จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 4 : THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    29 เม.ย. 61

THREE

 

 

 

“ เชี้ยเอ้ยยยยยยยย นี่เรียนครูหรือเรียนจิตวิทยากันแน่วะคยองซู “ 

เสียงโวยวายมาจากเจ้าเก่าเจ้าเดิม วันนี้หลังเรียนคาบวิชาจิตวิทยาสำหรับครูเสร็จ แบคฮยอนไม่ได้มึนจนง่วงเหมือนปกติ แต่กำลังอยากจะบ้าตาย กับทฤษฎีล้านแปดข้อ ที่เขาได้เจอมันในคาบเรียนวันนี้

ไม่สิ ทุกคาบนั่นแหละ น่าเบื่อที่สุด!

“ กูนี่แบบไม่โอเคเลยเว้ยมึง อยากจะบ้าตาย “ แบคฮยอนยังบ่นไม่หยุด หันไปเขย่าตัวไอ้เพื่อนรักอย่างคยองซู ที่ดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรอย่างหมั่นไส้ “ มึงเข้าใจกูป่ะ คยองซู เพื่อนมึงกำลังลำบากเลยน้าเว้ย เนี่ยๆ ปวดหัว ๆๆๆ” 

 

แบคฮยอนยังคงบ่นไปเรื่อยๆ  ตบท้ายด้วยการเลื่อนมือเรียวๆ ขึ้นไปกุมแก้มกลมๆของคยองซูไว้ พร้อมกับบีบมันเล่นเบาๆแก้เซ็ง โดยไม่เกรงกลัวผลที่จะตามมาเลยสักนิด

เขาไม่สนหรอก จิตวิทยาเมื่อกี้มันทำแบคฮยอนเสียสติไปแล้ว

 

            แล้วคยองซูก็มอบตัวช่วยที่คุ้นเคยให้เพื่อนรักไปทันที

 

ผั๊วะ!!

 

            เสียงฝ่ามือป้อมๆของคยองซูที่กระทบบนหัวบยอนแบคฮยอน ลูกตบเรียกสติที่เขาคุ้นเคยดี สึส คยองซู กู เจ็บ.......

 

 “ ดีขึ้นยัง? หื้ม “ เจ้าของฝ่ามือถามคนโดนตบด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน แบบที่ชวนให้คนฟังขนลุก ว่าถ้าแบคยอนยังไม่หายบ้า คยองซูจะได้ตบช่วยอีกสักหลายๆที

เจ้าหมาไม่มีทางเลือก เขาต้องรักษาสมองที่มีอยู่ให้ไม่ช้ำไปกว่านี้ จึงพยักหน้าพร้อมกับยิ้มแป้นให้เพื่อนจนปากเป็นสี่เหลี่ยม ที่เจ้าตัวคิดว่ามันโคตรจะตลก

ช่ายยย มันต้องตลกมากแน่ๆ คยองซูถึงได้นั่งขำเขาซะขนาดนั้น หึ้ยยยยย

 

ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ

            เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ของคยองซู เรียกความสนใจของทั้งสองให้มอง คยองซูหยิบขึ้นมาดูข้อความที่โชว์ให้เห็นบนหน้าจอโดยที่ไม่ต้องปลดล็อคเข้าไปดู เพราะเขาไม่ได้คิดจะตอบข้อความกลับไปให้คนที่ส่งมาอยู่แล้ว

            คนที่จะส่งอะไรมาหาเขาช่วงนี้น่ะ เดาได้ไม่ยากหรอก ตัดไอ้หมาที่นั่งอยู่ต่อหน้าไปแล้ว มันก็เหลืออยู่แค่คนเดียวนั่นแหละ

( วันนี้ไม่ว่าง อดเจอเลยแฮะ พี่ฝากพวกสต๊าฟเตรียมของไว้ให้แล้วนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกพวกนั้นได้เลย โอเคนะครับ )

 

            อ่า วันนี้เขาคงจะไม่ต้องทนอึดอัดสินะ เพราะเมื่อคืนนั่งสมาธิแล้วอธิษฐานหรือเปล่าเนี่ย วันนี้ถึงได้ไม่มีปาร์คชานยอลมายุ่งวุ่นวายกับเขาได้  วันนี้ก่อนนอนต้องอธิษฐานหนักๆแล้วล่ะ

            คยองซูเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

“ อะไรอ่ะ ถูกหวยอ่อ? “ 

            เกือบจะดีแล้วเชียว ลืมไปว่ายังมีไอ้หมาอยู่ เลยเงื้อมือเตรียมฟาดมันอีกสักรอบ ก่อนแบคฮยอนจะวิ่งหนีเขาไป

“ ย่าห์ อย่าทำร้ายกันดิ นี่เพื่อนนะเห้ย “

“ ก็เพื่อนมันกวนตีนไง “ คยองซูตอบก่อนจะหยุดยืนนิ่งๆ

 

            แบคฮยอนเห็นว่าเพื่อนเงียบไปเลยหยุดบ้าง แล้วชูมือทั้งสองข้างขึ้น เป็นเชิงว่ายอมแล้ว กูเหนื่อย ก่อนคยองซูจะพยักหน้าให้เขา แล้วเจ้าตัวก็หยิบเป้ขึ้นสะพายเตรียมตัวเดินไปหาข้าวกินกัน

“ ปะเหอะ เดี๋ยวจะไปโน่นสาย “

“ เออๆ “ พยักหน้าให้มันก่อนจะรีบหยิบเป้ตัวเองขึ้นมาบ้าง เพราะไอ้ขาสั้นๆของอีกคนมันดันเดินไม่รอกันนี่สิ คยองซูรอพี่แบคโด้ยยย

 

............................

