จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 6 : FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

FIVE

 

 

 

            เหตุการณ์หลังจากที่คยองซูและแบคฮยอนโดนหาเรื่องเมื่อวันนั้นไม่ได้แย่อย่างที่คิด วันนั้นเกือบจะโดนถึงขั้นทำร้ายร่างกายแล้วด้วยซ้ำ ในใจคยองซูก็เริ่มคิดหนักว่าจะเอายังไงต่อ ความคิดนึงบอกว่าเขาไม่ควรไปที่นั่นอีก แต่อีกด้านก็คิดว่า เขาควรจะรับผิดชอบงานที่รับปากไว้ให้เสร็จ

ส่วนแบคฮยอน เจ้าตัวโมโหหนักถึงขนาดบอกเขาว่าให้ยกเลิกข้อตกลงที่บอกว่าจะไปช่วยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

            พอคิดไปคิดมา ท้ายที่สุดคยองซูก็ไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ไม่ได้มีใครอยากให้เกิด รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นอาจจะตกใจที่เงินหาย จนไม่ทันคิดอะไร เลยพาลมาหาเรื่องเขา เขาเองก็ไม่ควรไปถือสาให้มากความ เดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่

และที่ผ่านมา จากที่เคยได้ทำงานด้วยกัน คนอื่นๆของทีมละครเวที ก็ไม่ได้มีใครคิดไม่ดีกับเขา โดยเฉพาะพี่จุนมยอน ที่อุตส่าห์มาขอร้องให้ช่วยด้วยตัวเอง  ถ้าเขาไม่ยอมช่วยต่อ พี่เขาคงต้องลำบากใจ

 

            วันแรกที่ตัดสินใจไปวาดรูปตามปกติ ถึงจะค่อนข้างกลัวหน่อยๆ แต่เมื่อคิดจะทำอะไรแล้วก็ต้องเดินหน้า คยองซูเดินเข้าตึกคณะนิเทศโดยมีบยอนแบคฮยอนคอยมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง

 

            ดูแล้วไอ้หมาแบคนี่น่าจะกังวลกว่าเขาซะอีก ถึงได้มีท่าทีแบบนั้น  เดินๆไปหน่อย ถ้ามีคนจะเดินเข้ามาใกล้หรือมอง  แบคฮยอนก็แทบจะกลายร่างเป็นหมาน้อยที่กำลังขู่คนอื่นด้วยสายตาดุๆไปซะแล้ว

 

            จากตอนแรกที่คยองซูทั้งเกร็งและก็ประหม่า พอเป็นอย่างนั้น คยองซูก็ไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป อย่างน้อยๆ เขาก็มีเพื่อนรักอยู่ด้วยกันตรงนี้ทั้งคนนี่นา จะต้องกลัวอะไรล่ะเนอะ

ต่อให้แบคฮยอนไม่อยากจะกลับมาเหยียบที่นี่มากแค่ไหน แต่พอฟังเหตุผลที่เขาพยายามอธิบายว่าทำไมเราถึงควรจะรับผิดชอบงานในส่วนของเราให้เสร็จ

 

            แบคฮยอนก็ยอมฟัง และไม่คัดค้านอีก นี่แหละเพื่อนของเขา บยอนแบคฮยอนน่ะ เป็นเพื่อนที่ใจดีที่สุดเลย

คิดแล้วก็พลอยอุ่นใจ ที่อย่างน้อยมันก็ยอมรับในการตัดสินใจของเขา และอยู่ข้างๆกันมาตลอด มองๆแล้ว ช่วงนี้มันดูหล่อขึ้นเยอะในสายตาเขาเลยนะเนี่ย

 

“ มึงคิดอะไรอยู่อ่ะ? “

“ หืม อะไร “

คยองซูที่กำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อย ถึงกับสะดุ้ง ทันทีที่แบคฮยอนยื่นหน้าเข้ามาจ้องเขาใกล้ๆ

ไอ้หมานี่ เพิ่งชมในใจไปว่าเป็นคนดี ไหงมันมาแกล้งเขาอีกแล้ววะ

 

“ คิดอะไรอ่ะ มึงนั่งมองหน้ากูแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาสักพักแล้วนะ “

“ ........... “  อ่า นี่เขาเผลอไปจ้องมันหรอเนี่ย

“ กูก็รู้ตัวนะว่ากูหล่ออ่ะ แต่แบบ เว้นมึงไว้สักคนเหอะ อย่ามาหลงเสน่ห์กูเชียวนะ มึงอ่ะไม่ใช่ไทป์แบบแฟนของกูนะเว้ยยยย อีกอย่างกูมีคนที่ปิ๊งแล้ว อย่า ..... “

“ เดี๋ยววว มึง เดี๋ยวก่อน “

คยองซูรีบยกมือเบรกเจ้าหมาจอมหลงตัวเองไว้ก่อนที่มันจะคิดเตลิดไปไกลกว่านี้ ยิ่งเห็นมันเริ่มเอาแขนมากอดตัวเอง แสดงท่าทีหวงตัวซะเต็มประดายิ่งอยากจะขำ

 

“ อะระ ก็ดูมึงทำดิ จะให้กูคิดยังไงเล่า!

