[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 14 : 13 : เสียงกีตาร์ริมระเบียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    11 ส.ค. 60

O W E N TM.






 

 

13

เสียงกีตาร์ริมระเบียง

 

ทำไมแค่ลมเพียงแผ่วเบายังทำให้เหน็บหนาว

แค่เพียงแผ่นฟ้าที่ว่างเปล่ายังทำให้มีน้ำตา

ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน...

ร่องรอยจากคำไม่กี่คำยังทำให้ปวดร้าว

แค่เพียงแววตาที่ว่างเปล่ายังทำให้เจ็บหัวใจ

ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน

และชีวิตเมื่อไรจะเข้มแข็งพอ...

(บอดี้สแลม - เปราะบาง)

 

....................

 

เทศกาลสงกรานต์สำหรับผู้พักอาศัยในคอนโดฯ ส่วนมากพอถึงช่วงเทศกาลก็พากันไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือชักชวนกันไปเล่นสาดน้ำกันในย่านที่จัดงาน และเป็นช่วงที่ดีสำหรับนักเขียนที่ปิดต้นฉบับ จะได้มีเวลาอ่านหนังสือที่ขนซื้อมาจากงานหนังสือตั้งแต่ชาติที่แล้วแต่ไม่มีเวลาอ่าน

รอบนี้จินตภัทรได้โบนัสจากต้นฉบับที่เขียนด้วยฝีมือการเขียนที่โฉมฉายบอกว่า เหมือนผีเข้า เพราะสุดท้ายแล้วนิยายเรื่อง 'ปมรัก' ก็จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ด้วยการช่วยให้พระเอกได้รอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งเม็ดเลือดโดยให้มีผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่ตรงกับของแม็กกี้ ทำให้สามารถปลูกถ่ายไขกระดูกได้สำเร็จและแม็กกี้รอดชีวิตมาได้ด้วยกำลังใจและพลังแห่งความรักที่ตัวนักเขียนอย่างจินตภัทรไม่เคยเขียนอะไรที่ เว่อร์ ขนาดนี้มาก่อน

จินตภัทรไม่เคยบอกใครว่าทำไมถึงทำให้แม็กกี้รอดแบบนี้ เพราะจริงๆ ที่คุยและตกลงไว้กับอนิล คือให้แม็กกี้ยอมทำคีโมให้ยาไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีเวลาอยู่กับอิงฟ้าให้นานที่สุด แต่เพราะสิ่งที่เขียนไปก่อนหน้าจินตภัทรทำหายไป ทางรอดของแม็กกี้ก็บังเกิดขึ้นใหม่ในวันที่จอมพลมานอนอยู่บนตักและจินตภัทรก็เขียนทั้งหมดด้วยมือลงในแท็บเลตก่อนจะส่งไปให้น้องที่แผนกช่วยพิมพ์ให้

อนิลถามเขาหลังจากส่งต้นฉบับไปว่าเกิดอะไรขึ้นแต่จินตภัทรก็ตอบไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าทำไมช่วงเวลานั้นถึงได้คิดแบบนี้ ทำไมถึงยอมเปลี่ยนตอนจบให้ออกมาแฮปปี้เอนดิ้ง

อาจจะเป็นประโยคหนึ่งที่จอมพลฟูมฟายใส่เขาในตอนนั้น

‘ผมขอโทษ ได้โปรดหยุดร้องไห้สักที หยุด หยุดทำให้ผมรู้สึกผิดกับสิ่งที่ผมไม่รู้ว่าควรจะกลับไปแก้ไขมันยังไง...’

ประโยคที่จอมพลเอ่ยออกมาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับงานเขียนของจินตภัทร แต่กลับทำให้รู้สึกว่า... 'แม็กกี้เองก็คงรู้สึกแย่ที่อยู่ๆ ตัวเองก็ป่วยทั้งที่อิงฟ้ากำลังท้อง' นางเอกก็ท้อง พระเอกก็เป็นมะเร็งจะตายแล้ว นี่คือเหตุผลที่โฉมฉายส่งข้อความมาด่าจินตภัทร แถมส่งอนิลมากดดัน แต่สุดท้ายแล้วตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งมันไม่ได้ยากนัก

ช่วงที่ปิดเล่มเรื่องปมรักเรียบร้อย โฉมฉายก็เสนอพล็อตมาให้เพราะปกตินักเขียนจะมีทีมพล็อตที่จะให้คำปรึกษา และคอยดูไม่ให้นักเขียนแต่ละคนเขียนซ้ำกัน แต่รอบนี้ยากกว่าเดิม เพราะจินตภัทรต้องเขียนสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด มันไม่ใช่นิยายรักธรรมดา โฉมฉายอยากได้นิยายที่ตัวเอกเป็นผู้ชายทั้งคู่เพราะตอนนี้กระแสชายรักชายกำลังมา และนักเขียนนิยายเกือบครึ่งของสำนักพิมพ์ต้องยอมเขียนในสิ่งที่ขายได้ เพราะไม่เช่นนั้นมันก็กระทบต่อรายได้ที่เข้ามา ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่มันเป็นกระแสอยู่จะมีผลต่อคนที่ทำมาหากินในอาชีพนี้ไม่น้อย

