:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 17 : :::ตอนที่ 16::: เอาคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 16 ::: เอาคืน
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

“ไอ้ไฮค์มึงกับกูไม่วันอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไป ไม่มีวัน.....” ผมคำรามออกมาอย่างคั่งแค้น ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบหายไปจนหมดสิ้น..... ตอนนี้ภายในใจของผมมันมืดสนิทจนไม่เหลือแสงสว่างใด ๆ อีกต่อไปแล้ว

ปัง

“............”

“มานั่งทำอะไรตรงนี้วะ......ร้องไห้ ?!”  

ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงด้วยสายตาเครียดแค้น ไวเท่าความคิดผมพุ่งเข้าไปชกหน้าไอ้ไฮค์สุดแรงจนใบหน้าของมันหันไปตามแรงชกของผมโดยที่มันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ในตอนนี้ผมไม่สนใจเหตุผลอะไรอีกต่อไปแล้ว

ก่อนหน้านั้นพียงไม่กี่นาทีที่ผมยังคงมีแสงสว่างอยู่ในใจไม่ให้ทิ้งความเป็นคนและตกต่ำลงไปมากกว่านี้ ต่อให้ไอ้ไฮค์มันจะเลวจะชั่วยังไงผมก็จะไม่ทิ้งสำนึกผิดชอบชั่วดีเหมือนกับมัน

แต่สำหรับตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว.....

ความเลว....ก็ต้องปะทะกับความเลวยิ่งกว่ามันถึงจะถูกต้อง

“เป็นบ้าอะไรของมึงวะ” ไอ้ไฮค์มันหันมาตะคอกใส่ผมเสียงดัง ที่มุมปากของมันมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย แต่ผมไม่สนแผลแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับคนอย่างมัน

“มึงมันชั่ว.....เบลล่าไปทำอะไรให้มึง....ทำไมมึงถึงได้ทำร้ายเธอแบบนี้ด้วย....” ผมตะโกนถามไอ้ไฮค์เสียงดัง น้ำตายังคงไหลออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ และผมก็ไม่คิดที่จะปัดมันทิ้งด้วย

“อาละวาดแบบนี้แสดงว่ามึงเห็นแล้วสินะ.....ซีดีนั้นนะ” ไอ้ไฮค์ปาดเลือดที่มุมปากออกแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก

“กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหมไอ้แอลว่าน้องสาวของมึง มันก็เลวไม่น้อยไปกว่ากูหรอกนะ สิ่งมึงเห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่มึงคิดก็ได้”

“หุบปาก !!!! กูไม่รู้หรอกนะว่าทำไมมึงถึงพล่ามอยู่ตลอดเวลาว่าเบลล่าไม่ใช่คนดี...แต่สิ่งที่มึงได้ทำลงไปกับเธอมันเลวยิ่งกว่า มึงเคยรู้บ้างไหมว่าหลังจากวันที่มึงทำเรื่องบัดซบแบบนั้นกับเธอลงไป เบลล่ากลายเป็นคนเสียสติ ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น มึงทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งต้องพังพินาศ ครอบครัวของเธอต้องเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน มึงรู้บ้างไหม ?”

เสียงของผมเริ่มแผ่วเบาลงไปเลื่อย ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องของเบลล่า สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดสีเขียวลอยขึ้นมา

“ฮึ....แล้วยังไงกูมองไม่เห็นเลยว่าเรื่องที่น้องสาวมึงเป็นบ้านั้นมันไปเกี่ยวอะไรกับกู” สีหน้าและท่าทางที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรของไอ้ไฮค์ทำให้ผมนิ่งอึ้งไปในทันที ซ้ำร้ายคำพูดที่มันพูดออกมานั้นทำให้ผมรู้สึกอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือผมไปเลย

“สารเลวที่สุด” ผมกัดฟันพูดออกมาอย่างคับแค้นและพุ่งตัวเข้าไปหมายจะชกหน้ามันอีกรอบแต่มันไม่ง่ายเหมือนครั้งแรกเมื่อไอ้ไฮค์มันเอี่ยวตัวหลบหมัดของผมอย่างง่ายพลางกระชากตัวผมเข้าไปหามัน พยายามดิ้นรนทั้งกัด ทั้งทุบ ออกมัดรัวยับเพื่อปัดป้องและโจมตีไอ้ไฮค์ให้ได้มากที่สุด

Ship!!! มึงเป็นคนบีบให้กูทำแบบนี้เองนะ” ไอ้ไฮค์จับแขนทั้งสองข้างของผมรวบเอาไว้พลางสบถใส่หน้าผมอย่างหัวเสีย

ปึก

อั่ก.....

