[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 76 : EP.15 ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    26 ส.ค. 60

Upside Down


#2209UpsideDown
โลกของผม โลกของคุณ โลกของเรา ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม




Welcome To The Upside Down

EP.15

สุดท้าย ฉันก็ไม่มีใคร
ฉันได้แต่ทบทวนว่าทำไม
ชีวิตมันต้องเจ็บช้ำ
แค่อยากจะรู้ รักนั้นคืออะไร
ยิ่งฉันเรียนรู้มันมากแค่ไหน
ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ


ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ - บอดี้สแลม






"พี่อยากให้แจ็คพัก ไม่ใช่ว่าที่ทำอยู่มันแย่ แต่ตอนนี้พี่คิดว่าเราไม่ต้องการผู้จัดการของวงอีกต่อไป บีเองก็ต้องทำงานเดี่ยวให้มากขึ้น ฉะนั้นเราเลยต้องหาคนมาดูแลตารางงานของบีคนเดียวซึ่งต้องเป็นคนที่สามารถเมเนจเวลาพักและเวลางานได้ดีกว่านี้"


เขากำลังโดนไล่ออก...ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับมาทำงานวันแรก ช่วงเวลาที่ผ่านมาอาทิตย์กว่า กวินเข้าใจดีว่าพอเขาป่วยทางบริษัทก็เลยต้องหาคนมาเคลียร์ตารางงาน แถมไปหนักทางพิพัฒน์ที่ต้องปฏิเสธบางงานแทนเพราะความไม่พร้อมหลายๆ อย่าง

กวินได้แต่รับฟังอยู่เพียงลำพัง ก่อนหน้านี้จอมพลโดนเรียกเข้ามาและถูกยื่นข้อเสนอใหม่และแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งทีเ่พื่อนของเขาปฏิเสธมาตลอด 'งานเดี่ยว' แถมยังเป็นงานแสดงที่เจ้าตัวไม่ถนัดเลย แต่เพราะช่วงนี้กระแสของวงดรอปลงไปตามตลาดที่เดี๋ยวนี้นักร้องส่วนมากก็ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการรับงานแสดงต่างจังหวัดที่มีต้นทุนสูงแต่รายรับกลับสวนทางกัน คอนเสิร์ตและงานโชว์ตัวที่เคยมีก็ลดลง เหมือนกับงานของกวินที่ลดลงไปตาม เพราะต่อไปนี้ การโปรโมตจะเปลี่ยนทิศทางไป


"บริษัทจะชดเชยให้เท่ากับอายุที่แจ็คทำอย่างยุติธรรม แต่หลังจากนี้พี่ต้องวานให้แจ็คสรุปงานให้ผู้จัดการคนใหม่ของบีที่จะมาเริ่มงานพรุ่งนี้ เขาจะมาดูแลบีห่างๆ สิ่งที่รู้มีเพียงตารางการทำงาน ที่อยู่และ เรื่องส่วนตัวบางเรื่อง เช่นเรื่องแฟนซึ่งพี่ปล่อยให้บีทำตามอำเภอใจมานานมากแล้วเพราะเห็นว่าเป็นแฟนที่คบกันมาตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการหรอกนะ แต่หลังจากนี้คงไม่ได้แล้ว" 

"เอ่อ ครับ..." กวินก้มหน้ารับรู้และคิดว่าต่อจากนี้จอมพลน่าจะงานเข้าแน่ๆ หากผู้ใหญ่ในบริษัทจับได้ว่าคบกับใครอยู่

"ก็ดี ยังไงเดี๋ยวผู้จัดการคนใหม่พี่ต้องให้เขาเข้มงวดกับบีมากขึ้น จะให้อยู่ไกลหูไกลตาเดี๋ยวไปมีข่าวไม่ดีอะไรอีก"


ตอนนี้กวินก็ไม่ต่างจากคนตกงานที่มองไม่ห็นอนาคตเลยว่าจะไปทำอะไรต่อ แต่หลังจากที่เดินออกมาจากห้องผู้ใหญ่ ก็เจอนักข่าวและทีมงานออดิชั่นที่คุยกันอย่างสนุกปาก


"ผู้ใหญ่ส่งมาแบบนี้ คนอื่นก็ตกรอบหมดปะวะ บีโคตรซวยเลย เดี๋ยวเปิดกล้องเมื่อไหร่คนก็เตรียมจับผิดได้เลย เกิดเล่นห่วยขึ้นมานี่ไม่รู้จะเขียนข่าวอวยยังไงเลย"

"ใช่ แล้วนี่มาออดิชั่น เพื่อนในวงจะว่าไงอะ งานวงน้อยลงงี้พิพัฒน์ปวดหัวแน่เล่นมาสร้างกระแสงานเดี่ยวซะงั้น"

"เห็นว่าให้ทางพี่องอาจมาดูคิวงานแทนแจ็คใช่มะ"

"มึงๆ..."


เสียงเม้ามอยค่อยๆ เงียบหายไปก่อนที่ทุกสายตาจะมาองมาที่เขา กวินได้แต่ก้มหัวทักทายตามมารยาทให้เล็กน้อย แต่ก็เก็บสีหน้าที่รู้สึกผิดหวังไม่ได้เลย เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงโดนปลดกลางอากาศแบบนี้ หรืออาจจะจริงที่เขาปล่อยให้เพื่อนทำอะไรตามใจชอบจนบริษัทต้องมานั่งเสียเวลาแก้ข่าววุ่นวาย ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ที่เขานอนอยู่โรงพยาบาลมันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น...ที่ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นข่าวไม่ดีที่ต้องไปตามแก้ข่าวกัน



..................



"พ่อบอกว่าไม่อยากให้เราเครียด แต่พี่ว่าพ่อทำแบบนี้เรายิ่งเครียดมะ? อะนี่ โทรศัพท์ พี่ซื้อให้เก็บดีๆ อย่าบอกพ่อนะ"

หญิงสาวยื่นกล่องโทรศัพท์ราคาแพงให้น้องชายก่อนจะนั่งลงข้างๆ และโอบไหล่บางของคนที่เอาแต่นั่งกอดเข่าอยู่ริมสระน้ำไม่ทำอะไรเลยนอกจากเหม่อไปวันๆ จนเธอทนไม่ไหวที่จะเห็นอนิลเป็นแบบนั้น

"ขอบคุณครับ.."

