:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 19 : :::ตอนที่ 18::: ซ่อนแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 18 ::: ซ่อนแผน
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

หลังจากที่เดินกลับขึ้นมาบนห้องของไอ้คีย์เรียบร้อย ผมก็ต้องรีบจัดการเอาอุปกรณ์กล้องวีดีโอต่าง ๆ ที่ผมขอร้องให้ไอ้ชายมันช่วยหามาให้แล้วแอบเอาไปเก็บเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ ในภายห้องของไอ้คีย์ในระหว่างที่มันออกไปตามหาดีเทล

ผมรีบจัดการเปิดคอมพิวเตอร์ภายในห้องนอนของไอ้คีย์และทำการดึงเอาไฟล์วีดีโอออกมาจากตัวเครื่องและทำการตัดต่อวิดีโอบ้างส่วนออกเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ไอ้คีย์มันพึ่งจะซื้อมาให้ผมใหม่เมื่อวันก่อนออกมาและกดโทรหาไอ้ชายทันที

“ฮัลโหล ใครครับ ?”  ไอ้ชายถามผมเสียงหอบพร่าแปลก ๆ

“นี่ฉันแอลเองนะ....ช่วยบอก E-mail ของนายมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะได้ส่งไฟล์วีดีโอให้”

“ทำแบบนี้มันจะดีเหรอ ?”  

“ช่างฉันเถอะน่า....รีบบอกมาเร็วสิ” ผมเร่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิด ๆ

“งั้นรออีกสัก 10 นาที เดี๋ยวจะส่งข้อความไปบอก ตอนนี้ฉันติดธุระอยู่”

พอพูดจบไอ้ชายมันก็วางสายไปทันที ผมขมวดคิ้วไม่ชอบใจเล็กน้อย ช่วงเวลา 10 นาทีที่ผมต้องรอการติดต่อมาอีกครั้งของไอ้ชายผมก็เลยต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าด้วยการโทรกลับไปหาครอบครัวที่ไม่ได้ติดต่อกันซะนานแทน

 “Halloเสียงทุ้มเข้มของคุณพ่อดังทายผมด้วยสำเนียงอังกฤษ

“พ่อครับ...ผมแอลเองครับ”

“ว่าไงไอ้ลูกชาย ทำไมถึงติดต่อแกไม่ได้เลยละ”

“เออ...พอดีผมพึ่งจะกลับจากไปเที่ยว แล้วก็ระหว่างทางผมก็ดันทำโทรศัพท์หาย ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เป็นห่วง” ผมโกหกบอกคุณพ่อไปเนียน ๆ

“พ่อก็ไม่ได้ห่วงอะไรมากหรอกเพราะถึงยังไงแกก็โตแล้ว แต่แม่แกนี่สิบ่นเรื่องของแกไม่เว้นวันเลย น่าเสียดายที่ตอนนี้แม่แกกับน้องออกไปเดินเล่นข้างนอกเลยอดคุยเลย”

 “เบลล่าเป็นยังไงบ้างครับผม” ผมถาม

“อาการโดยรวมก็ดีขึ้นเยอะ เริ่มกินข้าว เดิน และก็พูดคุยได้บ้างแล้ว ห่วงแต่เรื่องน้องแกไม่คิดจะห่วงเรื่องของตัวเองบ้างหรือยังไง ? แอล...พ่ออยากให้แกปล่อยวางมันซะนะ อย่าทิ้งตัวเองให้ตกอยู่ในวังวนนี้อีกเลยนะไอ้ลูกชาย” คุณพ่อถามผมกลับเสียงอ่อนโยน ผมนิ่งงันไปทันที.....

“พ่อ....พูดเรื่องอะไรครับเนี่ย มุขตลกใหม่หรือเปล่า” ผมแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจและพูดขำ ๆ ออกไป เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องบ้างอย่างเอาไว้ให้แนบเนียนที่สุด

“เอาเถอะ....ถ้าแกไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้แกจำคำพูดของพ่อเอาไว้นะ ถึงแม้โลกนี้มันจะโหดร้ายทุกข์ทรมานสักแค่ไหน....แต่อย่าลืมนะว่าบนความทุกข์นั้นยังมีความสุขอยู่เสมอนะลูก ปล่อยวางมันซะ....แล้วกลับมาอยู่กับครอบครัวนะลูก”

