิดยังไง?”

“นายเองไม่ใช่รึไงที่เดินหนีไป แล้วจะให้ฉันทำยังไง?”

ฮันบินจ้องหน้าอีกฝ่ายตอบ เขากำมือแน่นเพราะแทนที่ในใจจะรู้สึกโกรธ แต่เหมือนตอนนี้อารมณ์ น้อยใจ มันกลับมีมากกว่า ทั้งเรื่องที่จีวอนไม่ยอมเชื่อ เรื่องที่จีวอนไม่ยอมทำตามที่ขอ เอาแต่เดินหนี หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ไม่ยอมเลิกบุหรี่ซักที ทุกอย่างนี้ทำให้เขาห่วงจนแทบบ้าอยู่แล้ว แต่พออยากเตือนก็คิดได้ว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน

ละจะห่วงไปเพื่ออะไร?

“ฉันผิดงั้นสิ?” จีวอนแค่นหัวเราะก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น และแล้วมือหนานั้นก็ส่งไปคว้าตลับบุหรี่กับไฟแช็กอย่างที่คาดเอาไว้ พร้อมกับสองขายาวที่พาตัวเองเดินตรงไปทางระเบียง

“เดี๋ยวก่อน” แต่พอเป็นแบบนี้ร่างกายมันก็ขยับไปไวกว่าที่คิด ฮันบินส่งมือไปจับแขนนั่นเอาไว้พร้อมกับดึงให้อีกฝ่ายหันมาหาตัว จีวอนหันมามองด้วยสายตานิ่งๆ ทำเอาฮันบินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะเอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรั้งจีวอนเอาไว้ทำไม

เขาก็แค่คิดว่าวันนี้จีวอนสูบบุหรี่ไปเยอะมากแล้ว มันเป็นสิ่งที่ฮันบินไม่ชอบ ไม่อยากให้ทำ แต่ก็..

“ขอยืมโทรศัพท์หน่อย”

สุดท้ายก็ไม่กล้าห้ามอะไรออกไป

แถมไม่พอคำขอนั้นยังทำให้จีวอนหน้าตึงมากกว่าเดิมเสียอีก ข้อมือหนาบิดออกจากฮันบินพร้อมสายตาที่มองมานิ่งๆ จีวอนขบสันกรามจนขึ้นรอย เขาพยายามสงบใจแล้วเพราะไม่อยากทะเลาะ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฮันบินถึงชอบทำให้เสียความรู้สึกอยู่เรื่อย

เรียกกันขนาดนี้แล้วก็ห้ามสิ

แค่ฮันบินพูดคำเดียวว่า อย่าสูบ เขาก็พร้อมที่จะหยุดแล้ว ก็ที่สูบบุหรี่มาตลอดก็เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยปากห้ามกันไหม อยากให้ฮันบินเป็นห่วงกันบ้างก็เท่านั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือแบบนี้เหรอ?

“อยากโทรหามันมากสิ?”

“ฉันยังไม่ได้พูดชื่อยูคยอมเลยซักคำ”

“ฉันก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร นายรู้ได้ยังไงว่าฉันหมายถึงมัน?” แค่ได้ยินชื่อนั้นจีวอนก็เริ่มยั้วะ ภายนัยน์ตาเรียวฉายแววไม่พอใจขนาดหนัก ทำเอาฮันบินถึงกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ

จะหาเรื่องกันไปอีกนานแค่ไหนกัน?

“นายเอาโทรศัพท์ฉันไปไว้ไหนก็ไม่รู้ แถมนี่ยังพามาทะเลแบบไม่บอกใครอีก นายคิดว่าแม่ฉันจะรู้สึกยังไงล่ะ?”

เพราะจีวอนไม่เชื่อใจอะไรซักอย่างเส้นอารมณ์ต่างๆมันจึงขาดผึง ฮันบินพูดเสียงแข็งก่อนจะหยัดกายยืนขึ้นบ้าง แน่นอนว่ารูปประโยคนั้นคือการประชดประชันดีๆนี่เอง ถึงแม้จะรู้ว่ามันทำให้จีวอนโกรธก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากทนแล้ว

เขาหันหลังให้แล้วเดินไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องครัวโดยที่ไม่หันกลับไปมองทางจีวอนอีก รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเองก็อารมณ์เสียไม่แพ้กัน พอเป็นแบบนี้ทางออกมันก็มีทางเดิมซึ่งก็คือสูบบุหรี่

จะสูบอะไรนักหนาก็ไม่เข้าใจ

แล้วคำสัญญาที่เคยให้เอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วล่ะ?

