จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 2 : ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    23 เม.ย. 61

1

 

“ เอาล่ะ นักศึกษาลองไปดูเรื่องเด็กพิเศษเพิ่มเติมมานะ คาบหน้าเราค่อยมาอภิปรายกันต่อ “

เสียงแหบห้าวของอาจารย์ผู้ชายร่างเล็กเจ้าของวิชา การศึกษาเด็กพิเศษ ที่กล่าวปิดท้ายการบรรยายของคาบเรียนบ่ายนี้  “ วันนี้เราพอแค่นี้แหละ สวัสดีครับนักศึกษา “ พอพูดจบ แกก็รับไหว้ด้วยท่าทีสุภาพ ก่อนจะรวมกระเป๋ากับเอกสารแล้วเดินออกจากห้องไป

 

                “ โอ้ยยยยยย    มึน “  อาจารย์ออกไปยังไม่ถึงนาที ก็มีเสียงบ่นงุ้งงิ้งๆดังมาจากคนที่นั่งข้างๆเขาซะแล้ว คยองซูมองไปที่คนข้างๆที่กำลังทำตัวเหมือนตัวเองเป็นสสารของเหลว ปล่อยตัวให้ไหลไปตามแนวราบของโต๊ะ พยอนแบคฮยอน เพื่อนสนิทของเขาเอง

 

                “ กูก็เห็นมึงมึนทุกวิชาอ่ะไอ้หมา “  พูดจิกกัดไปด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเอามือไปยีผมสีน้ำตาลเข้มที่เริ่มยาวจนหน้าม้าจะบังตาไปหมดแล้วบนหัวมันที่ฟูอยู่แล้วให้ฟูขึ้นไปอีก

ไอ้หมาเองก็ไม่ได้ขัดขืนเขา ไม่รู้ว่ามันเหนื่อยจริง หรือรู้ว่าสู้แรงเขาไม่ได้เลยขี้เกียจขัดก็ไม่รู้

 

                “ ใช่สิ กูไม่ได้ชอบจดชอบจำเหมือนมึงนี่หว่า “ แบคฮยอนได้แต่ประชดประชันไอ้เพื่อนตัวเปี๊ยกของเขากลับไปเบาๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ไอ้นี่มันมือหนัก แรงยังกะควาย  เล่นหนักมากไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะเจ็บตัวเอา

 

                “ เชี้ยแบค แล้วมึงมาเรียนคณะนี้ทำไม กูบอกให้ซิ่วไปตั้งแต่ปีหนึ่งละนี่ “  เห็นสภาพมันแล้วก็สงสาร จริงๆ คยองซูก็รู้ดีว่าแบคฮยอนมันไม่ค่อยชอบเรียนไอ้ทฤษฎีที่น่าปวดหัวแบบนี้เท่าไหร่

 

แต่นี่มันดันตามมาเรียนครูกับเขาซะงั้น ทั้งๆที่ก็รู้ว่าจะต้องเจอวิชาชีพโหดๆแบบนี้เยอะแยะ ไม่รู้มันจะตามเขามาทำไมกัน

 

เขากับแบคฮยอนเรียนคณะศึกษาศาสตร์ เอกศิลปศึกษา ด้วยความชอบและมีพรสวรรค์เรื่องศิลปะมาบ้าง เลยตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะเข้ามาเรียน

คยองซูน่ะ สนใจทั้งศาสตร์ด้านศิลปะและศาสตร์ด้านการสอน มันเป็นความฝันของเขา  แต่กับไอ้หมาแบคเนี่ย มันไม่เคยคิดจะเป็นครูด้วยซ้ำ พอถามเค้นหนักๆว่าจะมาเรียนกับเขาทำไม มันก็ตอบมาแค่ว่า จะเรียน แค่นั้นเลย เขาเลยไม่รู้จะถามอะไรมันต่อ ให้ตายเถอะ

               

