{ BJin } Be my patient ϟ #ฟิคคนไข้ของฮันบิน。/ จบแล้ว

ตอนที่ 30 : ϟ TRACK 26 "นับถอยหลัง" 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ก.พ. 59




.





# TRACK 26






ตอนนี้มีเก้าพันสองร้อยคำถ้วน.-.


JINHWAN SIDE

 

ทันทีที่กลับมาถึงห้อง ผมก็ค้นๆดูในตู้เย็นว่าพอมีวัตถุดิบอะไรที่เอามาทำอาหารได้บ้าง จนสุดท้ายก็จบด้วยการทำสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทส ผมใช้เวลาไปเยอะเพราะทำซอสหม้อใหญ่เลย ที่ทำเยอะเพราะฮันบินชอบกิน จุนเน่ด้วย แล้วตอนนี้ก็ออกมาน่ากินมากๆเลยล่ะ หอมฟุ้งไปทั่วห้องเลย

 

หมับ

 

"โอ๊ะ" ตัวผมสะดุ้งโหยงเพราะอยู่ๆก็ถูกใครบางคนมาสวมกอดจากด้านหลัง แต่กลิ่นนํ้าหอมอ่อนๆก็ทำให้ผมรู้ได้ไม่ยาก

 

"ฮันบิน! ตกใจหมด" ผมพูดพร้อมตีมืออีกคนเป็นการลงโทษ

 

"ทำอะไรอะ หอมจัง"

 

"สปาเก็ตตี้เรดซอส มาพอดีเลย จะเสร็จแล้ว" ผมตอบยิ้มๆ พร้อมใช้ตะเกียบเขี่ยเส้นสปาเก็ตตี้ที่กำลังลวกอยู่ในหม้อไปด้วย

 

ฟอดด

 

"อื้อ.."

 

"วันนี้รอนานไหม" ฮันบินมาขโมยหอมแก้มก่อนจะถาม

 

"นานมาก"

 

"ขอโทษครับ" เสียงทุ้มอ่อนลง ทำให้ผมต้องยิ้มออกมา เพราะความจริงก็ไม่ได้โกรธเลย แค่พูดเล่นเฉยๆเอง

 

"ไม่ได้โกรธสักหน่อย"

 

"แล้วกลับมานานรึยัง"

 

"ไม่นานมากอะ รถมันติดนิดหน่อย" ผมตอบพลางสนใจเส้นสปาเก็ตตี้ตรงหน้า

 

"ดีแล้ว"

 

อีกคนคลายผมจากอ้อมกอดก่อนจะดึงมือให้ผมหันไปอีกทาง แล้วก็พบร่างผู้หญิงคุ้นตาคนนึงที่ถือแฟ้มเอกสารกำลังยืนมองอยู่ตรงโต๊ะอาหาร ทำเอาผมที่ยิ้มอยู่หุบยิ้มลงไปนิดนึงก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอีกรอบ

 

"ฮาอีมาด้วย"

 

"อ้อ.."

 

"สวัสดีค่ะ" ฮาอีโค้งทักทายผมตามมารยาทเพราะผมแก่กว่าเธอ ส่วนผมก็ยิ้มรับเจื่อนๆทำอะไรไม่ถูก

 

ไม่คิดว่าจะมาด้วย

 

"พอดีงานมันยังไม่เสร็จอะ ผมไม่อยากให้พี่รอเลยเอามาทำที่นี่" ฮันบินบอกเหตุผลที่เจ้าตัวพาฮาอีมาด้วย ผมพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มให้

 

"อื้ม ก็ดีแล้ว"

 

มันก็ดีกว่าทำที่มหาลัยแล้วกลับมืดๆคํ่าๆเนอะ อย่างน้อยทำที่นี่ผมก็ยังเห็นฮันบินกับฮาอีได้ตลอด สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ..

 

"งั้นฉันไปรอที่โต๊ะทำงานนะ" ฮาอีบอก

 

"ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม เสร็จพอดีเลย" ผมถามขัดจังหวะขึ้นมา จนเธอต้องหันกลับมาหาพวกเราอีกรอบ

 

"ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ" เธอตอบอย่างเกรงใจ

 

"ทำไมล่ะ ไม่หิวหรือไง" ฮันบินพูดแทรกขึ้นมา

 

"..."

 

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก ทานด้วยกันนี่แหละ"

 

"..เอ่อ"

 

"นั่งเลยๆ" ฮันบินเดินไปหาเพื่อนร่วมคณะแล้วดันตัว กดไหล่ให้เธอนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินยิ้มร่ากลับมาหาผมที่ยืนมองอยู่ในครัว

 

"รบกวนด้วยนะคะ"

 

"เดี๋ยวผมช่วยตักนะตัวเล็ก"

 

ฮันบินหยิบจานขึ้นมาสามใบพอดีกับจำนวนคน ก่อนจะเดินไปคีบเส้นสปาเก็ตตี้ที่เพิ่งลวกเสร็จ มือหนาดันตัวผมให้ถอยหลังไปสองสามก้าว เพราะผมกำลังขวางทางเขาอยู่ ผมเลยเดอนไปหยิบช้อนส้อมสามคู่แล้วไปจัดความเรียบร้อยบนโต๊ะอาหารแทน

 

หลังจากทานข้าวเย็นกับเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง ฮันบินกับฮาอีย้ายไปทำงานกันที่โต๊ะทำงานใหญ่ที่อยู่ข้างๆห้องรับแขก ส่วนผมก็จัดการเอาจานกับหม้อมาล้าง แพ้กสปาเก็ตตี้ที่ทำเกินไว้ใส่กล่องเอาเข้าตู้เย็น ส่วนอีกกล่องที่แยกไว้ผมตั้งใจจะเอาไปให้จุนเน่ล่ะ

 

ผมเดินถือกล่องสปาเก็ตตี้ออกมาจากครัว ตั้งใจจะไปบอกฮันบินว่าผมจะเอาสปาเก็ตตี้ไปให้จุนเน่ แต่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทั้งสองคนเลยทำให้ผมเปลี่ยนใจ

 

ก๊อก ก๊อก

 

"ใคร"

 

"ฉันเอง จินฮวาน" ผมตะโกนตอบจุนเน่ไป

 

หมอนี่เป็นพวกขี้เกียจเดินมาส่องเองหน้าประตู จริงๆมันก็มีรูให้ส่องอยู่ใครมา แต่จุนเน่ไม่ไง เวลาใครมาเคาะประตูก็ตะโกนจากข้างในออกมาตลอด ตอนนี้คงนอนกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาชัวร์

 

พวกคนขี้เกียจ

 

แกรก..

 

จุนเน่เดินมาปลดล็อกประตูให้ก่อนจะเดินเข้าห้องไปโดยที่ไม่ได้มองหรือทักผมเลยด้วยซํ้า ให้ตายเถอะ แบบนี้มันน่าจะเอาอะไรมาให้กินไหมเนี้ย

 

"ไอฮันบินยังไม่มาหรอ ถึงมาหาผมได้อะ" จุนเน่ถาม ในขณะที่เจ้าตัวนั่งหันหลังให้ผมอยู่

 

"เปล่า เอาสปาเก็ตตี้มาให้เฉยๆ"

 

"หูยจริงดิ ไม่มีไรกินพอดีเลย" ร่างยักษ์รีบหันขวับมาหาก่อนจะยิ้มร่า เดินมาแย่งกล่องสปาเก็ตตี้จากมือผมไปอย่างรวดเร็วพร้อมเดินไปหยิบช้อนซ้อมในครัว เปิดกล่องสปาเก็ตตี้กินทันที

 

เอิ่ม.. ถ้าจะหิวขนาดนี้

 

"อดอยากมาจากไหนเนี่ย"

 

"ก็ฮันบยอลไม่ยอมให้ผมเข้าบ้านอะ งอนไรก็ไม่รู้ เลยไม่มีไรกินเลย"

 

"สมนํ้าหน้า"

 

ปกติจุนเน่จะไปกินข้าวเย็นที่บ้านฮันบยอลน่ะครับ ตั้งแต่ตกลงคบกันจุนเน่ก็ไปรับไปส่งฮันบยอลที่บ้านตลอด กลายเป็นลูกรักของคุณแม่ฮันบินไปแล้วมั้ง ถึงจะคบกันแล้วแต่สองคนนี้ก็ยังเถียงกันตีกันเก่งเหมือนเดิม ผมว่ามันน่ารักดีนะ อยู่ด้วยแล้วก็ตลกดี

 

"เฮ้อ.."

 

ผมเผลอถอนหายใจออกมา ยกขาสองข้างขึ้นกอดเข่าท่าเดิม ทำให้จุนเน่ที่กำลังยัดสปาเก็ตตี้เคี้ยวตุ้ยๆหันมามองแล้วถามขึ้นพร้อมกับอาหารที่ยังคาอยู่ในปาก

 

"เป็นไรอะ" ดีนะไม่มีอะไรกระเด็นออกมา

 

"กินเสร็จก่อนค่อยพูดได้ไหม-.-"

 

"ทำไมอะ" คราวนี้จุนเน่ยื่นหน้ามาใกล้ๆแล้วพูดโดยอ้าปากกว้างกว่าเดิมซะอีก

 

"โอ้ยนายนี่!"

 

หยี

 

"ตกลงมีไร"

 

"..."

 

"ไม่พูดอะ"

 

ผมนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา รอให้คนข้างๆกินให้เสร็จซะก่อนค่อยพูด ขืนพูดตอนนี้กลัวจะมีอะไรหลุดออกมาจากปากจุนเน่อะ สกปรก

 

"อะๆกินเสร็จละ" ผมเหลือบมองร่างยักษ์ที่กำลังเดินถือแก้วนํ้าออกมาจากครัว หลังจากที่เพิ่งเอากล่องสปาเก็ตตี้ไปวางแช่ไว้ที่อ่างล้างจาน อีกคนนั่งลงข้างๆผม วางแก้วนํ้าแล้วหันมามอง

 

"ตกลงเป็นอะไรครับคุณตัวเล็ก"

 

"เปล่า"

 

"-_-" ทำหน้าหยาบคายมาก!

 

"ฮันบินพาฮาอีมาอีกแล้วอะ" ผมยอมพูดแต่โดยดี เพราะหน้าเบื่อโลกของจุนเน่ พูดเสร็จก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบพร้อมทำหน้าเซง

 

"พี่เลยหนีมาหาผม?"

