จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 7 : SIX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    5 ต.ค. 61

SIX

 

            โรงละครขนาดกลางของคณะนิเทศศาสตร์ ขณะนี้เต็มไปด้วยผู้ชมที่ซื้อตั๋วเข้ามาชมการแสดงจนเต็มทุกที่นั่ง บนเวทีมีเหล่านักแสดงที่กำลังทำการแสดงอย่างเต็มที่

บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ จากสิ่งที่ปรากฏในสายตาของคยองซู ต้องยอมรับเลยว่า ละครการกุศลประจำปีนี้ องค์ประกอบทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบ เห็นแล้วก็น่าชื่นใจแทนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซะจริง

 

แล้วคนวาดฉากอย่างเขากับแบคฮยอนนี่ จะนับเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยได้ไหมนะ

 

            เสียงปรบมือดังขึ้นทันที ที่เหล่านักแสดงและสต๊าฟ ออกมายืนโค้งเพื่อขอบคุณผู้ชมหลังการแสดงอันน่าประทับใจจบลง

วันนี้เป็นรอบสุดท้าย พวกเขาคงจะทั้งเหน็ดเหนื่อย และโล่งใจที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

คยองซูกับแบคฮยอนได้บัตรเข้าชมฟรี ในฐานะผู้ช่วยงานคนพิเศษ เขาได้ข่าวมาว่าบัตรขายหมดอย่างรวดเร็ว 

พี่จุนมยอนเลยขอโทษขอโพยยกใหญ่ ที่ต้องให้พวกเขารอมาดูในรอบสุดท้าย ที่เพิ่งเพิ่มมาทีหลังตามความต้องการของผู้ชม

 

            เขาได้แต่ยิ้มรับด้วยความเกรงใจ พอบอกจะซื้อเอง พี่แกก็ไม่ยอมท่าเดียว เลยต้องปล่อยเลยตามเลย

ก่อนหน้านี้ คยองซูก็เคยคิดเล่นๆว่าอยากจะไปแอบดูตอนที่นักแสดงซ้อมกันบ้าง เผื่อจะได้เห็นและเข้าใจเรื่องราวละครอย่างดีก่อนใคร

แต่เพราะช่วงหลังๆ ยิ่งใกล้วันแสดง ยิ่งมีปัญหาเข้ามาให้ต้องแก้ เขาเห็นหลายๆคน วิ่งวุ่นกันแทบจะทุกฝ่าย เลยไม่กล้าเข้าไปรบกวน

ประกอบกับตัวเขาเองกับแบคฮยอนก็ยุงยากไม่น้อยกับการตามเก็บรายละเอียดของงาน กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็เล่นเอาเหงื่อตกไปหลายวัน

พอทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จ ก็เพิ่งจะได้มาเหยียบที่คณะนี้อีกรอบก็วันนี้นี่แหละ

 

            ที่สำคัญ พอได้มาเห็นฉากหลังที่ตัวเองวาดเองกับมือ ตั้งตระหง่านอยู่บนเวทีด้วยตาตัวเองแบบนี้แล้ว เขาก็อดจะรู้สึกภูมิใจนิดๆไม่ได้

ไม่เสียแรงที่นั่งหลังขดหลังแข็งกับมันไปตั้งนาน

ไอ้หมาแบคก็คงไม่ต่างกัน เพราะตั้งแต่ตอนแรกที่เข้ามา มันนี่นั่งรัวชัตเตอร์ไม่หยุด แม้แต่ในตอนนี้ที่ม่านกำลังจะปิด มันยังนั่งยิ้มไม่หุบเลย ถึงจะตลกกับท่าทางของไอ้หมาบ้างนิดๆ แต่เขาว่าเขาก็เข้าใจดีนะว่ามันรู้สึกยังไง

 

“ ไม่คิดว่าพวกป๋าจะทำละครสนุกขนาดนี้นะเนี่ย “

แบคฮยอนพูดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินออกจากโรงละคร เพราะได้นั่งแถวหน้าๆ เลยเลือกที่จะนั่งรอสักพักให้คนอื่นๆทยอยออกกันไปก่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปเดินเบียดใคร

“ อือ สนุกดี “

คยองซูตอบไปสั้นๆอย่างที่ใจคิด ขนาดเขาได้ช่วยแค่นิดเดียวเอง ยังภูมิใจกับมันขนาดนี้ แล้วคนที่ทุ่มเทกับงานมาตลอดจริงๆจังๆ จะภูมิใจกับความสำเร็จนี้ขนาดไหนนะ

พอคิดถึงตรงนี้ หน้าใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัว

ใครบางคนที่หายหน้าหายตาไปเลย ได้ยินว่าช่วงหลังๆมานี้คงวุ่นมาก เพราะต้องเพิ่มรอบการแสดง ฝ่ายทีมฉากเลยต้องเตรียมงานกันเพิ่มมากมาย

เพราะอย่างนั้น เลยไม่ค่อยได้เจอกันเลย

 

            ถ้าเป็นเมื่อก่อนคยองซูอาจจะบอกกับตัวเองว่าโล่งใจ ที่ไม่ต้องเจอกัน แต่ในตอนนี้ มันยากเหลือเกินที่จะคิดแบบนั้น

ห้ามตัวเองไม่ให้มองหาปาร์คชานยอลได้ยากชะมัด

เขาล่ะเบื่อตัวเองจริงๆ

 

            สองเพื่อนซี้เดินกันไปตามทางออกเรื่อยๆจนเกือบจะถึงประตูทางออก พวกเขาก็ได้เจอกับรุ่นพี่จุนมยอนซะก่อน ซึ่งพออีกฝ่ายหันมาเจอพวกเขาพอดี ก็เดินยิ้มร่าเข้ามาหา

“ ไง ละครพี่สนุกไหม “

“ สนุกสิป๋า ฉากดีขนาดนั้น “ แบคฮยอนตอบกวนๆไปพร้อมยิ้มจนตาหยีให้คนเป็นพี่

 “ เว่อร์ละเกินนน หมั่นไส้ มานี่เลยมา “

พี่จุนว่าก่อนจะเข้ามารัดคอไอ้แบคไปกอดจนแน่น แล้วสองคนนั้นก็ดิ้นๆใส่กันไปมาอยู่สักพัก จนพี่จุนยอมปล่อยมือ พอเป็นอิสระ ไอ้หมาแบคก็รีบหลบมาอยู่ข้างหลังเขาทันที