“ อะไรก็ได้ที่ไม่เพ้อเจ้ออ่ะ คิดไปเหอะ “  ว่าแล้วก็ยกสมุดไปเคาะหัวมันทีนึง

“ โอ้ยย  เดี๋ยวหน้าม้าแตก ไอ้นี่นิ “ แบคฮยอนบ่นงุ้งงิ้ง ระหว่างที่เอามือจัดทรงผมตัวเอง เมื่อเช้าอุตส่าห์ซ็ตผมอยู่ตั้งนาน จะมาพังเพราะโดนไอ้เปี๊ยกเคาะหัวไม่ได้นะ

“ ข้อหาหลงตัวเองเกินเบอร์ จะเคาะให้หัวแตกด้วยเลยดีไหม หะ “

“ ม่ายยยย “

 

            ว่าแล้วก็ไม่รอช้า คยองซูม้วนสมุดอย่างดี ให้ขนาดพอเหมาะกับมือ แล้วลุกขึ้นยืน กะจะยื่นมือไปตีหัวคนให้แตกซะหน่อย แต่แบคฮยอนดันไวกว่าเขา เห็นอีกทีมันก็ออกไปยืนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาห่างจากโต๊ะม้าหินซะแล้ว พอเขายกมือขว้างของใส่ ไอ้หมาก็เริ่มหลบอย่างคล่องแคล่ว ขว้างไปแล้ว ทั้งขวดน้ำ ยางลบ มันก็ยังหลบได้หลบดี

แถมยังมีหน้ามายืนปรบมือชมตัวเอง ว่าหลบเก่ง ทำเหมือนกำลังเล่นเกมหลบอะไรก็ตามที่เขาขว้างไปอีก

ได้ แบคฮยอน ได้เลย ดูสิว่าใครจะเร็วกว่ากัน

คยองซูหยิบขวดน้ำเปล่าที่มีน้ำเหลือติดก้นขวดอยู่นิดหน่อยมาถือไว้มั่น ก่อนจะเล็งและขว้างออกไป กะให้โดนหัวไอ้หมาเต็มๆ ด้วยความหมั่นไส้

 

หลังจากที่ขวดลอยไปกระทบกับหน้าผากของใครสักคน ก็เกิดสามเสียงที่ร้องออกมาพร้อมกัน จากความรู้สึกที่แตกต่าง

“ เหวอ........ “ แบคฮยอนเกือบตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็เอียงตัวหลบขวดน้ำนั่นได้อย่างฉิวเฉียด

“ เฮ้ย ! “ เสียงที่สองเป็นของคนขว้าง ที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าไอ้หมามันจะหลบได้ แถมยังต้องตกใจอีกรอบเพราะข้างหลัง ดันมีผู้เคราะห์ร้ายมารับกรรมแทนเต็มๆ

 

 “ โอ้ย! .... “ คนที่เพิ่งเดินมาถึง ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็โดนเจ้าขวดน้ำลอยมาทักทายกันซะแล้ว แถมยังทักกันซะรุนแรงเชียว

 

“ พี่ชานยอล “

“ ............. “ 

ชานยอลได้แต่ยืนลูบหน้าผาก ตรงที่เพิ่งโดนขวดน้ำกระแทกไปหยกๆ ก่อนจะเงยหน้ามองไปทางที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง เห็นคยองซูกำลังยืนทำหน้าประหลาดๆ

ตาโตๆของเจ้าเปี๊ยกกำลังมองมาที่เขา ดูเหมือนจะตกใจที่ขวดมันมาโดนเขา

ว่าแต่ เมื่อกี้ถ้าได้ยินไม่ผิด เปี๊ยกเพิ่งเรียกชื่อเขาหรอ?  

ก็แค่เรียกชื่อนี่หว่า ทำไมรู้สึกคันยิบๆในใจแปลกๆแหะ ก็ไม่ได้ยินมานานแล้วไง น่าจะเพราะอย่างนี้แหละมั้ง

 

“ มาอีกและ มาทำไมได้บ่อยๆ “

“.............. “

หันไปอีกทางก็เจอเพื่อนตัวเล็กของเจ้าเปี๊ยก ที่ยืนมองหน้าเขาด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด บยอนแบคฮยอนผู้ซึ่งทำหน้าที่กั้นระยะห่างระหว่างเขากับคยองซูได้ดีเยี่ยมซะเหลือเกิน

วันนี้รีบมา ไปหน่อย เลยไม่ได้ซื้อขนมมาติดสินบนเจ้าที่เจ้าทางเลย อ่า เขานี่ลืมได้ไงเนี่ย?

 

“ มาทำไมอีกครับ คุณรุ่นพี่? เมื่อวานก็มา วันนี้ไม่ได้จะไปตึกนิเทศก็ยังจะมาอีก หือออ “ 

แบคฮยอนเดินเข้ามาขวางระหว่างชานยอลกับคยองซูพร้อมกับพยายามเขย่งเท้าเพื่อให้ตัวเองมองหน้ารุ่นพี่ตัวสูงให้ได้ระดับใกล้เคียงกันมากที่สุด พอเตี้ยกว่าแล้วรู้สึกเหมือนกำลังโดนข่มรัศมีแหะ

แต่พี่โย่งนี่ก็สูงกว่าเขาแค่นิดเดียวเอง เนี่ย เขย่งนิดหน่อยก็เท่ากันล่ะ ค่อยคุยแบบสบายใจได้หน่อย ถึงจะเมื่อยก็เถอะ

แล้วก็ไม่ได้คิดจะหาเรื่องอะไรด้วย เขาก้แค่สงสัยอย่างที่ถามนั่นแหละ

เมื่อวานที่มาเจอกันที่หน้าตึกนิเทศ เขายังพอเข้าใจ ว่าคงมาช่วยไม่ให้เขากับเจ้าเปี๊ยกโดนหาเรื่องอีก แต่วันนี้ พวกเขาไม่ได้จะไปที่นั่นซะหน่อย แล้วพี่โย่งนี่จะมาที่นี่ทำไม?

