( nct x you ) Aiolos School of Wizardry. - end.

ตอนที่ 8 : Chapter 6 :: จิตใต้สำนึก ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    24 ต.ค. 60


Chapter 6 :: จิตใต้สำนึก ::



     หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น เช้าวันถัดมาเจโน่ก็ยังทำตัวปกติเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ไอแอมที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆเองถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่อย่างน้อยถ้าลูกพี่ลูกน้องของเธอดูไม่เดือดร้อน เธอเองก็จะทำแบบนั้นบ้างเหมือนกัน


     “กินนี่สิ ของโปรดเธอไม่ใช่เหรอ?” 


      คำพูดและการกระทำของเจโน่ทำให้สายตาของทั้งสามคนหันมามองพวกเขาทั้งคู่อย่างประหลาดใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นเจโน่ตักอาหารให้อนันตเซีย


      ตอนนี้พวกเขากำลังทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรวมก่อนจะไปเรียนคาบแรก


      “เจโน่...ไม่สบายรึเปล่า?” จีซูถามพร้อมกับมองอีกคน แต่เจโน่กลับแค่ยักไหล่แล้วกินต่อไป


     “จีซู ฉันก็อยากมีคนตักอาหารให้บ้าง ขอบ้างสิ” พูดจบแฮชานก็ยกจานตัวเองยื่นไปหาจีซู แต่อีกคนกลับเลื่อนจานอาหารที่แฮชานขอให้เธอตักให้ไปให้แทน


      “ไม่มีมือรึไง! อยากกินก็ตักเองสิ” จีซูว่าก่อนจะเลิกสนใจเจโน่กับอนันตเซียแล้วทานอาหารต่อไป


      “พี่จีซู ฉันตักซุปไม่ถึง พี่หยิบถ้วยให้หน่อยสิคะ” เสียงของลิซ่าดังขึ้น การกระทำที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวทำให้แฮชานเบะปากด้วยความน้อยใจ


       ทีกับลิซ่า จีซูรีบตักซุปให้เลยแถมยังยิ้มหวานให้อีก


      “สลับร่างกันมั้ยลิซ่า?” แฮชานถามเพื่อนตัวเอง


      “ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากเกิดเป็นคนไม่หล่อ” ลิซ่าว่าทำเอาทั้งสามคนที่กินข้าวอยู่ถึงกับหลุดขำ


       “ขำไรวะเจโน่” แฮชานถามเพื่อนตัวเองแต่ก็เปรยตามองรุ่นพี่ทั้งสองคนด้วย


       “น่าสงสารวะ เกิดมาไม่หล่อก็เงี้ย” เจโน่ว่าพร้อมกับขำไม่หยุด


       “ถ้าไม่หยุดขำอย่าหวังว่าแฮชานคนนี้จะเขียนเรียงความให้”


        พอแฮชานพูดจบเจโน่ก็รีบหยุดขำทันที ทั้งห้าคนจึงกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารกันต่อให้เสร็จเพื่อเตรียมไปเรียนในตอนเช้า



















       ไอแอมกับจีซูต้องเข้าเรียนวิชาสัตว์วิเศษในตอนเช้า นั้นแปลว่าพวกเธอต้องเดินออกไปข้างนอกตัวปราสาท ทันทีที่ทั้งสองกำลังจะออกไป วินวินที่ทานอาหารเสร็จก็เดินมารวมกลุ่มด้วย


      เมื่อออกมาถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้กลับพบว่ามีคนอยู่ที่นี่มากกว่าปกติ ไม่ได้มีแค่เด็กปีสาม แต่ยังมีเด็กปีสี่อยู่ที่นี้อีกด้วย 


      ไอแอมกวาดสายตามองพวกรุ่นพี่ด้วยความสนใจ เช่นเดียวกันกับที่ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจเธอ แต่เหมือนเธอจะชินกับมันได้อย่างรวดเร็วเหมือนกันเพราะทั้งจีซูและวินวินก็พูดกับเธอเสมอว่าเธอไม่ต้องสละเวลาไปสนใจคนที่พูดเรื่องที่ไม่จริงเกี่ยวกับเธอด้วยซ้ำ และเมื่อหญิงสาวทำได้มันก็ดีขึ้นจริงๆ


      สายตาของไอแอมสะดุดเข้ากับรอยยิ้มของคนๆหนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมสีเหลืองของ Wind Dome รอยยิ้มนั้นถูกส่งมาให้เธอพร้อมกับการก้มหัวทักทาย หญิงสาวจึงยิ้มให้เขากลับไป