สำหรับนักเขียนเบอร์ต้นๆ ของสำนักพิมพ์แล้วมันไม่ใช่การบังคับ แต่ด้วยตัวจินตภัทรที่เป็นผู้ชาย ในขณะที่นักเขียนในฝั่งบอยเลิฟเป็นผู้หญิงกันหมด โฉมฉายจึงเสนอว่าหากจินตภัทรลองแนวนี้ดูอย่างน้อยก็จะได้เปรียบเทียบไปเลยว่าระหว่างผู้ชายที่มีประสบการณ์ตรง กับผู้หญิงที่จิ้นให้ผู้รักกันอย่างไหนมันน่าอ่านกว่ากัน

"พี่ไม่ได้อยากให้จีนเขียนเพราะมันขายได้นะ แต่พี่คิดว่ามุมมองจากคนที่มีประสบการณ์ทางนี้มันน่าจะดีกว่าที่ยัยลูกศรเขียน ยัยนั่นขายนิยายชายรักชายมาตลอดก็จริง แต่ก็ขายแต่ฉากอย่างว่า เอะอะก็สลัดผ้าแล้วปล้ำกัน ตั้งแต่หมอ ครู อาชีพไหนพระเอกแม่งก็เหมือนคนโรคจิต แต่ถ้าเขียนแบบแนวของจีน พี่คิดว่าความรักของผู้ชายสองคนมันต้องมีอะไรมากกว่าเรื่องบนเตียง"

จินตภัทรไม่รู้ว่าตัวเองจะเทียบลูกศรได้ยังไง เด็กคนนั้นยังเรียนมหาวิทยาลัยและขายนิยายชายรักชายเป็นหลัก คนที่เขียนแนว Romantic Tragedy  (โศกนาฏกรรมรัก) แบบจินตภัทรมีกลุ่มคนอ่านอยู่ในช่วง 30-60 ปี ในขณะที่แนวบอยเลิฟที่โฉมฉายบอกมีกลุ่มลูกค้าเป็นเด็กตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย แถมรอบนี้เพราะแนวนิยายเปลี่ยนไป จินตภัทรก็ต้องเปลี่ยนนามปากกาจาก จินตภัทร ที่เป็นชื่อจริงของตัวเองไปเป็น Pepi ชื่อที่จีใช้ในไลน์ของตัวเองตามคำแนะนำของอนิล เพราะมันดูน่ารักดี

 

ขณะที่กำลังเลือกหนังสือที่จะอ่านวันนี้ จินตภัทรก็ได้ยินเสียงกีตาร์ลอยมา ทำนองเพลงฟังแล้วคุ้นหู คงเป็นเพลงสมัยนิยมสักเพลงที่จินตภัทรคงเคยฟังผ่านหู....

เสียงดนตรีไม่มีคนร้อง แต่จินตภัทรมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงจากวิทยุหรือลำโพง

สองเท้าก้าวออกมานอกระเบียงหันไปมองทางซ้าย ระเบียงของห้องข้างๆ สิ่งแรกที่เห็นคือ...เท้า

เท้าเจ้าของห้องที่พาดขึ้นมาบนขอบระเบียง เจ้าของห้องตัวโตนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวและพาดขาขึ้นมาบนขอบระเบียงขณะที่นั่งเกากีตาร์โปร่งเป็นทำนองเพลง จินตภัทรยืนมองโดยไม่ได้ทักอะไร จนกระทั่งอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตาแล้วรีบขยับตัวเอาขาลงจากขอบระเบียง

"จีนรำคาญเสียงกีตาร์เหรอ" คำถามจากคนที่ทำท่าจะลุกเข้าห้องถามขณะที่มองสบตากัน

"เปล่า แค่เดินออกมาดู ไม่เคยเห็นเล่นกีตาร์โปร่ง มันเรียกแบบนั้นใช่ป้ะ"

จินตภัทรถามและนึกถึงเสียงก่อนหน้านี้ที่เขาคิดว่ามันคือกีตาร์ไฟฟ้า เพราะเสียงมันแหลมและดังกว่านี้

"อาฮะ ใช่ สงกรานต์ไม่กลับบ้านเหรอ"

"ไม่ แม่กับน้องไปเชียงใหม่ แต่เราขี้เกียจ อ่านหนังสืออยู่ห้องดีกว่า ออกไปก็ร้อน แล้วบีทำอะไร"

"ก็อย่างที่เห็น ช่วงสงกรานต์ที่ร้านไม่ได้หยุด แต่พวกวงแบ็กอัพเขามีงานต่างจังหวัด วันนี้เลยต้องเล่นคนเดียวเลยว่าจะเล่นกีตาร์โปร่ง" อธิบายพลางมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ส่งมาให้ ร่างสูงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วหลบตาไปเมื่อจินตภัทรพูดถึงกวินขึ้นมา

"ร้านของแจ็คใช่ป้ะ แจ็คมาชวนอยู่ว่าถ้าว่างก็ไป ได้ส่วนลดด้วย เออ บีเล่นเพลงอะไรเดี๋ยวเราไปหาฟัง"

ร่างเล็กถามพลางมองกีตาร์ในมือของจอมพล จินตภัทรเคยอยากลองเล่นเพราะเบญจ์เคยะสอน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หัดเพราะจินตภัทรไม่มีเวลามากนักหลังจากเริ่มเป็นนักเขียนประจำของสำนักพิมพ์ตั้งแต่เรียนปีสาม

"แจ็คมันชวนแล้วนี่ อยากรู้ทำไมไม่ไปฟังที่ร้าน..."