และโดยที่ผมไม่สามารถขัดขืนอะไรไอ้ไฮค์มันได้หมัดหนัก ๆ ของมันก็ชกเอาที่หน้าท้องของผมอย่างแรง ผมจุกจนตัวงอเรี่ยวแรงทั้งหมดหายไป ไอ้ไฮค์อุ้มคว้าร่างของผมขึ้นมาพาดบ่าและพาเดินออกไปจากห้องทันที ผมอยากจะดิ้นขัดขืนให้หลุดพ้นออกจากอ้อมกอดที่โอบรัดของมันแต่ก็ไม่สามารถทำได้เมื่อเรี่ยวแรงของผมมันยังไม่กลับมา กับอาการปวดเกร็งที่หน้าทำให้ผมขยับตัวได้ลำบากมากขึ้น

“จะพากูไปไหน......ปล่อยกูนะ อย่ามาเตะต้องตัวกู.....” ผมโวยวายตลอดทางที่ไอ้ไฮค์พาผมเดินออกมาจนถึงที่จอดรถใต้ดินในคอนโดของไอ้ไฮค์

“ปราบพยศมึงยังไงละ” ไอ้ไฮค์บอกผมด้วยน้ำเสียงดุดัน มันจับผมโยนเอาไปในรถของมันและโถมร่างสูงและน้ำหนักตัวของมันมาทาบทับร่างกายของผมเอาไว้ พลางเปิดค็อนโซลที่เก็บของในรถของหยิบเอาขวดสเปรย์อันเล็ก ๆ ออกมาและฉีกใส่ใบหน้าของผมทันทีโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

“แค่ก ๆ ๆ” ผมสำลักละอองจากสเปรย์สักพักภาพตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวพร่าลางไปหมด

“นอนหลับอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนเถอะ.....เพราะอีกสักพักพอมึงตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป....” เสียงพูดของไอ้ไฮค์แผ่วเบาลงเลื่อย ๆ จนในที่สุดทุกอย่างก็มืดดับลง...........

-

-

“อืม....” ผมร้องครางอู้อี้เบา ๆ ในลำคอ พลางละบัดหัวใบหน้าเพื่อขับไล่ความรู้สึกมึนงงออกไป ทุกอย่างรอบกายของผมมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

ปากของผมถูกเทปกาวปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาจนแม้จะเปล่งเสียงเพียงเล็กน้อยยังทำไม่ได้ ผมพยายามขยับแขนแต่ก็ไม่สามารถทำได้ทั้ง ๆ ที่ยังมีโซ่สีเงินล่ามเอาไว้อยู่ !!!

พรึบ

!!!!

และจู่ ๆ ความมืดก็หายไปแทนที่ด้วยแสงสว่างจากหลอดไฟส่องจ้าจนผมต้องหรี่ตาลงเพราะไม่สามารถปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างขนาดนี้ได้ในทันที ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ และภาพตรงหน้าก็ต้องให้ผมต้องตื่นตะลึงที่สุดในชีวิต

ผมมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในกรงขนาดใหญ่สีเงินและตรงหน้าผมนั้นก็มีกลุ่มคนมากมายจ้องมาที่ผมเป็นสายตาเดียว

แต่ที่ตกใจที่สุดก็คือเสื้อผ้าที่เคยอยู่บนร่างกายของผมหายไปหมดเหลือไว้เพียงร่างกายเปล่า ๆ เท่านั้น

“โอ้โห....ไม่เสียแรงจริง ๆ ที่มาในวันนี้เด็ดจริง ๆ เลยแฮะ ตัวขาวจั๊วะไปหมดเลย” เสียงหื่น ๆ ของบรรดาพวกคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของกรงที่ขังผมเอาไว้ตะโกนเสียงดัง

“ใช่ ๆ หุ่นน่าฟัดแบบนี้ฉันทุ้มหมดตัวเลย”