 

“ พี่ก็แค่มาทักทายเฉยๆ “

“ โหหห ยังกล้าอีกอ่อ นี่เกิดเรื่องขนาดนี้แล้วนะ ยังจะมาทักทายอะไรกันอี้ก “

“ แบค ไม่เอาน่า “

“ ไรว้า “ แบคฮยอนเริ่มหงุดหงิดนิดๆ กะจะเฉ่งรุ่นพี่แก้โมโหที่โดนหาเรื่องซะหน่อย คยองซูก็ดันมาขัดเขาอีกและ

พอจะมีซีนปะทะใครเข้าสักหน่อย แบคฮยอนก็โดนลากตลอดดดด ขัดใจจริงๆเลย

 

“ พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อยน่ะ “ ชานยอลว่าพลางจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ยืนจับแขนแบคฮยอนอยู่

“ ................ “ 

คยองซูยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ถึงจะรู้ตัวว่าช่วงนี้ไม่ควรจะเข้าใกล้ชานยอลเท่าไหร่ เพื่อความปลอดภัยของความรู้สึกของตัวเอง

แต่ดูท่าทาง ชานยอลกลับดูจริงจัง จนเขาปฏิเสธไม่ลง

ไหนจะเรื่องที่ช่วยเขาวันนั้น แล้วก็ที่อยู่ด้วยเมื่อวาน เขายังไม่ได้ขอบคุณคนตรงหน้าเลย........

 

            คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อวานที่เขายังไปวาดรูปได้อย่างราบรื่น ส่วนหนึ่งก็เพราะคนตรงหน้าตอนนี้ ที่ปกติ เจ้าตัวจะโผล่มแค่บางเวลา ช่วงที่เขาพักเบรก กินข้าว ของว่าง หรือตอนที่เขาต้องกลับเย็นเท่านั้น

แต่เมื่อวานปาร์คชานยอลกลับมานั่งอยู่ในห้องโถงทั้งวัน จะว่าอีกคนว่างมากก็คงไม่ใช่ เขาแอบมองไปบ้างเพราะสงสัยในพฤติกรรมที่เงียบผิดปกติ ชานยอลแค่มานั่งอยู่บนโต๊ะในห้องกับเพื่อนอีกสองสามคน

บนโต๊ะมีโน๊ตบุ๊คกันคนละเครื่อง ดูท่าทางแต่ละคนต่างก็จมอยู่กับโน๊ตบุ๊ค เผลอๆวันนั้น พวกรุ่นพี่คงจะเลิกช้ากว่าเขาอีกมั้ง

เพราะตอนที่เขากลับบ้าน ปาร์คชานยอลก็แค่หันมามองสบตากันแวบนึง เจ้าตัวแค่โบกมือลา ยิ้มเบาๆพร้อมกับขยับปากที่เขาอ่านออกได้ว่า

กลับบ้านดีๆนะ

เขาทำเพียงแค่มองตอบก่อนจะหันหน้าเดินกลับบ้าน

 

“ พี่ขอเวลาแปปเดียว นะครับ “ เสียงของชานยอลเรียกให้คยองซูออกมาจากความคิด มองคนตรงหน้าที่กำลังขอร้องเขา แล้วคยองซูก็ตัดสินใจได้

“ มะ ...... “

“ ครับ “

แบคฮยอนกำลังจะปฏิเสธ แต่ดันช้ากว่าคยองซูซะได้ เอ้า ก็เห็นเงียบไป นึกว่าจะไม่อยากคุยซะอีก งงครับบอกเลย

มองไปที่พี่ชานยอล เห็นว่ายิ้มแป้นจนปากจะฉีกแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้นิดๆ

พอกลับมามองเพื่อนตัวเอง มันยังทำหน้านิ่งๆจ้องกลับไป  แต่แบคฮยอนก็แอบเห็นมือป้อมๆของมันที่จับกันไว้ซะแน่นอยู่ หึหึ

คงตัดสินใจแน่ๆแล้วละมั้งว่าอยากจะคุย

 

“ งั้นเดี๋ยวไปรอ เสร็จละก็เจอกันบนตึกนะมึง “

“ อือ เดี๋ยวตามไป “ คยองซูหันมาตอบ

 แบคฮยอนเองก็ตบบ่าเพื่อนรักไปทีนึง ก่อนจะเดินผ่านไปเก็บ กระเป๋าตัวเอง เตรียมจะเดินออกไป

 

เอาเถอะ ไหนๆคนเขาอยากจะคุยก็ให้คุยไป แบคฮยอนไม่คิดจะขวางความต้องการของเพื่อนอยู่แล้ว

เผื่อพี่โย่งนี่ จะช่วยทำให้มันหายเหม่อซะที ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าช่วงนี้เพื่อนตัวเองกำลังเหม่อเพราะคิดอะไรอยู่ แต่เขามั่นใจมากว่าเกี่ยวกับพี่ชานยอลแน่ๆ

งั้นก็คงต้องปล่อยให้คยองซูเผชิญกับตัวต้นเหตุไปเลย เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

 

 

................................