"ส่งเรามาอยู่นี่ก็คงเป็นห่วงแหละ ไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย มานี่อย่างน้อยแม่เขาก็ดูเราได้ แล้วเรื่องเรียนโทว่าไง? ยังอยากเรียนไหมที่แม่เขาถามอะ"

"เรียนก็ได้...แต่เอินไม่รู้จะเรียนอะไร"

"อืม ช่วยนี้เอินก็พักไปก่อนแล้วกัน พี่จะคุยกับแม่ให้ว่าอย่าเพิ่งเร่งให้เราตัดสินใจตอนนี้ ไปหาเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันตอนมัธยมดิ ไม่ได้เจอกันนานเลยนี่นา" 


แทมมี่บอกน้องชายก่อนจะขยี้ผมสีอ่อนแล้วลูบหัวน้องด้วยความเอ็นดู เธออยู่ที่อเมริกาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นสาวและแต่งงานอยู่กินกับสามีลูกครึ่งจีนอเมริกันจนตอนนี้ก็ได้สัญชาติจนไม่เคยได้ใช่ชื่อหรือฐานะของคนไทยที่นี่อีก เธอกลายเป็นอเมริกันชนที่พ่อยินดีมากกว่าที่จะให้ลูกๆ ไปอยู่กรุงเทพฯ แต่ที่ส่งอนิลกลับไปตอนนั้นก็เพราะอยากปรับพฤติกรรมเบี่ยงเบนที่คิดว่าอยู่กับเพื่อนแล้วทำให้มันแย่ลง แต่สุดท้ายอะไรก็เปลี่ยนน้องชายเธอไม่ได้

 แต่ก็แปลกเหมือนกันที่กลับบ้านมาคราวนี้ อนิลกลับดูโตขั้นมากเหมือนคนละคนและมีสีหน้าที่ดูเศร้าจนเธอเป็นห่วง เหตุการณ์ร้ายๆ ที่น้องชายเธอประสบมามันเป็นปัญหาที่พ่อกับแม่บอกว่าเรื่องขับรถชนก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องผู้ชายที่เอินคบอยู่นี่แหละปัญหาใหญ่..จากคำพูดของพ่อที่ฝากฝังน้องชายที่อายุน้อยกว่าเธอถึง 6 ปี ไว้ก่อนจะส่งน้องนั่งเครื่องมา


"หลังเกิดเรื่องไม่เห็นมันจะมาใส่ใจ แถมเป็นบ้าเป็นบอเสียสติ ผู้ชายอ่อนแอแบบนี้เหรอจะดูแลน้องชายเรา พ่อไม่อยากให้เอินต้องไปเสียเวลาอยู่กับคนที่ดูแลเขาไม่ได้ จะมีแฟนพ่อไม่เคยห้ามแต่คนที่ดูแลไม่ได้แถมยังดูเหมือนจะสร้างภาระให้แบบนี้คบก็เสียเวลาเปล่า กลับมาอยู่นี่น้องจะคบใครลูกก็ช่วยดูหน่อยแล้วกัน" 


"เอินคิดถึงจีน ไม่รู้ตอนนี้มันเป็นยังไงบ้าง..."

น้ำเสียงที่สั่นเครือ เอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงมาเปรอะเปื้อนแก้มใส มือกดโทรศัพท์พยายามซิงค์ข้อมูลจากแอคเค้าท์เก่า และไล่หาเบอร์ติดต่อเพื่อนคนเดียวที่เจ้าตัวมีอยู่ 

"คิดถึงก็โทรไปสิ แต่เอินรู้ใช่ไหมว่าเราอ่อนแอได้ แต่ก็ต้องเข้มแข็งให้เร็วนะ ไม่ใช่มานั่งซึมแบบนี้ ตั้งแต่เอินเกิดมาครอบครัวเราก็เลี้ยงเอินมาอย่างดีและไม่เคยทำให้เอินเป็นเด็กมีปัญหา ฉะนั้นเอินอย่าสร้างปัญหาให้ตัวเอง อย่าจมอยู่กับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว พ่ออาจจะทำไม่ถูกที่ส่งเอินมาโดยไม่ให้รับผิดชอบอะไร แต่นั่นมันก็เป็นการแสดงออกถึงความรักและปกป้องคนที่เขารักในวิธีของเขา แม่เองไม่เห็นด้วยนะ ถึงได้บินกลับมาก่อน เห็นว่าตอนงานศพผู้หญิงคนนั้นแม่เขาก็ไป แอบไปด้วยนะ เพราะพ่อไม่อยากให้ไป ญาติๆ ของผู้หญิงคนนั้นก็คุยกับแม่เรื่องที่ขอบคุณที่ช่วยเหลือแต่..."


แทมมี่ลดเสียงลงก่อนจะหันซ้ายหันขวามองกลัวแม่จะเดินมาได้ยิน และคุยต่อ...


"แต่เหมือนญาติของคุณพิมพ์จะบอกแม่เรื่องที่พ่อช่วยฝากพิมพ์เข้าเป็นแอร์ แม่ก็เลยทะเลาะกับพ่อใหญ่เลยว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ก็ไม่ได้รับเด็กมาพิจารณาเองก็จริง แต่ก็เหมือนสมรู้ร่วมคิดกับคนในบอร์ดบริหารอะ พ่อนี่หงอยไปเลย เอินไม่รู้เรื่องนี้ใช่ปะ?" 


อนิลได้แต่ส่ายหน้า เพราะเขาไม่อยากโดนแม่ว่าอีกคน แม้จะรู้รายละเอียดตรงนี้ตั้งแต่วันที่ไปหาพ่อ 

นี่สินะที่เขาบอกกันว่า ความลับไม่มีในโลก...



....................



สองมือประสานกันไว้ที่หน้าตัก ขณะที่เชิญให้มานั่งรอ กวินไม่รู้ว่าทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่ ทั้งที่คิดว่าจะกลับบ้านไปหาหลานแต่สุดท้ายก็เลี้ยวรถมาที่บริษัทของพ่ออนิล ที่อยู่ไม่ไกลจากทางกลับบ้าน เพราะเขาเคยสืบเรื่องพ่อแม่อีกฝ่ายถึงรู้แม้กระทั่งที่ทำงาน เหมือนว่าคุณอรัญจะเป็นนักธุรกิจที่บินไปมาระหว่างประเทศจนแทบไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวเท่าไหร่ แต่ก็นับว่าโชคดีที่วันนี้เหมือนอีกฝ่ายจะเข้าบริษัทพอดีเพราะมีประชุมด่วน


"คุณกวินคะ คุณอรัญให้มาเชิญไปห้องทานอาหารชั้นบนค่ะ"


สิ่งที่คาดหวังกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสมอไป เขาเคยคิดว่าคนที่มีอิทธิพลที่สุด และยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งน่าเกรงขามและอาจจะเข้าถึงตัวยาก คิดว่าคงจะต้องรอทั้งวันที่จะได้เจอ หรืออาจจะถูกปฏิเสธไม่ให้พบ แต่ตอนนี้เขากลับเดินตามขึ้นมาห้องอาหารชั้นบนของบริษัทซึ่งไม่ได้หรูหรา แต่ก็เป็นห้องอาหารที่พนักงานทั่วๆ ไปมานั่งกินอาหารกัน มุมที่ถูกจัดเอาไว้อยู่ติดหน้าต่างที่มองออกไปเห็นวิวตึกสูงใหญ่ในกรุงเทพ เขามองคนที่กำลังนั่งกินข้าวโดยไม่เร่งรีบนัก อีกฝ่ายกินอาหารง่ายๆ ที่ดูไม่ได้หรูหราเหมือนฐานะที่ใหญ่โต ความจริงฐานะทางบ้านของกวินก็ไม่ได้แย่เพียงแต่ที่รวยและมีอำนาจจริงๆ มันคือพี่ชายเขา ไม่ใช่ตัวเขา...


"นั่งสิ กินข้าวมารึยัง?" 