 

 

            สองเพื่อนซี้กอดคอกันเดินมาถึงหน้าตึกนิเทศศาสตร์ ด้วยความเร่งรีบ วันนี้เหมือนอากาศจะอบอ้าวเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีแดด แต่ก็เรียกเหงื่อได้อยู่พอสมควร

เพราะรู้ว่าวันนี้จะปลอดภัยจากการก่อกวนใจจากปาร์คชานยอล คยองซูเลยเดินยิ้มแป้นเข้าในตึกเพื่อไปห้องสำหรับวาดรูปอย่างอารมณ์ดี 

 

            ก่อนหน้านั้นชานยอลได้ส่งรายละเอียดห้องที่จะใช้เป็นสถานที่ทำฉากไว้แล้ว พวกเขาเลยเดินกันได้ไม่ต้องกลัวหลง

เดินกันไปเรื่อยๆจนถึง ห้องโถงใหญ่ที่ค่อนข้างกว้างกว่าห้องเรียนปกตินิดหน่อย เปิดประตู้เข้าไปก็เจอกับบรรดาอุปกรณ์ที่ฝ่ายฉากน่าจะใช้มากมายเรียงกันอยู่ แต่มีโซนนึง ที่มี เฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายเฟรม เฟรมเหล่านี้แหละที่เขากับแบคฮญอนต้องมานั่งบรรเลงสีลงไปให้กลายเป็นปราสาทราชวังที่สวยงามอย่างที่พี่ผู้กำกับของละครต้องการ

 

            เขาได้อธิบายรายละเอียดให้เจ้าหมาฟังไปแล้ว อาทิตย์นี้พวกเขาวางแผนไว้ว่าจะพยายามร่างภาพคร่าวๆให้เสร็จก่อนจะเริ่มลงสีและเก็บรายละเอียดทีหลัง ซึ่งคนที่ต้องร่างภาพก็คงเป็นคยองซู เพราะไอ้แบคมันไม่ถนัด เลยขอบาย ให้เขาลุยเดี่ยวไป

คยองซูก็เห็นด้วยนะ เพราะถึงเวลาต้องผสมสีที่เขาไม่เก่งเท่ามัน งานนั้นเขาก็ชิ่งได้เหมือนกันแหละน่า ไม่เสียเปรียบแน่นอน

 

“ ดูสิว่าใครมา 555555

เดินเข้าไปเกือบจะผ่านกลุ่มเด็กนิเทศที่ดูเหมือนจะเป็นคนดูแลเรื่องของประกอบฉาก ที่นั่งอยู่ชิดริมประตูทางเข้า ก็มีคนพูดขึ้น รู้สึกเหมือนจะพูดกับเขาหรือเปล่านะ?

“ นั่นสิ ฉันก็ได้ยินว่าเด็กเรียนครูจะมาช่วยเรา แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็น....คนนี้เนอะ  แกกก “

“ ไม่รู้ว่าเสนอตัวมาเองหรือเปล่านะ “

“ หืออ ทำไมอ่ะแก “  

 

คยองซูหยุดเดินในทันที ใช่สินะ ผู้หญิงพวกนี้ก็กำลังพูดถึงเขานั่นแหละ

 

“ โอ้ยยย จะอะไรล่ะ ก็คงอยากจะมาอ่อยพี่ชานยอลอีกรอบมั้ง ตอนนั้นกินแห้วนิ 5555555

555555555

จบประโยคนั้น รอบข้างเขาก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหลายเสียง เหตุการณ์ที่เขาคุ้นเคยดีตลอดปีที่ผ่านมา

โดนหัวเราะเยาะ

 

“ ผู้หญิงบ้าพวกนี้นี่ เดี๋ยวเถอะ .... “  แบคฮยอนกำลังโมโห จนแทบจะถลาเข้าไปด่าเปิงให้แตกยกกลุ่มแล้ว

“ แบค ไม่เอา อย่ามีเรื่องน่า “

นั่นแหละ เหมือนเดิม โดนล้อ แล้วคยองซูก็เฉยแล้วก็ห้ามเขาไว้เหมือนเดิม เหอะ!

 

“ คยองซู มึงจะไปยอมทำไมวะ เห็นไหมว่าตัวเองโดนหัวเราะเยาะอยู่อ่ะ เพราะไอ้เรื่องบ้าบอนั่นอีกแล้ว  

วันนี้แบคฮยอนจะไม่ทนแล้วโว้ย เอาไงเอากันสิว่ะ

 

“ อะไรกันคะน้อง? ก็เรื่องจริง เพื่อนน้องจะไม่โมโหก็ไม่แปลก “  

คยองซูอุตส่าห์กำลังห้ามไอ้แบคอยู่ แต่พวกเธอดันเทน้ำมันมาราดซ้ำแบบนี้ก็แย่น่ะสิ แบคมันยิ่งใจร้อนๆอยู่นะเห้ย

 “ นั่นสิ จะหาอะไรมาเถียงก็ไม่ได้ 555555555

ยัง ยังไม่หยุดอีก

 

“ แบค กูไม่อยากมีเรื่อง “ คยองซูได้แต่กำแขนแบคฮยอนไว้แน่น  พยายามบอกให้มันรับรู้ว่าเขาไม่ต้องการจะให้มันไปโต้ตอบหรือมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้

แบคฮยอนดูเหมืออนจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่มันก็ไม่ได้ขัดใจเขา ซึ่งก็ดีมากๆเลยล่ะ

 

“ โถๆ คนดี๊คนดี 555555555555  รู้จักห้ามเพื่อนสมองน้อยคนนี้ด้วยหรอ ดูท่าจะอารมณ์ร้อนนะเรา ถึงได้โมโหฟัดเหวี่ยงแทนเพื่อนขนาดนั้น “

 

คยองซูสัมผัสได้ถึงแขนแบคฮยอนที่ดูเหมือนเริ่มจะอยากแกะออกจากมือเขา เขาว่าจะไม่อะไรแล้วเชียว แต่ด่าคนอื่นแบบนี้มันก็เกินไปนะ

ปกติถ้าว่าแค่เขา เขาจะไม่ใส่ใจหรอก

 

“ พี่น่าจะเลิกหาเรื่องคนอื่นดีกว่านะครับ “ คยองซูพูดด้วยเสียงนิ่ง ก่อนจะดึงแบคฮยอนให้หลบข้างหลังเขา กันเผื่อว่ามันจะโมโหจนขาดสติ

“ พี่จะว่าอะไรผม ผมไม่เคยสนใจนะ เพราะอธิบายไปก็เสียเวลาชีวิต ในเมื่อพวกพี่เชื่อกันแบบนั้นไปแล้ว “ กับคนที่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเลือกจะเชื่อน่ะ คยองซูรู้ว่าพูดด้วยก็เสียเวลาเปล่า เขาถึงไม่เคยคิดจะสนใจ

“ แต่จะมาเที่ยวหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นแบบนี้ไปเรื่อยมันไม่ดีนะครับ เมื่อกี้พี่พูดว่าเพื่อนผมสมองน้อย แต่ลองกลับไปมองการกระทำของตัวเองเมื่อกี้แล้วหรือยังครับ ว่ามันดีอย่างที่คนมีสมองเขาจะทำกันหรือยัง? “

 