 

 

 

            แบคฮยอนเดินออกไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่สองคนที่ยังนั่งอยู่ตรงม้าหินกัน ไม่ได้มีใครปริปากพูดอะไรออกมา แม้แต่ชานยอลที่บอกมีเรื่องจะคุย แต่เจ้าตัวก็ยังไม่พูดออกมาสักที

นั่งเงียบกันจนจะทำตัวไม่ถูกแล้วนะ

แต่ก็แปลก ที่คยองซูไม่ได้อึดอัดมากอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้

 

พอมองชานยอล ก็เห็นว่าอีกคนเอาแต่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่กุมกันอยู่บนโต๊ะ เขาจ้องอยู่สักพัก ชานยอลก็เงยหน้ามาสบตากัน ดูเหมือนคนตัวสูงจะชะงักไปหน่อยนึง

หรือเรื่องที่จะพูดมันจะร้ายแรงหรือไง ทำไมถึงดูประหม่าขนาดนี้กัน

 

“ เอ่อ คือว่า พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนะ “

“ ครับ? “  รออยู่นาน แต่ชานยอลดันพูดประโยคนี้ออกมา คยองซูเลยไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปเลย บอกเขามาแล้วนี่ ว่ามีเรื่องจะคุย แล้วยังจะมาพูดซ้ำอีกนะคนเรา

 

“ คือว่า ......... “

“ ........... “  -_-

            คยองซูทำได้แค่รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ในขณะที่คนพูดเองก็เริ่มจะมีปฏิกิริยาแปลกมากขึ้นไปทุกที มือใหญ่ๆที่เคยกุมกันไว้ เปลี่ยนเป็นสลับกันเกาหัวไปแล้วสองสามรอบได้

คยองซูเริ่มจะอยากไปจับมือนั่นให้อยู่นิ่งๆซะจริง

ไม่ใช่อะไรหรอก เขาเริ่มจะตื่นเต้นไปด้วยแล้วเนี่ย

 

“ คือว่า คือ........ “

ก็ยังไม่ยอมพูด เห้อมมม

“ งั้นให้ผมพูดก่อนได้ไหม “

“ หะ อ่อ เอาสิ พูดก่อนเลย ฮะๆ “ ชานยอลดูจะผ่อนคลายขึ้นหลังจากตอบเขามาอย่างนั้น

 

อ่า แต่พอถึงคิวที่ตัวเองต้องพูด ก็เริ่มจะประหม่าแปลกๆแฮะ เลยต้องสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่ควรจะพูด

 

“ วันนั้น ............ “ คยองซูเริ่มพูด

“ ............. “

“ ขอบคุณนะครับ “  ตอนพูดคยองซูก็พยายามสบตาโตๆของชานยอล ไปด้วย แต่พอพูดจบก็ต้องเสตามองไปข้างๆตัวแทน

บางที การมองตาคนที่เราพูดด้วยเพื่อจะส่งผ่านความรู้สึกข้างในไปให้ มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเอาซะเลย

หรือจะเป็นเฉพาะกับปาร์คชานยอลกันนะ อันนี้เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจ

 

“คยองซู............... “ 

“ ........... “ คยองซูค่อยๆหันมาตามเสียงเรียกของชานยอล เห็นแต่รอยยิ้มบางๆบนใบหน้านั้น  กับสายตาที่ดูเปล่งประกรายซะเหลือเกิน ราวกับจะส่งสัญญาณว่า ตอนนี้ปาร์คชานยอลกำลังมีความสุขมากมายขนาดไหนผ่านดวงตาคู่นั้น

 

“ ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย พี่เต็มใจจะช่วยอยู่แล้ว “  ตอนนั้นที่ช่วย ชานยอลไม่ได้คิดอะไรซะด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีขามันก็วิ่งพาเขาไปอยู่ตรงนั้นแล้ว

“ ........... “

“ พี่รู้ว่าเราไม่มีทางทำแน่ๆ ไม่ควรที่จะต้องโดนใส่ร้ายแบบนั้นสักนิด “

“ ......... “ พอได้ยินอย่างนั้นแล้ว ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่คยองซูก็โกหกตัวเองได้ยากเหลือเกิน ว่า รู้สึกดีชะมัด ได้แต่หลบสายตาไปเรื่อย

สองมือเริ่มอยู่ไม่สุข และเขาก็แทบจะไม่รู้แล้วว่าควรจะวางมันไว้ตรงไหนดี

ปาร์คชานยอลนะปาร์คชานยอล ทำกับเขาแบบนี้ แล้วจะให้เขารู้สึกยังไง ฮืออออ

 

“ เปี๊ยก.... “

“ ......... “ ฮ่อลล อย่าเรียกกันอย่างนั้นสิ

“ เฮ้ คยองซู เป็นอะไรหรือเปล่า? 

“ ปะ เปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไร “  ถามมาได้

“ แน่ใจนะ? “  ชานยอลได้แต่งง คยองซูก้มหน้าหลบตาเขามาสักพักแล้ว นี่เขาไม่ได้เผลอพูดอะไรให้น้องโกรธอีกใช่ไหม

ยังไม่ทันได้ถาม จู่ๆคยองซูก็ลุกขึ้น คว้ากระเป๋าไปกอดแนบอก หรือเตรียมจะวิ่งหนีเขาอีกแล้วเนี่ย

“ งั้น ผมไปเรียนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะสาย ไม่สิ! เดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง ครับ เดี๋ยวแบคฮยอนจะรอ ใช่ๆ เดี๋ยวแบคมันจะรอนาน ผมไปแล้วนะครับ “

“ ............ “

ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เจ้าเปี๊ยกก็วิ่งหน้าตั้งไป ไม่เหลียวกลับมามองเขาสักนิด

เฮ้อ โดนน้องวิ่งหนีอีกแล้ว

แต่ ทำไมเขาถึงหยุดยิ้มเอ็นดูท่าทางลนๆเมื่อกี้ไม่ได้เลยนะ

ก็............... น้องมันน่ารักดีนี่นา

แล้วปาร์คชานยอลก็ได้แต่ยืนยิ้ม ให้กับเจ้าของร่างเล็กที่เพิ่งวิ่งเข้าตึกคณะไป ถึงจะลับตาไปแล้ว ปาร์คชานยอลก็ยังคงยิ้มไม่หุบ

 

 

แต่เหมือนว่า เขาจะลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?