ทั้งที่มันเป็นคำพูดที่ดูกวนตามสไตล์ของอีกฝ่าย แต่ท่าทีของคนพูดดูขัดเขินนิดๆ พูดจบก็ยกมือขึ้นมาเสยผมลวกๆ

"อืม เดี๋ยวขอคิดก่อนนะ วันนี้เอินบอกจะมาหา ถ้าเอินไปด้วยเดี๋ยวเราไป" เสียงใสๆ บอกก่อนจะเดินหายไปจากสายตา ปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก...

 

 

ตั้งแต่เมื่อวันก่อนที่ฉวยโอกาสจูบจินตภัทรแล้วเผ่นออกมาก่อนที่จะโดนด่า ก็แปลกที่จินตภัทรไม่พูดอะไรเลย เจอกันตอนเอาขยะไปทิ้งจินตภัทรก็ยิ้มให้ แล้วก็เข้าห้องไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกของจอมพล เขาคิดว่าถ้ากลับไปทะเลาะกันเหมือนเดิมคงอึดอัดน้อยกว่านี้

แต่ตอนนี้แค่จะจุดบุหรี่สูบยังต้องหอบสังขารขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าชั้นยี่สิบหกที่มีแนวร่วมเป็นเพื่อนบ้านชั้นอื่นๆ ที่คงถูกเมียไล่มาสูบบนนี้ ข้อดีก็คือได้เพื่อน ข้อเสียคือถูกขอบุหรี่จนเกือบหมดซอง

พอรู้สึกชอบไปแล้ว สิ่งที่เคยทำก็เกร็งไปหมด และยิ่งถ้าอีกฝ่ายยืนยันว่าไม่ชอบเขา และยืนยันถึงสองรอบว่ายังไงก็คงไม่ชอบ มันไม่ได้แย่ที่โดนพูดตรงๆ แต่มันแย่ที่เขารู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าจินตภัทรไม่ได้พูดความจริง อาจจะเพราะความมั่นใจที่เหลืออยู่น้อยนิดว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้เหร่ และภาพในช่วงเวลาที่จินตภัทรกอดเขาจากข้างหลัง ถึงจะเมาหรือไร้สติแค่ไหน แต่จอมพลยังเชื่อว่าคนเรามันไม่กอดใครง่ายๆ ถ้าไม่รู้สึกอะไร อย่างน้อยจินตภัทรก็ไว้ใจเขา และเขายังมั่นใจว่าความไว้ใจมันไม่ได้เกิดขึ้นกับสถานะแค่เป็นคนข้างห้อง

 

....................

 

"ฉันว่าจะตื๊อ.."

"หืม?" มือเล็กๆ ที่กำลังฉีกไก่ย่างใส่จานให้เลิกคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายที่นั่งจกข้าวเหนียวใส่ปากไปและเริ่มพล่ามเรื่องผู้ชายออกมา

"แจ็คอะ ฉันคิดว่าจะลองกลับไปจีบใหม่ รอบนี้จะลองหน้าด้านดู แต่แกต้องช่วยฉัน" จ้องหน้าราวกับออกคำสั่งแล้วก็หยิบไก่ที่เพื่อนฉีกให้ใส่ปาก

"เอ้า ช่วยไร เราจะทำไรได้อะ แจ็คเขาก็บอกเราแล้วว่าเขาอยากให้โอกาสแกคิด ไม่ใช่เขาไม่ชอบแก นี่ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์เลยจะกลับไปรุกเขาละ" จินตภัทรอมยิ้มแล้วอ้าปากรับข้าวเหนียวปั้นก้อนเล็กๆ ที่อนิลป้อน

"เฮ้ย ความรักมันรอไม่ไหวเว้ย แค่วันนั้นบังเอิญเจอแกกับแจ็คจอดรถคุยอยู่ตรงข้ามร้านข้าวมันไก่นี่อกก็จะแตกตายละ"

"ก็บอกแล้วว่าไปกินข้าวเฉยๆ คุยกันตั้งแต่ในรถจนกินข้าวก็มีแต่เรื่องแก เขาก็ชอบแกนะ แต่เขาคงมีอะไรในใจแหละ"

อนิลหยุดพูดไปพักนึงแล้วหันไปหยิบแก้วน้ำมาเทโค้กลงไป แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปอีกเรื่อง

"ไอ้หนวด มันยังมายุ่งกับแกป้ะ"

"ก็คุยกัน เจอก็คุย แต่บอกเขาไปแล้วว่าเราไม่ได้คิดอะไร"

