จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 5 : FOUR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 มิ.ย. 61

FOUR

 

 

“ เปี๊ยก “

 

            เสียงเรียกที่ดังขึ้นด้านหลังร่างเล็กที่กำลังเดินด้วยก้าวเร็วๆ ตามประสานิสัยของคนที่ไม่ชอบเดินเอื่อยเฉื่อย  ถึงเสียงจะฟังดูคุ้นๆ แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กก็ไม่ได้อยากจะให้ความสนใจใดๆกับเสียงนั้น

ก็ไม่ได้เรียกชื่อเขาซะหน่อย ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเขามั้ง

 

“ เฮ้ เปี๊ยก เดินไม่มองกันอีกแล้วนะ “

คยองซูรู้สึกได้ว่าเสียงมันเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มจะแปลกใจ

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ แขนของเขาก็โดนจับไว้ แถมยังจับแน่นซะจนเขาที่กำลังก้าวไปแบบไม่ได้ลดความเร็วถึงกับชะงัก ก่อนจะโดนดึงให้หันกลับไปมองทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

 “ คยองซู.....“

 “ ......... “

            พอหันกลับมาก็เห็นว่า เจ้าของมือปริศนาที่ดึงเขาคือ ผู้ชายตัวสูงที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างดีในช่วงหลายวันมานี้ รุ่นพี่ปาร์คชานยอล คนประหลาดยิ้มเก่ง ที่เพิ่งจะมาแนะนำตัวเอง ตบท้ายด้วยการบอกว่าอยากจะสนิทกับเขา เมื่อไม่นาน

 

“ หนีพี่เก่งจริงๆเลย 

“ ....... “  ไม่ได้หนีเหอะ  

“ ตัวก็เล็กแค่เนี้ย เดินเร็วจังนะครับ “

            คยองซูได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยสายตางงๆ จะอยากมารู้จักกับเขาไปทำไมกันนะ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันซะหน่อย คยองซูไม่ตอบอะไรกลับไป ไม่ใช่แค่ครั้งนี้หรอก ทุกครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ เจอรุ่นพี่คนนี้ครั้งแรกเขาก็ไม่เคยตอบหรือพูดกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว

ก็เป็นคนแปลกหน้านี่นา เขาไม่ใช่คนที่ไว้ใจใครง่ายๆนะบอกเลย

 

“ อ่า วันนี้ก็จะยังไม่ยอมคุยกับพี่หรอ? “

“ ..... “ 

            เสียงทุ้มจากชานยอลที่ยังคงถาม ทั้งๆที่สถานการณ์ตอนนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบให้ได้ชัดเจนอยู่แล้วปะ คยองซูเลยเลิกมองชานยอล แล้วหันมาพยายามยื้อแขนตัวเองให้หลุดจากมือใหญ่ๆที่กำลังจับเขาไว้สักที

            ให้ตายยังไงก็ไม่มีวันคุยโว้ยยยย  ปล่อยแขนสักทีสิ!

 

ดิ้นอยู่นานก็ไม่ได้ผลอะไรเลย ให้ตายสิ อึดอัดนะเนี่ย พอดิ้นไปเรื่อยๆ มือที่กำแขนเขาไว้ก็เริ่มคลาย เหมือนชานยอลคงจะรู้แล้วว่าวันนี้ยังไงเขาก็จะไม่ยอมปริปากคุยด้วยหรอก ซึ่งนั่นก็ดีมาก

พอหลุดออกได้ คยองซูก็ไม่รอช้า รีบหันหลังออกตัววิ่งไปทางตึกเรียนของตนเองทันที ไม่แม้แต่จะสนใจหันมามองด้วยซ้ำว่าชานยอลจะกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

 

            เฮ้อ คงไม่ได้บ้าวิ่งตามเขามาหรอกใช่ไหม?

 

คยองซูวิ่งมาจนถึงหน้าตึกเรียน ด้วยความเร็วที่น่าจะเร็วกว่าตอนสอบวิ่งวิชาพลศึกษาตอน ม.ปลายซะอีก ช่วยไม่ได้นะ คนมันกลัวนี่นา

เพื่อนๆมันเคยบ่นว่าเขาน่ะ บางทีก็เย็นชากับคนอื่นมากไป เป็นประเภทที่สร้างมนุษยสัมพันธ์กับคนที่เจอกันครั้งแรกได้น้อยเหลือเกิน ก็เขาไม่รู้จะทำตัวยังไงนี่นา

เล่นมาตื๊อกันแบบปุบปับ แถมยังมาบ่อยๆแบบนี้เขาก็กลัวสิ

เรื่องหนีคนเนี่ย คยองซูเก่งมากบอกเลย ........

 

โดยเฉพาะปาร์คชานยอล เขาจะหนีจนอีกคนเลิกมาวุ่นวายเลย คอยดู

 

 

....................................

 

 

นายหนีปาร์คชานยอลได้จริงๆหรอคยองซู ?

 

เฮือกกกก.......

 

            ร่างเล็กที่เพิ่งลืมตา สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ  ตาโตๆกวาดมองไปรอบๆด้วยความระแวง ระเบียงที่คุ้นเคย ผ้าม่านสีส้ม กับบรรดากองกระดาษรายงานระเกะระกะที่วางอยู่บนโต๊ะริมตู้เสื้อผ้า  กองดินสอปลายแหลมที่เขาเพิ่งนั่งเหลาไว้เมื่อคืน

อ่า... ใช่ นี่มันห้องเขาเอง

พอแน่ใจว่าตื่นมาบนเตียงในห้องของตัวเองแบบปกติ คยองซูก็พลอยโล่งอก และหายใจคล่องขึ้นมาหน่อย

 

งั้น  เมื่อกี้ก็แค่ฝันสินะ ช่างเป็นฝันที่เหมือนจริงชะมัด

ไม่สิ เขาฝัน.....ถึงเรื่องจริงต่างหาก

เรื่องจริงที่มันเคยเกิดขึ้น เรื่องตอนที่เขายังมัวแต่ต้องวิ่งหนีชานยอลเพราะกลัวคนแปลกหน้า

คนแปลกหน้าที่ไม่ได้รู้จักกันเลยสักนิด

 

            คยองซูได้แต่ใช้สองแขนพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ในหัวมีเรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องราวต่างๆที่เคยผ่านมา  และเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้