 

เฮ้ย! ยังไม่ได้พูดขอโทษน้องเลยนี่หว่า .........

ชานยอลคนโง่เอ้ย ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ได้ยังไง !!!!!

วันนี้น้องไม่ได้ไปวาดรูปต่อด้วย งี้ก็ต้องรอยันพรุ่งนี้เลยสิ โถ่ อุตส่าห์เตรียมใจมาทั้งคืน

 

 

..................................

 

 

            ห้องประชุมของคณะกรรมการของละครเวที ในเวลานี้เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดทุกคนต่างจ้องไปที่เด็กน้อยปีหนึ่งคนนึงที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาทุกคนอยู่

เด็กคนนี้เป็นคนที่หยิบเงินไป

 

หลังจากที่จุนมยอนไปขอเช็คกล้องวงจรปิด และหลายๆคนโดยเฉพาะชานยอล ต่างก็อดหลับอดนอนเช็คกล้องในระยะเวลาสามวันก่อนที่ ฝ่ายเหรัญญิก คาดว่าเงินน่าจะถูกหยิบจากกระเป๋าที่อยู่ในล็อคเกอร์ช่วงนั้น กันอย่างขยันขันแข็ง

แล้วความพยายามถ่างตาในการเช็คกล้องวงจรปิดก็ได้ผล ถึงตู้ล็อคเกอร์จะอยู่ในมุมที่โดนเสาบดบังมุมของกล้องไป แต่อย่างน้อยก็รู้ได้ว่าใครบ้างที่เดินเข้าไปใกล้ในบริเวณนั้น

 

            และสิ่งที่ทำให้ชานยอลโล่งอกที่สุด เห็นจะเป็นเพราะว่าทั้งคยองซูและแบคฮยอน ต่างก็ไม่เคยเดินเฉียดเข้าไปใกล้บริเวณนั้นเลยสักนิด ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในห้องนั้นมากที่สุดก็ตาม   ถึงแม้เขาจะเชื่อใจเด็กสองคนนั้นแค่ไหน จากนิสัยที่เคยได้รู้จักกันมา แต่กับคนอื่นนั้น พวกเขาคงเชื่อได้ยาก นี่เป็นหลักฐานชั้นดี ที่ยืนยันได้ว่าเจ้าเปี๊ยกของเขาไม่ใช่หัวขโมยแน่ๆ

ก็ถือว่าเขาไม่เหนื่อยเปล่าล่ะนะ

 

            ส่วนหัวขโมยตัวจริง พอรู้ว่าพวกเขากำลังเช็คกล้องวงจรปิด เจ้าตัวก็มารับสารภาพกับไอ้ประธานเมื่อเช้านี่ ตอนแรกตั้งใจว่าจะเรียกน้องทุกคนที่เข้าข่ายผุู้ต้องสงสัย จากการเข้าใกล้ตู้ล็อคเกอร์มาสอบสวนก็เลยไม่จำเป็น

น้องมันแค่กำลังต้องการเงินอย่างเร่งด่วน แต่ก็ยังไม่ได้เอาเงินไปทำอะไร อย่างน้อยก็ยังรู้จักสำนึกผิด พวกเขาก็เลยตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และให้น้องรับปากว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก

ก็ถือว่าเรื่องยุ่งๆมันก็จบลงด้วยดี

 

“ ชานยอล “

“ ......... “ หันไปมองตามเสียงเรียกก็เจอกับเยอึน เพื่อนของเขาที่เป็นเหรัญญิก คนที่เกือบจะตบหน้าคยองซูวันนั้นนั่นแหละ เจ้าตัวคงจะโล่งใจไดสักที ที่เรื่องเงินเคลียร์ไปเรียบร้อยแล้ว

“ คือ เราขอบคุณนะที่ช่วยหาขโมย แล้วก็ขอโทษที่ดูแลเงินไม่ดี จนทำให้เกิดเรื่อง “

เยอึนว่า พลางมองเขาด้วยสายตาหงอยๆ คงจะกลัวเขาโกรธ เพราะวันนั้นเขาก็โมโหจนตะคอกเยอึนไปแรงอยู่เหมือนกัน ในเรื่องความรับผิดชอบของเจ้าตัว

แต่เยอึนคงไม่รู้ว่าเขาไม่ได้โกรธเพราะเรื่องนี้หรอก คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้

“ เรื่องหาขโมย เราต้องช่วยกันอยู่แล้ว ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ แต่เรื่องที่ขอโทษเรา เราว่าก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่นะ “ ชานยอลว่าพลางจ้องตาเยอึน ด้วยสายตานิ่งๆ ถึงจะพยายามใจเย็น แต่พอนึกถึงเรื่องนั้นแล้วเขาก็ยังแอบโมโหอยู่นิดๆนะ

“ ...... “

 

“ คนที่เธอต้องขอโทษน่ะ น่าจะเป็นคนที่โดนเธอใส่ร้ายวันนั้นหรือเปล่า ไปลองคิดดูดีๆนะ “

“ .......... “

ชานยอลพูดจบก็ปล่อยให้เยอึนตกอยู่ในความคิดตัวเองต่อไป เมื่อก่อนเขาก็ยังเห็นเยอึนเป็นเพื่อนร่วมคณะที่น่ารักคนนึง นิสัยเขาที่เฟรนลี่อยู่แล้ว ก็สนิทกับคนอื่นไปทั่ว แต่พอเห็นว่าคนตรงหน้า ทั้งใส่ร้ายและคงจะเคยหาเรื่องคยองซูอยู่เรื่อยๆเพราะเขาเป็นตัวต้นเหตุ เขาก็คงทำใจสนิทกับคนแบบนี้ได้ไม่ลงอีก

ได้แต่หวังว่าเธอจะคิดได้

 

 

……………………….