ฮันบินยกมือขึ้นลูบหน้าเพื่อไล่ความเหนื่อยหน่ายให้ออกไปจากหัวสมอง แก้มทั้งสองข้างอมลมเอาไว้ก่อนจะเป่าออกมาเบาๆราวกับอยากให้ความเครียดที่สั่งสมหลุดรอดออกมาได้บ้าง ไม่รู้ว่าจะต้องจมอยู่กับห้วงอารมณ์แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน หงุดหงิดตัวเองไม่น้อย เพราะความจริงจะให้เขานั่งรถกลับบ้านไปเองก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้จีวอนกลับไปพร้อมกัน

ก็คงเพราะห่วงนั่นล่ะ

ปล่อยให้อยู่ทะเลคนเดียวจะเป็นยังไง ความจริงจีวอนก็มีเรียนเหมือนกัน แต่เดี๋ยวก็ไปเที่ยวผับบาร์ ทำตัวเหลวแหลกเหมือนอย่างก่อนๆอีก ถ้าเป็นแบบนั้นคนที่แย่ก็คือจีวอนเอง ส่วนคนที่คอยกังวลจนแย่ไปด้วยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็นเขาคนนี้นี่ล่ะ

ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ทำไมจะต้องคอยพะวงเรื่องของจีวอนอยู่เรื่อย หน้าที่ดูแลนั่นทำตอนเป็นแฟนกันก็พอแล้วไหม?

แต่ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้นก็เถอะ

แม้กระทั่งตอนนี้ที่เห็นว่าเวลามันเย็นมากแล้ว เขาก็ยังกดโทรไปสั่งอาหารมาให้จีวอนอยู่ดี แถมเลือกเอาเฉพาะเมนูที่จีวอนชอบเสียด้วยนะ ไม่รู้ว่านี่จะเรียกว่าการง้อหรือเปล่า แต่ความจริงแล้วเขาก็ไม่ผิดเสียหน่อย ทำไมต้องคอยง้อก็ไม่รู้ เพราะแบบนี้ไงจีวอนถึงได้เอาแต่ใจตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

ฮันบินนั่งรอจนกระทั่งพนักงานของโรงแรมนำอาหารมาเสิร์ฟให้จนครบ ส่วนเขาเองก็นั่งนิ่งๆอยู่บนโซฟาเพื่อรอว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะเข้ามาด้านในเสียที

ฟันคมกัดริมฝีปากในขณะรอ เป็นเพราะกระจกระเบียงมีผ้าม่านสีขาวบังอยู่เขาจึงเห็นจีวอนเพียงแค่เลือนลางเท่านั้น ร่างสูงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสูบบุหรี่ไปมากแค่ไหนแล้ว แต่พอคิดว่าจำนวนมันต้องมากกว่าสองหรือสามแน่ๆ ขามันก็ชักจะพาลพาให้ร่างกายลุกขึ้นแล้วเดินไปตามทุกที

จะทะเลาะกันอีกไหมนะถ้าทำแบบนั้น?

 

แอด..

 

ต้องขอบคุณพระเจ้าเมื่อในขณะที่ฮันบินกำลังชั่งใจ จู่ๆบานประตูทั้งสองข้างก็เดินออก ฮันบินยกมือขึ้นมาถูจมูกเมื่อเขาได้กลิ่นบุหรี่จางๆลอยเข้ามาด้านใน ส่วนจีวอนเองเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นมาโบกไล่มันให้ออกไปด้วยเช่นกัน

แต่ฮันบินคงไม่เห็นเพราะพอได้ยินเสียงกายโปร่งก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปยังห้องครัว แน่นอนว่าจีวอนมองภาพนั้นด้วยสายตานิ่งๆก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปดู ส่วนหนึ่งก็เพราะได้กลิ่นอาหารด้วยล่ะ

ในอกด้านซ้ายสั่นไหวไม่น้อยเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีอาหารมากมายเรียงรายอยู่เต็มไปหมด แถม ทุกอย่าง ยังเป็นของที่เขาชอบอีกต่างหาก ที่ริมฝีปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นกายบางที่ยืนหันหลังให้กำลังเตรียมจานเปล่าให้เขาแบบเงียบๆ ยอมรับว่าเพียงเห็นว่าฮันบิน ใส่ใจกัน มากยิ่งขึ้น อารมณ์ความโกรธในตอนแรกมันก็พร้อมใจกันหายวับไปในชั่วพริบตาเลยทีเดียว