*@(^&$#46&*@6(*&)*” เสียงพูดคุยดังขึ้นมาแทบจะในเวลาพร้อมกันทำให้ผมไม่สามารถจับใจความคำพูดของคนเหล่านั้นได้เลยสักคน ตอนนี้ผมสับสนและตื่นกลัวกับสถานการณ์ที่กำลังพบเจออยู่มากจนสมองคิดอะไรไม่ออกไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย และแววตาของนักล่าที่จ้องมองมาที่ผมเป็นจุดเดียว

ปัง ๆ ๆ ๆ

“เงียบกันหน่อยครับ.....” เสียงประกาศจากพิธีกรที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ข้าง ๆ กรงตั้งแต่เมื่อไหร่ตะโกนบอกพลางทุบค้อนลงบนแป้นไม้เสียงดังสนั่นทำให้ทุกสรรพสิ่งเงียบในทันที

“สวัสดีครับเหล่าคุณชายกระเป๋าหนักทั้งหลาย.....วันนี้เราประมูลสาว ๆ สวย ๆ กันมาเยอะแล้ว รอบนี้เป็นรอบเซอร์ไพร์ เราจะมาประมูลหนุ่มน้อยหน้าตาน่ากินเป็นของแรร์ประจำวันนี้ที่ส่งตรงมาจากเฮียไฮค์กันได้เลยครับ.....”

หลังจากที่พิธีกรพูดจบเสียงที่เคยเงียบลงไปแล้วก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าของผู้เข้าร่วมประมูลบ้างคนก็ดูตื่นเต้นและบางคนก็ดูแปลกใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างพากันดังขึ้นเป็นละลอก ๆ

ของแรร์.....? ? ?

ประมูล.....? ? ?

ไอ้ไฮค์ !!!

นี่ไอ้ไฮค์มันเอาผมมาขายประมูลอย่างนั้นเหรอ....

นี่จะเหรอคือสิ่งที่ไอ้ไฮค์มันพูดเอาไว้ก่อนผมจะสลบไป......

“นอนหลับอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนเถอะ.....เพราะอีกสักพักพอมึงตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป....” 

“ราคาประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งแสนบาท เริ่มให้ราคากันได้เลยครับ.....” สิ้นเสียงประกาศจากพิธีการผู้เข้าร่วมการประมูลทั้งหลายต่างพากับยกหมายเลขป้ายและให้ราคากันอย่างดุเดือดเผ็ดมันบรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความคึกคักผิดกับตัวเองที่หัวใจทั้งดวงแตกสลายไม่มีชิ้นดี

คนพวกนี้มองเห็นชีวิตของคนคนหนึ่งเป็นเพียงแค่ของที่สามารถตีค่าราคาได้ ไม่เคยมองว่าคนที่มานั่งอยู่ตรงที่เดียวกับผมในตอนนี้นั้นคิดยังไง รู้สึกยังไง.....

น้ำตาของผมค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างช้า ๆ เฝ้ามองดูภาพของคนเหล่านั้นโดยที่ผมไม่สามารถคัดค้านหรือทำอะไรได้นอกจากนั่งร้องไห้ก้มหน้านิ่งด้วยหัวใจที่ปวดร้าวอย่างถึงที่สุด จนอยากจะตาย ๆ มันไปซะจะได้ไม่ต้องมาทนมองสภาพที่ตกต่ำย่ำแย่ของตัวเองแบบนี้

10 ล้าน”

“..........................”

หลังจากที่มีคนตะโกนให้ราคาค่าตัวของผมด้วยราคาที่สูงจนน่าตกใจดังขึ้นทำให้ทุกเสียงการประมูลเงียบลงทันที ไม่ใช่แค่คนที่ร่วมประมูลเท่านั้นที่อึ้งกับราคานี้ขนาดพิธีกรเองยังนิ่งอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน

“จะไม่นับเหรอครับคุณพิธีกร......” น้ำเสียงทุ้มต่ำถามพิธีกรประมูลเพื่อเรียกสติที่หลุดไปของเขาให้กลับมา

ผมเงยหน้าขึ้นมองพวกเศรษฐีใจทรามกระเป๋าหนักคนที่ให้ราคาค่าตัวของผม และก็ต้องนิ่งอึ้งไปอีกครั้งเพราะคนคนนั้นคือไอ้ชายเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของไอ้คีย์ที่ผมเคยเจอมันครั้งสองครั้งนั้นเอง

“อ่ะ....เอ่อ....” พิธีกรประมูลมาท่าทางอึกอัดเล็กน้อยไม่ยอมนับสักที

“ว่ายังไงครับ ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้ผมถือว่าผมชนะเลยก็แล้วกันนะครับ” ไอ้ชายบอกพิธีกรเสียงเรียบ

“ครับ....จะเริ่มนับแล้วนะครับ 1…..2…..จะไม่มีท่านใดที่ให้ราคาสูงกว่านี้อีกแล้วใช่ไหมครับ 3......”