คำพูดเตือนสติของคุณพ่อทำให้ขอบตาของผมร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมเงยหน้าขึ้นมองเพดานสีขาวเพื่อเก็บกลั่นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา คุณพ่อคงรู้ตั้งนานแล้วว่าผมกำลังจะทำอะไร แต่ที่ท่านไม่ปรามคงเพราะท่านคงเชื่อใจว่าสักวันผมจะลืมตาตื่นขึ้นมามองแสงสว่างด้วยตัวเองได้

“ขอบคุณนะครับคุณพ่อ ผมจะจำมันเอาไว้ครับ” ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะไม่ให้เสียงสั่น แต่ถึงอย่างนั้นเสียงของผมมันก็ยังคงสั่นน้อย ๆ อยู่ดี

โชคยังดีที่คุณพ่อไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรผมอีก เราสองคนพูดถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันไปตามภาษา และก็วางสายไป ก็มีข้อความจากไอ้ชายเข้ามาพอดีผมเลยจัดการส่งไฟล์วีดีโอที่ผมแอบถ่ายเอาไว้ตาม E-mail ที่ไอ้ชายมันส่งมาทันที

ที่เหลือก็แค่ออกไปจากที่นี่....ที่ที่มีความทรงจำอันแสนสุขระหว่างผมกับไอ้คีย์อัดแน่นเต็มอยู่ภายในห้องนี้ก่อนที่มันจะกลับมา เพื่อกันไอ้คีย์ออกให้ห่างจากเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด

“ลาก่อนนะ.....”

-

-

พลั่ก

อั่ก

“พอได้แล้วไอ้ไฮค์ เดี๋ยวมันก็ตายคาตีนมึงหรอก” ไมค์รีบเดินเข้ามาห้ามปรามเพื่อนรักทันทีหลังจากที่ยืนมองเหยื่อบาทาของไฮค์เริ่มกระอักก้อนเลือดออกมาทางปากมากขึ้นเลื่อย ๆ มาได้สักพักหนึ่งแล้ว

“บอกมาว่ามึงเอาไอ้แอลไปไว้ที่ไหน” ไฮค์ไม่สนใจคำปรามของไมค์เลยแม้แต่น้อยเขากระชากคอเสื้อของชายที่ใบหน้าหยับเหยินไปด้วยบาดแผล ตวาดถามลั่นด้วยใบหน้าขึงโกรธ เขาอยากจะฆ่าผู้ชายคนนี้นัก คิดไม่ถึงเลยว่าเขาคนนี้จะถูกหักหลังซะได้

 “ฮึ...มึงก็เห็นแล้วนี่ ว่ามันอยู่กับใคร....แล้วมึงจะมาเค้นถามกูอีกทำไม” แม้สภาพของชายจะสะบักสะบอมมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่วายปากดีกับเขาอีก

“ไอ้สัดเอ่ย !!!” ไฮค์สบถลั่นและประเคนเท้ากระทืบเข้าที่ช่องท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง แต่ยังไม่ทันที่ไฮค์จะกระทืบซ้ำอีกครั้งไมค์ก็ร้องห้ามขึ้นมาอีกครั้ง

“หยุดนะเว้ยไอ้ไฮค์... สงบสติอารมณ์หน่อยสิวะ” ไมค์เดินเข้าไปดึงร่างสูงของไฮค์ออกห่างจากร่างของชายที่ตอนนี้นอนบิดตัวงอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดทันที

“มึงอย่ายุ่ง”

“ไม่ยุ่งไมได้โว้ย กูรู้ว่ามึงอารมณ์เสียแต่ถึงขั้นที่จะฆ่าคนเนี่ยมันไม่คุ้มนะ” ไมค์พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะเตือนสติของไฮค์ไม่ให้ทำอะไรรุนแรงไม่มากกว่านี้ น้อยครั้งที่เขาจะได้เห็นไฮค์สติแตกไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้

“อั่ก...คลั่งอย่างกับหมาบ้า...เพราะแบบนี้สิ...อึก คนอย่างมึงถึงปกป้องใครไม่ได้สักคน แค่ก ๆ” ชายพยายามเค้นเสียงพูดออกมาพร้อมกับกระอักเลือกออกมาเลื่อย ๆ ถึงแม้สภาพร่างกายของเขามันจำย่ำแย่ขนาดไหนแต่มันก็คุ้มกับการที่เขาจะได้เอาคืนผู้ชายสารเลวอย่างไฮค์ได้ หลังจากที่เขาถูกผู้ชายคนนี้แย่งคนรักของเขาไปย่ำยี้และทิ้งเธอราวกับของไร้ค่า ทั้งที่เขาสู้อุส่าปกป้องและถนอมเธอมาอย่างดี แต่เพียงแค่เขาเผลอไปชั่ววูบเดียว เขาก็ต้องเสียเธอไปให้ไอ้ปีศาจคนนี้เสียแล้ว