“พี่รู้อะไรไหมครับ ว่าในสายตาผม พวกพี่ก็เหมือนเด็กนักเรียนที่ชอบทำตัวมีปัญหาแค่นั้นแหละ เรื่องที่พี่พูดมามันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตของผมหรอก เพราะงั้น ถ้าคิดจะยั่วโมโหกัน หรืออยากเห็นผมสติแตกเพราะเรื่องนี่ล่ะก็ คงจะยากนะครับ “ เขาพูดเพราะหวังดีหรอกนะ นิสัยแบบนี้ปล่อยไว้นานๆ มันก็จะไม่ดีกับเจ้าตัวนั่นแหละ

 

“ นี่กล้าดียังไงมาสอนคนอื่น หะ ตัวเองดีนักหรือไง กล้ามาอ่อยผู้ชายถึงที่............ “ ดูเหมือนพี่ผู้หญิงจะโกรธเขามาก เจ้าตัวถึงได้พูดออกมาด้วยเสียงที่ดังพอสมควร ทำไมถึงไม่ยอมจบสักทีน้า

“ แล้วถ้าผมจะมาอ่อยจริงๆนี่มันผิดตรงไหนกันล่ะครับ ? “  อ่า คยองซูเริ่มโมโหแล้วสิ การควบคุมอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญของคนที่จะเป็นครูนี่นะ ดูเหมือนเขาจะเจอบทเรียนหนักๆในสนามจริงซะแล้ว

 

“ เหอะ หน้าไม่อาย เขาไม่เอาแล้วยังจะหน้าด้านตามตื๊ออีก “ ผู้หญิงข้างหน้าเขายังไม่ยอมหยุด

“ ครับ เป็นอย่างงั้นก็ได้ งั้นพวกพี่ก็คอยระวังพี่ชานยอลไว้ให้ดีนะครับ ระวังผมจะอ่อยเขาสำเร็จสักวัน “

 

 

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแ ต่ดูเหมือนรุ่นพี่เหล่านั้นจะพูดอะไรไม่ออกอีก เขาเลยเลิกสนใจและลากแบคฮยอนให้เดินออกมา

 

“ โหวววว คยองซู ฉันเพิ่งเคยเห็นนายปรี๊ดแตกเลยนะเนี่ย “ แบคฮยอนว่าพร้อมกับปรบมือให้เพื่อนตัวเล็ก ที่ตอกกลับกลุ่มคนที่มาหาเรื่องเมื่อกี้ซะหน้าหงายเลย

“ ก็กลัวมึงจะไปทะเลาะกับเขานั่นแหละแบค เดี๋ยวเรื่องมันจะแย่เอา “

 

แบคฮยอนได้แต่ยิ้ม เข้าใจดีว่าตัวเองอารมณ์ร้อนแค่ไหน เมื่อกี้ถ้าคยองซูไม่ดึงไว้ ป่านนี้เขาอาจจะก่อเหตุทะเลาะเบาะแว้ง จนเสียประวัติไปแล้วก็ได้

 

“ อ่ะๆ ดีแล้วๆ 55555555555 ปะๆ ปรับอารมณ์ดีๆ สบายๆนะ ไปนั่งก่อนๆ “

 

คยองซูโดนแบคฮยอนกดตัวให้นั่งลงสงบสติอารมณ์ จริงๆเขาก้แอบโมโหนั่นแหละ ใครบ้างจะไม่ล่ะ แต่เขาแค่ไม่อยากเต้นตามน้ำเฉยๆ เลยต้องปรับอารมณ์ตัวเองซะหน่อย ไม่งั้นคงวาดรูปต่อไม่ได้แน่ๆ

แบคฮยอนก็รู้งาน คอยบีบๆนวดๆ จนเขาดีขึ้นแล้ว เตรียมอุปกรณ์ออกมาทำหน้าที่ของตัวเองได้สักที

 

...........................

 

“ เห้ย พวกเขาซื้อสีขาวมาน้อยจังวะ แบบนี้ก็ผสมไม่พอกันพอดี “

 

            หลังนั่งร่างรูปเงียบๆมาได้สักพัก เพราะไม่มีใครมากวน ส่วนแบคฮยอนก็เดินสำรวจดูอุปกรณ์ที่ชานยอลเตรียมไว้ให้อย่างละเอียด จนเจอว่ามีบางอันขาดไป

" น้อยมากเลยอ่อ? “ คยองซูหันไปถามหลังจากได้ยินเพื่อนบ่นมา

“ เออ มีถังเดียวเอง ทีสีอื่นละซื้อมาเยอะเชียว “

 

“ กูว่ากูจะไปซื้อมาเพิ่มดีกว่า พวกแปรงด้วย อันเล็กๆไม่มีเลยยยยย “

“ ตอนนี้อ่ะนะ “ 

“ อื้ม เดี๋ยวกูไปเอง มึงอยู่นี่แหละ “ แบคฮยอนตอบไป เพราะยังไงวันนี้เขาก็ว่างงานอยู่แล้ว

 

“ จะไหวอ่อ วันหลังค่อยไปด้วยกันก็ได้นะ “  ของมันก็น่าจะเยอะ คยองซูไม่อยากให้มันแบกคนเดียว

“ ไหวน่า อย่าดูถูกเพื่อนดิ นี่ใคร นี่แบคฮยอนสุดหล่อนะเว้ย “  แบคฮยอนว่าพลางเสยผมโชว์ความหล่อให้เพื่อนดูเต็มที่

“ หรอ? “

สึส! คยองซูแม่งไม่ให้กำลังเพื่อนเลย

“ เออน่า เดี๋ยวไปขอให้คนแถวนี้ไปด้วยก็ได้ ไม่ต้องห่วง เค้? “

 

            คยองซูส่ายหน้าให้ความหลงตัวเองของเพื่อน ก่อนจะหันมาโฟกัสกับการร่างรูปต่อ  ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันอย่างนั้น เขาก็ไม่รู้จะขัดมันไปทำไมนี่นะ

แบคฮยอนเห็นอย่างนั้นเลย ก้มตัวหยิบเป้อันเล็กของตัวเองขึ้นสะพาย เดินย่องไปหาคยองซูด้านหลัง แล้วแอบจุ๊บหัวมันไปทีนึงเป็นการบอกลา

ก่อนจะรีบวิ่งหนีมันไปด้วยความรวดเร็ว คยองซูที่เพิ่งรู้ว่าโดนแกล้ง กะว่าจะหันมาด่ามันซะหน่อย แต่ตัวการดันไม่อยู่ซะแล้ว ตีนหมาจริงๆไอ้หมาแบคนี่

 

.............................