"ยังครับ..." กวินตอบไปตามตรงเพราะตั้งแต่เช้ามีเพียงกาแฟแก้วเดียวที่แวะซื้อตอนไปส่งหลานไปโรงเรียน

"ข้าวผัดชาฮั่งที่นี่อร่อย ลองดู" 


กวินได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก เหมือนคนเบลอๆ ที่ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงกับอีกฝ่าย 

ดูเหมือนนิสัยที่มองหน้าแล้วไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ที่อนิลเคยทำกับเขา น่าจะได้รับมาจากพ่อเต็มๆ 


ที่นั่งตัวเกร็งมาตลอดก็รู้สึกสบายขึ้นเมื่ออาหารมาถึง คุณอรัญปล่อยให้กวินนั่งกินข้าวเงียบๆ ถามแค่อร่อยไหม? ชอบไหม? แค่นั้นที่พูดกันบนโต๊ะอาหาร จนกระทั่งกวินฟาดทุกอย่างในจานจนเรียบเพราะหิวมากไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน พอเงยหน้าก็เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา...สายตาที่เหมือนกับอนิล


"เอินไม่ค่อยเหมือนฉันหรอก เขาหน้าตาน่ารักเหมือนแม่เขาตอนสาวๆ น่าจะมีแค่ตาที่คล้ายฉัน" 

สิ่งที่อีกฝ่ายพูดและยิ้มให้ ราวกับอ่านความคิดของเขาออก


"ครับ..คือผมอยากเจอเอิน ผมทราบมาว่าเอินไปอเมริกาแล้ว แต่..."

"ฉันให้เขาไปเอง ไม่ใช่เพราะเรื่องอุบัติเหตุแต่เป็นเรื่องของเธอ ฉันพอจะรู้มาบ้างว่าเธอกำลังจะแต่งงานและหมั้นกับผู้หญิงคนนึงไว้แล้ว เพราะเอินเป็นคนบอกให้ฉันคุยกับกวีเรื่องถอนหมั้น ดูเหมือนลูกฉันจะทำอะไรไม่ปรึกษาเธอ" 


ตอนนี้สมองของกวินค่อนข้างทำงานหนักจนเหงื่อเริ่มซึมขึ้นมาตามไรผม เขาไม่รู้ว่ามีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครบอกและเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนิลเป็นคนทำให้เขากับยลรดาถอนหมั้นกันได้อย่างราบรื่น เป็นครอบครัวของฝ่ายนั้นด้วยซ้ำที่ขอให้ลูกสาวถอนหมั้นกับเขา กวินได้แต่นั่งเงียบและทบทวนความจำที่หายไป เขาทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ? แสดงว่าที่อนิลไปก็ไม่ใช่เพราะเลิกกันดีๆ แล้วไปเหมือนที่จอมลพลบอกเขาว่าทะเลาะแล้วก็เลิกกันไปและอนิลไปอเมริกาเอง


"ฉันรักลูกของฉัน และฉันรู้ดีว่าเขารักเธอ แต่ฉันไม่ต้องการให้ลูกคบกับคนที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้แถมยังทำตัวเหมือนเป็นมือที่สามแย่งแฟนคนอื่นมาอีก ลูกฉันทั้งหน้าตาดีและเพียบพร้อมทำไมเขาต้องมาอยู่ในสถานะที่ต้องแคร์คนแบบเธอ?" 


กวินได้แต่นั่งเงียบรู้สึกหน้าชาจนไม่สามารถจะมองสบตาอีกฝ่ายได้ คำพูดทุกคำไม่ได้ออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดหรือมีคำหยาบคาย แต่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่จนปวดแสบปวดร้อนไปทั้งหน้าเพราะคำว่า 'คนแบบเธอ' 

คนแบบเขางั้นเหรอ? 


"เอินจะไม่กลับมาที่นี่อีกจนกว่าฉันจะอนุญาต และที่สำคัญเลิกยุ่งกับเขาซะ ลูกของฉันบาดเจ็บมากพอแล้วที่จะต้องมาชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจก่อ ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนที่เอินขับรถชนมีความสำคัญกับเธอมาก แต่ลูกฉันก็สำคัญเหมือนกัน ในขณะที่เธอนอนเป็นบ้าเป็นบออยู่โรงพยาบาลเพราะผู้หญิงคนนั้น  ลูกชายฉันหัวใจสลายและเอาแต่นอนร้องไห้โทษตัวเองที่ขับรถประมาททั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นเดินลงมาจากฟุตปาธไม่มองเลยว่ารถกำลังจะเลี้ยวเข้า ตอนแรกเราจะขอให้เธอเป็นพยานแต่ทางทนายบ้านเธอบอกว่าเธอไม่พร้อมสุดท้ายเราก็ได้หลักฐานจากกล้องหน้ารถของรถที่จอดอยู่แถวนั้นมาเป็นพยานและเอินก็พ้นผิด เธอดูสิว่าฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกแค่ไหน ฉันโดนเมียด่าจนหูชาเรื่องที่เอาแต่จัดการทุกอย่างเหมือนลูกเป็นเด็กสองขวบ แต่ฉันรักเขาไง ถ้าเธอมีลูกบ้างเธอจะรู้ว่าเธอจะยอมทำทุกอย่างเหมือนที่ฉันทำ และฉันคิดว่าเธอรักเอินไม่เท่ากับที่เขารักเธอ...เอาล่ะ ฉันคงมีเรื่องจะบอกเธอแค่นี้ อ่อ ถ้าอยากจะแก้ไขอะไรละก็ เริ่มต้นจากตัวเองดีกว่า อย่าใช้ความอ่อนแอมาเป็นเหตุผลให้ตัวเองกลายเป็นคนขี้แพ้ ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ผ่านมาเอินรักเธอจริงๆ หรือเขาสงสารเธอ"

 


ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายลุกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทุกอย่างรอบตัวค่อยๆ มืดลงตามแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้า กุญแจที่ปลดล็อคความทรงจำได้ไขปริศนาและหยิบเอาความทรงจำที่สมองได้ฝังเอาไว้ในส่วนลึกเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง 

เขาไม่ร้องไห้ และไม่ฟูมฟายอีกต่อไป หัวใจของเขาเต้นแรงและรู้สึกเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออก ภาพในวันที่เกิดอุบัติเหตุย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ เขาอยู่ตรงนั้นและเห็นร่างของพิมพ์ล้มลง มันไม่ได้กระเด็นเหมือนคนที่โดนรถชนอย่างจัง แต่รถที่แล่นมาเบรคกระทันหันและชนจนเธอล้มศีรษะฟาดพื้น

สิ่งแรกที่เขาทำในตอนนั้น...เขาพยายามที่จะวิ่งข้ามไปแต่มีรถบรรทุกใหญ่ขับมา จนคนที่อยู่ด้านหลังช่วยกันดึงเขาเอาไว้

ยังจำได้ถึงใบหน้าของอนิลที่หันมามองเขาด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ แต่เขาเบือนหน้าหนีและมองเพียงร่างของพิมพ์ที่นอนอยู่ หญิงสาวนอนนิ่งอยู่ตรงนั้นขณะที่คนเริ่มวิ่งมาดูและช่วยกัน รถของจอมพลขับมาจากเลนที่เปิดให้รถขับสวนขึ้นไปได้เพื่อระบายรถจากอีกฝั่ง รถของจอมพลจอดก่อนที่คนขับจะพุ่่งตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปหาและกอดพิมพ์เอาไว้


เขาเอาแต่ร้องไห้เสียสติและนั่งลงทุบอกชกหัวเหมือนคนโง่

ขณะที่อนิลหันมามองเขาและร้องไห้ออกมาเหมือนใจสลาย แต่เขากลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย...

ก็ถูกแล้วที่พ่อของอนิลพูด...

