:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 15 : :::ตอนที่ 14::: ความโศกเศร้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 14 ::: ความโศกเศร้า
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

 ผมนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างของไอ้ไฮค์ พยายามที่จะสลัดทิ้งความรู้สึกบ้างอย่างที่อยู่ภายในใจของผมออกไปให้หมด

ชิ...ทำไมถึงได้ใจอ่อนกับมันง่าย ๆ แบบด้วยนะ

“โอ๊ย...ปวดหัวเป็นบ้าเลย” ผมสบถเสียงแข็งเมื่อจู่ ๆ ความเจ็บปวดก็พุ่งเข้ามาจู่โจมอย่างรวดเร็วจนผมต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมศีรษะเอาไว้เพื่อบรรเทาความปวด

แกรก

เสียงประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งและสิ่งแรกที่รับรู้คือกลิ่นหอม ๆ ของโจ๊กที่ไอ้ไฮค์มันถือเข้ามาด้วยลอยมาเตะจมูกจนทำให้เหล่าพยาธิในท้องต่างพากันร้องขอรับสารอาหารกันเกลียวกราว

“ลุกขึ้นนั่งไหวเปล่าวะ” ไอ้ไฮค์ถามผม

“อืม” ผมตอบรับมันสั้น ๆ และดันร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงอย่างทุลักทุเล

“อวดเก่ง !?” ไอ้ไฮค์ว่าผมเสียงเรียบ มันกระชากแขนผมให้ลุกขึ้นนั่งและคว้าหมอนสอดเข้าไประหว่างแผ่นหลังของกับหัวเตียงเสร็จแล้วมันก็ออกแรงดันไหล่ทั้งสองข้างของผมให้ร่างายเอนไปพิงกับหมอนแทนที่จะเป็นหัวเตียงแข็ง ๆ แทน ถึงแม้ว่าการกระทำของไอ้ไฮค์จะรุนแรงไปสักนิด แต่มันก็แอบแฝงไปด้วยความเอาใจใส่เล็ก ๆ น้อย ๆ จนผมที่โกรธแค้นมันมากแค่ไหนยังสามารถรู้สึกได้

“อ้าปาก” ไอ้ไฮค์มันยื่นช้อนที่ตักโจ๊กอย่างพอดีคำมาจ่อที่ปากของผม

“กูกินเองได้.....อ่ะ !!!

ผมร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ ไอ้ไฮค์ก็ยกมือหนาขึ้นมาบีบสันกรามของผมเอาไว้อย่างแรงจนปวดไปหมดริมฝีปากของผมเปิดออก มันอาศัยจังหวะนั้นยัดโจ๊กใส่เข้ามาในปากของอย่างรวดเร็ว

แค่ก ๆ  ๆ

“แดกดี ๆ ไม่ชอบสินะ” ไอ้ไฮค์พูดเสียงเย็นพลางจ้องผมด้วยสายตาดุดัน และตักโจ๊กขึ้นมายัดใส่เข้าไปในปากของผมอีกคำ ผมพยายามดิ้นรนผลักไสอย่างไร้หนทางสู้......

“แค่ก ๆ พอแล้ว...อึก....มันร้อนนะ ถ้ามึงจะป้อนกูก็ขอให้มึงเป่าก่อนสักนิดได้ไมวะ ลิ้นกูจะไหม้อยู่แล้ว” ผมร้องประท้วงว่าไอ้ไฮค์ พยายามงับริมฝีปากเอาไว้จนแน่นแต่ก็ทนแรงบีบที่สันกรามไม่ไหวจำใจเปิดอ้าปากออกจนได้

“หึ....”

ไอ้โรคจิต....!!!