 

 

“ ฮู้วววว แรงดีไม่ตกจริงๆว่ะ 555555555555

“ เออ อยากแรงดีนักอ่ะ ปล่อยให้ทำไปเลย “

 

            บยอนแบคฮยอนเดินเตร็ดเตร่ออกมาข้างๆห้องโถง ที่พี่ๆข้างในบอกมาว่า ถ้าอยากได้คนไปช่วยถือของให้มาหาเอาแถวนี้ได้เลย

เดินมาก็เห็นนักศึกษาผู้ชายหลายคนกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันดูสนุกสนาน พอมองลอดเข้าไปข้างใน ถึงได้เห็นว่า คนพวกนี้กำลังยืนมองดูผู้ชายร่างเล็กคนนึงกำลังใช้แขนข้างขวาของเจ้าตัวเลื่อยไม้อยู่ตรงนั้น

โห นี่ปล่อยให้ทำอยู่คนเดียวได้ยังไง ใจร้ายชะมัด

 

            ยิ่งเดินเข้าไปใกล้จนเห็นผู้ชายคนนั้น แบคฮยอนก็ยิ่งหงุดหงิด ผู้ชายตัวเล็ก ที่ดูแล้วน่าจะเตี้ยกว่าเขานิดหน่อย ตัวขาวๆ กับผมสีน้ำตาลที่เจ้าตัวมัดผมหน้าม้าขึ้นเหมือนจุกแอปเปิ้ลบนหัว ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว คงจะเป็นเด็กรุ่นน้องที่โดนรุ่นพี่รุมใช้งานแหงๆ  ไม่ได้การล่ะ ต้องช่วยซะแล้ว

ตัดสินใจได้แล้ว แบคฮยอนก็เดินฝ่าเข้าไปกลางวง ไปยืนอยู่ตรงหน้าเด็กคนนั้น จนเห็นตาชั้นเดียวหางเฉี่ยวๆของเจ้าตัวได้ชัดเจน

 

โห คนบ้าอะไร เหมือนแมวชะมัด น่าเลี้ยง เอ้ย น่ารักสัสๆ

 

            ยิ่งโดนคนตัวเล็กช้อนตาเรียวๆนั่นมองเขาด้วยความสงสัย ยิ่งดูน่ารักซะจนแบคฮยอนอยากจะอุ้มคนตรงหน้าไปกรี๊ดให้ไอ้คยองซูดูว่า เขาเจอเนื้อคู่แล้วเว้ยยยยย

อยากได้ บอกเลย อยากเลี้ยงแมว 55555555

 

“ เฮ้ๆ มีอะไรหรือเปล่า? “  เสียงเล็กๆเอ่ยถามแบคฮยอนหลังจากที่เห็นว่าคนที่เดินมายืนต่อหน้ากัน ยืนนิ่งมองหน้าเขามาสักพักแล้ว มินซอกได้แต่สงสัย เขาว่า เขาไม่รู้จักคนๆนี้มาก่อนนะ

แล้วจะเดินมามองหน้ากันทำไมล่ะนี่

 

“ หะ เอ่อ “ แบคฮยอนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองคงเสียมารยาทจ้องอีกฝ่ายมากเกินไป อ่า เขินจัง ฮะๆ

“ นายน่ะ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ “ แบคฮยอนว่า ก่อนจะพยายามตีหน้าขรึมให้มากที่สุด

 

“ หะ! ฉันทำอะไร “ มินซอกได้แต่งง เขาทำอะไรผิดวะ

 

“ ก็ทำไมยอมให้คนอื่นใช้ทำงานคนเดียวงกๆแบบนี้เล่า คนอื่นตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ให้พวกเขามาช่วย ถึงจะเป็นรุ่นน้อง แต่ก็ไม่ควรยอมให้โดนรังแกแบบนี้นะ รู้ไหม? “ แบคฮยอนว่าด้วยเสียงจริงจัง ยิ่งเห็นคนตรงหน้าทำหน้าแปลกๆ ยิ่งรู้ว่าแมวน้อยของเขาต้องไม่กล้าขัดรุ่นพี่แน่ๆ พี่แบคคนนี้นี่แหละ จะช่วยเอง

“ พวกนายก็ด้วย ทำไมไม่ช่วยๆกันทำ หะ เด็กนิเทศนี่ไร้น้ำใจกันหมดหรือไง คนเขาก็ตัวแค่นี้ ให้เลื่อยไม้คนเดียว บ้าไปแล้วอ่อ “ ว่าจบก็ถลึงตาใส่พวกที่ยืนมุงอยู่เฉยๆไปทีนึง เหอะ พวกนิสัยไม่ดี

 

“ เดี๋ยวๆนายเป็นใครเนี่ย? พวกเราไม่ได้รังแกใครนะเว้ย “ เสียงใครสักคนตะโกนตอบเขากลับมา หนอยยย ยังจะปากแข็งอีกนะ

 

“ ฉันหรอ ก็เป็นน้องรักของพี่จุนมยอนไง ที่มาช่วยวาดรูปให้อ่ะ แล้วก็อย่าปฏิเสธเลยเหอะ เห็นอยู่ตำตาว่าพวกนายแกล้งคนๆนี้อยู่ “

“ เห้ย ไม่ใช่ นั่นมัน ... “

“ พอเหอะ ถ้าไม่อยากให้ฉันไปฟ้องพี่จุนมยอน “ แบคฮยอนขี้เกียจฟังคำแก้ตัวของคนนิสัยเสียพวกนี้ เขาเลยตัดบทด้วยการอ้างชื่อป๋าจุนมยอนมาซะเลย

ดูเหมือนจะได้ผลแหะ หลายๆคนนี่อ้าปากค้างเลย ถถถถถ

 

            หันไปหาคนตัวเล็ก ที่ก็กำลังมองเขาด้วยความประหลาดใจพอๆกับคนที่เหลือ สงสัยจะซึ้งในความเท่ของพี่แบคแน่เลย หุหุ

“ ปะ ฉันอยากได้คนไปช่วยซื้อของ นายไปกับฉันดีกว่า “ ว่าพลางคว้าข้อมือแมวน้อยให้เดินตามเขาออกมา ซึ่งก็ดูเหมือนอีกคนจะไม่ขัดขืนอะไร

 

            ทิ้งให้คนอื่นๆที่มุงดูอยู่ได้แต่งง

“ เห้ย มันไม่รู้จักพี่มินซอกอ่อวะ “

“ คงงั้น ใครมันจะกล้าไปรังแกรุ่นพี่กัน ยิ่งพี่มินซอกที่แรงสุดในคณะเรานี่ ยิ่งไม่กล้าป่ะวะ “

