{ BJin } Be my patient ϟ #ฟิคคนไข้ของฮันบิน。/ จบแล้ว

ตอนที่ 29 : ϟ TRACK 25 "ไม่ได้หึงสักหน่อย"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ม.ค. 59







# TRACK 25






"เมื่อไหร่พี่จะบอกฮันบินสักที.. ยังไงสักวันมันก็ต้องรู้ สู้ให้รู้ไปเลยไม่ดีกว่าหรอ"

 

"..."

 

"ดีกว่าให้มันรู้จากปากคนอื่นนะ มาหลบๆซ่อนๆทำเป็นปกติดีแบบนี้ผมไม่โอเคนะ ตัวพี่เองนั่นแหละจะแย่ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ทำอะไรคิดถึงตัวเอง คิดถึงคนที่เขาเป็นห่วงพี่บ้าง"

 

"..."

 

"หรือพี่อยากจะจากมันไปเองเงียบๆ พี่จะเอาแบบนั้นหรอพี่จินฮวาน"

"ก็อาจจะใช่.."

 

ผมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคน หลังจากที่นั่งเงียบฟังจุนเน่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ผมยกยิ้มขึ้นอย่างฝืนๆก่อนจะตอบ คำตอบของผมมันทำให้จุนเน่เบิกตากว้าง มองมาที่ผมเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนตาคมจะหันหลบอย่างรู้สึกผิด

 

"ขอโทษ ผมแค่เป็นห่วงพี่" เสียงจุนเน่อ่อนลง

 

"ฉันรู้.."

 

"แต่ยังไงผมก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี.. ฮันบินมันรักพี่จะตาย มันดูแลพี่ได้อยู่แล้ว ทำไมพี่ต้องหนีมันไปด้วย ผมไม่เข้าใจ"

 

"เพื่อฮันบินเอง.."

 

"พี่จะทำได้หรอ มันเจ็บปวดมากนะ" จุนเน่ขยับเข้ามาจับมือผมไว้ ก่อนจะใช้นิ้วยาวๆของเขาลูบที่หลังมือผมเบาๆ

 

"..ทำได้สิ จุนเน่ยังทำได้เลย"

 

"ก็ผมเข้มแข็งอะ"

 

ผมรู้ รู้ดีทุกอย่าง สิ่งที่จุนเน่พูดผมก็รู้อยู่แล้ว รู้ว่าฮันบินรักผม และไม่มีทางทิ้งผมไปไหนแน่นอน แต่ผมไม่อยากเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผมไม่อยากทำลายชีวิตเขา ไม่อยากเป็นภาระเขาไปมากกว่านี้ ผมอยากให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำให้เต็มที่โดยที่ไม่ต้องกังวัลเกี่ยวกับผม

 

ผมจะกลับมา..เมื่อหายดีแล้ว

 

ช่วงนี้ผมกับจุนเน่ทะเลาะกันบ่อย เรื่องที่ทำให้ทะเลาะกันก็มีอยู่แค่เรื่องเดียว.. คือเรื่องอาการป่วยที่ผมไม่ยอมบอกใคร แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็คิดดูแล้ว คิดหลายรอบ คิดทางออกที่ดีที่สุด ตอนนี้ผมกำลังจะเริ่มทำมัน ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่อฮันบินเอง ผมหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับเรื่องของเราแล้ว

 

แต่ถึงจะเลือกแล้ว ยังไงมันก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้ แค่คิดว่าต้องทำ แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกมันก็เจ็บปวดแล้ว

 

"ถ้าพี่ต้องการแบบนั้น ผมจะช่วยเอง"

 

ผมนั่งนิ่งๆสงบสติอารมณ์อยู่ห้องจุนเน่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจกลับห้องตัวเอง แต่ก่อนหน้านั้นผมหยิบไดอารี่ของตัวเองขึ้นมาดู เปิดสมุดโน๊ตอันเล็กของตัวเองไปหน้าที่ขึ้นวันที่ของวันนี้คือวันที่ 10 สิงหาคม 20XX ลายมือตัวเล็กๆของตัวเองที่ถูกเขียนไว้จนถึงครึ่งหน้าสมุด มันคือเรื่องราวของวันนี้ และสิ่งที่ควรจะรู้ เช่น.. ตื่นกี่โมง ตื่นแล้วต้องทำอะไรบ้าง วันนี้มีแพลนอะไรต้องทำไหม ฮันบินออกไปไหน จะกลับกี่โมง

 

แล้วที่ขาดไม่ได้เลย..ผมต้องเตือนให้ตัวเองกินยา

 

ทุกวันนี้ผมต้องคอยจดบันทึกชีวิตประจำวันของตัวเองไว้ เพื่อไม่ให้ลืม.. ช่วงหลังๆมานี้ความจำของผมมันเริ่มแย่ลง ใช่ มันมีเหตุผลแน่ๆ เหตุผลที่ผมพยายามจะปิดบังมันจากฮันบิน สิ่งที่ทำให้ผมทะเลาะกับจุนเน่อยู่ทุกครั้งยังไงล่ะ

 

อาการผมมันแย่ลงไปทุกที อาจจะมีวันนึงผมอาจจะตื่นมาแล้วจำใครไม่ได้เลยก็ได้

 

เฮ้อ..

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาเรือนสีดำที่ติดอยู่ตรงกำแพง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบบ่ายสามแล้ว ในสมุดเขียนไว้ว่าวันนี้ฮันบินไปประชุมที่มหาลัยกลับมาตอนสี่โมง ผมเลยว่าจะกลับห้องแล้วล่ะ ห้

จุนเน่ถึงจะอยู่คอนโดเดียวกันแต่ก็อยู่ชั้นสูงกว่าผม ห้องเขาอยู่ชั้น34 ส่วนผมอยู่ชั้น20 ก็เหมือนจะไกลนะ

 

"ไปนะ อย่าลืมไปรับฮันบยอลด้วย"

 

"อืม ให้ผมเดินไปส่งไหม" ผมหันไปตามเสียงเรียกของจุนเน่ ก่อนจะส่ายหน้าบอกปฏิเสธอีกคนเบาๆ

 

"อ่านการ์ตูนไปเถอะ"

 

ผมเดินออกมาจากห้องจุนเน่อย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่ ก็มันเพิ่งจะสามโมงกว่าๆเอง ไม่ถึง10นาทีผมก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องตัวเองแล้ว อย่างน้อยสิ่งที่ผมจำได้โดยไม่ต้องพึ่งสมุดโน๊ตก็คือ..รหัสผ่านเข้าห้อง เพราะว่าเป็นวันเกิดฮันบินยังไงล่ะ เลยจำได้ขึ้นใจเลย

 

แกรก

 

ผมเดินเข้าไปในห้องก็พบว่าไฟกับแอร์ถูกเปิดก่อนหน้านี้แล้ว ผมตกใจนิดๆ ฮันบินมาถึงแล้วหรอ? ทำไมมาเร็วจังล่ะ ผมเห็นแบบนั้นก็รีบเดินเข้าไปเพื่อหาอีกคน ห้องครัวไม่มี ห้องรับแขกไม่มี ห้องหนังสือไม่มี ก็เหลืออยู่ห้องเดียวแล้วล่ะ ห้องนอน..