“ ไม่เอา อยากเรียนกับมึง “  ไอ้หมาไม่พูดเปล่าๆ ยังเอียงหน้าที่เคยแนบไปกับโต๊ะมาถูกับต้นแขนข้างซ้ายของเขา เพราะงี้ไง เขาถึงเรียกมันว่าไอ้หมาเนี่ย ขี้อ้อนเหมือนไอ้ฮูซู หมาตัวเล็กๆที่บ้านเขาไม่มีผิด

ใครๆเห็นน่าจะเข้าใจผิดได้เลยว่าพวกเขาสองคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันยิ่งกว่าผัวเมียซะอีก จริงๆเพื่อนร่วม sec. แม่งก็เรียกเขาว่าคู่ผัวเมียนะ ขี้เกียจเถียงเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ใครอยากเรียกอะไรก็ตามใจ

 

                จะว่าไป ถ้ามองขำๆ ไอ้แบคมันก็ชอบทำตัวเหมือนเมียเขาจริงๆนั่นแหละ ทั้งตามติด ตามบ่น ไหนจะหวงเขากับเพื่อน นี่คงได้นั่งข้างมันจนจบไปด้วยกันล่ะมั้ง  เคยแอบสลับไปนั่งกับเพื่อนอีกคนบ้าง โดนงอนไปหลายวันเลย โถถถถถ

 

                ไหนจะปีที่แล้ว ที่พี่โย่งมันมาจีบๆเขา ไอ้แบคนี่แทบจะกระโดดกัดหู แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าแอบไปญาติดีกันลับหลังเขาตอนไหน

               

                ปีนึงแล้วสินะ

                ปีนึง ที่เขาไม่เห็นปาร์คชานยอลอีกเลย ตั้งแต่วันนั้น

 

มือเล็กที่กำลังจัดกระเป๋าก็หยุดลงดื้อๆ อ่า นี่เขาเผลอนึกถึงคนๆนั้นอีกแล้ว

สะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านในหัวก่อนที่มันจะเตลิดไปมากกว่านี้  คิดเอาเองว่าดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่ก็ .... ไม่

 

โดคยองซูน่ะ  ยังสลัดปาร์คชานยอลออกจากหัวไม่ได้หรอก

 

ท่าทางเหล่านั้นอยู่ในสายตาของพยอนแบคฮยอนตลอด  เขาเห็นนะ ว่าไอ้เปี๊ยกแอบทำหน้าบูด ตาโตๆของมันหลุกหลิกไปมา หัวคิ้วนี่ขมวดจนแทบจะชนกัน แบบที่มันจะเป็นถ้ากำลังคิดมากกับเรื่องอะไรสักเรื่อง เรื่องที่เขารู้ดีว่าเพื่อนเขาคิดเรื่องอะไร

 

                “ ไอ้หมา จะไปไหมกินข้าวอ่ะ ยังไม่รีบเก็บของอีก “  นอนมองมันเพลินๆก็ต้องสะดุ้งเพราะมันเล่นหันมาพูดเร่งเขาปุบปับ หึ โดคยองซูคนที่ชอบโมโหกลบเกลื่อนไง  เป็นแบบนี้อีกแล้ว

ในเมื่อเพื่อนไม่อยากแสดงออก เขาก็จะเป็นเพื่อนที่ดี เล่นละครทำเป็นไม่รู้เรื่องไปตามมันก็แล้วกัน  แบคฮยอนรู้ดีไง ว่าเปี๊ยกมันหัวแข็งแค่ไหน อย่าไปกดดันจะดีที่สุด  - ^ -

 

                “ เออๆ แปปดิ “ แบคฮยอนบ่นงุ้งงิ้งๆตามประสาไปก่อนจะรวบของทุกอย่างลงกระเป๋า เพื่อเตรียมตัวไปหาอะไรยัดท้องที่ร้องจ๊อกๆของไอ้เปี๊ยก สงสัยมันใกล้จะโมโหหิวเพิ่มละ

พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ จุดหมายในใจคือโรงอาหารใต้ตึก ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยและสะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องเดินไกลของเหล่านักศึกษาว่าที่ครู ที่ฝากท้องกันที่นี่แทบทุกราย คนเลยจอแจๆกันเต็มไปหมด

 

                โชคยังดีที่ยังพอมีที่ว่างให้ สองเพื่อนซี้เลยรีบเดินไปนั่งโต๊ะตัวริมที่ค่อนข้างไกลจากร้านข้าวอยู่พอสมควร จัดการซื้อข้าวมากินกันด้วยความหิวโหย

จนไอ้หมาแบคลุกไปซื้อน้ำอัดลมมาส่งให้ถึงมือคยองซูอย่างรู้หน้าที่ แหม แบคฮยอนนี่ดูแลคยองซูดียิ่งกว่าเมียในอนาคตอ่ะ บอกเลย

 

ไม่ใช่ว่าห่วงเพื่อนเกินเหตุหรอกนะ  แบคฮยอนไม่ได้รักมันมากถึงกับจะต้องโอ๋กันขนาดนั้น เพื่อนเขามันก็มีมือมีตีน เมื่อก่อนน่ะ มันตัดรำคาญความอืดอาดของเขาด้วยการไปซื้อมาให้เองด้วยซ้ำ

แต่  ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปนิดหน่อย

 

ไม่เคยอยากจะนึกถึงวันนั้นเลยให้ตาย วันที่เขาเห็นเพื่อนของเขานั่งร้องไห้กับตา  พอถามจนรู้เรื่อง เขานี่แทบจะพุ่งไปขอเตะปากไอ้รุ่นพี่นั่นซะหน่อย แต่คยองซูดันห้าม

มันพูดความในใจออกมาล้านแปด พูดไปร้องไปจนเขาฟังเกือบไม่รู้เรื่อง  แต่ก็จับใจความได้ว่า

 

ให้มันจบเหอะมึง อย่าให้ต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกันอีกเลยว่ะ

 

คยองซูมันเป็นคนนิ่ง เขารู้ มันใจเย็น มีเหตุผลเสมอ ไม่ชอบความวุ่นวาย ตอนแรกที่มันห้ามเขา เขายังเกือบจะด่ามันแล้ว ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มันควรจะใจเย็นหรือใจดีกับคนแบบนั้นเลย

แต่พอมันพูดออกมาแบบนั้น เขาถึงเข้าใจ

 

เพื่อนเขามันกำลังเหนื่อย เสียใจมาก จนไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับเรื่องวุ่นวายที่ทำให้มันเสียใจอีกแล้ว และเขารู้ว่ามันทำได้แน่

เมื่อเพื่อนเลือกอย่างนั้น เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งกับคนพวกนั้นอีก

พยอนแบคฮยอนในวันนั้น เลยมีหน้าที่แค่นั่งเฝ้ามันร้องไห้อยู่ริมสระ  ก่อนจะพากันเดินกลับหอที่พักด้วยกันในตอนที่ฟ้ามืดไปแล้ว

 

เขารู้ว่าคยองซูคาดหวังในแง่ดีว่าเรื่องมันจะจบแค่นั้น แต่มันก็ไม่จบ

ควรจะโทษความหล่อของไอ้แก๊งรุ่นพี่นิเทศพวกนั้นหรือเปล่า ที่ทำให้มีแต่คนชื่นชอบ ตอนแรกๆที่เข้ามาจีบเพื่อนเขาแบบเปิดเผย ไอ้เปี๊ยกก็จะโดนแอบเบ้ปาก หรือมองด้วยความหมั่นไส้ลับหลังนิดๆหน่อย ๆเท่าที่เขาเห็น

 

                แต่พอข่าวลือกันไปทั่วว่า ปาร์คชานยอลไม่ได้ชอบคยองซูจริงๆจังๆสักนิด คนที่เคยอยู่ในเงามืดเหล่านั้นก็เริ่มโผล่ออกมาสร้างความวุ่นวายให้ไอ้เปี๊ยก เยอะขึ้นเรื่อยๆ

