Hundred and One [Timeverse] | Kookv (End)

ตอนที่ 10 : Chapter 8: Bunny and his carrot

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    7 ก.ค. 63

 

 

เครื่องสแกนที่ประตูถูกแนบเข้ากับคีย์การ์ดของห้องก่อนที่เสียงอัตโนมัติจะดังขึ้นพร้อมกับตอนที่ประตูนั้นเปิดออก เจ้าของร่างเล็กเดินเข้าไปด้วยความคุ้นชิน และทันทีที่บานประตูถูกปิดลง แผ่นหลังเล็กก็พิงเข้ากับมันอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่ากลับไม่ใช่เพราะความเหนื่อยใจหรือโศกเศร้า หากเป็นความสับสนที่ก่อตัวขึ้นหลังจากบทสนทนากับเขาคนนั้นที่ร้าน

 

ศรีษะทุยทิ้งน้ำหนักลงไปก่อนที่ทั้งร่างจะลงไปนั่งคู้อยู่กับพื้น ไฟดวงเดียวที่ถูกเปิดไว้ตั้งแต่เข้ามายังคงส่องไฟอ่อนๆอยู่กลางห้อง ในความเงียบสงัดเปลือกตาบางก็เลือกที่จะผิดลงมา ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มสวยจะค่อยๆเผยอออกอย่างช้าๆ

 

คำพูดของคนเป็นคู่ชีวิตวิ่งแล่นอยู่ในหัวอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้เสียสักครั้ง ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาลูบใบหน้าเนียนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่สามารถขจัดความขุ่นมัวนี้ออกไปได้ จนคนตัวเล็กต้องยอมปล่อยมันไปเสียและเลือกที่จะไม่นึกถึงมันตอนนี้

 

นาทีลุกขึ้นและนำของที่เพิ่งได้มาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยความเหนื่อยล้า อาการมึนหัวยังเข้ามาจู่โจมอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากจนจะล้มพับไปอย่างครั้งที่แล้ว สายน้ำเย็นสดชื่นรินไหลลงมาเป็นธารทันทีที่เข้าไปยืน ผ่านทุกซอกทุกมุมของเรือนร่างสวยที่ประดับประดาไปด้วยส่วนเว้าโค้งอย่างงดงามราวกับผู้หญิง ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กถูกยกขึ้นซับใบหน้าหลังจากทำการชำระล้างเรียบร้อย ตามด้วยชุดนอนผ้าลื่นสีครีมเรียบที่ถูกจับใส่ กางเกงขาสั้นเข้าชุดเผยให้เห็นเรียวขาเนียน ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับอกมาจากห้องน้ำเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

คนหน้าสวยทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงพร้อมกับกล่องเครื่องประดับที่หยิบติดมือมาเมื่อครู่ และเมื่อเปิดออกก็มีเพียงสร้อยเส้นเดียวเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่เอามันไปเลยตั้งแต่ตอนให้ ก่อนที่มือเล็กจะยกขึ้นสัมผัสสร้อยหน้าตาคล้ายกันที่อยู่บนอกขาว ปลายนิ้วมนลูบวนอยู่เช่นนั้นพลางเผลอยิ้มให้กับการกระทำของอีกฝ่าย

 

ทำไมคนที่ทำให้ใจเต้นถึงได้เป็นคนเดียวกับที่ทำให้เราเสียใจกัน

นี่หรอสมดุล

 

นาทีส่ายหัวไปมาราวกับว่าถ้าทำเช่นนั้นความคิดมากมายในหัวจะถูกสลัดออกไปด้วย ความสนใจเปลี่ยนมาอยู่ที่จี้ในกล่อง รูปพระอาทิตย์ที่ปลายสร้อยนั้นก็สวยไม่น้อยไปกว่าของเขา คนตัวเล็กนำของตรงหน้าออกมาเชยชมทว่าเมื่อยกแผ่นรองออกมาด้วยแล้วนั้น กระดาษเล็กแผ่นหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมากด้านใต้ ดวงตาคู่สวยมองตามก่อนจะตัดสินใจนำมันขึ้นมา และพบว่าเป็นข้อความจากอีกคน

 

คำขอโทษเรื่องคืนนั้นถูกเรียบเรียงเขียนด้วยลายมือที่ไม่ได้เรียบร้อยมากนักแต่ก็ใช้ได้หรับผู้ชายคนหนึ่ง ประโยคสั้นๆที่ทิ้งความหมายลึกซึ้งไว้ให้จดจำ พลันความคิดหนึ่งก็โฉบเข้ามาในหัว

 

อยากจะมีความสุขบ้าง

 

เป็นคำเรียกร้องจากคนที่ไม่น่าจะต้องการมันอย่างนาที เพราะโดยทั่วไปแล้วชีวิตเรียบง่ายของเขาก็ดูสบายดี ทว่าในเรื่องของความรักนั้นมีแต่คราบน้ำตา ถ้าอ้อนวอนต่อฟ้าสักครั้งให้เขาได้สมหวัง จะมีใครเห็นใจเขาหรือไม่

 

ของทุกอย่างถูกเก็บเข้าที่อย่างเดิม ก่อนที่ร่างเล็กในชุดพร้อมนอนจะก้าวขึ้นเตียงและสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ไฟในห้องถูกปิดลงเหลือเพียงความมืดที่เข้ามาแทนที่ และแสงสีเหลืองที่ทอแสงเข้ามาจากด้านนอก เขาเลือกที่จะนอนตะแคงและจ้องมองทิวทัศน์กลางเมืองภายนอกยามราตรี และนึกถึงคำพูดเกี่ยวกับดวงจันทราอีกครั้ง จริงอย่างที่ว่าเพราะคืนนี้เจ้าจันทร์ก็ยังยิ้มให้เขาอีกเช่นกัน