 

หมับ

 

ทันทีที่ผมกำลังจะเดินไปที่ห้องนอน ร่างเล็กของตัวเองก็ถูกอีกคนดึงไปกอดโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว กลิ่นนํ้าหอมอ่อนๆที่อีกคนชอบใช้ลอยมาแตะจมูกทำให้ผมมั่นใจขึ้นไปอีกว่าเป็นฮันบิน

 

"ไปไหนมา" ฮันบินกดหน้าลงมาที่ซอกคอของผมก่อนจะถามเสียงอ่อน เขายังกอดผมไว้จากด้านหลัง

 

"ไปห้องจุนเน่"

 

ไปหามันอีกและ

 

ก็ฮันบินไม่อยู่

 

ไม่รู้ทำไมยิ่งได้เห็น ได้มอง ได้สัมผัสฮันบิน ผมยิ่งรู้สึกเจ็บปวด พอคิดว่าเราสองคนจะไม่ได้เจอกันอีก ไม่ได้คุยกันอีก ไม่ได้สัมผัส ไม่ได้ทำอะไรด้วยกัน.. มันทรมาน

 

"เป็นอะไรรึเปล่าทำไมดูซึมๆ"

 

"ท้องอืด"

 

"หะ? เกี่ยวอะไร" ฮันบินบอกขำๆ

 

อีกคนผละผมออกจากอ้อมกอดก่อนจะพลิกตัวผมให้หันหน้าเข้าหาเขาพร้อมย่อตัวลงมาให้อยู่ระดับเดียวกัน จ้องมองมาที่นัยน์ตาสั่นคลอนของผมก่อนจะทำหน้าไม่สบายใจ ผมก็อยากจะยิ้มนะ.. ทำ ไมมันทำไม่ได้ก็ไม่รู้ มือทั้งสองข้างของฮันบินแตะทาบลงที่สองข้างแก้มของผม สีหน้าอีกคนเริ่มเครียดขึ้นเรื่อยๆ ใช่แล้ว เพราะผมเอง ผมกำลังอ่อนแอให้เขาเห็นอยู่

 

"เวลาท้องอืดแล้วจะเฟลๆอะ"

 

"มีงี้ด้วย ผมจะจำไว้นะ"

 

"งืม รักฮันบินนะ"

 

"ผมก็รักพี่" ผมยิ้มออกมา พร้อมกับนํ้าตาอีกหนึ่งหยดที่ไหลลงมาโดยไม่ตั้งใจ

 

"อย่าทำหน้าเศร้าแบบนี้ ผมไม่ชอบเลย ไหนเป็นอะไร" ฮันบินพูด

 

"คิดถึงเฉยๆ"

 

เขารอให้ผมตอบก่อนจะก้มลงมาจูบซับนํ้าตาให้ผมที่เปลือกตา

 

และเลื่อนลงมาที่จมูก ปากหนาดูดเม้มเบาๆ ก่อนจะจบลงด้วยการประทับจูบลงที่ปาก ปากหนาค่อยๆขยับจูบอย่างเชื่องช้า ผมเผลอหลับตารับสัมผัสอีกคนโดยอัตโนมัติ ฮันบินขบเม้มลงมาที่ริมฝีปากล่างของผมซํ้าๆ ทันทีที่ผมเปิดปาก ลิ้นร้อนหนาของอีกคนก็แทรกเข้ามาในโพรงปากโ

 

ทันที

 

ความอบอุ่นจากอีกคนได้ถ่ายทอดลงมาที่ผมเต็มๆ มันให้ความรู้สึกดีและแย่ รู้สึกดีที่คนคนนี้คือฮันบิน และรู้สึกแย่ที่ต่อไปอาจจะไม่มีอีกคนให้ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว

 

ฮันบินถอนจูบ ก่อนจะเผยยิ้มหวานๆออกมา

 

ผมแค่มองมันนิ่งๆ ก่อนจะจับมือข้างนึงของอีกคนพร้อมขยับให้หน้ามือหนาทาบลงที่จมูกจนไปถึงปาก ขยับปากจูบมือนุ่มก่อนจะหลับตาพริ้มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด

 

"เหงาหรอ"

 

"เปล่านี่ ฮันบินก็อยู่นี่ไง" ผมตอบยิ้มๆ โดนอีกคนอุ้มมานั่งบนโซฟา ตอนนี้ผมกำลังนั่งตักฮันบินอยู่

 

"เห็นอ้อนแปลกๆ"

 

"อ้อนแฟนหน่อยไม่ได้หรือไง"

 

"เดี๋ยวโดนฟัดหรอก" ฮันบินเลิกเสื้อผมขึ้นเหมือนอีกคนจะทำในสิ่งที่เพิ่งพูดไป แต่ก็โดนผมหยุดไว้

 

"ทะลึ่ง"

 

ช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ฮันบินเลยต้องมหาลัยเป็นครั้งคราว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ก่อนหน้านี้เราขลุกอยู่ในห้อง ทำอะไรด้วยกันทั้งวัน ไม่คิดว่าเวลาเดือนนึงจะผ่านไปไวขนาดนี้

 

"วันนี้ทำอะไรกันดี" ฮันบินจับตัวผมลงนอนทาบเบาะโซฟา ก่อนเจ้าตัวจะขึ้นคร่อมพร้อมยิ้มแบบคนเจ้าเล่ห์

 

"พรุ่งนี้ฉันต้องไปมหาลัย" คำตอบผมทำเอาอีกคนยู่หน้าขึ้นมาอย่างไม่พอใจ จนผมขำ

 

"ชอบมาอ่อยแล้วจากไปตลอด"

 

"ฉันไม่ได้อ่อยสักหน่อย ฮันบินนั่นแหละคิดไปเอง"

 

ฮันบินทำหน้างอแงก่อนจะดึงมือผมไปแตะที่จมูกโด่งของเขา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด แบมือผม แปะที่ปากหนาก่อนจะประทับจูบลง

 

"เราไม่ได้ทำแบบนี้กันนานแล้วนะ" อีกคนเอ่ยอย่างอ้อนๆ ท่าทางแบบนี้มันทำให้ผมลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก

 

"แต่พรุ่งนี้ฉันต้องไปมหาลัยนะ"

 

"ไปบ่ายๆก็ได้นี่ เดี๋ยวผมไปส่ง" ดูเขาสิ L

 

"แล้วฮันบินไม่ต้องไปหรอ"

 

"ขี้เกียจแล้วอะ

 

"ไม่ได้นะ ดะ.."

 

ยังพูดไม่จบฮันบินก็โน้มตัวลงมาประกบจูบผมเป็นการปิดปาก มือหนาจับที่สันกรามทั้งสองข้างไม่ให้ผมหันหน้าหนีไปไหน ก่อนจะเลิกเสื้อผมขึ้นอย่างถือวิสาสะ

 

เอาแต่ใจจริงๆ




C  U T

 

คัทอยู่ในทวิตเรานะงับ @pinkqx97

หาไม่เจอเมนชั่นมานะ อย่าลืมเม้นให้เค้านะT^T


_                          _                            _





วันนี้ฮันบินตื่นขึ้นมาก่อน เขานอนจ้องคนตัวเล็กนิ่งๆอยู่บนเตียงเกือบสิบนาที ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบนํ้ามาใส่ปิดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองไว้ ออกไปเตรียมอาหารเช้าง่ายๆให้คนตัวเล็ก อีกคนคงจะเพลียแหละยิ่งตัวเล็กๆร่างกายไม่ค่อยจะเข้มแข็งอย่างจินฮวานแล้วด้วย ปล่อยไปนอนไปแหละดีแล้ว

 

ฮันบินมัวแต่ทำโน่นทำนี่แทนจินฮวานจนเวลาผ่านเลยไป ตอนนี้ก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว เพราะตัวเล็กของเขาบอกว่าต้องเข้ามหาวิทยาลัยตอนบ่าย เลยเข้าไปปลุก

 

"ตื่นได้แล้วครับ"

 

Zzz

 

ร่างเล็กไม่มีกริยาใดๆตอบสนองเลยแม้แต่นิด ฮันบินเลยเดินเข้าไปประชิดตัวมากกว่าเดิมก่อนจะสะกิดไปที่ไหล่เล็กเบาๆให้อีกคนรู้สึกตัว

 

Zzz

 

"นี่.. ไหนบอกผมว่าวันนี้จะเข้ามหาลัยไง" ขี้เซา

 

Zzz

 

"ตื่นได้แล้ว"

 

"งื้อ"

 

ปลุกยากเหมือนเดิม

 

ร่างเล็กพลิกหลบฮันบิน เขานอนตะแคบหันหลังให้อีกคน ก่อนมือเล็กจะจับแล้วดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมโปรงด้วยอย่างกับเด็กๆ ทำให้ฮันบินที่มองอยู่หัวเราะออกมา