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเขาก็หาทางเอาคืนไฮค์มาตลอดแต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ชายคนนี้ได้เลยสักครั้ง แต่แล้วดูเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเขาเมื่อ อยู่มาวันหนึ่งไฮค์ก็เข้ามาหาเขาเองและบอกว่าต้องการจะปราบพยศเด็กของมันสักหน่อยด้วยการเอามาเด็กคนนั้นมาเป็นของประมูลเถื่อน โดยให้ผมที่เป็นน้องชายของเจ้าของงานมาแสดงเป็นหน้าม้าออกมางานประมูลสู้ราคาด้วยจำนวนเงินไม่อั้นขอแค่ให้ผมชนะการประมูลนี้ และหลังจากนั้นก็ค่อยส่งตัวเด็กมันกลับคืน

แต่ใครจะไปรู้ว่าเด็กคนนั้นที่ไฮค์พูดถึงจะเป็นแอลเพื่อนสนิทของคีย์และควบตำแหน่งคนที่คีย์แอบรักซะด้วย

และแผนการที่ชายคิดจะหักหลังไฮค์ก็เกิดขึ้น แทนที่เขาจะส่งตัวแอลคืนให้ไฮค์ตามสัญญาแต่เขากลับทำตรงกันข้ามโดยการพาแอลหนีออกจากงานประมูลและส่งให้กับคีย์แทน แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกเมื่อเองแอลก็ดูเหมือนจะคับแค้นไฮค์ไปไม่น้อยไปกว่าตัวชายเท่าไหร่ แอลขอร้องให้ชายช่วยหากล้องวีดีโอขนาดเล็กมาให้และบอกแผนการคราว ๆ มาให้ชายช่วยเหลือโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ากำลังถูกชายซ่อนแผนหลอกใช้เป็นเครื่องมีล้างแค้นเช่นกัน

“ปากดีนักใช่ไหมมึง !!!!” ไฮค์ทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระทืบคนปากดีอีกครั้งแต่ไมค์ก็เข้ามาห้ามเอาไว้อีก และกันไปขู่ชายเสียงเย็น

“กูว่ามึงเก็บปากของมึงเอาไว้กินข้าวดีกว่านะไอ้ชาย มึงอย่ากวนตีนแล้วบอกมาซะว่ามึงเอาแอลไปไว้ที่ไหน”

ถึงแม้ว่าชายจะบอกกับพวกเขาว่าตอนนี้แอลอยู่กับคีย์ แต่พอพวกเขาบุกตามตัวกลับไม่เจอแม้แต่เงาของทั้งสองคนเลย ไม่แปลกเลยที่ไฮค์มันจะคลั่งแบบนี้

“ฮึ....ขอบคุณในความหวังดี....แต่กูไม่ต้องการวะ....อั่ก...กูลืมไปว่าไอ้แอลมันฝากของขวัญมาให้มึงดูด้วย” ชายแสยะยิ้มสะใจ

“มึงพูดบ้าอะไรของมึง ?” ไฮค์ถามเสียงเข้ม

“ในกระเป๋าที่กูถือมาด้วยมีซีดีอยู่หนึ่งแผ่น เอาไปเปิดดูแล้วมึงจะรู้เอง.....ฮึ”

ไมค์หันไปมองหน้าไฮค์นิด ๆ ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้สีดำที่ชายมันถือมาด้วยเปิดค้นทันที และเขาก็เจอแผ่นซีดีที่มันว่าจริง ๆ

“เอาไงวะ” ไมค์หันมาถามไฮค์ที่จ้องใบหน้าของชายอย่างโกรธแค้น

“ไปหยิบโน้ตบุ๊คที่รถกูมา” ไฮค์หันไปสั่งลูกน้องที่ยืนรอคำสั่งของเขาอยู่ด้านหลัง ไมค์พลิกดูแผ่นซีดีที่ว่ากลับไปกลับมารู้สึกสังหรไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้