ปัง

“ถ้าอย่างนั้นผมขอจบการประมูลของแรร์ที่จำนวนเงิน 10 ล้านบาทครับ”

พรึบ....แกรก ๆ

หลังจากที่พิธีกรพูดจบแสงไฟบริเวณที่ผมนั่งอยู่ก็ดับลงกรงและก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาปลดล็อกประตูลูกกรงที่ขังผมเอาไว้ออกเปิดออกไอ้ชายเดินเข้ามานั่งย่อง ๆ ข้าง ๆ ผม พลางถอดเอาเสื้อแจ็คเก็ตสีดำของมันออกมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของผมเอาไว้มันค่อย ๆ แกะเอาเทปกาวที่ปิดปากของผมเอาไว้ออกอย่างเบามือแล้วพูดว่า

“ถ้าไอ้คีย์มันมาเห็นสภาพของนายตอนนี้มันคงกระอักเลือดตายแน่ ๆ”

“มันคงกระอักเลือดตายมากกว่านี้ถ้ามันรู้เพื่อนของมันมาประมูลงานบัดซบแบบนี้” ผมสวนมันกลับไปทันที

คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้คีย์มันจะคบเพื่อนนิสัยแย่แบบนี้ด้วย...

“นี่นายพูดแบบนี้กับคนที่มาช่วยนายอย่างนั้นเหรอ...” มันถามผมพลางตีหน้าตาย

“ช่วย ?” ผมท้วนถาม

“ใช่...ช่วย...นี่นายโชคดีมากเลยนะที่วันนี้ฉันมาที่งานประมูลเถื่อนนี้ด้วยนะ เพราะถ้าไม่เป็นแบบนั้นฉันว่าปานนี้นายคงได้ไปเป็นของไอ้เสี่ยแกพุงโลไปแล้วแน่ ๆ แต่ว่านะที่จริงฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาเจอนายที่นี่...และที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคืนคนที่พานายมาประมูลในฐานะของแรร์คือไฮค์แล้วด้วยฉันก็ยิ่งตะลึงไปใหญ่”

ระหว่างที่ผมกับไอ้ชายคุยกันอยู่ไอ้ชายอยู่ก็มีคนมาถอดโซ่ออกจากแขนทั้งสองข้างของผมออกไอ้ชายค่อย ๆ พยุงผมให้ลุกขึ้นยืนและหันไปบอกคนที่มาถอดโซ่ให้ผมว่า

“ไปหาเสื้อผ้ามาให้เขาใส่ด้วยละ”

“ครับ”

“แล้วไปเอาเงินมากมายแบบนั้นมาจากไหนละ” ผมถามไอ้ชาย

“ก็เงินเจ้าของงานนี้ยังไงละ” มันบอกผมเนื่อง ๆ

“หมายความว่ายังไง ?” ผมถามมันพลางขมวดคิ้วสงสัยไอ้ชายหัวเราะในลำคอเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“ไปคุยกันที่อื่นเถอะ คุยตรงนี้มันน่าอึดอัดชะมัด”

พูดจบไอ้ชายมันก็พาผมเดินมาที่ห้องรับรองที่อยู่ด้านหลังเวทีประมูลแล้วหันมาบอกผมว่า

“รออยู่ก่อนนะ เดียวฉันออกไปคุยธุระอีกแปบหนึ่งแล้วจะกลับมาตอบคำถามของนายทั้งหมดเอง”

ยังไม่ทันที่ผมจะทันได้พูดอะไรไอ้ชายมันก็เดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ผมนั่งมึนงงกับสถานการณ์ที่เจออยู่เพียงลำพัง

“...........”