 

คิดแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

 

ฮันบินรู้อยู่แล้วว่าถึงปลุกยังไงอีกคนก็จะงอแงไม่ตื่นแน่ๆ เขาเลยไม่คิดจะปลุกต่อแล้ว มือหนาเอาผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมตัวอีกคนอยู่พันๆรอบร่างเล็กไว้เหมือนดักแด้ ก่อนจะยกอีกคนขึ้นอุ้มพาดไหล่แล้วเดินตรงไปที่ห้องนํ้า ในเมื่อไม่ตื่นก็ต้องทำแบบนี้แหละ

 

เขาวางร่างเล็กไว้ที่เก้าอี้ ให้หลังอีกคนพิงกับกำแพงโดยที่จินฮวานยังไม่ลืมตาขึ้นมา ฮันบินจัดการล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้วอุ้มร่างเล็กที่ยังแกล้งหลับไปที่อ่างอาบนํ้า แกะผ้าห่มผืนใหญ่ที่ปิดคลุมร่างเล็กอยู่ออก ค่อยๆหย่อนตัวอีกคนลงแช่ในอ่างโดยที่มีตัวเองนอนซ้อนอีกคนอยู่ข้างหลัง แล้วลงมืออาบน้ำ

 

เขาจัดการถูเนื้อถูตัวให้จินฮวานอย่างกวนๆ หวังจะแกล้งให้จินฮวานตื่นด้วยแหละเลยสัมผัสย้ำๆไปที่จุดอ่อนไหวของอีกคนจนจินฮวานทนไม่ไหวต้องลืมตาขึ้น

 

ฝากไว้ก่อนนะฮันบิน

 

JINHWAN SIDE

 

พอผมกับฮันบินอาบนํ้าด้วยกันเสร็จ เราก็มานั่งกินข้าวเช้าที่ฮันบินเตรียมไว้ให้ จริงๆตอนนี้ก็เที่ยงกว่าๆแล้ว เราเสียเวลาอยู่ในห้องนํ้าชั่วโมงกว่าๆ อย่าถามเลยว่าทำอะไรกัน ก็ฮันบินนั่นแหละแกล้งให้ผมตื่นอยู่ได้ คนมันเพลียนี่ ใครเป็นต้นเหตุกันล่ะ

 

ฮันบินขับรถมาส่งที่มหาวิทยาลัยผมตามที่เจ้าตัวบอกไว้ จริงๆแล้ววันนี้เขาก็ต้องไปมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่เพราะความเอาใจฮันบินก็เลยโดดไม่ยอมไป

 

"เลิกกี่โมง" เสียงอีกคนถามขึ้นขณะที่ผมกำลังหยิบของลงจากรถ

 

"ไม่รู้เหมือนกัน แค่เข้าไปคุยงานนิดหน่อย แปปเดียวมั้ง" ผมตอบโดยที่ยังสนใจกับข้าวของที่ต้องเอาติดตัวไป

 

จุ๊บ

 

"อื้อ.." ชอบเล่นทีเผลอตลอดเลย

 

L

 

"จะให้ผมรอไหม"

 

"ก็ได้" ผมตอบ แต่ใจจริงก็อยากให้เขารอเหมือนกันแหละ เผื่อเสร็จเร็วเราจะได้ไปไหนด้วยกันต่อ

 

"งั้นรอแล้วกัน หน้าพี่มันฟ้องว่าอยากให้ผมอยู่รอ"

 

"บะ บ้า! เปล่าสักหน่อย" ผมเบนหน้าหลบสายตาเจ้าเล่ห์รู้ทันของอีกคน

 

อย่างที่คิดไว้เลย เดินผ่านที่ไหนก็มีแต่คนหันมามองเราสองคน ผมก็รู้ว่าฮันบินมักจะเป็นเป้าสายตาของคนอื่นเสมอ ยิ่งมีผมเดินมาข้างๆด้วยเขาก็ยิ่งมองผมแปลกๆ ทำยังไงก็ไม่ชิน

 

ฮันบินเลื่อนมือมาจับประสานมือผมไว้แน่น ก่อนจะมองมาด้วยสีหน้าสบายๆหวังให้ผมคลายกังวลลงบ้าง ผมหันไปยิ้มให้เขา

 

สิ่งนึงที่ผมได้รับจากฮันบินมาโดยตลอดคือความเปิดเผย ฮันบินไม่ค่อยแคร์สายตาของคนรอบข้าง ถึงจะมีคนพูดมีคนซุบซิบเรื่องที่เขาคบกับผม หาว่าผมดีไม่พอ ผมไม่เหมาะกับเขา ฮันบินก็ไม่สนใจ ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น ฮันบินจะปกป้องผมจากสายตาและคำพูดแย่ๆจากคนพวกนั้นตลอด

 

ผมเลยไม่ได้รู้สึกแย่มากเท่าไหร่ ก็แค่ยังไม่ชิน

 

"ผมรออยู่แถวๆนี้นะ ตั้งใจทำงานล่ะ"

 

"อื้อ" ผมเงยหน้าขึ้นมองฮันบิน ต้องอีกคนอยู่อย่างนั้นเชิงอ้อน ยังรู้สึกแย่อยู่นิดๆอะ

 

มือหนาเลื่อนมาขยี้หัวผมก่อนจะยิ้มให้แล้วพูดขำๆ

 

"สรุปที่ผมมาด้วยนี่ดีหรือไม่ดีเนี่ย"

 

"งือ" ผมเบะหน้า

 

"เดี๋ยวผมจะเอากระดาษมาแปะไว้ที่หน้าผากเลยว่ามีแฟนแล้ว พี่จะได้เลิกคิดมากโอเคปะ"

 

"ชิ"

 

"อย่างอแงน่า ผมไม่สนใจใครหรอก" ผมพยักหน้าลงงึกๆก่อนจะเบนหน้าหลบสายตาอีกคนเพราะกำลังเขินอยู่

 

"เดี๋ยวมานะ"

 

"ครับผม"

 

ผมหันหลังให้อีกคนก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในห้องที่นัดกับเพื่อนในคณะเอาไว้ โดยที่ฮันบินก็ยังยืนมองตามผมอยู่ที่เดิม เพราะข้างหน้ามีเก้าอี้ให้นั่งอยู่อีกคนเลยขยับไปนั่งเพื่อรอผม พอผมเดินเข้ามาทุกคนก็หันมามองเป็นทางเดียวก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนกำลังจับผิดอะไรอยู่

 

เห็นหน้าแฟนจินฮวานทีไรแล้วอยากได้เป็นของตัวเองตลอดเลยจินยองพูดขึ้นเสียงดังเหมือนตั้งใจให้ผมได้ยิน ผมหันไปมองจินยองตาเขม็งก่อนจะยกกำปั้นให้

 

ห้ามยุ่ง!”

 

ก็ฮันบินหล่อจะตาย ดูสิเขามองมาทางฉันด้วยนะผมรีบหันไปดูว่ามินฮยอกพูดจริงรึเปล่า พอหันไปก็เห็นฮันบินกำลังมองมาและยิ้มมาให้พอดี

 

ฮันบินไม่สนใจพวกนายหรอกผมพูด

 

นายนี่หัวอ่อนตลอดเลยนะจินฮวานเสียงฮงซอกดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างเจ้าตัว มาสายตลอด!

 

นายสาย!”

