ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 [----รีไรท์----]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    2 ส.ค. 54


ตอนที่
8

 

ลีออนนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวของสตูดิโอแห่งหนึ่ง หลังจากถูกลากเข้ามาในนี้แล้วจับเปลี่ยนเสื้อผ้า ลีออนก็ได้แต่นั่งสับสนกับคนที่เดินสวนไปสวนมาว่า ตกลงใครเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายกันแน่ รายแรกที่เจอเป็นสาวร่างเล็กที่สวมเสื้อผ้าปอนๆ ทรวดทรงองค์เอวดูยังไงก็ผู้หญิงแน่ๆ เจ้าหล่อนเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ตลอดเวลาและสวมเฮดโฟนอันใหญ่ ยกเว้นสำเนียงการพูดห้วนห้าวแบบผู้ชาย เจ้าหล่อนขนาดทุบประตูห้องแต่งตัวโครมๆ และขู่ว่าถ้าเขาไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า หล่อนจะเข้าไปแต่งตัวให้เอง

ส่วนช่างผมกับช่างแต่งหน้า ต่อให้มีตาอยู่แค่ข้างเดียว ลีออนก็มั่นใจว่าหน่วยก้านที่เห็นน่ะผู้ชายชัดๆ แต่พวกเขา... เอ่อ หล่อน กลับแต่งตัวและแต่งหน้าแบบผู้หญิง แถมยังพูดจาคะขาด้วย ลีออนต้องยอมถูกเล็มผมออกอีกนิดหน่อย แต่ยืนยันที่จะไม่ย้อมสีผมเด็ดขาด เพราะเขาไม่มีทางเอาหัวที่ถูกย้อมสีทองไปให้คนที่คลับเห็นได้แน่ๆ ต่อให้บอกว่าล้างออกได้ก็เถอะ

ไวซ์แยกตัวไปยังห้องแต่งตัวอีกส่วนตั้งแต่มาถึง หลังจากนั่งรออยู่นาน เขาก็ถูกพาไปยังห้องขนาดใหญ่ที่ภายในมีทีมงานและนางแบบกำลังทำงานอยู่ พวกช่างแต่งหน้าและทำผมอีกส่วนคอยตามจัดทรงผมและแต่งหน้าให้กับนางแบบเหล่านั้นชนิดตามติดกันทุกฝีก้าว แต่สิ่งที่ทำให้ลีออนไม่อาจละสายตาได้ก็คือ ไวซ์ที่ยืนโดดเด่นอยู่บนฉากพรีวิวที่จัดเป็นต้นไม้แผ่กิ่งก้านแห้งๆ แต่ก็เห็นชัดว่ามันถูกตัดแต่งให้เป็นแบบนั้น ไวซ์กำลังยืนโอบนางแบบในชุดสีครีมสุดเซ็กซี่ไว้ ใบหน้าสวยของหล่อนแหงนหงาย ผมดัดสยายอยู่ข้างหลัง เรียวขาข้างหนึ่งงอขึ้นเล็กน้อย ทำให้ชายกระโปรงที่แหวงสูงอยู่แล้วยิ่งสูงขึ้นจนน่าหวาดเสียว มีมือของไวซ์ประคองต้นขาสวยให้แนบสนิทกับสะโพกเขายิ่งขึ้น ที่สำคัญใบหน้าของไวซ์ก้มต่ำจนแทบจะเกยอยู่เหนือทรวงอกอวบอิ่ม ตากล้องหนึ่งคนกำลังกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ โดยมีทีมงานอีกสามคนคอยช่วยดูแสง

ทุกคนตั้งอกตั้งใจทำงานไม่มีวอกแวก กระทั่งตากล้องบอกให้มีการปรับมุมแสงอีก ช่างแต่งหน้าสองคนก็เข้าไปช่วยแต่งหน้าให้ไวซ์กับนางแบบ ไวซ์ดูนิ่งเฉยไม่พูดหรือออกความเห็นแม้แต่ตอนที่ช่างแต่งหน้าลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกจนหมดแถว จัดให้มันแยกกว้างเผยแผงอกแกร่งได้รูปสวย แถมยังก้มลงมาถอดเข็มขัดหนังสีดำออกแล้ว คลายกระดุมกางเกงเม็ดบน เผยลึกลงไปหมิ่นเหม่เหนือความเป็นส่วนตัวของเขาแค่ไม่กี่คืบ นางแบบผมสั้นอีกคนเดินนวยนาดเข้าไปในฉาก มีตากล้องส่งสัญญาณมือให้ขยับเข้าไปใกล้ไวซ์จนคางของหล่อนแนบอยู่บนไหล่เขา โพสท่าแนบชิดด้วยสีหน้าเชิญชวน

