{ BJin } Be my patient ϟ #ฟิคคนไข้ของฮันบิน。/ จบแล้ว

ตอนที่ 31 : ϟ TRACK 27 "ไม่รู้ว่าทำไม" 130%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

Small Grey Outline Pointer











# TRACK 27






D-21

 

เมื่อวานทั้งวัน เราสองคนไม่ได้ออกไปไหน มันตรงกับวันอาทิตย์พอดี อาการของผมค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆจนผื่นที่ขึ้นตามตัวก็หายหมดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่อาการปวดหัวที่กำเริบเป็นพักๆเท่านั้น

 

ฮันบินยังตึงๆกับผมอยู่เลย เขาบอกผมว่าเขายังไม่หายโกรธ แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมเลยนะ ฮันบินยังมาดูแล ทำโน่นทำนี่ให้ผมตลอดเลย ผมเชื่อฟังฮันบินทุกอย่าง เป็นเด็กดีเลยล่ะ ฮันบินให้นอนผมก็นอน ฮันบินให้กินข้าวผมก็กิน ระหว่างที่ผมนอนฮันบินก็จะนั่งทำงานของตัวเองที่โต๊ะทำงาน ผมตื่นมาทีไรก็เห็นอีกคนนั่งอยู่ตรงนั้นตลอด

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ ซึ่งแน่นอนว่าปกติแล้วก็ต้องไปมหาลัย แต่เพราะผมยังไม่หายดี ฮันบินเลยให้หยุด เจ้าตัวยํ้านักหนาว่าห้ามไป ส่วนตัวเขาเองก็จะต้องไปทริปสมนาที่ปูซานตั้งสี่วัน เพราะฮันบินไม่ได้ไปสมนาวันเสาร์ที่ผ่านมา อาจารย์เลยให้เขาไปงานสมนาที่ปูซานแทน

 

:(

 

มันนานมากเลย

 

"พี่ไม่ต้องไปส่งผมที่รถก็ได้ ยังง่วงอยู่ไม่ใช่หรอ แล้วยังปวดหัวอยู่รึเปล่า"

 

"ไม่..ฉันไม่เป็นไร" ผมบอกพลางมองแผ่นหลังของฮันบิน เจ้าตัวกำลังใส่เสื้อสีขาวแขนยาวที่เป็นชุดนักศึกษายืนหันหลังให้ผมอยู่หน้ากระจก

 

"ฉันใส่ให้นะ"

 

ผมเดินไปประชิดตัวเขาก่อนจะสะกิดที่หลังฮันบิน เจ้าตัวหันกลับมายืนนิ่งๆให้ผมผูกเน็กไทด์ให้เขา ผมต้องเขย่งเท้านิดๆเพราะตัวฮันบินสูงกว่าผมมากอยู่ จดจ่อกับการผูดเน็กไทด์สีดำแต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกคนกำลังมองจ้องมาที่ผม

 

"เสร็จแล้ว"

 

จุ๊บ

 

"ขอบคุณครับ" ฮันบินขโมยจุ๊บผมก่อนเจ้าตัวจะหันหลังกลับไปสวมเสื้อกราวสีขาว ไม่ได้สนใจผมอีก

 

"..."

 

ผมทำหน้าหงอยๆเดินไปนั่งมองอีกคนอยู่ที่ปลายเตียง อยากจะไปกับฮันบินด้วยจัง แต่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ จะไปเกะกะอีกคนซะเปล่าๆ ตอนนี้ผมทำเรื่องดรอปเรียนเอาไว้แล้วด้วย แต่ที่ยังไปมหาลัยอยู่เพราะไม่อยากให้ฮันบินรู้..

 

"ผมไปแล้วนะ"

 

"ฮันบิน"

 

ผมวิ่งไปประชิดตัวอีกคนที่ตอนนี้กำลังเอื้อมมือไปปิดประตู ฮันบินชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะหันมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมคว้าเน็กไทด์อีกคนไว้แล้วดึงเข้าหาตัว เขย่งเท้าขึ้นไปประกบปากอีกคน ก่อนจะส่งลิ้นตัวเองสัมผัสที่ริมฝีปากเรียวของฮันบิน ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนมือหนาจะวางกระเป๋าในมือลงพร้อมตวัดแขนมาโอบรอบเอวผมไว้แล้วดันให้แผ่นหลังผมชิดกับกำแพง

 

ม้วพ

 

ผมหลับตาพริ้ม เพราะฮันบินเริ่มจูบกระชับด้วยจังหวะที่หนักขึ้น จากที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนกลับถูกอีกคนต้อนซะจนจนมุม ฮันบินยังขบเม้ม ดูดดึงกับริมฝีปากผมอยู่อย่างนั้น เขาค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนปากหนาจะขยับลงมาสัมผัสที่ซอกคอ ผมเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ปลายลิ้นร้อนกำลังไล่สัมผัสบนผิวของผม

 

"อื้อ.. ฮะ ฮันบิน"

 

ก่อนรอยรักสีแดงสดจะปรากฎขึ้นโดยฝีมือของคนตัวสูง ผมลืมตาปรือๆขึ้นมาเมื่อรับรู้ได้ว่าอีกคนกำลังขยับตัวออกห่างแล้ว

 

"ยังตัวร้อนอยู่เลยนะ กลับไปนอนนะครับคนดี"

 

ฮันบินบอกเสียงนุ่มก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมที่ปะหน้าผากผมอยู่ แล้วขยี้มันเบาๆ

 

"เราจะไม่ได้เจอกันตั้งสี่วันเลยนะ ถ้าเกิดว่าฉันคิดถึงฮันบินมากๆล่ะ จะทำยังไง"

 

"ผมก็อยู่กับพี่ตลอดนั่นแหละ ในนี้ไง" ฮันบินพูดแล้วจิ้มมาที่อกข้างซ้ายของผม

 

"มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย"

 

"พี่ต้องการอะไรกันแน่เนี่ย" ฮันบินพูดขำๆ ทำให้ผมก้มหน้างุด ผมก็แค่ไม่อยากให้ฮันบินไปไหนเอง

 

"เปล่า ฮันบินไปเถอะ"

 

"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ"

 

"ก็..เราไม่เคยอยู่ห่างกันนานขนาดนี้มาก่อนนี่"

 

"เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะ พี่เริ่มก่อนเอง"

 

"..หือ?"

 

"ผมก็ไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้นซะด้วย"

 

ฮันบินจับแขนเรียวทั้งสองข้างของจินฮวานไว้ ดันตัวคนตัวเล็กให้หลังแนบไปกับกำแพง คลึงแขนทั้งสองข้างไว้ด้วยมือแกร่ง ก่อนจะกดหน้าลงไปสัมผัสชิมรสชาติของริมฝีปากเรียวสวยอย่างคนกระโหยหิว ลิ้นหนาเลียสัมผัสไปทั่วริมฝีปากเล็ก ดูขบเม้มมันซะจนปากสีชมพูเห่อบวมขึ้น

 

"อื้อ.."