“ เออแม่ง กูละงง “

“ เดี๋ยวนะ พิ่มินซอกไปแล้วใครจะเลื่อยไม้ให้เราอ่ะ ไอ้เชี้ย “

            แล้วนักศึกษาชายหลายคนก็เลยต้องนั่งเลื่อยไม้กันต่ออย่างหดหู่ อุตส่าห์ดีใจที่พี่มินซอกมาช่วยแล้วแท้ๆ กรรมเวรจริงๆ

 

            คิมมินซอกกำลังเหนื่อย เขาไม่ได้เหนื่อยเพราะเลื่อยไม้หรอก อันนั้นน่ะจิ๊บๆ แต่ดันเหนื่อยเพราะต้องกลั้นขำนี่แหละ

ยิ่งมองคนที่กำลังลากให้เขาเดินตามอยู่นี่ ยิ่งอยากจะหัวเราะ ให้ตายเถอะ เหตุการณ์เมื่อกี้นี่มันคืออะไรกัน

ต้องโทษที่เขาตัวเล็ก จนดูเหมือนคนอ่อนแอไหม หรือจะโทษที่เขาดันหน้าเด็กจนโดนมองว่าเป็นรุ่นน้องดี ไอ้เด็กนี่ถึงได้มากางปีกปกป้องกันแบบไม่ถงไม่ถามกันก่อนเลยสักคำ

ตลกดี

 

ได้แต่ขอโทษรุ่นน้องในใจที่งานเลื่อยไม้คงไปช่วยอย่างที่บอกไม่ได้แล้วล่ะ แหม มีคนน่าสนใจ มาดึงไปด้วยถึงที่แบบนี้ มินซอกก็คงต้องเลือกไปกับเจ้าตัวดูล่ะนะ

วันนี้คงมีเรื่องสนุกๆให้เขาทำเยอะแยะแน่เลยยย

 

 

.............................

 

 

            เสียงรอบข้างที่เคยวุ่นวายดูเหมือนจะเงียบลงไปเยอะ จนคนที่เคยต้องเสียบหูฟังเพื่อตัดตัวเองให้เข้าสู่โลกส่วนตัว ด้วยเสียงเพลงในลิสต์เพลงโปรดที่ชอบฟังบ่อยๆ จากโทรศัพท์คู่ใจ ได้เวลาดึงหูฟังออกจากหูทั้งสองข้างสักที

 

            มือป้อมน้อยๆของคยองซูยังคงจับดินสอไม้สองบีแท่งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ จากจำนวนดินสอไม้ที่เขาใช้จนมันกุด แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนแท่งใหม่  ข้างๆมีกล่องดินสอที่มองดูแล้วคงเหลือดินสอปลายแหลมพร้อมใช้งานไม่ถึงครึ่งจากที่นั่งเหลาไว้ทั้งกล่องเมื่อคืน

            ก็เล่นให้เขามาร่างรูปสเกลใหญ่ขนาดนี้ จะมัวแต่มานั่งร่างไปเหลาดินสอไป ทั้งอาทิตย์คงไม่เสร็จกันพอดี เขาชอบที่จะเหลาไว้เยอะๆแล้วจะได้หยิบใช้ทีเดียวให้สะดวก ประหยัดเวลาดีทีเดียวล่ะ แต่กว่าจะเหลาได้ขนาดนี้ มือเขาก็โดนคัตเตอร์จิ้มเนื้ออยู่หลายแผล อุตส่าห์ระวังแล้วแท้ๆเชียว ดีที่เป็นแผลแค่ข้างซ้าย แถมไม่ได้ใหญ่โตอะไร เลยยังนั่งร่างรูปได้สบายใจเฉิบ

 

            ป่านนี้คนข้างนอกคงกลับหมดแล้ว รวมถึงไอ้แบคที่ส่งข้อความมาบอกเขาแล้วว่า เพิ่งจัดการเรื่องซื้อสีเพิ่มเติมมาเรียบร้อย มันบอกจะเข้ามาหาเขาเพื่ออยู่เป็นเพื่อน แต่คยองซูก็ไล่ไอ้หมาให้กลับหอไปนอนเอาแรงไว้มาลุยพรุ่งนี้ดีกว่า เขาไม่ใช่คนขี้กลัวซะหน่อย อยู่แค่นี้ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว มันน่ะสิ ตะลอนๆหาซื้อของทั้งวัน น่าจะเพลียน่าดู

 

            อยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเย็นๆมาโดนที่แก้มข้างขวา คยองซูสะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะหยุดมือ แล้วหันไปมองต้นเหตุของความเย็นที่มาจ่ออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

น้ำสตอเบอรี่?

แน่นอนว่ามันคงไม่ได้ลอยมาเอง และได้แต่หวังว่าเจ้าของมือที่ถือมันอยู่ตอนนี้คงไม่ใช่...

 

“ ทำไมกลับช้าจังล่ะเปี๊ยก หืม? “

ครับ หวังไปก็เท่านั้น พอเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่ สุดท้ายก็เป็นปาร์คชานยอลเหมือนเดิมนั่นแหละ

 

“ เฮ้ๆ อย่าทำหน้าเหมือนกำลังด่าพี่อยู่ในใจตลอดเวลาได้ไหมเล่า พี่จะร้องไห้ใส่แล้วนะคยองซู “

 

            ถลึงตาใส่ไอ้คนพูดมากไปทีนึง ก่อนจะเลิกมอง แล้วหันมาสนใจกับงานต่อ แต่ก็ดูเหมือนว่าสมาธิของเขามันจะกระเจิดกระเจิงหายไปไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้

ใครมันช่างไปดลใจให้ปาร์คชานยอลรู้กันนะว่าเขาโคตรจะคอแห้งเลยตอนนี้ หิวน้ำมาก ยิ่งเป็นน้ำสตอเบอรี่ของโปรดเขาแล้วด้วย คยองซูต้องห้ามสายตาตัวเองอย่างหนักไม่ให้หันไปมองเลยทีเดียว

ใจเย็นน่าคยองซู เดี๋ยวเสร็จตรงนี้แล้วค่อยออกไปซื้อก็ได้ อดทนสิวะ!