ลีออนมองไวซ์ที่มีสาวสวยบาดตาขนาบข้างด้วยความรู้สึกอิจฉา ไวซ์สมบูรณ์แบบเหลือเกิน ทั้งรูปร่างและหน้าตา ท่าทางเยือกเย็นสงบนิ่งของเขาก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาดูพิเศษมากขึ้น นางแบบคนหนึ่งวางมือเรียวสวยของหล่อนบนแผงอกของเขา ขณะที่อีกคนไล้มือต่ำลงมาที่หน้าท้องและถ้าตาลีออนไม่ฝาดนิ้วสวยๆ นั่นสอดเข้าไปในขอบกางเกงไวซ์ด้วย ไม่รู้ว่านั้นเป็นท่าทางที่ตากล้องต้องการหรือสิ่งที่พวกหล่อนต้องการกันแน่ แต่ตากล้องก็รีบถ่ายภาพไว้ทันที ส่วนไวซ์... เขาแค่เอามือล้วงกระเป๋าแล้วก็ยืนนิ่งๆ

“เรียบร้อยครับ”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นลีออนถึงได้เห็นไวซ์ถอนใจ เขาหันไปยิ้มให้กับนางแบบทั้งสองพร้อมกล่าวขอบคุณ พวกหล่อนจูบแก้มเขาตอบก่อนเดินออกไปจากฉาก ลีออนรีบถอยไปชิดมุมแต่ก็ช้ากว่าสายตาของไวซ์มองมาเห็นเข้าพอดี คิ้วของเขายกขึ้นสูง ทำให้ลีออน ต้องเตือนตัวเองว่าเขาโตแล้วไม่ใช่เด็กที่จะอ้าปากร้องไห้แงๆ แล้วขอให้พากลับบ้าน

“ทรงผมใหม่ดูดีนี่” ไวซ์ยื่นมือเข้ามาแตะผมด้านหน้าที่ทาเจลให้อยู่ทรง ลีออนมองแก้มซ้ายของเขา แม้จะมีเครื่องสำอางปกปิด แต่ก็ยังสังเกตเห็นรอยช้ำนิดๆ อยู่ดี

“ถ่ายรูปทั้งแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ”

ไวซ์ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองนิดนึง แล้วยักไหล่

“ยังไงภาพก็ต้องถูกรีทัชอยู่แล้ว มาดูทางนี้สิ” ไม่พูดเปล่าเพราะเขาโอบไหล่ลีออนให้เดินตามไปอย่างแนบชิดสนิทสนมชนิดไม่แคร์สายตาใครที่มองตาม กระทั่งพวกเขามาถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์แบบติดล้อเลื่อน ผู้ชายสองคนกำลังจ้องอยู่บนหน้าคอมแบบจอแบน บนนั้นมีภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วปรากฏอยู่

“เป็นไงบ้าง” ไวซ์ทักไปยังชายทั้งสอง ชายสวมแว่นที่เป็นตากล้องกำลังเลือกรูปอยู่หันมาส่งยิ้มตอบ

“ไม่มีปัญหาครับ มุมกล้องกับการจัดแสงช่วยได้แยะ แทบไม่ต้องแก้อะไรมาก คุณจะพักซักหน่อยก่อนเริ่มถ่ายเซ็ทต่อไปไหม”

“ไม่ ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเริ่มกันเลย แล้วพวกคุณล่ะ? ”

“พร้อมอยู่แล้วครับ เราจะเปลี่ยนไปใช้อีกห้องแทน ทางผมจัดฉากไว้แล้ว อยากให้เป็นฉากที่ดูเป็นสวนตัวกว่านี้”

“ได้เลย อ้อ นี่คือนายแบบที่จะถ่ายคู่กับผม”

พอไวซ์ดันตัวลีออนออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางภูมิใจนักหนา ยกเว้นลีออนก็ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี ตากล้องกับชายอีกคนขมวดคิ้วใส่เขา คล้ายจะส่งคำถามมาประมาณว่า เนี่ยเหรอนายแบบ?