 

"เปล่า ก็จะแค่เอาสปาเก็ตตี้มาให้กิน"

 

"เอามาให้แล้วก็กลับไปดิ"

 

"นี่!" ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่จุนเน่ อีกคนทำหน้าเหนือกว่าเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่

 

L

 

"พี่นี่คิดมากจริง"

 

"..."

 

"ไอฮันบินมันไม่มีวันนอกใจพี่หรอกน่ะ ขืนมันทำมันก็โดนผมฆ่าดิ" -_-

 

อะไรของนาย"

 

"ไม่ต้องคิดมาก พี่ออกจะน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ คนอื่นนี่ชิดซ้าย" จุนเน่พูดพร้อมมองผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไอหื่น!

 

"โอ้ยๆ" ผมฟาดมือลงไปที่ต้นแขนอีกคนอย่างแรงโทษฐานที่พูดจาไม่เข้าหู ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกรอบ

 

"ถ้าคิดมากก็ไปบอกมันตรงๆไป"

 

"ไม่เอาอะ"

 

"ผมว่ามันไม่น่าคิดมากเลยอะ ก็แค่เพื่อนมาทำงานที่ห้องเฉยๆ ไอฮันบินมันรักพี่จะตาย มันจะไปสนใจคนอื่นทำไม พี่นี่คิดมากจริงๆ เลิกคิดมากได้แล้ว รกสมองเปล่าๆ" เออออก็พยายามอยู่เฟ้ย

 

"..."

 

"หรือมันไปทำรุ่มร่ามกับเพื่อนมันล่ะ"

 

"ไอบ้า ฮันบินไม่ใช่คนแบบนั้น" ผมรีบเถียงทันควัน

 

"ก็เออไง เลิกคิดไปเองสักที"

 

"..."

 

"เข้าใจไหมครับ"

 

"อือๆ"

 

"แล้วก็รีบๆกลับไปได้แล้ว เดี๋ยวเสือมันก็อะละวาดหรอกเมียหายไปจากห้อง"

 

-_-

 

Rrr Rrr

 

"ไอฮันบินโทรมา" จุนเน่หยิบโทรศัพท์เครื่องใหญ่ของตัวเองขึ้นมาชูให้ดู.. 'คิมฮันบิน' ผมก็ทำเป็นเมินไม่สนใจ

 

"อะไร"

 

"เอออยู่ห้องกู" ฮันบินคงถามว่าผมอยู่ห้องจุนเน่ใช่ไหม..

 

"เอาสปาเก็ตตี้มาให้แดก"

 

"นั่งทำหน้าหงอยอยู่" ผมรีบหันขวับไปหาจุนเน่ จ้องหน้าอย่างคาดโทษ แต่ดูอีกคนจะไม่สะทกสะท้านเลย ตาคมจ้องไปที่โทรทัศน์เขม็ง

 

"เออๆเดี๋ยวพาเมียไปส่ง"

 

"เอออ"

 

ติ้ด..

 

"ปะ กลับห้อง เสือมันโทรตามแล้ว" จุนเน่ลุกขึ้นเต็มตัวแล้วดึงแขนผม กระตุกๆให้ผมลุกขึ้นยืน แต่เพราะผมดื้อ อีกคนก็เลยแบกผมขึ้นหลังแทน

 

"เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว บอกว่าอย่าคิดไปเอง มันไม่มีอะไรเลย"

 

"อือรู้แล้ว"

 

คิดอะไรดีๆออกแล้ว..

 

"จุนเน่" ผมเอ่ยเรียกขณะที่เรากำลังอยู่ในลิฟต์ ผมยังอยู่บนหลังกว้างของร่างยักษ์เพราะความที่ขี้เกียจเดิน

 

"อะไรครับ"

 

"มาอยู่เป็นเพื่อนฉันสิ ตอนฮันบินพาฮาอีมาทำงานอะ"

 

"-_-" รู้เลยว่ากำลังทำหน้าแบบไหน

 

"ฉันจะได้ไม่ต้องคิดมากไง" ผมบอกเสียงอ้อนๆ ก่อนจะทำตัวดีกับจุนเน่ "นะๆ น้าา"

 

"แปปเดียวเองไง สองชั่วโมงเอง" ผมอ้อน อ้อนมาเรื่อยๆจนตอนนี้เรามาถึงหน้าห้องของผมแล้ว จุนเน่ย่อตัวลงให้ผมลง แต่ผมไม่ลงอะ!

 

"รับปากฉันก่อน"

 

"อือๆก็ได้" จุนเน่ตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่คำตอบมันก็ทำให้ผมพอใจจนร้องเย่ออกมาซะดังเลย แฮ่

 

"เยยย่"

 

"แต่วันไหนที่ฮันบยอลมีเรียนพิเศษก็มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้นะ"

 

"อื้มๆ ไม่เป็นไร" ผมยิ้มร่า ก่อนจะขยับตัวลงจากหลังจุนเน่

 

"ไปละ"

 

หมับ

 

"เดี๋ยวสิ้ ไหนบอกจะอยู่เป็นเพื่อนไง"

 

"วันนี้เลยหรอ?" จุนเน่ถามอย่างงงๆ ผมจับข้อมือใหญ่ของเขาไว้แน่นไม่ให้หนีไปไหนได้ ก่อนจะกดพาสวอร์ด4ตัวเข้าห้อง ไม่ลืมที่จะดึงร่างยักษ์เข้ามาข้างในด้วย

 

"เข้ามาาาาา"

 

"โอ้ยพี่นี่ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้"

 

JUNHOE SIDE

 

เบื่อ-_-

 

ผมโดนพี่จินฮวานลากให้เข้ามาในห้องของพี่เขา แล้วก็ถูกขอร้องเชิงบังคับให้มานั่งอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตัว จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก็ชั่วโมงกว่าๆแล้ว โคตรเบื่อ! อยากกลับห้องเร็วๆแล้วโว้ย ถึงอยู่ที่ห้องผมจะไม่มีอะไรทำ แต่ยังไงอยู่ในห้องของตัวเองกับอยู่ห้องคนอื่นมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันนะ อยู่ห้องตัวเองยังไงมันก็สบายใจเพราะเราอยู่ในที่ของเรา นี่ให้มานั่งแหง่กไม่มีอะไรทำอยู่ห้องคนอื่นมันแบบ..แปลกๆอะ ไม่ชอบ

 

"มองขนาดนี้เดินไปนั่งข้างๆเลยไหมละ" ผมเอ่ยแซวคนตัวเล็กข้างๆอย่างอดไม่ได้ นี่แทบจะหันไปมองไอฮันบินทุกสองวินาทีเลย

 

"ไอบ้า"

 

ผมหันมาสนใจโทรศัพท์ในมือตัวเองอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังคุยแชทกันอยู่ตอบกลับมาแล้ว ก่อนจะปลดล็อคหน้าจอแล้วตอบกลับไป

 

JH.: จะนอนยัง

Read

 

HJ: จริงๆฮันบยอลก็ง่วงแล้วอะ

 

JH.: งั้นก็ไปนอนไป

ไม่ใช่เล่นโทรศัพท์ต่อนะ ยัยบื้อ

Read

 

HJ: รู้แล้ว ไม่เล่นแล้วค่ะ ชิ

เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรไปปลุกนะ

 

JH.: โอเคครับ

ฝันดีนะไอตัวแสบ

Read

HJ: ฝันดีค่ะคนตัวสูง??’•

"จุนเน่!"

"เห้ยอะไร" ผมสะดุ้งโหยงเพราะความตกใจ ก็อยู่ๆพี่จินฮวานก็มาตะโกนใส่หู แถมทำหน้าตลกๆใส่อีก

โว้ยตกใจหมด

"คุยกับใครอะ ฉันเรียกตั้งนานไม่หันนะ" หน้าใสงุ้มลง ก่อนจะชะโงกหน้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ผม

"ฮันบยอล"

"แหม แหม"

ผมรีบปลดล็อคโทรศัพท์ก่อนจะเก็บมันลงใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง แล้วกลับมาสนใจหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายการ์ตูนเรื่องโปรดอยู่ พี่จินฮวานยังคงแซวผมเรื่องฮันบยอลไม่เลิก แปลกตรงไหน แฟนกันก็ต้องคุยกันผ่านโซเชี่ยลเป็นธรรมดา ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนตัวเล็กกับไอฮันบินนี่

ผมหันไปมองทางโต๊ะทำงานที่ไอฮันบินกับเพื่อนผู้หญิงของมันกำลังนั่งอยู่ ก็เห็นเหมือนสองคนนั้นกำลังเก็บของแล้ว ผมกับพี่จินฮวานมองตามไปการกระทำสองคนนั้นไปเรื่อยๆ

หลังจากผ่านไปสักพัก ร่างของคนสองคนกำลังลุกออกจากโต๊ะทำงานและเดินมาตรงมาในโซนห้องรับแขกที่ผมกับพี่จินฮวานนั่งอยู่แล้วก็เดินเลยไปหน้าประตูห้อง เพราะห้องรับแขกเป็นทางผ่านน่ะถ้าจะเดินออกจากห้องน่ะ


ไอฮันบินจ้องหน้าผมมาแต่ไกล หน้ามันดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ที่เห็นผม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจมันนะ มองเลยไปที่ร่างเล็กๆของเพื่อนผู้หญิงมัน ก็..น่ารักดี แต่หน้ามึนไปหน่อย พอมันเดินไปส่งเพื่อนผู้หญิงมันหน้าห้องเสร็จ ฮันบินก็เดินหน้ามุ่ยกลับมา ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพี่จินฮวานก่อนจะดึงแขนเรียวเข้าหาตัวแล้วโอบร่างบางไว้

 

คือมึงจะมาทำหวงของต่อหน้ากูเพื่อ?