ตัดฉับ !
ขอคัทได้ในทวิต @pinkqx97




D-19

 

BOBBY SIDE

 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินใต้ตึกคณะของพี่จินฮวาน ผมไม่ได้เบลอจนพูดผิดหรอกนะ จริงๆแล้วผมตั้งใจมาที่นี่ เรียกว่าถูกใช้จะดีกว่า เพราะไอฮันบินมันต้องไปสัมมนาอะไรของมันก็ไม่รู้ที่พูซาน4วัน มันไม่ค่อยใว้ใจไอพี่มาร์คเท่าไหร่ เลยให้ผมมาคอยตามดูพี่จินฮวาน(แบบแอบๆ)

 

ผมก็มารอที่ที่มันบอก เวลาที่มันบอกมาสามวันและ แต่ก็ไม่เจอพี่จินฮวานเลย

 

"กูรอจนรากงอกแล้วเนี่ย ไม่เห็นเจอ" ผมบ่นใส่โทรศัพท์ที่ปลายสายคือไอเพื่อนสนิทหวงแฟน-_- ผมมารอตั้งแต่บ่ายโมงเพราะมันบอกว่าพี่จินฮวานเลิกเรียนเวลานั้น

 

นี่ก็ปาไปจะสี่โมงแล้ว ถึงผมจะหล่อและใจดีขนาดไหน แต่ผมก็มีธุระของผมนะเห้ย

 

(...)

 

"กูว่ามันแปลกๆแล้วนะมึง พี่เขาไม่มาเรียนสามวันแล้วอะ ป่านนี้ยังไม่หายอีกหรอ กูว่าแพ้เหล้าแค่นั้นนอนวันเดียวก็หาย พี่เขาขี้เกียจมารึเปล่า ตื่นสาย?"

 

(..ตัวเล็กไม่ใช่คนแบบนั้น) อืม ผมก็คิดแบบมันนะ แต่แล้วอะไรล่ะ ผมมั่นใจเลยว่าพี่เขาไม่มามหาลัย

 

"แล้วจะเอาไง"

 

(ไปดูที่ห้องกูให้หน่อยว่าตัวเล็กอยู่ไหม)

 

"เออๆ"

 

ผมตอบรับคำมันอย่างเซงๆ ไหนๆจะช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดเนอะ ไอเหี้ยนี่ก็แปลก แค่มันโทรไปถามพี่จินฮวานก็น่าจะได้คำตอบและ แต่ก็นะ พี่จินฮวานก็ใช่ย่อยที่ไหน ไอฮันบินมันคงกลัวพี่เขาโกหกอีกนั่นแหละ

 

 

"กูถึงแล้ว" 

 

ผมมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของไอฮันบิน ไม่ได้เคาะเรียกให้คนข้างในมาเปิดนะ เพราะไอฮันบินมันบอกให้ผมกดรหัสเข้าไปเลย

 

"กูไม่ตัดสายนะ มึงก็รอฟังคำตอบพร้อมกูเลยละกัน ขี้เกียจเล่า"

 

(เออๆ)

 

ผมเอาโทรศัพท์ในมือสอดใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ชตัวใหญ่ของตัวเองโดยที่ไม่ได้กดวางสาย ก่อนจะกดรหัสผ่าน4ตัวแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผมจะเจออะไร

 

แกร้ก

 

ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือที่สุด พยายามไม่ให้มีเสียง ตอนนี้ภายในห้องไม่ได้สว่างอะไรมากมาย ไฟที่เปิดถูกปรับให้เป็นแค่แสงสลัวๆ ผมเห็นโทรทัศน์จอใหญ่กำลังฉายหนังอยู่ แล้วก็เห็นเป็นด้านหลังของคนสองคนกำลังนั่งดูหนังบนโซฟาด้วยกัน หลังเล็กๆนั่นผมจำได้..พี่จินฮวาน ส่วนอีกคนใคร?

 

ไอจุนฮเว? หรือจะเป็นไอพี่มาร์ค?

 

กริ้ก

 

ผมเอื้อมมือไปเปิดไฟให้ห้องสว่างขึ้น หวังให้คนสองคนตรงนั้นรู้ตัว 

 

ทันทีที่ไฟเปิดสว่าง คนสองคนตรงนั้นก็หันขวับมาทางผม ก่อนสีหน้าตกใจจะปรากฏขึ้นใบหน้าของทั้งสองคน ผมก็อึ้งไม่แพ้กัน คนที่นั่งอยู่กับพี่จินฮวานคือไอพี่มาร์คจริงๆด้วย

 

"บ๊อบบี้..มาได้ยังไง" เสียงเล็กเอ่ยถามเบาๆ

 

"ไม่เจอกันนานนะมึง"

 

ผมควรจะทำหน้ายังไงกับเหตุการณ์ตอนนี้? นี่ถ้าไอฮันบินมันรู้มันต้องโกรธมากแน่ๆ

 

"พวกพี่ไม่มีเรียนกันหรอ?" ผมถามเสียงเข้ม

 

"คะ คือว่าฉัน.." 

 

"ไอฮันบินมันให้ผมคอยตามดูพี่ที่มหาลัย เพราะมันเป็นห่วงพี่ แต่สามวันที่ผ่านมาผมก็ไม่เจอพี่เลย พี่ยังไม่หายดีหรอครับ"

 

บอกตามตรงเลยว่าตอนนี้ผมโกรธแทนไอฮันบินมาก เพราะสภาพพี่จินฮวานตอนนี้ดูจะมีความสุขดี ไม่เหมือนคนป่วยสักนิด แล้วยังไง? มานั่งดูหนังกับไอพี่มาร์คสองต่อสองในห้อง

 

"ฉัน ฉันโอเคขึ้นแล้ว" พี่จินฮวานตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

"พี่ดูสบายดีเลยด้วยซํ้านะ"

 

"..." พี่จินฮวานเงียบไป

 

"เห้ยมึง ไม่มากไปหรอวะ" ไอพี่มาร์คพูดแทรกขึ้นมา

 

"พี่อย่าเพิ่งยุ่ง" ผมหันไปบอกไอพี่มาร์ค ก่อนจะหันมามองพี่จินฮวาน "ถ้าพี่ดีขึ้นแล้วทำไมพี่ไม่ไปเรียนล่ะครับ ไอฮันบินมันให้ผมตามมาดูที่นี่เพราะมันเป็นห่วงพี่นะ มันนึกว่าพี่ยังไม่หายดี แต่จากที่ผมเห็นพี่ก็ดูโอเคดีนี่ครับ? แถมยังมานั่งดูหนังกับไอพี่มาร์คอีก?"

 

"คะ คือ.."

 

"ถ้าไอฮันบินรู้มันจะรู้สึกยังไง ถ้ามันเห็นภาพแบบที่ผมเห็น พี่ก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นคนยังไง"

 

พี่จินฮวานกำลังมือสั่น อีกคนกัดปากตัวเองแน่น ท่าทางดูน่าสงสาร ผมก็ไม่อยากให้พี่เข้าต้องเป็นแบบนี้นะ แต่สิ่งที่พี่เขาทำอยู่มันผิดไม่ใช่หรอ ตอนนี้ผมก็อยากรู้ไม่แพ้ฮันบินมันแล้วล่ะ

 

"สิ่งที่พี่กำลังมันไม่ดูเหมือนกำลังหลอกฮันบินอยู่หรอ"

 

"เดี๋ยวดิ กูกับจินไม่ได้มีอะไรกันนะเว้ย เราสองคนสนิทใจต่อกัน"

 

"แต่มันก็ไม่ควรปะวะ พี่ก็มีแฟนอยู่แล้วนะเว้ย มาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในที่แบบนี้ คือมันไม่น่าอะ ถ้าแบมแบมรู้มันจะรู้สึกยังไง"

 

"อืม กูรู้"

 

"วันหลังจะทำอะไรก็คิดเยอะๆหน่อยนะครับ"

 

"บ๊อบบี้.."