“ผมเป็นแค่บาร์เทนเดอร์ไม่ใช่นายแบบ” ลีออนกระซิบใส่คนที่ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันที่ห้องทางขวานะครับ”

หลังจากที่ไวซ์เปลี่ยนชุดใหม่เสร็จ ทุกคนก็มาพร้อมกันยังห้องที่จัดฉากด้วยชุดโซฟาและข้าวของแบบเก่า มีโซฟาแบบที่เห็นในห้องแต่งตัวของไวซ์ นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังก็เป็นแบบลูกตุ้ม พรม ผ้าม่าน เครื่องประดับตกแต่งที่ทำให้ลีออนคิดถึงหนังย้อนยุคซักเรื่อง หัวใจลีออนเต้นแรงแทบหลุดออกมาข้างนอก เมื่อถูกจับให้ไปนั่งบนโซฟากับไวซ์ มีใครซักคนพูดพล่ามว่าพวกเขาต้องการท่าทาง อารมณ์แบบไหน เพื่ออะไร พวกช่างแต่งหน้ายังป้วนเปี้ยนอยู่กับผมและหน้าเขาตลอด แต่สมองของลีออนไม่ยอมรับอะไรเลยนอกจากเขารู้สึกว่าเขากำลังจะเป็นลม

“คุณครับ” ใครบางคนเรียกเขา

“ลีออน”

ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อไวซ์สะกิด พอตั้งสติได้นั่นยิ่งเป็นฝันร้ายมากกว่า เพราะสายตาทุกคนต่างมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว ทั้งช่างไฟ ตากล้องกับใครอีกก็ไม่รู้ ที่สำคัญคนพวกนั้นดูกังวลใจกับเขาเหลือเกิน

“จะไหวหรือครับ” นายตากล้องกระซิบกับไวซ์

“เขาแค่รู้สึกผิดที่ผิดทางนิดหน่อย คุณไปเตรียมกล้องเถอะ”

เมื่อคนทั้งหมดกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ลีออนก็แทบอยากแลกอะไรก็ได้เพื่อให้เขาไปจากที่นี่

“ผมทำให้พวกคุณพังแน่ๆ” ชายหนุ่มพึมพำโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย

“บ้าสิ นี่ยังไม่ได้เริ่มเลย”

“ผมก็บอกแล้วผมทำไม่ได้”

“ลีออน”

ลีออนสูดหายใจลึก เกือบผวาลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของไวซ์ดังอยู่เหนือใบหู แต่เพราะมือของไวซ์ที่วางอยู่บนไหล่ของเขากดตัวไว้กับที่

“หันมามองหน้าฉันนี่” มือของไวซ์ที่วางอยู่บนไหล่เลื่อนขึ้นสู่ท้ายทอย บังคับให้หันมาสบใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่คืบ ริมฝีปากได้รูปเป็นสีชมพูอ่อนขยับ น้ำเสียงทุ้มต่ำปลุกปลอบไม่ต่างกับมือที่ลูบไล้ให้กำลังใจ “มองแค่ฉัน ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ตกลงไหม”

สมองของลีออนว่างเปล่า แต่เขาแน่ใจว่าตัวเองกำลังพยักหน้ารับ ถูกตรึงไว้ด้วยดวงตาสีเทาอย่างสมบูรณ์ ไวซ์ยิ้มให้เขาอาจไม่ใช้รอยยิ้มที่เห็นชัดเจนนัก แต่ลีออนเห็นมันจากแววตาของเขา จากความชื่นบานเล็กๆ ที่ปรากฏบนดวงหน้า ตอนนั้นเองที่ลีออนเพิ่งสังเกตว่าไวซ์แต่งตัวแบบไหน เขาสวมสร้อยคอทำจากเงินแขวนจี้กางแขนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอกเปลือย สวมกางเกงหนังกับเสื้อโค้ทขนแกะแบบเดียวกับที่ลีออนสวม แต่ของชายหนุ่มเป็นสีดำขณะที่ของเขาเป็นสีขาว ภาพทุกอย่างดูชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจของลีออนกลับเข้ารูปเข้ารอย จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนลูกปัดเล็กๆ ที่กลิ้งไปตามเส้นทางของมันเอง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตากล้องเริ่มถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