"มาทำไม" เสียงทุ้มของไอฮันบินเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

"ถามแฟนมึงเหอะ ลากกูมานั่งแหง่กเป็นชั่วโมงเนี่ย" ทันทีที่พูดจบพี่จินฮวานก็หันมาเบะหน้าใส่

"ฉันไม่อยากนั่งอยู่คนเดียวนี่"

"มึงก็น่าจะรู้อยู่ว่าแฟนมึงอยู่คนเดียวได้ที่ไหน"

"ผมขอโทษ"

"ฉันเข้าใจน่า ตอนมีโปรเจ็คฉันก็ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนกัน"

"สวีตกันให้พอ ถ้าไม่มีอะไรผมไปแล้วนะ" ผมหันไปเบ้หน้าใส่คนสองคนที่กำลังอ้อนกันอยู่ข้างๆก่อนจะพูดกับพี่จินฮวานแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมกลับห้อง นี่ก็โคตรจะดึกเลย สี่ทุ่มกว่าๆ เริ่มง่วงแล้วเนี่ย

ผมเป็นเด็กอนามัยครับ แฟนสอนมาดีให้รีบนอน

"เห้ยเดี๋ยว" ไอฮันบินเรียก

"อะไร"

"พรุ่งนี้ไปรับตัวเล็กที่ม.แทนให้หน่อย"

"ไม่ได้ พรุ่งนี้ฮันบยอลมีเรียนพิเศษ" ผมตอบตามความจริง เห็นหน้าพี่จินฮวานตอนนี้แล้วก็สงสารนะ คือผมก็เข้าใจพี่เขาแหละ พี่เขาควจะรู้สึกเหงาๆแหละ เพราะช่วงนี้ไอฮันบินมันยุ่งๆกับโปรเจ็ค

"มึงก็ไปส่งฮันบยอลที่เรียนก่อนแล้วค่อยมารับตัวเล็กไม่ได้หรอ ช่วยหน่อยเหอะ กูไม่อยากให้ตัวเล็กกลับเอง" ฮันบินพูดพลางมองหน้าแฟนตัวเล็กของมันไปด้วย พี่จินฮวานนิ่งเงียบตั้งแต่ที่เริ่มคุยกันเรื่องนี้แล้ว

น้อยใจแน่ๆ แต่คงพยายามไม่งี่เง่าอยู่

เฮ้อ.. สงสารอะ

"พรุ่งนี้พี่เลิกกี่โมง" ผมหันไปถามร่างบาง

"บ่ายครึ่ง"

"โห.. ผมเลิกตั้งบ่ายสาม ไปรับพี่ก็คงห้าโมงเลยอะ ที่เรียนพิเศษฮันบยอลมันอยู่อีกทาง" พี่จินฮวานทำหน้างุ้มลงหนักเข้าไปอีก ทำให้ผมเป็นห่วงอยู่นะ อีกคนยิ่งคิดมากๆอยู่

"..ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวฉันกลับเอง"

"ไม่ได้/ไม่" ผมกับไอฮันบินแทบจะประสานเสียง

"ฉันกลับเองได้จริงๆนะ"

จุ๊บ

"อย่าขัดใจผมเลย"

ผมนี่แทบจะเบนหน้าหลบไม่ทัน ทำไมต้องมาเห็นไอสองคนนี้สวีตกันด้วยเนี่ย เห็นแล้วคิดถึงยัยตัวแสบเลย สงสารคนที่ไม่ได้อยู่กับเมียบ้างสิครับ

"..แต่"

"กูว่ามีคนนึงไปรับได้ ไม่รบกวนด้วย"

"ใคร" ไอฮันบินหันมาถามคิ้วขมวด โดยมีพี่จินฮวานที่มองตามมาเหมือนกัน ผมยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะพูด

"ก่อนจะบอก กูขอพูดอะไรหน่อยนะ คือปกติมึงจะไปส่งพี่จินฮวานตอนเช้าแล้วก็ไปรับที่ม.ทุกเย็นใช่ไหม?"

"อือ"

 

"เวลาเรียนมึงเริ่มเก้าโมงทุกวันแล้วก็เลิกสี่โมงทุกวัน แต่พี่จินฮวานตารางไม่ได้เป๊ะๆแบบมึง บางวันก็เรียนบ่ายเลิกสี่โมง บางวันก็เรียนสิบโมงเลิกบ่าย แต่มึงให้พี่เขาไปกลับพร้อมมึงเพราะมึงเป็นห่วง ไม่อยากให้กลับเอง พี่จินฮวานเลยต้องอยู่รอมึงทุกวัน"

 

"..ใช่"

 

"ปกติพี่รอที่ไหน" ผมหันไปถามพี่จินฮวานบ้าง

 

"ก็..ที่ห้องสมุด"

 

"คนเดียว?" หลังจากได้ยินคำถาม เจ้าตัวก็ดูอํ้าๆอึ้งๆเหมือนไม่กล้าตอบ

"ไม่นะ คือ..บางวันก็มีเพื่อนมานั่งด้วยบ้าง" เหมือนอีกคนพยายามพูดไม่ให้ไอฮันบินคิดมาก ซึ่งดูจากสีหน้าไอฮันบินตอนนี้ก็ดูออกได้ไม่ยากว่ามันก็คิดเหมือนกับผม

"บอกตรงๆนะว่ากูไม่สบายใจเลย คือกูก็รู้ว่ามึงเป็นห่วงตัวเล็ก ใช่กูก็เป็นห่วงไม่อยากให้ไปไหนมาไหนเองเหมือนกัน" ผมหันไปพูดกับฮันบิน ก่อนจะเว้นช่วงแล้วมองมาที่คนร่างบาง "ไม่ใช่ว่าพวกผมไม่ใว้ใจพี่นะ แต่มันคือคงามสบายใจของผมสองคนที่จะไปรับไปส่งพี่ ไปเองมันลำบาก แล้วพวกผมก็เป็นห่วงพี่มากด้วย"

"อื้ม ฉันเข้าใจ"

"แต่ผมก็ไม่ชอบอยู่ดีที่พี่ต้องไปนั่งรอเวลาอยู่ที่มหาลัยคนเดียวทุกวัน วันนึงก็หลายชั่วโมง ถ้าผมไปรับไปส่งพี่ได้ตามเวลาเรียนหรือเลิกเรียนผมก็ทำไปแล้ว"

"ไม่เห็นเป็นไรเลย"

"ความจริงแล้วผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน.." ไอฮันบินพูดขึ้นมาบ้าง มันจับมือเล็กของพี่จินฮวานไว้ก่อนจะลูบไปมา "แต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ก็อย่างที่ไอเน่มันพูด ผมเป็นห่วง..ขอโทษนะที่ทำให้พี่ต้องอยู่คนเดียวตลอด ต้องให้พี่รอผมตลอด"

"ไม่..ฉันไม่เป็นไรจริงๆ"

"นั่นแหละ กูเลยมีทางออกให้" ทั้งสองหันมามองผมในขณะที่ผมกำลังพูด "มีคนนึงที่ทั้งกูมึงแล้วก็ตัวเล็กรู้จัก มหาลัยพี่มันอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยพี่จินฮวานเลย มันเลือกเวลาเรียนเองได้ ซึ่งก็คือ ไปรับไปส่งพี่จินฮวานได้ตามเวลาเรียนจริงๆ ไม่ต้องให้รอหรืออะไรทั้งนั้น"

"ใครวะ"

"พี่มาร์คหรอ" เสียงใสของคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาแบบไม่ค่อยมั่นใจนัก

"ใช่ ไอพี่มาร์ค"

ไอฮันบินทำหน้าสงสัยมองจ้องพี่จินฮวานอย่างคนจะเอาคำตอบ คือผมเข้าใจมันนะ มันคง'งงแหละ ไอพี่มาร์คกับตัวเล็กเหมือนไม่ค่อยได้คุยไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะพี่มันก็อยู่คนละมหาลัยแถมไอฮันบินไม่ค่อยชอบขี้หน้าด้วย แล้วอยู่ๆมาเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตแฟนมัน..

"ผมนึกว่าพี่เลิกติดต่อกับพี่มันไปแล้ว"

"เราก็ยังคุยกันอยู่นั่นแหล.. แต่มันไม่มีอะไรนะ ฉันเห็นพี่มาร์คเป็นแค่พี่ชายคนนึงเท่านั้น แล้วพี่เขาก็คิดเหมือนกัน ไม่มีอะไรจริงๆ อีกอย่างตอนนี้พี่เขาก็มีแฟนแล้วด้วย"

 

พี่จินฮวานกำลังพูดๆอธิบายในสิ่งที่ฮันบินยังไม่ได้ถามซะละเอียด สีหน้าที่แสดงว่าไม่พอใจของไอฮันบินเริ่มจะหายไปบ้างแล้ว

"ผมเชื่อพี่"

"ขอบคุณนะ"

"จริงๆไม่ใช่แค่วันนี้นะที่พี่มันมาส่ง พี่มันมาส่งแฟนมึงบ่อยจะตายแค่มึงไม่รู้เท่านั้นเอง" ผมพูด มันจะเป็นการทำให้สองคนนี้ทะเลาะกันรึเปล่านะ มันเผลอปาก

"ก็..เวลาฮงซอกไม่ว่างพี่มาร์คก็จะมาส่งแทน แต่ฉันไม่อยากให้ฮันบินคิดมากเลยไม่บอก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนะ แต่กลัวฮันบินจะไม่สบายใจแค่นั้นเอง ฉันขอโทษ"

"ไม่เอาน่ะตัวเล็ก ผมก็มีเหตุผลนะทำอย่างกับว่าผมเป็นเด็กๆไปได้ ผมเข้าใจแล้วก็ไม่โกรธด้วย" มือหนาของไอฮันบินดึงร่างบางของแฟนตัวเองเข้าไปกอดหลวมๆก่อนจะเลื่อนมาโอบเอวแทน

กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาสวีตกันต่อหน้ากู!

"แล้วสรุปยังไง มึงโอเคไหม"

"..อื้ม" ฮันบินตอบ แต่ยังไงก็ดูออกว่าเหมือนมันไม่ค่อยเต็มใจนัก

"งั้นตามนี้ เดี๋ยวกูบอกไอพี่มาร์คให้ กูเจอมันไปส่งแฟนมันทุกวัน" ผมบอกก่อนจะเดินผ่านหน้าคนสองคนออกมาแบบไม่คิด

"พรุ่งนี้กูจะไปส่งนะ ตัวเล็กเรียนสิบโมงพอดี"

"เออๆก็แล้วแต่"

"ขอบใจมึงมาก"

"เออ"

"ขอบคุณนะจุนเน่" ผมหันไปยิ้มให้พี่จินฮวานเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมา..

