จะรักหรือจะหลอก - chansoo

ตอนที่ 1 : INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

INTRO

 

                14 กุมภาพันธ์

     วันแห่งความรักของชาวโลกทั้งหลาย ที่หลายๆคนต่างรอคอย บางคนรอเพราะอยากฉลองวันพิเศษๆแบบนี้กับคนรัก บางคนรอให้ถึงวันนี้ เพื่อจะใช้เป็นวันที่รวบรวมความกล้าของตัวเองให้มากพอที่จะสารภาพความในใจให้ใครได้รับรู้บ้าง มันช่างดูเป็นวันที่สวยงามซะจริง


   เจ้าของตากลมที่โตเป็นพิเศษ ที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ซึมซับเอาบรรยากาศรอบตัวที่ดูจะอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก จากดอกไม้หลายๆช่อที่อยู่ในมือนักศึกษาร่วมสถาบันแต่ละคู่

     

               ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแต่ละช่อในมือคนเหล่านั้น  เจ้าดอกไม้กำลังทำหน้าที่สื่อความหมายใดบ้าง แต่ดอกไม้ในมือของเขาตอนนี้ ดอกกุหลาบสีส้ม สีแห่งความสดใส สีมันสวย สวยเหมือนรอยยิ้มของใครบางคน  สีที่เขาเห็นแล้วนึกถึงหน้าคนที่อยากจะเอามันไปให้ทันที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมายด้วยซ้ำ

                

               อกไม้เนื่องในวันวาเลนไทน์ดอกแรกที่เขาเลือกให้ ปาร์คชานยอล


คิดแล้วก็แอบเขิน ได้แต่ก้มหน้ายิ้มกับตัวเองเบาๆ  เลยต้องหยุดเดินสักครู่ มือทั้งสองที่เคยถือกุหลาบอย่างถนุถนอม ต้องแยกข้างขวาขึ้นมาเกาหูแก้เขิน อาการหนักซะแล้วล่ะ โดคยองซู เอ้ยยย

                

               หลังจากสงบสติอารมณ์ตัวเองได้บ้างแล้ว คยองซูก็ต้องหาทางเรียกพลังของตัวเองออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุดแล้วผ่อนมันออกมาช้าๆ หวังให้ความกดดันที่มาพร้อมกับอาการเขินอายเมื่อครู่นี้ทุเลาลงบ้าง

ลูกตาใสๆ จ้องมองไปที่กุหลาบในมือ พลางเอ่ยกับมันในใจ

               

                    เจ้ากุหลาบ แกต้องช่วยฉันนะ

              

                 ฉันกำลังจะไปหาเขา จะไปบอกเขาแล้ว ว่า “ ฉัน  โดคยองซู คนนี้น่ะ ก็ชอบเขาเหมือนกัน


     ใช่แล้ว นั่นคือเป้าหมายของเขาในวันนี้ มันไม่ใช่การไปหาคนรัก เพราะเขากับรุ่นพี่ตัวสูงไม่ได้เป็นแฟนกัน  ไม่ได้ไปสารภาพรักแบบทั่วไป เพราะ ปาร์คชานยอลคนนั้นน่ะ มาจีบเขาได้สามเดือนกว่าๆแล้ว

มันค่อนข้างจะเหลือเชื่อเหมือนกันที่ คนอย่างเขาก็มีคนมาชอบด้วย 


     แล้วยิ่งเป็นรุ่นพี่คนดังปีสามของคณะนิเทศน์อีก ยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ ตอนแรกเขาทั้งระแวง ทั้งวิ่งหนี บางทีก็นั่งทำหน้านิ่งในแบบที่เขาโคตรจะถนัดใส่รุ่นพี่ไป แต่รุ่นพี่ตัวสูงก็ยังไม่หนีไปไหน

    จนเขาเริ่มหวั่นไหว นั่งคิดอยู่เป็นอาทิตย์ ว่าเขาเชื่อใจได้ใช่ไหม มันเป็นความจริงใช่หรือเปล่า

     ปาร์คชานยอลคนนั้นน่ะ ชอบเขาจริงๆใช่ไหมนะ ให้ตายเถอะ ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน


     จนวันนี้ วันที่เขาแน่ใจในความรู้สึกของตนเอง วันที่เขาตัดสินใจได้แล้ว ว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะตอบรับความรู้สึกของปาร์คชานยอลได้จริงๆแล้วล่ะ  

     เจ้าดอกไม้ แกกำลังจะได้ไปหาเจ้าของตัวจริงของแกแล้ว

 

..........