“ขอบคุณครับ”

ว่าแล้วจีวอนก็เดินเข้าไปหา สองแขนสอดเข้าไปยังเอวบางนั้นก่อนจะรวบเข้ามากอดแล้วเกยคางเอาไว้ที่ตรงไหล่

“..ปล่อย” การกระทำข้างต้นทำเอาฮันบินจิปากออกมาเบาๆพร้อมกับบิดตัวหนี มือทั้งสองข้างที่กำลังจัดช้อนส้อมพร้อมใจกันปล่อยมันลงด้วยความตกใจ แต่มันกลับทำให้คนด้านหลังกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ขอโทษ”

“ฉันไม่ได้โกรธ ปล่อยได้แล้ว” ฮันบินจับข้อมือของจีวอนเอาไว้ เขาจำต้องเอียงคอหนีเมื่ออีกฝ่ายฉวยโอกาสกดจมูกลงมาหอมตรงบริเวณหัวไหล่ ลากไล่ไปทั่วจนแนบชิดเข้ากับลำคอ

ถ้าเป็นปกติจีวอนคงจะโกรธที่เห็นว่าฮันบินผลักไสกันขนาดนี้ แต่เป็นเพราะอาหารชั้นดีตรงหน้าที่บ่งบอกว่าฮันบินแคร์เขามากแค่ไหนกัน จีวอนก็จะยอมมองข้ามไม่เก็บมันใส่เข้ามาในใจก็ได้

แล้วเขาก็ไม่คิดจะฟังคำค้านนั้นด้วยเช่นกัน

แขนแกร่งกระชับกอดเอวบางให้แน่นขึ้นก่อนจะดันให้อีกฝ่ายเขยิบเข้าไปชิดกับขอบโต๊ะ แรงจากทางด้านหลังทำให้ฮันบินจำต้องใช้แขนเท้าเอาไว้ด้านหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาพยายามจะบิดตัวหนีไปทางอื่นแต่จีวอนก็คร่อมกายทับเอาไว้เสียก่อน

สันจมูกโด่งยังคงซุกอยู่ที่บริเวณลำคอ ฮันบินนิ่วหน้ายามที่ลมหายใจร้อนทำให้ขนอ่อนตามแขนของเขาลุกชัน ก่อนจะจิปากเบาๆด้วยความขัดใจเมื่อพบว่าฝ่ามือหนาอันแสนดื้อดึงนั้นสอดเข้ามาใต้เสื้อและลูบไปตามหน้าท้องของเขาเบาๆ

“อย่าสิ.. จีวอน!

“อยากโดนลงโทษรึไง?” จีวอนเว้นจังหวะ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากไปกระซิบที่ข้างหู เขาพยายามสูดลมหายใจเช้าปอดลึกๆเพราะไม่อยากทะเลาะกับฮันบินมากไปกว่านี้ ตบท้ายด้วยการงับเบาๆที่ติ่งหูนิ่มนั่นเพื่อหยอกล้อ ทำเอาฮันบินถึงกับสะดุ้งแล้วเอียงคอหนีด้วยความรวดเร็ว

“นายเลิกทำแบบนี้ซักทีจะได้ไหม?”

“หรือนายจะบอกว่านายไม่ได้ชอบมัน?”

จีวอนจับให้ฮันบินหันหน้ามาหา สายคาคมราวกับเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปด้านในราวกับอยากจะค้นหาความจริงที่ฮันบินซุกซ่อนเอาไว้ พอเจอแบบนี้แน่นอนว่าฮันบินเองนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายหลบ ก่อนที่มือหนาจะส่งมาเชยคางแล้วโน้มเข้ามาใกล้

“หืม?”