วันที่ชานยอลขับรถฝ่าสายฝนมาหาเขา

วันนั้นหลังจากที่ต้องนั่งติดฝนกับปาร์คชานยอล คนที่ทำตามคำสัญญาที่เจ้าตัวเสนอมาได้ดีเยี่ยม หลังจากที่เขาจัดการกับผัดไทจนหมด แต่ฝนเจ้ากรรมก็ไม่ยอมหยุดตกสักที เขาสองคนเลยยังคงต้องติดแหงกอยู่ด้วยกันต่ออย่างช่วยไม่ได้ ต่างคนก็ต่างอยู่ ไม่มีบทสนทนาใดๆหลุดออกมาจากปากทั้งของเขาและปาร์คชานยอล ไม่แม้แต่จะมองสบตากันด้วยซ้ำระหว่างที่อยู่ในห้องนั้น

 

            เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นชานยอลจะคิดยังไง แต่สำหรับเขา การนั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางความเงียบกับการไม่ได้อยู่ในระยะสายตา มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวตนของชานยอลหายไปจากความคิดของเขาเลยสักนิด

อยากจะบ้าตาย ตอนไม่เจอกัน ก็คิดว่าตัวเองลืมผู้ชายคนนี้ไปได้แล้วซะอีก แต่ตอนนี้แค่รับรู้ว่าปาร์คชานยอลนั่งอยู่ตรงนั้น เรื่องราวมากมายมันก็ผุดขึ้นมาในหัวเขาไม่หยุด

 ได้แต่ภาวนาให้ฝนหยุดตกสักที

คยองซูอยากกลับหอ ไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อแล้ว เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้กับชานยอลมากไปกว่านี้แล้ว

 

            แล้วคำขอของเขาก็เป็นจริงหลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ทันทีที่สังเกตเห็นว่าฝนซาลงแล้ว เขาก็รีบสะพายเป้ขึ้นบ่า ก่อนจะเดินดุ่มๆออกจากห้อง

โดยไม่คิดจะอยากร่ำลาปาร์คชานยอลแม้แต่น้อย

 

“ เปี๊ยก!  เดี๋ยวก่อน  

“ ......... “

แล้วสถานการณ์มันก็คล้ายๆแบบเดิม คยองซูโดนดึงแขนอีกแล้ว เฮ้ออออ

ได้แต่หงุดหงิดกับสถานการณ์แบบนี้ ที่เขามักจะต้องเจอเสมอเวลาพยายามจะวิ่งหนี เขาวิ่งไม่เคยพ้น หนีทีไรปาร์คชานยอลก็ตามเขาได้ทันตลอด หรืออาจจะต้องโทษขาเขาที่มันสั้นเกินไป

คือเขาก็ไม่ได้เตี้ยติดดินอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่แค่ขาเขามันดันสั้นกว่าไอ้คนที่มันวิ่งตามอยู่เนี่ยสิ อีกคนถึงได้วิ่งตามเขาได้ง่ายๆตลอด  จะช่วยปล่อยเขาไปเฉยๆมันยากนักหรือไงว้า

 

“ มืดมากเลยนะ ให้พี่ไปส่งดีกว่า “

ชานยอลว่าก่อนจะจ้องคยองซูด้วยแววตาที่ดูจริงจัง ใบหน้าที่เคยยิ้มบ่อยๆจนเกินความจำเป็น ตอนนี้กลับไม่มีรอยยิ้มนั้นเหลืออยู่สักนิด เจ้าตัวจะแสดงออกมาเวลาที่ซีเรียสกับเรื่องนั้นจริงๆนั่นแหละ

แปลว่ายังไงก็จะไม่ยอมให่เขากลับเองสินะ

เห็นชานยอลเป็นแบบนี้แล้วก็ เหมือนจะหนียากแฮะ

พอมองไปรอบๆตัว มันก็.... มืดจริงๆ  ถึงหอเขาจะไม่ไกล แต่ถ้าเดินคนเดียวตอนนี้มันก็เปลี่ยวๆอยู่เนอะ ชีวิตหนอชีวิต โอ้ยยย

 

ตาของคยองซูเริ่มลอกแลก เพราะความคิดในหัวที่เริ่มตีกันจนยุ่งเหยิง เขาต้องตัดสินใจ ว่าจะเอายังไงดี

จะโทรบอกให้ไอ้หมามารับมันก็ดึกแล้ว คงไม่ดีเท่าไหร่

สบตากับคนตรงหน้าแล้วก็เหนื่อยใจ ถ้าวันนี้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายไปส่ง เขาคงไม่ได้กลับหอแน่ๆ อาจจะต้องได้ยืนมองกันอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆเชียว

 

“ ปล่อยแขนเถอะครับ “

“ ............ “

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแขนยังโดนจับ คยองซูเลยร้องบอกเสียงนิ่งๆไป ชานยอลเองก็เหมือนเพิ่งจะรู้ตัว ก้มไปมองมือตัวเองแวบนึง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยเขา

 เอ้า คนเรา ทำไมไม่ยอมปล่อยกันดีๆนะ

 

“ รับปากก่อน  ว่าจะกลับด้วยกัน พี่ถึงจะปล่อย “

ชานยอลว่าพลางกระชับมือให้แน่น เหมือนจะกันไม่ให้เขาดิ้นได้ เฮ้ออออ เขารู้น่า

เบื่อคนคิดเยอะจริงๆ เขาไม่ได้คิดจะหนีซะหน่อย

มีประสบการณ์แบบนี้มาเยอะ ว่าต่อให้เขาดิ้นให้ตาย มันก็ไม่เคยจะหลุดหรอก คยองซูไม่คิดจะดิ้นสักนิด  เปลืองแรงเปล่าๆ แค่นี้ก็เพลียจะแย่แล้ว

 

“ ก็ไปสตาร์ทรถสิครับ หรือจะกลับกันทั้งอย่างนี้เลย ? ”

“ ....... “

คยองซูตอบพลางชูแขนที่ยังถูกมือใหญ่กุมไว้ขึ้น คนตัวสูงนิ่งไปสักพักเหมือนจะประมวลผลคำพูดของเขา ก่อนเจ้าตัวจะปล่อยมือง่ายๆ แถมยิ้มให้เขาจนลักยิ้มน้อยๆข้างแก้มโผล่ แล้วหันกลับไปสตาร์ทรถเวสป้าสีครีมที่จอดอยู่ไม่ไกล

ยังใช้รถคันเดิมไม่เปลี่ยนเลยแฮะ

 

            ถ้าถามว่าทำไมถึงตอบตกลง คยองซูก็ไม่แน่ใจ อาจจะเพราะความมืดที่ก็น่ากลัวพอสมควรสำหรับเขา หรือเพราะตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะถือทิฐิไม่ยอมกลับกับชานยอล

 

            คิดได้แค่นั้นแล้วก็พยายามทำตัวเป็นปกติให้มากที่สุด รอจนชานยอลมาจอดรถตรงหน้า เขาก็ก้าวขาขึ้นอย่างไม่อิดออด หรืองกๆเงิ่นๆแต่อย่างใด