ไวซ์ขยับเปลี่ยนท่าทาง แต่แผ่นหลังของทั้งคู่ยังแนบสนิทกัน มือด้านขวาของไวซ์ที่หันไปทางกล้องยกขึ้นพาดเหนือเข่าที่งอขึ้น ไวซ์ยังทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีเยี่ยม เขาโพสท่าให้ตากล้องถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่งมาเขาต้องทำอะไร ที่สำคัญตลอดเวลานั้นมืออีกข้างหนึ่งของเขายังคงกุมมือของลีออนไว้โดยตลอด

พวกเขาเปลี่ยนท่าโพสตามคำแนะนำของตากล้อง กระทั่งเปลี่ยนมุมถ่ายภาพ โดยมีไวซ์นั่งอยู่บนที่เท้าแขนเก้าอี้และลีออนยืนอยู่ข้างหน้า วางมือเหนือบ่ากว้าง

“เห็นไหม มันไม่ได้ยากเลย” เขากระซิบขณะที่ตากล้องยังถ่ายภาพต่อไป

“มีแต่คุณนั่นแหละที่เห็นว่าทุกอย่างง่ายไปหมด”

“ไม่จริง” ไวซ์จับมือลีออนให้เลื่อนขึ้นแนบแก้มซ้ายเพื่อปิดรอยช้ำไว้ แล้วเลื่อนมืออีกข้างขึ้นวางเหนือสะโพกเขา ถึงจะเป็นแค่การโพสท่าแต่ลีออนก็ยังอดรู้สึกขัดเขินไม่ได้  ยิ่งพอประสานกับดวงตาสีเทาที่แหงนขึ้นมอง ลีออนจึงแสร้งเบือนหนีไปด้านข้าง

“ลีออน เธอรู้ไหมทำไมพวกนกถึงต้องบินอพยพลงใต้เมื่อถึงฤดูหนาว”

 ลีออนหันกลับมาทำหน้างงๆ ที่จู่ๆ เขาก็ถามเรื่องพวกนี้ขึ้นมาซะงั้น

“ก็คงเพราะพวกมันต้องการที่อบอุ่นละมั้ง”

“เปล่า แต่ถ้าพวกมันเดินไปจะช้า ก็เลยต้องบินไปแทนต่างหาก”

คนฟังทำตาปริบ แต่พอมุมปากของไวซ์ขยับยกเป็นรอยยิ้ม ในที่สุดลีออนก็ต้องยอมแพ้แล้วหัวเราะพร้อมกัน จังหวะเดียวกับที่ได้ยินเสียงลั่นชัตเตอร์ติดกันอีกหลายครั้ง

 

กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยพวกเขาก็ต้องใช้เวลาไปอีกเกือบครึ่งค่อนวัน ไวซ์ถามว่าอยากไปดื่มกับทีมงานต่อหรือเปล่า ลีออนปฏิเสธเพราะยังไงเขาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกของที่นี่อยู่ดี แต่พอเขาปฏิเสธไวซ์ก็ปฏิเสธด้วย

“อันที่จริงผมนั่งรถกลับเองก็ได้นะ” ลีออนกล่าวอย่างเกรงใจเมื่อพวกเขากลับเข้ามานั่งอยู่ในรถ เพราะไวซ์อาสาที่จะไปส่งเขาที่ห้องพัก

“ฉันเป็นคนพาเธอมา ทำไมคิดว่าฉันจะทิ้งเธอไปแบบนั้น”

“ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณคอยห่วงผมจนหมดสนุกต่างหาก”

“ฉันชอบที่จะได้อยู่กับเธอมากกว่า”

ช่างเป็นคำตอบที่ทรงอานุภาพเสียจริง เพราะมันทำให้ลีออนหมดคำโต้แย้งอย่างสิ้นเชิง ขณะที่รถแล่นไปเรื่อยๆ ลีออนก็ได้แค่ครุ่นคิดถึงครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้พบกัน เอ่อ ไม่สิ เกือบจะได้พบกันมากกว่า