      “เธอยิ้มให้ใครอนันตเซีย?” จีซูเอ่ยถามอย่างสนใจ 


      โดยปกติอนันตเซียไม่ใช่คนที่ยิ้มให้ใครง่ายๆ แต่กับอนันตเซียคนใหม่คงไม่ใช่


      “อ่อ เปล่า ว่าแต่ทำไมพวกรุ่นพี่ปีสี่ถึงมาอยู่ที่นี่ด้วย?” เธอถามเพื่อนตัวเองด้วยความสงสัย


      “คงเป็นวิชาเรียนรวมละมั้ง มีทุกปีอยู่แล้ว” 

      คำตอบของจีซูทำให้เธอได้ความรู้ใหม่เพิ่ม เพราะมันไม่ได้บอกไว้ในคู่มือของหนังสือโรงเรียนที่เธออ่าน


       พูดถึงหนังสือก็ทำให้ไอแอมนึกถึงเล่มที่อยู่ในห้องของเธอ วันนั้นที่กลับจากการไปนอกโรงเรียนหญิงสาวก็ว่าจะเปิดอ่านมันก่อนนอน แต่เจโน่ก็ดันเรียกเธอออกไปและพออาบน้ำเสร็จกลับมา ในหัวของหญิงสาวก็มีแต่เรื่องที่เธอทำกับเจโน่เต็มไปหมด จนลืมนึกถึงหนังสือเล่มนั้นไปสนิท


      คืนนี้เธอคงต้องหาเวลาว่างไปอ่านสักหน่อยแล้ว





      สัตว์วิเศษที่เรียนในวันนี้นั้นนับได้ว่าน่ารักอยู่พอตัว แต่น่ารักแค่หน้าตาแต่นิสัยไม่ต้องพูดถึง ลักษณะภายนอกของมันไม่ต่างจากโคอาล่าเท่าไร แต่นิสัยที่ชอบหยิบข้าวของของคนอื่นไปนี่แทบต่างกันสุดขั้ว ชื่อของมันคือ รันนิม่า 


       ในตอนแรกไอแอมก็รู้สึกอยากเล่นกับมันอยู่หรอกเมื่ออาจารย์ชินดงเอามันออกมาจากกรง แต่พอเห็นรุ่นพี่ผู้หญิงจาก Earth Dome อุ้มแล้วมันล้วงขโมยไม้กายสิทธิ์ของเธอไปอย่างรวดเร็วจนทั้งคลาสต้องช่วยอาจารย์ชินดงตามมันกลับเข้ากรงแล้วเอาไม้กายสิทธิ์มาคืนรุ่นพี่คนนั้น


      สรุปแล้วเช้าวันนี้เหมือนทุกคนต้องมาออกกำลังกายตอนเช้าด้วยกันแค่นั้นเอง















      “น่าเบื่อชะมัด...” จีซูบ่นพร้อมกับฟุบหน้าลงบนโต๊ะ พอเข้าช่วงบ่ายทีไรเพื่อนของเธอก็เป็นแบบนี้ตลอด

     “มีอะไรที่ไม่น่าเบื่อสำหรับเธอบ้างจีซู?” วินวินถามอย่างอยากรู้ ความจริงไอแอมก็อยากรู้เหมือนกัน

     “เมื่อไรจะถึงวิชาป้องกันตัวจากเวทมนตร์?” จีซูเงยหน้าขึ้นมาถามพวกเขาทั้งคู่ เธอกับวินวินมองหน้ากันอย่างงงๆแล้วจึงตอบออกไป

     “ก็วิชานี้ไง”


      ไอแอมเพิ่งรู้ว่าจีซูไม่เคยหยิบตารางเรียนขึ้นมาดูเลยตั้งแต่เปิดเทอม เธอบอกว่าแค่ตามเพื่อนๆไปเรียนแค่นั้นก็จบ ไม่ต้องเสียเวลาจำตารางให้ยาก ไอแอมจึงเขกหัวเด็กขี้เกียจไปเบาๆหนึ่งที แต่ตอนนี้เป็นวิชาที่จีซูบอกกว่าชอบที่สุด เธอกำลังนั่งหลังตรงฟังอาจารย์วิกเตอร์สอนอย่างว่าง่าย

      ชั่วโมงเรียนวันนี้เป็นเรื่องของการใช้คาถากับสัตว์ดุร้าย โดยให้นักเรียนเลือกคาถาที่เหมาะสมที่จะจัดการกับมันให้อยู่ โดยที่ไม่ต้องเข้าใกล้และไม่ได้รับอันตราย 

      แต่เพราะอนันตเซียถูกยึดไม้กายสิทธิ์และอาจารย์วิกเตอร์ก็ทราบเรื่องนี้แล้ว เธอจึงได้แต่มองดูเพื่อนๆขึ้นไปสาธิตการใช้คาถากับสัตว์แต่ละอย่างตามที่ตัวเองจับฉลากได้ทีละคน ในใจก็อิจฉาที่คนอื่นได้ใช้คาถาแต่ตัวเองที่กลับมาถึงโรงเรียนยังไม่ได้เรียนรู้คาถาใหม่ๆเลยสักนิด