 

“ ไม่หิวน้ำหรอเรา นี่พี่ซื้อมาฝากเลยน้า “  แล้วมารอย่างปาร์คชานยอลก็ยังผจญคยองซูไม่เลิก ด้วยการเอาเจ้าน้ำสตอเบอรี่มาแกว่งอยู่ตรงหน้าอย่างเชิญชวน ให้ตายเถอะ เขาอยากกินชะมัด

“ ไม่ครับ ช่วยอย่ากวนกันได้ไหมครับ “  เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเรียบที่สุดเท่าที่ตอนนี้จะทำได้

“ อืมมมม งั้นหิวไหม พี่ว่าเปี๊ยกต้องยังไม่ได้กินข้าวแน่เลย  มีเลยซื้อผัดไทมาด้วย คนแถวนี้น่าจะชอบนะ ว่าปะ? “

 

 แล้วกล่องน้ำสตรอเบอรี่ก็ถูกแทนที่ด้วยกล่องโฟมที่เขาคิดว่าคงจะเป็นผัดไทที่เจ้าตัวบอก ให้ตายเถอะ คยองซูกำลังตกที่นั่งลำบากแล้วล่ะ พอได้กลิ่นหอมๆนั่น ท้องของเขามันก็เริ่มประท้วง ว่าเขาควรจะกระชากถุงที่มีผัดไทอยู่ในนั้น มากินเดี๋ยวนี้!

คยองซูได้แต่หยุดมือ เขาไม่มีสมาธิจะทำอะไรแล้วโว้ยยยย

พยายามไม่สนใจ เขาจะไม่ยุ่งกับปาร์คชานยอล เขาจะไม่โกรธ ไม่โมโห ไม่เป็นไร ...

สูดหายใจเข้าลึกๆ เขายังไม่หิวมากหรอก ยังทนได้ ไว้ค่อยออกไปซื้อกินที่หอ

สูดหายใจอีกที ใจเย็นๆนะคยองซู ....

ฮีบบบบ หอมมม ผัดไทหอมมากกกกก

 

“ ไม่กินจริงอ่ะ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะ ดูดิ กลิ่นนี่โคตรหอมอ่ะเปี๊ยก “ ปาร์คชานยอลไม่ได้โม้เฉยๆแต่แขนยาวๆนั่นดันยื่นกล่องผัดไทยมาจ่อจมูกของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนกำลัง ฝึกนั่งสมาธิด้วยการหลับตา สูดลมหายใจเป็นจังหวะ

ดูก็รู้ว่าหิว ไหนดูสิว่าคยองซูจะเอาชนะผัดไทของโปรดของเจ้าตัวได้ไหม

 

ไม่หิวๆๆ  ฮึบบบ หอมมม หอมมากกก น่าอร่อย ...

“ นี่ พี่จะยื่นมันมาใกล้ผมทำไมเนี่ย ผมเสียสมาธินะรู้ไหม? “  ไม่ไหวแล้วโว้ยยยย

ผัดไทหอมเกินไป คยองซูสู้ไม่ได้

“ ก็พี่รู้ว่าเราต้องหิวไง อย่าอดข้าวสิคยองซู กินก่อนค่อยไปทำต่อก็ได้ “ ปาร์คชานยอลพูดพลางกลั้นขำ เจ้าเปี๊ยกน่ะ เอาชนะของกินไม่ได้หรอก เขาว่าแล้วเชียว

 

            คยองซูไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาขี้เกียจจะเถียง เพราะเถียงกับปาร์คชานยอล ยังไงก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่ฮึดฮัดนั่งลงเก็บของเข้ากระเป๋า ไม่ทงไม่ทำมันแล้วงานน่ะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อก็ได้ ตอนนี้เขาอยากจะบ้าตาย ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโมโหหิวหรือโมโหปาร์คชานยอลมากกว่ากัน  แต่ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วโว้ย

 

“ เน่ๆ จะกลับหรอ ข้างนอกฝนตกหนักนะ ยังกลับไม่ได้หรอก “  ชานยอลพูดกับคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดูจากอาการแล้ว น่าจะหงุดหงิดเพราะเขาพอดู ถึงกับเก็บของทุกอย่างที่ขวางหน้ายัดลงกระเป๋าลวกๆขนาดนั้น

“ โกหกหรือเปล่าครับ ถ้าตกแล้วพี่จะมานี่ได้ไง คนอย่างพี่ไม่น่าจะพกร่มนะ “ คยองซูว่าพลางชำเลืองมองไปข้างนอก ชานยอลน่ะเจ้าเล่ห์ อาจจะโกหกเขาเล่นอีกก็ได้ ต้องเช็คให้แน่ใจก่อน

 

เพราะหน้าต่างเป็นกระจก ที่ยังปิดสนิท แถมข้างนอกก็มืดซะจนมองไม่รู้เรื่อง เขาเลยค่อยเดินไปเลื่อนเปิดหน้าต่างออกเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าข้างนอก ฝนกำลังตกหนักจริงๆ

แย่ล่ะสิ วันนี้ของเยอะ เขาเลยโยนร่มออกจากกระเป๋าไปเมื่อเช้านี้เอง ฝนตกนักขนาดนี้ก็คงฝ่ากลับหอไม่ได้แน่ๆ

 

“ เห็นไหมว่าฝนมันตกหนักเลย ยังกลับตอนนี้ไม่ได้หรอก “

            เสียงชานยอลบอก หลังจากที่เขาปิดหน้าต่างแล้วหันมามองคนตรงหน้า เจ้าตัวไม่ยอมตอบคำถามเขาแฮะ ว่ามานี่ได้ยังไงทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ แถมปาร์คชานยอลที่เขารู้จักน่ะ ร้อยวันพันปีเคยพกร่มกับคนอื่นเขาซะที่ไหน

 

“ แล้วตอนพี่มา มันไม่ตกหรอ “

“ ก็ตก ......... นิดหน่อย “

ชานยอลตอบพลางส่งยิ้มไปให้คยองซู  จริงๆเขาไม่ได้ตั้งใจจะมานี่หรอก กำลังจะกลับบ้านแล้วด้วยซ้ำ  เห็นว่าน้องมันมาทำงาน เขาเลยยังไม่อยากมากวนมาก แต่พวกสต๊าฟในกรุ๊ปแชทก็บ่นๆกันว่าฝนตกจนเกือบเปียกตอนกลับบ้าน มีบางคนบอกว่ายังเหลือเด็กศึกษาที่ยังไม่กลับ เด็กนั่นคงได้ติดฝนแน่ๆ

ก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นคยองซู จากที่จะกลับบ้าน เลยต้องรีบบึ่งรถมอไซต์ไปซื้อข้าวน้ำ แล้วรีบมาหาน้องที่นี่ ดีที่ตอนนั้นฝนยังไม่หนักเท่าตอนนี้ ไม่งั้นเปี๊ยกคงจะหิวแย่

 

ตกนิดหน่อย?