 

 

 

 

ใต้ผืนฟ้ายามตะวันลับไปและดวงดารานับล้านที่สว่างไสวอยู่ทั่วทุกที่ พื้นถนนเรียบที่ประกบเข้ากันอย่างสมบูรณ์ยืนหนึ่งระหว่างมันคือร่างเล็กด้วยใบหน้างดงามราวรูปปั้น ดวงตากลมใสราวกับลูกแก้วกวาดสายตาไปทั่วทุกหนแห่ง ทว่ากลับมีเพียงความว่างเปล่า ที่แห่งนี้นั้นกว้างสุดสายตาเสียเกินไปจนรู้สึกโดดเดี่ยว สายลมเย็นฉ่ำจนยะเยือกซัดกระทบมาเข้าผิวบาง จนมือเล็กต้องยกขึ้นถูเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัว ความหนาวเย็นค่อยๆเกาะกินหัวใจดวงเล็กอย่างไร้สาเหตุ ใบหน้าที่เริ่มแสดงถึงความหวาดกลัวพร้อมกับพวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีฝาดเพราะอากาศแห้ง

 

ในระยะที่ไม่ได้ใกล้และไกลมากใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ภาพของเขาไม่ว่าจะทั้งรูปร่างและน่าตาคุ้นเคยของโซลเมทนั้นกำลังยืนหันหน้าเข้าหาเขา ริมฝีปากบางถึงได้คลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีอีกคนอยู่ตรงนี้ แต่เท้าเล็กที่กำลังจะก้าวออกไปหาก็ต้องชะงักเมื่อกลายเป็นอีกคนที่เริ่มเดินออกไปจากเขาเสียก่อน สายตาเจือความปิดหวังจ้องมองคนตัวสูงที่ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยความงุนงง ปากเผยอออกหวังจะเปล่งเสียงเรียกทว่ากลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งใด เขาไม่สามารถยื้ออีกคนไว้ได้เสียเลย ดวงหน้าสวยที่หมองลงไปถึงได้ตัดสินใจก้าวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังอีกคน แต่ยิ่งพยายามออกแรงมากเท่าใดก็รู้สึกเหมือนมีอีกแรงเข้ามากระทบและต้านมันทุกครั้ง ความหวาดกลัวมากมายถูกระบายออกมาเป็นสายน้ำรดรินดวงแก้มพร้อมกับจมูกรั้นที่เริ่มขยับเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

 

แขนเล็กเลือกที่จะเอื้อมมันออกไปเผื่อว่าเขาอาจจะดึงใครคนนั้นที่ยังคงเดินห่างออกไปไว้ได้ และมือข้างที่ว่างก็ถูกยกขึ้นปาดน้ำตาเจ้าอุปสรรค จนในที่สุดเสียงสะอื้นก็เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินพร้อมกับความเหนื่อยล้าปวดเมื่อยไปทั่วร่างทั้งที่เพิ่งออกวิ่งได้ไม่นาน ปากสีธรรมชาติเผยออกเพื่อโกยเก็บอากาศเข้าปอดแต่ก็ยากเกินไปจนเหมือนกำลังจะล้ม เขาเลือกที่จะมองหาคู่ชีวิตตัวเองอีกครั้งจนกระทั่งรอยยิ้มโศกเศร้าประกดบนใบหน้ายามที่เห็นว่าอีกคนนั้นหยุดนิ่งไปแล้ว ราวกับการเดินทางที่แสนยากลำบาก นาทีเห็นว่าใครคนนั้นคือปลายทางของเขา ปลายทางที่เมื่อเดินทางไปถึงทุกอย่างจะดีขึ้น ทว่าเมื่อแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดกำลังจะก้าวออกไปอีกครั้ง เงาดำทมึนทั้งหลายก็พุ่งเข้ามากุมแขนทั้งสองข้างและออกแรงดึงไปยังด้านหลังเสียเอง น้ำตาห่าใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งเมื่อความเจ็บนั้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างจนเมื่อความตั้งใจของเขาเองนั้นที่ชนะพวกมันและหลุดจากพันธนาการ ฝ่าเท้าเนียนไร้ซึ่งสิ่งปกคลุมใดๆออกแรงมุ่งไปยังอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยความเจ็บปวด แผลถลอกหลายจุดจนเลือดซึมไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้อีก แต่แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ทุกการกระทำนั้นเปล่าประโยชน์ ทั้งที่ใครคนนั้นกำลังยืนรอเขาอยู่แท้ เพราะเหตุใดเส้นทางถึงยังได้ยิ่งไกลออกไป แรงสุดท้ายหมดลงพร้อมกับร่างเล็กที่ทรุดลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บทั้งปวง น่าแปลกที่มันร้าวระบมเช่นนี้แล้วเขายังได้พยายามอยู่ แผลเหวอะหวะเพราะความทะเย้อทะยานมากมายเป็นหลักฐานของความเจ็บปวด และจู่ๆในความมืดมิดของคืน แสงสว่างวาบจากที่ไหนสักแห่งก็จ้าขึ้นมาจนไม่ทันได้ตั้งตัว แรงกระแทกสาหัสก็พุ่งเข้าใส่ ก่อนที่สร้อยเส้นสวยที่อกจะขาดและแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างไม่เหลือชิ้นดี…

 

 

 

 

“เฮือก!!”