 

 

           

“ ขี้เกียจจังเลยอ่ะ “

“ ขี้บ่น “

“ ............ “ แบคฮยอนหันไปทำหน้ายู่ใส่คยองซูทันทีที่ได้ยินอีกคนตอบกลับมาแบบนั้น

คยองซูเองก็ไม่ได้ต่อความยาวอะไรอีก เขาทำเพียงดึงข้อมือไอ้หมาขี้บ่น แล้วออกแรงลากให้มันเดินดีๆ เพื่อให้ไปถึงที่คณะนิเทศเร็วๆ วันนี้ช่วงบ่ายไม่มีเรียน เขาเลยกะจะไปวาดรูปต่อให้เสร็จ

 

“ อีกนิดเดียวเองน่าแบค ไม่เกินสามวันก็เสร็จแล้ว “ คยองซูหันไปพูดเสียงอ่อน ทันทีที่รู้สึกได้ถึงแรงขืนตัวของเพื่อน

“ ฮืออออ “

“ ปะๆ “ ยิ้มน้อยๆให้มันก่อนจะลากต่อไป เขาอยากจะรีบๆไปทำให้เสร็จชะมัด วุ่นอยู่กับมันมาเป็นเดือน ในที่สุดก็จะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างสักที

 

            พอไปถึงหน้าห้องโถง ก็เห็นว่าวันนี้มีคนมาเยอะขึ้นนิดปกตินิดหน่อย แต่ทุกคนก็ดูเหมือนจะไม่ได้มองมาที่เขาแปลกๆอย่างช่วงสองวันที่ผ่านมาแล้ว

หรือจะจับขโมยตัวจริงได้แล้วนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็คงจะดีไม่น้อย

 

“ อ้าว มาพอดีเลย “

เดินเข้าไปห้องโถงไม่ทันไร ก็มีเสียงพี่จุนมยอนเอ่ยทักเขาสองคนทันที รุ่นพี่ตัวขาวเดินยิ้มร่าเข้ามาหา พอถึงตัวก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับแบคฮยอน ก่อนจะคล้องแขนคนละข้างฉุดให้เดินเข้าไปในห้องโถงอย่างรวดเร็ว

พอมองดูดีๆก็เห็นว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้อยู่อีกสามคน ซึ่งก็คงจะเป็นเพื่อนของพี่จุนเขาละมั้ง

“ เด็กกูมาแล้ว ฮ่าๆ “ พี่จุนมยอนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี จนพี่สามคนที่ยืนหันหลังอยู่ หันกลับมามอง

“ ......... “ นี่มัน ปาร์คชานยอลแอนด์ผองเพื่อนชัดๆ มากันครบสามคนเชียว พี่มินซอกยืนส่งยิ้มน้อยๆมาให้พวกเขา พี่จงอินก็ยืนหน้าง่วงๆตามสไตล์


ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ คยองซูไม่รู้ว่าเขาคนนั้นกำลังทำหน้าแบบไหน  เพราะจู่ๆก็รู้สึกประหม่าแปลกๆ ขนาดแค่จะมองหน้าอีกคนง่ายๆ เขายังทำไม่ได้เลย

“ มินซอก? “ คยองซูได้ยินเสียงของแบคฮยอนเบาๆระหว่างที่ฟังเสียงพี่จุนคุยเล่นกับคนตรงหน้าไปเรื่อย ดูหน้าไอ้หมาแล้วเหมือนมันจะตกใจอยู่หน่อยๆ

ถ้าฟังไม่ผิด เมื่อกี้เหมือนมันเรียกชื่อพี่มินซอกแฮะ แต่สองคนนี้ไม่เคยเจอกันสักหน่อย จะไปรู้จักกันได้ยังไงนะ

“ นี่เด็กๆ พวกพี่จับขโมยได้แล้วน้า “

“ ครับ? “ ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ ก็โดนเสียงพี่จุนเรียกให้กลับมาสนใจ เลยได้แต่ปล่อยความสงสัยไว้ก่อน ยิ่งไอ้แบคฮยอนที่เงียบผิดปกติแบบนี้ มันยิ่งต้องมีอะไรแน่ๆ

 

“ พี่ตกใจแทบแย่ ตอนรู้ว่ามีเยอึนมาหาเรื่องเราน่ะ แต่ก็ขอบใจมากๆที่ยังมาช่วยพี่ต่อ ซึ้งใจสุดๆเลย “

ว่าแล้วจุนมยอนก็ยกแขนรวบตัวน้องรักทั้งสองเข้าสู่อ้อมแขนทันที ด้วยความซึ้งใจที่น้องรักทั้งสองมันไม่ทิ้งงานเขาไว้กลางทาง ถ้าสองคนนี้ไม่ยอมกลับมาช่วย พวกเขานี่แหละจะซวยเอา ถือว่าน้องมันยังใจดี