โชคดีที่พี่จุนยอมหยุดเล่น ไม่งั้นคงยังวุ่นวายกันไม่จบแน่ๆ

 

“ นี่เด็กๆ เย็นนี้พวกพี่จะเลี้ยงฉลอง ไปด้วยกันสิ “

“ จะดีหรอครับ พวกผมไม่ใช่ทีมสต๊าฟสักหน่อย “ ผมตอบด้วยความเกรงใจ

“ ดีสิ เนี่ยพวกนั้นก็เพิ่งบอกให้พี่มาชวนไปด้วยกันนะ “ พี่จุนว่าพลางชี้ไปที่กลุ่มสต๊าฟที่ยืนกันอยู่ข้างหลังพี่เขา พอเห็นว่าเขากำลังมอง พี่ๆก็โบกมือให้กันใหญ่

หลังจากที่เกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน พวกพี่ๆก็ค่อนข้างให้ความเอ็นดูพวกเขาขึ้นเยอะ จนตอนนี้ก็ไม่ได้มองกันอย่างคนแปลกหน้าแล้ว

“ พวกนายช่วยพี่ตั้งเยอะ ก็ถือเป็นการเลี้ยงขอบคุณไง ถ้าไม่ไปนี่พี่เสียใจแย่เลยนะ “

“ ฟรีป่าวอ่ะป๋า “ เสียงแบคฮยอนถามออกมา

“ แน่นอนน กินฟรีตลอดงานนนน “ พี่จุนตอบก่อนจะวิ้งค์ให้ทีนึง เฮ้ออ เอาของฟรีมาล่อแบบนี้ ใครจะปฏิเสธได้ล่ะเนี่ย

 

            สุดท้ายก็ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ โดยเฉพาะแบคฮยอนที่ดี๊ด๊าตั้งแต่ได้ยินว่าฟรีตลอดงานแล้ว

เมื่อนัดสถานที่กับเวลาเสร็จเรียบร้อย พี่จุนก็แยกตัวไปจัดการธุระของแกต่อ

ส่วนคยองซู ก็โดนแบคฮยอนลากกลับหอไปนอนเอาแรงก่อนที่จะได้ไปกินเลี้ยงฉลอง

แบคฮยอนบอกว่า ต้องเตรียมตัวเตรียมกำลังให้ดี จะได้กินเยอะๆ

ถึงจะขำๆกับความคิดของมัน แต่คยองซูก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขาไม่ได้เห็นแก่กินหรอกนะ แค่อยากพักผ่อนนิดๆ แค่นั้นเอง

 

......................................

 

 

            สถานที่ที่พี่จุนมยอนนัดพวกเขาไว้คือร้านอาหาร ที่เป็นร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านข้าวปกติ ซึ่งก็ดีกับทั้งคนที่ต้องการจะเมาฉลองหรือกับคนที่อยากจะกินแค่ข้าวให้อิ่มท้อง

เวลาที่นัดไว้คือทุ่มนึง แต่เพราะพักผ่อนกันเพลินไปนิด คยองซูกับแบคฮยอนเลยมาสายนิดหน่อย

พอมาถึงก็เห็นว่ามีหลายคนที่มากันแล้ว ไม่ต้องหาใครให้วุ่นวาย เพราะพี่จุนบอกว่าวันนี้เหมาทั้งร้านเพื่อเลี้ยงฉลองกันโดยเฉพาะ

เห็นหลายๆคนจับกลุ่มกัน ตามความสนิทสนมหลายโต๊ะ แล้วก็เริ่มคิดหนักนิดหน่อยว่าเขาควรจะไปนั่งตรงไหนดี

 

“ น้องที่วาดฉากช่วยใช่ไหม “

คยองซูหันไปตามเสียง เห็นเป็นรุ่นพี่ผู้หญิงท่าทางใจดีคนนึง ที่เขาก็คุ้นๆหน้าอยู่ เลยพยักหน้าตอบไปว่าใช่

เหมือนพี่เขาจะรู้ว่าคยองซูกำลังลำบากใจเรื่องหาที่นั่ง เลยชวนคยองซูกับแบคฮยอนไปนั่งด้วย ที่โต๊ะริมกระจกของร้าน เขาก็ไม่ปฏิเสธ เพราะมองหาใครอื่นที่ตัวเองรู้จักไม่เจอ

ทั้งพี่จุน หรือ พี่ชานยอล

แต่คนหลังนี่แค่มองหาเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะกล้าไปนั่งด้วยอยู่แล้ว



โต๊ะในร้านค่อนข้างยาว โต๊ะๆนึงจึงมีที่นั่งเยอะ

แต่โต๊ะที่รุ่นพี่ผู้หญิงพาให้คยองซูกับแบคฮยอนเดินตามมานั้นยังมีคนนั่งแค่ไม่กี่คน สงสัยคงจะเป็นที่ของคนที่ยังมาไม่ถึงกัน

ตอนแรกก็แอบห่วงนิดหน่อยว่าจะอึดอัดไหม

แต่ระหว่างที่เดินมา แบคฮยอนก็สะกิดให้คยองซูมองไปอีกฝั่งของร้าน ที่มีคนกลุ่มนึงนั่งกันอยู่เกือบเต็ม ซึ่งเขาคุ้นหน้าเป็นอย่างดี

ก็คือคนที่เคยมีเรื่องกันคราวก่อน แต่จนตอนนี้ ดูเหมือนต่างคนก็ต่างอยู่ อย่างน้อยรุ่นพี่ผู้หญิงเหล่านั้น ก็ไม่ได้มาหาเรื่องเขาอีก คงจะถือว่าเลิกแล้วต่อกันไปแล้ว

งั้นวันนี้ก็เลี่ยงๆกันไป ก็น่าจะโอเคแล้วมั้ง เพราะนอกจากกลุ่มนั้น  คนอื่นๆในทีมงานเท่าที่

คยองซูรู้จักก็ไม่มีใครมีปัญหาหรือเขม่นใส่เขา

 