เขาเป็นคนอ่อนแอและขี้แพ้ เขาเอาแต่เสียใจเรื่องพิมพ์และลืมไปว่าคนที่เขาควรวิ่งเข้าไปหาควรเป็นอนิล 

เขาปล่อยให้คนที่รักเขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างเดียวดายจนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง พร้อมกับรถ CRV ที่ขับมารับอนิลไป


ช่วงเวลาที่เขาตกอยู่ในห้วงความคิด พนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่าร้านอาหารกำลังจะปิดแล้ว เขาเดินออกมาเหมือนเท้าลอยจากพื้น ไม่รู้สึกถึงสัมผัสของร่างกาย ไม่รู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง รู้เพียงแค่เมื่อเขากลับเข้ามาในรถและมองไปที่นั่งข้างกาย

ภาพของใบหน้าที่สวยงามหันมามองเขาด้วยสายตาและรอยยิ้มที่มีให้เขาเพียงคนเดียว มันชัดเจนอยู่ในความทรงจำ เหมือนกับอ้อมกอดของอนิลที่เคยกอดปลอบเขาและบอกกับเขาว่าไม่เป็นไร อ้อมกอดที่ทำให้เขาอุ่นใจและวางใจ ภาพในความทรงจำที่เคยมีอนิลอยู่ตรงนี้ ค่อยๆ จางหายไป และกลายเป็นภาพของพิมพ์ที่โบกมือให้เขาและก้าวลงจากฟุตปาธ


หากจะหาว่าใครคือต้นเหตุของทุกอย่าง ก็คงไม่มี...

เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจบอกให้พิมพ์ข้ามมาหา เขาแค่ทักไปเพราะขับรถมาแล้วเหลือบเห็นเธอยืนอยู่หน้าคอนโด เลยจอดรถรออยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ยูเทิร์นไปเพราะกว่าจะวนรถกลับมาพิมพ์ก็คงโบกแท็กซี่กลับไปแล้ว ก็เลยเลือกที่จะจอดรถแล้วยืนโบกมือให้เธอหลังจากแชทไปถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ 


แล้วก็ใช่...หากไม่มีคนผิดแล้วทำไมเขาต้องมานั่งเป็นบ้าเป็นบอแบบที่พ่ออนิลบอก เขาเสียใจและทำร้ายตัวเองอยู่หลายวันจนกระทั่งทุกอย่างดับมืดและตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกเพราะเขาลืม...

แต่คนรอบตัวเขาไม่เคยลืมว่าเขาเป็นอะไร และทำอะไรลงไปบ้าง นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทุกคนช่วยกันโกหก เพราะว่าเขาอ่อนแอเกินกว่าจะรับความจริงได้ สาเหตุเดียวกับที่คุณอรัญบอกว่าไม่อยากให้ลูกมาคบกับคนขี้แพ้ที่ใช้ความอ่อนแอมาเป็นเหตุผลให้ทุกคนต้องเห็นใจ

แล้วตอนนี้เขาควรทำยังไง? ควรทำอะไรกับตัวเองก่อนดี? ควรทิ้งทุกอย่างดีไหม? ไปเริ่มต้นใหม่ที่ไหนสักที่ ที่เขาจะไม่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดที่ยังวนเวียนอยู่รอบตัวเขา....


ขณะที่คิดว่าจะทิ้งทุกอย่าง กลับมีบางอย่างที่เตือนให้เขาหลุดออกมาจากห้วงความคิด ภาพของเด็กผู้หญิงตัวน้อยในอ้อมกอดเขากำลังยิ้มให้ผ่านหน้าจอที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของฝนทิพย์ที่วีดิโอคอลมาหาเพราะหลานสาวของเขาคงงอแงอยากคุยด้วย


"ว่าไงครับ" กวินทักเมื่อกดรับและยิ้มให้หน้าจอที่มีน้ำหวานหัวเราะให้กล้องเหมือนเธอกำลังจะกินข้าว

(อาแจ็คบอกหลานกินข้าวหน่อย นี่หลานรออาแจ็คจนหกโมงแล้วอะ) เสียงของฝนทิพย์ดังลอดมาจากในจอ คงจะยืนถือโทรศัพท์ข้างๆ หลาน

"น้ำหวานกินข้าวเร็วคนเก่งเดี๋ยวอาซื้อของเล่นไปฝากดีไหม?"

(ลู่ก่าย ลู่ก่าย นะหวันจะเอาลู่ก่าย) เสียงกรี๊ดกร๊าดดีใจของน้ำหวานที่พูดว่าลูกไก่ซ้ำๆ ราวกับค้อนที่ทุบอกซ้ายของเขาแรงๆ 

"ครับ เดี๋ยวอาซื้อให้นะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน น้ำหวานดูเอลโม่รออาก่อนนะ"

(งื้อๆ มาๆ ลู่ก่าย โด้ย น้า)


ก่อนวางสายไป กวินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาแต่หลานคงไม่ทันเห็น ความเข็มแข็งที่ทนฝืนอยู่ได้พักใหญ่พังลงเพราะคำพูดของหลานสาววัยสองขวบ สองมือได้แต่ปิดหน้าตัวเองและร้องไห้ออกมา เพราะเขาไม่รู้จะไปหาลู่ก่ายมาให้หลานได้ยังไง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้พี่ลูกไก่ของน้ำหวานหนีไปอยู่ไหน ตอนนี้ทั้งหัวใจมันมีแต่คำว่าคิดถึง แต่ทำได้ดีที่สุดคือถอดสร้อยข้อมือที่สวมไว้มากดจูบลงอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่หวนคิดถึงเจ้าของที่ให้มันเอาไว้กับเขา คำพูดบางคำที่เขาไม่รู้ว่าเคยได้ยินมันมาจากไหนแต่จู่ๆ มันกลับดังอยู่ในจิตใต้สำนึกที่ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ


"เอิน ฮึก... ไม่ว่าเอินจะอยู่ที่ไหน อย่าลืมแจ็คนะ ฮึก อย่าลืมว่าเรารักกัน ...อย่า..ลืม"


เขาไม่ได้ตัวคนเดียว และไม่สามารถหนีความเจ็บปวดไปได้อย่างใจ เขายังมีหลานสาวตัวน้อยๆ ที่รอให้เขากลับไปหา หากจะต้องแก้ไขตัวเองอย่างที่พ่อของอนิลบอก เขาต้องลำดับความสำคัญให้ถูกต้องก่อน ซึ่งเขาไม่สามารถทิ้งน้ำหวานไปได้เพราะน้ำหวานเป็นความสำคัญแรกในชีวิตเขา 

น้ำหวานคือคนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังต้องการเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนขี้แพ้และโง่เขลาสำหรับใคร 

แต่น้ำหวานยังคงมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและคิดถึงเขาอยู่เสมอ....



........50%.........



"ขำอะไร? มีอะไรตลก?"