 

ร่างเล็กบนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกจากฝันร้ายที่ตามเกาะกิน ด้วยใบหน้าตุ๊กตาที่บัดนี้ถูกเคลือบไปด้วยคราบน้ำตาอย่างน่าสงสาร เสียงสะอื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเพราะความกลัว เปลือกตาปิดลงอีกครั้งเพื่อระบายหยาดน้ำที่เอาแต่ก่อตัวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ก่อนที่จะเป็นอีกครั้งเมื่อความเจ็บนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความร้อนรุ่มที่ก่อตัวจากข้างในและแรงบีบตัวของก้อนเนื้อในอก เหงื่อกาฬไหลซ่านไปทั่วใบหน้า และริมฝีปากเล็กที่เผยอออกอย่างระทม ไร้เสียงใดๆ เขากำลังจะตายทั้งเป็น มือทั้งสองข้างสั่นเทาจนไม่อาจบังคับให้หยิบจับอะไรได้ดังเคย แม้แต่แรงหายใจในตอนนี้ เขายังรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นเสีย

 

“ฮื่อ...อึก...อะอ่อก”

 

เสียงจับไม่ได้ความเป็นสิ่งเดียวที่ถูกส่งออกมาจากลำคอและบางอย่างที่เริ่มตีขึ้นมา นาทีพุ่งตัวออกจากเตียงด้วยแรงอันน้อยนิดทันทีก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความร้อนรน ก่อนที่ของเหลวข้นสีเข้มจะค่อยๆกระอักออกมาจากโพรงปากจนคนตัวเล็กน่าซีด มือที่ยังคงสั่นอยู่อย่างน่าหดหู่พยายามเกร็งจับขอบชักโครกเอาไว้ก่อนที่จะโก่งตัวเอาของเสียออกมาทั้งหมดทั้งสยน้ำตาที่ยังคงไหลพรูลงมากอย่างไม่ขาดสาย นิ้วเรียวใช้สติที่เหลือน้อยนิดกดออกโทรหาพี่ชายก่อนที่ภาพทุกอย่างจะพลันดับลงเสียก่อน

 

(ว่าไงไอดื้อ ทำไมยังไม่นอน)

“อึก...พ…พี่ไทม์ ช่วยด้ว-”

(เห้ยที! ฮัลโหลๆ ได้ยินพี่มั้ย! โถเว้ย! รอพี่นะ กำลังไปหาแล้ว ดิ้ยนแล้วตอบหน่อย)

“…”

(คนดีครับ…ตอบพี่หน่อย ขอร้อง…)

 

อ่า เจ็บเสียจริง ฝันเมื่อกี้มันคืออะไรกันนะ ทำไมถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้…

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงล้อกระทบกับพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดของเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลที่ถูกเข็นเข้ามาอย่างเร่งรีบพร้อมกับแพทย์ฉุกเฉินสองสามคน ใบหน้าคุ้นตาของคนที่เพิ่งได้ออกไปไม่นานนั้นเห็นทีจะได้กลับมาค้างอีกนาน คนเป็นพี่ได้แต่มองด้วยความเจ็บปวด สภาพที่เกือบทั้งชุดนั้นอาบไปด้วยเลือดเป็นภาพที่บาดใจเกินไป นาทีไม่ใช่คนที่มีโรคประจำตัวและแม้คนตัวเล็กนั้นจะป่วยง่ายเท่าใดก็คงไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงได้ขนาดนี้ ขาแกร่งหยุดลงเมื่อเตียงถูกเข็นเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน ก่อนที่เสียงเรียกเข้าของสมาร์ทโฟนจะดังขึ้นด้วยเบอร์ของคนรัก

 

เขาทิ้งฝุ่นที่มาพักอยู่กับเขาราวอาทิตย์แล้วไว้คนเดียวก่อนจะรีบขับรถออกมาให้เร็วที่สุด น้ำเสียงตอนนั้นของคนเป็นน้องมันฟังดูทรมาณเสียจนใจคนไปพี่แทบขาด ยิ่งสิ่งที่ต้องมาเห็นนั้นก็กรีดใจไม่ต่างกัน คนตัวขาวทิ้งตัวลงนั่งรออย่างไร้เรี่ยวแรงก่อนที่มือทั้งสองข้างจะประสานเข้าหากันและหวังเพียงว่าน้องคนเดียวของเขานั้นจะไม่เป็นอะไรร้ายแรง

 

“หมายความว่าอะไรที่หาสาเหตุไม่ได้”

“ใจเย็นๆนะครับ คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่หมอก็ยังจะยืนยันที่จะบอกกับคุณว่าเราหาต้นตอของเลือดที่คนไข้อาเจียนออกมาไม่ได้ครับ ตามตัวไม่ได้มีร่องรายการโดนทำร้ายใดๆ แต่ถายในก็ไม่มีอะไรฟกช้ำเช่นกันครับ”

“เป็นหมอภาษาอะไรวะ!”