 

พี่จินฮวานเอ่ยเรียก พร้อมยื่นมือมาจับมือผมไว้ ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เต็มที แต่ผมไม่เหมือนไอฮันบินหรอกนะ ผมไม่อ่อนให้ง่ายๆหรอก

 

"ว่าไงครับ" 

 

"อย่าบอกฮันบินได้ไหม ฉันขอร้อง"

 

ผมอึ้ง อึ้งมาก

 

ผมไม่คิดว่าพี่จินฮวานจะเป็นแบบนี้.. ตอนนี้ไอฮันบินมันก็คงได้ยินทั้งหมดแล้ว มันจะรู้สึกยังไง ไม่เข้าใจพี่จินฮวานเลยอะ

 

"ก็ได้ครับ"

 

"ขอบคุณนะ" นํ้าใสๆของอีกคนหยดลงมาที่มือผม พี่เขาเสียใจ ใช่ผมรู้

 

แต่..เฮ้อ

 

"แต่ฮันบินมันก็รู้แล้วนะว่าพี่ไม่ได้ไปมหาลัย"

 

"เดี๋ยวฉันบอกฮันบินเอง"

 

"อืม ก็แล้วแต่พี่ครับ" 

 

พี่จินฮวานกำลังร้องไห้หนักขึ้นแต่ก็ไม่ได้สะอื้นอะไรมากมาย ส่วนไอพี่มาร์คก็คิ้วขมวด ยืนมองพี่จินฮวานอย่างเป็นห่วง 

 

"บ๊อบบี้..ขอโทษนะ" 





40%





"บ๊อบบี้..ขอโทษนะ" 

 

"ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ คนที่พี่ควรขอโทษไม่ใช่ผม"

 

"งั้นผมกลับเลยนะ" ผมบอก

 

ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไปหน้าประตูทันทีไม่รอคำตอบรับ 

 

ไม่อยากจะเห็นใบหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นเลย ทำไมทำอะไรไม่คิดกันบ้าง คงไม่คิดสินะว่าจะมีคนมาเห็นอะ ก็ถือว่าซวยไปละกัน ที่ไอฮันบินมันเป็นห่วงแฟนมันมากเกินไป ตอนนี้แม่งจะเป็นยังไงบ้าง

 

ทันทีที่ออกมาจากห้อง ผมก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะยกขึ้นแนบหู

 

"มึง.."

 

(ตื้ด ตื้ด ตื้ดด..)

 

เฮ้อ..

 

ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วยวะ แย่สุดๆ

 

JINHWAN SIDE

วันนี้เป็นวันที่ฮันบินต้องกลับมาจากการสมนาแล้ว ผมคิดถึงฮันบิน แต่อีกใจนึงก็ยังไม่กล้าสู้หน้าอีกคนเท่าไหร่ เรื่องที่โกหกผมจะบอกฮันบินว่ายังไง ผมยังไม่รู้เลย ผมเป็นคนโกหกไม่เก่ง ถ้าฮันบินจับได้คงจะไม่ดีแน่ๆ

ที่ผมไม่ไปมหาลัย เพราะผมดรอปแล้ว ดรอปตั้งแต่ต้นเดือน แต่ที่ทุกคนยังเห็นว่าผมไปมหาลัยอยู่ ผมก็ไปจริงๆนั่นแหละ แต่ไม่ได้เข้าเรียนนะครับ ผมไปนั่งอยู่ที่ห้องสมุดของมหาลัยเพื่อรอเวลาให้พี่มาร์ค.มารับ ผมทำแบบนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว

แล้วสามวันที่ผ่านมานี้ ผมเห็นว่าฮันบินไปสมนาที่พูซาน เลยคิดว่าคงไม่เป็นไร ถ้าผมจะไม่เข้ามหาลัย เพราะยังไงฮันบินก็คงไม่มีทางรู้ว่าผมไม่ได้ไปเรียน แต่มันกลับไม่ใช่.. ฮันบินรู้เข้าซะแล้วว่าผมไม่ได้ไปโรงเรียน

ตอนนี้ผมรู้สึกผิด แล้วก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวจริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากโกหกหรอกนะ แต่มันบอกความจริงไม่ได้

แกร้ก

ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูที่ถูกเปิดออก ผมก็เด้งตัวขึ้นแล้วรีบวิ่งไปดูทันที พอเห็นฮันบินปากมันก็เผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะหุบยิ้มหน่อยๆเมื่อเห็นสีหน้านิ่งๆของอีกคน เจ้าตัวมองมาที่ผมแวบนึงก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น เหมือนพยายามจะเมินกัน

"กลับมาแล้วหรอ"

"..ครับ"

"กินอะไรมารึยัง ให้ฉันทำอะไรให้กินไหม"

"ไม่เป็นไร ผมไม่หิว" ฮันบินตอบด้วยเสียงนิ่งๆ เขานั่งลงเพื่อถอดรองเท้าและหยิบมันไปเก็บที่ชั้นรองเท้าข้างๆประตู แล้วเดินถือกระเป๋าผ่านผมไป

"อะ โอเค"

"แล้วสมนาเป็นยังไงบ้าง" ผมพยายามชวนอีกคนคุย ไม่รู้ว่าที่ฮันบินนิ่ง เพราะโกรธผมหรือเพราะอะไรกันแน่

"ก็ดีครับ"

"ไม่ยอมโทรมาหากันบ้างเลย ฉันคิดถึงฮันบินนะ"

ผมมองแผ่นหลังของฮันบิน ที่กำลังจัดการถอดเสื้อกราวของตัวเองออก เดินเข้าไปแล้วโผไปกอดอีกคนไว้จากด้านหลัง

"ผมตัวเหม็น" ฮันบินไม่ได้กอดตอบ

เขาแกะมือแกะแขนผมออก ไม่ได้ก้มลงมามองหน้าผมด้วยซํ้า ฮันบินเดินผ่านหน้าผมไปหยิบผ้าขนหนูที่ตู้เสื้อผ้า ก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้าห้องนํ้าไปเงียบๆ ปล่อยให้ผมยืนหงอยอยู่แบบนั้น

ฮันบินคงโกรธผมจริงๆนั่นแหละ

ระหว่างรอฮันบินอาบนั้าผมก็เดินไปหยิบชุดนอนเตรียมไว้ให้อีกคน รวมถึงชุดนักศึกษาที่ต้องใส่ไปมหาลัยในวันพรุ่งนี้ด้วย พอเตรียมเสร็จ ผมก็มานั่งรออีกคนที่ปลายเตียง จนสักพักร่างสูงก็เดิ

ออกมาจากห้องนํ้า

เขาเดินผ่านหน้าผมไปสามสี่รอบ ไม่สนใจ ไม่มอง ไม่พูดด้วย ทำเหมือนผมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ ยังไงวันนี้เราสองคนคงไม่ได้คุยกันดีๆแน่ ฮันบินก็คงไม่อยากคุยตอนนี้ โอเคไม่เป็นไร.. ผมเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนแรงเต็มที สักพักก็สัมผัสได้ถึงแรงทรุดฮวบของที่นอนข้างๆ

อีกคนเอื้อมมือไปปิดโคมไฟข้างๆเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นปิดร่างตัวเองไว้ แล้วก็นิ่งไป..