คนขับหันมาถามซ้ำเป็นรอบที่สองหลังจากที่ไม่ได้รับคำตอบแถมคนที่นั่งมาด้วยยังเอาแต่อมยิ้มไม่หือไม่อือใดๆ 

หลังจากที่จบงานออดิชั่นและคนที่ถูกเลือกก็เป็นจอมพลที่ได้เซ็นสัญญาเล่นละครของทางค่างเอ็กซิกท์หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็นัดเจอกันที่ร้านกาแฟตรงข้ามตึกลานจอดรถที่ลับตาคนมากพอที่จินตภัทรจะรีบขึ้นรถและกลับคอนโดพร้อมคนรักได้ แต่ความลับที่รู้มาก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นความลับที่จินตภัทรไม่ยอมบอกอีกฝ่ายว่ารู้อะไรมาปล่อยให้ถามซ้ำๆ จนเริ่มหงุดหงิด


"ก็เล่นไปนี่เห็นบอกไม่ถนัดการแสดง"

"แค่พูดไม่กี่ประโยคเนี่ยนะเล่นได้ นี่ต้องไปนั่งเรียนการแสดงอีกจะเอาเวลาที่ไหนมาเจอกันเนี่ย ไอ้แจ็คแม่งหายหัวไปไหนไม่รู้โทรไปก็ไม่รับ" 

คนขี้บ่นพูดอยู่คนเดียวจนจินตภัทรหลุดขำอีกรอบ ไม่รู้อะไรที่ทำให้ทุกอย่างมันดูตลกไปหมด หรือเพราะเขาอารมณ์ดีมากเกินไป...

"ก็ไม่เห็นต้องเครียด ทุกคนก็ต้องเรียน น้องแก้มยุ้ยก็ต้องเรียน"

"เออ ใช่ แก้มยุ้ยอะ เพิ่งรู้ว่ามาแคสด้วย น้องเขาเป็นเพื่อนกับน้องสาวไอ้แจ็คนะ ตั้งแต่มัธยมมั้ง อยู่กลุ่มเดียวกันเคยเจอตอนที่แบมไปตามดูคอนฯ ที่ร้านเล่นสด เพราะรู้จักกันด้วยมั้งเลยเล่นได้ไม่เกร็งมาก แต่ก็แปลกใจใครเลือกมา"

"จีนเลือกเองสิ น้องเขาน่ารักดีนะ สวยและดูฉลาดพอที่จะเล่นเป็นลลินมาก หน้าตาอาจจะสวยคมไม่หวานเหมือนในหนังสือแต่ถ้าแต่งหน้าให้อ่อนลงทำสีผมใหม่ก็โอเคแหละ" จินตภัทรพูดไปตามที่รู้สึก เขาไม่ได้ติดปัญหาอะไรกับเด็กสาวเลยแถมเลือกมาเองกับมือเพราะตรงกับบทมากกว่าใครในกรุ๊ปที่มาแคสติ้งพร้อมกัน

"แต่น้องเขาเป็นแฟนคลับไง ถ้าไอ้แจ็ครู้นี่มันค้านหัวชนฝาแน่ มาเล่นละครด้วยกันงี้แฟนคลับคนอื่นจะคิดยังไง ใครๆ ก็รู้ว่าแก้มยุ้ยเป็นแฟนคลับเรา มีแต่คนหาว่าใช้เส้นทั้งพระเอกนางเอกละเนี่ย"


ร่างเล็กได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาความขี้บ่นและเอาแต่โวยวาย แต่สักพักประเด็นก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นเรื่องของเขา


"เออ ตอนก่อนเข้าห้องมามีเรื่องอะไร ทำไมตาแดงแบบนั้น ร้องไห้เหรอ?" สีหน้ากังวลของคนขับหันมามองหน้าคนที่นั่งข้างๆ แว่บหนึ่งก่อนจะหันไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ

"ไม่มีอะไรแสบตาเฉยๆ" จินตภัทรตอบปฏิเสธไปก่อนเพราะยังไม่รู้จะเริ่มต้นคุยเรื่องที่รู้มาจากพิพัฒน์ยังไง เซนซ์บางอย่างมันบอกให้เงียบไว้เพราะมันน่าตื่นเต้นดีถ้าหากอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตัวเองคือรักแรกของเขา เพราะถ้าพูดไปตัวเขาเองก็อายเหมือนกัน


ดูเหมือนคนฟังจะไม่เชื่อแบบนั้น เพราะจู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมาวางไว้บนศีรษะของจินตภัทรแล้วโยกไปมาเบาๆ มันเป็นความรู้สึกที่เอ็นดูและอยากปลอบโยนแม้ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ร่างเล็กหันไปยิ้มให้จนตาหยีก่อนจะดึงมือหนามาไว้บนตักและประสานนิ้วเรียวไว้กับฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่าย 

จริงๆ แล้วจอมพลก็เป็นพี่ที่อายุมากกว่า แต่เพราะไม่เคยทำตัวเป็นผู้ใหญ่หรือวางอำนาจใส่เขา ก็เลยไม่เคยเรียกว่าพี่เลยสักครั้ง พอคิดถึงตอนที่ยังเป็นเด็กพอแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างดีๆ ก็มีเค้าสมัยมัธยมเหมือนกัน โตขึ้นมาแล้วหล่อขนาดนี้ได้ยังไงนะ


"บี..."

"หื้ม?"

"ไปทำจมูกมาปะ?" 


พอถามออกไปตรงๆ อีกฝ่ายก็หันมาแยกเขี้ยวใส่แล้วเถียงเป็นพัลวัน


"จมูกพ่อแม่ให้มา โหยนี่จะหยามไปและ แม่เอาไม้หนีบผ้ามาหนีบดั้งให้ตั้งแต่ห้าขวบจะบอกให้ อิจฉาอะดิ ตัวก็เล็กจมูกก็มีอยู่แค่นั้นอะ" ไม่เถียงเปล่ายังจะมีแอบแซวจินตภัทรที่จมูกได้โด่งมากเท่าอีกฝ่าย เพราะก็มีแค่พอวางแว่นได้ก็พอใจแล้ว

"อ้าวไม่รู้นี่ แต่ก่อนไม่เห็นเป็นงี้" จินตภัทรแอบบ่นจนปากจู๋อย่างลืมตัวเลยว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาเคยเห็นคุณนักร้องตอนมัธยมแล้ว คิ้วหนาเลิกขึ้นก่อนจะหันมาถาม

"แต่ก่อนไหน?" 

"ก็....แบบ รูปตอนเด็กๆ มีป่าวล่ะ ไหนขอดูรูปตอนเด็กๆ หน่อย"


เกือบไปแล้ว....

จินตภัทรรีบเฉไฉไปถึงรูปตอนเด็ก ใจเต้นแรงเพราะกลัวหลุดพูดออกไป แต่เหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเขาเมื่อโทรศัพท์ของจอมพลดังขึ้นมาแทรก


"ครับ"


ดวงตารีหันไปมองวิวด้านนอกผ่านหน้าต่างรถที่ติดฟิล์มจนดำมืด จนมองไม่เห็นท้องฟ้า รู้เพียงว่ามีหยดน้ำไหลลงมาแต่ไม่ใช่หยาดฝน จินตภัทรแหงนมองฟ้าฝนก็ไม่ตก...แล้วมันน้ำอะไรละเนี่ย


เห้ย กาแฟ!


"บีๆ จอดรถก่อน จีนลืมกาแฟไว้บนหลังคารถอะ!"