       “ต่อไปเจ้าชายเตนล์พ่ะย่ะค่ะ” เสียงเรียกชื่อทำให้เจ้าของชื่อเดินออกไปที่พื้นไม้ยกระดับหน้าห้องเรียนอย่างตื่นเต้น ในขณะที่ทุกคนเองก็ลุ้นไม่ต่างกันว่าจะได้สัตว์ชนิดไหน 
เมื่อจับฉลากออกมาได้ กระดาษสีขาวก็แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ตามชนิดที่เจ้าชายเตนล์เลือกมา มันคือ หงษ์ไฟ

       เปลวไฟที่ปีกของมันทำให้ทุกคนในห้องตื่นตาขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อร่างของหงษ์ไฟขยายใหญ่ขึ้น กลับเพิ่มความกลัวให้นักเรียนหลายคนในห้อง

       “ทำไมไม่เป็นฉันที่จับฉลากได้หงษ์ไฟนะ!” จีซูบ่นด้วยความเสียใจ

       ไอแอมมองสัตว์วิเศษตรงหน้าห้องด้วยความสนใจ พวกเขาอยู่ห่างมันพอสมควรพอๆกับเจ้าชายเตนล์และอาจารย์วิกเตอร์ ทำให้ไม่ได้รับรู้ถึงความร้อนของเปลวไฟจากปีก

      ตอนนี้ทุกคนในห้องกำลังรอให้คนที่เลือกมันมาใช้คาถาจัดการกับมันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ใบหน้าของเจ้าชายเตนล์กลับมีเหงื่อฝุดขึ้นมาและไหลเป็นทาง

      “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าชาย?” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังเรียกความสนใจจากทุกคนในห้อง  

     “ผมขออาสาแทนครับ!” แจฮยอนยกมือขึ้น แต่ก็โดนอาจารย์วิกเตอร์ส่ายหน้าปฏิเสธ

     ตอนนี้กลายเป็นหงษ์ไฟที่เข้ามาใกล้เจ้าชายมากกว่าเก่า แต่อาจารย์ที่อยู่ใกล้ๆยังช่วยเรียกสติเขาไว้อยู่ ปากของเจ้าชายร่ายคาถาและชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่หงษ์ไฟ ก่อนที่น้ำจะพุ่งออกมาคลื่นใหญ่ซัดให้เจ้าหงษ์ไฟปลิวติดผนังห้อง จนเปลวไฟที่ปีกของมันดับลง

     ใบหน้าของเจ้าชายยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง ทั้งหมดจึงปรบมือให้กับเขา อาจารย์วิกเตอร์ถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ 

      แต่ทันทีที่ทุกคนไม่ได้สังเกตุ เปลวไฟที่ปีกของหงษ์ไฟกลับมาลุกโชนอีกครั้ง คราวนี้มันเข้ามาใกล้อาจารย์วิกเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนจากปีกของมันก็ทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกและมองภาพตรงหน้าอย่างตกใจ


      ไอแอมจ้องเจ้าหงษ์ไฟตาไม่กระพริบ ไม่รู้อะไรที่ดลจิตใจของเธอให้จ้องมันราวกับอยากให้มันฟื้นขึ้นมา และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หญิงสาวถึงกับตกใจในความคิดที่เป็นดั่งหวังจองตัวเองแต่ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อมันเข้ามาใกล้ทุกๆคนมากขึ้นเรื่อยๆจนนักเรียนเริ่มวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

      “ออกไปจากห้อง! เดี๋ยวนี้!” เสียงอาจารย์วิกเตอร์สั่งทำให้พวกเขารีบออกไป แต่ขาของหญิงสาวกลับสวนทางกับคำสั่ง เธอก้าวเท้าเข้าไปหามันเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าทำไม และมันก็กำลังเข้าไปหาเจ้าชายเตนล์มากขึ้นเรื่อยๆ จนชายหนุ่มยิงคาถาต่างๆใส่มันไม่ขาดสาย แต่มันก็ยังพยายามเข้าไปใกล้เขาไม่อยู่

        หยุดนะ! ฉันบอกให้หยุด!

 
       ไม่รู้ว่าไอแอมพูดออกไปหรือมันเป็นความคิดของเธอเอง แต่ทันทีที่จบประโยค หงษ์ไฟก็หยุดการกระทำของมันแต่ถูกจัดการด้วยอาจารย์วิกเตอร์


      "เจ้าชายไม่เป็นอะไรใช่มั้ยพ่ะย่ะค่ะ?!" เสียงของอาจารย์เอ่ยถามลูกศิษย์ของเขาอย่างเป็นห่วง

      “ไม่...ฉันไม่เป็นไร” เจ้าชายเตนล์เอ่ยกับอาจารย์ของตัวเองและมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่รู้ว่าจะเชื่อสายตาของตัวเองดีหรือเปล่า...