 

ก็รถมันติดฮงซอกบอกเหตุผล ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่ว่าไม่จริง หมอนี่อยู่หอเดินมาไม่กี่นาทีก็ถึง ชอบแถตลอด

 

ฮันบินจะนั่งรอหรอจินยองถาม

 

อืม

 

งั้นจะประชุมนานๆเลย

 

พวกนายนี่!” ผมขึ้นเสียงเชิงงอนๆทำให้ทุกคนหัวเราะที่ได้แกล้งผม พวกนี้นี่ชอบแกล้งตลอด อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ

 

เราสี่คนประชุมเรื่องโปรเจ็คงานด้วยกันเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง ฮันบินยังนั่งรอผมอยู่ข้างหน้าห้อง อีกคนแค่นั่งเฉยๆใส่หูฟังแล้วมองมาที่ผมเท่านั้น ส่วนผมก็หันไปมองเขาบ้างเป็นพักๆ เพราะโดนสามคนนี้แซวเลยไม่ค่อยกล้าหันไปมองฮันบินเท่าไหร่

 

ผมยังไม่ได้บอกใครเลยว่าผมจะดรอป.. ไม่กล้าบอกน่ะ รอใกล้ๆค่อยบอกก็ได้จะได้ไม่ต้องมาทำซึ้งใส่กัน เราอยู่กลุ่มเดียวกันมาปีกว่าๆแล้ว ถามว่าสนิทกันไหมก็สนิทนะ เป็นเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องเข้าใจผม แต่ก็คงจะใจหายแหละ ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันนี่เนอะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะหาเพื่อนดีๆแบบนี้ได้ที่ไหน แต่มันจำเป็นจริงๆ ดีใจนะที่ได้เจอสามคนนี้

                                                

สวัสดีฮันบินหลังจากประชุมเสร็จพวกเราสี่คนก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกัน มินฮยอกรีบเดินเข้าไปหาฮันบินเลยล่ะ หึย จริงๆเลย

 

สวัสดีครับทำไมต้องยิ้มหวานใส่ด้วย

 

ผมยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างหลังคนสองคนจนฮันบินเดินเข้ามาแล้วดึงมือผมไปจับ มินฮยอกก็หันมาขำใส่ พวกนี้รู้ว่าผมขี้งอน แต่ก็ยังแกล้งกันตลอดเลย

 

ไปแล้วนะเจอกัน

 

อื้มผมโบกมือบ้ายบายทั้งสามคน ก่อนจะโดนฮันบินลากไปอีกทาง เขาลากให้ผมเดินตามก้าวขาขวับๆอย่างกับจะรีบไปเข้าห้องน้ำเลย อะไรจะรีบขนาดนั้น พอถึงรถก็สตาร์ทรถแล้วออกรถทันที อะไรของเขา-0-

 

ผมต้องแวะเข้ามหาลัยก่อนอะ

 

อ่าวหรอที่รีบเมื่อกี้คือเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม บอกกันดีๆก็ได้นี่

 

ไปด้วยกันนะ

 

จะดีหรอบอกตรงๆว่าผมตกใจ ร้อยวันพันปีฮันบินไม่เคยชวนผมไปที่มหาลัยกับเขาเลย ชอบบอกว่ากลัวคนอื่นจะมาตามจีบผม ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือแอบซุกสาวๆไว้กันแน่

 

แปปเดียวเอง

 

ก็ได้

 

#ฟิคคนไข้ของฮันบิน .

 

            "เข้ามาสิตัวเล็ก" มือหนาของฮันบินยื่นมาดึงข้อมือผมให้เดินเข้าไปข้างในห้องห้องหนึ่งของตึกคณะแพทย์ศาสตร์ที่เจ้าตัวเรียนอยู่

 

เพราะเมื่อสักครู่ผมยืนเกร็งอยู่ข้างหน้าห้องสักพักไม่ได้เดินตามเขาเข้าไป ก็คิดว่าแค่ให้มานั่งรอข้างนอกเฉยๆ ผมเป็นพวกเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ มันเขินๆถ้าจะให้เข้าไปเจอเพื่อนฮันบินน่ะ 

 

             ผมถูกฮันบินลากเข้าห้องไป เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองใคร เผลออีกทีก็อยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมคณะของฮันบินแล้ว

 

"อ่าวไอบิน พาแฟนมาด้วยหรอวันนี้"

 

"เออ" ฮันบินตอบนิ่งๆ ทำให้ผมเผลอเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงทักของเขา คนที่เพิ่งทักฮันบินเมื่อกี้หันมายิ้มให้ผม แล้วเขาก็ยังมองผมอยู่อย่างนั้นจนตอนนี้ก็ยังไม่ละสายตาไปจากผมเลย 

 

"น่ารักว่ะ"

 

เหมือนเขาจะรู้อยู่แล้วรึเปล่าว่าผมกับฮันบินเป็นแฟนกัน แต่มองจ้องแบบนี้ก็อึดอัดไปนะ

 

"แฟนกู!" มือหนาของฮันบินวาดมากอดเอวผมไว้ก่อนเจ้าตัวจะกระชับแขนให้ผมขยับไปอยู่ใกล้ๆเขาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

 

"พาแฟนมาโชว์ตัวแล้วหรอวะ หวงอยู่ตั้งนาน"

 

"ก็พวกมึงเรียกกูมากะทันหันหนิ"

 

"กำลังสวีตกันอยู่ว่างั้น"

 

"เออ"

 

หลังจากที่ฮันบินแนะนำเพื่อนกลุ่มโปรเจ็คเดียวกันให้ผมรู้จัก เขาก็ให้ผมนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ม้านั่งที่ห่างจากเจ้าตัวไม่มากนัก กลุ่มเพื่อนฮันบินที่มาประชุมด้วยกันวันนี้มีห้าคน ผู้ชายสี่แล้วก็ผู้หญิงอีกหนึ่งคน ชื่อฮาอี.. ผมจำชื่อเขาได้แม่นเลยล่ะ เพราะเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม 

 

ผมก็ไม่ได้ไม่ใว้ใจหรอกนะ แต่มันก็ต้องมีระแวงกันบ้าง ก็ฮันบินทั้งเรียนเก่งหล่อบ้านก็รวย คนอื่นจะแอบชอบก็ไม่เห็นแปลกเลย

 

อือนั่นแหละ

 

ฮือ อึดอัดจัง

 

ตั้งแต่เจอหน้ากันจนถึงตอนนี้ ฮาอีชอบมองมาที่ผมด้วยแววตานิ่งๆ เหมือนแค่มองมาแต่มันกลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนมันมีอะไรมากกว่านั้นเลย ผมว่าผมไม่ได้คิดไปเองนะ ผมพยายามจะไม่สนใจแล้วแต่มันก็รู้สึกว่าถูกแอบมองอยู่ตลอดเวลา ขนาดผมหยิบนิตยาสารแถวๆนั้นมาอ่านเพื่อไม่ให้ตัวเองดูว่างก็ยังรู้สึกได้  

 

แล้วเธอก็หันมามองผมบ่อยด้วยนะ บ่อยกว่าฮันบินอีก

 

เธอมีอะไรข้องใจกับผมรึเปล่า หรือว่าฮาอีจะแอบชอบฮันบินอยู่.. แล้วพอมาเจอผมที่เป็นแฟนฮันบิน เธอคงจะรู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าผมใช่ไหมอะ หรือผมคิดมากไปเอง

 

L

 

"เบื่อรึเปล่าหืม?" 

 

หลังจากประชุมจบประมานเกือบชั่วโมงได้ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน  พวกเราลํ่าลากันเรียบร้อยตามมารยาท แล้วผมกับฮันบินก็เดินออกมาด้วยกันเพื่อไปที่รถ

 

"ไม่อะ ประชุมกันเร็วจัง"

 

"ก็ไม่ค่อยมีไรมาก เปลี่ยนแผนนิดหน่อย"

 

"..."