ผมนอนจ้องแผ่นหลังกว้างของฮันบินอยู่นาน อยากจะขยับไปใกล้ๆ อยากกอดให้หายคิดถึง ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความอดทนสูงขนาดนั้น สุดท้ายผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหว ค่อยๆขยับตัวแนบชิดฮันบิน เอื้อมแขนไปกอดอีกคนไว้ พร้อมซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง สูดลมหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่ กอดฮันบินแน่นๆฝ่ายเดียวอยู่แบบนั้น จนผลอยหลับไป..

D-17

พอรู้สึกตัวขึ้นมาในตอนเช้า ก็ไม่พบฮันบินอยู่บนเตียงแล้ว แปลกใจนิดๆเพราะนาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาไว้ยังไม่แจ้งเตือนด้วยซํ้า ชุดนักศึกษาที่แขวนเอาไว้ให้ก็เหลือแต่ไม้แขวนเสื้อที่ยังคาอยู่ ผมรีบวิ่งออกไปนอกห้องนอน พอเห็นอีกคนยืนหันหลังอยู่ในครัวก็พลอยสบายใจขึ้น นึกว่าจะไม่อยู่ซะแล้ว

หมับ

"ทำไมรีบตื่นจังล่ะ" ผมเดินเข้าไปกอดอีกคนอย่างอ้อนๆ ฮันบินกำลังทำอาหารเช้าสำหรับผมและเขาอยู่ ดูเหมือนจะเสร็จแล้วด้วย

"ต้องไปส่งเอกสารกับอาจารย์ก่อน"

"อ๋อ.."

หลังจากนั้นเราสองคนก็แทบไม่ได้พูดอะไรกันอีก ผมกับฮันบินนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน บรรยากาศมันเงียบจนอึดอัด ฮันบินกินไปทำงานไป สนใจกับเอกสารซะจนเราแทบไม่ได้พูดหรือมองหน้ากันเลยด้วยซํ้า

"ไปนะครับ"

จังหวะที่ฮันบินหันกลับมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเอื้อมมือไปจับแขนเขาไว้พอดี ก่อนจะเขย่งปลายเท้าให้ตัวเองสูงขึ้นนิดๆ เพื่อประทับริมฝีปากลงไปกับปากหนาของอีกคน

จุ๊บ

แต่ฮันบินไม่ได้ตอบรับอะไรเลย แถมยังยืนนิ่งทำหน้านิ่งๆแบบนั้นอีก.. ผมขยับก้าวถอยหลังมาสองก้าว ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกแย่ๆ ไม่อยากจะมองใบหน้าเย็นชานั้นไม่มากกว่านี้แล้ว พยายามยิ้มแล้วเอ่ยลาอีกคนให้ดํเป็นธรรมชาติที่สุด แต่มันไม่ง่ายเลย

"ชะ โชคดีนะ"

"ครับ"

มันน่าแปลกเข้าไปอีก ทั้งๆที่มีผมพิรุธขนาดนี้ แต่ฮันบินไม่แม้แต่จะถาม หรือหันมามองกันเลยด้วยซํ้า เจ้าตัวกำลังเดินห่างผมออกไป เปิดประตูก่อนแผ่นหลังนั้นหายไปต่อหน้าต่อตา


เย็นวันนี้

พี่มาร์คก็มารับผมที่มหาลัยเหมือนอย่างเคย ผมบอกให้พี่เขาขับรถตรงมาที่คอนโดเลย เพราะผมไม่มีอารมณ์จะแวะทำอะไรที่ไหนแล้ว ตอนนี้ผมไม่ต่างอะไรกับคนไร้วิญญาณ แค่อยากกลับไปที่ห้องแล้วล้มตัวลงนอน.. แค่นั้นจริงๆ

แต่พอเปิดประตูเข้ามาในห้องกลับเจอฮันบินกับฮาอีกำลังนั่งทำงานกันอยู่ ผมแปลกใจนิดๆเพราะตอนนี้มันก็เพิ่งจะสี่โมงเอง สงสัยฮันบินคงจะเลิกเร็ว ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินผ่านสองคนนั้นเข้าไปในห้องนอนโดยที่ก็ไม่ได้ทักหรือพูดอะไรด้วย ก็คงมีแต่ฮาอีที่หันมาโค้งทักทายให้ผม ส่วนฮันบิน..

เฮ้อ

หลังจากหลับไปได้ชั่วโมงกว่าๆ คนตัวเล็กก็รู้สึกตัวขึ้นมา เขาเดินออกจากห้องนอนด้วยสภาพที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ สายตาเศร้าๆมองไปยังคนสองคนที่กำลังนั่งทำงานกันอยู่ที่เดิม เขาพยายามจะไม่สนใจ เก็บความน้อยใจนั้นเอาไว้ แล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเย็น

ไม่รู้ว่าทำไม แต่การทำอาหารวันนี้มันกลับใช้เวลานานและทำยากกว่าทุกวัน นี่ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว คนตัวเล็กยังหั่นผักไม่เสร็จเลย เขาใจลอยไปไหนต่อไหน มีดเกือบเฉือนนิ้วเรียวหลายต่อหลายครั้ง หม้อที่ตั้งนํ้าไว้ก็เดือดจนนํ้าในหม้อแทบจะละเหยออกไปหมดแล้ว แต่จินฮวานก็ยังไม่รู้สึกตัว

จึกก

ปลายมีดคมบาดลึกเข้าไปที่นิ้วชี้ซ้ายของจินฮวานอย่างจังทำให้คนตัวเล็กที่กำลังเหม่อลอยอยู่ได้สติ ไหล่เล็กสะดุ้งโหยง ความรู้สึกเจ็บค่อยๆแทรกซึมเข้าไปจนมือไม้สั่นไปหมด เลือดสีแดงสดไหลออกมาทั่วบริเวณแผล ทำให้ขาเรียวถึงกับพับลงไป ..จินฮวานกลัวเลือด เขาค่อยๆขยับมือสั่นๆของตัวเองแล้วใส่เข้าปาก อมมันไว้

เจ็บ.. เจ็บมากๆเลย นํ้าใสๆของตัวเองไหลออกมาจากตาเป็นสายโดยไม่มีเสียงสะอื้น แต่ถ้าใครได้เห็นก็จะรู้ได้ว่า ตัวผมกำลังสั่นไปทั้งตัว

 

ทะ ทำยังไงดี


ไม่กล้าบอกฮันบินด้วย..



ทำ..ยังไง




70%






ซะที่ไหน








55555555555555555555555555555555







"เป็นอะไรรึเปล่า"

ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มของฮันบิน จินฮวานก็รีบชักนิ้วมือของตัวเองที่ถูกมีดบาดออกจากปาก ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นปาดนํ้าตาตัวเองอย่างรนๆ เพราะฮันบินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติเลยเดินมาดู ฮันบินย่อตัวลงนั่งอยู่ข้างๆเขา สายตาคมมองอีกคนอย่างจับผิด

"มะ ไม่มีอะไรหรอก"

"โกหก"

ฮันบินขึ้นเสียงใส่ก่อนจะดึงมือเล็กอีกข้างที่จินฮวานพยายามซ่อนไว้ขึ้นมาดู พอเห็นแผลเหวอะขนาดใหญ่ก็นึกโกรธอีกคนขึ้นมา หน้าใสก้มหน้างุดด้วยความกลัวก่อนนํ้าตาเม็ดใหญ่จะไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง

"ไม่ต้องทำแล้ว ตามผมมานี่" ฮันบินลุกขึ้นแล้วก้าวเดินออกไป แต่ร่างเล็กก็ยังนั่งตัวสั่นอยู่แบบนั้น มันทำให้เขาเผลอตะคอกใส่อีกคนไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

"อย่าทำให้ผมหงุดหงิดไปมากกว่านี้ได้ไหม"

"ฮึก.. ขอโทษ"

จินฮวานรนเพราะเสียงตะคอกของฮันบินเมื่อกี๊นี้ ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ร่างกายยังสั่นเทา มองล่อกแล่กไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร จนเผลอเอามือที่ถูกมีดบาดดันพื้นพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน จนแผลสดที่เหมือนเลือดจะหยุดไหลแล้ว กลับแหวะขึ้นกว่าเดิม

"อะ..โอ้ย ฮึก"

หมับ

จนสุดท้ายก็เป็นฮันบินที่เดินเข้ามาช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มพาดบ่า เขาก็รู้ดีว่าไม่ควรจะตะคอกใส่คนตัวเล็กของเขาแบบนี้ แต่มันเผลอไป..

