:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 16 : :::ตอนที่ 15::: ความจริงปรากฏ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 15 :::   ความจริงปรากฏ
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนตี 1 กว่า ๆ หลังจากที่นอนร้องไห้อยู่แบบนั้นนานจนเผลอหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ และคงเป็นเพราะผมร้องไห้หนักจนเกินไปก็เลยทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าอยู่แล้วเกิดอาการตัวรุ่ม ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ผมมองซ้ายมองขวามองหาเหยือกน้ำที่ควรจะว่างอยู่ที่ข้างเตียงแต่กลับว่างเปล่า.....

“หิวน้ำจัง” ผมพึมพำพลางค่อย ๆ ลุกเดินออกจากเตียงและมุ่งหน้าไปที่ห้องครัวทันทีเพื่อหาน้ำมาดื่มแก้กระหายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเหยียบเข้ามาเศษเสื้อผ้าสีแดงสดของผู้หญิงที่ห้องเกลื่อนอยู่บนพื้นพรม ผมมองไล่ตามเศษเสื้อผ้าพวกนั้นไปที่ห้องอีกฝั่งหนึ่งพลางได้ยินเสียงครางหอบถี่ของผู้หญิงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ประสานกับเสียงร้องครางทุ้มต่ำของผู้ชาย แค่นี้ผมก็พอจะเดาได้แล้วว่าที่ห้องนั้นกำลังเกิดสงครามบนเตียงอย่างหนักหน่วงอยู่

 

 “ฮึ....ทุเรศสิ้นดี” ผมหัวเราะเหยียบหยามไอ้ไฮค์ และเดินไปเปิดตู้เย็นคว้าเอาขวดน้ำออกมาดื่มแก้กระหายและในระหว่างที่ผมกำลังดื่มน้ำอยู่นั้นความคิดบ้างอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของผมแบบฉับพลัน ตอนนี้ไอ้ไฮค์มันกำลังให้ความสนใจกับคู่นอนบนเตียงอยู่ถ้าอย่างนั้นนี้ก็เป็นโอกาสของผมแล้วละสิ

ผมมองซ้ายมองขวามองหาโทรศัพท์สักเครื่องที่พอจะติดต่อกับไอ้คีย์ได้ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสงสัยไอ้ไฮค์มันคงเก็บไปหมดแล้ว มันคงไม่อยากจะให้ผมติดต่อกับใครทั้งนั้นระหว่างที่ยังอยู่กับมัน

โธ่เว้ย...ให้ตายสิทำไมอะไรมันถึงติด ๆ ขัด ๆ แบบนี้นะ

ผมขยี้หัวไปมาความรู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจมันหลั่งไหลเข้ามา

แกรก

หือ.....

ผมก้มลงมองปลายเท้าที่กำลังเหยียบอยู่บนของแข็งเย็นเฉียบสีดำ.....!!!!

 

 ไม่ใช่สิ....นี่มันโทรศัพท์ !?

ผมรีบคว้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่หล่นอยู่บนพื้นทันที สงสัยคงเป็นโทรศัพท์ของผู้หญิงที่ไอ้ไฮค์มันหิ้วขึ้นมาด้วยกันแน่ ๆ นับว่าโชคยังพอเข้าข้างผมบางที่ผู้คนหญิงคนนั้นไม่ได้ล็อกรหัสเอาไว้ ผมรีบเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นและเดินไปที่ระเบียงและกดเบอร์โทรหาไอ้คีย์ทันที

 

 “รีบรับสิ.....” ผมกัดฟันกดเสียงต่ำพลางหันหน้ากลับไปเข้าไปภายในห้องและจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องที่ไอ้ไฮค์มันใช้เป็นสถานที่ทำภารกิจอยู่ตลอดเวลา  

“ฮัลโหล...ใครวะโทรมาทำไมดึกดื่นป่านนี้เนี่ย” ไอ้คีย์ตวาดเสียงแข็งถึงแม้จะติดงัวเงียหน่อยก็ตาม

“คีย์...นี่กูเองนะ” ผมบอกไอ้คีย์เสียงสั่นน้อย ๆ

“แอล....ไอ้แอล !!! นี่มึงอยู่ที่ไหนวะ....”

“อย่าพึ่งถามอะไรกูตอนนี้ได้ไหม คีย์มีเป็นอะไรหรือเปล่ามีใครทำอะไรมึงไหม” ผมถามมันด้วยความเป็นห่วง พอคิดถึงเรื่องที่ไอ้ไฮค์มันพูดเอาไว้น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาซะดื้อ ๆ ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดผมคงไม่ร้อนรนขนาดนี้เพราะไอ้คีย์เองมันก็ไม่ได้กระจอกถึงขนาดที่จะโดนใครทำร้ายเอาง่าย ๆ แต่คนที่มาพูดกับผมกลับเป็นไอ้ไฮค์......