“ขออภัยจริงๆครับ”

 

ไทม์พยายามอย่างมากในการยั้งความโกรธของเขาก่อนที่จะเผลอทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดออกไป แพทย์ตัวสูงได้ผละออกไปแล้วเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปยังห้องคนไข้ หยาดน้ำใสที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นม่านน้ำตาถูกกลั้นเอาไว้อย่างเข้มแข็ง แม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะไม่สมเหตุมสผลก็ตาม คนเป็นพี่ค่อยๆนั่งลงข้างเตียงใช้มือของตนลูบหัวของคนที่ยังนอนหลับพริ้มบนเตียงด้วยความเป็นห่วงเพื่อปลอบประโลม ไม่มีใครบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่หวังว่าจะได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดยามเจ้าคนดื้อของเขายอมตื่นขึ้นมา สุดท้ายแรงกลั้นทุกอย่างก็พังลงพร้อมกับน้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือข้างที่ว่างยกขึ้นกุมหลังมือเล็กแล้วลูบวนไปเบาๆ ริมฝีปากซีดเผือดของคนตัวเล็กนั้นเขาไม่มีทางชินกับมันเสียสักที ทำอะไรไม่ได้นอกจากฟุบลงไปและร้องไห้ออกมาคนเดียว เขาจำเป็นต้องเข้มแข็งต่อหน้าน้อง เพราะถ้าเกิดอ่อนแอทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน ใครจะเป็นคนปกป้องเจ้าก้อนของเขากัน

 

“รีบๆตื่นขึ้นมาหาพี่ได้แล้วนะนาที”

 

 

 

 

นี่ก็เข้าวันที่สองแล้วตั้งแต่นาทีฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความดีใจของทุกคนและใบหน้าของเพื่อนสนิทคนเดิมที่กลายมามีหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวให้เขา ร่างเล็กที่ได้ยินว่าทั้งพ่อและแม่ไม่ได้มาเยี่ยมเพราะติดธุระด่วนก็แกล้งงอนเล็กน้อย แต่ก็กลับมาแย้มแป้นทันทีเมื่อได้โทรคุยกับพวกท่านอยู่สองสามครั้งตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล แม้ว่านี่จะเป็นวันที่สองที่เขาตื่นขึ้นมาและปกติอย่างเดิม ทว่าที่หลับไปก่อนหน้านี้นั้นกลับเทียบไม่ติด เพราะห้าวันนั้นที่หลับไปเอามาทดแทนสองวันนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

 

นิ้วเรียวสวยยกขึ้นไปจิ้มที่ไหล่เล็กของเพื่อนที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างเตียงก่อนจะชี้ไปที่ปากตัวเองพร้อมอ้าปากเพื่อให้ฝุ่นที่นั่งปอกแอปเปิ้ลอยู่นั้นป้อนให้

 

“ไม่ต้อง หยิบกินเองเลยนะ ฟื้นแล้วเอาใหญ่”

“ฮื่ออ เจ้าฝุ่นอ่า เราป่วยอยู่นะ”

“ก็ป่วยแต่นาทีไม่ได้พิการ”

“เหย รู้งี้เราพิการให้จริงๆเลยดีมั้ยนะ” แกล้งลากเสียงยาวก่อนจะทำท่าทางคิดจนฝุ่นที่ตกใจกับคำพูดเพื่อนถึงได้รีบยัดแอปเปิ้ลเข้าปากเล็กไปด้วยท่าทางหมั่นเขี้ยว นาทีก็ยังเป็นนาทีอยู่วันยังค่ำ ไม่รู้นิสัยเด็กๆแบบนี้กลายเป็นนักเขียนชื่อดังได้อย่างไร

“แล้วเมื่อไหร่จะยอมเล่าความจริงให้ฟัง”

“หื้อ เรื่องอะไรอีก”

“มีเรื่องเดียวมั้ย”

“เราว่าเราแล้วหนิ ตื่นมาก็เป็นอย่างนั้นเลย

“ใครจะไปเชื่อล่ะนาทีว่าแค่ฝันร้ายแล้วจะอ้วกเป็นเลือดขนาดนี้”

“ฝุ่นไงเชื่อเรา”

“เห้อ”

 

เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้นเมื่อเพื่อนคนสนิทถอนหายใจหนักๆออกมา ในช่วงที่เขาผื้นขึ้นมาแล้วนั้นใช่ว่าจะไม่มีอาการเจ็บๆใดหลงเหลืออยู่ มันยังคงแล่นขึ้นมาบ้างแต่ก็น้อยมากแล้วเมื่อเทียบกับคืนนั้น ทว่าสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือตอนที่ลุกเข้าไปเข้าห้องน้ำเองกลางดึกของคืนหนึ่งที่มีพี่ชายตัวโตนอนเฝ้าอยู่ที่โซฟา คืนนั้นเองที่จุดใดจุดหนึ่งในความขุ่นมัวทั้งปวงนั้นกระจ่างขึ้นมา เมื่อจำนวนเลขที่คอที่ก่อนหน้านี้เป็นห้าสิบสองอยู่นั้น ได้กลายเป็นห้าสิบเก้าเสียแล้ว

 

เขาเลือกที่จะเก็บมันไว้กับตัวเองและพยายามซ่อนจากทั้งฝุ่นและไทม์ให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ทั้งสองกงัวล เหตุผลที่เขาคอยแต่หาข้ออ้างให้ฝุ่นนั่งดูทีวีจากด้านขวาของเตียงก็เพราะเช่นนี้

 

เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยซะที่ไหนคนเนี้ย

 

เช่นเดียวกันกับการที่เขาไม่ได้ติดต่อหาคนเด็กกว่าเลยเป็นเวลาเกือบอาทิตย์เพราะสมาร์ทโฟนที่ลืมทิ้งไว้ที่ห้อง ไม่รู้ว่าเลยว่าระหว่างนั้นมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เช่นเดียวกับของที่จะต้องนำไปฝากในทุกๆเย็นเขาก็ไม่ได้ทำมันเพราะตัวติดเตียงอยู่เช่นนี้มาหลายวัน เห็นทีว่าคราวนี้จะต้องส่งตัวแทนไปเสียแล้ว