     เพราะถ้าเตนล์เชื่อในความรู้สึกเขาจริงๆ แปลว่าตอนนี้เขาติดหนี้บุญคุณอนันตเซียเป็นครั้งที่สอง

      “เจ้าชายไปห้องพยายาลกับกระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะ!” ลอร์ดโดยองที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง

      “อย่าเลยโดยอง เราไม่อยากให้พี่แทอิลเป็นห่วง” เตนล์บอกกับเพื่อนของเขา ตอนนี้นักเรียนทั้งหลายต่างมาออกันหน้าห้องหลังจากความสงบกลับมา

     “กระหม่อมขอประทานโทษฝ่าบาท! กระหม่อมสมควรได้รับโทษ!!” เสียงเอ่ยของเซอร์แจฮยอนและเซอร์คุนดังขึ้นพร้อมกับคุกเข่าอยู่ข้างหน้าเจ้าชายเตนล์

     “ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ได้เป็นอะไร...”

      “แต่กระหม่อมทำให้ฝ่าบาทตกอยู่ในอันตราย...” แจฮยอนกล่าว

      “ไม่มีอันตรายอะไรสักหน่อย..จำเอาไว้ว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น! และไม่มีใครต้องรับผิด! และฉันขอสั่งให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ!!”


       จบคำสั่งของเจ้าชายเตนล์ทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ทั้งเซอร์แจฮยอนและเซอร์คุนต่างก็รีบเข้าไปหาเจ้าชาย


      ไอแอมจึงรู้สึกถูกสะกิดเบาๆจากใครบางคน

      “ฉันนึกว่าเธอตามพวกเราออกไปแล้ว แต่ทำไมเธอถึงยังอยู่ในห้อง?” จีซูว่า หญิงสาวรีบเข้ากลับมาหลังพบว่าคนที่เธอดึงแขนให้เดินตามออกไปคือวินวิน
       
      “ฉันกำลังจะตามออกไปพอดีนะ..ว่าแต่จีซู ทำไมเจ้าชายถึงไม่ให้เอาเรื่องวันนี้ไปบอกใครงั้นเหรอ?”

       “ก็เพราะหงษ์ไฟไงละ” วินวินเอ่ยพร้อมกับเดินมาหาพวกเธอ ตอนนี้สถานการณ์ในห้องเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

       “หืม? หงษ์ไฟทำไมเหรอวินวิน?” 


       “หงษ์ไฟเป็นสัตว์ประจำธาตุไฟที่มีอานุภาพมาก คาถาที่เจ้าชายเตนล์ส่วนใหญ่ก็มาจากธาตุน้ำของเขา มันคงรู้สึกเหมือนโดนทำร้ายอยู่เลยโกรธมากขึ้น และต้านคาถามากขึ้นเรื่อยๆ” วินวินอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่เธอก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าในเมื่อมันเป็นสัตว์ที่มีอานุภาพมาก ทำไมอาจารย์วิกเตอร์ถึงได้ดูไม่เดือดร้อนเลยตอนให้เจ้าชายเตนล์สู้กับมัน

      “เพราะอย่างนี้นี่เองสินะ...ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า Fire Dome ทุกคนมีหงษ์ไฟเป็นสัตว์ประจำธาตุนะสิ”
 
     “ไม่ทุกคนหรอกอนันตเซีย หงษ์ไฟเป็นสัตว์วิเศษที่หายาก จึงคู่ควรกับคนที่มีเวทย์สูงมากๆเท่านั้น เพราะเจ้าของๆมันจะต้องออกคำสั่งมันได้และกำราบมันให้อยู่ แต่ที่อาจารย์วิกเตอร์จัดการได้เพราะมันเป็นกระดาษที่เขาร่ายคาถาเปลี่ยนรูปให้มันต่างหาก” วินวินอธิบายทุกอย่างจนเธอหายข้องใจ


      หญิงสาวก้มลงมองพื้น แต่กลับไม่พบซากกระดาษหงษ์ไฟที่อาจารย์วิกเตอร์สร้างมันขึ้นมา พบเพียงขนนกที่เป็นสีเทาเท่านั้น เธอรีบเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อคลุมก่อนที่จะมีใครทันหันมามองและทำตัวตามปกติ 












        เพราะช่วงเย็นเป็นเวลาว่างสำหรับการนอนเล่นบนสนามหญ้าอย่างดีที่สุดหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการเรียนมาทั้งวัน ในตอนนี้ทั้งสามคนจึงทิ้งตัวลงบนหญ้าอย่างสบายตัวใกล้ๆกับสนามกีฬา


      “อนันตเซีย?” จีซูที่อยู่ๆก็เอ่ยชื่อเธอขึ้นมา


     “ว่าไง?” 