 

"เดี๋ยวก็ต้องเริ่มทยอยทำโปรเจ็คกันแล้วเดี๋ยวทำไม่ทัน"

 

"อ้อ.." ผมตอบรับไปในหัวก็ยังคิดเรื่องอื่นอยู่

 

"ฟังผมอยู่รึเปล่า"

 

"..ฟังอยู่" 

 

"แล้วไป"

 

"..นี่" ผมเงยหน้าขึ้นมองฮันบินหลังจากเอ่ยเรียกอีกคนแล้ว ฮันบินก็หันมาสบตาก่อนจะเอ่ยตอบรับ

 

"หืม"

 

"ฮาอี.. เพื่อนฮันบินคนนั้นอะ"

 

"อื้ม ทำไมหรอ"

 

"เป็นคนยังไงหรอ" ผมถามเสียงเบา หลังจากได้ฟังฮันบินก็ขมวดคิ้วมองผมด้วยท่าทางสงสัย 

 

"ยัยนั่นหรอ.. ก็มึนๆอึนๆบ้าๆบอๆตามอารมณ์อะ เดาไม่ค่อยได้หรอก พี่ถามทำไม"

 

"ก็..เปล่า ไม่คิดว่ากลุ่มฮันบินจะมีผู้หญิงด้วย"

 

"เอ๋อ ยัยนั่นเป็นเศษเหลือพอดีอะ" ฮันบินตอบขำๆอย่างไม่คิดอะไร ผมได้ยินแบบนั้นก็พลอยสบายใจขึ้นบ้าง

 

"หรอ" ผมยิ้มแหะๆตอบ

 

"อือ"

 

"แล้วมีแฟนยังอะ"

 

ฮันบินเงียบไปพักนึงหันมามองผมด้วยท่าทางตกใจ เขาคงไม่ได้คิดว่าผมชอบฮาอีหรอกใช่ไหม.. ฮันบินคงไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกเนอะ-0-

 

"..ยังมั้ง ไม่แน่ใจ" ฮันบินตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

 

"หรอ"

 

"พี่อยากรู้ทำไม"

 

"ก็เปล่า ไม่มีอะไร" 

 

"หรือหึง?" 

 

ฮันบินหยุดเดินก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วจ้องมาที่นัยน์ตาผมเขม็งอย่างหาความจริงจนผมต้องเอียงหันหลบเพราะทำตัวไม่ถูก ความจริงคือเขินแหละ ใจผมเต้นรัวอีกแล้ว.. ผมแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินต่อไปตามทาง

 

"เปล่านี่"

 

"แน่ใจ?"

 

"แน่" ผมตอบเสียงแข็งแถมหันไปจ้องหน้าฮันบินเพื่อเป็นการยืนยันด้วย แต่ผลที่ได้มันต่างจากที่คิดไว้นะ ฮันบินระเบิดหัวเราะออกมาเฉยเลย แถมยังพยายามกลั้นขำต่อหน้าผมด้วยอะ

 

"ขำอะไรเล่า"

 

"พี่นี่โกหกไม่เนียนเลย"

 

"อือ..เรื่องของฉันน่า"

 

"ครับครับ"

 

 

#ฟิคคนไข้ของฮันบิน .

 

 

เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ผมกับฮันบินก็ต้องทยอยทำโปรเจ็คที่ยังทำค้างไว้ให้เสร็จทัน แต่เหมือนโปรเจ็คของฮันบินจะหนักกว่าผมอีก ของผมก็แค่ทำผลงานไปนำเสนอส่วนของฮันบินต้องมีวิจัยอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้ เราเลยไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกเลย เพราะวันวันฮันบินก็เอาแต่ทำงาน บางวันก็มีเพื่อนมาทำงานที่ห้องบ้าง แต่บ่อยสุดก็คงจะเป็นฮาอี

 

ฮันบินบอกว่าในกลุ่มก็จะแยกหน้าที่กันไปตามความถนัดงานจะได้เสร็จไวไวแล้วก็มีประสิทธิภาพด้วย ฮันบินกับฮาอีถนัดอะไรคล้ายๆกันเลยแยกออกมาทำกันสองคน

 

แต่ก็ยังดีนะที่เลือกมาทำกันที่ห้องของเรา ยังอยู่ในสายตาผมบ้าง ผมจะได้ไม่ต้องคิดมากว่าระหว่างสองคนนี้จะยังไงกัน ผมไม่ได้ไม่ใว้ใจฮันบินนะ มันก็แค่ความรู้สึกของคนที่เป็นแฟนกันนั่นแหละ มันก็ต้องระแวงและหวงของของผมเป็นธรรมดา เข้าใจผมไหม.. 

 

แต่ผมก็ทำได้แค่คอยแอบมองอยู่ห่างๆนั่นแหละ ก็ผมช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้นี่แล้วก็ไม่อยากเข้าไปรบกวนด้วย

 

ตั้งแต่วันนั้นมาวันนี้ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่ฮาอีมาทำงานกับฮันบินที่คอนโด แต่เรายังไม่เคยคุยกันแบบส่วนตัวสักที ปกติก็แค่ทักกันตามมารยาทเท่านั้น เพราะฮันบินอยู่ด้วยตลอดเวลาทำให้ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับฮาอีเลย แต่เธอก็ดูไม่มีอะไรนะ ทำงานด้วยกันกับฮันบินก็ดูปกติดี ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้

 

"จินฮวานกลับยังไง ให้ฉันไปส่งไหม ฉันเอารถมา" ฮงซอกหันมาถามเมื่อพวกเราประชุมกับเสร็จแล้ว ปกติถ้าฮันบินหรือบ๊อบบี้ไม่มารับ ฮงซอกก็จะขับรถไปส่งผมที่บ้าน หรือไม่ก็นั่งรถเมล์ไปด้วยกันจนถึงหน้าคอนโดผมเลยล่ะ

 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฮันบินมารับ" ผมตอบไปก่อนเพื่อนสนิทจะหันมาพยักหน้ารับรู้

 

"งั้นเดี๋ยวรอเป็นเพื่อน"

 

"เห้ยไม่เป็นไร กลับไปก่อนเลย ฉันรอได้"

 

"เอางั้นหรอ"

 

"อื้มไปเถอะ" ผมตอบยิ้มๆ ไม่อยากรบกวนใครน่ะ ยิ่งฮงซอกแล้วด้วย เมื่อก่อนผมรบกวนเขาบ่อยมากเพราะฮันบินไม่ค่อยว่างมารับ ก็ต้องเป็นฮงซอกนี่แหละที่คอยไปส่งที่คอนโดตลอด

 

"โอเคงั้นไปนะ"

 

"อื้มขับรถดีดีล่ะ"

 

วันนี้ผมมาประชุมที่มหาลัยครับ อีกสองวันผมก็จะเปิดเทอมแล้ว แต่มหาลัยของฮันบินเปิดเทอมก่อนล่ะ มหาลัยเขาเปิดเทอมตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนผมเปิดเทอมวันศุกร์ 

 

แล้วเหมือนฮันบินจะไม่ยุ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ เพราะเจ้าตัวออกจากการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์แล้ว ไม่ได้หักโหมให้จบก่อนกำหนดเหมือนแต่ก่อนด้วย เพราะผมบอกเขาเองให้ค่อยๆเรียนไปไม่ต้องเครียดมาก ผมเป็นห่วง ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะต้องเหนื่อย เทอมนี้ฮันบินเลยมีเวลาว่างมากกว่าแต่ก่อน เลิกเรียนเหมือนนักศึกษาแพทย์ทั่วไป เราเลยมีเวลาอยู่ด้วยกันช่วงเย็นทุกวันเลย

 

ฮันบินบอกว่าเขาจะมาส่งและมารับผมที่มหาลัยทุกวัน เพราะไม่อยากรบกวนฮงซอกแล้ว บ๊อบบี้ก็บ้านอยู่คนละทางกันเลย ให้มารับผมมันก็เหมือนอ้อมไปอ้อมมา ส่วนจุนเน่น่ะหรอ.. โรงเรียนเขาก็อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยผมหรอก แต่มันต้องอ้อมน่ะ แล้วจุนเน่ต้องไปส่งฮันบยอลที่บ้านทุกวัน ปล่อยไปเถอะ

 

จริงๆผมเข้าเรียนกับเลิกเรียนไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่ แต่ฮันบินไม่อยากให้มาเอง ผมเลยต้องมาพร้อมเขาทุกเช้าคือประมานเก้าโมง ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาเรียนแล้วก็รอฮันบินมารับทุกๆเย็น

 

ทุกวันฮันบินจะเลิกเรียนประมานสี่โมงเย็น พอเลิกเรียนเสร็จก็จะตรงมารับผมเลย ถึงมหาลัยผมก็ประมานสี่โมงครึ่งกว่าๆถ้ารถติดหน่อยก็เลยไปห้าโมงเลย

 

ตอนนี้ก็บ่ายสามครึ่งแล้ว ผมคงนั่งรอฮันบินอยู่แถวนี้แหละ นั่งทำงานไปด้วยเดี๋ยวก็ถึงเวลา

 

9694's: เลิกเรียนแล้ว รอหน้าคณะนะ ถ้าฮันบินถึงแล้วก็โทรมาด้วย

 

เมื่อกดส่งข้อความไปแล้วสายตาผมก็จ้องไปที่โทรศัพท์เครื่องใหญ่ของตัวเองอยู่สักพักเพื่อดูความเคลื่อนไหวจากอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีอะไรปรากฎขึ้นมาเลย ฮันบินคงยังเรียนอยู่ เดี๋ยวเลิกเรียนก็คงตอบกลับมาเองมั้ง

 

17.00น.