 

ดวงตากลมโตผลัดจ้องระหว่างมุมหน้าด้านข้างของเพื่อนตัวเล็กและมือตัวเองอยู่นานก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินใจเอ่ยความต้องการออกไป

 

“เจ้าฝุ่น”

“อื้อ ว่า”

“ช่วยอะไรเราหน่อยได้มั้ย”

“ถ้าได้ก็จะช่วยนะ”

“อื้อๆ ง่ายนิดเดียว”

 

และแล้วคนซนก็อธิบายว่าฝุ่นควรจะทำอะไรไม่ว่าจะเป็นการไปซื้อของตามที่เขาอยากได้และนำมันไปฝากไว้กับร้านร้านหนึ่งโดยให้ใช้ชื่อเขา ให้รับของที่มีคนฝากกลับมาด้วย และยังอ้างเรื่องที่ว่าผู้รับนั้นคือเพื่อนที่รู้จักห่างและเป็นแฟนคลับนิยายของเขา เพียงเท่านี้เจ้าเพื่อนน่ารักก็พยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปสนใจรายการตรงหน้าต่อ

 

เมื่อดวงอาทิตย์นั้นได้เอนทิศทางค่อนมาทางฝั่งตะวันตกจนเกินครึ่งแล้ว นาทีก็รีบเตือนเพื่อนสนิทของตนเรื่องที่ฝากไว้อย่างกระตือรือร้นเพราะกลัวเสียว่าอาจไม่ทันการเอา และเพื่อนที่ถูกใช้เป็นลูกน้องอย่างฝุ่นก็ได้แต่ทำสีหน้าเอือมระอากลับมาให้เขา

 

ของที่เขาบอกให้ฝุ่นออกไปเอาวันนี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องซื้อใหม่ หากเป็นสิ่งที่เคยเป็นของรักของหวงของเขาตั้งแต่เด็ก ทว่าตอนนี้เขากลับอยากมอบมันให้กับคนคนนี้ เขาเลือกที่จะให้ล็อคเก็ตนาฬิกาสีทองสวยที่เขาได้เป็นของขวัญวันเกิดแม้ว่าอีกคนจะไม่รู้ก็ตามว่ามันเคยสำคัญต่อเขาเพียงใด แต่เขาก็ยังยืนหยัดจะให้มันให้ได้ เข็มนาฬิกาที่ยังคงเดินได้ถึงทุกวันนี้อย่างน่าเหลือเชื่อ สุดท้ายก็เพียงต้องการให้อีกคนนั้นเก็บรักษามันไว้ให้ดีเสียก็พอ

 

เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มสี่เหลี่ยนผุดขึ้นบนใบหน้าเพราะสัมผัสของจี้ที่คอ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ก้มลงมามอง ดวงจันทร์ดวงนี้ก็ยังส่งยิ้มให้เขาอยู่ดี พร้อมประกายสีสวยยามสะท้อนกับแสง ก่อนที่นาทีจะพลันนึกถึงของคู่กันอีกเส้นที่วางอยู่บนโต๊ะที่ห้องของตน ดวงหน้าเล็กก็มีท่าทางเศร้าขึ้นมาทันทีด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถนำมันไปให้อีกคนได้

 

“ขอโทษละกัน เจอกันคราวหน้าจะเอาให้ คิกๆ”

 

 

 

 

คนผมเทาหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากเพื่อนสนิทแล้วก็มุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดเพื่อเอาของ แอบแปลกใจเล็กน้อยที่อีกคนถึงกับให้ของขวัญวันเกิดเมื่อยังเป็นเด็กแต่ก็ไม่ได้คิดจะถามมันออกไป เพราะเขาเชื่อเสียว่านาทีคงมีเหตุผลเป็นของตัวเอง ไม่นานนักของเก่าๆที่ถูกเก็บไว้ในกล่องใต้เตียงก็ถูกค้นจนเจอ สภาพของล็อคเก็ตยังคงความสวยของมันไว้อยู่แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานนับปี ฝุ่นเก็บมันเข้ากระเป๋าทันทีป้องกันการลืม ก่อนจะจัดการเก็บทุกอย่างและเตรียมออกจากห้อง ทว่าสายตาก็พลันหันไปสบเข้ากับสมาร์ทโฟนของเพื่อนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ เขาจึงได้เดินเข้าไปดูและพบว่าแบตนั้นได้หมดไปเสียแล้ว มือเล็กตัดสินใจหยิบเอามันติดตัวออมาพร้อมกับสายชาร์ตเพื่อเอาไปให้นาทีที่นอนรออยู่ที่โรงพยาบาล

 

ปากเล็กอ้าออกก่อนจะหาวออกมาเบาๆระหว่างขับรถไปยังร้านด้วยความง่วงและเพลียเต็มทน อยู่กับนาทีนี่แหละต้นเหตุความเพลียตัวดี เล่นดื้อทั้งวันขนาดนี้ใครจะเลี้ยงไหวกัน ขณะที่ขับไปตาก็พลางสังเกตุรอบๆว่าถนนเส้นนี้นั้นโล่งเพียงใด รถที่สันจรไปมานั้นก็น้อยมากจนแทบจะไม่มี ทว่าก็เป็นข้อดีเสียเหมือนกันที่เขาจะได้รีบไปรีบกลับโดยไม่ต้องห่วงเรื่องรถติด

 