 

                สองเท้าที่ก้าวไปตามทางเดินของร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัว ที่แม้จะเป็นเวลาเย็นแล้ว แต่ก็ยังคงสภาพเรียบร้อยและถูกกฎระเบียบของมหาลัยทุกอย่าง คงเป็นภาพที่คนที่พบเห็นคงคาดเดาลักษณะนิสัยและคณะที่คนตัวเล็กเรียนอยู่ได้ไม่ยาก  แหงล่ะ คนที่แต่งตัวถูกระเบียบจ๋ากันขนาดนี้ เห็นจะมีแค่ นักศึกษาของคณะศึกษาศาสตร์เท่านั้นแหละ 

               

                   ว่ากันว่าอนาคตครูเหล่านั้น เคร่งเรื่องกฎระเบียบ และมีนิสัยถอดมาจากครูปกครองที่หลายๆคนขยาดตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาทั้งชีวิตแทบจะทุกคนเลยเชียว จนไม่รู้จะสงสัยระบบการสอนว่าสอนกันยังไง หรือจะชื่นชมคณาจารย์ ว่าอบรมลูกศิษย์ได้ดีมาก จนดีเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะโดคยองซูคนนี้ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

                

               โดคยองซู เจ้าของร่างเล็ก แต่มีน้ำมีนวลจนเกือบจะอ้วนกลมเลยก็ว่าได้ จริงๆเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอ้วนขนาดนั้นนะ ถ้าเทียบกับน้ำหนักตัว แต่ไอ้เพื่อนสนิทอย่างบยอนแบคฮยอน มันเคยนั่งสาธยายรูปร่างของเขาให้ฟังว่า


      เออ มึงไม่ได้อ้วนหรอกความจริงอ่ะ แต่มึดูกล้มมมกลมว่ะ กูก็บอกไม่ถูก5555555555

สงสัยเป็นเพราะมึงแม่ง กลมไปทุกส่วนอ่ะ หัวก็กลม หน้าก็กลม แก้มก็กลม ยิ่งตามึงนะ แม่ง โคตรจะกลมเลย

                

               คยองซูก็ไม่รู้ว่าจะเถียงแบคฮยอนยังไงดี เพราะที่มันพูดมาก็ดูเหมือนจะถูกทุกอย่าง คิดแล้วก็ขำ

ก้มมองดูสภาพของตัวเองแล้วก็ต้องถอนหายใจ ไว้พรุ่งนี้ค่อยหาวิธีฟิตหุ่นลดไขมันหน่อยละกัน เผื่อจะเพรียวกว่านี้ได้บ้าง

                

               เดินมาได้สักพักก็ต้องหยุดขาของตัวเอง ถึงสักที ที่ๆที่เขาตั้งใจไว้หลายวันแล้วว่าจะมาบอกบางอย่างกับบางคนในวันวาเลนไทน์วันนี้

 

-                   คณะนิเทศศาสตร์

                คยองซูหยุดยืนอยู่หน้าตึกคณะด้วยใจที่เต้นแรง กำเจ้าดอกกุหลาบสีส้มในกำมือแน่น เกิดมาก็เพิ่งเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้  ปกติเพื่อนๆแทบจะด่าเขาว่าเป็นคนนิ่งเกินไป พวกมันจะตกใจแค่ไหนนะ ถ้ารู้ว่าคนนิ่งๆคนนั้น กำลังประหม่า และกลายเป็นคนขี้เขินขนาดนี้

                

               สูดลมหายใจ เรียกพลังความกล้าฮึดสุดท้ายก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าตึกคณะนิเทศ ยิ่งเดินเข้าใกล้ห้องเรียนที่ปาร์คชานยอลบอกไว้ว่าจะรออยู่แค่ไหน ใจเขามันก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น