ผู้ชายที่คาดเดาได้ยากว่ากำลังคิดหรือทำอะไร......

ผู้ชายที่ผมเคยดูถูกมันว่าจะติดกับดักของผมง่าย ๆ แต่กลับกลายเป็นผมซะเองที่ติดกับดักของมัน.....

ผู้ชายสารเลวคนนี้น่ากลัวเกินไปจริง ๆ........

“เออ....เปล่าไม่ได้เป็นอะไร” เสียงของไอ้คีย์ขาดหายไปเล็กน้อยก่อนที่จะตอบผม เพียงแค่นี้เท่านั้นก็สามารถทำให้ผมรู้ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอ้คีย์มันจริง ๆ  

“กูขอโทษ” ผมเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาเม็ดโตเริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง

“อย่าร้องไห้นะ....ช่วงนี้เสียน้ำตาปล่อยเกินไปแล้วนะมึงอ่ะ ทีนี่จะบอกกูได้หรือยังว่าตอนนี้มึงอยู่ที่ไหน”

“มึงก็น่าจะรู้นี่ว่ากูอยู่ที่ไหน” ผมถามไอ้คีย์กลับไป รู้สึกแปลกใจนิด ๆ ที่ไอ้คีย์มันถามว่าผมอยู่ที่ไหนก็ในเมื่อก่อนที่ผมจะถูกไอ้ไฮค์มันพาตัวมาผมก็เคยบอกไอ้คีย์เอาไว้แล้วนี่น่าว่าผมจะย้ายไปอยู่ไอ้ไฮค์นี่น่า

 

 “กูรู้แค่ว่ามึงอยู่กับใคร แต่กูไม่รู้ว่ามึงอยู่ที่ไหน คอนโดที่ไอ้ไฮค์พักอยู่จนถึงตอนนี้มันยังไม่ได้กลับมาเลย นั้นก็หมายความว่ามันพามึงไปอยู่ที่อื่นยังไงละ”

แกรก

ร่างสูงของไอ้ไฮค์เดินออกมาจากห้องนั้นสภาพร่างกายของมันนั้นมีเหงื่อกามไหลออกมาตามไร้ผม และแผ่นอกกว้าง เปลือยท่อนบนส่วนท่อนลางก็มีผ้าขนหนูพันเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

“อ่ะ!!...ไอ้คีย์เดียวกูติดตามไปใหม่นะ”

ผมรีบกดวางสายและปิดเครื่องทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไอ้คีย์มันโทรกลับมาตอนนี้ และรีบเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปซ่อนเอาไว้ที่หลังกระถางต้นไม้นอกระเบียงทันที

เอาไงดี.....  

“มึงมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ?”

และยังไม่ทันที่ผมจะตั้งตัวไอ้ไฮค์มันก็มายืนตะง่านอยู่ตรงหน้าผมแล้ว

“ก็แค่อยากออกมารับลมข้างนอกบ้างก็แค่นั้นเอง ในห้องมันอึดอัด” ผมโกหกไอ้ไฮค์เสียงเรียบนิ่งทั้ง ๆ ที่สองมือของผมกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ มันยืนจ้องใบหน้าของผมอยู่อย่างนั้นสักพัก ไอ้ไฮค์ค่อย ๆ เอื้อมมือหนามาแตะที่แก้มของผมเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า

“กลับเข้าห้องไปซะตัวเย็นหมดแล้ว” มันว่า

“อืม....” ผมรับเบา ๆ ในคอพลางเดินเลี่ยงมันไปอีกทางแต่ก็ต้องชะงักเพราะมันคว้าแขนของผมเอาไว้ก่อนที่จะเดินพ้นตัวไอ้ไฮค์ไป

“แปลก ?” มันพึมพำ

“อะไร ?”

“มึงปิดบังอะไรกูอยู่หรือเปล่า.....” ไอ้ไฮค์ถามเสียงเข้มนิด ๆ

“กูไม่เข้าใจที่มึงพูด....” ผมยังคงสีหน้าเรียบเฉยตอบมันไป

“.......ช่างมันเถอะ กลับเข้าไปในห้องแล้วนอนพักซะ” ไอ้ไฮค์ปล่อยมือจากแขนของผมและเดินเข้าไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ผมเบียนหน้าหนีภาพตรงหน้ารีบกลับเข้าไปในห้องนอนทันที

-

-
 

 

เช้าวันต่อมา......

โครม.....