ผมด่าไอ้ไฮค์ในใจมันที่มันหัวเราะเยาะผม มันปล่อยมือจากสันกรามของผม และตัดโจ๊กขึ้นมาใหม่ค่อย ๆ เป่าจนไอความร้อนสีขาวค่อย ๆ จางหายไปมันถึงค่อยยื่นมาจ่อปากผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ดื้อเหมือนครั้งแรกเพราะยังไม่อยากเจ็บตัวเลยจำยอมอ้าปากกลืนโจ๊กอุ่น ๆ เข้าไปอย่างว่าง่าย

“ว่าง่าย ๆ แบบนี้แต่แรกก็คงไม่เจ็บตัวแล้วแท้ ๆ....” ไอ้ไฮค์ยิ้มบอกผมอย่างพอใจ

ผมเบี่ยนหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมสบตากับไอ้ไฮค์ตรง ๆ ผมไม่ชอบเลยที่ไอ้ไฮค์มันมาทำดีกับผมแบบนี้ ถ้ามันทำเลวผมก็ยังพอเดาได้ว่ามันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ แต่ถ้ามันทำดีแบบนี้ผมมองไม่ออกจริง ๆ ว่ามันกำลังคิดอะไรกับผมอยู่กันแน่

“ที่มึงมาทำดีกับกูแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่ ?” ผมถามไอ้ไฮค์ออกไปตรง ๆ

“นั้นสินะ....ถ้าให้บอกตรง ๆ ก็คือ....อยากเป็นเจ้าชีวิตของมึงละมั้ง” มันบอกผมเสียงยั่วแหย่พลางยกเรียวนิ้วของมันมาเกลี่ยปอยผมที่ปกใบหน้าของผมออกเบา ๆ

“เจ้าชีวิต ?! คนอย่างมึงเนี่ยนะจะมาเป็นเจ้าชีวิตของกูอย่าพูดให้ขำหน่อยเลย” ผมบอกมันอย่างเหยียด ๆ พลางหัวเราะในลำคอราวกับว่าสิ่งที่ไอ้ไฮค์มันพ่นออกมาจากปากเน่า ๆ ของมันนั้นเป็นเรื่องตลกโป๊กฮาที่สุด

“เดี๋ยวมึงก็รู้ว่ากูจะเป็นเจ้าชีวิตของมึงได้หรือไม่ได้....แต่ตอนนี้รักษาร่างกายของมึงให้แข็งแรงซะก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยมาว่ากันทีหลัง” พอไอ้ไฮค์มันพูดจบก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับชามใส่โจ๊กที่ว่างเปล่า

ผมไม่เข้าใจความคิดของคนชั่วอย่างมันเลยสักนิด ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันคิดจะทำอะไรเลว ๆ กับผมอีก.....แต่ผมคงไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ เพราะถ้าหากว่ามันเผลอเมื่อไหร่ผมก็พร้อมที่จะเอามีดที่เตรียมเอาไว้นานแล้วแทงจนมิดด้ามทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมล้มตัวลงนอนมองหยกน้ำเกลือที่ค่อย ๆ หยดลงที่ละเล็กละน้อยไหลออกมาตามสายน้ำเกลืออยู่เงียบ พลางจินตนาการว่าหยดน้ำเกลือนั้นเป็นยาพิษและถ้าหากว่าคนที่นอนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ผมแต่เป็นไอ้ไฮค์นอนทุรนทุรายเจ็บปวดทรมานจากพิษที่ค่อย ๆ กัดกร่อนร่างกายของมัน โดยมีผมยืนจ้องมองมันอยู่อย่างสมเพชเวทนา ข้าง ๆ เตียงนี้ มันก็สามารถทำให้ผมรู้สึกดีและนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจขึ้นมาได้บ้าง........

-

-

“ไข้ลดแล้วนะครับ ไม่มีอาการแทรกซ่อนอื่น ๆ ด้วย โชคดีจริง ๆ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้นะครับ ถ้ายังไงหมอจะถอดสายยาปฏิชีวนะออกแล้วก็เปลี่ยนเป็นกินยาเม็ดแทนก็แล้วกันนะครับ” เสียงนุ่มฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ ของใครคนหนึ่งกำลังพูดอะไรสักอย่างอยู่ข้าง ๆ เตียงในขณะที่ผมกำลังสะลึมสะลือเล็กน้อยภาพตรงหน้าเลยพล่ามัวไปหมด

“ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่หมอ”

“อืม.....” ผมร้องครางเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างถูกดึงออกไปจากร่างกาย พลางมองไปที่แขนก็พบว่าเข็มกับสายน้ำเกลือถูกดึงออกไปเรียบร้อยแล้ว