ผมนั่งเงียบอยู่คนเดียวพยายามใช่สมองทบทวนเหตุการณ์ที่พึ่งจะเกิดขึ้นกับผมไปทีละเรื่องอยู่เพียงคนเดียวสักพักประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้งแต่ที่คนเข้ามากลับไม่ใช่ไอ้ชายแต่กลับเป็นผู้ชายร่างบางใบหน้าสวยหมดจดยิ่งกว่าผู้หญิงบ้างคนซะอีก เขามองหน้าผมเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า

“ผมเอาเสื้อมาให้ ห้องน้ำอยู่ทางนั้นนะ”

“เออ....ขอบคุณครับ” ผมบอกขอบคุณเขาเบา ๆ แล้วรับเสื้อผ้าจากผู้ชายหน้าสวยคนนั้นและเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำนั้นทันที

หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว...ผมก็ยืนจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของกับนัยน์ตาแดงก่ำของตัวเองอยู่เงียบ ๆ พลางนึกถึงเรื่องร้าย ๆ มากมายที่เกิดขึ้นกับผม ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะคนเพียงคนเดียวเท่านั้น.....

“ฮึ....ดีเลย ยิ่งมึงทำร้ายกูมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้กูตัดสินใจอะไรได้ง่ายมากขึ้น” ผมแสยะยิ้มที่มุมปากตรวจเช็ดเสื้อผ้าว่าใส่เรียบร้อยดีไหมอีกครั้งหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องน้ำก็พบว่าไอ้ชายนั่งรอผมอยู่ที่โซฟาโดยมีร่างเพรียวบางของผู้ชายหน้าสวยคนที่เอาเสื้อผ้ามาให้ผมเปลี่ยนนั่งอยู่บนตักของมัน

“ไปกันเถอะ นายคงไม่อยากอยู่ที่แบบนี้นาน ๆ หรอกจริงไหม” มันยิ้มบอกพลางดันผู้ชายคนนั้นออกจากตักและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที

“ใช่ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ และก็ฉันจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้นด้วย เรื่องเงินฉันจะใช่คืนนายทีหลังเอง” ผมบอกไอ้ชายเสียงเรียบ

“เรื่องเงินนะมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันเลยเพราะเงินนั้นมันไม่ใช่ของฉันอยู่แล้ว”

“แล้วเงินนั้นเป็นของใคร...?”

“เรื่องเล็กน้อยแบบนั้นอย่างใส่ใจมันได้ไหม เอาเป็นว่านายไม่ต้องคิดอะไรให้มันมาก ขอแค่ให้นายไว้ใจฉันแค่นั้นก็พอแล้ว” ไอ้ชายพูดตัดปัญหามันขมวดคิ้วลำบากใจเล็กน้อย มันพยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกผมว่าเงินจำนวนนั้นเป็นของใคร

ก็มันทำตัวมีพิรุธแบบนี้แล้วจะให้ผมไว้ใจมันได้ยังไงกันละ

“ยังไงฉันก็ขอยืนยันคำเดินว่าฉันจะไม่ไหนกับนายทั้งนั้น” ผมยืนยันเสียงหนักแน่น

“ผมขอแนะนำนะครับว่าให้คุณออกไปพร้อมกับคุณชายดีกว่า คุณคงไม่อยากถูกคุณไฮค์จับตัวมาประมูลอีกรอบหรอกใช่ไหม” จู่ ๆ ผู้ชายหน้าหวานคนนั้นก็พูดขึ้นมาพลางจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฉันถูกประมูลไปแล้วนี่......”

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกเอามาประมูลซ้ำอีกไม่ได้สักหน่อย แอล....ฉันจะบอกอะไรดี ๆ นายให้ฟังนะว่านี่มันการประมูลเถื่อน....ไม่มีกฏอะไรตายตัวอยู่แล้ว มีอยู่บ่อย ๆ นะที่ของที่ถูกประมูลไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วถูกนำออกมาประมูลใหม่อีกครั้งหนึ่ง”

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบไอ้ชายก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน ซึ่งคำพูดของไอ้ชายก็ทำให้ผมถึงกับชะงักเงียบไปทันที

“ฉันรู้นะว่านายยังสงสัยอะไรในตัวฉันอยู่อีกหลายเรื่อง แต่ฉันขอแค่ให้นายไว้ใจแล้วมากับฉันรับรองได้เลยว่าฉันจะไม่ทำมิดีมิร้ายนายแน่นอน”

“ฉันไว้ใจนายก็ไม่ได้ แต่นายต้องบอกฉันมาก่อนว่าจะพาฉันไปไหน ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ไปไหนกันนายทั้งนั้น” ผมดื้อถาม