เสียงแหลมๆ ของจินตภัทรหันไปแหวใส่แฟนหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่และเสียบบลูทูธเอาไว้ที่หู จอมพลหันมาขมวดคิ้วใส่อย่างลืมตัวเหมือนบอกให้เงียบ ใบหน้าของร่างเล็กก็ถึงกับเหวอไปแล้วนั่งทำปากยื่นมองกาแฟที่ไหลลงมาเป็นสายด้วยความเสียดาย หูก็แอบฟังคุณนักร้องคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


"ไม่ได้อะครับ พี่จะให้แจ็คออกพี่ต้องบอกผมก่อน ต่อให้พี่เป็นคนจ่ายเงินเดือนเขาแต่ผมเป็นคนแรกที่ต้องรู้ว่าใครจะมาดูแลคิวผม ....ถ้าแจ็คไม่กลับมาทำงานผมคงไม่ไปเรียนการแสดงอะไรนั่น ผมไม่แคร์ พี่เป็นคนบอกให้ผมไปผมก็ไป แต่นี่พี่มาไล่คนของผมออกโดยพลการมันไม่มีเหตุผล ...ครับ ไม่ครับ เรื่องพิมพ์ก็ส่วนเรื่องพิมพ์ แต่แจ็คมันเป็นเพื่อนผม แล้วผมไว้ใจมันคนเดียว"


ดวงตารีหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มที่ไม่เคยเห็นท่าทางดุดันขนาดนี้มาก่อน น้ำเสียงที่พูดกับคนปลายสายเรียกพี่ทุกคำ แต่ฟังแล้วน่ากลัวมากจริงๆ ไม่นานเหมือนจะตกลงกันไม่ได้ จอมพลก็ตัดสายทิ้งแล้วถอดบลูทูธสมอล์ทอล์คปาไปที่เบาะหลังเหมือนลืมไปแล้วว่าจินตภัทรนั่งอยู่ข้างๆ 

มือเรียวจิกเบาะแน่นเมื่อไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียวก่อนที่รถBMW Series 3 จะออกตัวด้วยความเร็วจนจินตภัทรต้องนั่งหลับตาปี๋เพราะกลัว เขามีความทรงจำที่ไม่ดีเท่าไหร่เกี่ยวกับรถชนนอกจากเรื่องพิมพ์แล้วก็ตัวเองนี่แหละที่ไปซ้อนมอเตอร์ไซต์บ้าๆ คันหนึ่งตอนเรียนมหาลัยแล้วพาเขาไปปาดหน้ารถบรรทุกจนลงรถขาเปลี้ยล้มทั้งยืนแถมร้องไห้ออกมาอย่างน่าอายต่อหน้าคนมากมาย


"บี...ช้าหน่อยได้ไหมอะ จีนกลัวอะ.." 

สุดท้ายก็ทนไม่ได้ เพราะยิ่งหลับตาก็ยิ่งหวาดเสียวและมวนในท้องไปหมด 

รถค่อยๆ ชะลอความเร็วลงตามคำขอ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะห่วงคนรัก เพราะเมื่อจินตภัทรเงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้ารถก็เต็มไปด้วยกาแฟที่มันหกราดลงมาเหมือนน้ำตก


"เชี่ยไรเนี่ย" 

เสียงสบถของคนขับทำเอาร่างเล็กสะดุ้ง เขารู้ว่าจอมพลไม่พอใจเรื่องที่ทำงานแต่พอได้ยินเสียงด่าออกมาแบบนี้ก็ทำเอากลัวจนไม่กล้าบอกว่าเป็นแก้วกาแฟตัวเองที่ลืมไว้บนหลังคารถ...


พอหักรถจอดข้างทาง แก้วกาแฟเจ้าปัญหาก็กลิ้งหลุนๆ ลงมาจากหลังคารถแล้วหล่น โป๊ะ! ลงที่กระโปรงหน้ารถอย่างสวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าพร้อมชื่อที่พนักงานแสนน่ารักเขียนชื่อเจ้าของลาเต้เย็นหวานน้อยไว้อย่างดิบดี 'K.JEEN ^___^'  ลาเต้แสนอร่อยที่หกราดรถBMW Series 3 สีน้ำเงินเข้มตั้งแต่หลังคายันไฟหน้ารถ...


"งือ..ก็บอกให้จอดแล้วอะ ก็ลืมอะ หนะ หกเลย..." 

มือเล็กๆ ทำเป็นชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปเรื่อย พยายามแก้ตัวก่อนจะนั่งหดคออยู่กับที่เพราะอีกฝ่ายถอนใจออกมา 


"ทำไมต้องทำตัวน่ารักด้วย รู้ไหมว่าเครียด" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมมองหน้าเหมือนหาเรื่อง แต่ดูเหมือนร่างเล็กจะเรียนรู้การเอาตัวรอดด้วยการทำตัวน่ารักเพิ่มขึ้นไปอีก

"หงึ...บอกยังอะ บอกดิว่าเครียด นี่ทำตัวปกติเลย น่ารักอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ" สีหน้าที่ตีมึนขณะที่โต้กลับ ทำเอาคนที่เครียดจนสมองแทบระเบิดเมื่อครู่หลุดหัวเราะขำปากแดงๆ ที่ยื่นใส่เขาตอนที่บอกว่าตัวเอง 'น่ารักอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ' มือหนาเอื้อมไปบีบแก้มนิ่มจนยืดออกก่อนจะพยักเพยิดไปที่กระจกรถ


"เนี่ย รับผิดชอบยังไง ลาเต้ราดเหนียวเต็มรถเลย"

"เอาน้ำยาล้างจานล้างก็ออกมั้ง...." คนที่มีแต่เทคนิคแม่บ้านหันมาตอบด้วยสีหน้าแบบเดิม สีหน้าที่เรียกเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย

"จะบ้าไง ใครเค้าจะเอาน้ำยาล้างจานล้างรถ เดี๋ยววนไปทางลัดแยกหน้าดีกว่า มีคาร์วอชอัตโนมัติอยู่ จ่ายค่าล่างให้ด้วยนะ"

"โหยไรอะ กาแฟก็ไม่ได้กิน ต้องมาจ่ายค่าล้างรถอีก"

"จะจ่ายค่าล้างรถหรือจะโดนทำโทษ..." สายตาของคนทำถามเรียกว่าบอกเป็นนัยๆเลยว่า ไอ้ทำโทษที่ว่านั่นคือทำอะไร จนคนตัวเล็กรีบพูดกลบเกลื่อนยินยอมจ่ายค่าล้างรถให้แต่โดยดี

 "เออ จริงๆ ค่าล้างรถมันก็ไม่แพงเนาะ งืมๆ ไปสิ ขับไป เดี๋ยวจ่ายให้"


ทั้งที่เขาเครียดแทบบ้า เพราะต้นสังกัดให้คนโทรมาแจ้งว่าผู้จัดการคนใหม่จะเข้ามาพรุ่งนี้เช้าให้เขามาด้วย แล้วบอกว่าตอนนี้กวินโดนจ้างออกไปแล้ว มันทำให้เขาโกรธจนอยากจะด่าให้แรงกว่านี้ถ้าไม่ติดว่ามีคนรักนั่งอยู่ในรถ แต่เพราะจินตภัทรที่ดูเหมือนจะเข้าใจและรู้ว่าควรจะทำตัวแบบไหน การเซ้าซี้ถามคงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา เลยแกล้งทำเอ๋อๆ ไปเรื่อยเปื่อยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้ง บางทีเขาก็คิดว่าตัวเองโชคดีเกินไปที่ได้มีคนรักที่พร้อมจะเข้าใจขนาดนี้....