"เออ ว่าจะด่าอยู่ แกไปอำเขาได้ไงว่าเขาตัวเหม็นปากเหม็นวะ เชี่ย เขามาถามฉันเว้ย ถามไม่พอ แม่งบังคับให้ดมด้วย แล้วตอนนั้นก็กำลังเครียดเพราะหาแกไม่เจอ แต่เสือกมาบังคับให้ยืนดมจั๊กกะแร้มัน โคตรเชี่ย" อนิลเล่าพลางหัวเราะไปด้วยเพราะนึกถึงสีหน้าจอมพลตอนที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอกแล้วตลกมาก

"ก็เขาชอบมาใกล้ ยื่นหน้ามาหา ตอนนั้นเราก็ไม่ทันคิดอะไร ไฟห้องมันดับ แล้วเราก็กลัวเขาอะแก เข้าใจป้ะ คนมันไม่ได้สนิทกันแล้วอยู่ๆ ทำท่าเหมือนจะลวนลาม เลยแกล้งเหม็นปากไป แต่เอาจริงๆ วันนั้นมันก็มีกลิ่นนิดๆ เว้ย เขาก็บอกกินกระเทียมมาจริง แต่พออีกวันอะ เราอยู่ในห้องเขาแล้วนะ และแบบ...ฉันกอดเขาอะ คือสติมันก็มีครึ่งๆ เว้ยไม่รู้ดื่มอะไรเข้าไปแต่มันไม่ได้เมาขนาดนั้นหรอก แกก็รู้ฉันไม่ได้คออ่อน แต่อารมณ์ตอนนั้นคือฉันเดินไปมุดเสื้อแล้วกอดเขาอะ ตอนนั้นฉันคิดถึงพี่เบญไง แต่ก็แบบกอดไปแล้วไง กอดข้างหลังทีนึง แล้วพอเขาหันมาฉันก็กอดเขาไปอีกที พอตื่นเช้ามาก็กลัวเขาจะรื้อฟื้นก็เลยโกหกไปว่าเขาตัวเหม็นขนาดนี้ฉันไม่มีทางเข้าใกล้..."

เจ้าของเรื่องพูดไปก็หน้าแดงไปหมดเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับความผิดพลาดนี้ และเขาไม่มีทางโกหกอนิลได้เลยเพราะอีกฝ่ายจับโหกเก่งมาก เล่าจบฉากที่พีคที่สุด อนิลก็ฟาดมือลงกับหัวเข่าเพื่อนก่อนจะด่าไปขำไป

"แอ๊บมาก ตอแหลมากกกกกก จินตาพ้าดดดดด แกตอแหลมากกกกก ตอนกอดนี่รู้สึกยังไงวะ"

"ก็อุ่นดี"

สารภาพออกมาพร้อมรอยยิ้มเขินๆ พอพูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะลั่นห้อง จินตภัทรไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเรื่องบ้าๆ ของตัวเอง เขาไม่ใช่คนใสซื่อ แต่ก็ไม่ใช่พวกที่มือไวใจเร็วเท่าอนิล เขาไม่ได้ตั้งใจหลอกจอมพล แต่แค่ป้องกันตัว เพราะกวินเองก็ยืนยันว่าเขาทำตัวง่ายก่อน และทำให้อีกฝ่ายมีความหวังไปแล้ว จินตภัทรไม่อยากเป็นแบบนั้น เขาไม่อยากพลาดเหมือนตอนที่คบเบญจ์อีก...

 

เบญจ์เป็นแฟนคนแรกและใช้เวลาจีบเขาแค่ไม่กี่วัน จินตภัทรยังเด็กมากในตอนนั้น อายุแค่สิบหก ในขณะที่อีกฝ่ายอายุสิบเก้า เป็นเฟรชชี่จุฬาฯ ใช้หน้าตาและใช้ความเป็นพี่รุกเข้าหาและจินตภัทรก็ตัดสินใจคบด้วย แต่ทุกคนย่อมเคยพบความผิดพลาดของตัวเองเมื่อผ่านประสบการณ์รักครั้งแรกมา และเริ่มสร้างตัวตนใหม่ๆ จากสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต

ความจริงก่อนหน้านี้จินตภัทรไม่ใช่คนบ้าหนังสือและเอาแต่อยู่ในห้องแบบนี้ แต่เพราะหลังจากเลิกกับแฟน ทุกอย่างในช่วงเวลาหลายปีที่คบกันมันตามหลอกหลอนไปหมดไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เคยไป ร้านอาหารที่เคยกิน ไม่ว่าอะไรก็ทำให้มองเห็นภาพตอนที่ตัวเองเคยมีเบญจ์อยู่ด้วยตลอดเวลา จินตภัทรกลายเป็นคนอ่อนแอและร้องไห้ง่ายๆ เพราะตลอดเวลาหลังจากที่เลิกกัน จินตภัทรไม่เคยร้องไห้ให้เบญจ์เห็นสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนคบกันหรือตอนที่เลิกกัน จินตภัทรยอมปล่อยมือง่ายๆ เพราะคิดว่าหากทำตัวอ่อนแอ เบญจ์ก็จะแค่อยากอยู่เพราะสงสาร