ไมค์ตัดสินใจโทรหาเอ็มเพื่อนสนิทในกลุ่มให้ออกมา เพราะดูจากสถานการณ์แล้วตัวเขาคนเดียวคงจะห้ามไฮค์เอาไว้ไม่อยู่แน่ ๆ เพราะฉะนั้นมันคงไม่ผิดที่เขาจะโทรตามใครอีกคนมาเป็นกำลังเสริม ผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีหลังจากที่ไมค์โทรตามเอ็ม เสียคำรามด้วยความคับแค้นอย่างที่สุดของไฮค์ก็ดังลั่นโกดังล้าง พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้าไปกระทืบชายไม่หยั่งเท้าอย่างบ้าระห่ำ

“ไอ้เหี้ยชาย...กูจะฆ่ามึง !!!

“เวรแล้วไง !? ไอ้ไฮค์หยุดนะโว้ย” ไมค์รีบวิ่งเข้าไปล็อกตัวไฮค์ให้ออกห่างทันที ไม่ใช่ว่าเขาเป็นห่วงชายแต่เพราะเขาไม่อยากให้เพื่อนกลายเป็นฆาตกรก็แค่นั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่วแต่ก็ไม่ได้เลวจนถึงขนาดลงมือฆ่าคน

“ปล่อยกู กูจะฆ่ามัน” ไฮค์ตะโกนกราดอย่างบ้าคลั่ง นี่เป็นครั้งของเขาที่รู้สึกโกรธจนอยากจะฆ่าคนได้ขนาดนี้ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าแผนการปราบพยศแอล จะถูกใช้เพื่อเป็นสะพานส่งตัวแอลกลับไปให้คีย์ไปเชยชมอีกครั้ง แค่ภาพแรกที่เห็นสองคนนั้นกำลังกกกอดนัวเนียบนเตียงกว้าง เขาก็โกรธจนแทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว

เขาเกลียดการถูกทรยศหักหลังเป็นที่สุด และเมื่อเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ทีไรเขาก็ไม่สามารถควบคุมสติได้ทุกที

“อั่ก...ฮึ ฮา ๆ ๆ ๆ ใช้สีหน้าแบบนั้นแหละที่กูอยากจะเห็น จากคนสารเลวอย่างมึง ผลกรรมมันได้ตามสนองมึงแล้ว อดีตมึงเคยแย่งคนรักของกูไป แต่มึงดูตอนนี้สิว่าเด็กของมึงมันไปมั่วชู้สวมเขาให้มึงอยู่ หึ สะใจเป็นบ้า” ชายหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่กลัวเกรงถึงแม้สายตาจะพร่าลางเต็มที

“หุบปากซะถ้ามึงยังไม่อยากตาย” ไมค์ตวาดชายเสียงแข็ง

“ฮึ !!! ปล่อยกูได้แล้วไอ้ไมค์.....กูจะไม่ซ้อมมันแล้ว” ไฮค์บอกไมค์เสียงเย็นลมหายใจหอบเหนื่อยเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มร้ายที่เขามักจะทำจนเคยชินจนเป็นนิสัยไปแล้ว

ไมค์มองท่าทีของไฮค์ไปอีกสักพักก็ยอมปล่อย เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของไฮค์เขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้ในสมองของเพื่อนรักกำลังคิดเล่นอะไรแผง ๆ อีกแน่

ไฮค์ย่อตัวลงนั่งชันเข่าขึ้นหนึ่งข้างและแสยะยิ้มพูดว่า

“ปากดีให้ได้ตลอดเถอะนะมึง.....ที่กูประกาศว่าจะฆ่ามึง กูก็ตั้งใจจะฆ่ามึงจริง ๆ นั้นแหละ” ไฮค์กระชากเส้นผมของชายให้เชิดหน้าขึ้นก่อนที่จะแล้วพูดต่อไปอีกว่า

“แต่กูจะฆ่ามึงให้ตายทั้งเป็นแทน”

พูดจบไฮค์ก็ปล่อยมือออกจากเส้นผมของชายก่อนจะไปหันส่งซิกบ้างอย่างกับลูกน้องของเขาที่และเดินออกไปจากโกดังร้างทันทีโดยมีไมค์เดินตามหลังมาติด ๆ

“มึงจะทำอะไรไอ้ชายวะ” ไมค์ถามระหว่างที่เดินตามหลังไฮค์มา

“แค่บทโทษเล็กน้อย กูไม่ทำมันให้ถึงตายหรอกน่า” ไฮค์บอกแบบปัด ๆ โดยที่ไม่ได้บอกไมค์เลยสักนิดว่าบทลงโทษที่ว่านั้นคืออะไร แต่เสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือของชายที่ดังลอดออกมาจากโกดังร้างไมค์เองก็พอจะเดาได้แล้วว่าบทลงโทษนั้นคืออะไรเขาเลยไม่ได้เซ้าซี้ถามอีก

“แล้วมึงจะเอาไงต่อไปละ เรื่องจะไปตามเด็กมึงคืนไม ?”