รู้สึกโชคดีจนกลัวว่า วันหนึ่งถ้าต้องเจอกับโชคร้าย เขาจะรับมือกับมันยังดี...



ที่ศูนย์ให้บริการล้างรถ 24 ชั่วโมง อยู่ในปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีมินิมาร์ทด้วย จอมพลทิ้งรถให้พนักงานนำไปผ่านเครื่องอัตโนมัติก่อนจะพาแฟนตัวเล็กเดินมาหาอะไรกิน เขากับจินตภัทรสวมแว่นกรอบดำเหมือนกันเพียงแต่เขาต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนกุดสวมฮู้ดปิดหัวไว้ เพราะผมที่เซ็ทเอาไว้ตอนไปทำงาน ทั้งสองคนเดินอยู่ในมินิมาร์ทที่คนไม่พลุกพล่าน มือเล็กๆ หยิบขนมและของกินใส่ตะกร้าอย่างมีความสุขจนคนช่วยถือตะกร้าได้แต่มองว่านี่จะกินขนมอะไรนักหนา


"กินอะไรเนี่ย ทำไมไม่กินอะไรที่มันหนักๆ ท้อง มีแต่ขนมทั้งนั้นเลย"

"ก็ไม่ได้กินวันเดียวหมดปะ เอาติดรถไว้เวลารถติด บีก็จะได้กินด้วยไง"

จินตภัทรหันไปหยิบขนมและนำเสนออย่างภูมิอกภูมิใจ ขณะที่คนตัวสูงส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ขนมพวกนี้กินแป๊บเดียวก็หมดแล้วมีแต่คุ๊กกี้สีๆ กับปลาเส้นแบบนี้ จะกินแก้หิวอะไรได้ เดินจูงมือกันไปเรื่อยๆ เพราะในมินิมาร์ทไม่มีใคร แต่พอจินตภัทรหันไปเปิดตู้แช่ก็เห็นเงาสะท้อนเหมือนเลนส์กล้องจากด้านนอกร้านก็รีบหันกลับไป เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวแล้วเก็บกล้องใส่กระเป๋าก่อนจะเดินหนีหายไปในความมืดในทันที


"มีอะไร?"

"เด็กคนนั้นอะ มีกล้องใหญ่มากเลย จีนเห็นนะ เขาแอบถ่ายรูปเราอะ" 

สีหน้าเป็นกังวลของจินตภัทรทำให้จอมพลคิดถึงพิมพ์ ก่อนหน้านี้พิมพ์ก็เคยเอาแต่ระวังตัว และหวาดผวาไปหมด จนสุดท้ายก็ต้องแยกกันอยู่และใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข

แต่คราวนี้เขาจะไม่ให้มันเป็นแบบนั้นอีกแล้ว...


"ช่างเขาสิ ก็ถ่ายไป อยากถ่ายก็ถ่ายไป ขี้เกียจมานั่งโกหกเหมือนกัน ชอบเหรอศิลปินมาโกหกว่าไม่มีแฟนเพื่อรักษาน้ำใจ เคยชอบนักร้องคนไหนมะ?"

"หงึ...ชอบพี่โย่งอาร์มแชร์ แต่พี่โย่งตอนเป็นแฟนพี่ก้อยก็ไม่ปิดนะ"

"ก็ใช่ดิ แล้วเราต้องกลัวทำไม? ไปเหอะ รถล้างเสร็จแล้วหล่ะ รีบกลับไปนอนกอดกันดีกว่า"

พูดจบมือหนาก็คว้าข้อมือบางให้เดินตามไปที่เค้าน์เตอร์จ่ายเงิน เขาไม่สนหรอกว่าพนักงานจะมองเพราะเห็นผู้ชายสองคนยืนจับมือกัน หรือจะจำเขาได้ในฐานะนักร้องดัง เขาจะไม่อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว....



..........TBC...........

#2209UpsideDown



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18125 Cartoonpbct (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 15:27
    งื้อออ จอมพลน่ารักอะ ส่วนกวินนี่จะตามอนิลเจอได้ยังไง ฮืออ สงสารอะ
    #18,125
    0
  2. #15099 P.Ploy Kung (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 16:04
    จอมพลแมนมั่กกกก ที่จอมพลถามว่าชอบเหรอศิลปินที่โกหกว่าไม่มีแฟนให้แฟนคลับสบายใจอ่ะ มันก็นะเปิดเผยก็ดีแต่ก็ไม่รู้สิมันก็แอบเสียใจนิดๆนะถ้าเขามีแฟนอ่ะ ฮือออออออ
    #15,099
    0
  3. #14504 deffjb (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 22:40
    เขินพี่บี
    #14,504
    0
  4. #14299 JubJujube (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 08:53
    แจ๊คเข้มแข็งไวๆนะ มาเป็นกำลังใจให้เอินด้วย
    #14,299
    0
  5. #14298 DefjeffAum (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 00:07
    ความลับไม่มีในโลก ใครกันที่ตามมาแอบถ่ายรูปถึงขนาดนี้เลย จะมากเกินปัยละะ จะเปงแฟนคลับหรือจะเปงซาแซงยัยบ้า
    แต่ก็แฟนคลับรู้ว่าคบใครมันจะไม่ปลอดภัยกับจีนไงจอมพลลล ฮืออออ ขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายๆเถ้อออ เป็นห่วงมาก
    แอบกังวลนิดๆเรื่องแก้มยุ้ยอ่ะ เป็นแฟนคลับบีด้วยแล้วคนอื่นเค้าก็รู้ด้วยมันอาจจะไม่ดีแน่
    #14,298
    0
  6. #14297 Jubjifz (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 23:17
    ชอบที่บีดังแค่ไหนก็ยังคิดถึงแจ็คที่เป็นเพื่อนด้วยกันมาอะ บียอมทะเลาะกับบริษัทเพื่อที่อยากจะให้แจ็คกลับมาอ่าเนาะ แต่ก็แอบลุ้นว่าคนที่จะมาเป็นเมเนคนใหม่จะเป็นใคร จะมาสร้างเรื่องมั้ย
    #14,297
    0
  7. #14296 _JuKANior22 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 23:11
    อ่านพาร์ทแจ็คละสงสารมากอ่ะ ฮือออ สู้ๆนะแจ็คเอิน ตัดภาพมาที่คู่บีจีน แบบฮืออออเขิน เขินแบบเขินมากๆๆๆอ่ะฮือออเขินว้อยยยยยยยย
    #14,296
    0
  8. #14295 pailinkamlue11 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 22:03
    อ่านพาร์ทแจ็คแล้วน้ำตาไหลพรากเลย สงสารแจ็คอ่ะ เป็นกำลังใจให้แจ็คนะ
    #14,295
    0
  9. #14294 เสี่ยเตี๊ยด (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 19:07
    สงสารคู่แจ็คเอิน ยิ่งแจ็คจำได้แบบนี้ยิ่งน่าสงสารขึ้นไปอีก TT 

    เอินได้โทรศัพท์แล้ว อีกไม่นานก็น่าจะติดต่อจีนมาใช่มั้ย 

    ตอนนี้อ่านพาร์ทแจ็คเอินคือหน่วงใจ แต่พอตัดมาที่พาร์ทบีจีนปรับอารมณ์แทบไม่ทัน 

    ตอนจีนกลัวบีน่ารักอะ ทำแบ๊วเข้าสู้55555 จีนคือความละมุนในโลกของบีจริงๆ 

    เคยเป็นเหมือนบีนะ โมโหอยู่แบบเกรี้ยวกราดใส่ทุกคน แต่พอเจอคนที่ชอบเหมือนโดนเตะปลั๊กอะ 