ปุบ ๆ ๆ ๆ ๆ

“ฮื่อ.....” ผมร้องครางในลำคอเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างนุ่ม ๆ กำลังปัดไปมาอยู่บนใบหน้าของผมและแถมบริเวณหน้าอกยังรู้สึกหน่วง ๆ ยังไงก็ไม่รู้

หม๊าว ๆ ๆ

 

 “......? เฮ้ย !!! มาจากไหนกันวะเนี่ย ทะ....ทำไมมันเยอะแบบนี้อ่ะ”

ผมสะดุ้งตื่นเต็มตาเมื่อลืมตาขึ้นมาเจอเข้ากับกองทัพแมวเปอร์เซียหลากสีที่ไม่รู้ว่าโผล่เข้ามาอยู่ในห้องนี้ยังไงกำลังนั่งกองอยู่รอบ ๆ เตียงของผมและมีตัวหนึ่งกำลังนั่งหลังอยู่บนตัวของผมและหางของมันก็กำลังปัดใบมาอยู่บนใบหน้าผมอีกด้วย

หม๊าว ๆ ๆ ๆ  

“จะร้องทำไมกันนักหนาวะ....เอ้านี่ลงมากินข้าวกันได้แล้ว”

ไอ้ไฮค์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารแมวกำลังพูดบอกเหล่าฝูงแมวเปอร์เซียด้วยสีหน้าท่าทางหงุดหงิด ไอ้ไฮค์เดินเข้ามาอุ้มเจ้าตัวที่นั่งอยู่บนหน้าอกของผมออกไปแล้วถามผมต่ออีกว่า

“มึงละหิวรึยัง ?”

“หือ....เออ หิวแล้ว” ผมตอบไอ้ไฮค์เสียงแผ่วรู้สึกมึนงงกับสถานการณ์ที่เจอมาก ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นถามร่างสูงยังไงดี

“นอนรออยู่นี่ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวกูโทรสั่งข้าวให้มึงเสร็จแล้วจะเข้ามาเช็ดตัวให้” ไอ้ไฮค์บอกผมเสียงเรียบ มันก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อจะวางเจ้าแมวที่ดิ้นดุกดิกอยู่ในอ้อมแขนของมันลงกับพื้น และฉีกกล่องอาหารแมวออกค่อย ๆ เทลงในจานใส่อาหารของแต่ละตัวจนครบทุกจาน แล้วก็เดินหายออกไปจากห้องทันที.......

“..............”

ผมนั่งนิ่งเงียบช็อกกับสถานการณ์ที่เจออยู่สักพักก่อนี่สติจะกลับมาอีกครั้ง ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นค่อย ๆ คลานไปที่ปลายเตียงอย่างช้าแล้วก้มลงมองเหล่าแมวเปอร์เซียเพื่อที่จะนับจำนวนที่แน่นอนของพวกมันทีละตัว

 

 “1…2…3…4…5….6….7…8 !!! ชิบหาย ทำไมมันเยอะงี้วะ” ผมตื่นตะลึงแล้วตะลึงอีกกับจำนวนของพวกมันจนอุทานออกมาเพราะความทึ้งสุด ๆ

หม๊าว ๆ ๆ

 

 


ภาพประกอบน้องเหมียวจ้า


และดูเหมือนว่าพวกมันจะรับรู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองพวกมันอยู่ ก็เลยพากันส่งเสียงร้องออกมาและกระโจนขึ้นมาบนเตียงทีละตัวสองตัวจนตอนนี้บนเตียงกว้างสีดำสนิทนี้ก็เต็มไปด้วยน้องแมวมากมายที่ต้องมาผมเป็นตาเดียว ผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีก็เลยค่อย ๆ ขยับถอยห่างจากพวกมันไปนั่งเบียดชิดกับหัวเตียง พลางจ้องมองพวกมันกลับด้วยสายตาหวาด ๆ  พวกมันหยุดนิ่งมองผมอยู่กับที่พักหนึ่งก่อนที่จะ......

“ว๊าก ก ก ก ก ก ก ก” ผมแหกปากลั่นยกแขนขึ้นปัดป้องร่างกายของตัวเองให้พ้นจากกรงเล็บมรณะที่กำลังจะมาถึง......เมื่อกองทัพแมวพวกนั่นพุ่งเข้ามาใส่ผมในคราวเดียว

แต่ทว่า......

แพลบ ๆ ๆ ๆ

 

 “หื้อ......อ้าว ?” ผมรู้สึกได้ถึงลิ้นสากเล็กที่กำลังเลียที่แขนของผมและขนนุ่ม ๆ ที่กำลังบดเบียดไปตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกายจนค่อย ๆ เอาแขนลงอย่างช้า ๆ ก็พบว่าแมวพวกนั้นมันไม่ได้จะเข้ามาทำร้ายผมแต่มันแต่เข้ามาอ้อนผมเท่านั้นเอง

“ฮึ ๆ ๆ อย่าเลียตรงนั้นสิมันจักจี้นะ”