“เออ....ก็ได้ ๆ บอกก็ได้ไม่เห็นจะต้องทำตาดุใส่เลย....ฉันแค่อยากจะเซอร์ไพร์ไอ้คีย์ที่กำลังจะบ้าเพราะตามหานายไม่เจอด้วยการพานายไปส่งให้มัน เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละ” ไอ้ชายทำหน้างอตอบผมอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

“ก็แล้วทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้ละ ?” ผมถามต่อ

“ฉันตอบให้ได้แค่นี้แหละ ทีนี่จะไปกันได้รึยัง” ไอ้ชายเลี่ยงที่จะตอบคำถามของผมอีกครั้ง โดยการแกล้งทำเป็นขึ้นเสียงใส่ผมนิด ๆ

“ก็ได้...แต่ฉันมีเรื่องขอร้องให้นายช่วยอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”

“อะไรอีกละ” ไอ้ชายถามผมด้วยน้ำเสียงติดจะเบื่อหน่ายนิด ๆ

“คือ......................”

-

-

ปิ้งป่อง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

หลังจากที่ไอ้ชายทำตามที่ผมขอร้องเสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็พาผมมาที่คอนโดของไอ้คีย์อย่างที่มันได้บอกผมเอาไว้จริง ๆ และตอนนี้ผมกับไอ้ชายก็กำลังยืนรอให้เจ้าของห้องออกมาเปิดประตูให้หลังจากที่ไอ้ชายมันกดกริ่งหน้าห้องของไอ้คีย์รัวแบบนั้นมาได้พักหนึ่งแล้ว

แกรก

“ไอ้คีย์อยู่ไหมครับ น้องดีเทล” ไอ้ชายถามทันทีที่เห็นว่าคนที่มาเปิดประตูไม่ใช่ไอ้คีย์แต่กลับเป็นดีเทลเด็กคนที่บอกว่ามีอะไรกับไอ้คีย์และตามติดมันตลอดเวลานั้นเอง

“พี่คีย์ทำกับข้าวอยู่ครับ พี่ชายเข้ามาก่อนสิครับ.....เออ พี่แอลก็ด้วยนะครับ” เสียงของดีเทลแผ่วลงเมื่อพูดถึงผม ราวกับว่าไม่ต้องการให้อีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างในมาได้ยินชื่อนี้เข้า

ผมกับไอ้ชายเดินตามหลังดีเทลเข้าไปหยุดรออยู่ภายในห้องนั่งเล่น ส่วนดีเทลก็เดินหายเข้าไปในห้องครัวทันที กลิ่นอาหารหอม ๆ โชยมาเตะจมูกทำให้ผมรู้สึกหิวขึ้นมาทันที ก็ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องมาจนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้แตะอาหารหรือน้ำเลยแม้แต่อย่างเดียว

“มึงจะมาเกาะอะไรกูหนักหนาวะไม่เห็นรึไงว่ากูทำกับข้าวอยู่เนี่ย.....” เสียงไอ้คีย์ดุดีเทลดังลอดออกมาจากทางห้องครัว ไอ้ชายหันมามองหน้าผมพลางยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่หึงสักหน่อยเหรอ” ไอ้ชายถามผม

“หึง ?”

“ฮึ....ช่างเถอะอย่างใส่ใจคำพูดลอย ๆ ของฉันเลย” ไอ้ชายบอกปัดพลางหัวเราะหึในลำคออย่างมีเลศนัยอยู่คนเดียว

“ไอ้แอล !!!

ผมหันไปมองเจ้าของเสียงคนที่เรียกชื่อของผมซะเสียงดังลั่นห้อง โดยที่ไม่ทันตั้งตัวร่างโปร่งบางของผมก็ตกไปอยู่ในอ้อมกอดของไอ้คีย์ไปซะแล้ว

“ไอ้คีย์....กูอึดอัด” ผมบอก

“มึงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วไปอยู่ที่ไหน ไอ้ไฮค์มันทำอะไรมึงรึเปล่า.....อุ๊บ” ผมยกมือขึ้นมาปิดปากไอ้คีย์พลางยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากแล้วบอกมันว่า

“ทีละคำถามสิวะ....กูตอบมึงไม่ทันแล้วเนี่ย”