และดูเหมือนว่าที่จอดรถหนึ่งเดียวที่หาได้นั้นจะเป็นเพียงฝั่งตรงข้ามของร้านที่ติดฟุตบาทและอณุญาตให้จอด ฝุ่นจัดการลงจากรถและปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนจะเหลือบไปเห็นรถอีกคันที่จอดนำเขาไปไม่ไกลมากนัก แอบนึกในใจว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนมาร้านนี้เสียเหมือนกัน เกือบคิดเสียแล้วว่าที่แถวนี้มันร้าง หาเหตุผลไม่ได้เลยว่าทำไมนาทีถึงได้ชอบมาร้านนี้

 

ลมเย็นพัดมากระทบทั้งร่างทันทีที่ประตูถูกเปิดออก อากาศด้านในร้านนั้นแตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ฝุ่นไม่รีรอช้าเดินตรงเข้าไปหาพนักงานที่หันมายิ้มต้อนรับเขาตั้งแต่เข้าร้านมา

 

“เอ่อ ผมมาแทนเพื่อนผมน่ะครับ”

“คะ?” พนักงานสาวตรงหน้าเอียงคอทำหน้างงเล็กน้อย อาการเคอะเขินก็เลยเข้าเล่นงานคนตัวเล็ก

“ที่ชื่อนาทีน่ะครับ เขามารับของที่นี่ประจำใช่หรือเปล่า”

“อ่อ ใช่ค่ะๆ วันนี้มารับแทนหรอคะ”

“ประมาณนั้นครับ อ้อ แล้วก็อันนี้ของฝากกลับนะครับ”

“ค่ะ”พูดจบคนตรงหน้าก็รับของไปโดยไม่สงสัยอะไรใดๆ ก็ดีเหมือนกันเพราะเขาเองก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรทั้งนั้น และเป็นเพียงคนรับส่งของแค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ ไม่นานพนักงานสาวที่ก้มลงไปเอาของบางอย่างใต้เคาน์เตอร์ก็กลับขึ้นมาพร้อมกับถุงใบกลางทว่าข้างในนั้นกลับเต็มไปด้วยของมากมายจนคนผมเทายืนตาโตจ้องอยู่เช่นนั้น และเพื่อเป็นการไม่เสียมารยาทจนมากเกินไป ฝุ่นถึงได้ตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มที่คิดว่าตัวเองพอกินได้นอกจากกาแฟมาสักแก้ว หลังจากจ่ายเงินอะไรเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับออกมาและข้ามถนนกลับไปดังเดิม

 

คนตัวเล็กนั้นคว้าเอากุญแจรถที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่างยากลำบาก เพราะมือนึงที่ถือของอยู่และอีกมือที่ต้องประคองแก้วเอาไว้ ทำให้สุดท้ายถึงกุญแจจะเด้งออกมาแล้วมันกลับร่วงไปนอนเล่นอยู่ที่พื้นเสียจนได้

 

ฝุ่นที่เริ่มหงุดหงิดเพราะความพลุงพลังนั้นสุดท้ายก็ตัดสินใจวางถุงลงไว้ข้างตัวก่อนจะก้มลงไปเอากุญแจกลับมา ทว่าในตอนที่กำลังกลับขึ้นมายืนนั้นหางตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เพิ่งเดินลงออกมาจากรถพอดี และแม้ว่ามันจะเป็นแค่เพียงวินาทีสั้นๆ แต่คนความจำดีอย่างฝุ่นนั้นเขาเชื่อเลยว่าตัวเองจะไม่มีทางพลาด เพราะใครคนนั้นต้องเป็นโซลเมทของเจ้าเพื่อนตัวดีอย่างแน่นอน

 

ด้วยความว่องไวดุจแสงคนตัวเล็กรีบหันตัวกลับเอาหลังใส่ฝั่งของรถคันด้านหน้าก่อนจะทำท่าเก็บของไม่ให้ผิดวิสัย และเมื่ออีกคนได้ข้ามถนนไปแล้ว เขาถึงได้หันกลับไปมอง ร่างสูงของใครคนนั้นก็เดินเข้าไปยังร้านและท่าทางดูเหมือนจะคุยอะไรสักอย่างกับพนักงานเป็นปกติ มันอาจเป็นแค่ทางผ่านของเขาก็เป็นได้ ฝุ่นเลยตั้งใจจะไม่สนใจอะไร ถ้าไม่ติดที่ว่าจู่ๆพนักงานก็ยื่นอะไรบางอย่างให้กับชายหนุ่ม และแล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างอีกครั้งเมื่ออะไรบางอย่างที่พนักงานเพิ่งจะยื่นให้อีกคนนั้น มันช่างคล้ายคลึงกับของที่เขาเพิ่งฝากไว้เมื่อครู่เสียจริง

 

เอาล่ะ เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ…

 

 

 

ประตูห้องคนไข้ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยเพื่อนตัวเล็กอย่างฝุ่น ก่อนที่เจ้าตัวจะแทรกเข้ามาพร้อมกับถุงในมือและเครื่องดื่มที่ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่ามาจากไหน เมื่อเห็นดังนนั้นและคนบนเตียงก็ส่งยิ้มกว้างไปให้จนตาทั้งสองข้างนั้นปิดหยีพร้อมกับยื่นมือมารอรับของ แต่แล้วก็ต้องเบะปากลงเมื่อแทนที่ของจะถูกส่งมาถึงมือฝุ่นกลับยึดมันไว้ไม่ยอมให้

 

“ฝุ่นอ่า”

“ไม่ต้อง ตอบเรามาก่อนเลยนะ”

“อะไรอีกง่า”