“ มาๆ นั่งเลยน้อง นี่ไอ้ประธานมันสั่งให้จองที่ให้เราสองคนโดยเฉพาะเลยนะ “

พี่คนนึงที่นั่งอยู่เอ่ยเรียกพวกเขาอย่างใจดี มิน่าล่ะ ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนมานั่ง ที่แท้พี่จุนก็จองไว้แล้วนี่เอง

“ โห อาหารเยอะอ่ะ “ แบคฮยอนรีบนั่งลงทันทีโดยไม่อิดออด แถมยังหันมาดึงๆคยองซูให้รีบๆนั่งลงสักที

“ ฮ่าๆ กินเลยๆ เต็มที่เลยไอ้น้อง “

“ งั้นผมไม่เกรงใจละนะพี่  ฮิฮิ “ แบคฮยอนยิ้มตาหยีให้พี่คนสวย ก่อนจะจัดแจงหาอาหารเข้าปากอย่างไม่เกรงใจจริงๆตามที่มันพูด เฮ้อ เขาล่ะยอมมันจริงๆ

 

“ คยองซูก็กินเยอะๆนะ เดี๋ยวพวกไอ้ประธานก็จะมาละ ไม่ต้องเกรงใจ “

“ ครับพี่ “ คยองซูตอบแล้วยิ้มให้รุ่นพี่ใจดีไป พอพี่แกเห็นว่าเขากับแบคฮยอนโอเคแล้ว ก็บอกแค่ว่าขอตัวไปหาเพื่อนก่อน

ซึ่งเขากับแบคฮยอนก็ไม่ใช่เด็กๆที่ต้องกลัวแปลกที่อะไรแบบนั้นแล้ว พอเริ่มปรับตัวได้ ก็ไม่ได้อึดอัดกับบรรยากาศรอบข้างเท่าไหร่

 

“ กินข้าวๆ มองอย่างเดียวมันไม่อิ่มนะเตี้ย “ แบคฮยอนว่าพลางยื่นช้อนที่ตักข้าวผัดจนพูนมาจ่อปากคยองซู หลังจากที่เห็นเพื่อนนั่งมองโน่นนี่ไปมา เหมือนกำลังมองหาใครอยู่นานสองนานแล้ว

“ อะไรเล่า “ คยองซูถลึงตาใส่ไอ้คนขี้แกล้งที่เอาข้าวมาจ่อปากเขา

“ กูสิต้องถาม ไมไม่กินข้าว เตี้ยก็เตี้ย กินเข้าไปเยอะๆดิ๊ จะได้โตไวไว “

คยองซูคิ้วกระตุกกับความกวนของไอ้หมา แหม นี่มันสูงกว่าเขากี่เซนต์กันเชียว เอาความมั่นใจมาจากไหนมาสั่งสอนเขาเรื่องส่วนสูง

 

“ น่ะๆ อย่าด่ากูในใจได้ปะ “

“ ไอ้บ้า “

“ เออ ด่าต่อหน้าอย่างนี้ค่อยดีหน่อย “ แบคฮยอนว่าก่อนจะยกนิ้วโป้งให้คำด่าของเขา

อืมมม เขาไม่รู้สึกผิดที่ด่ามันว่าบ้าแล้วล่ะ

พอโดนก่อนกวนเข้าบ่อยๆ คยองซูก็เลยต้องยอมกินข้าวให้ไอ้หมาเลิกยุ่งวุ่นวายกับเขา

 

“ พวกพี่ชานยอลน่าจะมาพร้อมกับป๋ามั้ง “

คยองซูแทบสำลัก จู่ๆไอ้แบคก็พูดออกมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ได้แต่รีบเคี้ยวข้าวในปาก ก่อนจะหันไปแหวใส่ไอ้หมาข้างๆ

“ อะไร? “

“ เอ้า ก็มองหาใครล่ะ “

“ เปล่า “

จะตาดีไปแล้วไหม คยองซูว่าเขาแอบๆมองดีแล้วนะ เห็นมันจ้วงข้าวกินเอาๆ ยังจะมีตามาสนใจกันได้อีก ไอ้แบคมันมีสามตาหรือไง

“ หึๆ “ แบคฮยอนเหมือนจะสนุกที่เห็นเขาเริ่มปฏิเสธเสียงต่ำ มันวางช้อนลง ก่อนจะเท้าคางนั่งจ้องหน้าเขาอย่างจับผิด

“ อย่าทำหน้าอย่างงั้นได้ไหม “ 

“ แบบไหนนน “ เจ้าตัวว่าก่อนจะยิ้มจนตาหยี นี่มันจงใจกวนตีนกันเห็นๆเลยนะแบคฮยอน

คยองซูเลยหลบตาก่อนจะสนใจอาหารตรงหน้าตัวเองต่อ ก็โดนมันจับได้ขนาดนี้แล้ว

เขาคงไม่ต้องอธิบายอะไรหรอก นิ่งๆไว้ดีกว่า ยิ่งพูดก็จะยิ่งเข้าตัว รู้ดีว่ายังไงๆก็โกหกแบคฮยอนไม่ได้อยู่แล้ว

แบคฮยอนเองเมื่อแกล้งเพื่อนตัวเล็กจนพอใจ  เจ้าตัวก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ต่อ ก็นะ ไอ้ท่าทางทำเป็นเงียบใส่นี่มันก็เป็นคำตอบชั้นดี ที่ยืนยันได้แล้ว ว่าที่เขาคิดนั้นถูกต้องทุกประการ

ถูกซะจนไอ้เตี้ยคยองซูเถียงไม่ออกเลย

หึ ใช่ว่าที่ผ่านมาจะดูไม่ออก แบคฮยอนแค่ไม่พูดออกมามากกว่า

ไม่ได้พอใจนักที่เพื่อนตัวเองจะไปอะไรๆกับคนที่เคยทำร้ายมันมาก่อนอย่างปาร์คชานยอล แต่เขาก็ไม่ได้ไม่พอใจ ยังไงนั่นก็ชีวิตมัน หัวใจมัน เขาคงไปตัดสินอะไรแทนมันไม่ได้

ทำได้แค่อยู่ข้างๆคอยเผือกเรื่องของมันต่อไปนี่แหละ

 