“ ...... “

“ ...... “

            แต่ดูเหมือนจุมยอนจะซึ้งในน้ำใจน้องทั้งสองมากไปหน่อย ถึงได้กอดเด็กน้อยทั้งสองแน่น ซะจนแทบจะหลอมรวมกันเป็นก้อนอยู่แล้ว

ท่ามกลางสายตาทั้งสามคู่ที่มองอยู่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน

จงอินยังคงมองด้วยตาที่เรียบเฉย ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ

ร่างโปร่งอีกคนที่ยืนข้างจงอินนั้น ก็กำลังใช้ตาชั้นเดียวเฉี่ยวๆของเจ้าตัว มองไปที่เด็กน้อยหน้าตี๋ที่กำลังดิ้นอย่างดื้อดึงกับจุนมยอน

สุดท้าย ตาคมของปาร์คชานยอลที่เพิ่งมองเจ้าเปี๊ยกด้วยสายตาหยาดเยิ้มไป แม้ว่าเปี๊ยกจะไม่หันมามองตอบเลยสักนิด ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนหนังตาตัวเองกำลังกระตุก หลังจากที่ไอ้ประธานมันรวบน้องไปกอดต่อหน้าต่อตา

 จำเป็นต้องกอดแน่นขนาดนั้นเลยหรือไงกัน?


          คยองซูได้แต่พยายามหาช่องให้ตัวเองได้สูดหายใจ ส่วนแบคฮยอนที่มัวแต่เหม่อ พอโดนรวบตัวมากอดก็สะดุ้งเบาๆ พอตั้งสติได้ ถึงได้พยายามขืนตัวออกมา ดิ้นขลุกขลักกันอยู่พักใหญ่ จุนมยอนถึงได้ยอมคลายอ้อมแขน

 

“ นี่ป๋า จะรัดกันให้ตายเลยอ่อ? “ หลุดออกมาเป็นอิสระปุ๊บ แบคฮยอนก็โวยวายใส่รุ่นพี่ตัวขาวทันที ถ้าเมื่อกี้เขาไม่เผลอนะ ไม่มีทางยอมให้กอดแน่นแบบเมื่อกี้หรอก

 

“ โอ๋ๆ โทษทีๆ เมื่อกี้ดีใจไปหน่อย ฮ่าๆ “

“ ........ “ ถึงปากจะเอ่ยขอโทษ แต่ดูจากที่หัวเราะหน้าชื่นตาบานนี่ไม่เห็นจะดูเหมือนคนรู้สึกผิดสักนิด แบคฮยอนได้แต่หมั่นไส้ในใจเบาๆ

ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสายตาคู่นึงที่จดจ้องตัวเองอยู่ สายตาของคิมมินซอก เด็กปีหนึ่งที่เขาเจอวันนั้น คนที่เขาคิดในใจว่าเป็นเหมือนเจ้าแมวน้อยที่เขาอยากได้มาเลี้ยง

ก็ห่วงอยู่ว่าไม่เห็นเลยตั้งหลายวัน โผล่มาอีกที ดันกลายเป็นเพื่อนของพวกป๋ากับกิ๊กเก่าคยองซูซะงั้น หนอยยย หลอกกันนี่หว่า

หงุดหงิดจริง!

เลยได้แต่เมินสายตาที่มองมา แบคฮยอนไม่อยากยุ่งกับคนโกหก ถึงจะน่ารักก็เถอะ เหอะ!

 

“ แล้วจับขโมยได้ยังไงหรอครับ “ คยองซูถามเพื่อหาเรื่องคุย หลังจากที่เห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ของแบคฮยอน ที่ดูเหมือนจะไม่พอใจใครสักคนในนี้เอามาก

และอีกเหตุผลก็คืออยากหาเรื่องคุยเพื่อเบี่ยงความสนใจของตัวเอง จะได้เลิกประหม่าเพราะสายตาของปาร์คชานยอลที่มองมาที่เขาสักที

ไม่รู้จะมองกันทำไมหนักหนา เขาทำตัวไม่ถูกแล้วนะ

 

“ โน่นเลย ไอ้ชานยอลกับเพื่อนๆมันนะ นั่งเช็คกล้องทั้งวี่ทั้งวัน จนเห็นนั่นแหละว่าใครบ้างที่ดูจะเข้าข่าย ตามันแฉะหมดแล้วมั้ง “

“ .......... “ คำตอบที่ได้ยินยิ่งทำให้เขาสลัดชานยอลออกจากหัวไม่ได้เข้าไปใหญ่

“ แล้วในนั้นยิ่งเห็นว่าเราสองคนไม่เคยเข้าใกล้ล็อคเกอร์ หลักฐานชั้นดีเชียว ว่าเราไม่ได้ทำ ไอ้ชานยอลมันตอกกลับพวกที่สงสัยเราซะหน้าหงาย เถียงไม่ออกกันเลยล่ะ เจ๋งป่ะ ฮ่าๆ “

“ ........ “ พอได้ยินอย่างนั้น คยองซูก็เงยหน้ามองไปที่ชานยอลทันที นึกว่าจะหาแค่คนขโมยอย่างเดียวซะอีก แต่นี่ชานยอลยังแก้ต่างให้เขาด้วยงั้นหรอ

ที่เห็นแบกโน๊ตบุ๊คมาวันนั้นก็เพราะอย่างนี้เองสินะ

 

“ ขอบคุณครับ “ พูดขอบคุณจากใจ ก่อนจะสบตาคมคู่นั้น ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