แต่หลังจากที่ไปงานแต่งงานของเบญจ์ จินตภัทรก็รู้ความจริงว่าเบญจ์ไม่ได้ถูกบังคับให้แต่งกับผู้หญิงคนนั้น แต่ทั้งคู่แอบคบกันมานานแล้วพร้อมๆ กับที่คบกับจินตภัทร แต่ที่ยังญาติดีกับเบญจ์อยู่เพราะอีกฝ่ายก็ยังเป็นห่วงจินตภัทรเสมอเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง

และที่จินตภัทรปฏิเสธจอมพลไปก็ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ หรือเกลียดอีกฝ่าย...แต่เพราะจอมพลทำตัวไม่ต่างจากเบญจ์ ผู้ชายเจ้าชู้ที่มีประวัติทำแฟนตัวเองตาย จะรับประกันได้ยังไงว่าเขาจะไม่เป็นรายต่อไปที่อาจจะต้องเสียใจจนตายเพราะจอมพล

 

เมื่อเราเติบโตขึ้นและผิดพลาดมา...

เราย่อมไม่มีทางอยากกลับไปอยู่จุดเดิม

จุดที่เราโง่ และอ่อนแอซ้ำๆ เดิมๆ

 

....................

 

(เราไปได้ใช่ไหมวันนี้)

"ได้สิ วันนี้แจ็คเข้าร้านพอดี แล้วนี่มากับใคร อย่าบอกนะมาคนเดียว"

(จีนไปกับเอิน แจ็คโอเคไหมอะ จองโต๊ะลำบากป่าว)

ก็จำได้ว่าจินตภัทรไม่เคยพูดถึงเพื่อนคนอื่น และรู้อยู่แก่ใจว่าอนิลก็คงเป็นเพื่อนคนเดียวที่จินตภัทรมี แต่น่าแปลกที่พอได้ยินว่าอนิลจะมา กวินก็รู้สึกเกร็งๆ ไม่ใช่เพราะไม่อยากเจอ แต่เขาทำตัวไม่ถูก...

เพราะเจอฤทธิ์แม่เสือที่ตวาดใส่แถมแยกเขี้ยวขู่ ด่าไล่ให้เขาเชิญอยู่กับปมตัวเองไปเถอะ ตั้งแต่วันนั้น กวินก็ไม่ได้คุยกับอนิลอีก ไม่กล้าแม้แต่จะส่งสติ๊กเกอร์ไปหา ได้แต่เอาแชตเก่าๆ ของอนิลหลอกหลานสาวอยู่ทุกวัน และล็อกรหัสโทรศัพท์ไม่ให้น้ำหวานกดโทรออกได้อีก เรื่องที่เสียเซลฟ์กว่าก็คือยัยแบม ที่พอฟังเรื่องของอนิลที่เล่าให้ฟังก็โดนสวดยับว่าเขาทำตัวงี่เง่า และที่อนิลพูดมันก็ถูกแล้ว

'บ้าป้ะเนี่ย มีคนมาชอบแล้วพูดกับเขาแบบนี้ก็สมควรให้เขาด่าป้ะ เรื่องพี่พิมพ์นี่ควรเอามาเปรียบเทียบเหรอ พี่พิมพ์เขาไม่ใด้ชอบแกป้ะอีเถิก แกสาระแนไปชอบเขาเอง ไปเป็นตัวสำรองให้เขาเอง จำได้ป้ะ แกเลือกทางของแกเองแล้วพี่เอินเขาผิดไร นี่เขาอุตส่าห์มาเลือกแกแล้วทำไมพูดโง่ๆ งี้วะ'

ใครจะคิดว่าลูกพี่ลูกน้องที่อายุน้อยกว่าจะด่าเป็นชุดขนาดนี้ แถมยัยนั่นก็จัดอยู่ในหมวด ชะนีจิกกัด เสียด้วย เขาพลาดเองที่ไปเล่าให้แบมฟัง แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อแบมเป็นน้องสาวที่เขาสนิทที่สุดและพอจะให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาได้

"อืม มาสิเดี๋ยวจองที่ดีๆ ไว้ให้"

เสียงทุ้มต่ำตอบปลายสายก่อนจะวางสายแล้วยืนขมวดคิ้วอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์ เขานึกไม่ออกว่าควรทำตัวยังไง คงได้แต่รอจนกว่าอนิลจะมาถึง และรอดูท่าทีไปก่อน...