 

ผ่านไปจนเวลาล่วงเลยมาถึงห้าโมงเย็นแล้วหน้าจอโทรศัพท์ก็ยังคงว่างเปล่าไร้ข้อความใดๆจากอีกฝ่าย ดูจากข้อความในกล่องแชทอีกคนยังไม่ได้อ่านมันด้วยซํ้า

 

ทำไมวันนี้เลิกช้า ง่วงแล้วนะ

 

Mark: ไอฮันบินมารับยัง

 

9694's: ยังเลย

Read

 

Mark: ฉันไปส่งที่บ้านเอาไหม?

 

9694's: รอฮันบินดีกว่า

Read

 

            ผมกดจิ้มๆคุยกับพี่มาร์คไปพลางๆ ถึงเราจะไม่ค่อยได้เจอกันแต่ผมก็ยังคุยกับพี่เขาอยู่ จริงๆมหาวิทยาลัยผมกับพี่มาร์คอยู่ไม่ห่างจากกันมาก สองป้ายรถเมล์เอง เดินไปก็ได้ เมื่อก่อนเราเจอกันบ่อยเพราะถ้าไม่มีคนว่างไปส่งที่บ้านก็พี่มาร์คนี่แหละที่คอยไปส่ง แล้วก็บอกฮันบินว่าฮงซอกมาส่ง ขืนบอกว่าพี่มาร์คได้โดนฮันบินงอนแน่ แต่ไม่บ่อยหรอก เพราะผมเกรงใจแบมแบมแฟนพี่เขา

 

           พี่มาร์คยังคงเป็นพี่ที่ดีสำหรับผมเสมอเลย เราคุยกันผ่านโซเชี่ยลตลอด แต่ก็ไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัวกันขนาดนั้น คุยเรื่องธรรมดาทั่วไป นานๆทีถึงจะคุยเรื่องส่วนตัวกันน่ะ

 

Mark: แล้วตอนนี้จินอยู่ไหน

 

9694's: ที่เดิม

Read

 

Mark: อืม เดี๋ยวพี่ไปนั่งเป็นเพื่อน อยู่ม.พอดี

 

9694's: เห้ยไม่ต้องก็ได้พี่มาร์ค

 

ผมรีบตอบกลับไปแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้อ่านข้อความล่าสุดเลย อย่าบอกนะว่าจะมาหาจริงๆอะ.. ไม่ไปรับแบมแบมที่โรงเรียนหรือไง เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีกอะ 

 

9694's: มัคคึ!

 

เฮ้~

 

ตอบผมก่อนนน

 

ตอบบบบบบบบ

 

จริงๆเลยพี่คนนี้ ฮือทำไงดี




80%


พี่มัคคัมแบ็ค!




Rrr Rrr

 

'' โอ๊ะ ฮันบินโทรมาพอดีเลย

 

"ฮัลโหลฮันบิน"

 

(ขอโทษนะตัวเล็กวันนี้ผมไปรับไม่ได้ เดี๋ยวไอเน่ไปรับแทนนะ พี่รออยู่หน้าคณะนั่นแหละ)

 

"หรอ โอเคได้" เสียงผมอ่อนลงเพราะความผิดหวัง

 

(ขอโทษนะ)

 

"ไม่เป็นไร แล้วจะกินเย็นด้วยกันไหม"

 

(ก็ได้ แต่คงช้าหน่อย ถ้าพี่รอไม่ไหวก็กินไปก่อนได้เลยนะ)

 

(ฮันบินอันนี้คืออะไรอะ)

 

(แปปนะฮาอี) บอกเลยว่าเสียงผู้หญิงที่แทรกเข้ามาทำให้ผมไม่สบายใจเอามากๆ แต่พอรู้ว่าเป็นฮาอีก็ไม่ค่อยระแวงมากเท่าไหร่.. ไม่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ระแวงเลย

 

เฮ้อ

 

            (เดี๋ยวผมรีบกลับ)

 

"โอเค"

 

(เจอกันที่บ้านนะ รักนะครับ)

 

"อื้ม เหมือนกัน"

 

ติ้ด..

 

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก็ผิดหวังนิดๆที่ฮันบินมารับผมไม่ได้ แต่ก็เข้าใจแหละคงจะมีงานเร่งจริงๆ แต่ก็น่าจะโทรมาบอกตั้งนานแล้ว ปล่อยให้นั่งรออยู่ตั้งนาน ผมก็กลับบ้านเองได้นะ

 

            Mark: ตอบครับ

 

            9694’s: พี่อยู่ไหน

            Read

 

            Mark: อยู่หลังจินไง

 

            หลังผม?

 

            ล้อเล่นหรอ

 

"แฮ่"

 

"เหวอ" ผมสะดุ้งโหยงเพราะความตกใจ เพราะเมื่อสักครู่หันไปด้านหลังเพื่อดูว่าพี่มาร์คอยู่ข้างหลังผมจริงรึเปล่า แล้วสายตาก็ไปปะทะกับคนหน้าหล่อผมแดงกำลังยิ้มร่าให้อยู่พอดี

 

"พี่มาร์ค!" ผมขึ้นเสียงใสเพราะหงุดหงิดนิดๆที่พี่เขามาแกล้ง

 

"โอ๋ๆแกล้งเล่นเฉยๆ"

 

"ตกใจหมด"

 

"ก็เห็นทำหน้าหงอยๆอยู่"

 

"ไม่เกี่ยวเลย ทำไมมาเร็วจัง" มาไวมาก เพิ่งคุยกันไม่ถึงสิบนาทีเอง เหาะมาหรือยังไง

 

"ก็ตอนคุยกับจินก็ขับรถอยู่"

 

"-.-"

 

"กลัวจะเหงาไง"

 

"ไม่ต้องเลย" ผมทำหน้าเนือยๆใส่อีกคน แต่พี่มาร์คก็ยังยิ้มร่าไม่เลิก คงคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วสิว่าจะมาหาผมอะ จริงๆไม่ต้องถามในไลน์ก็ได้นะถ้าจะขนาดนี้แล้ว

 

"แล้วนี่ยังไงมันโทรมายัง"

 

"อืม เดี๋ยวจุนเน่มารับแทน"

 

"ไอเน่อะนะ โรงเรียนมันก็อยู่คนละทางเลย คงนานอะ งั้นเดี๋ยวรอเป็นเพื่อน" ผมขมวดคิ้วแล้วมองอีกคนอย่างแปลกใจ

 

"รู้จักจุนเน่ด้วย?"

 

"รู้ดิ เคยนินทาจินกับมันอยู่" พี่มาร์คตอบพน้อมหัวเราะร่า สนุกจังนะแกล้งผมเนี่ย

 

"เอาดีๆ"

 

"ก็ดีแล้วเนี่ย มันอยู่ห้องเดียวกับแบมไง แต่มาสนิทกันเพราะเรื่องจินนั่นแหละ"

 

"เรื่องผม?" 