นานๆเข้ามันก็เริ่มหนัก ทั้งพูดจาถากถาง ไหนจะแกล้งกันเล็กๆน้อยๆ แต่บ่อยจนเขารำคาญแทนจะแย่

แต่เจ้าตัวก็ยังนิ่ง

 

                มึงอย่าไปใส่ใจพวกเขาเลยน่า เดี๋ยวก็หายกันไปเองและ กูขี้เกียจวุ่นวายมึงก็รู้

 

นั่นแหละ พอเขาจะไปเอาเรื่องกับทั้งคนทำ ทั้งต้นเหตุ คยองซูมันก็เบรกเขาด้วยคำพูดเดิมๆ

คำพูดที่เขาเถียงไม่ได้  พยอนแบคฮยอน เลยกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คยองซู โดยหน้าที่หลักคือไปซื้อข้าวซื้อน้ำ เพื่อกันไม่ให้มันโดนแกล้งแทน  แล้วท่องในใจไปแก้หงุดหงิด ว่าเพื่อนเขามันไม่ชอบความวุ่นวาย มันไม่อยากวุ่นวาย แต่กูเนี่ย คันตีน อยากวุ่นวายมากบอกเลย 

 

……….

 

                ดูเหมือนลมปากแบคฮยอนก็น่าจะศักดิ์สิทธิ์อยู่ระดับนึงนะ ระดับที่ว่า เขาดันโดนตามตัวจากรุ่นพี่ปีสี่ต่างคณะที่สนิทกันอย่างกะทันหัน ให้ออกมาเจอหน่อย หลังจากที่เพิ่งตั้งกระแสจิตขอความวุ่นวายไปหลังกินข้าวเมื่อกี้นี่

รวดเร็วแบบที่ข้าวที่เขาเพิ่งกินไปน่าจะยังไปไม่ถึงกระเพาะแน่ๆ แบคฮยอนสัมผัสได้

 

                สองเพื่อนซี้ได้แต่ปลงตก รับรู้ได้โดยไม่ต้องพูดกันด้วยซ้ำว่าพวกเขาน่ะเตรียมตัวรับงานที่กำลังจะเข้ามาได้เลย  เพราะทุกครั้ง ที่พี่จุนมยอน รุ่นพี่ตัวขาว ประธานรุ่นคนดังของปีสี่ คณะนิเทศศาสตร์ติดต่อมา นั่นแปลว่า มีงานให้ช่วยทำชัวร์

                แต่ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาถึงยอมช่วยและมาสนิทกับพี่จุนมยอนคนนี้ได้ล่ะก็  เหตุผลง่ายๆเลย   คือคยองซูกับเขาเนี่ย ดันมีสกิล วาดรูปสวยถูกจริตพี่จุนมยอนมากกกก

                ส่วนพี่จุนมยอน ก็ป๋าเปย์ตังค์ถึง ถูกจริตพวกเขาสุดๆ ดีลลลล  

 

                เดินกันมาเรื่อยๆจนถึงเกือบจะถึงที่ๆนัดไว้  คยองซูก็สะดุดตากับตึกเรียนที่อยู่ตรงหน้าจนเกือบเสียจังหวะเล็กน้อย

 

                ตึกคณะนิเทศศาสตร์

 

เห้อ อุตส่าห์ ขอพี่จุนมยอนไว้ว่าไม่เข้าตึกนะ แต่ก็ดันต่อรองได้แค่ย้ายมา สวนหย่อม ข้างตึก ที่ม้านั่งมากมายใต้ร่มไม้ให้นักศึกษาได้นั่งกันตามอัธยาศัย

ได้แต่หวังล่ะ ว่าดวงเขาคงไม่ซวยถึงขนาดที่ครั้งแรกในรอบปีที่เฉียดมาแถวนี้ จะได้ป๊ะหน้ากับพี่ชานยอลเลยหรอกนะ  เขาก็ทำบุญตักบาตรมาเยอะอยู่ ขอบนในใจเลยเถอะ สาธุ