      “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบที่เธอยิ้มนะ แต่ฉันว่าข่วงนี้เธอยิ้มบ่อยเกินไป...”


       อ่า...จีซูจะบอกว่าฉันไม่ค่อยเหมือนอนันตเซียคนเดิมสินะ


      “ฉันจะพยายามไม่ยิ้มมากๆ” เธอว่ากับเพื่อนของตัวเอง


       “เธอจะยิ้มเยอะๆก็ได้นะอนันตเซีย...แต่ต้องแค่กับฉัน” 


       คำพูดของวินวินทำให้คิ้วที่เลิกขึ้นด้วยความสงสัยของเธอเปลี่ยนมาเป็นเสียงหัวเราะ เพราะวินวินดูจะชอบที่เธอยิ้มมากกว่าจริงๆ


      “แล้วนี่นายไม่ต้องไปซ้อมฮอกคัพรึไงวินวิน?” จีซูถามเพื่อนชายในกลุ่ม


      “อีกเดี๋ยวก็คงไป สนามอยู่ใกล้แค่นี้เอง” วินวินว่าพร้อมยักไหล่ สายตาของพวกเขาทุกคนก็มองไปทางสนามกีฬาที่ Earth Dome กับ Water Dome กำลังซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น


       “Wind Dome กับ Fire Dome ไปไหนหมดละ” เธอถามวินวิน


      “เดี๋ยวพอพวกเขาซ้อมเสร็จก็ถึงคิวพวกเราแล้ว...ว่าแต่อนันตเซีย เมื่อไรเธอจะกลับมาซ้อมฮอกคัพ?”


       “นายไม่น่าจะถามนะวินวิน ในเมื่อฉันขี่ไม้กวาดได้แย่ขนาดนี้...”


      “แต่เธอควรจะไปบอกกัปตันทีมของเธอด้วยนะ ถ้าหากว่าเธอจะถอนตัว”


      “ฉันไม่รู้ว่ากัปตันทีมของฉันคือใครนะสิ” ไอแอมว่า เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ในทีมฮอกคัพตอนที่อยู่โรงเรียนด้วยซ้ำ


       “รุ่นพี่ยุนโฮไง คนที่ตัวสูงๆ แต่หล่อน้อยกว่าฉันนิดนึง...” วินวินยังไม่ทันได้พูดจบก็โดนจีซูผลักหัวไปที

 
       “ถ้าระดับนายเรียกหล่อโลกนี้ก็ไม่มีใครไม่หล่อแล้วละ” คำพูดของจีซูทำเอาคนหล่ออย่างวินวินถึงกับกอดอกมองค้อน


       ภาพของพวกเขาทั้งสามคนที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานอาจจะไม่ได้เป็นเป้าสายตาใครนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มที่กำลังซ้อมฮอกคัพอยู่ในสนามจะมองไม่เห็น และยิ่งเป็นคนที่จับตามองอนันตเซียตั้งแต่ต้น ทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาเขาเสมอ








      ไม่นานวินวินก็ขอตัวจากพวกเธอไปซ้อมฮอกคัพ ไอแอมและจีซูจึงตัดสินใจกลับเข้าปราสาทเพื่อรอเวลาอาหารเย็น แต่ยังไม่ถึงตัวปราสาทก็มีเด็กผู้ชายผมสีทองคนหนึ่งวิ่งมาหาเธอ


      “ท่านหญิงอนันตเซียพ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายว่าพร้อมกับทำความเคารพ ผ้าคลุมสีเขียวทำให้เธอมองอีกคนอย่างแปลกใจ
 
      “มีอะไร?” เธอถามกลับเสียงเรียบ เพราะไม่อยากให้จีซูมองว่าเธอใจดีเกินไป เด็กชายถึงกับชะงักไปพร้อมสีหน้าซีด


      “มีอะไรก็รีบพูดมาสิ” จีซูเร่งอีกคน


      “เอ่อ...คือ ลอร์ดยุนโฮให้มาตามท่านหญิงไปพบที่สนามกีฬาพ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายเอ่ยออกมาอย่างนากลำบาก


     “แต่นายอยู่ Earth Dome นี่หน่า...” ไอแอมว่าพร้อมกับมองอย่างสงสัย


      “ไม่แปลกหรอก ใครๆก็กลัวรุ่นพี่ยุนโฮทั้งนั้นแหละ เธอรีบไปหาเขาเถอะอนันตเซีย เดี๋ยวฉันไปรอที่ห้องอาหาร” จีซูว่าหญิงสาวจึงได้แต่พยักหน้ารับ