“อ่อ มึงกลับไปก่อนก็ได้ที่เหลือกูจัดการเอง”

“พูดแบบนี้แสดงว่ามึงรู้แล้วละสิว่าเด็กมึงอยู่ที่ไหน” ไมค์ถามอย่างรู้ทัน

“ก็ไม่เชิงวะ กูไปละ”

พูดจบไฮค์ก็เดินกลับไปขึ้นรถและออกตัวไปด้วยความเร็วสูงทันทีโดยที่ไมค์ยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไรด้วยซ้ำ เขาหันกลับไปมองโกดังร้างอีกครั้งแล้วพูดขึ้นว่า

“มึงผิดเองนะที่หักไอ้ไฮค์ ถ้ามึงทำตามที่มันบอกซะดี ๆ ก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้วแท้ ๆ”

ไมค์หลังเดินกลับขึ้นรถของตัวเองทันที และไม่สนใจเสียงครางกระเส่าที่ดังลอดออกมาจากในโกดังร้างแห่งนั้นอีกเลย ใช้ว่าเขาจะไม่อยากช่วยชายให้ออกมาจากที่นั้นแต่เพราะถ้าหากว่าเขาเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของไฮค์ไปมากกว่านี้เขาเองก็ไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน

-

-

หลังจากที่ผมออกจากห้องของไอ้คีย์ ผมก็รีบขึ้นแท็กซี่ตรงกลับไปที่คอนโดและเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็นอย่างรวดเร็วที่สุดและรีบออกไปจากคอนโดทันที โดยที่ไม่ลืมหยิบเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของผมติดตัวออกไปด้วย เผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไรจะโทรหาใครสักคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทัน ผมไม่เสี่ยงอยู่ที่ไหนกับที่นาน ๆ เพราะนั้นมันจะกลายเป็นเบาะแสให้ไอ้ไฮค์มันตามตัวผมจนได้เจอได้เร็วจนเกินไป

และก่อนที่ผมจะทันเปิดประตูรถเข้าไป เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น ในตอนแรกผมกะว่าจะไม่รับสายและปิดเครื่องซะแต่เพราะว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของที่บ้านผมเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับสาย

“สวัสดีครับ”

“คุณแอลเหรอคะ ป้าจำปีพูดสายนะคะ”

“ครับ....ป้าจำปีมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ?”

“คือว่า มีแขกมาขอพบคุณแอลนะคะ แต่ป้าบอกไปแล้วนะคะว่าคุณแอลไม่อยู่ เขาก็ยังยืนยันที่จะรออยู่ที่บ้านให้ได้เลยค่ะ”

“ใช่คีย์หรือเปล่าครับ”

“ไม่ใช่คะ....อ้าว คุณคะ !!!

“กูให้เวลามึง 20 นาที เดินทางมาที่นี่ห้ามช้าเกินกว่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นกูไม่รับรองความปลอดภัยของคนในบ้านมึง

น้ำเสียงเย็นเยือกที่แสนคุ้นเคยดังผ่านมาตามสายเล่นเอาขนทั้งตัวของลุกชันขึ้นมาทั้งตัว ร่างกายสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นในบ้านของตัวเอง

“มึง ?!