                

               ต้องขอบคุณขาเขา ที่มันไม่ได้สั่น จนยังพอเดินได้สะดวกอย่างที่สุด เหลียวมองรอบๆภายในอาคารที่ค่อนข้างเงียบ คนอื่นๆคงไปกันหมดแล้ว ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องเกร็งมากไปกว่านี้

แต่ก็ผ่อนคลายไม่ได้นาน ทันทีที่เดินเข้าใกล้ห้องเรียนริมบันไดชั้นสอง ห้องเรียนของปาร์คชานยอล เขาก็ต้องเริ่มเกร็งอีกรอบ

                

               ได้ยินเสียงหัวเราะขำขันของผู้ชายปนๆกัน น่าจะสองสามเสียงได้ และหนึ่งในนั้นก็มีเสียงทุ้มๆที่เขาจำมันได้ดี

                “ มึงจะเล่นไปอีกนานแค่ไหนว่ะชานยอล หลายเดือนแล้วนะเว้ย “

                “ อะไร ก็แค่สามเดือนเอง ไม่ได้นานขนาดนั้นป่ะวะ? “

              

                 เท้าที่จะก้าวเข้าห้องของคยองซูชะงักเล็กน้อย ฟังจากเสียงก็รู้ว่า ชานยอลกำลังคุยกับเพื่อน แล้วเขาควรจะเข้าไปเลยดีไหมนะ จริงๆมันก็ยังไม่ถึงเวลานัดหรอก เขานัดรุ่นพี่ตัวสูงไว้ช้ากว่าเวลาเลิกเรียนปกติของเขานิดหน่อย เผื่อเวลาให้ตัวเองได้เตรียมใจบ้าง แต่สุดท้ายก็มาเร็วเอง

               

                  “ เอ้า ปกติก็ไม่นานขนาดนี้ป่ะวะ หรือมึงหมดน้ำยาเนี่ย ไอ้กากเอ้ย “

                “ สัส จงอิน มึงเงียบไปเลย มินซอก มึงอย่าขำกูดิ  


     คยองซูได้แต่อ๋อในใจ ว่าชานยอลน่าจะอยู่กับเพื่อนสนิทที่เจ้าตัวเคยเล่าให้ฟัง แต่ไม่เคยเจอ คงต้องรอให้เพื่อนๆเขาคุยกันให้เสร็จก่อนละมั้ง ดีเหมือนกัน ขอเวลาเขาทำใจเพิ่มอีกสักหน่อยนะ


  “ แต่น้องคนนี้ก็ใจแข็งเนอะ ชื่อไรนะ “

“ คยองซูไงไอ้เตี้ย มึงลืมชื่อกิ๊กของเพื่อนได้ไงวะ “

              

                 แว่วเสียงเล็กๆที่ถามถึงชื่อรุ่นน้องบางคน ก่อนจะมีคนเอ่ยชื่อของคยองซู  จากที่จะรออยู่เงียบๆ กลับกลายเป็นเรื่องนี้มีชื่อเข้าไปเกี่ยวด้วยซะงั้น อะไรกันนะ หรือจะแซวกันเรื่องเขากับชานยอลกัน

               

               “ เออๆ น้องคยองซู ไม่เสียชื่อเด็กครูเล้ยยย ที่เขาลือกันว่าจีบยาก ท่าจะจริงเนอะ “

เสียงเล็กๆนั่นพูดขึ้นอีกรอบ

               

               “ คงงั้น ถ้าขนาดไอ้เสือชานยอลยังพลาด ก็น่าจะยากจริง “

                

               คนในห้องยังคงถกประเด็นนี้กันต่อไป ส่วนคยองซูก็กำลังสับสน ทำไมเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของรุ่นพี่กันนะ เป็นความรู้สึกที่ ไม่ดีเอาซะเลย

                

               “ แล้วมึงจะเล่นอีกนานแค่ไหนหะชานยอล “

                

               “ เออ กูขี้เกียจรอละ มึงยอมๆแพ้ไปเหอะ “

                

               เล่นหรอ? หมายถึงอะไร พวกพี่เล่นอะไรกันอยู่หรอคงไม่ได้หมายถึง เล่นกับเขาใช่ไหม?