 

"อ่าหะ" 

 

อะไรคือสนิทกันเพราะเรื่องผม? ไปแอบคุยอะไรกันอะ แต่คงไม่มีอะไรมั้ง.. ก็อยากรู้แหละ แต่มันขี้เกียจถามยังไงก็ไม่รู้แฮะ



"แล้วไม่ไปรับแฟนพี่หรอ"



"ไม่อะ ทะเลาะกันอยู่" ผมรีบหันขวับไปมองพี่มาร์ค แต่เจ้าตัวก็ยังทำหน้ายิ้มๆไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร มันเรื่องใหญ่นะเห้ยทะเลาะกันเนี่ย-0-



"พูดจริง?"



"ก็อือดิ" ช่วยเดือดร้อนนิดนึงได้ไหมพี่มาร์ค!



"แล้วทำไมไม่ไปง้อล่ะ มานั่งเฉยๆแบบนี้ทำไมเล่า" ผมดุ แต่อีกคนก็ยังทำตัวปกติ ท่าทีไม่ได้เปลี่ยนไปตากเดิม



"แบมต้องมาง้อฉันสิ เรื่องนี้ฉันไม่ผิด"



งืม



"แล้วแต่พี่แล้วกัน"



"ไม่มีไรมากหรอกน่า" 



ผมพยักหน้ากับประโยคของอีกคน ดูพี่มาร์คท่าทางสบายๆก็น่าจะไม่มีอะไรมากจริงๆแหละ อาจจะแค่งอนๆแบบที่ผมกับฮันบินชอบงอนกันก็ได้ 



"ไอเน่มาแล้วนี่"



ผมหันไปมองตามอีกคนแล้วก็เห็นว่าจุนเน่กำลังเดินตรงมาทางนี้พร้อมกับเด็กผู้หญิงร่างเล็ก ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าใคร จุนเน่กำลังมองมาทางเราพอดี เหมือนจะแปลกใจนิดๆที่เห็นผมอยู่กับพี่มาร์ค



"ไงมึง"



"ไงพี่ โผล่มาอยู่กับพี่จินฮวานได้ไง"



"มานั่งรอเป็นเพื่อนเฉยๆ อ้าวฮันบยอล ไม่ได้เจอกันตั้งนาน" พี่มาร์คหันไปทักฮันบยอลหลังจากที่ตอบจุนเน่เสร็จ ดูจะสนิทกันจริงๆแฮะ



"นานที่ไหน พี่ก็ไปรับพี่แบมแบมที่โรงเรียนเกือบทุกวันอะ"



"ชอบขัดกันจังยัยนี่"



ทุกคนคุยกันเหมือนลืมผมไปแล้ว ยังดีที่จุนเน่เดินมาหาแล้วมาช่วยผมเก็บของที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ "เลิกเรียนนานยังเนี่ย"



"ก็นานแล้ว" ผมตอบแบบไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะกำลังเก็บดินสอเข้ากระเป๋าอยู่



"นานมากด้วย" เสียงพี่มาร์คเสริมขึ้นมา



"ไอฮันบินมันก็เพิ่งโทรมาบอกฮันบยอล ผมก็รีบมาเลย"



"ไม่เป็นไร รอได้" ผมตอบเสียงอ่อนๆพร้อมกับสะพานกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นเตรียมกลับบ้าน



"พี่ตัวเล็กไม่ได้โกรธพี่ฮันบินใช่ไหม" ฮันบยอลถาม



"เปล่านี่ จะโกรธทำไมล่ะ" 



"ถ้าเป็นพี่นะ จะงอนเลย" พี่มาร์คพูดขำๆ



"ไม่เอาอะ ขี้เกียจงอนและเสียเวลา"



"ก็เพิ่งดีกันเองนี่ ดีแล้วๆ" คราวนี้เป็นจุนเน่ "ไปกันเลยไหม?"



"ก็ได้"

           

"ผมไปส่งฮันบยอลที่บ้านก่อนได้ไหมอะ แล้วค่อยกลับคอนโด" ตอนนี้มันก็ห้าโมงครึ่งแล้ว ถ้าไปส่งฮันบยอลก็คงใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย ฮันบินบอกจะกละบมากินข้าวด้วยกันด้วย



"..อืม"



"งั้นเดี๋ยวไปส่งให้เอง จินรีบกลับบ้านหรอ?" พี่มาร์คพูดขึ้น ส่วนอีกประโยคหันมาถามผม



"ก็นิดนึงอะ ฮันบินบอกจะกลับมากินข้าวด้วย"



"เดี๋ยวฉันไปส่งเอง"


           

"โอเคตามนั้น พี่ก็ไปส่งให้หน่อยแล้วกัน เพราะไปส่งฮันบยอลก็นานอะ พี่มันอยากไปส่งอยู่แล้วนี่" จุนเน่พูด

 

"เออ"

 

"พี่โอเคไหม" เขาหันมาถามผม

 

"อื้มๆก็ได้" ผมตอบ "ขับรถดีดีล่ะจุนเน่ ฉันเป็นห่วงฮันบยอล"

 

"รู้แล้วน่า" อีกคนตอบปัดๆตามสไตล์

 

"ไปนะคะพี่ตัวเล็ก"

 

"อื้มบาย" ผมกอดลาฮันบยอล ส่วนจุนเน่ก็แค่ตีไหล่ไปสองสามทีเป็นการบา ก่อนจะโบกมือให้ รอจนกว่าร่างของพวกเขาสองคนเดินหายลับจากสายตาไปผมกับพี่มาร์คถึงเดินไปที่รถบ้าง

 

ระหว่างทางกลับบ้านผมกับพี่มาร์คก็คุยเรื่องอะไรไปตามประสา นึกเรื่องอะไรได้ก็พูดขึ้นมา แต่ก็มีแต่เรื่องไร้สาระจนจับใจความไม่ได้เลย ผมบอกให้พี่มาร์คตรงไปคอนโดเลยไม่ต้องแวะไปไหน ทีแรกอีกคนจะพาผมไปซื้อของที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ผมอยากกลับคอนโดมากกว่า เดี๋ยวฮันบินกลับมาแล้วไม่เจอ

 

"แล้วกับฮันบินเป็นยังไงมั่ง" 

 

"ก็เรื่อยๆ ปกติดี" ผมตอบตามความจริง

 

"พี่รู้เรื่องจินมาเยอะเลยนะ จากจุนเน่"

 

..หืม

 

"เรื่องอะไรอะ จุนเน่นินทาอะไรผมให้พี่ฟังหรอ" ผมถามขำๆ ตอนนี้ตัวผมมีความลับเต็มไปหมดแม้แต่ฮันบินก็ยังไม่รู้ ไม่ใช่ว่าผมอยากจะปิด แต่ถ้ามันก็ดีกว่าที่จะเก็บมันไว้แบบนี้ ถ้าบอกไปทุกๆอย่างจะแย่ลงแน่นอน 

 

ซึ่งคนที่รู้เกี่ยวกับผมทุกอย่างและกุมความลับของผมไว้ก็คือจุนเน่..

 

"รู้หมดแหละจิน"

 

"..."

 

"ไม่ต้องห่วง พี่ไม่บอกใครหรอก" แปลว่ารู้เรื่องนั้นแล้วสินะ.. ผมไม่โกรธจุนเน่หรอกนะที่จุนเน่บอกพี่มาร์ค ผมว่าจุนเน่เป็นคนมีเหตุผลพอ เขาบอกพี่มาร์คแสดงว่าเขาคิดดีแล้ว

 

"ขอบคุณครับ"

 

"ดูแลตัวเองด้วยล่ะรู้ไหม อย่าฝืนมาก ถ้ามีอะไรก็โทรหาไอเน่หรือโทรหาพี่ก็ได้"

 

"..."

 

"ทุกคนก็เป็นห่วงจินกันทั้งนั้น ในเมื่อไม่อยากให้ฮันบินรู้ คนที่จะช่วยจินได้ก็มีแต่ไอเน่กับพี่"

 

"..."