“แน่ใจนะว่าคนที่เล่นฝากของกับนาทีเป็นเพื่อน”

“โหยย เจ้าหมากระเป๋า เราไม่ได้เล่นฝากของส่งของสักหน่อย แล้วก็เขาเป็นเพื่อนจริงๆ รู้จักกันตอนอยู่อังกฤษ”

“แล้วทำไมไม่พามาหาบ้าง”

“อ้อ เค้าคงติดธุระมั้ง เห็นทักไปทีไรก็บอกไม่ว่างทู้กกกกที”

 

ท่าทางคำพูดของนาทีประโยคสุดท้ายที่คนตัวเล็กตั้งใจพูดลากเสียงจนปากยู่เข้าหากันเพื่ออ้อนนั้นดันได้ผลจนฝุ่นจำต้องส่งถุงในมือให้และยอมเชื่อ แต่ก็คงไม่ทั้งหมดร้อยเปอร์เซนต์

 

“โหห ของเยอะจัง…”

“จริง นี่ส่งให้กันทุกวันเลยป่ะเนี่ย”

“อื้อ แต่ไม่คิดว่าขนาดเราไม่ได้ส่งตั้งหลายวันเขาจะยังส่งให้ตลอด”

“อือ ถ้าเขาเป็นเพื่อนที่ดีก็ดีไป”

 

ของในถุงถูกยกขึ้นมาพิจราณาทีละอย่างจนเกือบครบ จนเมื่อวนมาถึงชิ้นสุดท้ายที่ก้นถุง นาทีไล่อ่านข้อความบนกระดาษที่ติดมากับของแต่ละชิ้น ทว่าไม่มีอันไหนที่ทำให้ดวงหน้าเล็กกลายเป็นมะเขือเทศสุกได้มากเท่าอันนี้เสียเลย ตุ๊กตาตัวเล็กๆน่ารักรูปแคร์รอตสีส้มที่มีก้านสีเขียวอ่อนยื่นขึ้นมาจากส่วนหัวให้พอจิ้มลิ้ม และน่าตาช่างประดับประดาจนคนเห็นยิ้มตาม ก่อนที่ข้อความจะถูกยกขึ้นอ่านอีกครั้ง

 

'มีของคู่อีกอันแล้ว กระต่ายกับแคร์รอต:)

XX/XX/XXXX’

 

พลันหน้าก็แดงซ่านขึ้นมาเสียดื้อๆจนกระดาษในมือถูกหยิบออกไปด้วยความรวดเร็วจนคนตัวเล็กกลัวเสียว่ามันอาจจะขาดเอาก็ได้ ดวงตากลมใสมองตามไปยังเพื่อนคนสนิทที่นั่งอ่านมันอยู่ด้วยท่าทางนิ่งๆทว่าภายในนั้นกลับลุ้นไม่ให้เจ้าฝุ่นจับได้อย่างเดียว

 

“เพื่อนคนนี้นี่…ดูคิดไม่ค่อยซื่อเนาะ”

“ไม่ใช่นะ เพื่อนจริงๆ”

“อ่อ เพื่อนที่มีเลขเกิดมาคู่กันป่ะ แล้วพอเจอกันเลขห้าสิบ อันนี้ก็เรียกเพื่อนใช่มั้ยอ่า”

“…”

 

แย่แล้ว…

 

สายตาคาดคั้นจากเพื่อนผมเทากำลังทำให้เขากดดันจนเกินไป ทำไมถึงได้รู้เหมือนตาเห็นขนาดนี้ แล้วแบบนี้จะหาข้อแก้ตัวอะไรล่ะเนี่ย

 

ทว่าแท้จริงแล้วนั้นฝุ่นไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นว่าจะเป็นคนเดียวกัน แต่เพราะอาการโกหกที่ปิดไว้ไม่อยู่นั้นกลับกลายมาเป็นหลักฐานชั้นดีเสียจนเขารู้สึกหวั่นที่มันเป็นจริง กับคนที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

 

“ทำไมยังยุ่งกับเขานาที”

“เจ้าฝุ่น เขาเป็นโซลเมทเรานะ มันแยกกันไม่ไ-”

“ไม่ได้หรือไม่อยากกันแน่ ครั้งที่แล้วเจ็บไม่พอหรอที เราเป็นห่วงนะ”

“ไหนฝุ่นเป็นคนบอกไงว่าเกิดมาคู่กันแล้วยังไงก็หนีกันไม่พ้น งั้นก็สู้เราเผชิญมันไปเลยไม่ดีกว่าหรอ”

“งั้นก็ควรหาทางที่ดีกว่านี้มั้ย ไม่ใช่ต้องมาเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวทุกครั้ง ทำไมมันต้องมีกฎบ้าๆนี่ขึ้นมาด้วย นี่มันการบังคับให้คนรักกันชัดๆ”

“เจ้าฝุ่น…”

“อือ ขอโทษ แต่เราหงุดหงิด” จู่ๆบรรยากาศในห้องก็แปรเปลี่ยนเมื่อบทสนทนานั้นจริงจังมากขึ้นจนคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงอยากจะวิ่งออกไปเสีย

“เจ้าฝุ่นเชื่อใจเราหน่อยนะ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น” และเป็นอีกครั้งที่เพื่อนสนิทอย่างเขาได้แต่ยอมรับฟังปัญหาของนาที และปล่อยให้เจ้าตัวตัดสินใจเองในขณะที่จะยังคอยยืนช่วยเหลืออยู่ตรงนี้

“อือ งั้นเล่าทุกอย่างให้เราฟังนะ”