………………………

 

 

เฮลโหล เอเวอรี่บอดี้ เสียงที่มาก่อนตัวดังมาแต่ไกล ยังดีที่ตอนนี้เพลงในร้านยังเปิดแค่คลอเบาๆ ถ้าเปิดเพลงดังกว่านี้ จุนมยอนคงได้ตะโกนเหนื่อยเปล่าๆ

เมื่อการเปิดตัวด้วยการตะโกนเรียกความสนใจสำเร็จ บรรดาสิ่งมีชีวิตทุกคนในร้านต่างก็หันมามองที่จุนมยอนเป็นตาเดียวกัน

แหม ดีนะกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดหล่อมาพร้อมไว้แล้ว

 

ไง เด็กๆ พระเอกของงานมาแล้ววววววว

ฮิ้วววววว

ฮ่าๆ

ไม่รู้ว่าเสียงตอบรับจากหลายๆคนที่ดังขึ้นนั้น เพราะจุนมยอนเป็นพระเอกของงานจริงๆ หรือเพราะบรรยากาศมันพาไปกันแน่

แต่ดูเหมือนประธานตัวขาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เจ้าตัวยิ้มคิกคักอย่างอารมณ์ดีทันที ที่เห็นว่าทุกคนเอ็นจอยกับมุกเปิดตัวเว่อร์วังของเขาแค่ไหน

 

“ เชี้ย ไม่น่าเดินมาพร้อมมันเลย “

ด้านหลังมีสามหนุ่มที่เดินตามจุนมยอนมาติดๆ เมื่อได้เห็นการกระทำของไอ้ประธานตัวดี พวกเขาถึงกับหยุดพร้อมกันในทันที ก่อนที่คิมจงอินจะบ่นออกมา

“ กูบอกแล้วว่าให้ปล่อยมันเดินเข้าไปก่อน มึงก็ยังจะอยากเดินตามมัน เป็นไงล่ะ “ มินซอกบ่นต่อ พร้อมส่งสายตาคาดโทษไปให้ไอ้โย่งที่ระริกระรี๊จะรีบเดินเข้ามาในร้านตามตูดไอ้ประธานอย่างปาร์คชานยอล

ทั้งที่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าจุนมยอนมันชอบทำอะไรบ้าบอ

“ เออ เพื่อนรักมึงเนี่ย ทำกูอายรุ่นน้องละ “

ถึงมินซอกกับจงอินจะบ่นอย่างหัวเสียแค่ไหน แต่ดูเหมือนประโยคเหล่านั้นจะไม่เข้าหูชานยอลเลยสักนิด

ดวงตาคมสอดส่ายมองไปทั่วร้าน เพื่อหาคนที่เขาเพิ่งรู้จากจุนมยอนเมื่อกี้ว่าเจ้าตัวรับปากจะมา

ด้วยความที่เหนื่อยแทบตายกับการจัดการหน้าที่ของตัวเอง ในตอนแรกปาร์คชานยอลคิดจะขอบายกับการฉลองวันนี้แล้ว

แต่พอรู้ว่าเจ้าเปี๊ยกจะมา ความเหนื่อยที่มี มันกลับไม่มีความสำคัญให้เขาต้องใส่ใจเท่าความคิดของตัวเองในตอนนี้ ว่าเขาอยากเจอหน้าเจ้าเปี๊ยกมากแค่ไหน ต่อให้เหนื่อยมากกว่านี้ ชานยอลคิดว่าเขาก็ยังจะลากสังขารตัวเองมาไหวอยู่ดี

ก็ไม่ได้ไปกวนตั้งลายวัน คิดถึงชะมัด

 

หลังจากมองหาอยู่สักพัก ก็เจอคนที่ต้องการ เด็กหัวกลมๆที่นั่งอยู่กับเพื่อนซี้ของเจ้าตัวที่โต๊ะในมุมๆหนึ่งของร้าน แค่มองเห็นจากด้านหลัง เขาก็จำได้แล้ว

ปาร์คชานยอลไม่รอช้า ขายาวๆของเขาก้าวเดินไปที่โต๊ะนั้นด้วยความรวดเร็ว จนมินซอกกับจงอินมึนงง และเพิ่งจะได้รู้ว่าไอ้โย่งมันไม่ฟังที่พวกเขาคุยๆกันเลยนี่หว่า เห็นเพื่อนเดินจ้ำไปขนาดนั้นก็เลยทำได้แค่เดินตามไป

 

ชานยอลก้าวเดินไปด้วยใจที่เต้นรัว เพิ่งรู้ว่าการที่ไม่ได้เจอ ไม่ได้ไปก่อกวนคยองซูหลายๆวันนี้ มันจะทำให้เขาแน่ใจอะไรหลายๆอย่าง

โดยเฉพาะความคิดถึง ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เขาใจกล้าเดินหน้าไปหาเจ้าเปี๊ยก

ชานยอลเพิ่งแน่ใจ และตัดสินใจได้ เมื่อได้เจอคยองซูเดี๋ยวนี้เองว่า เขาจะไม่ยอมห่างคยองซูไปอีกแน่ๆ

“ เปี๊.... “

“ พี่ชานยอล “

ยังไม่ทันจะเรียกจบคำ ชานยอลก็โดนรุ่นน้องคนนึงที่สนิทกันเดินมาขวางทางไว้ก่อน

“ ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วนะเนี่ย “

“ หะ อ่อ มาดิ “ ถึงจะตอบรุ่นน้องอยู่ แต่เขาก็ยังไม่ได้ละสายตาไปจากแผ่นหลังนั้น ได้แต่คาดโทษในใจ ทำไมมึงต้องมาทักตอนนี้เนี่ย ไอ้น้องเวรรรร

“ ปะพี่ โต๊ะพวกเราอยู่โน่น ถ้าพวกมันเห็นพี่คงดีใจน่าดู ไปครับๆ “ ไม่ว่าเปล่า ไอ้เด้กเวรนี่ยังมาฉุดแขนเขา กะจะพาไปที่โต๊ะให้ได้

“ เอ่อ ... “ กูไม่อยากไปโว้ยย แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี

“ อะไรกันวะ “

“ อ้าวพี่มินซอก พี่จงอิน ไปนั่งโน่นกันพี่ “

เมื่อเห็นว่าน้องมันยอมปล่อยแขนเขาแลว ชานยอลก็เลยกำลังจะปฏิเสธไป ว่าเขาอยากจะไปนั่งกับไอ้เปี๊ยกของเขามากกว่า

 แต่เขาก็ดันเห็นว่าคยองซูหันกลับมามองทางที่พวกเขากำลังยืนอยู่พอดี ระยะห่างแค่ไม่ไกล คงจะได้ยินที่มีคนเรียกชื่อเขา

กำลังจะอ้าปากเรียก แต่อีกคนกลับรีบหันหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว จนเขาใจเสีย

หรือน้องมันไม่อยากเห็นหน้าเขาหรือเปล่าวะ นั่นมัน ไม่ดีกับเขาเลยแฮะ

พอเจออย่างนั้น ความกล้าที่จะเดินเข้าไปหาก็หายไป รู้ตัวอีกทีไอ้มินซอกก็มาสะกิดให้เขาหันหลังเดินไปที่โต๊ะอีกตัวกับพวกมันแล้ว

คงต้องขอเวลาทำใจให้กล้าอีกหน่อยละกัน

 

 

“ มากันแล้วนี่ “

“ อื้อ “ คยองซูตอบรับคำพูดของแบคฮยอนเบาๆไป จริงๆคือเห็นชานยอลตั้งแต่ที่อีกคนเดินตามหลังพี่จุนมยอนมาแล้ว

คนตัวสูงที่เดินมาพร้อมเพื่อนๆ ไม่แน่ใจว่ารีบจนไม่มีเวลา หรือจะขี้เกียจเองก็ไม่รู้ เจ้าตัวถึงได้มาในสภาพผมยุ่งเหยิง กับตาโหลๆที่ดูออกได้ทันทีว่าช่วงนี้คงยุ่งวุ่นวายจนหาเวลาพักผ่อนไม่ได้

จ้องได้แปปเดียวก็ต้องรีบหันกลับมาเพราะเห็นว่าอีกคนก็กำลังมองมาที่เขาพอดี

“ เป็นไรอ่ะ “ แบคฮยอนถามทันทีที่เห็นเพื่อนตัวเล็กหันกลับมาจ้องจานข้าวที่โต๊ะเขม็ง ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังทำตัวเป็นแมวแอบมองกิ๊กเก่าอยู่เลย

 “ เปล่า “

แบคฮยอนแบะปากทันทีที่ได้ยินเพื่อนตอบมาแบบนั้น คือแบบ อะไรคือเปล่าของมันว้า

อยากจะหยิบกระจกมาให้มันส่องดูหน้าตัวเองตอนนี้ว่าเป็นยังไง

ไอ้หน้าหงอยๆเหมือนคนผิดหวังสุดๆนี่ มันใช่ความหมายเดียวกับคำตอบว่า เปล่าของมันตรงไหนกัน แบคฮยอนไม่เข้าใจ

“ เฮ้ออออ “ ว่าแล้วก็ถอนหายใจใส่มันแรงๆไปทีนึง

“ อะไร “

“ เปล๊า กูสบายดี “ ตอบพร้อมกับทำหน้าเบื่อโลกสุดชีวิต

“ เนี่ย ได้มานั่งฟังเพื่อนปากแข็งใส่กูก็ยังโอเคดี ไม่หมั่นไส้มันเลยยยย กูสบายดีมากมากกกก “   

คยองซูได้แต่นั่งมองความเล่นใหญ่ของเพื่อนตาปริบๆ

“ ไม่เชื่อกูล่ะสิ เออ เมื่อกี้กูก็ไม่เชื่อมึง “

“ ก็กูไม่รู้จะพูดยังไงนี่หว่า “ คยองซูอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา

“ ตอบตามความรู้สึกมึงตอนนี้ไง หืม ไหนบอกพี่แบคสิ ว่าเป็นอะไรรรร “

แบคฮยอนได้แต่มองคยองซูที่ก้มหน้า เหมือนกำลังคิดเรียบเรียงคำพูดอย่างหนัก

“ กู ....... “

แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรก็มีเสียงดังโหวกเหวกโวยวายมาจากเวทีซะก่อน ตัวต้นเหตุก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากประธานตัวขาวเจ้าเก่าเจ้าเดิม

พี่แกเล่นปิดเพลง แล้วครองไมโครโฟนคนเดียวเพียวๆ

จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ดีในการพูดขอบคุณทุกคนไปเรื่อย โดยมีเสียงเฮฮาจากเพื่อนๆน้องๆทีมงานตอบรับอย่างรู้หน้าที่

งานเลี้ยงก็ยังคงบรรยากาศเฮฮาอย่างนั้นไว้ เพราะหลายๆคนก็เริ่มจะกรึ่มๆจากฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ที่ดื่มกันไปพอสมควรแล้ว

ไม่เว้นแม้แต่ไอ้หมาแบคที่นั่งอยู่ข้างๆเขา

ตอนนี้สภาพมันใกล้จะพูดไม่รู้เรื่องเต็มทน อีกนิดนึงคยองซูควรจะต้องแบกมันกลับหอแล้วล่ะ ก่อนที่มันจะเรื้อนไปมากกว่านี้

 

มองไปที่โต๊ะตัวหน้าเวที ก็ได้เห็นคนเมาฟุบหลับกันหลายคน ยังเหลือผู้รอดชีวิตอีกบางส่วน หนึ่งในนั้นก็คือคนที่อยู่ในสายตาคยองซูตอนนี้

ปาร์คชานยอลยังคงนั่งดื่มกับเพื่อนได้สบายๆ จากที่สังเกตเหมือนเขาจะแค่จิบทีละนิด คงไม่ได้ตั้งใจจะเมาสุดเหวี่ยงมั้ง

เฮ้อ

คยองซูได้แต่ปลงตกกับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ไม่ได้คุยกันตั้งนาน แต่ตอนนี้มีแต่เขานี่แหละที่คอยแต่จะแอบมอง แอบจ้องอีกฝ่ายจนเพลินโดยไม่รู้ตัว