 

นึกถึงคนเคยสนิทแล้วก็เริ่มระแวงในใจ เผลอมองไปรอบๆ เพื่อกวาดสายตาให้มั่นใจว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่ลักษณะคล้ายปาร์คชานยอลอยู่แถวนี้

ไอ้หมาแบคมันคงสังเกตได้ ถึงได้ยื่นมือยาวๆของมันมาลากเขาให้จ้ำเดินไปให้เร็ว จุดหมายคือโต๊ะตัวริมที่เห็นออร่าความขาวที่คุ้นเคย

 

“ อ้าว มาพอดีเลย “ รุ่นพี่จุนมยอนเอ่ยทักทายพวกเขา “ นั่งๆเร็ว “ ว่าพลางตบโต๊ะข้างตัวแป๊ะๆ  แต่ทั้งเขาและแบคฮยอนกลับเดินมานั่งที่โต๊ะที่เหลืออยู่คนละตัว

 

“ ไงป๋า คราวนี้จะเลี้ยงอะไรพวกผมครับ “  พยอนแบคฮยอนเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มจนตาหยีส่งไปให้ ด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้า ว่าต้องได้อะไรดีๆบ้างล่ะ

 

“ มึงช่วยฟังงานที่กูอยากให้ช่วยก่อนขอหน่อยดิ “  พี่จุนเอากระดาษม้วนแล้วเคาะหัวลูกหมาเจ้าเล่ห์ไปทีนึง คยองซูหัวเราะด้วยความสมน้ำหน้าเพื่อน ส่วนแบคฮยอนก็ลูบหัวปอยๆแล้วบ่นงุบงิบๆคนเดียวของมันไป

 

“ ว่ามาเลยพี่ มีไรให้ช่วยอ่ะ “  เขาเปิดประเด็นถามไป จะได้รีบๆคุย รีบๆรู้เรื่อง คือก็ไม่ค่อยอยากจะอยู่ตรงนี้นานๆเท่าไหร่

 

“ เออ มึงเนี่ยค่อยน่าคบหน่อย คยองซู น้องรัก “  พี่จุนดูจะดีใจที่เขาถามถึงธุระของพี่แก ถึงเอามือมาลูบหัวเขาเสียยกใหญ่  อยากจะสะบัดใส่มาก แต่นึกถึงเครดิตการ์ดของพี่เขาแล้ว อยู่นิ่งๆก็ได้วะ

 

“ เอ้อออ ลูบมันเข้าไป ลูบให้ได้หวยเลยนะ รักกันเหลือเกิ้นนนน “ เสียงแบคฮยอนบ่นมาอีกรอบ แต่ดูเหมือนทั้งเขาและพี่จุนจะขี้เกียจสนใจมันแล้ว  ดีแล้วพี่ เริ่มๆพูดเร็วๆเลยเหอะ

 

“ รู้เรื่องละครเวทีการกุศลของคณะพี่ยังอ่ะ “  จุนมยอนว่าพลางมองหน้ารุ่นน้องทั้งสอง ได้รับการพยักหน้าแทนคำตอบแล้ว เขาก็เบาใจ ที่ได้ลดเรื่องที่ต้องอธิบายไปได้อีก

“ พี่อยากให้พวกเรามาช่วยวาดฉากหลังให้หน่อย เอาเฉพาะส่วนปราสาทอ่ะ “

 

“ โห งานใหญ่เลยนะเนี่ย พวกจิตรกรรมไม่ว่างอ่อพี่ พวกผมสองคนจะทำไม่ทันเอาได้นะ “ แบคฮยอนออกความเห็นไป แต่สีหน้าของพี่จุนมยอนกลับหงิกลงซะงั้น

 