 

            เหอะ ปาร์คชานยอลได้สังเกตตัวเองก่อนจะตอบเขาไหมเหอะ ว่าไอ้หัวที่เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำไปทั้งหัวนั่น กับเสื้อนักศึกษาสีขาวของเจ้าตัวที่พอมองดูดีๆ มันก็น่าจะเปียกเยอะพอตัว ถึงใสแจ๋ว แถมแนบลู่ไปกับผิวของคนใส่จนเขาเห็นหัวนมของปาร์คชานยอลเต็มสองตาแล้วเนี่ย  มันแปลว่าฝนที่คนตัวสูงฝ่ามาที่นี่มันตกนิดหน่อยตรงไหนกันวะ

 

ก็เห็นบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง เลยคิดว่าจะไม่ได้เจอ แต่ดันโผล่มาพร้อมกล่องข้าวตอนที่ฝนตก

ตอนที่เขากำลังหิว ตอนที่เขาติดฝนอยู่คนเดียว

ตอนที่เขาเริ่มรู้สึกว่าการที่เจอ ปาร์คชานยอล  มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่.....

ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ เป็นห่วงเขาหรือไง?

 

“ คิดอะไรอยู่ หื้ม “  พอเห็นคยองซูเงียบไปนาน เขาเลยถามเจ้าเปี๊ยกไป

“ เปล่าครับ “  เสียงของชานยอลเรียกให้เขาออกจากภวังค์ความคิดเมื่อครู่ได้  มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละคยองซู อย่าได้คิดเองเออเองเชียวนะ ห้าม!

เรียกสติตัวเองได้แล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ก็ในเมื่อฝนตกหนักขนาดนั้น กลับบ้านไม่ได้ เขาก็ต้องนั่งรอต่อไป ทำอะไรไม่ได้นี่นา

 

“ กินข้าวเถอะ พี่ตั้งใจซื้อมาให้จริงๆนะ อ่ะ” ชานยอลยังไม่ล้มเลิกความพยายามในการชวนคนตัวเล็กให้กิน เพราะนี่มันก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว

แต่ยื่นให้เท่าไหร่ เจ้าเปี๊ยกก็ยังคงนั่งนิ่ง ไม่หือไม่อือ จนเขาร้อนใจ

 

“ เอางี้ ถ้ายอมกินนะ พี่จะอยู่เงียบๆ จะไม่กวนเราเลยอ่ะ “  น้องอาจจะไม่สะดวกใจที่จะอยู่กับเขาแหละ “ จะทำเหมือนเป็นแค่เงา ให้เหมือนในห้องนี่เนี่ย มีแค่คยองซูเลย ปาร์คชานยอลไม่ได้อยู่ด้วย  สัญญาเลยเอ้า    ถึงจะอยากกวนคนตัวเล็กต่อ แต่ตอนนี้ท้องของน้องต้องมาก่อน เดี๋ยวจะแสบท้องเอาได้  เขาก็เป็นห่วงน้องแหละน่า ยิ่งโตช้าๆอยู่ หึ

 

คยองซูก็ดูเหมือนจะสนใจข้อเสนอของเขา เจ้าเปี๊ยกค่อยๆเงยหน้ามามอง แล้วยื่นมือมาขอกล่องผัดไทไป

ในที่สุดก็ยอมกินซะที เขายิ้มแล้วยื่นส่งให้ถึงมือน้อง ก่อนจะหาที่ให้ตัวเองได้หย่อนก้นลงนั่ง เพื่อจะทำตัวเงียบๆตามที่สัญญาไว้

 

“ ขอบคุณครับ “ คยองซูบอกเขา ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไป ก็ไม่ได้แปลกใจที่ได้ยินคำๆนี้จากคนตรงหน้า เปี๊ยกมันเป็นคนมีมารยาท มีมากๆเลยล่ะ ขนาดตอนนี้ที่ดูก็รู้ว่าไม่ชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยจะพูดจาหยาบคายใส่สักครั้ง จะนิสัยดีไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

ส่วนเขาก็นั่งมองเจ้าเปี๊ยกน้อยเคี้ยวเส้นหงุบหงับ รู้สึกดีใจแปลกๆ ที่ตัวเองยังจำได้ว่าเปี๊ยกมันชอบกินอะไร ถึงจะไม่ได้ตั้งใจจะจำเลยสักนิด แต่แปลกที่เขานึกออกได้ง่ายๆ แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ

มองน้องไปสักพัก จนเหมือนเจ้าตัวจะรู้ ถึงได้เงยขึ้นมาสบตากับเขาพอดี ทั้งที่เส้นยังคาปาก เขาถึงรู้ตัวว่าควรจะทำตามสัญญาสิ เลยแกล้งหันไปมองโน่นนี่นั่นในห้องไปเรื่อย

 

            ก่อนภาพจากดวงตาทั้งสองจะดับไปพรึบ แบบที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว

เปล่า ชานยอลไม่ได้สลบหรือหมดสติ แต่ดูเหมือนจะมีผ้าอะไรลอยมาปิดหน้าเขาอ่ะนะ หยิบออกมาดูถึงได้รู้ว่าเป็นเสื้อยีนส์แขนยาวสีซีด

 

“ เปลี่ยนเสื้อสิครับ เสื้อเปียกขนาดนั้นไม่หนาวหรือไง “ เสียงอู้อี้จากคยองซูที่พูดไปทั้งที่มีเส้นผัดไทเต็มปาก

เขาไม่รู้จะดีใจ หรือจะแปลกใจดีที่เจ้าเปี๊ยกเป็นห่วงจนให้ยืมเสื้อแบบนี้ แม้ว่าวิธีโยนให้จะค่อนข้างไม่อ่อนโยนหน่อยๆก็เถอะ

 

“ ถ้าไม่อยากใส่ก็เอาคืนมาได้นะครับ “  คยองซูมองชานยอลที่เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเสื้อของเขา แต่ไม่ยอมเปลี่ยนสักที อย่างหมั่นไส้ ตลกนักหรือไง? หรือเสื้อเขามีกลิ่นป่าววะ เมื่อกี้ก็ลืมดมดูก่อน เครียดเลยทีนี้

 