“…”

ทุกอย่างเลย

 

ผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาทีหลังจากที่พยาบาลคนหนึ่งเข้ามาเช็คน้ำเกลือ คนไข้ซนอย่างนาทีก็ผล็อยหลับไปทั้งๆที่ยังมือสมาร์ทโฟนของตัวเองอยู่ในมือ คนเป็นเพื่อนจัดการนำมันออกหวังจะให้คนตัวเล็กได้นอนหลับอย่างสบาย ทว่าก็ต้องชะงักไปเมื่อหน้าจอที่สว่างขึ้นอยู่นั้นเป็นเบอร์โทรของใครบางคนที่ถูกบันทึกในชื่อคนใจร้าย และหลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็ยากที่จะทำใจเชื่อได้ว่าคนที่ปฏิเสธเพื่อนของเขาไปอย่างใจดำในตอนนั้น กลับเป็นคนเดียวกันที่กำลังเอาอกเอาใจเจ้านาทีอยู่ตอนนี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ใครกันที่จะยอมเชื่อใจ

 

 

 

 

 

 

 

หนทางมันยังอีกยาวไกล

ไอ้เด็กเซนต์

 

 

 

 

 

 

 

TBC…

#ร้อยนาทีของเซนต์

 

 

 

 

 

Talk:

เอาล่ะ เราจะยอมรับตรงนี้เลยว่าตอนที่แต่งฉากของเจ้านาทีที่ฝันนั้นโคตรรู้สึกแย่ คือสงสารอ่ะ แต่งไปก็แบบเส้าไป แต่อยากให้จำไว้เสมอนะคะว่าทุกการกระทำของทุกตัวละครมีเหตุผลของมันเสมอ และทุกอย่างมันมีทางออก และถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นน้องที่เป็นฝ่ายเจ็บ มันก็ต้องมีสักวันที่คนใจร้ายเค้าจะได้รับผลกรรมที่ก่อเอาไว้

น่อววว ค่ดเท่ว่ะเรา 555 แล้วก็ไม่ต้องงงว่าทำไมวันนี้ลงสองตอนรวด เพราะหัวมันแล่นค่ะ วิญญาณนักแต่งลง 555

อีกเรื่องนะคะ อยากให้ลองวิเคราะห์กันดูเรื่องฝันของน้อง เพราะมันเป็นคำใบ้ของในตอนหน้าๆซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่มันจะมาแน่ๆ ถ้าไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนนั้นแนะนำให้ทำความเข้าใจกับความรักของทั้งสองก่อน ความรู้สึกที่ว่ากลายเป็นเรานั้นที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียว และถึงจะพยายามยามแค่ไหนแล้ว ปลายทางที่มีเค้า เราก็ไปไม่ถึงสักที แบบนี้หมายความว่าเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเราหรือป่าว? หรือ เพราะความรู้สึกของเรานั้นมันยังไม่เท่ากัน?

อย่างที่สองนะคะ เรื่องเงาดำที่คอยรั้งน้องเอาไว้ อันนี้จะเฉลยให้ว่ามันเป็นตัวแทนความทรงจำเรื่องความรักของนาทีในอดีต จำในตอนได้มั้ยที่เราน้องเคยบอกว่าไม่เคยสมหวังเสียที นี่แหละค่ะ มันคล้ายๆปม แต่ไม่ถึงกับสาหัสขนาดนั้น แต่ก็ถึงกับสามารถรั้งไว้ในเวลาหนึ่ง และทุกคนจะเห็นอีกว่าสุดท้ายแล้วนั้นน้องก็ยังก้าวผ่านเงาพวกนั้นมาได้ หมายความว่าพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แต่ มันจะออกมาดีหรือไม่นั้น ต้องรออ่านต่อค่ะ เอิ้กอ้าก

อย่างสุดท้ายคือแสงสว่างและการที่สร้อยรูปพระจันทร์แตก อันนี้บอกไว้เลยว่า สร้อยแตกจริง ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไร อันนี้ขอเก็บไว้ก่อน

วันนี้เรามาแบบมีสาระว้อยยย รู้แหละว่าจริงๆมันก็ไม่ได้ยากอะไรมาก แต่อยากอธิบายค่ะ 5555 ไปละ แค่นี้แหละ จุ๊บๆ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #166 Wayvay_T (@Wayvay_T) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 21:15
    เอาแล่วๆ
    #166
    0
  2. #137 deffang (@deffang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 09:46
    เมื่อไหร่น้องจะหายเจ็บ งือออ
    #137
    0
  3. #116 Nuttysnoopy (@Nuttysnoopy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 11:37
    สงสารนาทีมาก ค่อ ตอนแรกเค้าอาจจะปฏิเสธ กันแต่งงว่าในเมื่อตอนนีัเคเาเปิดใจให่กันแบ้วทำไม นาทีต้องเจ้บปวดอีกก สงสารมาก สงสารเซนต ด้วย
    #116
    0
  4. #51 valkyries9795 (@valkyrie-0810529) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:40
    กลัวแบดเอนด์มากเลย มันดูเทาๆไปหมด
    #51
    1
    • #51-1 heli_ophilia (@heli_ophilia) (จากตอนที่ 10)
      17 พฤษภาคม 2563 / 17:49
      แง้งง ไม่พูดงั้น ไรท์ไม่ชอบแบ้ดเอน อุ้ย🤭 หลุดมั้ย
      #51-1
  5. #30 BonnyPeazxii (@BonnyPeazxii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 23:34
    สงสารนาที 😭
    #30
    0