ผมอุ้มเจ้าเหมียวตัวตัวอ้วนกลมสีดำสนิทออกมาจากบริเวณใบหูของผมและจับมันมาวางไว้บนตักพลางเกาคางให้มันไปด้วย ‘เจ้าดำ ผมขอเรียกมันแบบนี้ละกัน หลับตาลงทำท่าเคลิ้มหยุดนิ่ง เมื่อตัวอื่น ๆ เห็นแบบนั้น พวกมันก็เบียดเข้ามานั่งที่ตักของผมเต็มจนล้นและพยายามดันเจ้าดำให้หลุดออกไปจากที่นั่งของมัน  

 

 “โอ๊ย ๆ อย่าแยกกันสิ...ฮึย....หนักชะมัด”

ด้วยจำนวนของแมวเปอร์เซียทั้ง 8 ตัวโตเต็มวัยอ้วนกลมที่กำลังแย่งพื้นที่นั่งบนตักของผมอยู่ทำให้รู้สึกว่ามีเด็กตัวเล็ก ๆ สองคนกำลังนั่งอยู่บนตักของผมเลยทีเดียว

ระหว่างที่ผมพยายามจัดระเบียบเจ้าเหมียวทั้งหลายอยู่นั้นก็มีเสียงหัวเราะฮึ ๆ จากร่างสูงที่ยืนกอดอกจ้องมองผมกับเจ้าเหมียวพวกนี้ด้วยแววตาสนุกสนาน  

“มีอะไรน่าขำ ?” ผมขมวดคิ้วถามไอ้ไฮค์เสียงแข็งนิด ๆ มันหยักไหล่และเดินเข้ามาอุ้มเอาแมวพวกนั้นออกจาตักของผมและวางลงบนพื้นจนหมดทุกตัวแล้ว ไอ้ไฮค์ก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของผมและกระชากร่างของผมเข้าไปชิดกับร่างสูงของมัน จนทำให้ใบหน้าของผมนั่นไปกระแทกกับแผ่นอกกว้างนั่นอย่างจังเลยเอาแสบจมูกไปหมดเลย

“จะทำอะไรน่ะ.....ปล่อยกูนะ” ตะคอกใส่ไอ้ไฮค์เสียงดัง รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ที่ต้นแขนบริเวรที่มือหนาของไอ้ไฮค์จับอยู่

 

 “อยู่เฉย ๆ ได้ไหม กูแค่จะวัดไข้ให้มันเท่านั้นเอง” มันกระซิบบอกผมเสียงแผ่ว และกดริมฝีปากของมันเข้าหาริมฝีปากของผมอย่างรวดเร็วโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายลิ้นร้อน ๆ ของมันสอดใส่เข้ามาในโพลงปากของผม เรียวลิ้นหนานุ่มลูบไล้หยอกล้อกับลิ้นเรียวเล็กของผมไปมา และไล่ตามมาฟันคมของผมอย่างจาบจ้วงจนผมหายใจเอาอากาศเข้าปอดแทบไม่ทัน ไอ้ไฮค์มันปล้ำจูบผมอยู่นานราวกับว่ามันต้องการจะเสพเอาลมหายใจของผมเข้ามาเป็นของมันให้หมดยังไงอย่างนั้น
 

“อืม....” ผมร้องท้วงในลำคอเมื่ออากาศในปอดเริ่มหมดลงไปเลื่อย ๆ สองมือพยายามดันร่างสูงออกห่างอย่างจ้าละหวั่น และในที่สุดไอ้ไฮค์ก็ผลัดริมฝีปากของมันออกไปในที่สุด
 

นี่มันเป็นวิธีวัดไข้แบบไหนของมันกันวะ.....

“ถอดเสื้อผ้าซะ” ไอ้ไฮค์บอกผมหน้าตาเฉยราวกับว่าเรื่องที่มึงพึ่งจะพ่นออกมาจากปากนั้นมันเป็นเรื่องปกติ

“.......!!!

แควก  

และโดยที่ทันที่ผมจะตั้งตัวไอ้ไฮค์มันก็กระชากเสื้อยืดสีครีมที่มันเป็นคนหามาให้ผมใส่ขาดเป็นสองซีก เผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนและหน้าท้องเรียบแบนปรากฏสู่สายตาของร่างสูง ผมรีบดันตัวหนีไอ้ไฮค์แต่ก็ถูกมันกดร่างให้นอนราบไปกับเตียงนอนกระชากเสื้อกับกางเกงของผมออกอย่างรวดเร็วจนตอนนี้บนร่างกายไม่เหลือเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว.......