“อ่ะ....ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่น”

ผมพยายามปรับสายตาให้รับกับแสงของหลอดไฟภายในห้อง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเริ่มเด่นชัด จนทำให้ผมมองเห็นหมอหนุ่มหน้าตาดีใบหน้ายิ้มแย้ม และอีกคนหนึ่งที่ผมพยายามมองข้ามเจ้าของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คุณหมอไปอย่างไม่ใยดี มันรู้สึกแย่นะครับที่คุณต้องตื่นขึ้นมาแล้วต้องมาเจอหน้าคนที่คุณเกลียดที่สุดในโลกแบบนี้

 ผมพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งทั้ง ๆ ที่ยังคงเบลออยู่ โดยมีอ้อมแขนอุ่น ๆ ของคุณหมอสวมชุดกราวสีขาวช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้นนั่งอีกแรง

“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณคุณหมอเสียงแหบนิด ๆ อาการหนักแขนขาหายใจไม่ออกเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว

“ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ที่คุณควรจะขอบคุณมากที่สุดก็น่าจะเป็นคุณไฮค์นี่แหละครับ เพราะคุณไฮค์ค่อยเฝ้าดูอาการของคุณอยู่ตลอด อาการของคุณถึงได้ดีขึ้นแบบนี้ยังไงละครับ” คุณหมอบอกผมเสียงนุ่ม

“..........”

ผมได้แต่นั่งนิ่งเงียบอยู่แบบนั้นโดยไม่พูดอะไรต่ออีก เพราะสิ่งที่คุณหมอพูดออกมานั้นผมไม่สามารถทำได้จริง ๆ จะให้ผมขอบคุณไอ้ไฮค์เหรอ......ถ้าเป็นคำสาปแช่งผมจะไม่ปฏิเสธเลย

“ว่าแต่พี่หมอทานข้าวมาหรือยังครับ” ไอ้ไฮค์ถามคุณหมอเสียงเรียบ

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“น่าเสียดายจังนะครับ เราสองคนก็ไม่ได้ทานอาหารด้วยกันมานานแล้วนะครับเนี่ย” ไอ้ไฮค์ทำหน้าเจื่อน ๆ อย่างเสียดาย คุณหมอหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบมันไปว่า

“เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับ”

ผมจ้องมองใบหน้าของไอ้ไฮค์กับคุณหมอสลับกันไปมา และสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจที่สุดก็คือใบหน้าและรอยยิ้มที่อ่อนโยนอย่างที่ผมไม่เคยมาก่อนจากไอ้ผู้ชายสารเลวอย่างไอ้ไฮค์ที่กำลังส่งยิ้มพูดคุยกันด้วยภาษาสุภาพตอบโต้กันไปมานั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ขึ้นมาแปลก ๆ

“ถ้าอย่างนั้นหมอของตัวกลับก่อนนะครับ แล้วก็อย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งนะครับจะได้หายไว ๆ” คุณหมอบอกลาพลางหันมาพูดกำชับกับผมอีกครั้งและเดินเลี่ยงออกไปจากห้องโดยมีร่างสูงของไอ้ไฮค์เดินตามออกไปติด ๆ

หลังจากที่คนพวกนั้นเดินออกจากห้องไปผมก็เอาแต่นั่งคิดถึงเรื่องท่าทางที่แปลกออกไปของไอ้ไฮค์ที่มีให้กับคุณหมอคนนั้นอยู่คนเดียว....

แกรก

“มึงกับคุณหมอคนนั้นเป็นอะไรกัน” ผมถามขึ้นทันทีที่ไอ้ไฮค์มันเปิดประตูห้องเดินเข้ามา ไอ้ไฮค์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะคลี่ยิ้มร้ายที่มุมปากบาง ๆ

“จะอยากรู้ไปทำไม ?”