 

คืนนี้คนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นช่วงหยุดเทศกาล ร้านของเขาเป็นผับกึ่งร้านนั่งชิลล์ที่มีอาหารเป็นกับแกล้มกินได้เรื่อยๆ และมีเล่นดนตรีสดสลับกับเปิดเพลงที่หนักไปทางสไตล์แจ๊สเสียส่วนมากเพราะความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่าลูกค้าจะเข้ามาเยอะในวันที่จอมพลขึ้นร้อง นั่นคือสาเหตุที่ไม่ว่าจะทะเลาะกันจะเป็นจะตายแค่ไหนก็ยังต้องพึ่งพากัน เพราะคนที่เรียกแขกได้มีแต่จอมพล แขกส่วนใหญ่ของร้านจะเป็นสาวแก่แม่ม่ายคนวัยทำงานที่เป็นแฟนคลับเพื่อนเขาอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่จอมพลเริ่มเล่นในร้านพี่ชายเขาที่อยู่ในเมืองเอก ลูกค้ากลุ่มนี้ก็ย้ายมานั่งที่ร้านเขามากขึ้นเพราะจอมพลย้ายมาเล่นให้ที่ร้านเขาตรงสุขุมวิทซึ่งเปิดหลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบจากเงินที่เก็บมาด้วยกันแม้ว่าจะมีความฝันคนละแบบ

กวินทำงานประจำได้สามปีก็หันมาดูแลร้านจริงจังสลับกับพี่ชายที่เอาเงินมาเข้าหุ้นด้วยหลังจากปิดร้านตรงเมืองเอกไป ความฝันของกวินคืออยากมีบาร์แจ๊สแต่มันไม่ง่ายเพราะคนไทยส่วนมากไม่ได้อินเพลงแนวนี้มากนัก ส่วนมากเลยมีแต่ลูกค้าต่างชาติเข้ามาและไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลัก ตอนนั้นกวินเองก็ยังไม่มีจอมพลมาช่วยและมีความคิดจะปิดร้าน

แต่ช่วงเวลาเดียวกัน จอมพลมีปัญหาและถอนตัวออกจากการเป็นนักร้องที่กำลังจะเดบิวต์เป็นวงดนตรีร็อกน้องใหม่ของค่ายเพลงชื่อดัง และหันมาเล่นให้ที่ร้านบ่อยขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้าจอมพลขึ้นร้องแค่วันเสาร์อาทิตย์ ไม่นานลูกค้าก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กวินมีกำลังใจจะเปิดร้านต่อ และในขณะเดียวกันจอมพลก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้มีความทะเยอะทะยานที่จะเป็นนักร้องดัง แต่เขาแค่อยากร้องเพลง และขอแค่มีคนฟัง

สุดท้ายร้านนี้ก็สามารถตอบโจทย์ความฝันเล็กๆ ของทั้งสองคนได้อย่างเหมาะเจาะ

จอมพลมีร้านที่จะได้ร้องเพลงที่ชอบสามวันต่อสัปดาห์

กวินมีบาร์แจ๊สที่อยากเปิดเพลงที่ชอบสามวันต่อสัปดาห์

และร้านหยุดทุกวันอาทิตย์ให้ทั้งคู่ได้มีเวลาพักผ่อน 1 วันเต็มๆ

 

....................

 

"ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ คิดว่าจะเป็นผับเสียงดังๆ ดูจากสภาพไอ้หนวดละไม่น่าทำงานร้านแบบนี้ป้ะ"

คำวิจารณ์แรกหลังจากเดินลงมาจากแท็กซี่ของอนิลทำเอาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาอย่างง่ายดาย

"เออ คิดเหมือนกัน เท่าที่จำได้บีเขาเล่นกีตาร์ไฟฟ้านะ แล้วร้านแบบนี้จะเล่นตรงไหน"

"แหม...จำได้ด้วยว่ะ แกต้องใส่ใจเขาขนาดไหนเหรอจินตภัทร"

อนิลพูดแซวเพื่อนพลางยิ้มล้อเลียนเพราะหลังจากความลับของเพื่อนสนิทถูกเปิดเผย อนิลก็ใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องแซวเล่นทันที เพราะพูดแซวปั๊บคนโดนแซวก็อมยิ้มแล้วเขินตลอด

"ก็เล่นแผดเสียงอยู่ข้างห้องตลอดก็ต้องได้ยินป้ะวะ โทรหาแจ็คดีกว่า" จินตภัทรบึนปากใส่เพื่อนแล้วรีบหาตัวช่วยเป็นชื่อคนที่ทำให้อนิลต้องหน้าเจื่อนไป แล้วกลับไปใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่กับตัวเอง

 

เสียงเพลงที่ดังออกมาจากในร้านยังเป็นเพลงบรรเลงแนวแจ๊สเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จอมพลจะขึ้นมาเล่นดนตรีสด รอไม่นานเจ้าของร้านก็เดินเข้ามาหาจินตภัทรพร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับที่อบอุ่น

"แจ็คจองไว้ตรงโซนหน้าเพราะตรงนั้นไม่สูบบุหรี่ จีนไม่ต้องสั่งอาหารกับเครื่องดื่มแล้วนะ เราจัดไว้ให้แล้ว"

น้ำเสียงที่อ่อนโยนกับท่าทีเป็นกันเองกับจินตภัทรทำให้อนิลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นส่วนเกิน ไม่ใช่เพราะจินตภัทรคือสาเหตุ แต่เป็นเพราะกวินทำเหมือนมองไม่เห็นเขาทั้งๆ ที่ยืนอยู่ข้างจินตภัทร ขณะที่ความน้อยเนื้อต่ำใจกำลังก่อตัวขึ้นประโยคต่อมากลับทำให้อนิลเกือบสะดุดหน้าทิ่ม