ไม่นึกถึงกันบ้างหรือไง หรือมีแต่เขาที่นึกถึงไปแค่คนเดียว คนใจร้าย

นั่งบ่นในใจได้สักพัก จู่ๆชานยอลก็หันหน้ามาสบตากับเขาพอดี จนเขาอึ้ง

ก่อนจะรีบหลบตาอีกฝ่ายก่อนที่จะโดนจับได้ หรือโดนแล้ว โอ้ยย ไม่นะ

 

ได้แต่ภาวนาไม่ให้ชานยอลคิดอะไร

“ เปี๊ยก “

แต่เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างหลังก็ดับฝันของเขาไปสิ้นเชิง พอหันไปมองก็เจอกับชานยอลตัวเป็นๆยืนอยู่

“ วันนี้พี่จะส่ง อย่าเพิ่งหนีกลับนะครับ “

หือ อันนี้คือคำขอหรือคำสั่งเนี่ย คยองซูได้แต่มองคนพูดด้วยความมึนงง แต่ก็ไม่ได้รับคำอธิบายอะไรมากไปกว่านั้น ชานยอลไม่รอให้เขาตอบตกลงด้วยซ้ำ พอพูดเสร็จเจ้าตัวก็เดินกลับไปอย่างรวดเร็ว เร็วชนิดที่ว่าเขากระพรบตาสองที เจ้าตัวก็หายลับไปจากสายตาแล้ว

ทิ้งให้คยองซูนั่งมึนอยู่กับตัวเองต่อ ก่อนจะคิดหนักว่าเขาควรจะทำยังไงดี

“ ฮื่ออออ แค่กๆ “ เสียงไอเพราะสำลักของแบคฮยอนดึงความสนใจคยองซูมาก่อนที่จะได้คิดอะไรต่อ

“ มึงไหวไหม จะกลับเลยป่าว “ คยองซูสะกิดถามด้วยความเป็นห่วง

“ ฮื่ออออ “

มองดูเพื่อนแล้วคยองซูก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าควรจะกลับได้แล้ว แล้วต้องบอกชานยอลไหมวะ

ไม่ละกัน คิดๆดูแล้วเขาก็ยังไม่พร้อมเท่าไหร่

“ ปะมึง กลับกัน “ สะกิดให้แบคฮยอนรับรู้ก่อนจะพยายามดึงตัวมันขึ้นมา

“ ฮื่ออ กลับไงอ่า “

“ แท็กซี่ไง “

ตอบมันไปก่อนจะสอดตัวเองเข้าไปแบก ไอ้คนเมาที่เริ่มตัวอ่อนยวบ จนแทบจะยืนไม่ได้

“ คยองซู “ แบคฮยอนทิ้งน้ำหนักลงมาที่เขามากเกินไปจนคยองซูแบกไม่ไหว ไอ้บ้านี่ ทำไมไม่ให้ความร่วมมือเลยว่ะ มึงตัวหนักนะเว้ย

“ อะไรอีก ลุกเร็ว จะได้กลับบ้าน “

“ มึง ม่ายย รอพี่ชันยอลมันอ่อ “ ไอ้หมาแบคพูดอู้อี้ออกมา

“ ..... “

“ อยากเจอเขาก็รอเขาดิว่ะ จะหนีอีกทำมายยย “

กูกลัวใจตัวเองไงแบค นี่แหละถึงต้องหนีก่อนอ่ะ

“ ช่างกูเถอะน่า ไป กลับ “

เลือกที่จะตัดบทเรื่องนี้ก่อนจะเข้าไปพยุงมันใหม่ แต่แบคฮยอนก็ยังดื้อกับเขา มันหลบเขาไปมาทั้งๆที่ตัวโงนเงน พอเขาหยุดเพื่อที่จะดูท่าทีมันก่อน มันดันยิ้มให้แวบนึงก่อนจะตะโกนซะลั่นร้าน

“ พี่ชานยอลโว้ยยย คยองซูมันจะกลับแล้ว ไปส่งหน่อยดิ๊!

“ ไอ้เชี้ยแบค “

คยองซูลนลานทันที่ที่ได้ยินว่ามันตะโกนเรียกใคร กว่าจะได้สติไปปิดปากมันไว้ แต่ก็ไม่ทันแล้ว

ในเมื่อตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ในร้าน ถ้าใครไม่หูหนวกก็คงจะได้ยินเสียงตะโกนดังๆนั่นกันชัดเจนทุกคำ ไอ้เพื่อนเชี้ย หางานให้อีกแล้ว

 

บรรยากาศในร้านงียบกริบทันทีที่เสียงตะโกนของแบคฮยอนจบลง ชานยอลแทบจะสำลักเหล้า

แต่ก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นยืนและเดินไปหาคยองซูทันที ที่ประมวลผลคำพูดของแบคฮยอนได้

ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน

ชานยอลก้าวไปหาแบคฮยอนที่นั่งยิ้มตาเยิ้มอยู่ที่โต๊ะ โดยมีคยองซูนั่งเอามือทั้งสองปิดหน้าไว้ คงจะทำตัวไม่ถูกที่โดนเพื่อนตัวเองตะโกนให้เขาไปส่งซะลั่นร้าน

ได้แต่ยิ้มให้ท่าทางนั้นของไอ้เปี๊ยกด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่คนเป็นน้องเบาๆ จนเจ้าตัวเงยหน้ามามอง

“ ปะ กลับบ้านกัน “

คยองซูไม่ได้ตอบอะไรเขากลับมา น้องยืนขึ้น ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาผู้คนในร้านที่กำลังมองที่เราสามคนเป็นตาเดียว

ชานยอลหันไปหิ้วปีกแบคฮยอนขึ้นมา ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปจับแขนคยองซูให้เดินออกมาด้วยกัน

ก้มหน้าซะขนาดนี้ ถ้าไม่จูง ก็กลัวจะไปเดินชนโต๊ะซะก่อน

 

 

...................................