เฮ้อ

ทำไมมันรู้สึกหน่วงๆแบบนี้ก็ไม่รู้ เห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันทีไรก็ยังไม่ชินสักที มันก็แค่รู้สึกปวดหนึบๆขึ้นมาที่อกข้างซ้าย ..ความรู้สึกคนเรานี่เข้าใจยากจริง ถึงผมจะทำใจเรื่องพี่เขาได้มากแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ มันยังเหลืออีกแค่เพียงเศษเสี้ยวของความรู้สึกเท่านั้นที่ยังตัดไม่ขาด

ถ้าเราลืมใครคนนึงได้ง่ายขนาดนั้น ก็คงไม่ต้องทรมานกันหรอก จริงไหม?




40%




JINHWAN SIDE

 

วันนี้ก็เหมือนปกติ ผมกับฮันบินตื่นตามเวลา วันนี้เราสองคนตารางเรียนตรงกันพอดีเลย อันบินเลยไปส่งผมที่มหาลัยได้ เช้านี้เราสองคนนอนเล่นกันอยู่บนเตียงนานเกือบชั่วโมง ถึงจะไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษต่อกันมาก แค่คุยเล่นกัน แหย่เล่นกัน แต่แค่นี้ก็ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ และผมก็คิดว่าฮันบินคงจะรู้สึกเหมือนกัน

 

จุ๊บ

 

"ไปอาบนํ้าได้แล้วคนดี"

 

"อื้อ.."

 

"หรือจะให้ผมอาบให้อีกดี?"

 

"ไม่! ลุกแล้วว"

 

เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันมันมีค่า.. ผมอยากจะทำทุกๆนาทีของเราที่เหลืออยู่ให้มีความหมายและน่าจดจำที่สุด ถึงจะแค่เล็กๆน้อยๆก็ตาม เวลามันผ่านไปเร็วมาก เร็วซะจนผมอยากจะหยุดเวลาตรงนี้ไว้ ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน

 

เพราะเวลาของผมกับฮันบิน มันใกล้จะหมดลงแล้ว

 

วันนี้ฮันบินไม่ได้ขับรถมาส่งผมที่หน้าตึกอย่างเดียว เขาเดินลงมาส่งผมจนถึงหน้าห้องเรียนเลย เราเดินจับมือมาด้วยกันเหมือนคู่รัก มันก็อาจจะไม่แปลกในสายตาคนอื่น ก็เราเป็นแฟนกัน แต่มันแปลกสำหรับผมเสมอ มันรู้สึกเขินๆเหมือนผมกับฮันบินเพิ่งเคยทำแบบนี้กันครั้งแรก มันมีความสุขจนบอกไม่ถูกเลย ถึงมือฮันบินจะสากๆด้านๆแต่มันกลับรู้สึกอยากจะจับไปตลอด

 

นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี้ย เรายืนล่ำลากันที่หน้าห้องเรียนของผมอยู่เกือบห้านาที วันนี้ฮันบินอ้อนผมแปลกๆ เขาคงจะรู้สึกผิดที่มารับผมด้วยตัวเองไม่ได้ ฮันบินควรจะรีบไปเพราะไม่งั้นเขาจะเข้าเรียนสาย แต่เจ้าตัวก็ยังดื้อไม่ยอมไปจนผมต้องยื่นคำขาด สุดท้ายก็จบด้วยการขโมยจูบผม

 

ดีนะอาจารย์ยังไม่มา ไม่งั้นผมคงโดนยับแน่เลย

 

จริงๆเลยเด็กคนนี้

 

HB.: ถึงบ้านแล้วโทรมาด้วยนะ

 

9694's: โอเค

ฮันบินก็รีบกลับนะ คิดถึง

Read

HB.: ครับผม คิดถึงเหมือนกัน

งั้นเรียนก่อนนะ

เจอกันที่บ้านครับ

9694's: อื้มโอเคๆ

Read

 

 

ปรี้นๆ

ผมเงยหน้าขึ้นมองเพราะได้ยินเสียงแตรรถที่ดังมารบกวนการทำการบ้านของตัวเอง แล้วก็ต้องยืดตัวขึ้นเพราะเห็นว่าจริงๆแล้วเจ้าของรถที่บีบแตรและจอดอยู่หน้าตึกคณะนั้นคือรถของพี่มาร์ค เห็แนบบนั้นผมจึงรีบเก็บของใส่กระเป๋า จัดการหยิบข้าวของตัวเองแล้ววิ่งตรงไปหาเร็วที่สุด

"รอนานไหม โทษที" พี่มาร์คเอ่ยทักพร้อมกับใบหน้ารู้สึกผิดที่ดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่

"นืดนึง"

"วันนี้หมอนัดใช่ปะ ไปเลยไหมหรือหาอะไรกินก่อน" ผมหันไปมองอีกคนอย่างสงสัย พี่มาร์คดูได้ไง? ผมไม่เคยบอกตารางหมอนัดกับใครเลยนะ เวลาหมอนัดผมก็ไปคนเดียวตลอด "ไม่ต้องทำหน้ายุ่งขนาดนั้นก็ได้ ไอเน่มันบอกมา"

อ๋อ.

 

พี่เขารู้เรื่องของผมมากกว่าที่คิดแฮะ บอกตรงๆผมไม่ค่อยอยากให้คนอื่นรู้เรื่องอาการป่วยของผมเท่าไหร่ มันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจน่ะ เดี๋ยวพวกเขาก็จะหันมาสนใจผมมากขึ้นกว่าเดิม แล้วผมก็จะกลายเป็นตัวยุ่งอีกเหมือนเดิม

 

"ไม่เอาน่าจิน นายก็เหมือนน้องฉัน ฉันก็เหมือนพี่นาย ไม่ต้องห่วงหรอกว่านายจะเป็นภาระสำหรับฉันน่ะ ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เลิกคิดมากได้แล้ว"

 

"ทำเป็นรู้ดี"

 

ผมพูดออกไปอย่างอนๆเพราะโดนจับทางได้หมดเลย แต่ก็สบายใจขึ้นนะที่พี่เขาพูดแบบนั้น ถึงแม้ผมจะรู้อยู่แล้ว แต่ยังไงมันก็ไม่สบายใจอยู่ดี ผมอยากดูแลตัวเองได้ ไม่อยากให้ใครมาคอยดูแลอีกแล้วL

 

"ไม่มีใครบอกหรอว่าหน้านายมันเดาง่ายมาก ง่ายสุดๆ นี่ซ่อนอะไรไม่เป็นเลยใช่ไหม คนอะไรไม่มีชั้นเชิงเอาซะเลย"

 

"พี่มาร์ค!"

 

"อ่าวก็พูดจริง" อีกคนทำหน้ากวนๆใส่แล้วก็หันไปมองทางดังเดิม

 

"ก็ดีกว่าคนทื่อๆแบบพี่ก็แล้วกัน ขอให้แบมแบมไม่รัก"

 

เดี๋ยวเหอะจิน

 

หลังจากใช้เวลาเดินทางอยู่นานพอสมควร พวกเราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลที่ผมรักษาตัวอยู่ประจำ เพราะโรงพยาบาลค่อนข้างอยู่ไกลจากคอนโดผมและมหาวิทยาลัย เลยไว้เวลานาน

 

พวกเราสองคนกำลังเดินไปที่ตึกผู้ป่วยแผนกสมองและระบบประสาทที่อยู่อีกฝั่งนึงของตึกจอดรถ บรรยากาศภายในก็ยังคงเต็มไปด้วยผู้ป่วยและญาติคนไข้ที่นั่งรอและเดินวนเวียนกันไปทั่ว แค่มองยังรู้เลยว่ามันวุ่นวายแค่ไหน แล้วถ้าต้องมาอยู่ในที่แบบนี้คงจะน่าเบื่อตายเลย

 

ตอนนี้ลิฟต์กำลังขึ้นไปที่ 7 เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกผมก็ก้าวขาเดินออกไปอย่างไม่เร่งรีบนัก พร้อมกับพี่มาร์คที่เดินด้วยกันมา ผมยื่นใบนัดให้กับคุณพยาบาลข้างหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งรอ

 

"คุณคิมจินฮวานค่ะ"

ผมรีบลุกพรึบขึ้นมาก่อนจะเดินตรงมุ่งหน้าไปที่ห้องตรวจ โดยที่ก็ไม่ได้หันไปสนใจพี่มาร์คที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆเลย เพราะยังไงพี่เขาก็คงไม่เข้าไปด้วยอยู่แล้ว

"เดี๋ยวจิน"

หมับ

ไม่คิดจะรอกันเลยหรือไง ร่างผมถูกมือหนาของคนข้าวหลังรั้งเอาไว้ เจ้าตัวกำลังลึกขึ้นแล้วเดินเลยหน้าผมไปเหมือนกำลังจะไปที่ห้องตรวจของผม

"..พี่จะไปไหน"

"ก็เข้าไปกับนายไง" พี่มาร์คหันมาบอกแล้วออกตัวเดินอีกรอบ

"ไม่ได้นะ"

"ทำไมล่ะ"

ผมเข้าไปคนเดียวได้

 

ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เข้าไปเป็นเพื่อน

 

"ไม่ได้.. ไม่ได้" ผมยังยืนอยู่กับที่ พูดอะไรไม่ออกเพราะหาเหตุผลให้อีกคนไม่ได้ แค่รู้ว่าไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาดเลย "..พี่ไม่ต้องเข้าไปหรอก"

"ทำไมล่ะ กลัวอะไร"

"ไม่ไว้ใจกันหรอ"

"..ปละ เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้น"

"แล้วอะไรล่ะ" อีกคนจ้องมาที่ผมอย่างหาคำตอบ แต่ผมตอบพี่เขาไม่ได้..

"..."