"จีนเดินตามน้องพนักงานเสิร์ฟเสื้อฟ้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแจ็คขอคุยกับเอินแป๊บนึง"

"อ่า...อื้อๆ" จินตภัทรมองเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าเหวอก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินไปตามที่กวินบอก

 

ขณะที่กำลังสับสน มืออุ่นๆ ก็ตรงมาคว้าข้อมือเล็กแล้วพาเดินผ่านหน้าร้านไป กวินก็เปลี่ยนจากจับข้อมือ มาจูงมืออนิลเดินไปจนถึงร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ เสียงพนักงานเอ่ยต้อนรับไม่ได้เข้าหูอนิลเลย ดวงตากลมโตมองมือของกวินที่ใหญ่กว่ามือของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว อีกฝ่ายพาเดินช้าลง แล้วสุดท้ายก็มาหยุดหน้าชั้นวางขนมสารพัดที่บางยี่ห้อก็แถมของเล่นสีสันสวยงามและตุ๊กตุ่นตุ๊กตาจากการ์ตูนเรื่องดังอยู่ในถุงพร้อมสมุดระบายสี

เจ้าของเสียงทุ้มเหลือบมองพนักงานที่มองอยู่ขณะที่บอกร่างบางด้วยท่าทางเขินๆ

"อะ...เลือกหนึ่งชิ้น"

"ฮะ...?"  อนิลมองหน้าคนที่จูงมือมาอย่างสับสน มองไปที่ชั้นวางสินค้าอีกครั้งก็รู้สึกสับสนไปหมด

ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบมองพนักงานที่เริ่มซุบซิบกันแล้วอมยิ้ม ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่าและพูดสิ่งที่คิดเอาไว้ออกมาช้าๆ ชัดๆ

"เวลาแจ็คไปรับน้ำหวานที่โรงเรียนช้า น้ำหวานจะบอกว่าโกรธกากาวินแล้ว โชคดีที่ข้างๆ โรงเรียนอนุบาลมีเซเว่น ทางเดียวที่จะง้อน้ำหวานได้ก็คือพาไปซื้อขนมกับของเล่นในเซเว่น ไม่งั้นน้ำหวานจะไม่ยอมยิ้มให้..."

เมื่อฟังจบครบทุกคำ ใบหน้าอนิลก็รู้สึกร้อนขึ้นมาทันทีด้วยความรู้สึกที่ทั้งเขินและอายที่ตัวเองโดนเอาไปเปรียบเทียบกับเด็กสามขวบซึ่งเป็นหลานสาวของคนที่ยืนมองเขาตาละห้อยอยู่ข้างๆ

"เอินไม่ยิ้มให้แจ็คเลยตอนที่แจ็คเดินออกมา คิดว่าคงยังโกรธอยู่ ก็เลยพามาเลือกของเล่นในเซเว่นน่าจะหายโกรธ"

มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแล้วหลุดขำออกมาในที่สุด พลางเอื้อมไปเลือกขนมห่อสีเหลืองที่มีตัวตุ๊กตาปิกาจูตัวเล็กๆ มีที่ห้อยโทรศัพท์อยู่ที่หัว ก่อนจะหันไปชูต่อหน้าอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มหวานๆ จนดวงตาโค้งลงมาเหมือนพระจันทร์เสี้ยว แล้วเอื้อมมือข้างที่ว่างไปคว้ามือของกวินลากไปจ่ายเงินให้ตรงเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานสองคนยืนหัวเราะเขินแทนจนหน้าแดง


 

 

..........TBC.........