ก็นะ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ขี่เจ้านี่ซะหน่อย

 

“ เกาะแน่นๆนะเปี๊ยก 5555555555

“ ขับๆไปเหอะน่า “

ตอบกลับด้วยความหมั่นไส้ไปทีนึง จนได้ยินเสียงชานยอลหัวเราะกลับมา ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง เลยได้แต่เมินหน้าหนี

ทั้งๆที่ชานยอลเองก็คงไมjได้หันมามองหรอก แต่คยองซูดันเริ่มรู้สึกแปลกๆกับสถานการณ์ตอนนี้ เลยต้องหาอะไรมองไปเรื่อยแก้เขิน บ้าจริงๆ จะเขินทำไมตอนนี้เล่า

 

คยองซูได้แต่ปล่อยความคิดให้ไหลไปเรื่อยๆ กับลมที่กระทบหน้าเขาจากความเร็วของล้อที่หมุนไป มองไปรอบๆด้วยความสดชื่น ก่อนจะหันสายตามามองแผ่นหลังกว้างตรงหน้าของคนขับ

ในหัวก็คิดไปเรื่อย ถึงความรู้สึกของตนเองในตอนนี้

และได้แต่พยายามบอกตัวเอง ว่าตอนนี้ก็แค่นั่งรถด้วยกันแค่แปปเดียว คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 

            แล้วคยองซูก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดผิด ใครว่ามันจะไม่เป็นอะไรล่ะ

มันเป็น แถมเป็นเอามากซะด้วย เขาถึงได้เก็บเรื่องปาร์คชานยอลมาคิดเป็นบ้าเป็นหลัง ตั้งแต่คืนนั้น ตอนดึกที่คยองซูต้องนั่งเหลาดินสอไปพร้อมกับหน้าชานยอลในหัว พอหลับ ปาร์คชานยอลก็ยังเข้ามาในฝันอีก ผ่านมาตั้งหลายวันก็ยังไม่เลิกคิด ยังไม่เลิกฝัน

อ่อนไหวอะไรขนาดนี้นะคยองซู?

 

ในความฝันตอนนั้นเขาพยายามหนี เพราะชานยอลเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ท้ายที่สุดเขาก็หนีไม่พ้น

แล้วตอนนี้ล่ะ?

เขาต้องหนีปาร์คชานยอล เพราะรู้จักผู้ชายคนนี้มากเกินไป

แล้วคยองซูจะหนีได้ไหมนะ ......... เฮ้อออ

 

 

.................................

 

  

 

            ตึกนิเทศศาสตร์ในช่วงเที่ยงของวันเสาร์ยังคงเต็มไปด้วยนักศึกษา แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุด แต่หลายๆคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานละครเวที กลับต้องใช้เวลานี้ในการเตรียมงานกันต่อ เลยดูวุ่นวายกันทั้งฝ่ายฉาก ฝ่ายนักแสดง และฝ่ายจัดเตรียมงานต่างๆ

 

            คยองซูกับแบคฮยอนเองก็มาถึงได้สักพักแล้ว เด็กศึกษาศาสตร์ทั้งสองคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามทำหน้าที่กันเงียบๆ คยองซูยังคงนั่งร่างรูปต่อ พร้อมกับกล่องดินสออันเดิม ที่นั่งเหลาไว้เมื่อคืน

 

ส่วนแบคฮยอน ก็เริ่มลงมือระบายสีที่ไปซื้อส่วนที่ขาดมาครบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่อาทิตย์ก่อน สองคนนั่งทำงานกันไปเงียบๆ เพราะต่างก็รู้กันดีว่า ต่างฝ่ายต่างจำเป็นต้องใช้สมาธิกันแค่ไหน  เวลานี้เลยเป็นเวลาที่แบคฮยอนน่าจะเงียบได้นานที่สุดตั้งแต่เกิดมาแล้วล่ะ

 

            เสียงพูดคุยหลายๆเสียงที่โหวกเหวกโวยวายกันอยู่ข้างนอกก็ดูน่าสนุกดี บรรยากาศการทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น จนคยองซูเองก็อดชื่นชมถึงความสามัคคีของเด็กนิเทศน์ไม่ได้ พอเห็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างสามัคคีแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีไปอีกแบบ

 

            ถึงจะยังมีคนไม่ชอบหน้ากันบ้าง แต่ก็ไม่ได้มาวุ่นวายตอนที่เขาทำงาน อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าโตๆกันแล้วสินะ อย่างน้อยก็น่าจะโตกว่าปาร์คชานยอลล่ะ ที่พูดไม่รู้เรื่องสักที ยังคงมาวุ่นวายกับเขาเสมอต้นเสมอปลาย

แถมขยันซื้อข้าวมาล่อให้ไอ้แบคมันเงียบได้ดีเหลือเกิน ไหนว่าจะปกป้องกัน พอเจอของกิน ไอ้หมามันก็ลืมเพื่อนคนนี้ไปซะสนิทเชียว


“ มั๊วะๆ “

คยองซูกำลังคิดอะไรเพลินๆกับตัวเองถึงกับสะดุ้ง  รู้สึกขนลุกเหมือนมีคนมาอยู่ใกล้เกินไป

55555555555 สะดุ้งเลยหรอ เด็กน้อยของป๋า “

“ ......... “ 

หันไปมองก็เจอตัวต้นเหตุ รุ่นพี่ตัวขาวคิมจุนมยอน ยืนขำเอาเป็นเอาตาย ดูท่าทางจะมีความสุขมากที่มาแกล้งให้เขาสะดุ้งได้ ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปให้

 

“ ป๋า มาแกล้งเพื่อนรักผมได้ไงอ่ะ นิสัย... “

“ นิสัยอะไร พูดดีๆนะไอ้หมาน้อย “

เสียงของบยอนแบคฮยอนที่รีบวิ่งเร็วจี๋ ยกเอาพู่กันมาชี้หน้าพี่จุนมยอนอย่างท้าทาย

แต่สุดท้ายก็โดนชี้หน้ากลับ ทันทีที่ดูเหมือนกำลังจะหลุดคำด่ารุ่นพี่ออกมา

“ คยองซูไม่ต้องห่วง กูจะปกป้องมึงเอง “

“ ........ “  เฮ้อออ

" ป๋าอย่ามาแกล้งคยองซูเชียว! "

มันใช่เวลาที่หรือไงวะไอ้หมาแบคเอ้ย ทีเวลากูต้องการนี่ไม่ค่อยจะมาหรอก


 