จนแทบจะแยกไม่ออกแล้ว

ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เจ้าตัวทำแค่ยิ้มน้อยๆมาให้เขาแทน คยองซูเลยได้เห็นลักยิ้มน้อยๆข้างแก้มอีกจนได้ ลักยิ้มที่เห็นกี่ที เขาก็ยังรู้สึกเสมอว่ามันช่าง น่ารักชะมัด

 

“ เออ ขอบใจนะเว้ยชานยอล ที่มึงดูแลน้องกูให้ มึงนี่รักษาคำพูดดีจริงๆ ดีมากกก “

“ .......... “

“ ไม่เสียแรงที่กูไว้ใจ เนอะน้องรัก “ จุนมยอนว่าพลางส่งยิ้มให้ทุกคน

“ ........... “ แต่จุนมยอนคงไม่รู้ ว่าคำพูดด้วยความดีใจของเจ้าตัวนั้น ส่งผลต่อความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่ข้างๆมากแค่ไหน  คยองซูรู้สึกมึนงง

สมองต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยินอย่างหนัก เมื่อกี้เขามีความสุขมากจนแทบจะบรรยายไม่ได้แล้ว พอได้ยินว่าที่อีกคนทำก็เพราะถูกพี่จุนมยอนขอร้องก็...

แอบผิดหวังเบาๆ

 

มองไปที่ชานยอลเจ้าตัวดูเหมือนจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด

ไม่ปฏิเสธสักนิด ว่ามันไม่ใช่อย่างที่จุนมยอนพูด 

 

“ ผมว่า ผมไปวาดรูปต่อดีกว่านะครับ “ คยองซูเอ่ยขอตัวทันที ที่ดูเหมือนทุกคนจะไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันแล้ว 

“ อ่อ ได้สิๆ พวกพี่ไม่กวนละ ตามสบาย ปะพวกมึง “ จุนมยอนเองก็ไม่ขัดข้องที่น้องอยากจะไปทำงานต่อให้เสร็จ อีกอย่าง ทุกคนก็ดูเงียบๆ สงสัยจะไม่มีเรื่องอะไรต่อละมั้ง

จริงๆก็ไม่แปลก เพราะวันนี้ไอ้สามตัวที่โดนเขาลากมาก็ไม่มีใครรู้จักกับน้องรักทั้งสองของเขาอยู่แล้ว หรือที่เงียบๆกันไปหมดนี่เพราะ ไม่รู้จะคุยอะไรกันแน่ๆเลย

เดี๋ยวจะพากันอึดอัดเปล่าๆ คงดีกว่าถ้าออกไป


“ ครับ “ ว่าแล้วคยองซูก็รีบพาตัวเองเดินไปยังที่ประจำอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่ามีสายตาคู่นึงมองตามมา

แบคฮยอนเองก็เดินตามเพื่อนมาติดๆ  ถึงจะสังเกตเห็นความเงียบที่ผิดปกติของแบคฮยอน แต่ตอนนี้คยองซูคงจะยังสอบสวนเพื่อนไม่ได้

 

เมื่อกี้ถึงจะผิดหวัง แต่คยองซูก็ไม่ได้โกรธชานยอล เขารู้ว่าอีกคนช่วยเขาไว้มาก ถึงจะเพราะอะไร แต่ชานยอลก็ช่วยดูแลเขาตลอดมาจริงๆ ตั้งแต่ที่ได้เจอกันในช่วงหลายสัปดาห์ผ่านมา

ครั้งนี้ชานยอลไม่ผิดสักนิด ปาร์คชานยอลไม่ได้หลอกเขา

เขานี่แหละ ที่คิดไปเอง หวั่นไหวไปเองทั้งนั้น

ขนาดตอนนั้นที่อีกคนมาจีบ ยังเป็นแค่เรื่องล้อเล่นเลย แล้วนี่เขายังกล้าไปหวั่นไหวลมๆแล้งๆแบบนี้ได้ยังไงกัน

โดคยองซูคนโง่ คิดเข้าข้างตัวเองได้ยังไง ว่าปาร์คชานยอลจะชอบตัวเอง

เฮ้ออออ  






.....................................



ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

1 เม้นท์ของทุกคนที่เขียนมาให้ เท่ากับแสนกำลังใจสำหรับเราเลย 55555555

ขอบคุณที่ชอบและให้กำลังใจเราทุกคนเลยน้า มาติดตามกันไปจนจบเลยนะคะ 

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ  ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #40 Riyachoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 02:46
    อ้าวพระเอกของเราลืมขอโทษน้อง เอาใหม่ค่ะพี่พระเอกสู้ๆน้าาาา
    #40
    0
  2. #39 momylove78 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:22

    เฮ้อ.....อึดอัดแทน ไม่ยอมพูดให้ชัดเจนสักที

    #39
    0
  3. #38 Wn_o (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 20:08
    พี่ปาร์คคคไปเปิดพจนานุกรมดูนะคะว่าคำว่าชัดเจนมันเป็นยังไง ชัดเจนสักทีคะ
    #38
    1
    • #38-1 happinessnitta(จากตอนที่ 6)
      25 มิถุนายน 2561 / 20:13
      โห เรานี่หน้าสั่นแทนพระเอกเลยค่ะ 55555
      😆
      #38-1
  4. #37 Vampriass (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:53
    มาแล้วๆๆๆๆๆๆ มาสักที
    #37
    0
  5. #36 JnChAnSoO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:50
    ฮือน้องงงง สู้นะหนู
    #36
    0