“คุณไม่ถามผมเหรอ”

“ถามอะไร?” ไวซ์พูดทั้งที่ยังมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาซ่อนไว้หลังแว่นดำ

“คุณไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมผมไม่ไปตามนัด” ถามออกไปแล้วลีออนก็ได้แต่กลั้นใจ บางครั้งการนิ่งเฉยของไวซ์ก็ทำให้เขาดูน่านับถือดี แต่ขณะเดียวกันก็น่ากลัวด้วย ตรงที่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“อยากรู้ แต่ฉันไม่มีเหตุผลที่จะมานั่งซักไซ้เหมือนเธอเป็นนักโทษ” ไวซ์ตอบกลับ แล้วหันมายิ้มนิดๆ “ถ้ามันเป็นเรื่องจำเป็น ฉันจะไม่ถามว่าทำไมมันถึงจำเป็น ฉันว่ามันฟังเหมือนเด็กเอาแต่ใจถ้าจะถามแบบนั้น อีกอย่างถ้าเธออยากพูด เธอก็พูดเองนั่นแหละ”

“คุณไม่โกรธเหรอ”

“ทำไมฉันต้องโกรธ” คิ้วของเขาขมวดมุ่น “แค่ฉันได้พบเธออีกฉันก็พอใจแล้ว”

ลีออนเอนหลังกับเบาะนั่งด้วยความโล่งอกที่รู้ว่าไวซ์ไม่โกรธ จากนั้นจึงเล่าว่าเกิดอะไรในคืนนั้นบ้าง พอเล่าจบลีออนก็สังเกตว่าท่าทางของไวซ์ดูเคร่งขรึมขึ้นมาปุบปับ

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ตอนนี้ที่คลับมีปรับปรุงร้าน คุณคาเรนบอกว่าอาจจ้างรปภ.ประจำคลับเพื่อดูแลข้างในอีกสองคน อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกครับ ตั้งแต่ผมเริ่มทำงานมาก็เห็นคนทะเลาะกันตั้งหลายครั้งแล้ว”

“เธอไม่คิดจะหางานใหม่ทำบ้างเหรอ ถ้าเธอลำบากละก็จะให้ฉันช่วยก็ได้นะ”

“ไม่เลย” ชายหนุ่มรีบโบกมือปฏิเสธ “ผมไม่ได้ลำบากขนาดนั้น อีกอย่างผมยังไม่อยากเลิกทำงานนี้”

“ทำไม”

“เพราะผมโชคดีที่ได้งานนี้น่ะสิครับ ก่อนหน้านั้นผมทำงานมาหลายอย่าง เป็นเด็กปั้ม ทำงานเสิร์ฟในโรงแรม เคยเป็นคนขับรถส่งของอยู่พักหนึ่งด้วยนะ” พูดแล้วเขาก็หัวเราะ “กระทั่งคุณวาลแนะนำให้ผมมาสมัครที่คลับเดียวกับเขา”

“วาล?” ไวซ์ถามซ้ำ

“คุณน่าจะเคยพบเขานะ คนที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์คู่กับผมไง”

“อ๋อ” เขาลากเสียงช้าเนิบ “คนตัวโตๆ นั่นนะหรือ ท่าทางสนิทกันนะ”

“ครับ” ลีออนรีบรับอย่างออกหน้า “ตอนที่มาสมัครเป็นบาร์เทนเดอร์ผมไม่เคยรู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ปกติแล้วเขาจะรับคนมีประสบการณ์ แต่ผมน่ะโชคดีที่ได้คุณวาลช่วยแนะนำ แถมเจ้าของคลับก็ยังให้โอกาสเข้ามาฝึกเป็นบาร์เทนเดอร์ก่อน ผมเลยคิดว่าผมโชคดีมากๆ ก็เลยไม่อยากทิ้งที่นี่ไปตอนนี้”

“ไม่คิดว่าตาลุงนั่นเห็นทื่อๆ จะใจดีกับเขาด้วย” ไวซ์พึมพำ

“ใครเหรอครับ”

ไวซ์หยิบบุหรี่จากลิ้นชักรถออกมา หลังจากจุดไลท์เตอร์เขาจึงพูดต่อ

“ฉันรู้จักเจ้าของคลับนั่น ตอนที่ฉันกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวันก่อน ก็ได้เขาที่บอกว่าพวกเธอไปเที่ยวกันที่ไหนก็เลยตามไปถูก”