55555555555 ไรอ่ะ ทำงานหนักไปหรอแบค สมองมึงปกติป่ะเนี่ย? ไหนดูซิ “

ว่าแล้วเจ้าตัวก็เอามือขาวๆนั่นมายีผมแบคฮยอนไปมาเสียยกใหญ่ ตอนแรกก็ดูเหมือนจะยีเบาๆ แต่พอแบคฮยอนเริ่มดิ้น ไปๆมาๆกลายเป็นโดนรุ่นพี่ล็อคคอไว้ พร้อมกับขยี้ต่อไปด้วยความสนุกสนาน

“ ย๊า!!! พี่ปล่อยผมเลยนะ “

“ ไม่ปล่อยยยย อิอิ “

 

คยองซูได้แต่นั่งมองสองพี่น้องเล่นกันเหมือนเด็กๆอยู่อย่างนั้น มองไปเรื่อยๆละก็ขำความบ้าบอของทั้งสองคน นิสัยเหมือนกันแบบนี้ไง ถึงได้สนิทกันง่ายนัก

 

“ เชี้ยไรล่ะ ....... “

“ ถ้าไม่ใช่พวกมันแล้วจะเป็นใคร........... หรือมึงคิดว่ากูทำอ่อ? “

“ เห้ยๆๆ อย่าทะเลาะกันดิว่ะ ! “ 

ระหว่างที่จุนมยอนกับแบคฮยอนกำลังปลุกปล้ำกันอย่างเมามันอยู่นั้น ข้างนอกห้องก็มีเสียงเหมือนคนตะโกนใส่กันไปมา

คยองซู และสองคนที่เพิ่งจะเลิกเล่นกัน ต่างก็หันไปให้ความสนใจกับเสียงโหวกเหวก โวยวายที่ดังอยู่


     คยองซูเดินไปที่หน้าต่าง เห็นเป็น นักศึกษาผู้หญิงสองคนกำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง โดยมีเพื่อน รุมล้อมและพยายามกันทั้งคู่ให้ออกห่างกันอยู่

ดูท่าทางจะเรื่องใหญ่แหะ มีอะไรกันนะ

 

“ พวกนั้นทะเลาะอะไรกันอ่ะเตี้ย “

แบคฮยอนเดินมายืนข้างคยองซู หลังจากสลัดตัวออกจากจุนมยอนได้สำเร็จ

“ ไม่รู้ดิ แต่ท่าทางน่าจะเรื่องใหญ่อยู่นะ “

คยองซูตอบพลางมองเหตุการณ์ตรงหน้าต่อไป


“ เดี๋ยวพี่ออกไปดูก่อน อยู่ในนี้ก่อนนะ “

“ เออป๋า  รีบไปเหอะ ก่อนรุ่นน้องจะตีกันตายน่ะ “

สิ้นเสียงแบคฮยอน รุ่นพี่ตัวขาวก็รีบเดินออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกทันที พอพี่จุนมยอนไปถึง ก็เห็นเหล่ารุ่นน้องหลีกทางให้คุณประธานทันที

ผู้หญิงสองคนที่ตอนแรกโดนจับแขนไว้ ดูสงบลงมาก และเหมือนต่างฝ่ายต่างก็กำลังเล่าสาเหตุของเรื่องนี้ โดยมีพี่จุนมยอนยืนฟังอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แบบที่เห็นได้ไม่บ่อยนักของเจ้าตัว

 

“ โห นานๆทีจะเห็นป๋าแกมาโหมดซีเรียสนะเนี่ย ชักอยากจะใส่ใจละสิ ว่ามีเรื่องอะไรกัน ? “

“ ......... “

คยองซูไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ยังคงจดจ้องกับเหตุการณ์ตรงหน้า ยิ่งมอง ก็ยิ่งเห็นพี่จุนมยอนหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าไปทุกที มีเรื่องอะไรกันนะ


“ กูอยากออกไปดูมั่งอ่ะ ไปได้ป่ะมึง “

“ ไอ้หมา นี่มันเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเราซะหน่อย อย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่า “

“ ง่ะ ........... อยากรู้อ่ะ “

“ ......... “ คยองซูหันขวับจ้องไอ้หมาแบคทันที

หันมามองด้วยสายตานิ่งจนแบคฮยอนสะดุ้ง

“ ครับๆ ไม่อยากรู้แล้วครับ  “ ยกสองมือเป็นเชิงยอมแพ้ ก่อนจะโดนประทุษร้าย

เวรกรรมจริงๆ ใจนี่อยากเสือกเต็มที่มาก แต่เพื่อนรักไม่เข้าใจ แบคฮยอนอึดอัด ฮืออออ

 

 

            สองเพื่อนซี้ได้แต่ยืนมองกันอยู่สักพัก แต่ก็ไม่มีอะไรที่พอจะทำให้พวกเขารู้เรื่องราวอะไรได้ ทั้งคู่จึงเลิกสนใจ และกลับมาทำงานของตัวเองกันต่อ

คยองซูเองก็เลิกสนใจ แล้วพยายามโฟกัสกับภาพวาดตรงหน้า เขาอยากทำในส่วนที่แพลนไว้ให้เสร็จเร็วๆ จะได้ไม่ต้องกลับช้า จนต้องเจอหน้าใครบางคน ที่ชอบหาข้ออ้างที่เขาปฏิเสธไม่ให้ไปส่งยากซะเหลือเกิน

เรียกว่าไม่เคยปฏิเสธได้เลยดีกว่า

 

            แต่วันนี้ยังไม่เห็นหน้าเลยแหะ ไม่รู้ว่าหายไปไหน ถ้ามาถึงแล้วมาเจอว่ามีเรื่องเกิดขึ้นคงจะปวดหัวน่าดู

ไม่สิ จะไปห่วงคนอื่นทำไมล่ะ คยองซู เห้อออออ

คยองซูได้แต่ส่ายหน้าเพื่อเรียกสติ ให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ก่อนจะลงมือวาดรูปต่อไป

 

…………………….