“ให้ถอดดี ๆ ไม่ชอบ...ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก” ไอ้ไฮค์พูดเสียงขรึม

ผมรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวหลบซ่อนร่างกายเปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังจ้องมองร่างกายของผมด้วยสายตาเป็นประกายวาววับของไอ้ไฮค์อย่างรนราน

ผมไม่ได้หน้าด้านถึงขนาดที่จะมานอนโป๊ให้มันจ้องตาเป็นมันแบบนี้หรอกนะ

“มึงลองคิดกลับกันบ้างก็ดีนะ....ถ้าจู่ ๆ กูบอกให้มึงถอดเสื้อผ้ามึงจะถอดไหม” ผมถามมัน

“ถอด” ไอ้ไฮค์ตีหน้าตายตอบผมสั้น ๆ ก่อนที่มันจะรุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำผ่านไปสักครู่มันก็เดินกลับมาพร้อมกับอ่างน้ำเล็ก ๆ กับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวหนึ่งผืน

“กูเช็ดเองได้” ผมชิงพูดระหว่างที่ไอ้ไฮค์มันกำลังเอาผ้าชุบน้ำในอ่างอยู่

“คนที่สามารถยอมทิ้งศักดิ์ศรีละทิ้งคุณค่าในตัวเองยอมนอนอ้าขาให้กูเอามาแล้วไม่รู้กี่ครั้งเพื่อความแค้นอย่างมึง กูว่าจะมาทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวตอนนี้มันไม่ทันแล้ววะไอ้แอล....” ไอ้ไฮค์ว่าพลางกระตุกยิ้มเยาะผมที่มุมปาก

“.................”

เพราะคำพูดของไอ้ไฮค์มันทำให้ผมคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้ไฮค์ในช่วงก่อนหน้าที่จะรู้ความจริงทุกอย่างขึ้นมา มันก็ทำให้ผมโต้ตอบมันกลับไปไม่ได้จริง ๆ ก่อนหน้านั้นผมมองว่าร่างกายนี้มันจะเป็นยังไงก็ช่างผมไม่สน ขอแค่ให้ได้แก้แค้นก็พอใจแล้ว แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าร่างกายมันช่างมีค่าเหลือเกิน........

โดยเฉพาะกับคนคนหนึ่งที่กำลังรอคอยผมอยู่ในตอนนี้........

 

 ผมกัดฟันแน่นเมื่อผ้าห่มที่ผมใช้คลุมปกปิดร่างกายถูกร่างสูงกระชากออกไปอย่างไม่ใยดี ไอ้ไฮค์ไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนของผมเลยแม้แต่น้อย มันเจ็บแขนทั้งสองข้างของผมรวบเอาไว้ได้ด้วยมือเดียวและกดแขนทั้งสองข้างแนบไว้กับแผ่นอกของมัน ส่วนมืออีกข้างก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวผมอย่างรวดเร็ว

“อืม...อ่ะ!!!

ผมรีบกัดริมฝีปากทันทีที่จู่ ๆ ผมก็หลุดเสียงครางออกมาเมื่อไอ้ไฮค์มันไล่ผ้าเช็ดตัวเย็นไปแตะที่เม็ดยอดอกสีกุหลาบของผมวนเวียนอยู่อย่างนั้นราวกับว่ามันจงใจแกล้งให้ผมเผลอไปกับสสัมผัสของมัน ไอ้ไฮค์ปล่อยแขนทั้งสองข้างของผมให้เป็นอิสระแล้ว ใบหน้าคมคลายของไอ้ไฮค์ค่อย ๆ โน่นเข้ามาคลอเคลียที่ซอกคอไล่ขึ้นมาที่พ่วงแก้มของผมเบา ๆ ไม่ได้จาบจ้วงเหมือนทุก ๆ ครั้งที่มันชอบทำ สัมผัสแผ่วเบานุ่มนวลที่ผมไม่คุ้นเคยเลยจากร่างสูงทำให้ผมเผลอยกมือขึ้นมาลูบไล้ที่แขนแข็งแกร่งไปด้วยกล้ามเนื้อของไอ้ไฮค์อย่างลืมตัว

ปิ้งป่อง ๆ ๆ ๆ  

พรึบ

“ใส่เสื้อผ้า....แล้วก็ออกไปกินข้าวซะ”

จู่ ๆ ไอ้ไฮค์มันก็ผลัดตัวออกจากผมอย่างรวดเร็วและดึงเอาผ้าห่มมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของผมแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับลูกสมุนขนฟูอีกสองตัวที่วิ่งตามหลังมันออกไป

ผมได้แต่นั่งนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งใบหน้าเห่อร้อนแดงขึ้นมาจนถึงใบ

ตุบ ๆ ๆ

“ไม่ได้......” ผมพึมพำเสียงแผ่ว ยกมือขึ้นกดทับหน้าอกเอาไว้ พยายามเรียกเอาสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา

ทำไมผมต้องใจเต้นแรงเพียงแค่การกระทำที่อ่อนโยนเพียงเล็กน้อยของผู้ชายสารเลวคนนั้นด้วย