 

"เป็นอะไรก็บอกมาตรงๆเลย ไม่ต้องโกหก พี่รู้ว่าจินไม่อยากรบกวน แต่ยังไงจินก็ต้องการคนดูแลอยู่ดี อย่าปิดบังกันเลย" จุนเน่คิดไม่ผิดหรอกที่บอกพี่มาร์ค.. เขาเป็นคนนึงที่เป็นห่วงผมจากใจจริงๆ 

 

พี่เขาเหมือนพี่ชายแท้ๆของผมเลย 

 

รู้สึกอบอุ่นจัง

 

"เข้าใจไหม" 

 

"อื้ม เข้าใจแล้ว" ผมตอบพร้อมหันไปยิ้มพร้อมนํ้าตาให้พี่มาร์ค จนอีกคนต้องหันมาใช้นิ้วเกลี่ยนํ้าใสๆที่ปะหน้าให้ผมออกลวกๆ เพราะขับรถเลย มันเลยไม่ค่อยสะดวกนัก

 

"เลิกขี้แงได้แล้ว เดี๋ยวฮันบินมันหาว่าพี่รังแกอีก"

 

"ชิ"

 

"จะทำอะไรก็รีบๆทำล่ะ"

 

"..อืม" ผมก้มหน้าสลดลงเพราะคำพูดประโยคสุดท้ายของอีกคน ยิ่งนึกถึงวันนั้นมันก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทุกที

 

"ทำหน้าเศร้าอีกและ เด็กคนนี้" มือหนาเลื่อนมาวางที่หัวผม พร้อมลูบมันไปมาเบาๆ

 

"จอดข้างหน้าเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินขึ้นไปเอง"

 

"โอเค"

 

อีกคนหักพวงมาลัยรถเข้าเลนนอกทันทีที่ผมบอก ก่อนรถสีดำของเจ้าตัวจะจอดเทียบตรงประตูใหญ่หน้าคอนโดผมพอดิบพอดี

 

เอี๊ยด..

 

"ผมไปแล้วนะ" ผมหันไปลาพี่เขาอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถเพราะกลัวว่ารถข้างหลังจะบีบแตรไล่เอา

 

"เข้มแข็งไว้ล่ะจิน"

 

"ครับ ขอบคุณพี่มาร์คมากๆนะ"

 

"อืมไว้เจอกัน" 

 

ปัง



100%





TALK

อย่าลืมเม้น

กับสกรีมแท็ก #ฟิคคนไข้ของฮันบิน ให้เค้าด้วยหนา

สงสารเค้าหน่อยแง ต้องการกำลังใจจำนวนมาก

ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามจนถึงตอนนี้นะงับ 



อัพทุกวันอาทิตย์ / พฤหัสนะงับ

ปล.เมื่อวานลืมอัพเลยอัพวันนี้แทนแง้ง




.

Small Grey Outline Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,509 ความคิดเห็น

  1. #5367 impp8cxpxc (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 19:31
    จริงๆคือควรบอกฮันบินอ่ะ จะได้ช่วยดูเเลกันให้ได้มากที่สุดเเบบ..คือพี่จินก็รู้นี่ว่าฮันบินอ่ะรักพี่จินขนาดไหนยอมทุกอย่างเเต่อย่างว่า พี่จินคงกลัวฮันบินเสียอนาคตเเล้วก็เสียเวลา เฮ้อม่าได้อีก//ชอบเรื่องนี้สุดๆ จริงฟิคไอค่อนที่อ่านเรื่องเเรกก็ของไรท์คนนี้เนี่ยเเหละ ชอบจริงๆเลยยยยยยยยยย
    #5,367
    0
  2. #5133 HoneyBabby (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:13
    พี่จินเป็นโรคอะไรอ่ะ ทำไมถึงกลัวจะจำอะไรไม่ได้ เห้อ... มีเรื่องอีกแล้ว น่าจะบอกฮันบินนะ เคลียเร็วๆก็แล้วกัน ดูเหมือนจะดราม่าอีกยาวแน่ๆ เอ็นซีมาแบบ อ่าว... มีเอ็นซีด้วยหรอ 555555 ตั้งตัวไม่ทัน หากระดาษทิชชู่ซับเลือดกำเดาแปป -.,- จุนบยอลเป็นยังไงบ้างอยากรู้ ????????
    #5,133
    0
  3. #5033 malilyy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:07
    อยากให้พี่จินบอกฮันบินง่ะะ เป็นแฟนมีอะไรก็คุยกันเหอะน้าา มารู้ทีหลังคนอื่นเดี๋ยวก็เสียใจอีก ฮืออออ
    #5,033
    0
  4. #4999 ซอกขาหนีบอปป้า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 20:30
    ฮื่อออ ได้กลิ่นดราม่า?55555 สรุปพี่จินเป็นไรง่าา อยากรู้;^;
    #4,999
    0
  5. #4992 Parkbyun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 22:47
    ฮื่อพี่จินน บอกฮันบินเถอะนะทุกคนเป็นห่วงพี่จิน
    #4,992
    0
  6. #4990 beam! (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 23:25
    ไม่น้าาาาพี่จินนนนน
    #4,990
    0
  7. #4985 threestrawberry (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 10:34
    ง่อววว ไม่อยากดราม่าอ่ะ
    #4,985
    0
  8. #4980 Wizard_ELF (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 10:48
    งานดราม่าจะมามั้ยเนี่ย
    #4,980
    0
  9. #4978 『CHXRBEEM』 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 04:21
    ฮืออ สงสารพี่จิน
    #4,978
    0
  10. #4977 _IP-P.VIP_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 23:53
    บอกฮันบินเถอะ ????????????
    #4,977
    0
  11. #4965 dihird (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 23:33
    จะร้องไห้ สรุปพี่จินเป็นไรโถ่คนดีของน้อง
    #4,965
    0
  12. #4964 hippo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:10
    พี่จินน่าสงสารจัง เริ่มเศร้าแล้ว
    #4,964
    0
  13. #4962 GotB76 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 21:19
    บอกฮันบินไปเถอะะะะ นะๆๆ
    #4,962
    0
  14. #4960 BB.boo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 20:33
    ไม่อยากให้ดราม่าเลยอ่ะ แงงงงงงง พี่จิน ฮันบินสู้ๆนะ
    #4,960
    0
  15. #4959 ksonespirit (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 18:35
    พี่จินเป็นอะไรอยากรู้แล้วว ????
    #4,959
    0
  16. #4958 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 16:30
    สงสารพี่จิน แอบโกรธบินเบาๆให้พี่จินรอตั้งนาน
    #4,958
    0
  17. #4957 bbbbbbb (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 15:26
    เปิดมาก็อัพพอดีเลยแงงงงง อยากรู้แล้วพี่จินเป็นอะไร
    #4,957
    0
  18. #4956 justmarkbam (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 14:32
    งืมมมมมมม พี่จินอ่าาาาาาา
    #4,956
    0
  19. #4955 Choi HyO HyuN (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 14:20
    ไรท์ไม่อัพนานจนต้องอ่านใหม่ ลืมว่าถึงตอนไหน555 มาต่อเร็วๆนะคะ
    #4,955
    0
  20. #4954 Choi HyO HyuN (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 14:20
    ไรท์ไม่อัพนานจนต้องอ่านใหม่ ลืมว่าถึงตอนไหน555 มาต่อเร็วๆนะคะ
    #4,954
    0
  21. #4953 ZoZo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 13:57
    พี่จินจะไปล่ะหรอ งื้ออออ
    #4,953
    0
  22. #4952 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 13:10
    มาต่อไวๆนะไรท์~~ จะดราม่าเหรออ ??
    #4,952
    0
  23. #4949 บีจินสิลูก (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 15:57
    ไม่เอานะะะ อย่าดราม่าเยอะ กลัว ;-; มาต่อเร็วๆนะไรท์ รอร้อรออออ
    #4,949
    0
  24. #4944 Wizard_ELF (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:16
    เราหลงมาล่ะ ยังไงก็มาอัพนะ เรารออยู่ อยากให้รู้ว่าเราคือหนึ่งกำลังใจที่ส่งให้ไรท์นะ
    #4,944
    0
  25. #4937 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 15:09
    เจ้าเก่าเจ้าเดิมมมมม 555
    #4,937
    0