                

               “ แล้วมึงจะรีบกันไปไหนวะ แค่นี้ก็รอกูหน่อยไม่ได้ กูไม่ยอมแพ้พวกมึงง่ายๆหรอกเว้ย กูว่าน้องใกล้ใจอ่อนแล้วล่ะ ไม่งั้นจะนัดเจอกูวันนี้หรอ “

เสียงปาร์คชานยอล เขาจำได้ เขาจำเสียงนี้ได้ดี แต่เขา.....คิดตามที่เสียงทุ้มๆนั้นพูดออกมาไม่ทัน ไม่สิ เขาไม่อยากคิด เขาไม่อยากคิดในแง่ร้าย

               

               “ เออว่ะ วันนี้วาเลนไทน์นี่หว่า “


   “ เหยดดดด น้องนัดมึงหรอ ซวยล่ะ จงอิน ถ้าน้องมันมาบอกชอบไอ้เสือนี่พวกเราแพ้เลยนะ “

           

                 “ เตรียมตังไว้ให้กูได้เลย 555555555555

                

                  “ โห่ ยังเหอะ มึงอาจจะต้องเตรียมก็ได้น้า ปาร์คชานยอลลลล อย่าพึ่งมั่นหน้ามากครับ “

                ไม่จริงใช่ไหม นี่เขาเพิ่งได้ยินอะไรไป มันเรื่องบ้าอะไรกัน


               ขาของคยองซูเริ่มสั่น เขารู้ตัวว่ายืนไม่ไหวแล้ว ได้แต่ยอมปล่อยตัวให้นั่งลง นั่งก้มหน้าซบเข่า มือที่เคยกำกุหลาบแน่นก็ไร้เรี่ยวแรงไปซะดื้อๆ ถึงไม่อยากจะเชื่อแค่ไหน เขาก็ต้องเชื่อ จากที่ได้ยินกับหู เขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจาก.......


               นอกจากความจริงที่ว่า เขาก็แค่เด็กน้อยที่โดนปั่นหัว ปาร์คชานยอลมาปั่นหัวเขาเล่น ปาร์คชานยอลไม่ได้ชอบเขา ไม่ได้ชอบโดคยองซูคนนี้เลยสักนิด

                

               ความจริงมันช่างโหดร้ายซะจริง

               

               มันโหดร้ายมาก แต่ปาร์คชานยอลน่ะ โหดร้ายยิ่งกว่า


   เขาเสียใจ ใจที่เคยสั่นเพราะความประหม่าที่จะบอกรัก กลายเป็นเต้นรัวเพราะความเจ็บ เจ็บที่สุด


    เหมือนเสียงคุยในห้องจะเริ่มเงียบไปแล้ว แทนที่ด้วยเสียงกุกกัก พวกเขาคงเริ่มเก็บของเตรียมตัวจะออกมาแล้วล่ะมั้ง  เหลือบมองนาฬิกาของตัวเอง


     มันถึงเวลานัดที่เขานัดกับปาร์คชานยอลไว้แล้ว และคงถึงเวลา ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงแล้วสินะ


     ได้แต่สมเพชตัวเองในใจ เขาอยากจะร้องไห้เต็มที แต่เขาจะไม่ร้อง เขาจะร้องให้คนอื่นสมเพชเขาไปมากกว่านี้ไม่ได้  คนอย่างปาร์คชานยอล ไม่ควรจะได้เห็นแม้แต่เศษเสี้ยวของน้ำตาของเขา


     เขาใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ขยับขาลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกพลังเฮือกสุดท้าย เงยหน้าไล่ความร้อนที่เอ่อตรงดวงตา  เมื่อมั่นใจว่าจะไม่มีน้ำตาสักหยดไหลลงมาแล้ว ก็ยกเจ้ากุหลาบสีส้มสดใสขึ้นมามอง


แกนี่โชคร้ายซะจริง เจ้าดอกไม้ ฉันไม่รู้ว่าแกจะอยากไปอยู่กับคนใจร้ายแบบนั้นไหม

แต่ฉันตั้งใจซื้อแกมาให้เขา ยังไงฉันก็คงต้องให้

แกจะเป็นดอกแรกและดอกเดียวเลยนะ อย่าเศร้าไปล่ะ

ถึงจะไม่ได้ให้พร้อมกับคำว่า “ รัก “ อย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก


คยองซูเงยหน้าขึ้นอีกหน เมื่อรู้สึกว่าตาเขาเริ่มร้อนเกินไป หลังจากปรับอารมณ์ตัวเองได้สักพัก ก็กลับมาลาเจ้ากุหลาบในมือของตัวเองต่อ


แต่คำว่า “ ลา “ มันก็ไม่ได้แย่มากหรอกใช่ไหมเจ้ากุหลาบ ?


จ้องเจ้ากุหลาบในมือจนพอใจแล้ว คยองซูก็หันหลังกลับไป ขาที่สั่นเล็กน้อย ก้าวเดินเข้าไปในห้องที่ตัวเองยืนอยู่หน้าประตูมาสักพักแล้ว เขากำลังจะเผชิญหน้ากับชานยอล


เสียงรองเท้าผ้าใบที่กระทบกับพื้นห้อง เรียกสายตาจากสามหนุ่มเพื่อนซี้ที่กำลังคุยกันเพลินๆให้หันมามองผู้มาใหม่  ร่างเล็ก หัวกลมๆที่ชานยอลคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก้าวเดินอย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะทำได้  เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า โต๊ะที่พวกเขานั่งจับกลุ่มกันอยู่


โดคยองซูใช้เวลาไม่นานในการเดิน แต่ก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเงยหน้ามาสบตาคนตรงหน้าได้ สามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าที่แตกต่าง


“ นี่น้องคยองซูหรอ? “ เสียงเล็กๆที่เขาได้ยินตอนนั่งอยู่หน้าห้อง เป็นของผู้ชายหน้าหวาน ที่ตัวเล็กพอๆกับเขา ผิวขาวๆกับตาเฉี่ยวเหมือนแมวแบบนี้คงเป็นพี่มินซอก

ส่วนอีกคนที่ยืนกอดคอพี่มินซอกอยู่ ผู้ชายหน้าคมผิวแทน คงเป็นพี่จงอิน

รุ่นพี่ทั้งสองมองสำรวจเขาอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันไปยิ้มให้กันอย่างสื่อความหมายบางอย่าง คามหมายที่เขา เข้าใจดี

                

               “ มาตรงเวลาเชียวนะเจ้าเปี๊ยก “ เสียงทุ้มที่เรียกความสนใจของคยองซูให้หันกลับมาสนใจคนพูด

ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ร่างสูงโปร่ง ตาโตที่เข้ากันได้ดีกับลักยิ้มที่เขาชอบแอบมองยามที่มันโผล่มาให้เห็น ยามที่ปาร์คชานยอลยิ้ม ยิ้มที่เขาเคยคิดว่ามันจริงใจ แต่มันไม่ใช่

                

               “ เป็นไรอ่า ทำไมเงียบเชียว “ ชานยอลแปลกใจเล็กน้อย ที่คนตัวเล็กยืนนิ่งมองเขาเงียบๆ ถึงคยองซูจะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง แต่เท่าที่รู้จักกันมาก็ไม่เคยเงียบกับเขาแบบนี้แน่ๆ

               

               “ น้องเขินพวกกูป่าววะ 55555

                

               “ เออ หรือพวกกูควรออกไป มึงว่างั้นไหมมินซอก “  เสียงไอ้เพื่อนตัวดี เอ่ยขัดความเงียบขึ้นมา ปาร์คชานยอลได้แต่ส่งสายตาเอือมๆไปให้พวกมัน


     กูรู้ว่าพวกมึงลุ้นว่าน้องมาทำไม แต่ช่วยลุ้นเงียบๆเหอะ ก่อนที่เขาจะได้ไล่มันออกจริงๆ


     “ ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องออกไปหรอก “ ชานยอลเกือบจะด่าเพื่อนที่ทำหน้ามึน กวนตีนๆใส่เขาอยู่แล้ว ถ้าคยองซูไม่เอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน


     หันมามองสบตาเจ้าเปี๊ยกของเขาแล้วก็คันยิบๆในใจแปลกๆ วันนี้น้องมันนิ่งเกินไปจริงๆแฮะ  เขาว่าก็ไม่ได้ไปทำอะไรให้โกรธนะ หรือยังไง ทำไมไอ้ตาโตๆนั่น มันถึงได้ ไม่สดใสเอาซะเลย ไม่ปกติจริงๆ

โดคยองซูไม่เคยใช้สายตาแบบนี้มองเขา หมายถึงช่วงหลังๆอ่ะนะ

               

               “ แน่ใจนะ ว่าไม่เป็นอะไร เราดูแปลกๆไปนะเปี๊ยก “ ชานยอลคิดไม่ตก เลยได้แต่ถามตลกๆเข้าสู้ กับบรรยากาศหม่นๆตอนนี้ เขาไม่ชอบเลย


                    มันเหมือน บรรยากาศเหมือนช่วงแรกที่เจ้าเปี๊ยก ยังวิ่งหนีเขาอยู่ ใช่ เหมือนตอนนั้นจริงๆด้วย

               

               “ ผมมีเรื่องจะบอกพี่แหละ “ คยองซูไม่ได้ปล่อยให้ชานยอลจับพิรุธท่าทางของเขานานไปกว่านี้ เขาพูดเกริ่น พร้อมกับยกกุหลาบขึ้นมาถือระดับอก ระดับสายตาของปาร์คชานยอลพอดี

               

               “ หูววววววว น้องมีกุลงกุหลาบด้วยเว้ยยยย “

               

                    “ เหยดดดด “ แว่วเสียงแซวจากสองสหายที่ยังคงไม่ไปไหน แต่ดูเหมือนสองคนที่โดนแซวจะไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่

คยองซูกำลังใช้สมาธิทั้งหมด เรียบเรียงคำพูดที่อยู่ในหัวเขาตอนนี้

ส่วนชานยอล กำลังมองกุหลาบสีส้มในมือของเจ้าเปี๊ยกด้วยความสงสัย หรือว่าแผนจีบของเขาจะสำเร็จแล้วงั้นหรอ

                

               “ จริงๆเมื่อกี้ผม..... ผมมาก่อนเวลานัดน่ะ “ พูดไปคยองซูก็เริ่มรู้สึกว่าหัวเขาจะหนักขึ้นเรื่อยๆ หรือเพราะการสบตากับคนตรงหน้ามันยากเกินไปก็ไม่รู้ เลยเริ่มก้มหน้าเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัว

               

               “ มานานแล้วหรอ? “  มานานแค่ไหนกัน หรือเปี๊ยกจะได้ยินที่เขาคุยกับไอ้สองตัวนั้น ชานยอลหันไปหาจงอินกับมินซอก สองคนนั้นก็กำลังตกใจ ไม่ต่างจากเขา ส่งท้ายด้วยหน้ามึนๆกับท่ายักไหล่ประมาณว่า กูคงช่วยอะไรมึงไม่ได้นะเพื่อนรัก

 เออ กูรู้แล้วว่าตัวเองกำลังจะซวย พวกมึงไม่ต้องตอกย้ำ

              

                 “ ผมได้ยินหมดแล้วแหละ “  คยองซูเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะทำใจเงยหน้ามองคู่สนทนาอีกครั้ง เขาเอง ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ปาร์คชานยอลกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ จะตกใจ สะใจหรือเสียดายแค่ไหนที่หลอกเขาต่อไม่ได้อีก พอได้มอง ก็เห็นแค่อาการตกใจจากตาคู่นั้น ก็ ไม่ได้แย่มากมั้งพี่โย่งของเขาน่ะ ไม่สิ ไม่ใช่ของเขาแล้ว    “ ที่พี่คุยกัน ผมได้ยินหมดแล้ว “

                