“คุณรู้จักกับคุณคาเรนด้วยเหรอ” ลีออนถามด้วยความสงสัย

“เปล่า เขาชื่อโรลองต์ ที่ฉันไปที่คลับบ่อยๆ ก็เพราะเขารับปากว่าถ้ามาที่คลับฉันจะได้รับความเป็นส่วนตัวกว่าที่อื่นๆ” พูดแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มนิดๆ “ถึงจะไม่ซะทีเดียว แต่ก็ต้องขอบคุณเขา”

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย เคยได้ยินคุณวาลพูดว่าคลับมีหุ้นส่วนอยู่สองคน ผมก็นึกว่านอกจากคุณคาเรนแล้วก็คงเป็นเพื่อนๆ ของเธอ”

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอก ถ้าโรลองต์ไม่ได้โม้ ฉันคิดว่าผู้หญิงชื่อคาเรนน่าจะเป็นลูกสาวของเขา หลังๆ มานี่เขามัวยุ่งอยู่กับธุรกิจอื่น เธอเลยอาจทำงานเป็นตัวแทนของพ่อ ส่วนหุ้นส่วนอีกสองคน ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร ที่แน่ๆ โรลองต์เป็นคนตั้งคลับขึ้นมา”

ลีออนทำหน้าอึ้งๆ กับข้อมูลใหม่ เพราะไม่คิดว่าไวซ์จะรู้จักไปถึงเจ้าของคลับตัวจริงด้วย แต่จะว่าไปไวซ์ก็ไม่ใช่คนประเภทจะชอบคุยโม้โอ้อวดอยู่แล้ว บางทีหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเขาอาจทำให้ลีออนทึ่งกว่านี้ก็ได้

“ทำไมคุณชอบใส่แว่นดำตลอดเลย” พอถูกท้วงไวซ์ก็ยกมือขึ้นแตะขอบแว่น

“ไม่ชอบเหรอ”

“เปล่าครับ คุณใส่แล้วก็เท่ดี แต่ผมแค่สงสัยเท่านั้น”

“ฉันไม่ค่อยชอบสีตาตัวเอง แต่ก็ไม่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ด้วย”

“อ้าว ทำไมล่ะ ผมว่ามันสวยดีออก” คิ้วข้างหนึ่งของไวซ์ยกขึ้น แต่สีหน้ายังเรียบเฉยเหมือนเดิม เหมือนเขาไม่ค่อยชอบที่ถูกทักแบบนั้น “เอ่อ ผมพูดอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า”

“ไม่หรอก” ไวซ์วางศอกกับขอบประตูรถ “ตาฉันเหมือนพ่อ แต่สีเทาแบบนี้มันดูเย็นชาเกินไป เป็นใครก็คงไม่ชอบให้คนอื่นมามองตัวเองอย่างเย็นชาหรอกจริงไหม”

ลีออนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดของไวซ์เมื่อเขากล่าวถึงพ่อ จะว่าไปถึงเขาจะไม่ได้ติดตามเรื่องราวของไวซ์มากมายนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าสื่อต่างๆ ไม่ได้กล่าวถึงครอบครัวของเขาเลย

“ผมถามถึงครอบครัวคุณได้ไหม?

ไวซ์มองมาเล็กน้อยและลีออนตั้งใจว่าถ้าเขาไม่พูดก็จะไม่ถามอะไรต่อ

“ฉันเป็นลูกคนเดียว แถมมีพ่อที่เอาแต่ทำงานยุ่งตลอด ตอนที่ฉันอายุสิบขวบฉันกับแม่ออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน แต่ขากลับรถเกิดอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกที่คนขับหลับใน” ขณะที่ลีออนเริ่มอ้าปากค้างแต่ไวซ์ก็ยังพูดต่อไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ “แม่ฉันตายเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น ส่วนฉันรอด ปกติแล้วฉันกับพ่อก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ ยิ่งหลังจากแม่จากไปอะไรๆ ก็ยิ่งแย่ลง ถึงจะเป็นคนบ้างานแต่ฉันรู้ว่าพ่อรักแม่มาก บางทีเขาคงคิดว่าคนที่ควรตายวันนั้นน่าจะเป็นฉันมากกว่าแม่”

“คุณไวซ์...”