#2209Bnior





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18071 Cartoonpbct (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:17
    งื้ออ ดีดันสะทีน้า กวินเอิน
    #18,071
    0
  2. #15855 Starting from zero (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 16:56
    เขิลลลลลลล
    #15,855
    0
  3. #13112 nutexokris (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 14:02
    เขินนกากาวินน
    #13,112
    0
  4. #10980 pqppp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 02:37
    เป็งคงดีเฉยเลยจอมพล
    #10,980
    0
  5. #9760 tae_rainysky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 02:34
    อยากจะชิปบีแจ็คเหลือเกิน ขอโทษค่ะ ????????????????????????
    #9,760
    0
  6. #9132 poohoip (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 15:02
    แหม่..ทีงี้กลัวเสียงกีต้ารบกวน..เมื่อก่อนพ่นบุหรี่ใส่หน้า..หน้ามือเป็นหลัง..เชียว.
    #9,132
    0
  7. #8900 pa rang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 00:22
    จะคืนดีกันใช่มั้ยนะ
    #8,900
    0
  8. #5461 Minttt_pjy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 04:12
    เอ้านี่ก็คิดว่าจีนใสซื่อ ที่ไหนได้แอบร้ายนะคะคนดี555555 คือจีนมีปมเหมือนกันถูกม่ะ สู้ๆนะคุณจอมพลนายต้องฝ่ากำแพงของจีนไปให้ได้นะเว้ยย ขอโทษที่ด่าไว้หลายตอน หลังๆนางเริ่มดูเป็นคนดีเพราะมีฟามรักน
    รึเปล่าาา55555 สุดท้ายคือเขินกากามากคร่ะะะ ฮื่อออ น่ารักกก
    #5,461
    0
  9. #4924 MatteMe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 01:46
    ฝั่งจอมพลก็ดราม่าใหญ่โต ที่ไหนได้น้องจีนเค้าเขินนนนนนนนน ว้อยยยยยยย เอาน้ามตาชุ้นคืนมา นี่ก็นึกว่าจีนเค้าไม่ชอบจอมพลจริงๆ ซะอีก
    #4,924
    0
  10. #4501 PuiPui--r (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 01:20
    อื้อหือ~แฟนเก่าจีนนี่เลวไม่น้อยหน้าบี คนเราต้องหน้าด้านและต่อมจิตสำนึกเสื่อมขนาดไหนคบซ้อนทิ้งไปแต่งงานยังหน้าด้านเป็นห่วงเป็นใย
    #4,501
    0
  11. #4302 Aeemmii'z (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:58
    จากตอนแรกที่ชอบทำตัวกวนประสาทเค้าแต่ตอนนี้แค่ดีดกีตาร์ยังกลัวเค้ารำคาญเลย ใจคนเรามันน่ากลัวจริงๆเปลี่ยนไปอะไรขนาดนี้
    #4,302
    0
  12. #3838 theunknow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 17:11
    กากาน่ารักม้าดดดดด
    #3,838
    0
  13. #3774 mpoial (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:09
    โอ่ยยยย ตายล้าววววว กากาต้องไม่กากนะคะ รุกค่ะรุก เอาให้สุด55555555555
    #3,774
    0
  14. #3679 [10000] li (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 21:23
    ขอความรับผิดชอบจากไรท์ค่ะปลอกหมอนขาดนุ่นยุ่ยหมดแล้วค่าา55555
    #3,679
    0
  15. #3494 cchoijune (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:26
    ฮือออ อยากได้เค้าาา
    #3,494
    0
  16. #2949 Bbm.mb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:05
    งุ้ยยกากาวินนน
    #2,949
    0
  17. #2523 Pisoo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 02:23
    กากาวินนี่ของแรร์อ่ะ เริสเว่อออ
    #2,523
    0
  18. #2395 xxx_16 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:59
    ฮือออออออออ แจ็คเลี้ยงน้ำหวาน เหมือนแจ็คสันเลี้ยงหลานที่ออสช่วงนี้เลย แถมเลี้ยงแฟน(?)ได้น่ารักพอๆกันอีก เขิงงงงงงงง
    #2,395
    0
  19. #2300 BlinkNooknick (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 17:11
    จินตาพ๊าดดดดดดร้ายมากอ่ะธรรมาดาอ่ะเนาะนางเป็นนักเขียนิยายก็ต้องมีมุขจีบหนุ่มจีบสาวเยอะไม่ใช่แค่บีแต่จีนหรือแม้แต่ทุกคนก็มีอดีตนี่เนาะ
    ทำไมหลังๆคุณจอมพลเราดูเป็นคนดีจังคะมีความเกรงอกเกรงใจเพื่อนบ้านพูดจาก็ไพเราะสเนาะหูมากขึ้นความรักทำให้จอมพลเปลี่ยนปายยยหรือนางได้ยินฟี๊ดแบคจากคนอ่านแล้วกลัวโดนลอบทำร้ายเลยรีบเปลี่ยนตัวเองคะ555
    อยากได้ๆกากาวินนนนนฮื่อถ้านี่เป็นอนิลจะยิ้มให้ทุกวันทุกเวลาจนกว่าแจ็คจะถามว่าแกบ้าเหรอยิ้มทำไม
    #2,300
    0
  20. #2014 CaliforniaGirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 23:25
    เราชอบภาษาและเทคนิคการบรรยายมากๆเลย เป็นเรื่องที่ตัวละครมีปมและการค่อยๆเฉลยปมมันดูอ่านแล้วไม่ปวดหัว เนื้อเรื่องน่ารัก ผสมตลก มีหน่วงๆมาบ้าง แต่ครบรสมากเลย ติดตามและให้กำลังใจนะคะ
    #2,014
    0
  21. #1917 Yeans (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 16:58
    พ่อของลูก เป็นคำที่เหมาะกับแจ็คมาก อิจเอินมากค่ะนะจุดจุดนี้ ทำบุญวัดไหนพูดดดด
    #1,917
    0
  22. #1876 blacksmileday (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 15:10
    ฮื้ออออ กากาวินดี๊ดีอ่ะะะ กรี๊ดแบบอุดปากกก
    #1,876
    0
  23. #1800 viewpooh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:30
    น่ารักไปหมด
    #1,800
    0
  24. #1799 ชอบคนชิค (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:20
    ง้อได้น่ารักมากกกกก ใครจะโกรธกากาวินได้ลงละคะะะ ><
    #1,799
    0
  25. #1797 lookkung26 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 09:12
    ทำไมเราถึงมีความรู้สึกอยากได้เเจ็คเป็นของตัวเองมั้งอ่ะ
    #1,797
    0