ลมหายใจร้อนที่พ่นออกมาปะทะใบหน้าเรียกให้เขาย่นคิ้วเข้าหากัน ฮันบินเบือนหน้าหนีอีกครั้ง เขาขยับเอาคางออกจากมือของอีกฝ่ายก่อนจะส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากไล่ความประหม่า

“ไม่หิวเหรอไง กินข้าวได้แล้ว” พอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก็จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่อง

ฮันบินวางมือทาบบนอกแกร่งพร้อมทั้งออกแรงดัน แต่ดูเหมือนคนดื้อดึงจะไม่ยอมถอยห่างออกไปตามคำสั่งนั้น หนำซ้ำยังโน้มหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกด้วย

“จ.. จะทำอะไร”

“กินนายดีไหม?” จีวอนกระซิบเสียงแผ่วในขณะที่ริมฝีปากอยู่ห่างกับฮันบินไม่ถึงคืบ คำพูดนั้นทำเอาคนตัวบางกว่ากลืนน้ำลายลงคอ มือที่วางทาบหน้าอกอีกฝ่ายออกแรงดันให้มากขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่สามารถทำให้จีวอนถอยห่างออกไปได้

จีวอน ฉันไม่เล่นด้ว—อื้อ”

พูดยังไม่ทันจบประโยคริมฝีปากหยักเรียวก็โน้มลงมาบด มือหนาเลื่อนขึ้นบีบแก้มของฮันบินเอาไว้ไม่ยอมให้หนีก่อนจะกดริมฝีปากของตัวเองแนบชิดไม่เว้นช่องว่าง พร้อมกันนั้นก็ใช้สะโพกแกร่งดันบั้นท้ายของอีกฝ่ายให้ติดกับโต๊ะด้านหลัง

ฮันบินจิกมือลงบนหัวไหล่แกร่งอย่างเผลอไผลเพื่อประคองไม่ให้ตัวเองเซลงไปบนโต๊ะ ในขณะเดียวกันมือหนาก็รั้งเอวบางเอาไว้อย่างรู้งาน จีวอนประกบจูบหนักหน่วงเสียจนไม่เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายได้ร้องท้วง ยิ่งฮันบินครางอือออกมาจากลำคอเขาก็ยิ่งดูดเม้มแบบแรงๆราวกับอยากจะแกล้งกันให้จนมุม

“ฮื่อ!

เสียงครางยังคงดังออกมาจากในลำคอเรื่อยๆเมื่อมืออีกข้างลดต่ำลงไปขยำอยู่ที่ตรงสะโพก ฮันบินจิกไหล่ของอีกฝ่ายลงแรงเพื่อหวังจะบอกให้หยุด แต่พอทำแบบนั้นจีวอนก็แกล้งขบกัดริมฝีปากของเขากลับเหมือนอยากส่งสัญญาณเตือนว่า ไม่ได้ผลหรอก จากนั้นก็สอดปลายลิ้นเข้ามาเกี่ยวดุนด้านใด

“อ..อื้อ”

สองขาเริ่มอ่อนแรงพอเจอรุกหนัก ฮันบินอ้าปากกว้านหาอากาศเมื่อจีวอนผละออกให้เขาเว้นจังหวะหายใจ แต่เพียงเสี้ยววิริมฝีปากนั่นก็กดลงมาอีกหน คราวนี้สองแขนฉวยโอกาสรวบเอวไว้แล้วยกสะโพกของเขาขึ้นนั่งบนโต๊ะอีกด้วย

“..ย..อย่— อื้อ”

สองขาถูกจับแยกด้วยความรวดเร็วก่อนที่จีวอนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ด้านใน ริมฝีปากบางเฉียบระดมจูบแบบไม่ยั้งจนฮันบินเริ่มจะหายใจไม่ทัน ขาเรียวเกี่ยวเอวสอบเพื่อเหนี่ยวรั้งตัวเองอย่างเผลอไผล มือที่ห้ามในตอนแรกมันอ่อนไปหมด ในขณะเดียวกันจีวอนก็ผละออกมาแล้วถอดเสื้อออก ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกรอบ คราวนี้ดุดันมากกว่าเดิม

“อื้อ.. อึก”

“อืม..”

 

ครืด..

 

ก่อนที่เสียงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋าจะดังขึ้นขัดจังหวะ ฮันบินฉวยโอกาสนี้ดันจีวอนออก ริมฝีปากอิ่มที่เริ่มบวมเจ่อเผยอรับอากาศจนเข้ามาเต็มปอด ก่อนจะยกหลังมือขึ้นมาเช็ดและเอี้ยวตัวหนีในตอนที่จีวอนกดตัดสายทิ้งแล้วเตรียมจะโน้มเข้ามาจูบต่อ

“พอแล้ว..” เอ่ยห้ามเสียงอู้อี้พร้อมทั้งเอาหลังมือปิดปากของตัวเองไว้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทำให้อีกฝ่ายกลัวเท่าไหร่ ในเมื่อจีวอนทำเพียงแค่หัวเราะหึออกมาจากลำคอแล้วเปลี่ยนเป้าหมายมากดจมูกหอมลงตรงพวงแก้มแทน

“ฮื่อ.. อย่า!