หลังจากที่วางอีกคนลงดีๆที่โซฟา เพื่อจะได้ทำแผล ฮันบินก็บอกให้ฮาอีกลับไปก่อน สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แล้วตัวเล็กของเขาก็ยังร้องไห้งอแงไม่หยุด ให้ฮาอีกลับไปแหละดีแล้ว เดี๋ยวจะเป็นปัญหาซะเปล่าๆ

ฮันบินทำแผลให้จินฮวานเสร็จแล้ว โชคดีที่แผลมันไม่ลึกขนาดที่ต้องเย็บ เขาเลยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้อีกคนไปก่อน คนตัวเล็กหน้าซีดเผือด แถมจนถึงตอนนี้ก็ยังสะอื้นไม่หาย ทำให้ฮันบินเริ่มใจอ่อนลดทิฐิลงมาบ้าง เขาวาดแขนไปช้อนตัวอีกคนแล้วดันมันให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ทันทีที่หน้าใสแนบกับแผงอกกว้าง คนตัวเล็กก็ปล่อยโฮออกมา กอดฮันบินแน่นด้วยตัวสั่นๆ

             มือหนาลูบที่แผ่นหลังเล็กเบาๆช้าๆ จนจินฮวานตัวน้อยผลอยหลับไป





80%




D-16

HANBIN SIDE

"อ้าวฮันบิน มายื่นใบลาให้จินฮวานหรอ" ผมเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์เพราะเสียงทักของใครบางคน พี่ฮงซอก

ผมไม่ได้ตอบอะไรแค่ยิ้มเบาๆให้อีกคน ยื่นใบลา?

"จินฮวานไม่ได้เข้าเรียนมาหลายอาทิตย์แล้ว เป็นอะไรรึเปล่า ฉันเป็นห่วงจัง"

ไม่ได้เข้าเรียนมาหลายอาทิตย์แล้ว? หมายความว่าไง? ทำไมไม่เคยบอกผม?

"ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ งั้น..ผมขอตัวนะ"

ผมลุกพรวดขึ้นแล้วเดินกลับไปที่รถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ที่ผมมาหาตัวเล็กที่มหาลัยวันนี้ก็เพราะผมเป็นห่วง เพราะเมื่อวานตัวเล็กเหมือนจะมีไข้หน่อยๆกลัวว่าวันนี้จะมาเรียนไม่ไหว ผมจะได้มารับกลับเลย ผมแวะไปที่คอนโดแล้วก็ไม่เจอ เลยมาที่นี่ แต่..เหอะ อะไรกัน

(ฮัลโหลฮันบินหรอ)

"พี่อยู่ไหนครับ" ผมพยายามข่มนํ้าเสียงตัวเองให้ปกติที่สุด

(กะ ก็อยู่มหาลัยไง)

"แล้วเรียนไหวหรอ"

(อื้ม ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ)

"โอเค ผมอยากรู้แค่นี้แหละ"

(จะวางแล้วหรอ ฉั..) ผมกดตัดสายไป ไม่ได้สนใจปลายสายที่กำลังพูดอยู่อีก

นี่ผมต้องกลายเป็นคนโง่อีกสักเท่าไหร่กันถึงจะพอใจ  แล้วทำไมตัวเล็กต้องทำแบบนี้ กำลังเล่นตลกอะไรกับผมอยู่งั้นหรอ นี่ไม่ใช่พี่จินฮวานที่ผมรู้จัก ทำไมถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ กลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ครั้งที่แล้วที่โกหกผมตอนนั้น ผมก็ว่าจะไม่อะไรแล้ว แต่ตอนนี้ผมเจอมันกับตัว.. แล้วแบบนี้จะให้ผมไว้ใจพี่เขาได้ยังไง

มันก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ผ่านมาผมโดนหลอกมากี่ครั้งแล้ว เพราะผมเชื่อใจพี่เขามาตลอด แต่ดูสิ่งที่ผมได้รับ

ไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ


JINHWAN SIDE

วันนี้ผมไปโรงพยาบาลมาล่ะ เพราะมันถึงกำหนดวันที่หมอนัดพอดี พี่มาร์คมารับผมตั้งแต่ช่วงสายๆ เหมือนพี่เขาจะมีเรียนตอนบ่ายด้วยผมคิดว่าคุณหมอคงตรวจแปปเดียวแล้วก็กลับเลย แต่พอไปถึง ผมกลับโดนนอนให้นํ้าเกลือตั้งหลายชั่วโมง เพราะผมร่างกายอ่อนเพลียจากแผลมีดบาดเมื่อวานนั่นแหละ คุณหมอเลยบอกให้ผมระวังตัวหน่อย ห้ามมีแผลอีก

คุณหมอบอกว่าอาการของผมมันทรุดลงหนักมากแล้ว ถ้าสภาพจิตใจไม่ดี ก็จะทำให้สมองที่กำลังแย่อยู่ แย่หนักขึ้นไปอีก ช่วงนี้ผมต้องพยายามไม่ให้ตัวเองคิดมาก ไม่เสียใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เพราะช่วงนี้ผมกับฮันบินทะเลาะกันบ่อย มันห้ามไม่ให้เครียดไม่ได้จริงๆ

แต่ผมจะพยายามนะ ผมต้องเข้มแข็งสิ

(เอาไว้ตรงนี้แหละ)

โอ้ะ.. ฮันบินมาแล้วหรอ วันนี้กลับเร็วจัง

เสียงคุยกันเบาๆของคนสองคนแว่วเข้ามาในห้องนอนที่ผมกำลังนอนอยู่ ทำให้ผมกระเด้งตัวขึ้นมาด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่หน้าประตู

(วันนี้แฟนนายไม่อยู่หรอ)

(ไม่รู้เหมือนกัน ช่างเขาเหอะ)

แต่ร่างกายก็ต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดของฮันบิน.. มือที่กำลังจับไปที่ลูกบิดประตูถูกปล่อยลงข้างๆตัว ก่อนผมจะเดินอย่างไร้วิญญาณกลับไปที่เตียง นอนขดอยู่แบบนั้น นอนคิดมากอยู่แบบนั้น จนเวลาผ่านไปสองชั่วโมง ผมลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้งเพราะเริ่มหิว เพราะยังคงได้ยินเสียงของคนสองคนที่คุยกันทำให้ผมไม่อยากจะออกไปข้างนอกเลย

แกรก..