 

 

ฮ้าววว

คิมจงอินกำลังง่วง เขาง่วงมากถึงมากที่สุดเลยล่ะ วันนี้วันหยุดแท้ๆ ปกติเขาแทบจะสิงโซฟาแล้วหลับเอาเป็นเอาตาย อย่างสบายอารมณ์

แต่วันนี้นี่มันช่างไม่ปกติเอาซะเลย กับการที่ต้องโดนลากออกมาข้างนอกแบบนี้


ชีวิตนี้มึงไม่เคยนอนหรอ? ทำไมถึงไม่เลิกหาวสักที หะ

หลังจากยืนหาวรอบที่ล้านแปด ก็โดนไอ้เตี้ยที่ยืนข้างๆกันตอนนี้แขวะทันที

“ เออ รู้แล้วยังจะลากกูมาอีก “

“ อะไรล่ะ ไปถามไอ้ชานยอลโน่น มันบอกให้กูลากมึงมาด้วย “

คิมมินซอกตอบพลางบุ้ยปากให้ไอ้จงอินไปโวยวายกับเพื่อนรักมันแทน ไอ้โย่งที่กำลังยืนซื้อขนมสบายใจเฉิบอยู่ข้างในร้านเบเกอรี่น่ะ

 

“ แล้วนี่มันจะซื้อขนมไปแจกใครเยอะแยะวะ “

คิมจงอินว่าหลังจากที่เห็นว่าเพื่อนตัวเองเริ่มรับถุงขนมที่พนักงาน ต้องช่วยยื่นใส่มือให้มันถือจนเต็มสองมือ ซื้อเหมือนจะเลี้ยงคนเป็นสิบ

จะว่าซื้อให้พวกเขาก็คงไม่ใช่ ทั้งเขาทั้งไอ้เตี้ยข้างๆนี่ ชอบกินขนมแบบนี้ซะที่ไหน

 

“ จะใครเล่า ก็คนคุ้นๆเคยๆนั่นแหละ “ คิมมินซอกตอบพลางหันกลับมายิ้มขำใส่จงอิน

เพราะจงอินเป็นหนึ่งในนักแสดง ไม่ได้ไปช่วยงานตรงฝ่ายฉากเท่าไหร่ เลยยังไม่เห็นว่าช่วงนี้ใครมาช่วยงานที่คณะเรา ถึงได้สงสัย แต่มินซอกไปบ่อยซะจนเห็นเจ้าของขนมมากมายนั่นแล้วล่ะ

ช่างเป็นคนที่นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะได้โคจรกลับมาเจอกันอีก มิน่าไอ้ชานยอลถึงได้ขยันไปตรวจงานน้องๆนัก

“ จะบอกก็บอกมาดีๆสิวะ จะพูดอ้อมทำไมเนี่ย “

“ เอ้า ก็เผื่อมึงจะเดาออกไง “

“ สัส กวนตีน “

555555555

สองเพื่อนซี้ยังคงเถียงกันไปเรื่อยเปื่อย แก้เบื่อระหว่างที่ต้องยืนรอปาร์คชานยอล

 

            ในที่สุดคนที่ทิ้งให้เพื่อนรอตั้งนานสองนานก็ออกมาจากร้านสักที ชานยอลจัดการยัดถุงใส่มือเพื่อนคนละถุงสองถุงให้ช่วยกันถือ โดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจก่อนสักนิด

ถ้าไม่ติดว่าง่วงจนขี้เกียจจะด่ามัน คิมจงอินคงไม่ยอมช่วยถือดีๆแน่

“ ปะ เข้า ม กันเหอะ “

“ เดี๋ยวๆ นี่มึงไม่คิดจะบอกเลยหรอว่าจะลากกูออกมาทำไม “

คิมจงอินถามชานยอลระหว่างที่เดินด้วยกัน ตามที่มินซอกแนะนำก่อนหน้านี้

 

“ กูมีเรื่องจะปรึกษาพวกมึงว่ะ อยากให้ไปเจอคนๆนึงด้วย “

“ ........... “

ปาร์คชานยอลหันกลับมาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง 

หือ อะไรของมันวะ ท่าทางยังกะจะพาเขาไปเจอคนสำคัญ หรือมันจะแนะนำแฟนให้รู้จักเนี่ย

“ ไอ้โย่ง มึงก็พุูดๆชื่อมาเหอะ ช่วงนี้ไอ้จงอินมันยิ่งโง่ๆอยู่ มันเดาไม่ได้หรอกว่ามึงจะพาไปเจอใคร 55555555555

“ ไอ้มินซอก นี่มึงหลอกด่ากูอีกแล้วนะ “

 

            ว่าแล้วจงอินก็ยกเท้าจะเตะเพื่อนตัวเตี้ยไปทีนึง น่าเสียดายที่มันดันหลบได้ เลยได้แต่หงุดหงิดกับตัวเอง ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างอยู่คนเดียว

“ สรุปจะให้กูไปเจอใครว่ะชานยอล “

หันไปถามไอ้ตัวต้นเหตุอีกที มันทำหน้าครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะตอบเขากลับมา

“ มึงจำคยองซูได้ป่าวว่ะ? “

 

หือ คยองซู? ชื่อคุ้นๆแหะ

“ เด็กศึกษาที่ไอ้โย่งมันเคยไปจีบไง “

แล้วมินซอกก็เป็นคนคลายข้อสงสัยให้เขา 

นึกออกแล้ว รุ่นน้องคนนั้นนั่นเอง


“ เออ คนนั้นแหละ “

“ เดี๋ยวนะ น้องเขาหายไปเป็นปีๆแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมอยู่ๆมาเจอกันได้ กูเห็นมึงตามไปรอเจอน้องมันตั้งนาน ไม่เห็นจะได้เจอ หรือน้องมันหายโกรธมึงแล้ว“

คิมจงอินว่าไปตามที่เคยได้รับรู้มา ตั้งแต่วาเลนไทน์คราวนั้น 

หลังจากที่น้องรู้แล้วหนีหายไป ไอ้ชานยอลก็แปลกๆไป ดูซึมๆ เหม่อๆเหมือนคนคิดโน่นนี่นั่นตลอดเวลา

 จนสรุปได้ว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องของน้องคยองซู มันถึงได้ไปดักรอเจอน้องอยู่หลายเดือน สุดท้ายก็ไม่เคยได้เจอกัน ไม่รู้ว่าน้องหลบมันเก่ง หรือดวงมันซวยขั้นหนักก็ไม่รู้

 

“ เปล่า ไอ้จุนมันขอให้น้องมาช่วยงานฝ่ายฉากอ่ะ “

“ หะ “

เออดี บทจะได้เจอกันก็เจอง่ายๆเนอะ ยอมใจความทั่วถึงของไอ้จุนมยอนจริงๆ


“กูละ งงชิปหาย ว่าสองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหนว่ะ แต่ละคนที่มันพามาให้ช่วยงานพวกเรานี่ ไม่ธรรมดาสักคน แต่คนนี้นี่กูยอม บังเอิญเกิ้นน “

คิมมินซอกเอ่ยขึ้นมาบ้างหลังจากเงียบฟังชานยอลพูดอธิบายมาสักพัก

ตอนแรกที่รู้ เพราะเด็กบยอนแบคฮยอนคนนั้นเล่าให้ฟังว่ามาช่วยงานกับใคร เขายังตกใจอยู่เลย ถึงกับต้องรีบไปถามไอ้ชานยอลว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่

พอรู้แบบนี้แล้วก็ไม่ค่อยกล้าจะเข้าไปในห้องวาดรูปสักเท่าไหร่ ไม่รู้ป่านนี้แบคฮยอนจะลืมหน้าเขาไปหรือยัง