“ฉันกับพ่อแยกกันอยู่ตั้งแต่ฉันอายุสิบห้า เขาทำงานอยู่ต่างประเทศ ส่วนฉันอยู่โรงเรียนประจำจนกระทั่งถึงมหาลัย พอเริ่มทำงาน ฉันกับเขาก็แยกกันอยู่อย่างถาวร”

“คุณไม่ได้พบพ่อมานานแค่ไหนแล้ว”

ไวซ์สูบบุหรี่อีกเฮือก ก่อนจะดีดก้นบุหรี่ออกไปนอกกระจก

“สิบกว่าปีแล้วมั้ง”

เมื่อความเงียบอุบัติยาวนาน ลีออนย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องตัวเอง คิดถึงพ่อที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน แม่เองก็ไม่ยอมพูดถึง ยิ่งญาติๆ ของเขายิ่งไม่เคยปริปาก ลีออนเองก็ไม่คิดที่จะถาม ผู้ชายคนนั้นเหมือนคนแปลกหน้าที่ทำให้เขาเกิดขึ้นมาแล้วจากไป ย่อมหมายความว่าพ่อไม่ได้ต้องการเขา

“ผมจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” เขาพูดกับไวซ์อย่างหนักแน่น

“ฉันรู้” ไวซ์หันมายิ้ม “เพราะงั้นฉันถึงเล่าให้เธอฟังไง”

 

ไวซ์มาส่งถึงหน้าห้องพัก ซึ่งทำให้ลีออนขายหน้านิดๆ เมื่อต้องชวนไวซ์เข้าไปข้างในตามมารยาท แต่ไวซ์บอกว่าเขามีเรื่องต้องกลับไปทำเล็กน้อย แต่พรุ่งนี้จะมาอีก ลีออนเดินลากขาขึ้นบันไดไปยังชั้นสองซึ่งเป็นห้องของเขา รู้สึกเหนื่อยและอยากพักสักที จริงสิเขายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า เพิ่งจะมารู้สึกหิวก็ตอนที่แยกกับไวซ์นี่แหละ

“ลีออน!”

ลีออนเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก ก่อนจะพบวาลนั่งอยู่หน้าประตูห้องของเขา ชายหนุ่มกำลังลุกขึ้น ท่าทางราวนั่งอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว 

“คุณวาล มาทำอะไรที่นี่ครับ” ลีออนถามทั้งแปลกใจทั้งตกใจ แต่วาลเองก็ดูจะอยู่ในอารมณ์เดียวกับเขาเช่นกัน

“แกนั่นแหละทำไมเพิ่งกลับ อย่าบอกนะว่าแกอยู่กับไอ้นักร้องนั้นตั้งแต่เมื่อวาน แล้วดูสิโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้”

“ก็โทรศัพท์ของผมหาย”

วาลอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรต่อ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

“ยังไงก็ช่าง ทำไมแกเพิ่งจะกลับเอาป่านนี้”

“เอ่อ...” ลีออนยกมือขึ้นเกาหัวเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมวาลต้องมาเอะอะใส่ด้วย “ผมอยู่ช่วยคุณไวซ์ทำงานนิดหน่อยนะครับ”

“งานอะไร” คำถามกับน้ำเสียงคาดคั้นยิ่งทำให้ลีออนพูดไม่ออก ให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางบอกวาลว่าไปทำอะไรมาแน่ คิ้วเข้มของวาลยิ่งขมวดมากขึ้นเมื่อสังเกตทรงผมของเขา “นี่แกไปทำอะไรกับหัวมา”

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่มารอผมมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า หรือว่าที่ร้านมีปัญหา”

“เปล่า” ชายหนุ่มยังฮึมฮำไม่พอใจ “จู่ๆ เมื่อคืนไอ้หมอนั่นมันก็พาตัวแกไปซะแบบนั้น จะติดต่อยังไงก็ไม่รู้ ฉันก็แค่เป็น เอ่อ... กลัวว่ามันจะหลอกแกไปขาย”