“กูถามมึงไม่ใช่ให้มึงมาถามกูกลับนะ” ผมขึ้นเสียงใส่มันเสียงดัง รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้รับคำตอบอย่างที่ต้องการ

“อย่าพึ่งอารมณ์เสียสิครับคุณเมีย.....ก็กำลังจะตอบอยู่นี่ไง” ไอ้ไฮค์มันเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงและเลื่อยใบหน้าของมันมาใกล้กับใบหน้าของผม พลางยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์

“กู ไม่ใช่ เมีย มึง” ผมเน้นคำพูดช้า ๆ ชัด ๆ เสียงเข้ม ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาเพราะความโกรธที่แล่นพล่าน

“เป็นหรือไม่เป็น....กูไม่จำเป็นต้องขอความเห็นจากมึงอยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องที่มึงถามกูเมื่อกี้ตกลงจะฟังไหม”

ผมกัดฟันแน่นพยายามอย่างมากที่จะไม่พุ่งเข้าไปบีบคอไอ้ไฮค์ให้ตายคาที่อย่างใจเย็น

“ก็พูดมาสิ” ผมกระแทกเสียงบอกมัน

“เขาเป็นลูกติดเมียใหม่พ่อกูเอง พูดง่าย ๆ ก็พี่ก็เองแหละ” ไอ้ไฮค์มันตอบเสียงเลื่อย ๆ พลางล้มตัวลงนอนหนุนตักผมอย่างถือสิทธิ ผมพยายามขยับขาหนีแต่ก็ถูมือหนาคว้ากดเอาไว้ที่เดิม

“ฮึ....พี่หรือเมียกันแน่วะ จ้องกันตาหวานเชียว” ผมพูดเยาะเสียงสมเพช

“กูมีเมียแค่คนเดียวก็คือมึง...ส่วนคนอื่นก็แค่ของเล่นฆ่าเวลา”

คำพูดของไอ้ไฮค์ทำให้ผมรู้สึกหนักอึ้งที่หัวใจขึ้นมาทันที.....คนอื่นก็แค่ของเล่นอย่างนั้นเหรอ......มันสามารถพูดคำคำนี้ออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไง และหนึ่งในคนอื่นที่มันถึงก็คงมีเบลล่ารวมอยู่ในนั้นด้วยสินะ

“สารเลว” ผมกัดฟันด่ามันเสียงกระด้าง พลางดิ้นรนผลักร่างสูงออกห่างอย่างรังเกียจ แล้วพูดต่อว่า

“คนอย่างมึงมันชั่วเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ มึงมองเห็นค่าความรักของคนอื่นเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่ โดยที่มึงไม่เคยรู้เลยว่าคนเหล่านั้นเขาจะเจ็บปวดกับการกระทำชั่วๆ ของมึงมากแค่ไหน มึงบอกว่ากูเป็นเมียมึงอย่างงั้นเหรอย่างพูดให้ขำหน่อยเลย เพราะกูมีผัวแต่คนเดียวและผัวคนนั้นก็ไม่ใช่มึง !!!

หลังจากที่ผมพูดจบร่างของผมก็ถูกไอ้ไฮค์กดลงนอนราบกับเตียงนอนหนานุ่มแขนสองข้างของผมถูกรวบเอาไว้เหลือหัวโดยที่มีร่างสูงค้อมกดทับร่างของผมเอาไว้จนผมไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้อีก

“ถ้ามึงหมายถึงไอ้ผู้ชายที่มึงจะควงไปจู๋จี้กันในห้างเมื่อวานละก็.....เสียใจด้วยนะ....ที่มึงจะไม่ได้เห็นหน้ามันอีกเป็นครั้งที่สอง” ไอ้ไฮค์กระซิบบอกผมเสียงเหี้ยมจนผมรู้สึกผวาขึ้นมา

“หมายความยังไง มึงทำอะไรผัวกู” ผมตะคอกถามมันเสียงดังลั่นภายในใจของผมมันร้อนรุ่มเพราะความเป็นห่วงไอ้คีย์ ผมพยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการที่ไอ้ไฮค์มันสร้างขึ้นเพื่อกักขังผมเอาไว้โดยเฉพาะอย่างร้อนรน เพียงแค่คิดว่าคีย์จะต้องเป็นอันตรายเพราะเกมแก้แค้นของผมแล้วความเจ็บปวดก็กลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาไม่ขาดสาย