       “แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนของสนามนะสิ”


       “กระหม่อมจะพาไปเองพ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายเอ่ยอย่างกลัวๆ


       “ไปเถอะอนันตเซีย คงเพราะเรื่องฮอกคัพนั้นแหละ” จีซูว่า หญิงสาวจึงพยักหน้ากับเพื่อนก่อนจะเดินตามเด็กชายไปที่สนาม โดยที่คนตัวเล็กพาเธออ้อมมาในฝั่งของห้องแต่งตัวนักกีฬา แต่แถวนี้มันส่วนของ Earth Domeนี่


       “เดี๋ยวนะ นี่มันฝั่งของ Earth Domeนี่...” เธอถามอย่างแปลกใจ ก่อนที่เด็กชายจะหันมาก้มหน้าขอโทษเธอแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว


       “กระหม่อมขอประทานอภัยท่านหญิง!”


       “ห้ะ?” 


       ว่าจบก็ทิ้งให้ไอแอมยืนงงอยู่คนเดียวด้วยสีหน้าหวั่นๆ ก่อนที่แขนของเธอจะถูกกระชากเขาไปในเต๊นท์พร้อมกับมือที่ปิดปากหญิงสาวเอาไว้ เมื่อเห็นเจ้าของมือเธอถึงกับตาโตด้วยความตกใจ

      
       “ถ้าเธอส่งเสียงออกมา ฉันจะเอาเรื่องที่เธอเก็บขนของหงษ์ไฟมาไปบอกกับเจ้าชาย...”

       คำขู่ของแจฮยอนทำให้หญิงสาวนิ่ง..นี่เขาเห็นอย่างนั้นเหรอ


      “นะ...นาย!” เธอชี้หน้าอีกคนด้วยความโมโห 


      ทำไมจะต้องเป็นแจฮยอนที่มารู้ว่าเธอจะไปไหนหรือทำอะไรไปซะทุกเรื่อง!


       “เรื่องวันนี้ มันเป็นเพราะเธอใช่มั้ย?!” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงเข้ม


       “เรื่องวันนี้? เรื่องอะไร?” เธอถามอีกคนอย่างงงๆ ถึงแจฮยอนจะยอมเอามือออกจากปากเธอแล้ว แต่เขาไม่ยอมถอยห่างจากเธอสักนิด ไอแอมที่หลังชนกับเต๊นท์แล้วแทบจะขยับไปไหนไม่ได้


      “ฉันเห็นว่าเธอกำลังออกคำสั่งกับหงษ์ไฟ! เป็นเธอใช่ไหมที่สั่งให้มันเข้าไปทำร้ายเจ้าชายเตนล์!” แจฮยอนขึ้นเสียงใส่เธอนั่นยิ่งทำให้เธอตกใจมากกว่าเก่า


      “ฉันเนี่ยนะจะทำแบบนั้น! ฉันทำมันได้ที่ไหนกัน!” เธอเองก็ตอบกลับอีกคนเสียงดังเช่นกัน แต่เวลาแบบนี้ทุกคนคงกลับออกไปหมดแล้ว


       “ก็เพราะเธอ...” 


        แจฮยอนหยุดคำพูดของเขาไว้แค่นั้นพร้อมกับสีหน้าอึกอัก


        “เพราะฉันทำไม? บอกมาสิ!” เธอถามกลับ ถ้าจะมาว่าเธออย่างไม่มีเหตุผลเธอไม่ยอมแน่ๆ


        “เพราะเธอเก็บขนของมันมานะสิ!” 


        “แค่ขนของมันเนี่ยนะ?! ขนของหงษ์ไฟที่เกิดจากคาถามันจะเป็นไรไป” เธอตอบกลับอีกคน คราวนี้แจฮยอนมีสีหน้าคิดหนักอีกรอบ


     แล้วทำไมแจฮยอนต้องเข้ามายุ่งเรื่องของเธอตลอดด้วย!

         “ก็เพราะ...”


         “เพราะอะไรบอกมาสิ!” เธอขึ้นเสียงใส่อีกคน คราวนี้เธอไม่ยอมเขาง่ายๆแน่


         “ช่างมันเถอะ! แต่เรื่องที่เธอออกนอกโรงเรียนฉันยังจำได้!” คราวนี้คนตัวสูงกว่าเปลี่ยนเรื่อง


         “นายเปลี่ยนเรื่องนี่! ครั้งที่แล้วนายก็ออกไปเหมือนกัน!” เธอว่ากลับ ก็จริงในเมื่อแจฮยอนเป็นนักเรียน และเธอก็เป็นนักเรียน พวกเขาต่างก็ผิดทั้งคู่



         "อ้าว! แจฮยอน! นึกว่านายกลับเข้าหอแล้วซะอีก” เสียงของอีกคนที่เข้ามาใหม่ทำให้ไอแอมเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างตกใจ แต่เพราะหญิงสาวมีแจฮยอนบังอยู่เลยไม่เห็นว่าเป็นใคร จนกระทั่งแจฮยอนเอาชุดคลุมสำหรับเล่นฮอกคัพของตัวเองคลุมทับยูนิฟอร์มของเธอไว้ ก่อนจะกดศีรษะของไอแอมลงไปซบที่อกตัวเองแล้วหันหน้าไปตอบคำถาม

        “เอ่อ..คือผม...”