"เฮ้อ.. เพราะจินเป็นแบบนี้นี่เอง พี่ว่าพี่เริ่มเข้าใจไอเน่มันแล้วล่ะ ที่มันบอก..จินดื้อจริงๆนั่นแหละ แถมดื้อแบบไม่ใช่เรื่องด้วย"

"..ผมเข้าไปคนเดียวได้"

"ก็พี่อยากเข้าไปด้วย" อีกคนยังดื้อดึง ทำให้ผมอยากจะเดินหนีออกมา พยาบสลกับคนไข้คนอื่นไก็กำลังมองพวกเราสองคนอย่างสนใจ ผมกดดัน อายด้วย

..ไว้วันหลังค่อยมาก็ได้

หมับ

แต่ยังไม่ทันจะได้เดินไปไหนไกล ตัวผมก็ถูกอีดคนรั้งไว้อีกแล้ว แต่คราวนี้ผมไม่ได้หันหลังกลับไปหาพี่มาร์ค ผมพยายามขัดขืนออกแรงให้ข้อมือหลุดจากแรงดึง แต่มันไม่ได้ผล เหมือนพี่เขาแค่ยืนนิ่งมองผมที่พยายามจะดิ้นหนี จนผมยอมแพ้

"คุณจินฮวานอยู่ไหมคะ"

"อยู่ครับ" ไม่ใช่เสียงผม.. ผมไม่ได้พูด แต่เป็นพี่มาร์ค ร่างสูงหันไปตอบพยาบาลให้ ก่อนจะดึงแขนให้ผมขยับไปใกล้ๆเขา

"..."

"เป็นแบบนี้อีกแล้วนะจิน" พี่เขาจับไหล่ให้ผมหันไปปะทะกับตัวเอง แต่ผมชิงก้มหน้าลงซะก่อน

"คิดจะปิดกันไปถึงไหน"

"..."

 

"พี่รู้ว่าจินไม่อยากให้เป็นห่วง แต่มันไม่ใช่แบบนี้สิ ถ้าไม่อยากให้เป็นห่วงจริงๆก็บอกกันมาตรงๆเลย ว่าตกลงจินเป็นอะไรกันแน่ ถ้าไอเน่มันไม่บังเอิญเจอจินแล้วตามจินมาวันนั้น มันก็คงไม่รู้ใช่ไหมว่าจินเป็นอะไร แม้แต่ไอเน่จินก็ไม่บอกหรอ"

 

“…”

 

พี่ว่ามันมากไปนะ

"..."

"ทุกคนก็เป็นห่วงจินกันหมด อะไรที่เราช่วยจินได้ ดูแลจินได้ เราก็ยินดีทำ ไม่ได้รู้สึกเป็นภาระเลยนะ"

หลังจากอดกลั้นมานาน นํ้าตาเม็ดแรกก็ไหลลงอย่างช้าๆที่แก้มข้างซ้าย ผมยืนร้องไห้เงียบๆ มือกำเสื้อตัวเองแน่นด้วยความกังวล

"ถ้าเกิดจินเป็นอะไรไปขึ้นมาจะทำยังไง พี่รู้ว่าจินเก่ง จินดูแลตัวเองได้ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง ทุกเวลาสักหน่อย คนเราทุกคนก็ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นด้วย ไม่งั้นจะมีเพื่อนไว้ทำไม จะมีพวกพี่ไอเน่ไอฮันบินไว้ทำไม จินดูแลตัวเองตลอดเวลาไม่ได้หรอกนะ ตัวแค่นี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำอะไรได้"

"..."

"ขอความช่วยเหลือจากพวกเราบ้างสิจิน ให้พวกเราช่วยจินบ้าง แค่จินหันมาพวกเราก็พร้อมจะช่วยจินทุกอย่างด้วยความเต็มใจ เราเป็นคนสนิทกันไม่ใช่หรอ เราเป็นพี่น้องกัน ทำไมชอบเกรงใจเหมือนพี่เหมือนไอเน่เป็นคนอื่น"

"ผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมแค่.."

"ไม่อยากรบกวน.. เบื่อคำนี้แล้ว เปลี่ยนเป็นอยากรบกวนแทนได้ไหม พี่ไม่อยากว่างนะ อยู่เฉยๆมันเบื่อ" เหมือนพี่เขาพยายามพูดติดตลกให้ผมสบายใจขึ้น ผมไม่ได้ร้องไห้แล้ว แต่มันก็ยังรู้สึกเศร้าๆอยู่ดี ผมรู้เสมอว่าพวกเขาคิดยังไง แต่ผมไม่คิดว่ามัสจะทำให้พี่มาร์ครู้สึกแย่เพราะความคิดผมขนาดนี้เลย

"ขนาดพี่ไม่ค่อยได้คุยกับจินยังน้อยใจขนาดนี้เลย แล้วคนที่อยู่กับจินตลอดคนที่เห็นจินทุกวันเขาจะรู้สึกยังไงนะ"

"..."

ถ้าเกิดวันนึงจินรู้ว่าไอเน่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายแล้วจินจะรู้สึกยังไง

 

..ม

 

ถ้าเป็นพี่ พี่จะรู้สึกแย่นะ ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยรู้เลย พี่ไม่ได้ดูแลหรือสนใจมันเท่าที่ควรเลย พี่ละเลยมัน ถ้าใส่ใจมันมากกว่านี้คงรู้ตั้งนานแล้วว่ามันเป็นอะไร คงรู้สึกแย่จนอยากจะตายแทนเลยอะ

 

“…”

 

กับจินก็เหมือนกัน

 

ฮึก..ผมร้องได้งอแงออกมา หลังจากที่แค่ยืนก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเท่านั้น มือสองมือยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ คำพูดของพี่มาร์คมันมาแทงใจผมเต็มๆ ผมรู้ว่าผมคิดถึงคนอื่นมากเกินไป จนไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของพวกเขาเลย

 

"ไม่ต้องคิดมาก เลิกขี้เกรงใจได้แล้ว รู้ไหม?"

 

"..อะ อื้อ" ผมพยักหน้าหงึกๆ ผมขอโทษนะ

 

ไม่เป็นไร พี่ก็เข้าใจจิน

 

"ส่วนเรื่องฮันบิน"

 

"พี่อย่าห้ามผมเลยนะ.." ผมเอ่ยตัดหน้าไปก่อน อีกคนยิ้มอ่อนๆก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ

 

"อื้ม พี่ไม่ห้ามหรอก"

 

"คุณจินฮวานเสร็จรึยังคะ คุณหมอมีคิวต่อนะ" เพราะเสียงดังของคุณป้าพยาบาลทำให้ผมรีบวิ่งไปที่ห้องตรวจทันที โดยที่พี่มาร์คก็เข้ามาด้วย แต่คราวนี้ผมยินดีให้พี่เขาเข้ามาเอง ไม่ได้เอ่ยห้ามเหมือนเมื่อกี้แล้ว

 

วันนี้คุณหมอก็ให้ยาผมกลับมาเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้ให้เยอะกว่าปกติ เพราะเวลานั้นมันใกล้เข้ามาทุกที อาการผมมันแย่ลงไปอีก ทั้งๆที่มันก็แย่อยู่แล้ว เพื่อให้อาการผมคงที่มันก็ต้องกินยาเยอะหน่อย..

 

"กลับบ้านเลยนะ"

 

"อื้ม"

 

พี่ไม่ห้าม.. แต่ถ้าจะทำอย่างงั้นจริงๆ จินต้องเข้มแข็งกว่านี้นะ

 

 

#ฟิคคนไข้ของฮันบิน .

 

 

            D-22

 

ผมกำลังใช้ปากกาเมจิกสีเหลืองกาวันที่บทปฏิทินที่อยู่ในสมุดไดอารี่เล่มใหญ่ของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าวันที่ที่ถูกวงกลมด้วยสีแดงเอาไว้ มันใกล้เข้ามาแล้ว อีกแค่ไม่ถึงเดือน.. ผมปิดสมุดไดอารี่ของตัวเองลงก่อนจะใส่มันไว้ในลิ้นชักของตัวเอง 

 

วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดพี่มาร์ค และแน่นอนว่าผมต้องไป ตอนนี้ผมกำลังเตรียมตัวอยู่ล่ะ เมื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองแล้ว ผมก็เดินออกจากห้องนอน

 

แกรก..

 

วันนี้ผมไปกับจุนเน่สองคน เรานัดกันตอนทุ่มนึง

 

ตัวเล็ก มาหาผมก่อน” 

 

หลังจากเดินออกมาจากห้องนอน ผมก็เดินไปหาฮันบินทันที ให้อีกคนตรวจสอบความเรียบร้อยว่าชุดนี้โอเคไหม ผมโดนฮันบินให้เข้าไปเปลี่ยนชุดสองสามรอบแล้ว ชุดแรกบอกว่ามันสั้นไป ชุดสองฮันบินบอกมันดูน่ารักไป ชุดสามก็บอกมันดูปล่อยตัวเกินไป เปลี่ยนจนผมแทบจะรื้อตู้เสื้อผ้าอยู่แล้ว ก็ชุดผมมันก็มีแต่แบบนี้อะ

 

ปกติใส่ไปที่อื่นก็ไม่เห็นจะมีปัญหาเลยL

 

เพิ่งเคยเห็นฮันบินจู้จี้ก็วันนี้ ตอนแรกผมก็ชอบนะ ก็ที่จู้จี้เรื่องเสื้อผ้าแบบนี้เพราะฮันบินเขาหวงผมใช่ไหมล่ะ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากให้ฮันบินหวงผมแล้วอะ ผมต้องเดินเข้าออกไปเปลี่ยนชุดไม่รู้กี่รอบแล้ว

 

ชุดนี้โอเค แต่มันดูเซ็กซี่ไปนะ

 

..ฉันเหนื่อยแล้วนะ” ผมยู่หน้าลงก่อนจะบ่นอุบ

 

ก็ไม่ต้องไปสิ

 

ไม่ได้ จะผิดนัดได้ไง” ผมเถียงอีกรอบ ฮันบินชอบคิดอะไรตื้นๆตลอดเลย 

ที่หวงมากขนาดนี้เพราะฮันบินไปกับผมไม่ได้ พรุ่งนี้ฮันบินมีสัมมนาแต่เช้าเลย วันนี้ก็ต้องนั่งเตรียมเอกสารอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้ เสียใจนิดๆนะ ผมอยากมีฟีลไปปาร์ตี้กับฮันบินบ้างอะ

 

ตอนแรกฮันบินจะไม่ยอมให้ผมไปด้วยซ้ำ เพราะงานนี้จัดที่ไนท์คลับ แล้วก็ดึกด้วย คิดดูสิว่าเริ่มงานจริงๆตอนสามทุ่ม กว่าจะเป่าเค้กก็คงปาไปเที่ยงคืน นั่นคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฮันบินจู้จี้เข้มงวดกับผมขนาดนี้แหละ เขาสั่งห้ามผมหลายๆอย่างเลย ห้ามโน่นห้ามนี่เยอะแยะไปหมด แบบ..ห้ามกินอะไรที่ผสมแอลกอฮอล์นะ ห้ามอยู่ห่างจากจุนเน่เด็ดขาด ห้ามเดินไปไหนมาไหนคนเดียว ใครทักมาก็ห้ามคุยด้วย แล้วก็ห้ามกลับเกินห้าทุ่ม