“ตอนนี้เหลือเวลา 19.30 วิ อย่าช้าละ”

“เดี๋ยวสิ....โธ่เว้ย” ผมสบถด้วยความโมโห คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้ไฮค์มันจะเล่นไม้นี้กับผม หรืออาจเป็นเพราะผมโง่เองที่วางแผนเอาไว้ไม่รอบครอบพอจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับครอบครัวของผมเอง

และไม่รอช้าผมรีบขึ้นรถและออกตัวไปด้วยความเร็วทันทีเพื่อจะได้ไปให้ถึงที่หมายได้อย่างทันเวลา โชคดีที่ระยะทางจากคอนโดไปถึงบ้านผมนั้นไม่ไกลกันมากนัก ถ้าเร่งความเร็วและอ้อมทางหลบไฟแดงอีกนิดหน่อยก็สามารถย่นเวลาให้เหลือเพียงแค่ 15 นาทีก็ถึงบ้านผมแล้ว

ผมขับรถรัดทางอย่างเร่งรีบไปเลื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาถึงซอยทางเข้าบ้านผม แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีรถจากัวสีดำโฉบมาตัดหน้ารถผมจนเหยียบแบรกแทนไม่ทัน

เหี้ยเอ่ย...มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ

ผมด่าในใจพลางเดินลงจากรถเพื่อจะดูว่ามีรอยบุบสลายตรงไหนบ้างไหน

“ขับรถภาษาอะไรวะ ถ้าขับแบบนี้ไม่สร้างถนนเองซะเลยละ” ผมตะโกนด่าไปด้วยความโมโห แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อเจ้าของรถคันดังกล่าวเปิดประตูออกมาและแสยะยิ้มร้ายอย่างมันชอบทำบ่อย ๆ เดินตรงมาที่ผมอย่างใจเย็น

“มาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลยนะ ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 6 นาทีกว่า ๆ แน่ะ” ไอ้ไฮค์พูดบอกผมเสียงเรียบสบาย ๆ มันค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ผมเลื่อย ๆ ผมกลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอไปอย่างยากลำบากพลางก้าวถอยหลังออกห่างอย่างระแวงระวัง

“มึงทำอะไรคนในบ้านกูหรือเปล่า ?” ผมถามย้ำเสียงแข็ง

“กูเป็นคนรักษาสัญญาอยู่แล้ว กูว่านะแทนที่มึงจะห่วงคนอื่นมึงห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม” พูดจบไอ้ไฮค์ก็พุ่งตัวเข้ามากระชากแขนผมเข้าหาร่างสูงอย่างเร็วรวดจนผมตั้งตัวไปทันเซไปซบที่แผ่นอกกว้างของมันทันที

“โอ๊ย !! ปล่อยกูนะ....

“เป็นไงบ้างอยู่บนสวรรค์ซะนานเริ่มเบื่อหรือยังไงล่ะ”

“อยู่ที่ไหนก็ดีกว่าอยู่กับมึงก็แล้วกัน ไอ้ชั่ว !? แล้วที่ดิ้นพล่าน ๆ ตามหากูแบบนี้แสดงว่ามึงเห็นคลิปที่กูส่งไปให้มึงแล้วสินะ” ผมเอ่ยเยาะเย้ยไอ้ไฮค์พลางพยายามดึงแขนออกจากมือหนาเป็นระยะ

“ฮึ...ลงทุนทำถึงขนาดนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจกูเลยอย่างนั้นเหรอ...เป็นเมียที่น่ารักจริง ๆ เลยนะ”

ฟอด.....

“อ่ะ !!! ไอ้สัด มึง...กล้าดียังไงถึงมาหอมแก้มกูห๊ะ” ผมตวาดด่าไอ้ไฮค์เสียงดังลั่น พยายามดิ้นให้หลุดออกจากกอ้อมแขนที่ล็อกตัวผมเอาไว้อย่างสุดกำลัง

“มากกว่านี้กูก็เคยทำ....หมดเวลาเล่นสนุกของมึงแล้วนะไอ้แอล ถึงเวลาที่มึงจะต้องกลับลงไปในนรกกับกูแล้วนะที่รัก ฮึ ๆ ๆ ๆ”

-

-

ผมถูกไอ้ไฮค์กระชากลากถูพามาที่โกดังร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองมากเลยทีเดียว ความกลัวค่อย ๆ กัดกินเข้ามาภายในใจของผมมากขึ้นเลื่อย ๆ ยิ่งได้เห็นสถานที่ที่ไอ้ไฮค์มันพามาแล้วก็ยิ่งทำให้แน่ใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นว่า.......