ฮันบินเตรียมจะโดนลงจากโต๊ะเพื่อหนี แต่สะโพกบางก็ถูกมือทั้งสองข้างยึดเอาไว้ก่อน จีวอนระดมหอมไปทั่วทั้งคอ ขบจูบทำรอยสีกุหลาบเอาไว้โดยที่ไม่ขอ แถมยังไม่พูดอะไรออกมาแม้เขาจะร้องห้ามแค่ไหนก็ตาม

 

ครืด..

 

“ชิท..”

คงต้อบขอบคุณโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่มันสั่นไหวอีกหน ฮันบินรีบผลักจีวอนออกให้ไกลตัวก่อนจะลงมายืนที่พื้นด้วยความรวดเร็ว เขาแอบสังเกตเห็นว่าที่หน้าจอนั่นแสดงเบอร์ของ พ่อ ซึ่งพอเห็นว่าจีวอนทำท่าจะตัดสายอีกหน มือบางก็รีบส่งไปคว้ามาถือเอาไว้แล้วเป็นฝ่ายรับสายให้เองแบบไม่บอกไม่กล่าว

“นี่นาย..”

“คุยกับพ่อซะ อย่าทำตัวไม่ดี” ฮันบินเอ่ยเสียงเบาพร้อมทั้งยื่นโทรศัพท์ให้ ถึงแม้จะโดนจีวอนมองอย่างคาดโทษก็เถอะ แต่อย่างน้อยมันก็ต่อเวลาหายใจให้เขาได้อีกเฮือกหนึ่ง “เอาไปสิ คุยเร็ว”

จีวอนถอนหายใจออกมายาวๆเมื่อเห็นฮันบินเอ่ยเร่ง เขามองหน้าจอโทรศัพท์นั่นอย่างชั่งใจ ถ้าเป็นคนอื่นมาถือวิสาสะรับโทรศัพท์ให้เองแบบนี้คงจะต้องมีปัญหากันไปข้าง แต่นี่คือฮันบิน..

ฮันบิน ที่เขาไม่เคยปฏิเสธ..

ไม่ได้อยากจะคุยกับพ่อนักหรอก ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ พักหลังมานี่โทรตามบ่อยจนอยากจะเปลี่ยนเบอร์หนี แต่รู้ว่ายังไงสุดท้ายแล้วพ่อก็ต้องรู้อยู่ดี จีวอนจึงเลิกล้มความคิดที่จะทำมัน

ร่างสูงพ่นลมหายใจฮึดฮัดก่อนจะคว้าโทรศัพท์มาแนบหูด้วยท่าทีหงุดหงิด จีวอนเอาลิ้นดุนแก้มก่อนจะเดินหนีไปคุยที่นอกระเบียงอย่างว่าง่าย ส่วนฮันบินก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากกนั้นก็ก้มลงไปเก็บเสื้อของอีกฝ่ายที่วางกองอยู่บนพื้นไปใส่ในตระกร้า

“อะไร?”

(นั่นคือเสียงที่คุยกับพ่อรึไง?)

ร่างสูงถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สามหลังจากได้ยินเสียงของผู้เป็นพ่อ คิ้วเรียวทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน จีวอนเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลตรงหน้า หวังจะให้ลมเย็นๆช่วยคลายอารมณ์หงุดหงิดและคั่งค้างที่อยู่ภายในร่างกาย ความจริงเขาอยากจะสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงคนที่รออยู่ด้านในก็ตัดสินใจเก็บมันลงไปในตลับเช่นเดิม

“แล้วโทรมาทำไมครับ?”

(แล้วนี่ใช่เวลาที่แกควรไปเถลไถลที่ทะเลรึไง หน้าที่ของตัวเองคืออะไร?)