"โอ้ยนายนี่ หัวฉันยุ่งหมดแล้ว"

"ทำไมล่ะ ฉันชอบ"

พอผมเดินออกไปก็เห็นคนสองคนกำลังหยอกล้อกัน ดูสนิทสนมกันมาก ฮันบินหันมามองผมด้วยหางตา ก่อนจะกลับไปสนใจฮาอีเหมือนเดิม ส่วนฮาอีก็หันมายิ้มทักทายให้ผมดังเดิม ดูเกร็งๆไม่กล้าเล่นกับฮันบินเหมือนเดิมแล้ว ผมเลยแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรแล้วเดินตรงไปหาอะไรรองท้องในครัวแทน

ผมแอบมองคนสองคนเป็นพักๆ แต่ท่าทีที่ฮันบินมีต่อฮาอีมันเปลี่ยนไป เหมือนมันลึกซึ้งกว่าคำว่าเพื่อนไปอีกขั้น.. จะบอกว่าเหมือนที่ทำกับผมเลยก็ว่าได้ พวกเขาดูสนิทกันมาก มากเกินไปไหม ทั้งๆที่ผมก็ยืนอยู่ตรงนี้เนี้ยนะ

ปังง

ผมเดินกระแทกเท้ากลับเข้าห้องนอนด้วยความหงุดหงิดก่อนจะกระแทกประตูใส่ฮันบิน แล้วทรุดลงนั่งในทันที

(ไปง้อดีกว่าไหม ฉันว่า..)

(ปล่อยพี่เขาไปเหอะ)

ผมพยายามทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ผมเสียใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาซะตรงนั้น ผมฝืนเดินมาจนถึงตรงนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ผมปล่อยโฮออกมาอย่างหมดความอดทน เริ่มกัดนิ้วตัวเองเพื่อห้ามเสียงสะอื้นไว้ซะจนเป็นรอยแดงขึ้นทั่วไปหมด หัวสมองกำลังปวดตึบๆ เหมือนกำลังจะตาย

Rrr Rrr

'พี่มาร์ค'

"ฮะ ฮัลโหล" ผมรับปลายสายด้วยเสียงสั่นเคลือ

(จิน! เป็นอะไร ร้องไห้หรอ)

"ฮึก.. พี่มาร์ค มารับผมหน่อย ผมไม่ไหวแล้ว"

(ใจเย็นๆ จินต้องเข้มแข็งนะ พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้ อยู่ที่ห้องใช่ไหม)

"..." สติของผมค่อยๆหายไปทีละนิด ทีละนิดจน..

(จิน.. ตอบพี่ก่อน จิน!)


"ไอฮันบิน มึง.."

พลั่กก

"โอ้ยเชี่ย พี่แม่งทำบ้าอะไรของพี่วะ"

"แล้วมึงล่ะ มัวแต่ทำเหี้ยอะไรอยู่ ถ้ามีเวลาว่างมากขนาดเอาผู้หญิงมากกในห้อง ทำไมไม่หันไปสนใจแฟนมึงบ้าง"

"พี่เขาก็ไม่ได้เป็นอะไรหนิ ดูจะสบายดีด้วยซํ้า"

"โหยไอเหี้ย"

เพราะเสียงสบถของฮันบินดังขึ้น ทำให้ร่างน้อยๆของจินฮวานที่นอนหมดสภาพอยู่รู้สึกตัวขึ้น เสียงโวยวายของคนสองคนดังมากซะจนจินฮวานรู้ว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีขึ้นแน่ แล้วสิ่งที่เขาคิดก็เป็นจริง

ตุบบ

ภาพที่คนตัวเล็กเห็นตอนเปิดประตูออกมาจากห้องคือภาพที่พี่มาร์คกำลังง้างแขนแล้วชกเข้าไปที่หน้าฮันบินอย่างจังทำให้คนหน้าคมหันหน้าไปตามแรงชก ก่อนเลือดสีสดจะไหลออกมาที่มุมปาก ขาเล็กรีบก้าวฉับเข้าไปหวังจะเข้าไปหยุดสถานการณ์ในตอนนี้ แต่กลับต้องหยุดชะงักแล้วตะโกนออกมาเต็มเสียง

"ฮันบิน หยุดนะ!"

เพราะเสียงตะโกนที่ฟังดูแหบแห้งของจินฮวานทำให้ฮันบินปล่อยแขนที่ง้างอยู่ออก ก่อนเจ้าของร่างเล็กจะถูกมือหนาของคนเป็นพี่ดึงเข้าไปหา สีหน้าฮันบินตอนนี้ดูโกรธมากกว่าเดิมซะอีก ส่วนฮาอีก็ยืนก้มหน้าอยู่แบบนั้น คงจะงง

"พี่ปกป้องมันหรอ"

"สิ่งที่ฮันบินจะทำมันไม่ถูก.."

"แล้วไง มันต่อยผมก่อนนะ พี่ไม่เห็นหรอ ผมโดนมันต่อยนะตัวเล็ก!" ฮันบินเริ่มขึ้นเสียงใส่ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง แต่ก็มีมือใหญ่ของมาร์คคอยลูบที่ไหล่ให้อีกคนหายผวา

จินฮวานก็รู้ว่าสองคนนี้ต่างคนต่างก็โมโห ทั้งฮันบินแล้วก็มาร์ค มาร์คคงโมโหที่ฮันบินปล่อยให้จินฮวานร้องไห้จนสลบไป ส่วนฮันบินก็โมโหที่เห็นจินฮวานเข้าข้างมาร์คมากกว่า

"ฉันรู้แต่.."

"พี่ปกป้องมัน เข้าข้างมัน แทนที่จะเป็นผม"

"ฉัน..เปล่านะ" หน้าใสก้มลง พยายามกลั้นนํ้าใสที่เอ่อคลอตากลมไว้อย่างที่สุด เขาตอบไม่ได้ ก็แค่ไม่อยากให้ใครสักคนต้องเจ็บอีก แค่อยากให้ทั้งสองคนเลิกทะเลาะกันสักที

"พี่เป็นอะไรอะ ผมไม่เข้าใจเลย" ฮันบินตะคอกถามด้วยความหงุดหงิด

"แฟนเหี้ยๆอย่างมึงจะปกป้องไปทำไม"

"พี่มาร์คพอเถอะครับ ..ผมขอ"

"ก็ได้" มาร์คยอมอ่อนข้อลงเพราะเห็นแก่น้องชายคนสนิทอย่างจินฮวาน มาเห็นภาพแบบนี้เขาเดาเองได้ไม่ยากเลยว่าคนตัวเล็กร้องไห้เรื่องอะไร ก็ไม่รู้หรอกนะว่าฮันบินกำลังทำอะไรอยู่ แต่จินฮวานไม่ใช่คนเข้มแข็งขนาดที่จะเห็นแฟนตัวเองหยอกล้อกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ต่อหน้าต่อตาแบบนี้

เขาโกรธ โกรธซะยิ่งกว่าที่จินฮวานโกรธฮันบินซะด้วยซํ้า

"ฮันบิน ขอโทษแทนพี่มาร์คด้วยนะ" จินฮวานเอ่ยขึ้นเสียงเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนหน้าคมตรงหน้า นํ้าตาไหลลื่นลงมาไม่ขาดสาย ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสแผลที่มุมปากของคนรัก

แต่..

พลั่ก

ยังไม่ทันที่นิ้วชี้เรียวจะได้สัมผัส ฮันบินก็เลื่อนมือขึ้นมาปัดมือเล็กของจินฮวานออก เขาตีแรงจนมือขาวซีดขึ้นสีแดงไปทั้งแถบ

"ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก"

"..ฮันบิน"

"เลิกตีหน้าซื่อสักที"

!!!