        “โทษทีๆ ฉันเข้ามาผิดจังหวะสินะ” น้ำเสียงที่ร่าเริงกล่าวเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องคนละโดมกอดสาวอยู่ ท่าทางจะขี้อายซะด้วย มุดหน้าอยู่แต่ในอกของแจฮยอน
    

       “โธ่พี่ยูตะ เปล่าสักหน่อยครับ เราแค่กำลังคุยกัน” น้ำเสียงที่ตอบรุ่นพี่ของแจฮยอนทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดอดหมั่นไส้ไม่ได้ ทีกับเธอละขึ้นเสียงตลอด มือบางจึงหยิกหน้าอกอีกคนเบาๆ


       “โอ๊ย!” 

        แจฮยอนร้องออกมาเมื่อรู้สึกว่าโดนหยิก ยูตะที่มองอยู่ถึงกับขำแก้เก้อ ก็เขาไม่รู้นี่หน่าว่ารุ่นน้องจะพาสาวมาพลอดรักที่นี่ ถ้ายูตะกับมาร์คไม่ลืมของก็ไม่ได้อยากจะมาขัดจังหวะหรอก

         แต่แจฮยอนนี่ก็แอบร้ายไม่เบา เขาคิดว่าไอน้องคนนี้มันจะไม่สนใจผู้หญิงซะอีก


        “โอเคๆ พี่ไปละ ไม่อยากอยู่ขัดความสุขคนแถวนี้” พูดจบรุ่นพี่ยูตะก็เดินออกไปอย่างร่าเริง ผิดกับแจฮยอนและไอแอมที่เกือบจะโดนจับได้ซะแล้ว



        “เพราะนายที่หลอกให้ฉันมาที่นี่!”เธอว่าพร้อมกับผลักตัวอีกคนออกเบาๆ แต่เสื้อคลุมของแจฮยอนยังอยู่บนตัวเธออยู่ ช่วงเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มตะกี้ เธอปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่ากลิ่นเหงื่อจากการเล่นกีฬาของเขามันหอมจนเกือบจะทำเธอกลายเป็นโรคจิต ถ้าไม่ติดว่าสติเธอกลับมาทันซะก่อน


        “ก็เธอดันเชื่อเองนี่หน่า”

         คำพูดคำจาของคนตรงหน้าทำเอาหญิงสาวอยากซัดคนหน้าตาดีแต่ปากไม่ดีให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะยกสองยก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองนี่แหละที่จะสู้ไม่ได้


        “ทำไม? มองหน้าฉันแบบนั้นอยากจะตีฉันรึไง?” คำพูดของแจฮยอนทำให้ไอแอมสะอึก


        นี่เขาอ่านใจเธอออกเหรอ!!


        “ไม่ต้องนินทาฉันในใจเลยนะ ฉันรู้ว่าเธออยากทำแบบนั้นใจจะขาด...”


        “ก็รู้ตัวนี่” ไอแอมว่าพร้อมกับกรอกตามองบน 


         “เธอนี่ปากเก่งจริงๆเลยนะ เก่งเหมือนเดิมไม่มีผิด” แจฮยอนว่าพร้อมกับบีบคางของเธอด้วยมือเดียว หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าเขาเพิ่มแรงมาขึ้นเรื่อยๆจึงใช้มือทั้งสองข้างแกะมือแจฮยอนออก ก่อนที่เธอจะเจ็บจริงๆ


         “ปล่อยมือออกจากหน้าของฉันแจฮยอน!!” เธอว่าพร้อมกับตีมือเขา แต่แรงผู้หญิงอย่างเธอเหรอจะสู้แรงผู้ชายแบบแจฮยอนได้


         “ฉันจะปล่อยก็ต่อเมื่อฉันพอใจแค่นั้นแหละ!”