มันคงพาผมมาฆ่าหมกโกดังร้างแน่ ๆ เลย

“ลงมา กูมีของขวัญอยากให้มึงได้ดูเหมือนกันนะ รับรองว่ามึงต้องชอบแน่” ไอ้ไฮค์ดึงแขนผมให้ลุกขึ้นเดินตามหลังมันเข้าไป ซึ่งผมเองก็พยายามยื้อเอาไว้อย่างเต็มที่

“ของขวัญอะไรกูไม่เอาทั้งนั้น ปล่อยกูนะ กูจะกลับไปหาผัวกู”

“ผัวมึงก็ยืนอยู่ตรงหน้ามึงนี่แล้วไง มาเถอะน่า...กูจะให้มึงดูผลลัพธ์ของคนที่คิดจะลองดีกับกูมันต้องเจออะไรบ้าง”

ผมยังคงถูกไอ้ไฮค์ลากเดินต่อไปถึงแม้จะพยายามร้องโวยวายสักแค่ไหนแต่ดูเหมือนร่างสูงจะไม่สนใจใยดีเสียงโวยวายของผมเลยแม้แต่น้อย และนั้นยิ่งทำให้ไฟโทสะของผมลุกฮือมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก

พลั่ก

อ่ะ

!!!!!

ผมถูกไอ้ไฮค์เหวี่ยงล้มลงไปกระแทกกับพื้นปูนขลุกขลักอย่างแรงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และจังหวะที่ผมกำลังเงยหน้าขึ้นมาด่าไอ้ไฮค์ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ผมถึงกับช็อกค้างจนแทบจะสิ้นสติ

ผมพึ่งรู้ในวันนี้เองว่าไอ้ไฮค์มันช้าร้ายมากแค่ไหน เมื่อผมได้เห็นเพื่อนที่ค่อยช่วยเหลือผมมาตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างไอ้ชายที่ตอนนี้กำลังนอนสลบไม่ได้สติอยู่บนพื้นปูนเย็นเชียบด้วยร่างกายเปลือยเปล่า ทั่วทั้งร่างมีแต่บาดแผลและรอยพกช้ำอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด และที่ร้ายยิ่งกว่านั้นที่หว่างขาของไอ้ชายยังมีคราบเลือดและคราบน้ำสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนอยู่เต็มไปหมด กลิ่นคาวเลือดลอยคุ้งเข้ามาในจมูกจนผมแทบจะอาเจียนออกมา

 ผมพึ่งจะเข้าใจทุกอย่างก็ในวันนี้เองว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีคำว่าปรานีอยู่ในหัวของมันเลยแม้แต่น้อย มันพร้อมที่จำทำลายทุกคนที่เข้ามาขว้างทางด้วยสารพัดวิธีที่จะทำให้ศัตรูของมันเข็ดไปจนวันตาย ยิ่งผมเข้าใกล้ความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้มาขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้ตัวแล้วว่าผมไม่มีทางเอาชนะคนคนนี้ได้เลย เรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่ผมทำลงไปมันยังไม่สามารถเอาไปเทียบกับไอ้ไฮค์ได้เลยแม้แต่เศษเสี่ยวเดียว

ผมเบียนหน้าหนีภาพตรงหน้าไปทางอื่นน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ร่างกายสั่นสะเทือนรู้สึกหายใจติดขัด เป็นเพราะผม....เพราะผมเป็นคนลากไอ้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มันเลยต้องรับผลกรรมที่มันไม่ได้เป็นคนก่อ ผมไม่มีวันชดใช้ความผิดในครั้งนี้ได้เลย ไม่มีวัน........

“เป็นยังไงบ้างละ ชอบไหมของขวัญที่กูมอบให้”

ไอ้ไฮค์ย่อตัวลงนั่งในระดับเดียวกับผมพลางกระชากเส้นผมของผมอย่างแรงจนใบหน้าเชิดสูงขึ้น และบังคับบีบสันกรามของผมให้หันหน้ากลับไปมองภาพนั้นอีกครั้ง

“อึก...ฮือ...ถ้ามึงโกรธ....มึงแค้น...ทำไมมึงไม่มาลงที่กู มึงไปทำร้ายคนอื่นทำไม ไอ้ชาติชั่ว !!!!” ผมพยายามเค้นเสียงด่าไอ้ไฮค์อย่างยากลำบาก