"พี่รู้ไหมว่าพี่เปลี่ยนไปมากซะจนผมไม่แน่ใจว่านี่ใช่พี่จินฮวานที่ผมรู้จักรึเปล่า สิ่งที่พี่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่คนรักกันเขาทำให้กันเลยสักนิด เพราะผมไม่เด็ดขาดพอหรอ หรือเพราะผมยอมพี่ตลอดพี่เลยคิดจะหลอกผมไปเรื่อยๆแบบนี้ใช่ไหม"

"..ไม่ใช่นะ"

"ก็แล้วแต่พี่แล้วกันนะ อยากทำอะไรก็ตามใจเลย เข้าข้างกันให้พอ รวมหัวโกหกกันให้พอ ไหนๆผมก็เหมือนคนโง่อยู่แล้วหนิ โง่ต่ออีกสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก"

"..ฉันไปโกหกฮันบินตอนไหน"

"เหอะ.. ที่ผ่านมาระหว่างเรามันยังเหลืออะไรที่เป็นเรื่องจริงอยู่บ้างไหม ตอนนี้ผมแยกไม่ออกเลยว่ะ ผมรู้สึกแย่สุดๆจนแทบไม่อยากจะมองหน้าพี่เลยด้วยซํ้า ความรู้สึกรักของพี่ที่มีให้ผม จริงๆแล้วมันคือเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่"

"ทะ ทำไมถามแบบนี้" ประโยคเมื่อสักครู่มันทำร้ายจิตใจจินฮวานเกินไป นํ้าตาเม็ดใหญ่ยังคงไหลรินลงมาไม่ขาดสาย เขาพยายามตั้งสติ แล้วอดทนกับมัน

แต่มันไม่ง่ายเลยนะ ถ้าไม่มีมาร์คอยู่ เขาคงแย่ไปนานแล้ว

"ฉันไม่เคยหลอกฮันบินเลยนะ ฉันรักฮันบินจริงๆ"

มาร์คเลื่อนแขนไปพยุงร่างน้องชายตัวเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงซะจนเหมือนจะล้มอยู่ร่อมร่อ เขาอยากจะเถียงฮันบินออกไปใจจะขาด แต่จินฮวานคงโกรธแน่ถ้าเขาทำแบบนั้น

"จิน"

"ผม..โอเค" คนหน้าใสหันมายิ้มฝืนๆ

"มันมากเกินไปแล้วตัวเล็ก.. พี่ทำลายมันไปหมดแล้ว เพราะผมรักพี่มาก ผมถึงยิ่งให้อภัยพี่ไม่ได้ พอกันที"

ฮันบินพูดออกมาอย่างหมดความอดทน เขามองคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ในอ้อมกอดคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่ใช่ความรู้สึกอยากเข้าไปปลอบเหมือนทุกครั้ง กลับเป็นความรู้สึกเจ็บๆที่หัวใจโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

"อยากทำอะไรก็เชิญ ผมจะไม่ทนแล้ว"

"ไม่.. ไม่นะ"

"ฮาอี ไปกับฉัน" มือหนาเอื้อมไปจับแขนคนเป็นเพื่อนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ ก่อนจะลากอีกคนให้ไปกับเขา เดินออกจากตรงนั้นโดยที่ไม่ได้สนใจคนตัวเล็กที่มองมาด้วยแววตาเศร้าๆเลย


"ฮันบิน อย่าไป"




"ฮันบิน!"





ปังง





"ฮึก ฮันบิน.. อย่าทิ้งฉันไป"





"จิน ได้ยินพี่ไหม ทำใจดีๆไว้นะ"




"ไม่ ไม่เอา.. ไม่.." จินฮวานเริ่มเกร็งไปทั้งตัว ขาเรียวแทบไม่มีแรงพยุงให้ตัวเองยืน ก่อนร่างเล็กจะเริ่มกระตุกทีละนิด แล้วเปลี่ยนเป็นอาการชักในที่สุด





"จิน! ใจเย็นๆนะจิน"


MARK SIDE

ชิบหายแล้ว ผมควรทำยังไงดี ผมกำลังพยายามพยุงร่างเล็กขึ้นมาบนตักแต่ทำไม่ได้ เพราะอีกคนตัวเกร็งไปหมด จินฮวานยังคงชัก ร่างเล็กกระตุกแรกซะจนผมนึกกลัว เหมือนสติอีกคนจะไม่อยู่กับตัวแล้ว ผมรนมาก ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร มือผมสั่นไปหมด กลัวจินฮวานจะเป็นอะไรขึ้นมา ถ้าน้องตายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ

ทำไมผมมันไม่เอาไหนแบบนี้วะ

"โถ่เว้ย ทำไมไม่รับวะไอเน่" ผมกำลังรอสายไอจุนฮเวอย่างหงุดหงิด ผมควรจะโทรหาใครถ้าไม่ใช่มันอะ ทำไมแม่งต้องมาไม่รับตอนนี้ด้วยวะ

ให้มันได้อย่างงี้สิ ผมรีบกดวางก่อนจะโทรหาใครบางคนที่น่าจะพอช่วยได้ ถึงแม้จะไม่สมควรโทรก็เถอะ ยังไงตอนนี้ชีวิตของจินฮวานก็สำคัญที่สุด

(ฮัลโหลว่าไงพี่มาร์ค)

"ไอยุน ฉันควรทำยังไงดี จินฮวานชัก"

(วะ ว่าไงนะพี่)

"ตอบมาก่อน นี่ไม่ได้อำเล่นนะ ฉันพูดจริง จินฮวานชักมาเกือบสิบนาทีแล้ว นี่ทำอะไรไม่ถูกเลยเว้ย ทำไงอะเห้ย รีบๆบอกดิวะ รนไปหมดแล้วเว้ย"



(เดี๋ยวๆ พี่ใจเย็นๆ ตั้งสติแล้วทำตามที่ผมบอกนะ อย่างแรก..)


JUNHOE SIDE

'เหี้ยทำไมไม่รับโทรศัพท์กูวะ มึงรีบมาโรงพยาบาลด่วนเลย จินฮวานชัก'

ทันทีที่ผมได้รับโทรศัพท์จากไอพี่มาร์ค ผมก็รีบเบิ่งรถย้อนกลับไปที่โรงพยาบาลทันที ทั้งๆที่ความจริงผมควรจะไปส่งฮันบยอลที่เรียนพิเศษ แต่อีกคนก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไร คงจะเห็นว่าผมกำลังเครียดอยู่

ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล ผมก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างไม่คิดชีวิต รีบจนลืมสนใจแฟนตัวเล็กของตัวเองไปซะสนิท ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาคิดอะไรจุกจิกแล้ว ผมเป็นห่วงพี่จินฮวาน ช่วงนี้ตัวเล็กยิ่งอาการแย่ๆอยู่ ก็คิดอยู่แล้วว่าวันนึงจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นเลย

"พี่จินฮวานเป็นยังไงบ้างวะพี่ เป็นอะมากรึเปล่า" ผมถามไอพี่มาร์คที่กำลังนั่งหน้าเครียดกุมขมับอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ห่างออกไปอีกนิดก็เห็นร่างพี่ยุนฮยองกำลังมองมาเหมือนกัน

พี่ยุนฮยอง? มาได้ไง?