         พูดจบร่างสูงก็ประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปที่หญิงสาว ก่อนจะกดจูบลงไปให้หนักขึ้นเมื่อร่างบางพยายามต่อต้านด้วยการเม้มริมฝีปากเอาไว้ แต่แจฮยอนก็ไม่ยอมหยุด จิตใต้สำนึกของเขาใช้มืออีกข้างรั้งเอวอีกคนให้เขามาจนในที่สุดเมื่อลมหายใจของหญิงสาวใกล้หมด ช่วงเวลาที่เธอเผลออ้าปากเพื่อเอาอากาศเข้าไป ลิ้นของแจฮยอนก็ลุกล้ำเข้าไปในปากของหญิงสาวเช่นกัน


        มือบางตีไหล่อีกคนไม่หยุด คนตัวเล็กร่างสั่นด้วยความหวาดกลัวปนตกใจ เธอไม่คิดว่าแจฮยอนจะใจร้ายกับเธอขนาดนี้ ชายหนุ่มใช้ลิ้นกวาดเอาความหวานไปทั่วปากของเธอทั้งข้างในและข้างนอก จนหยดน้ำตาของความกลัวค่อยๆไหลรินลงมาอาบแก้มของเธอ


        “ทำอะไรวะ!!”


        เสียงดังที่ทำให้แจฮยอนผละออกจากเธอหันไปมองอย่างตกใจ ก่อนที่หมัดหนักๆจะถูกซัดเข้าที่หน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจากผู้ชายอีกคน


        “มาร์ค!”






********

#ฟิคไอโอลอส 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

937 ความคิดเห็น

  1. #927 เป็นประกายม๊อบแม๊บ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 20:42
    แต่ละคนที่อยู่รอบๆตัวอนันตเซียทั้งแจหะทั้งเจโน่นี่ทำตัวรุ่มร่ามไม่เบาเลยนะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเขาเป็นท่านหญิงอะ มารยาทนิดนึงนะ จิตสำนึกอะมีบ้าง
    #927
    0
  2. วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:25

    ม้าคสักอย่างลูกชอบหรือไม่ชอบห่ะอีลูก

    #876
    0
  3. #798 Galaxy_q (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:14
    มาร์คตกลงเเกชอบเขาหรือไม่ชอบกันเเน่
    #798
    0
  4. #144 Neen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 01:49
    มัคลีนี่เอาไงจะชอบหรือไม่ชอบ จะได้ลงเรือถูก อ้าว555555555 แจฮยอนนนนนเธอจะมาจูบเราแบบนไม่ได้นะมารับผิดชอบเดียวเน้~~~
    #144
    0
  5. #64 kimjinhwan042 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:16
    บอกตรงๆเลือกไม่ถูกอ่ะ แต่ที่เเน่ๆทำไมแทยงมีพื้นที่ยืนน้อยจัง55 มาต่อค่ะไรท์ รอค้าาาาาา
    #64
    1
  6. #63 เงาจันทร์สีรุ้งสดใส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:23
    แจใจร้ายง่ะ (ถึงร้ายแต่เค้าก็รัก) มาร์คมาตอนจบอีก โอ้ยค้างง่าาาาาา ปล.NCTหล่อออร่ามากกกเราไปรอที่ช่อง3แล้วมาอ่านฟิคยิ่งฟินใหญ่มาต่อนะคะ
    #63
    1
  7. #62 rratcha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:42
    แจฮยอน...ทำไมนายเลวแบบนี้อ่ะ ทำใจเราละลายทำไม>< มาร์คขาา ขัดทำไมลูกกก ค้างโลยยย//โอดครวญ
    #62
    1
  8. #61 B'RJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:24
    ไรท์ต๋าาา เค้าคิดถึงพิโน่(?)ง่ะ
    มาร์คมาถูกจังหวะมาก 555
    ทำไมพิแจทำงี้อ่ะ งอนนะ จะไปซบอกพิโน่นะ(เกี่ยวมั้ย?)
    #61
    1
  9. #60 ET_zonekk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:59
    ต่อค่ะต่อ....
    #60
    1
  10. #58 susirada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:07
    แจฮยอนใจร้ายจังงงงง ทำอย่างนี้เรากลัวน้าาาาา>////////<(นี่กลัวหรือชอบ?) 5555555 สู้ๆนะคะไรท์ มาต่อเร็วๆน้าาาาาา เรารออยู่^++++++^
    #58
    1
  11. #57 Yutaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:18
    แจฮบอนทำใจร้ายแบบนี้ล่ะะ น้องมาร์คมาแช้วววววว > <
    #57
    1
  12. #55 tkmn10 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:59
    มาร์ค มาได้ถูกเวลามากลูก คนทางนี้กำลังโดนรังแก 55555
    #55
    1
  13. #54 S. blue (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:22
    มาร์ค > < ทำไมดีใจที่มาร์คมาเจออิอิ
    #54
    1
  14. #53 chumi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:19
    ชอบ moment ของพีแจอ่ะ คือแบบ.. . ฟินเลยอ่ะ
    ไรท์มาต่อเร็วๆอีกนะ fighting ^^
    #53
    0