เพียงแค่เริ่มพูดจีวอนก็รู้สึกเบื่อ พ่อรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนจากการใช้บัตรเครดิตสินะ เขาแหย่นิ้วก้อยเข้าไปแคะในหูเพราะรู้สึกระคายเคืองก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วสบัดหน้ามองไปรอบๆ หลังจากนั้นก็เอนหลังพิงกับขอบระเบียง

“พ่อจะอะไรกับผมนัก?”

(ไม่ใช่แกรึไงที่สร้างเรื่อง จนตอนนี้ยังไม่ได้เตรียมการอะไรซักอย่าง แล้วจะให้ฉันตอบเขาว่า..)

“มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” จีวอนพูดแทรก มือหนายกขึ้นลูบหน้าเพราะพอพูดถึงประเด็นข้างต้น มันก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้

(มันเกิดไปแล้ว และสิ่งที่แกต้องรับผิดชอบก็คือกลับมาเตรีย-- )

“ทำไมผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำลงไปด้วย?”

(แกทำไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีกรึไง จะทำให้ฉันอับอายขายหน้าไปถึงไหน?!)

คนเป็นพ่อเริ่มมีน้ำโห จีวอนขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะรู้สึกว่าเริ่มจะคุยกันไม่รู้เรื่อง เขาก้มลงไปมองทะเลสุดลุกหูลุกตาที่อยู่เบื้องล่างอีกหน ปล่อยให้คนเป็นพ่อพูดเรื่องไร้สาระต่อซักพัก ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆแล้วตัดสินใจปล่อยโทรศัพท์ในมือลงไปกระแทกกับโขดหินด้านล่าง

โทรศัพท์เครื่องหรูแตกออกเป็นเสี่ยงๆก่อนจะโดนคลื่นทะเลซัดจมหายใจ จีวอนยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมกับสบถคำหยาบออกมาเพื่อระบายอารมณ์

พอพ่อพูดถึงเรื่องนั้นเขาก็เครียดทุกที

เรื่อง..ที่ทำให้เขากับฮันบินกลับไปคบกันไม่ได้จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แท้จริง

แล้วจะต้องเป็นแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?

 
 

100%
ปมของพี่จีวอนโผล่ออกมาอีกละ น้องจุนเน่ยังกากอยู่ที่เดิม
เห้อมๆๆ5555555555555555555
#7Sinsดบบ นะงับ #จุนฮเวขี้โมโห ด้วยนะ <3
ฝากเม้นด้วยนะเตง
ม้วฟๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2694 icevalentine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 17:55
    ง้อกันแบบถึงเนื้อถึงตัวตลอดเลย ดบบ เขินนน
    #2,694
    0
  2. #2682 Plasmapheresis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:41
    คู่จุนเเบบน่ารักกุ๊งกิ๊งไปเลยถ้าเทียบกับดบบ ฮือ
    #2,682
    0
  3. #2668 Ohsem (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 12:59
    เรื่องที่ทำหญิงท้องป่ะ
    #2,668
    0
  4. #2641 choopp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 09:42
    โอ้ยปมไรอ่ะสองคู่สองฟิลจริงๆนะอยากรู้มากสะดก็ปมของพี่จีวอนที่ต๋าบอกอิพี่ยังไม่,แก้นี่อหละ
    #2,641
    0
  5. #2185 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 06:49
    ปมมันคืออะไร
    #2,185
    0
  6. #2129 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 07:16
    ปมดบบมันคืออะไรกันแน่ แต่สองคนนี้งอนกันไปงอนกันมา ฮันบินก็อยากห้ามแต่ไม่ได้เป็นอะไรกัน บาบิก้เค้าไม่ห้ามก็ทำๆ แต่ความฟินมันอยู่ที่คู่จุ่นฮวาน มันดีกับใจจริงๆนะเออ
    #2,129
    0
  7. #2093 9nawKIHAE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 02:00
    เดาว่าเรื่องที่ทำให้จีวอนเลิกกับฮันบิน คือเรื่องทำผู้หญิงท้อง ตอนอยู่ ตปท.ใช่แมะ