"หมอบอกว่าให้รอดูอาการไปก่อนในไอซียู"

"..อะ ไอซียูเลยหรอ" ผมแทบจะล้มทั้งยืน เข้าใจแล้วที่เขาบอกว่าตกใจจนล้มพับไปมันเป็นยังไง.. ขาผมมันอ่อนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น หัวใจกำลังเต้นแรงเพราะความกลัว สมองขาวโพลน ตัวเริ่มสั่นขึ้นมาซะดื้อๆ

"พี่จุนฮเว.. ไม่เป็นไรนะ พี่ตัวเล็กต้องไม่เป็นไร"

"กูขอโทษนะมึงที่ปล่อยให้จินเป็นแบบนี้ กูแม่งทำอะไรไม่ได้สักอย่าง"

"ไอฮันบินไม่รู้ใช่ไหม"

"อือ ยังไม่รู้"

"ก็ดีแล้ว"

"มันหมายความว่ายังไงกันคะ.. ทำไมพี่ฮันบินไม่รู้" ฮันบยอลถามพร้อมจ้องมาที่ผมอย่างสับสน

"ขอร้องนะบยอล ห้ามบอกฮันบินเด็ดขาด"

"ฮันบยอลไม่เข้าใจ"

"พี่ขอร้อง" ผมจ้องไปที่ตาสวยอย่างแน่วแน่ แต่อีกคนก็ยังคงเหมือนไม่ยอมรับปากง่ายๆ

"ทุกคนกำลังทำอะไรกัน.."

"มันเป็นสิ่งที่พี่จินฮวานต้องการ ทำให้พพี่ได้ไหม ฮันบยอล" ผมจับมือเล็กของฮันบยอบแน่นพร้อมบีบมันเบาๆ



"..ก็ได้ค่ะ"







130%



ถ้าเรียกร้องกันมาเยอะ เราจะอัพต่อให้พรุ่งนี้เลยเย่



ปอลอ.ตอนนี้พิ้งเปิดจองหนังสือพร้อมส่งอยู่น้า
ตะวิดมาเยย @pinkqx97






ต่อไปเราจะมาอัพวันเว้น1-2วันนะฮับ
เขียนจบสมบูรณ์แล้วน้า รออัพอย่างเดียวเลย
เจอกันวันอังคาร<3




TALK
เราอยากให้ทุกคนติดตามไปจนจบเลย
ถึงแม้จะเศร้าบ้างหน่วงมาก แต่ทุกๆอย่างมันก็มีเหตุผลของมัน
สุดท้ายแล้ว ความรักจะทำให้เรื่องทุกเรื่องดีขึ้นเอง
ต่อไปอัพบ่อยไม่ขาดตอนน่นอนเลย สัญญา /แฮ่
ฝากติดตามด้วยนะฮับ<3



อย่าลืมเม้น

กับสกรีมแท็ก #ฟิคคนไข้ของฮันบิน ให้เค้าด้วยหนา


.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,509 ความคิดเห็น

  1. #5390 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 10:54
    อ่านแล้วหน่วงมากอ่ะ น้ำตาจะไหลเลย ฮือออออ
    #5,390
    0
  2. #5384 impp8cxpxc (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 18:03
    ฮือ นี่กะจะเม้นว่าพี่จินเเล้วนะ เจอเเบบนี้เเบบ.. นังฮันบิน!!!!!!!!!!!
    #5,384
    0
  3. #5161 Choi HyO HyuN (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:46
    เดี๋ยวๆ ยุนฮยอง.. จำไม่ได้แล้ว นานเกิน ยุนมีซัมติงรึเรื่องไรกะใครหรอ ลืมจริงจัง 555555555555 ค้างนานจนลืมหมดแล้ว จำได้แต่ตัวหลัก T T ใครก็ได้เล่าที่ ชี้ตอนก็ได้เดี๋ยวไปหาอ่าน 555555
    #5,161
    0
  4. #5160 SpM Mink (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:10
    ถ้าพี่จินเป็นอะไรไปฮันบินก็จงอยู่กับความเศร้าแล้วก็สำนักผิดไปจนตายเหอะ มาอัพต่อเถอะค่ะ
    #5,160
    0
  5. #5159 nttoey (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:50
    อัพต่อน้า รอไม่ไหวแล้วหน่วงมากกกกก????
    #5,159
    0
  6. #5158 poppraew (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:21
    โอ้ยชอยความหน่วง
    #5,158
    0
  7. #5157 poppraew (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:15
    น้ำตามาเลยอ่ะ เศร้า ฮันบินต้องรู้สึกผิดจนขาดใจไปเลย
    #5,157
    0
  8. #5155 _IP-P.VIP_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:00
    ใจจะขาดดดดดดด ทำไมฮันบินทำอย่างนี้อ่ะ พี่จินนนนน ไม่น้าาาาาา ฮืออออ
    #5,155
    0
  9. #5154 polar tree (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:47
    อัพต่อเถอะะ pleaseee
    #5,154
    0
  10. #5153 Moodang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    นายทำตัวเองทั้งนั้นแหละจินฮวาน #ทีมตัดพ้อ
    #5,153
    0
  11. #5152 Moodang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    นายทำตัวเองทั้งนั้นแหละจินฮวาน #ทีมตัดพ้อ
    #5,152
    0
  12. #5151 Moodang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    นายทำตัวเองทั้งนั้นแหละจินฮวาน #ทีมตัดพ้อ
    #5,151
    0
  13. #5150 Moodang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    นายทำตัวเองทั้งนั้นแหละจินฮวาน #ทีมตัดพ้อ
    #5,150
    0
  14. #5149 Moodang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:26
    นายทำตัวเองทั้งนั้นแหละจินฮวาน #ทีมตัดพ้อ
    #5,149
    0
  15. #5148 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:35
    สวสารทุกคนนนนนน
    #5,148
    0
  16. #5147 suptae (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:04
    ฮืออออ อัพเดี๋ยวนี้เลยย กราบบบ????????????????????????
    #5,147
    0
  17. #5146 SassyJ1024 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:54
    ต่อค่ะไรท์ พลีสสสสสสสสส
    #5,146
    0
  18. #5144 -dewlml- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:38
    ทำไมถึงหนักหน่วงเพียงนี้ ฮือออออ เค้าเป็นหนึ่งเสียงที่เรียกร้องนะคะไรท์
    #5,144
    0
  19. #5143 JoobJang Phaninat (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:20
    บอกฮันบินเถอะพี่จินจะไม่ไหวแล้วววว
    #5,143
    0
  20. #5141 GotB76 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:55
    ทำอะไรกันอยู่คะทุกคน บอกฮันบินไปก็จบ ฮือ
    #5,141
    0
  21. #5140 GotB76 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:55
    โหยยย พอเหอะบอกฮันบินเหอะะะ เฮ้ออออ
    #5,140
    0
  22. #5139 BB.boo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:12
    หน่วงมาก(กอไก่ล้านตัว) สงสารพี่จิน แต่เราก็เข้าใจฮันบินนะ ฮรือออออ ไรต์รีบมาต่อนะคะ
    #5,139
    0
  23. #5138 youngkyun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:33
    หน่วงมากอะ พี่จินเป็นขนาดนี้ ยังจะไม่บอกฮันบินอีก
    #5,138
    0
  24. #5137 HoneyBabby (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:56
    โอ้ยยยยยยย เจ็บหัวใจมากก จะร้องไห้ สงสงสารพี่จินมาก ฮือ โคตรน่าสงสารเลย
    #5,137
    0
  25. #5136 Je beemm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:41
    ไม่เอาาา ฮันบิน!! โกธรแกแล้วเว้ย!!!!! ฮือออ ไรท์มาอัพนะ TT
    #5,136
    0