“ ใส่สิ ใส่ “ ชานยอลว่าพร้อมกับยิ้มหวานให้เจ้าของเสื้อที่ทำเป็นมองแต่ผัดไทที่เจ้าตัวกำลังกิน  “ ขอบใจนะ ดีใจจังที่เปี๊ยกเป็นห่วงพี่ด้วย “ ว่าแล้วก็รีบเปลี่ยนเสื้อทันที เพราะจริงๆเขาก็เริ่มหนาวมาสักพักแล้ว ได้เสื้อหอมๆอุ่นๆมาเปลี่ยนละสบายตัวขึ้นเยอะเลย

หอมจริงๆนะเนี่ย ใช้น้ำยากลิ่นอะไร วันหลังต้องถามซะหน่อยแล้ว

 

“ ไม่ใช่เหอะ ผมไม่อยากเห็นคนหนาวตายเฉยๆหรอก อย่าคิดเองเออเองสิครับ “ คยองซูแก้ตัวน้ำขุ่นๆไป ก่อนจะเลิกสนใจปาร์คชานยอล

 

            ชานยอลใช้ตาโตๆของเขากวาดมองของรอบห้องไปเรื่อย จนมาสะดุดตากับรูปร่างของฉากที่อยู่ข้างหลัง ถึงแม้จะถูกร่างคร่าวๆจากแค่ดินสอ แต่มันก็ดูสวย สวยมากเลยแหละ นี่เปี๊ยกของเขาวาดรูปเก่งขนาดนี้เชียวหรอเนี่ย มิน่าไอ้ประธานมันถึงคุยโม้สบายใจนัก เด็กมันเก่งจริงนี่เอง ยิ้มขำกับตัวเอง ก่อนจะมองรูปข้างหน้าด้วยความชื่นชมต่อไป

 

            ภาพนั้นอยู่ในสายตาคยองซู จริงๆชานยอลก็อยู่ในสายตาเขามาสักพักแล้วแหละ ตั้งแต่ที่เขานั่งเงียบๆ เพราะหิวมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ต้องคิดหนักว่าจะบอกชานยอลยังไงดีไม่ให้เสียฟอร์ม จนชานยอลมาพูดเสียงอ่อนเสียงหวานให้เขายอมกินข้าวนั่นแหละ เขาจะตกลงอยู่แล้ว แต่เจ้าตัวดันใจร้อนพูดข้อเสนอมาให้ซะก่อน เลยปล่อยเลยตามเลย เพราะข้อเสนอนั่นก็น่าสนใจดี

 

ถ้าปาร์คชานยอลยอมอยู่เงียบๆ เขาก็อาจจะเลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องที่เจ้าตัวมาทำดีด้วยแบบนี้ได้สักที

 

            แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดนะ มีแค่เสียงทุ้มๆนั่นแหละที่หายไปจากโสตประสาทของเขา แต่นอกนั้นมันก็ยังทำงานต่อ ก่อนจะตัดสินใจโยนเสื้อให้ เขายังรู้สึกได้ว่าโดนมอง ในหัวของเขายังมีความคิดเรื่องชานยอล จนเขาทนไม่ไหว มองตอบกลับไป

            จนฝ่ายนั้นหันหน้าหนีไปแล้ว แต่เขาก็ยังมองอยู่ มองด้วยหลากหลายความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้

ขอบคุณที่อุตส่าห์มาทำดีด้วย

ดีใจที่มีคนมาอยู่เป็นเพื่อน

เบาใจ ที่ยอมอยู่เงียบๆเพราะกลัวเขาจะไม่ยอมกินข้าวจนหิว

และสุดท้าย กลัวใจ ว่าไม่อยากจะให้เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นเลยจริงๆ เขาไม่อยากให้ ปาร์คชานยอลมามีอิทธิพลกับเขาอีกแล้ว

 

ได้โปรด อย่าทำดีกับผมแบบนี้ได้ไหม หรือพี่คิดจะมาล้อเล่นอะไรกับผมอีก อย่าเลยนะครับ

แค่ครั้งเดียว ผมก็เจ็บเกินพอแล้ว......



....................................


ตอนที่สามมาแล้ววววว

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ตอนนี้นี่นั่งแต่งอยู่นานเลยกว่าจะได้ ยิ่งช่วงนี้ฝนตก บรรยากาศดีๆ ยิ่งมีฟิลฮึดเลยล่ะค่ะ 55555555

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเมนท์นะคะ

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่าาา 


มีอะไรสงสัยหรืออยากติชมติดต่อเราได้ที่ทวิต @ntyntyntynty 

หรือ ติดแท็กนิยายไว้คุยกันได้นะคะ มีเราเล่นอยู่คนเดียว เหง้าเหงา ถถถถถถถถถถถถ 

#ฟิคจะรักหรือจะหลอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #30 Riyachoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:17
    น้องดีเกินไปแล้วอย่าใจอ่อนง่ายๆนะคยองเราต้องเล่นตัว คีพลุคไว้ลูกห้ามหลุด
    #30
    0
  2. #25 piyado43 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 09:50
    พี่ชานถ้าพี่จะจริงจังกับน้องก็พูดออกมาจากใจจริงของพี่แล้วทำให้น้องเห็นนะคะเราเชื่อว่าน้องต้องมั่นใจพี่สักวันแต่การกระทำของพี่ก่อนหน้านั้นมันทำให้กลัวพี่ก็ต้องเข้าใจน้องด้วยนะว่าน้องกลัวเจ็บเหมือนที่ผ่านมา
    คู่แบคกับพี่หมินนี่ใครรุกใครรับอะ55555555
    #25
    0
  3. #24 Chi-YAS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 06:26
    เรื่องกินเรื่องใหญ่สำหรับน้องจริง ๆ นะนั้น แต่พี่ชานมาทำดีกับน้องนี่ไถ่โทษหรือต้องการอะไรอะคะ เราไม่ชอบพวกที่ว่าน้องเลย พี่แบคต้องจัดการนะ แต่อยากให้ดี่ชานรู้มากกว่าว่าต้วเองเะทำให้น้องต้องมาโดนว่า
    #24
    0
  4. #23 Real_Aom19936112 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 02:59
    เกียดพวกที่ล้อคยองซูนี่ถ้าเป็นแบคฮยอนก็อยากให้เอาคืนพวกนั้นให้หลาบจำ น้องคยองขาเมินพี่มันเยอะๆเลย
    #23
    0
  5. #22 PEACHYBABY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 01:23
    ขำไรท์บรรยาย ตอนพี่ชายเอาผัดไทมาล่อน้อง5555 หนูต้องข่มใจเบอร์ไหนลูกกกกกก
    #22
    0
  6. #21 TeangJ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:11
    คยองงงง
    #21
    0