 

ไม่อยากให้ไปเลย” ฮันบินพูดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม อีกคนกำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน หมุนเก้าอี้หันหน้ามาหาผม อ้าขาแล้วให้ผมแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง มือหนาส่งมาทาบเอวผมไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะทำหน้าอ้อนๆ

 

ไม่ได้นะ ต้องไป

 

อย่าลืมที่ผมบอกล่ะ” ฮันบินพูดย้ำ

 

รู้แล้ว จำได้ทุกคำเลย

 

"ผมขอโทษนะที่ไปกับพี่ไม่ได้" ฮันบินกดหน้าลงมาที่ท้องผมก่อนจะพูดเสียงเบาฟังเหมือนคนรู้สึกผิด ทำให้ผมหัวเราะแหะๆออกมา

 

"ฮันบินไม่ผิดสักหน่อย ฉันเข้าใจ" ผมเข้าใจจริงๆนะ ก็มันเป็นงานนี่เนอะ ไม่ทำก็ไม่ได้อีก ผมเข้าใจฮันบินมากๆเลยด้วย แล้วก็ไม่ได้โกรธอะไรเลยนะ ผมยกมือขึ้นลูบหัวฮันบินเบาๆก่อนจะยิ้มให้คนขี้อ้อน

 

"จะไปรึยัง เดี๋ยวผมเดินไปส่งห้องไอเน่" 

 

"ไม่ต้องก็ได้เดี๋ยวฉันเดินไปเอง"

 

"ผมจะเดินไปส่ง" 

 

"โอเค"

 

หลังจากที่ฮันบินเดินมาส่งผมที่ห้องจุนเน่ เราสองคนก็นั่งคุยเล่นกันเพื่อรอให้จุนเน่แต่งตัวเสร็จ หล่อน้อยกว่าฮันบินยังจะแต่งตัวนานอีก

 

ตอนนี้ผมกับจุนเน่ก็มาถึงหน้าไนท์คลับที่เป็นสถานที่จัดปาร์ตี้วันเกิดของพี่มาร์คแล้ว แสงไฟที่ลอดผ่านออกมาทางหน้าประตู พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังถึงขนาดที่ยังไม่ได้เดินเข้าไปก็ยังได้ยิน แค่นี้ก็ไม่อยากเข้าไปข้างในแล้วอะ ผมไม่ค่อยได้มาที่แบบนี้เลย มันดูวุ่นวายยังไงก็ไม่รู้ แต่ถ้ามากับฮันบินมันก็อีกเรื่องนึง

 

"ปะ เข้าไปกัน" จุนเน่หันมามองหน้าผมที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตู 

 

สู้!

 

"อื้ม" 

 

ทันทีที่ตอบรับอีกคนไป ข้อมือเล็กของผมก็โดนมือหนาของจุนเน่จับแน่นพร้อมดึงให้ออกตัวเดิน 

 

พอได้เข้ามาข้างในแล้ว จุนเน่ก็เปลี่ยนจากที่แค่จับมือผมเป็นเลื่อนแขนมาโอบเองผมแทน อืม..ผมก็เข้าใจอยู่แหละ ว่าเขาคงอยากให้คนอื่นรู้ว่าผมมีแฟนอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องเข้ามายุ่ง เลยปล่อยเลยตามเลย 

 

บรรยากาศข้างในก็ไม่ได้แย่กว่าที่คิดนะ คนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วก็ดูจะไว้ใจได้ทุกคนด้วย อาจจะเพราะนี่เป็นงานปิดด้วยรึเปล่า ต้องถูกให้บัตรเชิญก่อนถึงจะเข้างานเข้ามาได้อะไรทำนองนั้น คนที่อยู่ในนี้เลยมีแต่พวกเพื่อนๆพี่มาร์คทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่ได้เยอะมากนะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรุ่นพี่ที่เคยเรียนด้วยกันตอนมัธยมแล้วก็เพื่อนที่มหาลัยของพี่มาร์คอีกนิดหน่อย คนส่วนน้อยก็คือผมกับจุนเน่นี่แหละ

 

พี่มาร์คเป็นคนอัธยาสัยดีเลยเข้ากับคนอื่นง่าย ทำให้พี่เข้ามีเพื่อนเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ถ้าให้ถามว่าใครที่เป็นเพื่อนสนิทจริงๆก็คงมีแต่พี่เจบีล่ะมั้ง

 

"เป็นไงอะ พอไหวไหม" จุนเน่หันมากระซิบถาม จริงๆเขาก็เป็นห่วงผมเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแหละ จุนเน่รู้ว่าผมไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้ แต่เขาก็อยากให้ผมได้มาเปิดหูเปิดตาบ้างแหละ ผมเหมือนเด็กอยู่ในหอยสังข์เลย

 

"อื้ม ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะ" 

 

"มันก็ไม่ได้เชิงผับขนาดนั้นหรอก แค่มาจัดที่ผับเฉยๆ"

 

"-_-อืม" จะพูดให้งงทำไมไม่เข้าใจ

 

"ไปหาไอพี่มาร์คกันก่อนปะ"

 

"ก็ได้"

 

0.14 น.

 

ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยจากเดทไลน์ของฮันบินมานานมากแล้ว เพราะผมมัวแต่นั่งฟังเพลงเพลินจนไม่ได้ดูเวลาเลย ส่วนจุนเน่ก็ไม่ได้สนใจเวลาอยู่แล้ว ผมจะกลับตอนไหน เขาก็กลับตอนนั้นล่ะ ผมไม่น่าประมาทจนเลยเวลาเลย ทั้งๆที่จะรีบกลับแล้วแท้ๆ

 

ฮันบินคงนอนไปแล้วมั้ง พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งตีห้าแหนะ

 

ผมลงจากรถจุนเน่ทันทีที่เขาวนมาถึงที่จอดรถชั้นของผม แล้วก็รีบวิ่งเข้ามามาโดยที่ไม่ได้สนใจจุนเน่อีก ตอนนี้ผมควรรีบกลับห้อง

 

แกรก..

 

ผมค่อยๆเดินย่องเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ ไฟทุกดวงดับสนิท ทำให้ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ฮันบินหลับไปแล้ว ฮู้วว.. คิดมากตั้งนาน แต่พอเดินเข้ามาในห้องรับแขก กลับเห็นแสงไฟจากโคมไฟทำให้ผมใจกระตุกวูบขึ้นอีกครั้ง แต่ผมก็เลือกที่จะทำเป็นไม่มองแล้วเดินเลยผ่านไป

 

"กลับดึก" ไม่ผิดแน่ ฮันบินล่ะ

 

ผมหันกลับไปมองพร้อมกับทำหน้าอ้อนๆพร้อมก้าวเดินต่อเพื่อจะเข้าไปในห้องนอน แต่ก็โดนฮันบินใช้คำพูดรั้งไว้อีกรอบ

 

"มานี่"

 

"ฉันขอไปเข้าห้องนํ้าก่อนได้ไหมอะ"

 

"เดี๋ยวค่อยไป" เพราะเสียงเรียบๆนั่น ทำให้ผมไม่กล้าจะปฏิเสธอะไรอีก




100%




"เดี๋ยวค่อยไป" เพราะเสียงเรียบๆนั่น ทำให้ผมไม่กล้าจะปฏิเสธอะไรอีก

 

ผมหันไปสบตาฮันบินที่กำลังนั่งในท่าสบายๆแล้วมองมาทางผมด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่ได้ดูโกรธหรือมีความสุข ก็แค่หน้านิ่งๆ มันยากที่จะเดานะ ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่ ผมเดินเข้าไปประชิดตัวเขา ก่อนจะโดนฮันบินดึงให้ไปนั่งอยู่บนตักหนา เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน ฮันบินจ้องมาที่ตาผมเขม็งจนผมต้องเป็นผ่านหลบตาเพราะกลัวความผิด

 

ผมกลัวฮันบินจะรู้ว่าผมดื่มแอลกอฮอลมา ผมไม่รู้ว่าเครื่องดื่มทุกอย่างในงานมันผสมแอลกอฮอลด้วย จุนเน่บอกผมว่ามันเป็นแค่กลิ่นเฉยๆ ผมเลยไม่คิดอะไรแล้วก็ดื่มไป มันอร่อยดีนะ เลยดื่มไปตั้งหลายแล้วแหนะ แล้วก็เพิ่งมารู้จากพี่มาร์คว่ามันผสมแอลกอฮอลด้วย ไม่น่าล่ะรู้สึกมึนๆที่หัวตั้งแต่อยู่ในงานแล้ว

แล้วผมก็ไม่รู้ว่ามันจะมีกลิ่นติดที่ตัวผมรึเปล่า ถ้าฮันบินรู้ว่าผมดื่มอะไรที่ผสมแอลกอฮอลมา เขาต้องโกรธแน่ๆ

"ขอโทษนะที่กลับมาช้า" ผมพูดเสียงเบาไม่กล้าสบตา

ฮันบินไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็โน้มตัวกดหน้าลงไปซุกที่ซอกคอผม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ทำให้ผมเผลอเอียงคอให้โดยอัตโนมัติก่อนจะหลับตาพริ้ม ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่ก็ไม่เข้าใจกับการกระทำของฮันบินนัก

"โกรธรึเปล่า" ผมถามอีกรอบเมื่ออีกคนกลับมาอยู่ในท่าเดิม สายตาคมยังคงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอะไรดังเดิม

"อื้อ"

อยู่ดีๆฮันบินก็ยื่นหน้าเข้ามาดูดริมฝีปากของผมด้วยจังหวะหนักๆสองสามที มือหนาประคองอยู่ที่ต้นคอด้านหลัง เหมือนไม่ให้ผมขัดขืน ส่วนอีกมือก็กำลังสัมผัสอยู่ที่ริมฝีปากผม

เขาโน้มหน้าลงมาอีกครั้ง ใช้ริมฝีปากหนาๆนั่นดูดคลึงริมฝีปากผมด้วยจังหวะเนิบๆแบบนั้นไปเรื่อยๆจนผมเผลอเผยอปากออก ฮันบินก็ถือโอกาสแหย่ลิ้นร้อนของเจ้าตัวเข้ามาในโพรงปากผมในทันที ไล่สัมผัสไปทั่วโพรงปาก หยอกล้อกับลิ้นเล็กของผมไปเรื่อยๆอย่างชำนาญ เพราะสัมผัสของเขาทำให้ผมเคลิ้มตามจนหลับตาพริ้มสนิท

สักพักที่เจ้าตัวก็ถอนจูบออกมา ผมก็ค่อยๆปรือตาขึ้นมา ฮันบินยังคงทำสีหน้าดังเดิม แต่คราวนี้อีกคนไม่ได้สบตาผมอีกแล้ว สีหน้าเขาเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรผมอยู่

มือหนาจับดันตัวผมให้ลุกออกมาจากตักเจ้าตัว ก่อนเขาจะลุกขึ้นเดินโดยที่ไม่ได้พูอะไรสักคำ

"ฮันบิน.."