    แฟนคลับที่ตามถ่ายรูปนี่ลูกศรรึป่าว แต่แฟนคลับแบบนี้ออกแนวน่ากลัวอะ เหมือนสะกดตามไปทุกที่เลย 

    #14,294
    0
  10. #14293 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:24
    บีจะเปิดแล้วบริษัทจะยอมหรอ แล้วที่บีคิดว่าถ้าเกิดโชคร้ายจะทำยังไง เหมือนมีแววโชคร้ายลอยเลย งื้อออ
    #14,293
    0
  11. #14292 MiMaNoNo (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:23
    อยากให้บีรู้อ่าาาาา กลัวจีนโดนแฟนคลับบีรังควานอ่ะ พอโดนยึดความเป็นส่วนตัวที่จีนหวงนักหวงหนานี่ตะเป็นไงอ่ะ จะเลิกกันมั้ย จะเป็นเวอร์ชั่นไหนสิ่งที่ทำให้เรารักในตัวละครจีนคือความไม่งี่เง่า คิดเป็น ว่าต้องทำตัวแบบไหนในสถานการณ์นั้นๆอ่ะ ฉบาด น่ารัก เอ็นดูววว
    #14,292
    0
  12. #14291 BlinkNooknick (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:03
    เอินเอินน่าสงสารจังพอจะมีวามรักจริงจังก็มาเจอปัญหาใหญ่เข้มแข็งไว้นะรอเเจ็คแป๊บนึง
    แจ็ครู้ความจริงทุกอย่างแล้วจะทำยังไงต่อไปอย่าเอาแต่ร้องไห้นะถึงเวลาที่ต้องเลิกกลัวเลิกอ่อนแอได้แล้วถ้ารักเอินก็พิสูจน์ให้เอินกับครอบครัวเอินเห็นว่าแจ็คสามารถดูแลเอินรับผิดชอบชีวิตและหัวใจเอินได้
    น้องจีนยัยเป็ดเด๋อด๋าน่ารักอะไรเบอร์นั้นนึกภาพนางทำปากยื่นชี้โบ่ยชี้เบ้ออกเลยอ่ะแล้วมีความไม่หลุดคอนเซ็ปใช้เงินคุ้มค่านะคะกาแฟยังไม่ได้กินเลยเสียดาย5555ถ้าเราเป็นบีแล้วมียัยจีนมาทำน่ารักแบบธรรมชาติมากๆใส่นะจะบีบปากแล้วจับฟัดเลยหมั่นเขี้ยว
    นางตากล้องซาแซงคนนั้นคือใครเอ่ยน้องลูกศรหรือเปล่าที่บีพูดเรื่องจะไม่โกหกไม่ปิดบังมันก็ดีแต่ก็นึกถึงใจเขาใจเราด้วยไม่ใช่แฟนคลับทุกคนจะรับได้หรือเข้าใจ้เรื่องเปิดเผยความสัมพันธ์กับจีนบีควรคิดให้ดีอ่ะจะมาเอาแต่ใจไม่ได้ไม่รับฟังเหมือนครั้งพิมพ์ไม่ได้ไม่งั้นพังกันหมดบีอ่ะไม่เป็นไรหรอกเพราะแฟนคลับรักบีไงแต่กับจีนมันคนละอย่างกันถึงไม่ได้มีใครมาทำร้ายให้เจ็บตัวซึ่งก็ไม่แน่แต่ที่แน่ๆถ้ามีคนรู้ความเป็นส่วนตัวที่จีนหวงหนักหนาจะหายไปอย่างแน่นอนและนั่นคงเป็นสิ่งที่คุณนักเขียนไม่โอเคเราเชื่อว่ากฎหรือข้อห้ามบางอย่างมันถูกกำหนดมาเพื่อปกป้องเราทั้งนั้นเพราะงั้นบีควรเชื่อบริษัทเรื่องไม่เปิดเผยตัวจีนถ้าคุยกับจีนน้องต้องเข้าใจแน่ๆ
    เราทุกคนจะมีใครบางคนที่เป็นข้อยกเว้นและเป็นทุกๆอย่าง
    กวินมีน้ำหวานที่เป็นที่รักเป็นข้อแม้ทุกอย่างไม่ว่าหลานสาวอยากได้อะไรคุณอาก็หามาให้ได้หมดเพราะแจ็คมีน้ำหวานที่ต้องดูแลเลยเป็นเหมือนแรงขับให้อยากมีชีวิตต่อไป
    ส่วนบีก็มีจีนที่แค่หันมามองก็มีวามสุขแค่หันมามองก็หยุดความเครียดความขุ่นเคืองทุกอย่าง
    #14,291
    0
  13. #14290 Unie jng (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 15:50
    พี่บีคือดี้ดี มากมายก่ายกองอะ ผิดกับพาร์ทก่อน5555555 แล้วพี่บีจะเอาพี่แจ็คกลับมาทำงานด้วยได้มั้ยเนี้ย
    #14,290
    0
  14. #14289 defpeach (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 12:01
    ดีมาบีเรียนรู้จากความผิดพลาด
    #14,289
    0
  15. #14288 jan05199 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 12:00
    เด็กถือกล้องนั่นแก้มยุ้ยหรือป่าวนะเหมือนตอนแรกจะเป็นแฟนคลับบีแต่คงจะไปรู้เรื่องพิมพ์เข้า
    #14,288
    0
  16. #14287 เดร (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 10:27
    เยี่ยมมากค่ะบี มันต้องแบบนี้เนาะ ^^



    //ดีนะที่บีไม่ใช่ไอดอล ถถถถถ
    #14,287
    0
  17. #14285 Toeykak (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 10:01
    น่ารักอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ55555555 เรานี่เครียดแทนบีเลย555555555
    #14,285
    0
  18. #14284 iPor-op (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 09:26
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก >.<
    #14,284
    0
  19. #14283 nookcin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 09:04
    ชอบพี่โย่งเหมือนกันเลยจี๊นนนน >______<
    #14,283
    0
  20. #14281 only_got7 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 08:57
    ระแวงแก้มยุ้ยจัง!!

    จอมพล น่ารักที่สุด!!
    #14,281
    0
  21. #14280 ออมม่า (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 08:24
    มันต้องแบบนี้สิ คุณจอมพล
    #14,280
    0
  22. #14279 g7_rp1849 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 07:11
    มันต้องอย่างงี้คุณจอมพล เปิดเผยไปเลยเยี่ยมมมม!!!
    #14,279
    0
  23. #14278 Aungot7 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 06:07
    พี่บีกับน้องจีนเหมือนโลกนี้ไม่เคยเจอปัญหาหวายแหววกันมากตัดมาที่เอินกับกวินโดนไล่ออกถูกส่งไปอยู่เมกา
    #14,278
    0
  24. #14277 jjtk (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 03:39
    โอ๊ยยยพรี่บีเดฟโซลลลลลลลล โลกนี้ดีเกินไปแล้ววววว
    #14,277
    0
  25. #14276 น้องคยอม (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 03:19
    จากเครียดๆ เจอกาแฟหกเข้าไปถึงกับฮาเลย 5555555555555555
    #14,276
    0