 

“ ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆน้องยังไม่หายโกรธกูหรอก “

“ แล้วมึงจะทำยังไงต่อ ? “

คิมจงอินถามพลางหยุดยืนเพื่อรอฟังคำตอบ ชานยอลเองก็หยุดเพื่อหาคำตอบจากตัวเองเหมือนกัน

เรื่องนี้แหละที่เขาคิดไม่ตกมาหลายวันแล้ว

“ กูไม่รู้ แล้วกูควรทำยังไงว่ะ “

“ ........... “

“ ............... “

จงอินกับมินซอกต่างก็มองหน้ากันเงียบๆ รู้สึกได้ถึงความสับสนที่ไอ้โย่งมันมีอยู่ตอนนี้

“ ถ้าเป็นเมื่อก่อน มึงก็จะเฉยๆ เพราะไม่อยากยุ่งกับคนที่มึงไม่ได้สนใจ เพราะงั้นก็ปล่อยๆไปเหอะ น้องมันแค่มาช่วยงาน มึงก็ดูงานไปก็พอ ไม่ต้องยุ่งกันก็ได้ “

คิมจงอินให้คำแนะนำเพื่อนไป อย่างที่มันเคยทำบ่อยๆ

“ กูว่าไม่ใช่ว่ะ “ แต่ปาร์คชานยอลกลับส่ายหน้า หลังจากได้ยินคำแนะนำนั้น

“ ไม่ใช่อะไรวะ? “

“ ............ “

ชานยอลอยากจะตอบเพื่อนไปว่า เขาไม่เข้าใจตัวเองในตอนนี้เท่าไหร่ ตอนแรกที่เจอน้อง เขาเองก็สับสนกับตัวเอง ว่าควรจะทำตัวยังไงดี

จะเข้าไปขอโทษขอโพย แล้วง้องอนมันก็ดูแปลกๆ

จะทำตัวเฉยชา เหมือนคนไม่รู้จัก นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะทำ

 

            ยิ่งเห็นว่าน้องทำตัวกับเขาเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อนต่อหน้าไอ้จุน เขาก็ยิ่งอยู่เฉยๆไม่ได้ เอาแต่พาตัวเองไปยุ่งวุ่นวายกับน้องมันอยู่เรื่อยๆ

อย่างที่มาซื้อข้าวซื้อขนมวันนี้ ก็ไม่ได้ต่างจากวันก่อนๆที่เคยทำเลย

“ กูก็ไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่ะ “

“ เอ้า ..... “

 

            เสียงริงโทนโทรศัพท์ยี้ห้อยอดนิยมที่มีสัญลักษณ์แอปเปิ้ลแหว่งหลังเครื่องดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่สามหนุ่มเผชิญ ก่อนชานยอลจะหยิบขึ้นมารับสาย หลังจากที่มองแล้วว่าใครโทรมาหาเขา

“ ฮัลโหล “

( ชานยอล มึงอยู่ไหนอ่ะ )

“ กูอยู่กับไอ้จงอิน มินซอก ที่ห้างหน้า ม เนี่ย มีไร? “

ปาร์คชานยอลเดินถือโทรศัพท์คุยกับไอ้ประธานไปเรื่อย ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะโทรหาเขาทำไมกัน เดี๋ยวก็เจอกันแล้วแท้ๆ

( เออ ดีเลย มึงบอกไอ้มินซอกให้มาหากูที่คณะเดี๋ยวนี้เลย กูโทรไปแม่งก็ไม่รับ )

“ หือ มีอะไรว่ะ เดี๋ยวพวกกูซื้อของเสร็จก็จะเข้า ม กันอยู่แล้ว “

 

            แล้วจุนมยอนก็เล่าเหตุการณ์วุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นให้ชานยอลฟังแบบคร่าวๆ

“ เงินมันจะหายไปได้ไงว่ะ “

ชานยอลหัวเสียไม่น้อย ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะเรื่องนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบของเขาที่เป็นหัวหน้าฝ่ายฉาก

( กูก็ไม่แน่ใจ แต่เดี๋ยวจะไปเช็คกล้องวงจรปิดในห้องให้ บอกมินซอกรีบมาหากู ส่วนมึงกับไอ้จงอินก็รีบไปดูที่ห้องโถงเหอะ พวกน้องๆคงจะวุ่นวาย )

“ เออๆได้ กูจะไปเดี๋ยวนี้ “

( มึง ดูคยองซูกับแบคฮยอนให้ด้วยนะ เหมือนจะมีคนคิดว่าน้องมันอาจจะเป็นคนขโมยไป กูยืนยันแล้วก็ไม่ค่อยจะเชื่อกัน เฮ้ออ  )

“ อือ “

 

            หลังจากวางสายชานยอลก็รีบบอกมินซอกตามที่ไอ้จุนบอก ก่อนจะแยกย้ายกันไป มินซอกยืมรถเวสป้าของเขา

ส่วนเขากับจงอินรีบวิ่งไปขึ้นรถเก๋งของจงอิน เพื่อรีบไปที่ห้องโถงของฝ่ายฉากอย่างรวดเร็ว โดยที่ลืมเรื่องที่เพิ่งคุยกันก่อนหน้านี้ไปซะสนิท

ใครมันบ้ามาคิดว่าเจ้าเปี๊ยกของเขาจะเป็นคนขโมยกัน น้องไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย บยอนแบคฮยอนเองก็ด้วย หวังว่าเขาจะไปทัน ก่นที่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ

 

 

 

..........................

 

 

            เสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นมา เรียกความสนใจจากคยองซูและแบคฮยอนอีกครั้ง คราวนี้มันดังขึ้นมาเรื่อยๆ

จนพวกเขาเห็นคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนออกันอยู่ข้างนอกเมื่อกี้เดินเข้ามาในห้อง ถึงได้รู้ว่าทำไมเสียงถึงดังขึ้นกว่าเมื่อกี้

มีนักศึกษาผู้หญิงสองคนที่คยองซูจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่ เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนกับมีเรื่องจะพูด ซึ่งไม่น่าจะใช่เรื่องดีนัก ถ้าดูจากสีหน้าที่เกรี้ยวกราดที่มองเขาอยู่ตอนนี้

คยองซูจึงวางอุปกรณ์ลงก่อนจะหันหน้าไปสบตา โดยมีแบคฮยอนที่เจ้าตัวรีบวิ่งมายืนใกล้อย่างระแวดระวัง

นี่เขาไปเผลอทำอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย  ก็ไม่นะ

 

“ นี่ ฝีมือนายใช่มะ? “

พี่ผู้หญิงคนแรกว่า พร้อมกับยกมือมาชี้หน้าเขา

“ ครับ? พี่พูดเรื่องอะไรครับ “

“ หนอยย... อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย  “

“ .......... “  คยองซูได้แต่ยืนงง เขาว่าเขาก็ไม่รู้เรื่องจริงๆนะ

 

“ เงินของฝ่ายบัญชีหาย เงินที่เก็บในกระเป๋าเป้มันหาย นายต้องเป็นคนเอาไปแน่ๆ “

คยองซูได้แต่ยืนนิ่งๆ กับความงงที่ จู่ๆก็โดนกล่าวหาซะงั้น กลายเป็นแบคฮยอนที่เดินเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ เพราะดูเหมือนทุกคนพร้อมจะเข้ามาขย้ำเขาได้ตลอดเวลา

“ เดี๋ยวๆ พี่ อยู่ดีๆมาใส่ความกันอย่างงี้ก็ได้หรอ ? “

“ ......... “

 

ขโมยเงินหรอ เขาเนี่ยนะ?