"..."

"โกรธฉันหรอ ขอโทษนะที่กลับมาช้า" ฮันบินไม่ได้สนใจคำพูดของผมเลย แผ่นหลังของเขาค่อยๆไกลออกไปทุกที เขากำลังโกรธผมอยู่แน่

 

"โกรธฉันอยู่ใช่ไหม"

"..."

"มีอะไรก็พูดมาตรงๆสิ"

"..."

"ไม่คิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างเลย"

พอจบประโยคนั้นจากที่เดินอยู่ร่างสูงก็หยุดลง เขาไม่ได้หันมา แค่ยืนอยู่เฉยๆกับที่ ก่อนเท้าใหญ่จะเริ่มขยับไปอีกรอบ ผมเลยรั้งเขาไว้ด้วยการกอดอีกคนแน่นจากข้างหลัง ซุกหน้าลงไปกับแผ่นหลังนั้น ไม่ให้อีกคนเดินหันหลังให้ผมไปไหนอีก

"อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม"

"ผมก็พยายามอยู่.. พยายามใจเย็น พยายามไม่โวยวายใส่พี่ ทั้งๆที่ผมโคตรอยากจะทำมันเลย"

"..." คำพูดของฮันบินทำให้ผมสะดุ้ง นํ้าเสียงเขาเหมือนคนกำลังโกรธเต็มที่

"พี่ทำมันอีกแล้ว พี่ดื้อกับผม"

"..."

"รู้ตัวไหมว่าตอนนี้พี่ตัวร้อนแค่ไหน"

"..."

"รู้ตัวรึเปล่าว่าเหงื่อตัวเองออกเยอะขนาดไหน"

"..."

"เพราะอะไรพี่ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนะ

 

ใช่..ตอนนี้ผมโกรธพี่อยู่ แต่ผมก็ไม่อยากเป็นไอคนใจร้อนพูดจาทำร้ายพี่อีกแล้ว"

"คือฉัน.."

 

ผมพยายามจะอธิบาย แต่กลับไม่มีคำพูดไหนหลุดออกมาจากปากผมมากกว่านั้นเลย เหมือนทุกคำมันถูกกลืนลงคอไปหมด ไม่มีอะไรจะพูด ไม่มีอะไรจะแก้ตัว ไม่มีเลย

"พี่น่าจะรู้ตัวเองอยู่แล้ว ว่าตัวพี่ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น ทำไมไม่คิดถึงตัวเองบ้าง ที่ผมพูดไปเตือนไปก็เพราะผมเป็นห่วงพี่ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่อยากให้พี่อยู่นอกสายตา สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดมันก็เกิดเสมอ เพราะพี่ไม่เคยทำตามที่ผมบอกเลย"

"ฮึก"

"ใครกันแน่ที่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกกันเลย พี่รู้ไหมทุกครั้งที่ผมเห็นพี่ไม่สบาย ผมเจ็บปวดนะ ผมเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าพี่เลย อยากจะเป็นแทนพี่ด้วยซํ้า เพราะผมรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน"

"..."

"เอาเถอะ..รีบไปอาบนํ้า แล้วรีบนอน"

"ฉัน.. ฉันขอโทษ" ผมพูดออกไปด้วยเสียงสั่นคลอน มันเบา เบาจนไม่รู้ว่าอีกคนจะได้ยินมันรึเปล่า แผ่นหลังของฮันบินค่อยๆไกลออกไปเรื่อยๆ

ทั้งๆที่ผมพยายามจะไม่งอแง แต่นํ้าตามันกลับไหลออกมาซะดื้อๆ ไม่มีเสียงสะอื้นใดๆผ่านลอดออกมาจากผม มีแต่เพียงนํ้าตาเม็ดใหม่กับความเสียใจมากมายที่ถูกระบายออกมาเท่านั้น มือเล็กของตัวเองกำแน่นอยู่ที่กางเกงขายาวสีเนื้ออย่างอดกลั้น ภาพตรงหน้ามันกำลังมัวขึ้นเรื่อยๆ

หัวมันปวดตุบๆพร้อมกับร่างอ่อนแอของผมที่กำลังล้มฟุบลง

"ฮันบิน ฉัน.."

!!!

หัวผมกระแทกลงกับพื้นพรมอย่างแรงแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ มันชาวูบไปพร้อมกับอาการปวดหัวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมปรือตาขึ้นมาก็เห็นร่างของฮันบินกำลังตรงมาทางนี้ ใบหน้าดูเรียบนิ่งแต่ก็บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวก็คงตกใจอยู่ไม่น้อย แขนยาวช้อนตัวผมขึ้นอุ้ม ก่อนสติของผมจะค่อยๆเลือนหายไป


D-23

เพราะแสงแดดส่องเข้ามาแยงตาทำให้ผมรู้สึกตัวและค่อยๆลืมตาขึ้น กระพริบปรับสายตาช้าๆสองสามที ก่อนจะหันมองซ้ายขวา แล้วก็พบว่าเป็นห้องนอนของตัวเอง ภายในว่างเปล่า คงมีแต่ผมเท่านั้นที่นอนอยู่ ก็วันนี้ฮันบินต้องออกไปสมนาแต่เช้ามืด.. พอตื่นขึ้นมาผมก็นึกถึงหน้าของฮันบินเป็นสิ่งแรก

อยากให้ฮันบินอยู่ข้างๆ ฮันบินคงยังไม่หายโกรธผม ผมรู้..

ผ้าผืนเล็กชื้นๆที่แปะอยู่ที่หน้าผากคงจะเป็นฝีมือฮันบิน ไข้ผมคงยังไม่ลดสินะ ยังมึนๆหัวอยู่เลยล่ะ ผมค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุดขึ้นนั่ง ผื่นผดสีแดงๆที่ขึ้นตามตัวทำให้รู้สึกแสบๆคันๆยังไงก็ไม่รู้ คงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล

แกรก..

"ฮันบิน.." ผมตกใจเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา ร่างสูงของฮันบินที่อยู่ในสภาพชุดนอนเหมือนเมื่อคืน

ทำไมฮันบินยังอยู่ที่ห้อง?

"..ทำไมยังอยู่ที่นี่ แล้วงานสมนาล่ะ"

"ไม่ได้ไปแล้ว"

"ทะ..ทำไม" ผมถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวกับคำตอบจริงๆ แค่นี้นํ้าตาผมก็เหมือนจะไหลออกมาอีกแล้ว

"ผมไม่กล้าทิ้งพี่ไว้คนเดียว"

เพียงแค่นั้น นํ้าตาผมก็ไหลลงแหมะ ผมรีบฟุบหน้าลงไปกับผ้าห่ม เพราะผมจริงๆด้วย ผมปล่อยให้ตัวเองปล่อยโฮออกมา ผมรู้สึกผิด ถ้าผมไม่ดื้อกับฮันบิน ถ้าผมยอมเชื่อฟังฮันบินแต่โดยดี เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

"..เพราะฉันอีกแล้ว"

"..."

"ขอโทษนะ"

ผมเริ่มสะอื้นหนักขึ้น ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฮันบินเลยด้วยซํ้า สักพักผมก็สัมผัสได้ถึงแรงทรุดฮวบของพื้นเตียง และรับรู้ได้ว่าฮันบินกำลังนั่ง..อยู่ข้างๆผม ก่อนมือหนาจะดึงตัวผมให้เงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา ขยับมือเกลี่ยเช็ดนํ้าตาให้ผมเบาๆ

และโน้มตัวลงมาแนบชิด ใบหน้าของฮันบินค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆของเขาปลายจมูกเราสัมผัสกัน ทำให้ผมเผลอหลับตาพริ้ม ก่อนปากหนาจะประทับลงมาดูดดึงปากเรียวเล็กของผมสองสามทีอย่างนุ่มนวล

"..ฮ"

"ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวก็ปวดหัวอีกหรอก"

"ฮึก ขอโทษนะฮันบิน" ผมโผเข้ากอดเขา ก่อนจะปล่อยโฮออกมา กอดอีกคนแน่นเพราะความกลัว ผมกลัวไปหมดทุกอย่าง

ผมรู้สึกผิดที่เป็นแบบนี้อีกแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นกับเรามากี่สิบรอบ แล้วทุกครั้งมันก็เป็นแบบนี้ตลอด ผมทำให้ฮันบินผิดหวังเสมอมา ไม่เคยทำให้เขาสบายใจได้เลย เพราะผมเอง ถ้าผมเชื่อฮันบินตั้งแต่แรก ถ้าผมยอมเชื่อฟังฮันบินแต่โดยดีล่ะก็ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

ฮันบินจะเบื่อรึเปล่า อย่าเลยนะ

"ฉันขอโทษ ฉันจะไม่ดื่มมันอีกแล้ว จุนเน่บอกฉันว่าไม่เป็นไร ฉันไม่รู้จริงๆว่าเครื่องดื่มในงานทุกแก้วผสมแอลกอฮอล ถ้าฉันรู้ฉันจะไม่ดื่มมันแน่ จริงๆนะ ฉันจะไม่มีวันดื่มมันเด็ดขาดเลย เรื่องวันนี้ก็ด้วย ที่ฮันบินไม่ได้ไปสมนาก็เพราะฉัน.. ขอโทษนะ ฉันขอโทษ"

"ไม่เอาน่ะตัวเล็ก"

"ฮึก ฉันเสียใจ"

"ผมก็โกรธ แต่ก็ไม่อยากให้พี่เป็นแบบนี้" ฮันบินพูด นํ้าเสียงเขาไม่ได้ดูเหวี่ยงหรือโกรธอย่างที่ควรจะเป็น กลับฟังดูเงียบขรึมและเยือกเย็น ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย

"ไม่ต้องใจดีกับฉันก็ได้ ดุฉันเลยก็ได้นะฮันบิน ฉันไม่โกรธหรอก ขอโทษที่เป็นแบบนี้อีกแล้ว ฉันไม่ดีเอง.."