    แล้วผู้หญิงไม่ได้ทำแท้ง จนเด็กคลอด ระหว่างนี้คือรอพิสูจน์ DNA เด็กแน่เลยว่าใช่ลูกจีวอนรึเปล่า
    #2,093
    0
  8. #2058 chayann (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 19:59
    เน่คนกาก ชอบอ่าาา ยังกากเหมือนเดิม5555555 วีจิมมีปมไรหว่าาาา
    #2,058
    0
  9. #1899 Mild Apichaya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:45
    ปมของพี่จีวอนคืออะไรรรรรรร ไปทำใครท้องอีกหรอไงงงง
    #1,899
    0
  10. #1629 gxisimp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 15:41
    อิเน่เลิกกากดิ้!
    #1,629
    0
  11. #1446 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 19:32
    สงสารพิจิน อีเน่ใจแข็งนักก็อย่าไปยุ่งเลยค่ะ ลำไย ฮืออออ
    #1,446
    0
  12. #1379 ba-na-na (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 15:29
    พี่จินพุ่งขนาดนี้เน้ยังไม่ทำตามใจตัวเองอีกกกกก
    คิมบ็อบคงหนีไม่พ้นเรื่องทำใครป่องหรือเปล่าเนี่ยหรือเขาหวังจะจับ โอ๊ยๆๆไปวดหัวแทนน้องบิน
    #1,379
    0
  13. #1259 xshawty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 17:09
    พี่บ๊อบไปทำใครท้องอีก นี่เหนื่อยนะพี่

    เน่ยังกากอยู่ที่เดิม ซึนจริง5555555555

    แต่นี่ก็เข้าใจนะ เจอแต่คนเข้าหาเพราะหวังประโยชน์

    พี่จินสู้นะเว่ย มันเริ่มเปิดละ
    #1,259
    0
  14. #1231 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 08:00
    เบื่อเน่คนซึน!!!!
    ชอบทำมึน ชอบเขาแล้วล่ะเส้ -////-
    พี่บ๊อบไปทำเรื่องไรไว้คะ อยากรู้วว
    #1,231
    0
  15. #1088 aonhararuya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 18:19
    เรื่องอะไรวะ?
    #1,088
    0
  16. #1076 milkkmilk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 00:17
    ไม่ไหวกับเน่แล้วนะ!!!!! เบื่อความน่ารักกก เบื่อออออออออออออ ย้ากกกกก เขินนนนนนนนนนน // ดบบคือรายย โหย
    #1,076
    0
  17. #1061 SJJTxriie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:43
    ปมไรอ่าาาาาาา
    #1,061
    0
  18. #1012 CttTmo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 18:54
    เหยยยยยยย ปมคู่ดบบ.มาแล้ว / คู่จุนจินนี่มัน โอ๊ย กี่ตอนๆก็ฟินตายจริงๆ T T
    #1,012
    0
  19. #995 E.L.F_Deuce (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 16:19
    อะไรอะะะ มีคนท้องแล้วยัดเยียดให้อิบ็อบเป็นพ่อของลูกแน่เลย ไม่ได้เว้ยยยยยย เมียของบ็อบคือฮีนบินคนเดียว จำไว้ 55555555
    #995
    0
  20. #982 ปาร์คชานยอลหล่อบาดใจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 14:00
    โอ๊ยยย เค้าอาจจะท้องกับคนอื่นก็ได้มั้ง จุนฮเวนี่น่าจะฉลาดกว่านี้นะ กากไรขนาดนี้ บอกเค้าไปเดดด555555555555555
    #982
    0
  21. #975 dreammono (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 13:56
    งื้อออ บ็อบห่วงบินจริงๆ แต่ก็ไม่อยากให้ดีกันก่อนอ่ะ
    #975
    0
  22. #965 ren / nardia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 22:15
    พ่อโทรมาทำไมคะ ไม่อยากให้ลูกชายมีความสุขเหรอ 555555555555555 เหนือดราม่ายังมีความน่ารักของฮันบินที่ดูก็รู้ว่ายังห่วงพี่จีวอนอยู่ สารภาพตามตรงว่าชอบฉากที่พี่จีวอนคอยปัดควันบุหรี่เพราะฮันบินไม่ชอบมาก มันดูเป็นความใส่ใจที่น่ารักสุดๆ
    #965
    0
  23. #905 4869 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 11:06
    สู้ต่อไปคิมจีวอน55555+

    สงสารพี่มาร์ค (อ้าวผิดเรื่อง)555
    #905
    0
  24. #876 Nipaporn Meetubtim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 16:20
    จำเป็นต้องโทรมาตอนนี้ไหมมมพ่อ?55555555
    #876
    0
  25. #875 devil-angle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 13:37
    บิทำผญ.ท้องแน่เลยว่ะ
    #875
    0