“ก็กูเป็นห่วงมึงนี่หว่า” ไอ้คีย์บอกผมเสียงเจื่อน ๆ

“โอ๊ย....จะหวานอะไรกันนักหนาว่ะ อิจฉาวะ” ไอ้ชายลากเสียงสูงแซวผมกับไอ้คีย์

“หุบปากไปเลย ถ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับไปซะเกะกะลูกหูลูกตา” ไอ้คีย์หันไปเอ่ยไล่ไอ้ชายอย่างไม่ใยดี ทั้ง ๆ ที่มันยังกอดผมเอาไว้อยู่

“ที่ไล่เนี่ยรวมผมด้วยอีกคนรึเปล่าครับ” น้ำเสียงตัดพ้อจากดีเทลดังขึ้นจากทางด้านหลังไอ้คีย์ ผมค่อย ๆ ดันร่างสูงออกเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ไอ้คีย์ไม่ยอมผลัดออกจากผมง่ายมันเปลี่ยนจากกอดมาเป็นโอบไหล่ผมเอาไว้หลวม ๆ และหันไปเผชิญหน้ากับดีเทลตรง ๆ

“ใช่” คำตอบสั้น ๆ ของไอ้คีย์ทำให้บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นตึงเครียดขึ้นมาทันที ผมเบียนสายตาไปทางอื่นไม่กล้ามองหน้าดีเทล ส่วนไอ้ชายก็ทำให้แค่หัวเราะแฮะ ๆ แก้เก้อไปเท่านั้น

“พี่คีย์” ดีเทลเรียกชื่อไอ้คีย์เสียงสั่นพลางกัดริมฝีปากบางแน่น นัยน์ตาสั่นระริก

“น้องดีเทลอย่างคิดมากเลยนะครับไอ้คีย์มันก็ชอบพูดเล่นแบบนี้แหละ” ไอ้ชายิ้มฝืน ๆ พยายามแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเต็มที่ด้วยรอยยิ้มของมัน

“กูไม่ได้พูดเล่น มึงสองคนออกไปได้แล้ว”

ไอ้คีย์ ไอ้บ้า.....ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วก็อย่าทำให้มันแย่ลงสิวะ

ผมด่าไอ้คีย์ในใจแล้วหันมามองหน้าดีเทลที่ตอนนี้มีน้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอาบสองแก้มแดง ยิ่งมองก็ยิ่งน่าสงสารมากขึ้นไปเลื่อย ๆ

“อะไรวะ เจอเมียแล้วทิ้งเพื่อนเลยซะงั้น กูพึ่งจะรู้นะเนี่ยว่ามึงเป็นคนแบบนี้ ไอ้เพื่อนทรยศ” ไอ้ชายโวยวาย

เพราะคำพูดทิ้งระเบิดของไอ้ชายทำให้สถานการณ์ที่ว่าแย่อยู่แล้วแย่ลงไปอีก ผมมองตามร่างเล็กของดีเทลที่วิ่งหนีหายออกไปจากห้องนั่งเล่น พร้อมกับเสียงปิดประตูห้องดังโครม พวกผมสามคนต่างพากันนิ่งเงียบไปในทันที

“เพราะนายนั่นแหละพูดอะไรไม่ดูสถานการณ์บ้างเลย” ผมว่าไอ้ชายเสียงแข็ง

“แหะ ๆ โทษที เผลอหลุดปากออกไปนิดหนึ่ง” ไอ้ชายยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อ

นี่มันไม่นิดหนึ่งแล้วละมั้ง......

“ช่างเหอะอย่าไปสนใจเลย พวกมึงกินอะไรมากันรึยัง” ไอ้คีย์ถามผมกับไอ้ชายโดยไม่คิดที่จะสนใจออกไปตามดีเทลเลยแม้แต่นิดเดียว

“ยัง...แต่กูมีธุระต้องไปทำต่อ มึงสองคนอยู่กินข้าวด้วยกันไปเหอะ กูไปละ” พูดจบไอ้ชายก็รีบเผ่นออกจากห้องนี้ไปอีกคน

“เป็นอะไรของมันวะ เมื่อกี้ยังโวยวายอยู่เลยแท้ว่ากูได้เมียแล้วลืมเพื่อนเนี่ย....โอ๊ย !! หยิกกูทำไมเนี่ยมันเจ็บนะ” ไอ้คีย์ขมวดคิ้วพลางลูบแขนข้างที่โดนผมหยิบปอย ๆ