นี่นับเป็นอีกครั้งแล้วที่หัวใจของผมมันทำงานผิดปกติ เพราะการกระทำที่ผิดแปลกจากปกติของไอ้ไฮค์

หลังจากที่นั่งเงียบเรียกสติอยู่สักพักผมก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงมองดูเศษเสื้อผ้าที่ไอ้ไฮค์มันฉีกทิ้งไปอย่างไม่ใยดีพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“บอกให้กูใส่เสื้อผ้าแต่มึงก็ฉีกทิ้งไปหมดแบบนี้แล้วจะให้กูใส่อะไรละ” ผมบ่นอยู่คนเดียว พลางเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าที่พับเอาไว้อย่าเรียบร้อยวางอยู่ที่โซฟาที่อยู่ถัดไปอีกด้านหนึ่ง

ผมไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นมาใส่อย่างทุลักทุเล เนื่องจากบรรดาเจ้าเหมียวทั้งหลายมันต่างพากันเข้ามาคลอเคลียที่เรียวขาของผมจนวุ่นวายไปหมด

“แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าทำไมถึงช้านักวะ......” ไอ้ไฮค์ว่าทันที่เห็นผมเดินออกจากห้อง

“แมวพวกนี้มาจากไหน ?” ผมถามไอ้ไฮค์ ปล่อยให้คำพูดของไอ้ไฮค์มันลอยผ่านหูไปไม่เก็บมาใส่ใจ

ผมยืมมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ยอมนั่งลง

ทำไมนะเหรอ........

ก็เพราะว่าบนโต๊ะมันมีข้าวสวยอยู่แค่จานเดียวและตอนนี้ข้าวสวยจานนั้นไอ้ไฮค์มันก็กำลังนั่งกินอยู่อย่างสบายอารมณ์ ผมมองไม่เห็นเลยว่าอาหารของผมมันอยู่ส่วนไหนบนโต๊ะตัวนี้.....

“ยืนโง่อยู่ได้ ของมึงอยู่ตรงเคาน์เตอร์โน่นไปเก็บใส่ชามเอาเอง” ไอ้ไฮค์ชี้ไปที่เคาน์เตอร์ที่ห้องครัวที่มีถุงโจ๊กวางอยู่

“.......ก็แล้วทำไมมึงไม่บอกกูแต่แรกละวะ” ผมกระแทกเสียงใส่ไอ้ไฮค์อย่างหงุดหงิด พลางเดินเข้าไปในห้องครัวคว้าถุงโจ๊กออกมาเทใส่ในชามดึงเอาเก้าอี้จากในเคาน์เตอร์ออกมานั่งกินตรงอยู่นี้โดยไม่คิดที่จะไปนั่งกินข้าวรวมโต๊ะกับไอ้ไฮค์เด็ดขาด

 

 ตุบ......เคร้ง!!!

เสียงทุบโต๊ะกับเสียช้อนกระทบกับจานดังสนั่นลั่นห้องเมื่อจู่ ๆ ไอ้ไฮค์มันก็ทุบโต๊ะทานข้าวอย่างแรงจนจานแทบลอยพลางลุกขึ้นมากระชากแขนผมให้ลุกออกจากที่นั่งแล้วปัดชามโจ๊กของผมล่วงลงแตกกระจายเต็มพื้น

“โอ๊ย....นี่มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย....ปล่อยสิ กูเจ็บ....” ร้องลั่น ทั้งเจ็บ ทั้งตกใจในเวลาเดียวกัน

เมื่อกี้มันยังดี ๆ อยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้มันถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนแบบนี้วะ.....  

“นี่มึงจะกวนตีนกูใช่ไหมห๊ะ” ไอ้ไฮค์มันตะคอกผมเสียงเหี้ยมมันผลักผมไปกระแทกกันผนังอย่างแรงจนเจ็บหลังไปหมด

“กูไปกวนตีนมึงตอนไหน ? กูก็แค่กินข้าวของกูอยู่เฉย ๆ มีแต่มึงนี่แหละที่ไม่รู้โมโหเหี้ยก็ไม่รู้เนี่ย” ผมกัดฟันข่มความเจ็บที่แผ่นหลังพูดจายอกย้อนไอ้ไฮค์กลับไปอย่างไม่กลัวเกรง

“แล้วใครใช้ให้มึงไปนั่งตรงนั้นทำไมไม่มานั่งกินดี ๆ ที่โต๊ะ” มันถามผมกลับเสียงเข้ม

“ก็กูพอใจ.....จะนั่งตรงไหนมันก็เรื่องของกู”

ไอ้ไฮค์ขยับเข้ามาใกล้ผมจนลมหายใจร้อน ๆ ของมันปะทะกับใบหน้าของผมพลางบอกด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันว่า มือหนาแข็งแกร่งยกขึ้นมาบีบปลายคางขอผมเอาไว้แน่นจนเจ็บ