                    “ เอ่อ ....พี่ ” ปาร์คชานยอลเหมือนคนเป็นใบ้ชั่วขณะ เขาหาเสียงตัวเองไม่เจอ เรียบเรียงคำพูดไม่ถูกเหมือนกันว่าจะพูดอะไรดี จะแก้ตัวน่ะหรอ ก็ไม่ได้ เพราะเขาก็ทำแบบที่น้องมันได้ยินจริงๆ จะอธิบายหรอ เขาก็ไม่รู้จะอธิบายไปทำไม เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรสักหน่อย เปี๊ยกไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เขาแค่พนันกับเพื่อนไว้ ใช่ เขาแค่พนันเรื่องของคนตรงหน้าเท่านั้น

              

                 “ ผมดีใจนะที่พี่ไม่แก้ตัว “  หลังจากเงียบรอฟังชานยอลมาสักพักแล้ว คยองซูก็ดีใจที่อย่างน้อยคนตัวสูงก็ไม่ได้โกหกเขาต่อ

                

                    “ พี่ไม่แก้ตัวหรอก ใช่แล้วล่ะ พี่ทำแบบนั้นจริงๆ “  เมื่อตัดสินใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไร ปาร์คชานยอลก็ยืดอกรับไปตรงๆ แม้ในใจจะหวั่นๆหน่อยๆ กลัวว่าน้องมันจะโกรธมากจนถึงกับอยากจะกระโดดเตะเขาเลยรึเปล่า แต่เปี๊ยกก็ยังคงเงียบ ก้มๆเงยๆสลับกัน เขาเลยสังเกตสีหน้าของน้องไม่ถนัดนัก     “ จริงๆ ถ้าเราโกรธ จะด่าหรือเตะ ..”

                

                    “ ไม่หรอกครับ “ ไม่ได้รอให้ชานยอลพูดจบ คยองซูก็เอ่ยขัดทันที เขารู้ว่าชานยอลต้องการจะพูดอะไร แต่เขาไม่อยากฟังมันเท่าไหร่ ไม่อยากใจอ่อน อยากโกรธให้มากๆหน่อย

              

                 “ แต่ว่า.. “ ชานยอลยังอยากจะพูดต่อให้จบ แต่ก็ต้องเงียบเสียงเพราะ ดอกกุหลาบสีส้มที่ถูกเจ้าของมือป้อมยื่นมาตรงหน้าเขา คือยังไงวะ ปกติถ้ายื่นแบบนี้ คือหมายถึงให้เขาใช่ป่ะ

เปี๊ยกมันจะให้กุหลาบเขาในสถานการณ์ตอนนี้อ่ะนะ ด้วยความไม่มั่นใจ ชานยอลเลยไม่กล้ายื่นมือไปรับ ได้แต่ส่งสายตาสงสัยไปให้เจ้าของมือ ที่ยังทำหน้านิ่ง นิ่งจนเขาเดาอารมณ์ไม่ถูกเลย

              

                 “ รับไปสิครับ ผมซื้อมาให้พี่นะ วันนี้วาเลนไทน์ เลยตั้งใจจะมาให้กุหลาบแล้วก็สารภาพรักพี่นั่นแหละ “  คยองซูพูดอธิบายหลังจากคนตัวสูงไม่ยอมรับกุหลาบจากเขาไปสักที เขาคงจะทนทำหน้านิ่งใส่ได้อีกไม่นานนัก  “ พี่คิดถูกแล้วล่ะครับ ผมแพ้ให้พี่ซะแล้ว ผมชอบพี่แล้วจริงๆ “ กลั้นใจพูดออกไป คำสารภาพที่ก่อนหน้านี้เขาประหม่าแทบตาย  แต่ในตอนนี้ความประหม่ามันหายไปหมด ซึ่งก็ไม่ได้ดีเลยสักนิด

แต่เขาต้องพูด เพื่อให้มันจบ ความรู้สึกของโดคยองซูที่มีต่อปาร์คชานยอล เขาต้องพูดมันออกไป จะได้ไม่เหลืออะไรให้ค้างคาใจอีก

                

                    ชานยอลไม่ได้พูดอะไร เขายื่นมือไปรับดอกกุหลาบ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งๆที่เขาชนะ เขาควรจะดีใจที่ชนะพนันเพื่อนได้ เด็กคณะศึกษาศาสตร์ที่ร่ำลือกันว่าจีบยากน่ะ เขาจีบได้แล้วนี่ไง