“ ยากว่ะ หาคนมาช่วยยาก  มันไม่ใช่งานคณะเขานี่ “ ไม่ใช่ว่าจุนมยอนไม่ลองติดต่อไป แต่ทุกคนที่เขาคิดว่าพอจะช่วยได้ก็ไม่รับปากสักคน  “ มีแต่พวกเราอ่ะ  ที่ไม่ใจจืดใจดำกับพี่ จริงไหม ?”  อันนี้คือไม่ได้พูดเว่อเกินเบอร์อะไรเลย ความหวังสุดท้ายของเขาคือไอ้เด็กสองคนตรงหน้าจริงๆที่เขาพอจะไว้ใจ 

จะไปจ้างข้างนอก ก็แพงเกินงบ ถ้าทำแบบนั้น คงไม่เหลือตังไว้บริจาคให้ใครหน้าไหนแล้วล่ะ

 

                “ มันมีเวลาสองเดือนอ่ะ ทีมฉากพี่ก็มีลูกมือให้ช่วย น่าจะทันนะ “ 

 

                สองเพื่อนซี้ได้แต่มองหน้ากัน จริงๆเขาก็น่าจะช่วยได้แหละ ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอม ไม่ได้มีเทศกาลสอบอะไร แล้วชีวิตปีสามของเขาก็ยังไม่ได้ต้องมีกิจกรรมอะไรมากในเทอมแรกแบบนี้

คยองซูเลยพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาตกลง เหลือแค่ให้ไอ้หมาแบคมันตัดสินใจ

               

                “ ไม่มีปัญหาเลยครับป๋า พวกผมช่วยเอง ฮิ “  ไม่มีเหตุผลที่แบคฮยอนต้องปฏิเสธในเมื่อคยองซูตกลงไปแล้ว

 

                “ เยสสส น้องรัก ขอบใจมากกก “ จุนมยอนดีใจที่ได้รับคำตอบที่ต้องการสักที  “ ห้ามเปลี่ยนใจแล้วนะเว้ย “  ว่าพลางยิ้มแป้นไม่หยุด  น้องรักของเขานี่ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆด้วย

 

                ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาไอ้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเฮดทีมฉาก ให้มันรู้ว่าเขาหาจิตรเอกให้ได้แล้ว  รายงานไปด้วยความดีใจ พร้อมโม้สรรพคุณคนที่หามาได้อย่างเต็มที่ ว่าพวกมันไม่ต้องห่วง งานนี้จะต้องออกมาดีแน่นอน เอาซะคนปลายสายอยากจะมาเจอทีมงานคนใหม่ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

 

                “ ยังไม่รีบไปไหนใช่ป่ะ เพื่อนพี่มันอยากเจออ่ะ เผื่อจะได้นัดคุยงานกันง่ายๆ “ จุนมยอนถามรุ่นน้องทั้งสอง

 

                “ นานไหมอ่ะพี่ “  คยองซูที่อุตส่าห์ดีใจว่าจะไปจากตรงนี้ได้อยู่แล้วเชียว พอโดนรั้งให้อยู่ต่อก็อดเซ็งไม่ได้

 

                “ เอ้ย แปปเดียวๆ มันอยู่ในตึกนี่เอง ขามันยาว เดี๋ยวก็มาและ “ 

 

คนขายาวหรอ เห้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ใน ม นี้คนสูงมีเยอะแยะ

 

                “ อ้าว นั่นไง มันมาละ “  พี่จุนมองเลยไปด้านหลังของเขา ก่อนจะลุกขึ้นโบกไม้โบกมือให้เพื่อนเขา ที่คงกำลังวิ่งมาทางด้านหลังเขาตอนนี้ คยองซูกำลังจะหันหน้าไปมองผู้มาใหม่

                “ ไหนว่ะ น้องมึงอ่ะ มีสองคนเองหรอ ? “

 

เขาชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงพูดนั่น เสียงทุ้มแหบๆแบบนี้  มันคล้าย คล้ายมาก