 

บรรยากาศบนรถเงียบกริบ ชานยอลขับรถไปเงียบๆ คยองซูเองก็ทำตัวเป็นผู้โดยสารที่ดี ไม่ส่งเสียงรบกวนสมาธิคนขับเลยสักแอะ

ส่วนแบคฮยอน หลังจากที่ถูกชานยอลโยนเข้าเบาะหลังเจ้าตัวก็หลับไปทันทีราวกับปิดสวิตซ์

ไม่ได้รับรู้เลยว่าตัวเองสร้างเรื่องอะไรไว้

ชานยอลลอบมองคนที่นั่งข้างๆเป็นระยะ ดูเหมือนน้องจะผ่อนคลายขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแล้ว กลับกลายเป็นเขานี่แหละ ที่กำลังคิดหนัก

ก็นะ เขามีเรื่องมากมายที่คิดอยากจะพูดกับคยองซู แต่ก็ไม่มีโอกาสจะได้พูดสักครั้ง

ถึงได้ตั้งใจเป็นพิเศษว่ายังไงๆ วันนี้เขาก็ต้องพูดให้ได้

เลยต้องนั่งขับรถไปด้วย เครียดหนักไปด้วยอย่างนี้ พอกะจะหันไปชวนคุย ก็เห็นว่าเจ้าเปี๊ยกของเขากำลังหันหน้าไปมองนอกกระจกรถจนคอแทบเอียงแบบนั้นแล้วก็ได้แต่หยุดปากตัวเอง

กลัวจะทำให้เสียบรรยากาศเข้าไปใหญ่

เอาว่ะ รอลงรถค่อยขอคุยแล้วกัน

 

เมื่อถึงหอพัก ชานยอลกับคยองซูก็ช่วยกันแบกคนเมาขึ้นห้องอย่างทุกลักทุเล ไม่ใช่ว่าแบคฮยอนหนักเกินไป แต่มันเป็นเพราะคนแบกสองคนกำลังรู้สึกประหม่าเวลาที่ต้องใกล้กันนี่แหละ

พอจัดการเสร็จ ก็เหลือกันแค่สองคนแล้ว ชานยอลคิดหนักมากว่าควรจะชวนคุยด้วยประโยคไหนก่อนดี

เลยกลายเป็นยืนกันนิ่งๆอยู่สงคนหน้าหอพัก เขาอ้าปากจะพูดแต่ก็รู้สึกว่าไม่ดีก็เลยต้องหุบ เป็นอย่างนั้นอยู่หลายรอบ จนคยองซูน่าจะสังเกตเห็น

“ ถ้ายังไม่อยากกลับ “ ชานยอลมองคยองซูทันทีที่คนตัวเล็กเอ่ยปากพูด

“ ไปนั่งตรงม้านั่งตรงนั้นก่อนไหมครับ “ เจ้าตัวว่าก่อนจะชี้ให้เขาหันไปมองม้านั่งตัวนึงที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆหอพัก โล่งใจที่น้องไม่ได้เอ่ยปากไล่ให้เขากลับไปก่อน อย่างที่นึกกลัว

เขาจึงพยักหน้าตอบตกลง แล้วเดินตามหลังคยองซูไปนั่งอย่างว่าง่าย


เมื่อได้มานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ที่มีลมเย็นๆพัดผ่าน รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ ใจเขาก็เริ่มรู้สึกสงบขึ้นมาบ้าง

“ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอเลยนะเป็นยังไงบ้าง “ ชานยอลเริ่มบทสนทนาที่คิดว่าดีที่สุด

“ ก็ดีครับ พี่ล่ะ “ น้องตอบออกมาสั้นๆตามสไตล์ของเจ้าตัว ก่อนที่เขาจะอดกลั้นยิ้มไม่ได้ เมื่อน้องถามกลับ มันเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหมนะ

“ ก่อนหน้านี้ก็ยุ่งๆนะ แต่จบงานนี้แล้วก็คงสบายตัวขึ้นเยอะ “ ตอบไปอย่างที่ใจคิด

“ ครับ ก็พอจะดูออกอยู่นะว่าพี่คงยุ่งมาก “

“ หือ “ คยองซูพูดแล้วยิ้มขำใส่เขา จนเขานึกว่าหูฝาดไป ได้แต่สงสัยว่าอะไรที่ทำให้น้องขำ

มองไปที่คนพูด เจ้าเปี๊ยกก็ทำแค่ยิ้มใส่ จนเขาต้องเกาหัว

“ อย่าเกามากสิครับ แค่นี้ผมพี่ก็ยุ่งจนจะเป็นรังนกได้อยู่แล้วนะ “

เท่านั้นแหละ ปาร์คชานยอลถึงได้รู้ว่าอะไรที่ทำให้น้องนั่งขำเขา ก็จริงอย่างที่น้องว่า สารภาพตามตรงเลยว่าไม่ได้สระผมมาหลายวันแล้ว หวังว่าหัวเขาจะไม่เหม็นมากนะ ไม่งั้นอายน้องมันตายเลย

 

“ รีบมากหรอครับ ทำไมถึงได้กระเซอะกระเซิงมาขนาดนี้ “

“ ก็ รีบนะ “ ชานยอลรู้สึกผ่อนคลายมากๆกับบทสนทนาที่ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ เขารู้สึกได้ว่าทั้งตัวเองและคยองซูก็ไม่ได้อึดอัดมากอย่างก่อน

ตอนนี้เจ้าเปี๊ยกกำลังจ้องเขาตาแป๋ว คงกำลังรอฟังคำตอบที่เขายังตอบไม่จบ

“ ตอนแรกพี่จะไม่ไปน่ะ แต่ไอ้จุนเพิ่งมาเล่าให้ฟังว่าเราจะมา พี่ก็เลยออกมาเลย ไม่ทันได้เตรียมตัวอะไร กลัวไม่ทัน “  

พูดจบก็หันไปมองปฏกริยาของคนฟัง คยองซูไม่ได้หลบตา แต่กำลังมองเขา มองเหมือนกำลังค้นหาว่าที่เขาพูดไปนั้นเป็นความจริงแค่ไหน

“ พี่อยากเจอเรานะ “ เขาเลยพูดออกไปเพื่อยืนยันความหนักแน่นของตัวเอง

“ มีหลายเรื่องที่พี่อยากจะพูดมาตลอด แต่ก็ไม่ได้พูดสักที “

“นั่นสิครับ เหมือนนานมากเลยที่ไม่ได้มานั่งคุยกันแบบนี้ “ คยองซูพูดพร้อมกับเหม่อมองไปไกล ถึงอดีตที่เขาคิดอยากจะลืม แต่บรรยากาศแบบนี้ที่ได้นั่งคุยกัน มันก็พัดพาเอาความทรงจำเหล่านั้นกลับมาชัดเจน