แต่พอมองหน้าเจ้าเปี๊ยก ตาหม่นๆนั่น ทำเอาเขารู้สึกไม่ค่อยดี น่าจะคล้ายๆความรู้สึกผิดละมั้ง

               

                    “ งั้นผมไปก่อนนะครับ โชคดีครับรุ่นพี่ “ เอ่ยลารวมกันกับรุ่นพี่ทั้งสามที่มัวแต่เงียบ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไปข้างหน้าอย่างเร็วที่สุด เขาไม่ได้ทันคิดหรอกว่าตัวเองจะเดินไปไหนต่อ

ขาเขามันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เหมือนมันจะรู้ ว่าถ้าไม่รีบเดินหนีไปตอนนี้ ต่อไปคงจะเดินหนีจากตรงนั้นได้ลำบากแล้ว


                    เดินไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมาย จนสุดท้าย ก็ไปทรุดตัวนั่งลงที่สวนริมสระน้ำ  ไหล่ที่เริ่มสั่นจากการร้องไห้ของคนตัวเล็ก แต่เขาคงห้ามตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ก็ตอนนี้น่ะ โดคยองซูกำลังอ่อนแอที่สุดเลยน่ะสิ

 

                “ พวกมึง ..... กูชนะแล้วว่ะ “ ประโยคที่เอ่ยจากปากเหมือนจะไม่สัมพันธ์กับสีหน้าในตอนนี้ของปาร์คชานยอลเท่าไหร่นัก จงอินกับมินซอกไม่ได้พูดอะไร พวกเขาแค่มานั่งข้างๆไอ้โย่ง ที่กำลังทำหน้าเหมือนหมาซึมอยู่ จริงๆก็แอบรู้สึกผิดนิดหน่อย ก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดนี่นะ

                

               “ น้องมันไปง่ายๆอย่างงี้เลยอ่อว่ะ “ มินซอกพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ และดูเหมือนประโยคนี้จะตรงกับความคิดของคนที่เหลืออยู่เหมือนกัน

                

                    ชานยอลเคยคิดเล่นๆว่าน้องตอนที่รู้ความจริง น่าจะโกรธเขามากๆสิ เกลียดเลยก็จะไม่แปลกใจ คิดถึงขั้นอาจโดนต่อยปากแตกเลยด้วยซ้ำ แต่นี่ ไม่มีแม้แต่คำด่าว่าร้ายเลยสักแอะ หรือเปี๊ยกมันจะรู้วะ ว่าทำแบบนี้ มันจะยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

                  

                      เปี๊ยกนะเปี๊ยก กลับมาต่อยพี่สักหมัดก่อนไปไม่ได้หรอว่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #26 ปาร์คชยอล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:41
    ฮืออออ ทำไมอิพี่ทำงี้กับน้องงงง //ภาษาดีมากคะไรท์ ติดตามค่าา
    #26
    0
  2. #11 DOPWNney (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:28
    โมโหแทนน้องเลย มาเล่นกับความรู้สึกของน้องแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะคะพี่!
    #11
    0
  3. #9 ซินดี้ ขี่ยีราฟ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 03:06
    เอ้า ชานยอลไม่ต้องมาทำเป็นจ๋อยหมาหงอยเลย คยองซูน่าจะหักหน้าด้วยการเอากุหลาบมาให้ละบอก เลิกคุยกันเถอะ5555
    #9
    0
  4. #6 PEACHYBABY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:29
    น้องแข็งแกร่งมากกก ฮืออออ อิพี่มันนิสัยไม่ดี ต้องดัดนิสัยย!!! มาเล่นกับความรู้สึกน้องแบบนี้ได้ไง
    #6
    0
  5. #2 Chi-YAS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:49
    น้องน่าจะต่อยพี่มันสักหมัดก่อนไปอะ แต่เงียบแบบนี้ก็ดีแล้วให้พี่มันอึดอัดตายไปเลย สำนึกซะคนเรา เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #2
    0
  6. #1 Chanatinad Chidking (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:04
    โกรธแทนน้องมาก ถ้าเป็นเรานะ ตะเอากุหลาบฟาดจนตัวช้ำ
    #1
    0