“ไม่มีอะไรกูก็แค่หมั่นไส้มึง ที่เดี๋ยวนี้พูดคำว่า เมีย ออกมาได้เต็มปากเต็มคำแบบนี้ก็เท่านั้นเอง” ผมพูดเน้นเสียงคำว่าเมียจนไอ้คีย์ปั่นหน้าไม่ถูกไปเลยทีเดียว

“กูขอโทษ...กูลืมตัวพูดตามไอ้ชายมันออกไปแบบนั้น อย่าโกรธกูนะ” ไอ้คีย์พูดเสียงแผ่วพลางมองหน้าผมด้วยสายตาเว้าวอน

“แต่ว่า....หัดพูดบ่อย ๆ ให้ชินปากไว้ก็ดีนะ น่ารักดี....” ผมกระซิบบอกไอ้คีย์เสียงหวาน จงใจแกล้วยั่วไอ้คีย์เล่น ๆ

แต่แทนที่จะได้เห็นสีหน้าเขินอายของไอ้คีย์ผมกลับได้เห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดจากมันแทน

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างที่มึงไปอยู่กับไอ้ไฮค์รึเปล่า” มันถามผมเสียงเครียด

“เรื่อง ?” ผมขมวดคิ้วแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำถามของไอ้คีย์

“ก็วันนี้มึงแปลกไปนี่หว่า.....”

“แปลกไปยังไง ?” ผมถามมันอีกครั้ง

“เออ....ไม่รู้สิ ปกติมึงไม่เคยพูดอะไรเลี่ยน ๆ แบบนี้กับกูนี่”

“เหตุผลแค่นี้นะเหรอที่ทำให้มึงคิดว่ากูมีปัญหาอะไรกับไอ้ไฮค์.....นี่มึงคิดว่าการที่กูมาหามึงทุกครั้งนี่กูจะต้องมีเรื่องทุกข์ใจตลอดเลยรึยังไง” ผมว่าไอ้คีย์เสียงขุ่น

“เปล่า....กูไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ ที่กูถามมึงแบบนี้ก็เพราะว่ากูเป็นห่วงมึงมากนะไอ้แอล กูผิดเองแหละที่คิดฟุ้งซ่านขอโทษนะ” ไอ้คีย์บอกผมเสียงอ่อนพลางยกเรียวแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของมันขึ้นมาโอบกอดผมเอาไว้อย่างทะนุถนอม มันซบใบหน้าหล่อ ๆ ของมันที่ไหล่ของผมและพึมพำขอโทษผมซ้ำไปซ้ำมาเบา ๆ

ไม่หรอกคีย์ มึงไม่ผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะคนที่สมควรเอ่ยคำว่า ขอโทษ มากที่สุดมันคือกูไม่ใช่มึง


 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #40 Little IU (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 18:20
    เราว่าเราคอมเม้นท์ไปแล้วนะทำไมไม่ขึ้นหว่า...
    เม้นท์ใหม่ก็ได้ งุงิ
    -------------------
    ไฮค์ทำเกินไปมากๆอ่ะจับแอลไปประมูล
    กล้าให้แอลแก้ผ้าต่อหน้าคนเยอะๆแบบนี้ไม่หวงเลยใช่มั้ยนั่น
    เห็นว่ามีออกอาการหึงแอล ดิดว่าจะหวงแอลมากกว่านี้ซะอีกนะ
    ยกแอลให้คีย์ดีกว่ามั้ยเนี่ยแบบนี้ท่าทางเอาใจใส่แอลดีมาก
    ถึงจะผิดต่อดีเทลก็เหอะ จับไปให้คู่พี่มอสแทนแล้วกันนะ
    #40
    0
  2. #36 Little IU (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 15:26
    ไ๕์ทำเกินไปจริงๆจับแอลแก้ผ้ามาประมูล คิดว่าจะหวงแอลมากกว่านี้อีกนะแต่ดูจะไม่ใช่
    แค่ทำเพื่อความสะใจของตัวเอง บอกตรงๆจุดนี้ไม่พอใจไฮค์มากอ่ะบอกตรงๆ
    ส่วนคีย์เริ่มแสดงออกกับแอลอย่างเปิดเผยว่าคิดไงมันน่ารักดีอ่ะ ><
    ไรท์ให้ดีเทลหาคู่ใหม่เหอะส่วนคีย์ยกให้แอลไปสามพีกับไฮค์
    (แอลควบสองเลย) ฮ่าๆๆๆๆ

    #36
    0