“ ถ้าไม่ใช่พวกน้องแล้วจะเป็นใคร เงินนั่นน่ะ เด็กนิเทศทุกคนก็หามาด้วยกัน ใครมันจะขโมย แล้วพี่ก็เก็บใส่กระเป๋าอย่างดี ที่ๆวางไว้ก็มีแค่ในห้องนี้  “

“ นั่นสิ แล้วน้องก็กลับช้าเป็นคนสุดท้ายตลอด น่าสงสัยจะตาย หรือไม่ใช่? หะ “

 

“ เหอะ นี่ที่คิดว่าพวกผมจะขโมย คือเหตุผลแค่นี้หรอ? ให้ตาย “

แบคฮยอนดูเหมือนจะเริ่มโมโหขึ้นเรื่อยๆ จนคยองซูต้องจับแขนไว้

“ แบค ใจเย็นๆ “

“ เย็นอะไรว่ะ นี่เราโดนกล่าวหานะเว้ย “

คยองซูได้แต่พยายามดึงแบคฮยอนไว้ ก่อนที่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ เขาดึงแบคฮยอนให้ถอยไปอยู่ข้างหลัง ก่อนตัวเองจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับรุ่นพี่แทน หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว

 

“ พวกผมไม่ได้ขโมยเงินของใครทั้งนั้นนะครับ “

ได้แต่พยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด หวังว่าคนตรงหน้าจะฟังเขาบ้าง

“ เหอะ น้องนั่นแหละทำ “

“ พี่มีหลักฐานอะไร ถึงมั่นใจนักล่ะครับว่าผมเป็นคนทำ ? “

ดูเหมือนการพูดด้วยดีๆจะไม่ได้ผลแหะ

 

“ ก็คนที่อยู่ในห้องนี้ตลอด มีแค่น้องสองคน จะให้พี่คิดยังไง สารภาพมาดีกว่า ก่อนที่พี่จะต้องใช้วิธีอื่นง้างปากหัวขโมย “

 

            อีกด้านของประตู ร่างสูงของปาร์คชานยอลที่เพิ่งได้รับสายด่วนจากไอ้ประธานให้มาเคลียร์ ก็เพิ่งวิ่งมาถึง พร้อมกับคิมจงอิน ชายหนุ่มพยายามแทรกตัวเข้ามา ท่ามกลางบรรดาไทยมุงที่ล้อมรอบ

            พอเห็นว่าทุกคนต่างก็วางท่าคุกคามเจ้าเปี๊ยกของเขาอย่างหนัก ได้แต่หัวเสียและกำลังจะก้าวเข้าไปห้าม

 

“ ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำแบบนั้นนะครับ “  คยองซูยังคงพยายามอธิบาย

“ ก็แก้แค้น ที่พวกพี่เคยแกล้งเล็กๆน้อยๆ เพราะเรื่องชานยอลไง น้องคงแกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ลับหลังก็แอบมาแก้แค้นด้วยการขโมยเงิน เพราะมันจะทำให้พวกพี่เดือดร้อนไง ใช่ไหมล่ะ “

“ ........... “

 

            เสียงของผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าคยองซู ดังพอที่จะทำให้ชานยอลได้ยินคำพูดนั้นเต็มสองหู

สองขาของเขาได้แต่หยุดนิ่ง หลังจากประมวลผลคำพูดที่ได้ยินเมื่อสักครู่แล้ว

นี่มันหมายความว่ายังไง เปี๊ยกโดนแกล้งหรอ เพราะเขา?

 

“ คงจะเก็บกดล่ะสิท่า ได้ข่าวว่าโดนมาไม่น้อยนิ แต่กล้าดียังไง มาขโมยตังคนอื่นแบบนี้ หะ !

“ ผม ไม่ได้ขโมย “

“ หนอย ปากแข็งนักนะ โดนตบสักทีจะเป็นไง “

“ ............ “

 

            สิ้นเสียงนั้นคยองซูได้แต่หลับตาพร้อมรับน้ำหนักมือ พลางจับแบคฮยอนไว้แน่น ไม่ให้เจ้าตัวออกมาขวาง เพราะกลัวว่าเรื่องมันจะเลยเถิดไปกันใหญ่ จนกลายเป็นการทะเลาะวิวาท

ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิง เขาไม่อยากได้ชื่อว่าไอ้หน้าตัวเมียที่ทำร้ายเพศแม่ได้ลงคอ

แต่พอหลับตาไปสักพักแล้ว กลับไม่ได้รู้สึกเจ็บ หรือโดนตบแต่อย่างใด

 

“ พอได้แล้ว ..... “

“ ......... “

“ อย่าทำตัวอันธพาลสิ “

เสียงทุ้มที่เขาคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

เสียงของปาร์คชานยอลงั้นหรอ?

 

“ ชานยอล หลีกไปสิ. “

“ น้องไม่ใช่ขโมยหรอก “

“ ............ “  คยองซูค่อยๆลืมตาขึ้นมา

 มามองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้า แผ่นหลังของคนที่กำลังปกป้องเขา ผู้ชายตัวสูงที่ยืนทีก็บังเขาได้จนมิด กำลังจับข้อมือของพี่ผู้หญิงที่ขู่ว่าจะตบหน้าเขาเมื่อกี้ไว้อย่างแน่นหนา


“ น้องไม่ใช่คนแบบนั้น เรารู้จักน้องดี เพราะงั้น ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามาหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ เข้าใจไหม ? “

“ .............. “

คยองซูได้แต่ยืนมองการกระทำนั้นของชานยอลเงียบๆ

หลังจากนั้น เสียงของคนอื่นก็หายไปจากโสตประสาทของเขา เขาได้ยินแค่เสียงของปาร์คชานยอลเท่านั้น

เสียงที่บอกว่าเขาไม่ใช่ขโมย เสียงที่เชื่อมั่นในตัวเขา


“ ชานยอล! นี่นายกำลังปกป้องไอ้หัวขโมยนะ นั่นเงินของพวกเรานะชานยอล “

“ พอได้แล้ว !