“ถึงขนาดร้องไห้ออกมาเลยอย่างนั้นเหรอ....ไม่ต้องกลัว...กูไม่ฆ่ามันหรอก” ไอ้ไฮค์กระซิบบอกผมเสียงเย็นยะเยือก

“มึงมันชั่ว....ถ้ามึงโกรธมึงแค้นทำไมไม่มาลงที่กู มึงจะไปยุ่งกับไอ้คีย์มันทำไม” ผมตะโกนด่าไอ้ไฮค์ทั้งน้ำตา

ผมรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ต้องมาร้องไห้ต่อหน้าไอ้ไฮค์แบบนี้

“ถึงไม่ได้ต้องบอกมึงก็ต้องได้รับบทลงโทษอยู่แล้ว อย่าใจร้อนสิตอนนี้มันยังไม่ถึงคิวที่มึงจะต้องรับโทษ เพราะถ้าหากว่ากูทำอะไรมึงไปตอนที่ร่างกายของมึงยังไร้เรี่ยวแรงแบบนี้มันก็หมดสนุกกันพอดีนะสิ” พูดจบไอ้ไฮค์มันก็ผลัดออกจากร่างของผมและเดินหัวเราะเสียงดังอย่างสนุกสนานออกจากห้องไปทันที

หลังจากที่ไอ้ไฮค์มันเดินออกไปผมก็ทำได้แค่ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ความรู้สึกคับแค้นที่เปรียบเสมือนรวดหนามที่บีบรัดหัวใจของผมแน่นจนเจ็บทั่วทั้งหน้าอก แรงสะอื้นทำให้ผมไอ้โขกออกมาอย่างแรงจนเจ็บละคอไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงร้องไห้ออกมาอยู่อย่างนั้นเพราะในตอนนี้มีเพียงแค่น้ำตาเท่านั้นที่จะสามารถบรรเทาความเจ็บปวดภายในใจของผมได้ดีที่สุด

“คีย์.....คีย์......” ผมพูดท้วนชื่อของไอ้คีย์ซ้ำไปมาอย่างโหยหา และห่วงใย ผมอยากหนีออกจากที่นี่แล้วไปดูไอ้คีย์ให้แน่ใจว่ามันสบายดีอยู่หรือเปล่าบาดเจ็บตรงไหนและเป็นอะไรมากไม

“เป็นเพราะกูแท้ ๆ .....กูขอโทษ ขอโทษ....อึก....ฮื่อ ๆ ๆ”

ผมนอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานนับชั่วโมงจนในที่สุดก็ไม่เหลือน้ำตาให้ไหลออกมาอีก

-

-

ไฮค์ยืนพิงประตูห้องนอนของเขาพลางฟังเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของคนที่นอนอยู่ข้างในด้วยสายตาวางเปล่า เขายืนอยู่อย่างนั้นจนเสียงร้องไห้นั้นเงียบสงบลง เขาจึงเดินกลับออกไปยืนอยู่นอกระเบียงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูดเอาปอดอย่างหนักหน่วงม้วนแล้วม้วนเล่าแต่ก็ไม่สามารถดับความรู้สึกบ้างอย่างที่มันยังค้างคาอยู่ภายในใจให้หายไปได้

“เวรเอ่ย....ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” ไฮค์สบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ไฮค์คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรหาเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาเพื่อที่จะนัดแนะกันออกไปเที่ยวเพื่อระบายความอึดอัดบ้างอย่างที่ถาโถมเข้ามาภายในของเขา

“ฮัลโหล....ไอ้ไมค์มึงอยู่ไหนวะ ? อ่อ....อีก 15 นาทีเจอกันที่เดิม....”

ติ๊ด

หลังจากที่นัดแนะกันจนเสร็จเรียบร้อยไฮค์ก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเขาอีกครั้ง พลางมองไปยังร่างโปร่งบางที่นอนหลับสนิทไปพร้อม ๆ กับคราบน้ำตา ไฮค์ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ร่างโปร่งบางและดึงผ้าห่มที่หล่นไปกองอยู่ที่ปลายเท้าขึ้นมาห่มให้กับแอลอย่างเบามือเพราะไม่อยากทำให้แอลต้องตื่นขึ้นมาอีก ร่างโปร่งบางขยับตัวเล็กน้อยและดึงผ้าห่มมาหอตัวเองเพื่อที่จะหลบให้พ้นจากไอหนาว

“..............”