"ไม่ดุหรอก" ฮันบินตอบกลับมาด้วยเสียงนุ่มๆ

"..ดุฉันเถอะ"

"พี่ฟังผมนะ"

"..."

"ผมเข้าใจพี่ เข้าใจดีทุกอย่าง ผมรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ รู้ว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ รู้ว่าพี่คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นแบบนี้ ผมรู้"

ถ้าผมเชื่อฟังเขาล่ะก็..

"หรือจริงๆแล้วผมอาจจะเจ้ากี้เจ้าการกับพี่เกินไป มัวแต่ห้ามโน่นห้ามนี่ เหมือนเป็นกรอบรอบๆตัวพี่  จนทำให้พี่ขยับตัวไปไหนไม่ได้"

ผมส่ายหัวทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่ยังไม่ทันได้เถียงอะไร นิ้วเรียวสองนิ้วของอีกคนก็มาทาบไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ผมพูด

"ผมแค่สมมุติ"

"ผมรู้ว่าบางทีมันก็มากไป แต่ผมก็ขอพูดคำเดิม ที่ผมทำไปทั้งหมด ก็เพราะผมเป็นห่วงพี่  ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักเจ็บ ไม่อยากให้เกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับพี่ทั้งนั้น ผมอยากให้พี่ระวังตัว ดูแลตัวเองมากกว่านี้.. เพราะผมอยู่กับพี่ตลอดเวลาไม่ได้ ผมไม่อยากเห็นพี่ต้องเป็นอะไรอีกแล้ว ..ทำให้ผมได้ไหม"

ผมพยักหน้าตอบรับพลางสะอื้นไม่หยุด

"เมื่อก่อนผมเอาแต่ใจ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเอง เหมือนเสือบ้าเลย ทำให้พี่เสียใจเพราะผมมาตลอด ตอนนั้นผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก"

"..."

"ผมพูดไม่เต็มปากหรอกนะว่าผมไม่โกรธ เพราะลึกๆแล้วผมก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่มันคงเป็นความรู้สึกน้อยใจมากกว่า ที่ผมต้องมาเห็นพี่เป็นแบบนี้อีกแล้ว ผมรู้ว่าพี่รู้สึกผิดจริงๆ พี่เสียใจมากแค่ไหน ผมก็ไม่ชอบนะที่ต้องเห็นพี่ร้องไห้ ไม่ชอบเลยเวลาเราทะเลาะกัน แต่พี่เข้าใจใช่ไหม ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เวลามีเรื่องผิดใจกันแล้วจะไม่ทะเลาะกัน ไม่โกรธกันเลย ผมก็ไม่เยากให้เราทะเลาะกัน แต่เพราะฝ่ายใดฝ่ายนึงทำให้อีกคนเสียความรู้สึกก่อน.."

"..ฉันเข้าใจ" ผมเอ่ยตอบเสียงเบา เสียงผมตอนนี้มันแหบไปหมด

"ผมว่าเราสองคนก็เข้าใจกันทุกอย่างแหละ แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ยังไงวันข้างหน้าสักวันเราก็ต้องมาทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆแบบนี้อีก พี่ห้ามผมไม่ให้เป็นห่วงพี่ไม่ได้ แล้วผมก็ห้ามพี่ไม่ให้ดื้อกับผมไม่ได้เหมือนกัน"

"ไม่.. ต่อไปฉันจะไม่ดื้อกับฮันบินอีกแล้ว ฉันสัญญา"

"อื้ม ขอบคุณครับ"

"..." ผมรู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ยินแบบนั้น ผมยังคงกอดฮันบินแน่น เอาหน้าซุกลงกับหน้าอกอีกคนอยู่อย่างนั้น จนเสื้อนอนฮันบินเปียกโชกด้วยนํ้าตาของผม

"แต่ผมก็ยังโกรธพี่อยู่นะ"

ผมนิ่งไปพักนึง ก่อนจะตอบรับ "..อะ อื้อ ไม่เป็นไร"

"ฉัน..

 

             ชอบฮันบินนะ"




150%




ต่อไปเราจะมาอัพวันเว้น1-2วันนะฮับ
เขียนจบสมบูรณ์แล้วน้า รออัพอย่างเดียวเลย
ถ้ารีดเดอร์น่ายัก<3




TALK
รวมเล่มจะเสร็จแบ้ว น่าจะได้ของถึงเราวันศุกร์นี้
จะรีบแพ้คแล้วส่งให้เลยน้า รอบสต๊อกก็เร็วๆนี้เยย
อยากจะบอกว่าเราอยากให้ทุกคนติดตามไปจนจบเลยน้า
ถึงแม้จะเศร้าบ้างหน่วงมาก แต่ทุกๆอย่างมันก็มีเหตุผลของมัน
สุดท้ายแล้ว ความรักจะทำให้เรื่องทุกเรื่องดีขึ้นเอง
ต่อไปอัพบ่อยไม่ขาดตอนน่นอนเลย สัญญา /แฮ่
ฝากติดตามด้วยนะฮับ<3


อย่าลืมเม้น

กับสกรีมแท็ก #ฟิคคนไข้ของฮันบิน ให้เค้าด้วยหนา




.


Small Grey Outline Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,509 ความคิดเห็น

  1. #5389 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 10:31
    ฮือออออ จะจบแล้วววไม่อยากให้จบเลย ไรท์เขียนสเปเยอะๆนะเราอยากอ่านนนน >~<
    #5,389
    0
  2. #5051 baconbaek's (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:16
    ฮันบินดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เข้าใจความรู้สึกของทั้งคู่นะ ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ก็ไม่ได้อยากให้อีกคนรู้สึกไม่ดีกับตัวเองนะ แต่มันก็ทำตามหมดไม่ได้ เห้อมมขอแบบจบแฮปปี้นะคะไม่อยากเศร้า ??
    #5,051
    0
  3. #5050 Eldoradose (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:30
    เอาแฮปปี้เอนดิ้งนะ ฮือ สงสารทั้งคู่เลยอยากให้ฮันบินรู้มากๆ แต่กลับจินฮวานหนักใจ พี่จินทำตัวน่าห่วงเกินไปแล้ว T^T 

    #5,050
    0
  4. #5049 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:17
    ฮันบินใจเย็นกว่าเดิมเยอะเลยยยยยย
    #5,049
    0
  5. #5048 ซอกขาหนีบอปป้า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:28
    งืออออออ ฮันบินแลดูใจเย็นกว่าเดิมมากกกๆๆๆ ดีใจที่ได้ปรับความเข้าใจกันงืออออ เป็นห่วงพี่จินแทนฮันบินด้วยเนี่ย55555
    #5,048
    0
  6. #5044 พี่จินของน้อง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:19
    ซึ้งมาก ตอนนี้มันแบบเป็นความรักแบบผู้ใหญ่อะ มุมมองของทุกคนคือดีอะ ชอบบบบ
    #5,044
    0
  7. #5043 Je beemm (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:14
    โอ้ยยซึ้งตอนนี้มาก ฮันบินมีเหตุผลมสกชอบบ ;-;
    #5,043
    0
  8. #5042 mookwj (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:26
    จินเป็นอะไรอ่าา
    #5,042
    0
  9. #5041 justmarkbam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:59
    โอ้ยยยย ตายๆๆๆๆ หลากอารมณ์มากคะ
    #5,041
    0
  10. #5040 _IP-P.VIP_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:35
    ทำไมไม่บอกฮันบินนนนนนน แง้ๆ เน่ไม่ดูแลพี่จินอีกแล้ว!!! -*- โกรธแทน รักกันนานๆนะ
    #5,040
    0
  11. #5039 GotB76 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:18
    พี่จินบอกฮันบินเถอะะะ
    #5,039
    0
  12. #5038 JoobJang Phaninat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:13
    น่ารักชอบๆๆๆ
    #5,038
    0
  13. #5037 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:49
    บ้าาาาาาา ละมุนมาพร้อมกับความหน่วง;////////;
    #5,037
    0
  14. #5035 fnhyuk1029 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:11
    หน่วงจังเลยคาT______T
    #5,035
    0
  15. #5034 malilyy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:35
    หน่วงจะร้องตามพี่จิน คือเข้าใจทั้งสองคนเลยยยย ลุ้นต่อ
    #5,034
    0
  16. #5032 ซอกขาหนีบอปป้า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:23
    งืออออ ฮันบินหวงพี่จินสุดๆอ่ะะ น่าร๊ากกกก งื้ออออ นี่อยากรู้มากว่าพี่จินเป็นอะไรกันแน่ ต้องรอลุ้นต่อไปแงงงง
    #5,032
    0
  17. #5031 Je beemm (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:33
    ฮือออ บีไอขี้หวงอ่ะะน่ารักก
    #5,031
    0
  18. #5030 Bluebellsalf (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:01
    อย่า Bad end เลยนะ T-T
    #5,030
    0
  19. #5029 justmarkbam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:03
    พี่จินต้องไม่เป็นไรจิ.TT
    #5,029
    0
  20. #5028 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:15
    สงสารทั้งฮันบินทั้งพี่จินเลยยยยย
    #5,028
    0
  21. #5026 youngkyun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:07
    พี่จินขี้อ้อนมากอ่ะ
    #5,026
    0
  22. #5025 donrawee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:49
    ขอให้จบแบบสวยงามๆนะคะ TT
    #5,025
    0
  23. #5024 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:47
    สงสารพี่จิน แต่ก็สงสารฮันบิน.. หน่วงนะ รอน้าาาา //รอรอบสต็อกหน่าาา ;///;
    #5,024
    0
  24. #5023 Onwara Kaewkrajog (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:34
    ฮูเล่ๆรอบสต็อกๆ//โบกธง
    #5,023
    0
  25. #5022 Mickeyymild (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:50
    สงสารพี่จิน TT
    #5,022
    0