 

ชานยอลเองก็จมอยู่กับความคิดเรื่องเก่าๆ เรื่องที่ทำให้เขากับคยองซูต้องมานั่งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะนิสัยไม่ดีๆของตัวเอง

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ทำ แต่คนเราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แล้วถ้าเขาจะขอแก้ไขอดีตที่ทำร้ายความรู้สึกของคยองซูในตอนนี้ มันยังจะทันอยู่ไหมนะ

“ คยองซู “ เอ่ยปากเรียกชื่อน้องด้วยใจที่เต้นแรง มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องแก้ไขเรื่องที่เกิดจากพฤติกรรมของตัวเอง

คยองซูหันมามองเขาช้าๆ ตาโตๆคู่นั้นกำลังจ้องมองเขา

“ พี่ขอโทษ ...... “

“ ........ “

“ พี่ขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา พี่ไม่ดีเอง ที่ไปทำกับเราแบบนั้น พี่ขอโทษนะ “

สามคำที่ปาร์คชานยอลต้องใช้ความกล้ามากมายพูดออกไป ในที่สุดเขาก็พูดมันออกไปแล้ว

เขาไม่รู้ว่าจะต้องชดใช้ยังไงหรือคำพูดแบบไหน เท่าที่เขาคิดได้ ก็มีแค่คำขอโทษจากใจนี่แหละที่อยากจะพูดออกมาให้น้องฟังตลอด

คยองซูยังคงมองเขานิ่งๆจนเขาใจเสีย

“ ผมไม่เคยโกรธพี่หรอก ไม่เป็นไรครับ “ น้องพูดก่อนจะยิ้มให้เขา

ชานยอลได้แต่นั่งมองรอยยิ้มนั้นด้วยใจที่เต้นรัว เขาทั้งดีใจที่น้องไม่โกรธ แถมยังเป็นครั้งแรกในรอบปี ที่เขาได้รับรอยยิ้มนี้กลับมา

รู้สึกเหมือนได้รับแรงใจมหาศาล ความกล้าที่มีมาจากไหนก็ไม่ทราบจึงผลักดันให้เขาพูดอีกเรื่องที่คิดอยู่ในใจมาตลอด

ตั้งแต่ที่ไม่ได้เจอกัน เขาก็เอาแต่ซึม และรู้ใจตัวเองได้ทันที ว่าคิดยังไงกับเจ้าเปี๊ยก

การไม่ได้ไปกวนใจ หรือได้เห็นหน้าน้องใกล้ๆเพราะกลัวน้องจะรำคาญ บวกกับความยุ่งวุ่นวายของตัวเองมันทำให้ปาร์คชานยอลคนนี้ทรมานด้วยความคิดถึงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว


“ แล้วก็ “

“ ครับ? “ 

ยิ่งมองกันยิ่งประหม่า แต่ชานยอลจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปไม่ได้ วันนี้เขาต้องชัดเจนกับความู้สึกของตัวเอง และแสดงให้คยองซูรับรู้มันให้ได้

 

“ พี่อยากจะ.... “

 

“ ขอโอกาสให้เราได้กลับมาคบกันอีกจะได้ไหม “


ในที่สุดก็พูดออกไปแล้ว ความรู้สึกที่กดทับในใจชานยอลก็หายไปทันที เมื่อได้พูดสิ่งที่อยู่ข้างในออกไปหมด เขาก็รู้สึกโล่งมากๆ

เหลือแค่รอลุ้นคำตอบจากปากของคยองซูแล้ว ว่าจะตัดสินใจยังไงกับความรักของเขาครั้งนี้

มองน้องที่ดูเหมือนจะอึ้งไปนิดหน่อย

แต่เขาไม่คิดจะเร่งรัดอะไร ยังคงรอคอยคำตอบอย่างจดจ่อ

 

หลังจากเงียบกันไปสักพัก คยองซูก็หันกลับมามองหน้าเขา


น้องค่อยๆส่ายหน้าช้าๆ ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเจื่อนๆอยู่ 

 

“ ไม่ครับ “


คยองซูตอบออกมาแค่นั้น

แล้วปารคชานยอลก็ได้รู้ว่าความทรมานที่เกิดจากความคิดถึงก่อนหน้านี้ที่เขาเจอมา

มันเทียบกับความรู้สึกเจ็บในตอนนี้ของเขาไม่ได้สักนิด





.................................



มาลงให้ครบแล้วนะคะ

ขอโทษมากๆนะคะที่ให้รอนาน ใจจริงๆของเรานี่อยากจะเขียนลงวันละตอนซะด้วยซ้ำ

แต่พอจะเขียนทีไรมันก็ไม่ได้สักที

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ

ตอนนี้มีคนกดเฟบฟิคเรา 111 คนแล้ว ดีใจมากๆเลยค่า

ขอให้ทุกคช่วยอยู่รอไรต์เตอร์ที่เขียนช้าเป็นเต่าคนนี้จนจบไปด้วยกันน้าาาา อย่าเพิ่งทิ้งเค้า

เจอกันตอนหน้าคะทุกคน


ปล. ถ้าใครเจอคำผิดหรือคำพูดที่แปร่งๆ แจ้งเราได้นะคะ จะได้แก้ไข ขอบคุณค่าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #47 piyado43 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 16:44

    สู้ๆนะคะ

    #47
    0
  2. #46 Charlotte__ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:22
    สู้ๆนะคะไรท์ พี่ชานกับคยองก็สู้ๆด้วยนะคะ
    #46
    0
  3. #45 Loey0110 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:57
    สู้ๆนะคะ
    #45
    0
  4. #44 Riyachoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:55

    สู้ๆนะคะ
    #44
    0
  5. #43 JnChAnSoO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:43
    ตัดสินใจเด็ดขาดมากลูก5555555
    #43
    0
  6. #42 piyado43 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 08:29
    สู้ๆค่าาา
    #42
    0
  7. #41 arisa_2155 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 22:46

    รอน้าาาไรท์สู้ๆ
    #41
    0