 

 “หึ.....ปากดีแบบนี้แสดงว่าหายดีแล้วสินะ ก็ดี....เพราะต่อจากนี้กูได้จะเริ่มต้นทรมานมึงอย่างจริงจังได้สักที”

พูดจบไอ้ไฮค์ก็ขยับถอยห่างออกไปแล้วแสยะยิ้มร้ายที่มุมปากก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาอ่อนมาสวม และก่อนที่มันจะไปไอ้ไฮค์มันยังหันมาพูดกับผมอีกเรื่องด้วยน้ำเสียงยียวนกวนโมโหอีกว่า

 

 “ระหว่างที่กูออกไปดูงานก็ขอฝากบรรดาน้อง ๆ ทั้ง 8 ของกูให้มึงดูแลด้วยละ”

“อะไรนะ !!! เลี้ยงแมว.....มึงจะบ้ารึไง” ผมตะโกนถามมันออกไปอย่างไม่เชื่อหู

“ถูกต้อง ที่เหลือฝากด้วยละ”

ปัง

หม๊าว...........

และยังไม่ทันที่ผมจะได้ทักท้วงอะไรไอ้ไฮค์มันก็เปิดประตูเดินหายออกไปจากห้องทันที   

 

“.............” ผมก้มลงมองเจ้าเหมียวจนฟูที่ผมไม่รู้แม้กระทั้งชื่อของมันด้วยใบหน้ามึนงงสุด ๆ

เช้าวันนี้ทำไมมันมีเซอร์ไพร์หลายรอบจังวะ....แล้วดูแต่ละรอบ....ดี ๆ ทั้งนั้นเลย

 

 ผมถอนหายใจออกทางจมูกแรง ๆ พลางนึกขึ้นได้ว่าผมซ่อนโทรศัพท์มือถือเอาไว้ที่กระถางต้นไม้ระเบียงห้องจึงรีบวิ่งออกไปดูทันทีว่ามันยังอยู่ดีหรือเปล่า....

“ฮู้....โชคดีที่ยังไม่ถูกเจอ”

ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมาเปิดเครื่องทันที และหลังจากที่ผมเปิดเครื่องได้ไม่นานก็มีข้อความเสียงยิงรัวเข้ามานับสิบข้อความซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นข้อความจากใคร

เพล้ง !!!!

ยังไม่ทันที่ผมจะได้เปิดฟังข้อความเสียงของไอ้คีย์ที่ฝากเอาไว้เสียงกระเบื้องแตกก็ดึงความสนใจของผมให้พุ่งไปที่ห้องนั่งเล่นทันที  

ผมเดินเข้าไปในห้องก็ผมว่าตุ๊กตาคริสตัลรูปนกอินทรีย์ตกลงมาแตก ผมไล่สายตามองหน้าผู้ร้ายทำตุ๊กตาคริสตัลแตกจนในที่สุดก็พบว่าเจ้าเหมียวขนฟูตัวสีขาวกำลังมุดเข้าไปหลบหลังทีวีเครื่องใหญ่สุดชีวิตจนผมหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความน่ารักของมัน

“มานี่เลยจะหนีไปไหน” ผมรีบคว้าตัวเจ้าขาว....ผมขอเรียกมันง่าย ๆ แบบนี้ก็แล้วกันออกมาจากหลังทีวีอย่างทุลักทุเลเนื่องจากที่มันแคบและเจ้าขาวมันก็มุดเข้าไปจนลึกซะจนผมแทบจะเอื้อมไปไม่ถึง

ผมพยายามควานหาคว้าตัวเจ้าเหมียวอยู่พักใหญ่แต่สิ่งที่มือคว้ามาได้กลับไม่ใช่อะไรนุ่ม ๆ ขนฟูแต่กลับเป็นวัตถุสีเหลี่ยมเย็นเฉียบแทน

 

 “หือ.....ซีดี ? ......”

สิ่งที่ผมคว้าออกมาได้คือแผ่นซีดีว่างเปล่าที่ไม่ได้เขียนอะไรกำกับบอกเอาไว้เลยว่ามันคือแผ่นซีดีอะไร......

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมเดินอ้อมไปเสียบปลั๊กเปิดเครื่องเล่น CD – DVD และกด Play CD ทันที

“...........”

 

 ภาพที่ผมเห็นจากแผ่นซีดีที่ผมเก็บได้จากหลังทีวีคือภาพถ่ายจากวีดีโอที่ถูกอัดเอาไว้ถ่ายภาพภายในห้องนอนห้องหนึ่งที่ผมไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เวลาผ่านไปนาทีกว่า 5 นาทีก็ยังไม่เห็นอะไรไปมากกว่านั้นผมเลยตัดสินใจกรอไปข้างหน้าอีกนิดและกดหยุดในฉากที่มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องและหนึ่งในผู้ชายคนนั้นผมจำได้ดีว่าเป็นใคร......  