ไฮค์ยืนจ้องมองร่างโปร่งบางอยู่อย่างนั้นสักพักก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อผ้าออกมาหนึ่งและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทันที.......

“ไง.....เพื่อนหายหน้าหายตาไปนานเลยนะ” ไมค์เดินตรงเข้ามาทักทายไฮค์ทันทีที่เห็นเพื่อนหนุ่มเดินเข้ามาในผับถามที่นัดหมายกันเอาไว้แล้ว

“กูมีงานต้องทำไม่ได้ว่างงานเหมือนมึงสักหน่อย” ไฮค์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เพราะการที่เขาเป็นลูกคนเดียวและต้องรับสืบทอดมรดกจากพ่อก็เลยทำให้ต้องทำงานในฐานะของประธานบริษัทตั้งแต่พึ่งจะเรียนจบใหม่ ๆ หลังจากนั้นเขาก็แทบจะไม่ได้ออกมาเที่ยวเล่นเหมือนอย่างที่เคยทำตอนสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ผิดกับไมค์ที่เป็นลูกชายคนเล็ก ที่บ้านก็เลยตามใจอยากทำอะไรก็ทำต่างจากตัวเขาลิบลับ

“ก็เที่ยวเล่นแบบนี้ได้อีกสักพักนั้นแหละวะ....หลัง ๆ มานี่แม่เริ่มคะยั้นคะยอให้กูเข้าไปช่วยงานที่บ้านแล้ว” ไอ้ไมค์บอกพลางทำหน้าเซ็งสุดขีด

“ดีแล้วนี้จะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขาซะบ้าง” เอ็มเพื่อนสนิทของไฮค์อีกคนพูดเสริมขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบมานาน

“หุบปากไปเลย ที่กูเป็นอยู่ทุกวันนี้กูก็เป็นคนนะโว้ย” ไมค์หันไปเถียงเอ็มแล้วกระแทกก้นนั่งลงกับเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด

“วันนี้สาว ๆ ยังแจ่มเหมือนเดิมเลยนะ พวกมึงจะเอาไปนอนเล่นทำกิจกรรมบนเตียงสักคนไมวะวันนี้ อ้าว....เฮ้ย !!!ไอ้ไฮค์” เอ็มอุทานออกมาด้วยความตกใจที่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเพื่อนหนุ่มรูปหล่อก็คว้าสาวสวยหุ่นเซ็กซี่มายืนนัวเนียอยู่ข้างกายซะแล้ว

“ฮู้.....เร็วชะมัดสถิติใหม่เลยนะเนี่ย” ไมค์เป่าปากอึ้งทีเดียวที่ไฮค์สามารถหาผู้หญิงสาวสวยมานั่งนัวเนียด้วยได้ภายในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้

-

-

“อ่ะ...อา...อย่ารุนแรงสิคะ....อุย” เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวร่างสวยที่นอนบิดกายเร้าอยู่ภายใต้ร่างสูงของไฮค์ร้องบอกเขาเสียงหอบ

“หุบปาก” ไฮค์ตะคอกหญิงสาวเสียงแข็ง แล้วเอื้อมไปหยิบเศษเสื้อผ้าของผู้หญิงที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขามาปิดปากของหล่อนเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงของหล่อนเล็ดรอดออกมาอีก

บทรักที่รุนแรงและป่าเถื่อนยังคงดำเนินต่อไปอยู่อย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เขากำลังมีเซ็กอยู่กับคนอื่นแท้ ๆ แต่ก็ไม่สามารถรบภาพของคนคนหนึ่งออกจากความคิดและหัวใจของเขาไปได้เลย

ไม่ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยไปมากแค่ไหนก็ตาม......





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #67 OHsh_h2o (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 00:53
    ห้องไฮค์ใช่มั้ย มีรูปแอลเต็มเลยใช่ป่ะ #มโนไปไกลแล้ววววว มาต่อเร็วๆนะคะ ^^v
    #67
    0