เหลียวมองไอ้แบคที่นั่งฝั่งซ้ายของเขาแล้วก็ยิ่งต้องกลุ้มใจ  แบคมันแค่หันหน้ามาทางเขาแต่สายตาที่มองเลยไป ทางคนที่น่าจะยืนอยู่ข้างหลังของไอ้แบคนี่มัน เหมือนมันกำลังตกใจ

 

คงไม่ใช่หรอกมั้ง

                แบคฮยอนกลับมาสบตาเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมายบางอย่าง อารมณ์ประมาณว่า

                ชิปหายแล้วคยองซู

 

                เขาทำใจกล้าหันกลับไป มองผู้ชายตัวสูง ที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยใจที่เต้นระทึก  ความหวังริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ  ยิ่งเจอหน้าคมกับตาโตๆที่ไม่เคยหายไปจากความคิด เขาก็ยิ่งรู้แล้วล่ะ

 

ปาร์คชานยอล

 

                คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นปาร์คชานยอลจริงๆ

               

                สิ่งศักดิ์สิทธิ์ครับ โดคยองซูคนนี้ทำบุญให้น้อยไปหรือไง ทำไมถึงไม่ฟังคำขอของเขาบ้าง   - -*



...........



ตอนที่สองมาแว้ววววววว เป็นยังไงกันบ้างคะ 555555555

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และเมนท์เป็นกำลังใจให้เรานะคะ ไม่รู้ว่าจะสั้นไปไหม ยังไงก็ติชมหรือให้คำแนะนำได้นะคะ เรายินดีอ่านมากๆเลย

 Enjoy Reading นะคะ

ติดแท็กในทวิตเป็นเพื่อนดราได้น้า ที่  #ฟิคจะรักหรือจะหลอก

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่าาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #27 ปาร์คชยอล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:56
    เจอกันแล้ววว น้องจะไหวมั้ย ยังลืมพี่มันไม่ได้เลย
    #27
    0
  2. #18 eyepimchanok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:27
    เเต้ทบุญหนูหมดเหรอลูกกกกกก มาเจอกันอย่างนี้หนูตะทำไงเนี้ยย
    #18
    0
  3. #14 piyado43 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 09:59
    โอ้ยยยยยยยยยยสงสัยงานนี้น้องคงต้องไปทำบุญเพิ่มแล้วแหละ
    #14
    0
  4. #13 Phonphanchaisit9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 23:41

    ห่างหายกันไปตั้งหลายปีพอกลับมาเจอกันอีกทีคยองซูจะทำยังไงนะในเมื่อยังตัดชานยอลจากความคิดไม่ได้เลย

    #13
    0
  5. #12 DOPWNney (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:36
    มาเจอกันอีกครั้ง สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามอยู่นะคะ
    #12
    0
  6. #10 ซินดี้ ขี่ยีราฟ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 03:17
    อย่าไปคุยกับมันลูก 55555 ชอบบ มือใหม่แต่เขียนใช้ภาษาเข้าใจง่ายลื่นไหลมาก ชอบ ติดตามค่ะะ
    #10
    0
  7. #8 JnChAnSoO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:40
    แงงงงง รอไรท์ค่า
    #8
    0
  8. #7 PEACHYBABY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:35
    อย่าไปยุ่งกับพี่มันลูก วานองครักษ์พี่แบคปกป้องน้องด้วยนะคะ
    #7
    0
  9. #5 pbmint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:38
    น่าสนุก รอติดตามค่าา
    #5
    0
  10. #4 Real_Aom19936112 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:05
    เจอกันแล้วพี่ชานจะทำไงต่ออยากรู้เลย ชอบองครักษ์พิทักคยองซูมากๆ //สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้แต่งดีเลยอ่านเพลิน
    #4
    0
  11. #3 Chi-YAS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:02
    เจอกันแล้วหลังจากไม่ได้เจอกันนานจะเป็นยังไงต่อละทีนี้ พี่แบคช่วยเพื่อนด้วยนะ
    #3
    0