“ ........... “ สิ้นเสียงตะคอก ทุกคนก็ยืนนิ่ง ชานยอลเองก็ต้องพยายามข่มความโกรธที่อยู่ตอนนี้อย่างสุดความสามารถ

 

“ ไอ้จุนมันกำลังไปเช็คกล้องวงจรปิด แล้วเราจะได้รู้กันว่าเงินมันหายไป หรือใครหน้าไหนที่มันเอาไป ไม่ใช่มายืนกล่าวหากันลอยๆแบบนี้ “

ชานยอลว่าพลางปล่อยมือที่กำข้อมือของเพื่อนไว้อย่างไม่อ่อนโยนเลยสักนิด


“ อีกอย่าง เงินนั่นมันหน้าที่ของเธอที่ต้องดูแล พอมันหาย แทนที่จะตามหา กลับมาพาลโทษคนอื่นไปทั่วแบบนี้หรอ นี่น่ะหรอสิ่งที่เธอควรจะทำตอนนี้ หะ!

“ ............ “

“ ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้ ก็ตั้งสติซะ แล้วไปรอดูความจริงว่าเงินนั่นมันหายไปได้ยังไง “

“ ก็ได้ “

ถึงจะไม่เต็มใจ แต่เธอก็ต้องยอมถอย เพราะสิ่งที่ชานยอลพูดออกมา มันเป็นเรื่องจริงที่เธอเถียงไม่ได้

 

            สิ้นเสียงนั้น ชานยอลก็กวาดตามองหน้าทุกคนที่กำลังยืนมุงดูกันโดยไม่มีใครคิดจะห้ามปรามเลย จนทุกคนเริ่มรู้สึกกลัว ถึงได้แยกย้ายกันออกไป

โดยมีจงอินเดินตามหลังออกไปคอยดูความเรียบร้อย ทิ้งไว้แค่ชานยอลกับเด็กศึกษาสองคน

ชานยอลหันกลับไปมองหน้าคยองซูที่กำลังจ้องเขาเงียบๆ



คยองซูเองก็รับรู้เพียงแค่ว่าทุกคนกำลัง ออกไปจากห้องนี้ รวมถึงพี่ผู้หญิงสองคนที่เคยยืนหาเรื่องเขาเมื่อกี้นี้ด้วย

รู้แค่ว่าเขาโดนแบคฮยอนดึงให้กลับไปยืนข้างหลังแทน

 

จากนั้นดูเหมือนว่าไอ้หมาแบคคงเดินไปด่าอะไรพี่ชานยอลสักอย่างที่เขาไม่รับรู้  ในสายตาของคยองซูตอนนี้มีแค่ปาร์คชานยอล ที่กำลังเดินเลี่ยงไอ้แบคเข้ามาหาเขา

“ เปี๊ยก เป็นอะไรหรือเปล่า? “ 

“ .............. “

ชานยอลจะพยายามโบกมือตรงหน้า เพื่อเรียกสติเขา  เขาว่าเขารู้ตัวนะ

ใจคยองซูมันเต้นตึกตัก เต้นแรงซะจนรู้สึกได้

และในตอนนี้ คยองซูก็ได้รู้ว่าเขาคงหนีความรู้สึกตัวเองไม่พ้นจริงๆซะแล้วล่ะ

คยองซูหนีปาร์คชานยอลได้ไม่พ้นแล้วจริงๆ



..................



หายไปนานเลย ขอโทษนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ แฮ่

คือเราพยายามเขียนตอนนี้อยู่หลายรอบมากๆ เปลี่ยนไปเปลื่อยนมา เพราะเขียนเสร็จแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ถูกใจเราสักที

เราเกือบเครียดเลยล่ะค่ะ 555555555

ข้อเสียของคนที่ยังเขียนไม่เก่งจริงๆนะคะเนี่ย

แต่ยังไงเราก็เห็นว่าคงจะยังมีคนคอยติดตามอยู่เลยฮึดเขียนมาจนจบบทนี้ได้สักที

ถ้าภาษาแปลกๆบ้างหรือพิมพ์ผิดตรงไหนก้แจ้งได้เลยนะคะ

เราจะได้เอามาปรับปรุงให้ดีขึ้น


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน 

โดยเฉพาะคนที่กดให้กำลังใจและคอมเมนท์นะคะ อ่านแต่ละเมนท์แล้วมีกำลังใจมากๆเลยค่ะ กราบงามๆๆ

เจอกันตอนหน้าน้าาาา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #35 Paewel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 04:57

    รออ่านฟิคเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ ไม่ทำให้ผิดหวัง ชอบพล็อตเรื่องมากๆ ภาษาก็ดี ตั้งใจเขียนต่อไปจ้า

    #35
    0
  2. #34 momylove78 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 14:52

    เราชอบการเขียนของคุณนะ. สู้ๆนะรออ่าน

    #34
    0
  3. #33 SnowWhite'N (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 10:52
    น้องคงจะชอบพี่ชานยอลเหมือนเดิม แล้วเมื่อไหร่พี่จะชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองคะ ทำดีหวังผลอีกคราวนี้คงจะไม่มีโอกาสที่สามอีกแล้วนะ น้องค่อยๆ เปิดใจแบบไม่รู้ตัวนี่น่ารักจริงๆ ยิ่งพี่ปกป้องถูกที่ถูกเวลาแบบนี้ คงจะยิ่งแพ้ พี่ก็รู้สึกตัวสักที

    เราชอบการเขียนของคุณนะคะ มีบางช่วงที่อาจจะดูรวบไปนิด แต่แค่นิดเดียวจริงๆ ภาษาอ่านง่ายและเข้าใจง่ายด้วย ลื่นมากเลยค่ะ สู้ๆ นะคะ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆ
    #33
    0
  4. #32 JnChAnSoO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 22:56
    คัมมแบคแล้วฮืออ รออยู่ตลอดเลยฮืมมมมม
    #32
    1
    • #32-1 happinessnitta(จากตอนที่ 5)
      18 มิถุนายน 2561 / 07:42
      😄😆😆😆😆😆
      #32-1
  5. #31 PEACHYBABY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 21:58
    อย่ามาใส่ร้ายน้องนะนังชะนี น้องไม่ได้ขโมย พี่ชานเค้านั่งยันนอนยันเลย /สู้ๆนะคะไรท์ ^^
    #31
    1
    • #31-1 happinessnitta(จากตอนที่ 5)
      18 มิถุนายน 2561 / 07:43
      ขอบคุณค่าาา ><
      #31-1