ไอ้ไฮค์.......

ภาพที่ไอ้ไฮค์มันกำลังกระชากลากถูผู้หญิงร่างเล็กบางคนหนึ่งเข้ามาภายในห้องที่กลุ่มผู้ชายรออยู่แล้วเหวี่ยงร่างของผู้หญิงคนนั้นลงไปนอนกลับเตียงด้วยใบหน้าเย็นชาไร้หัวใจ

“พี่ไฮค์อย่าทำอะไรเบลล่าเลยนะคะ เบลล่ากลัว......”  

“ฮึ....ไม่ต้องกลัวหลอกครับคนดีของพี่....มันไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด” ไอ้ไฮค์บอกเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พลางกระจุกยิ้มชั่วที่มุมปากเหมือนมันชอบทำทุก ๆ ครั้ง

“ไม่นะคะพี่ไฮค์.....ยะ....อย่าทำแบบนี้.....เบลล่ากลัว.....คะ...ใครก็ได้ช่วยด้วย อย่าเข้ามานะ”

ไอ้ไฮค์มองภาพของหญิงสาวคนนั้นถูกพวกผู้ชายพวกนั้นเข้าไปรุมทึ้งถอดเสื้อผ้าของหล่อนออกด้วยกับสัตว์ป่าที่หิวกระหายด้วยสายตาเหี้ยมโหด ไม่มีแม้กระทั่งความสงสารหรือความเห็นใจในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย

“กรี๊ด....ช่วยด้วย....กรี๊ด ๆ ๆ ๆ”

  เสียงกรี๊ดร้องแห่งความทรมานของหญิงสาวคนนั้นยังคงดังขึ้นมาเลื่อย ๆ แม้วินาทีที่เวลาของเครื่องเล่นซีดีเดินไป เสียงร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของหญิงยังคงดังก้องอยู่ภายในหูของผม และมันค่อย ๆ กรีดลึกเข้าไปในใจมากขึ้นเลื่อย ๆ ยิ่งเสียงหัวเราะสะใจจากบรรดาพวกสัตว์นรกพวกนั้นดังขึ้นมามากเท่าไหร่ลมหายใจของผมก็เริ่มติดขัดมากขึ้น เท่านั้น ภาพเหตุการณ์บัดซบที่ผมกำลังดูอยู่เริ่มพร่าลางไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่หยุดสองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเลือดซิบแต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ร่างกายของผมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงรู้สึกอึดอัดจนหายใจเอาอากาศเข้าปอดไปเท่าไหร่ก็ไม่พอ........  

แม้รู้ดีว่าถ้าหากยังดูซีดีนี่ต่อไปผมก็จะทรมานมากขึ้นเท่านั้นแต่ก็ไม่สามารถละสายตาออกจากภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ ร่างกายของผมมันแข็งทื่อจนขยับไม่ได้ ความโกรธ เกลียด เครียดแค้น ลุกโชนขึ้นมาจนอยากที่ผมจะยับหยั่งสติของผมตัวเอาไว้ได้อีกต่อไป......

ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของผมยังคงดำเนินต่อไปจนในที่สุด.......มันก็จบลง

แกรก

 

 เสียงถาดใส่ซีดีของเครื่องเล่นซีดีคืนแผ่นให้โดยอัตโนมัติดังขึ้น แผ่นซีดีสีขาวที่ไม่ได้เขียนอะไรเอาไว้ถูกส่งกลับคืน

“อึก....เบลล่า....” ผมพึมพำชื่อของน้องสาวออกมาราวกับคนไร้สติ

นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่น้องสาวของผมต้องพบเจอก่อนที่จะเธอจะกลายเป็นคนเสียสติ

แล้วนี่ใช่ไหมคือสิ่งที่เธอได้รับจากผู้ชายที่เธอรัก.......

ความโหดร้าย....ทารุณ....ความเจ็บปวด....และรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันหาย เกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว....

“ไอ้ไฮค์มึงกับกูไม่วันอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไป ไม่มีวัน.....”    
 
 

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #35 Little IU (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 15:16
    ไม่เข้าใจการกระทำของไฮค์เท่าไหร่ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่อ่อนโยนไม่ทันไรก็เอาอีกแล้ว
    เป็นผู้ชายที่อารมณ์แปรปรวญตามไม่ทันสุดๆเลย
    แต่ที่ไม่ชอบเลยคือเอาผู้หญิงมานอนกดที่นี่ทั้งที่แอลก็อยู่ หรือจงใจให้แอลรู้...
    ส่วนน้องเหมียวทั้งแปด เอิ่ม...โชคดีนะแอล
    #35
    0