“ช่วยไม่ได้ก็ใครใช้ให้มันร่วมมือกับมึงทรยศกูกันละ แล้วก็ไม่ต้องห่วงหรอกนะไอ้แอล มึงจะต้องได้รับบทลงโทษที่สาหัสกว่าไอ้ชายมันแน่ ๆ เพราะกูไม่เคยปล่อยให้คนที่กล้าทรยศกูลอยนวลได้อยู่แล้ว” ไอ้ไฮค์บอกด้วยน้ำเสียงสบายพลางลอยหน้าลอยตาไปมาราวกับว่าเรื่องที่มันทำลงไปนั้นไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฮึ....ทรยศอย่างนั้นเหรอ....กูจำไม่เห็นได้เลยว่ากูไปทรยศมึงตอนไหน มึงเป็นคนส่งตัวกูไปขายประมูลและไอ้ชายมันก็เป็นคนซื้อตัวกูมา ก็เท่ากับว่าไอ้ชายมันเป็นเจ้าของของกูมันจะทำอะไรกับตัวกูก็ได้ ที่มันทำก็เพียงแค่ส่งตัวกูไปเป็นของขวัญไปเซอร์ไพรส์ไอ้คีย์ และกูก็แค่ทำหน้าที่ของของขวัญชั้นดีก็เท่านั้นเอง.....ตรงไหนกันที่เรียกว่าทรยศ” ผมหยอกย้อนไอ้ไฮค์กลับไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แม้จะกลัวแต่ผมก็ไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้มันโดยเด็ดขาด

“พูดได้ดีนี่....งั้นก็แสดงว่ามึงไม่รู้เลยสินะว่าไอ้ชายมันเป็นแค่หน้าม้าที่กูส่งลงไปประมูลตัวมึง และหน้าที่ของมันคือการส่งตัวมึงมาให้กูไม่ใช่ให้ไอ้คีย์ แต่มันกลับทำตรงกันข้าม....แล้วแบบนี้ไม่เรียกว่าทรยศแล้วจะเรียกว่าอะไรดีละ”

เพราะเหตุนี้เองสินะที่ไอ้ชายถึงไม่ยอมบอกผมเรื่องว่ามันไปเอาจำนวนเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน....

“ก็มึงโง่เอง...”

เพี้ยะ

 ใบหน้าของผมสะบัดไปอีกทางตามแรงตบที่ไม่คิดจะออมแรงของไอ้ไฮค์ ผมเจ็บจนหน้าชาไปหมด

“มึงจะปากดีก็ทำได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ รอดูขอขวัญชิ้นต่อไปก่อนเถอะ ดูสิว่าจะยังปากดีแบบนี้ได้อีกไหม”

“มึงจะทำอะไร ?”

“ฮึ....เดี๋ยวก็รู้” ไอ้ไฮค์กระซิบบอกผมเสียงแผ่วพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหัวเราะในลำคอราวกับผู้ชนะ

ผมพยายามยันตัวลุกขึ้นรู้สึกแสบแปลบ ๆ ที่ปลาบคาง ผมเดาว่าคงเพราะเมื่อกี้ผมล้มลงไปปลายคางคงไปกระแทกกับพื้นแน่ ๆ เลย

“มึงปล่อยไอ้ชายไปได้ไหม ตอนนี้กูก็อยู่กับมึงแล้วแค่นี้มันก็น่าพอ......”

“พอเหรอ...แค่นี้มันยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ...อย่าพึ่งใจร้อนไป อีกเดียวของขวัญอีกชิ้นก็กำลังจะมาถึงแล้ว”

“..........”

คำว่า ของขวัญ ของไอ้ไฮค์ทำให้ผมรู้สึกผวาขึ้นมาอีกครั้ง ยังมีเหยื่อที่ต้องรับเคราะห์กับเรื่องนี้อีกคนหนึ่งอย่างนั้นเหรอ ผมได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นคนที่ผมคิดเลย.....แต่ก็ดูเหมือนคำภาวนาของผมมันจะไม่เป็นจริงซะแล้วเมื่อเสียงที่คุ้นเคยร้องเรียกชื่อผมดังลั่นโกดังร้างแห่งนี้

“แอล !!!!” 

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #38 Little IU (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 16:15
    เรื่องชักซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครแต่ละตัวไปๆมาๆพัวพันกันหมดเลย
    แต่ตอนนี้มีแต่ตัวละครที่ได้ผลมาจากการกระทำของไฮค์ทั้งนั้นเลย
    แต่ไฮค์มันก็โหดจริงไรจริงอ่ะ สรุปไม่รู้ว่าสิ่งที่ชายทำไปคุ้มกับสิ่งที่สูญเสียรึเปล่า
    แอลก็เหมือนกันคุ้มแล้วเหรอที่ให้เรื่องมันเป็นแบบนี้
    #38
    0