“โธ่ ผมโตแล้วนะครับ ยิ่งคุณไวซ์ด้วยแล้วเขาจะทำแบบนั้นไปทำไม”

“มันอาจไม่คิดทำแบบนี้ แต่อาจคิดอย่างอื่นก็ได้” วาลกอดอกจิ๊จ๊ะจนลีออนได้แต่ส่ายหน้า บางทีวาลก็เป็นรุ่นพี่ที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง แต่บางครั้งก็ทำตัวเหมือนตาแก่

“เข้ามาข้างในก่อนสิครับ ผมหิวจะแย่แล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่อง เอื้อมมือขึ้นลูบไปตามขอบกระจกเหนือประตูห้องซึ่งเป็นช่องระบายอากาศ ครู่หนึ่งก็ดึงกุญแจออกมา เมื่อคืนเขาคงเมาหนักจนทำกุญแจห้องหายอย่างที่ไวซ์บอก แต่ก็ยังโชคดีที่มีกุญแจสำรองไว้

“แกยังไม่ได้กินอะไรงั้นเหรอ” วาลถามเมื่อตามเข้ามาในห้อง  

“ครับ มัวทำโน่นทำนี่เพลินไปหน่อยลืมไปเลย” ลีออนเลี่ยงที่จะตอบว่าไอ้ทำโน่นทำนี่ที่ว่าคืออะไร เขาเดินไปเปิดตู้เย็นว่าพอจะมีอะไรเหลือทำกับข้าวได้บ้าง ซึ่ง... ตู้เย็นเขาโบ๋เบ๋มาหลายวันแล้ว “เดี๋ยวผมออกไปร้านค้าแถวนี้ซื้ออาหารสำเร็จรูปมากินรองท้องดีกว่า คุณอยากได้อะไรไหม”

“ไอ้ของแบบนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไร แกรออยู่นี่แหละเดี๋ยวฉันออกไปหาซื้ออะไรมาทำข้าวเย็นให้กิน” พอวาลทำจะเดินออกจากห้อง ลีออนก็รีบโฉบเข้ามาขวางทันที

“ไม่ต้องๆ ผมไปเองดีกว่า คุณรออยู่นี่แหละ ถ้าคุณอยากทำกับข้าวผมไปจ่ายตลาดให้เองก็ได้”

“เอางั้นเรอะ”

“คุณเป็นแขกผมนะ จะให้ผมใช้ออกไปซื้อกับข้าว แล้วยังมาทำให้ผมกินอีกได้ยังไง คุณนั่งรออยู่ที่นี่ผมไปเองก็ได้”

“งั้นฉันจะออกเงิน แล้วแกก็ไปซื้อของตามที่ฉันสั่ง” วาลก้มลงหยิบกระเป๋าเงินออกมาขณะที่ร่ายรายการว่าต้องซื้ออะไรบ้าง ชายหนุ่มดึงธนบัตรจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ตอนนั้นเองที่ลีออนแอบเห็นรูปถ่ายของวาลกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในช่องด้านหน้าที่เป็นพลาสติกใส ท่าทางของพวกเขาดูสนิทสนมกันจนอดที่จะถามไม่ได้

“คนนี้ใครเหรอครับ”

วาลปิดกระเป๋าฉับ ส่งเงินให้แล้วตอบสั้นๆ

“น้องชายฉัน”

“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณมีน้องชายด้วย”

ริมฝีปากของวาลเม้มสนิท นั้นเองที่ลีออนคิดว่าเขาได้ไปสะกิดบางอย่างที่ไม่ควรแตะต้องเข้าให้แล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

6,536 ความคิดเห็น

  1. #6531 katay19_mtb2got7 (@katay19_mtb2got7) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:43
    วาลคือพี่ไวท์ภูกใหม
    #6531
    0
  2. #6520 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 00:09
    ชอบลีออนเรอะ
    #6520
    0
  3. #6486 ->JEREME<- (@joojyza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 22:19
    วาลดูเป็นห่วงแปลกๆ จะแอบชอบลีออน หรือวาลเป็นเพื่อนพ่อลีออน หรือพี่พ่อลีออนอ่ะ อ่านต่อปายยยย
    #6486
    0
  4. #6455 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:31
    เป็นห่วงใช่มั้ยวาล มีเรื่องให้เดาอีกแล้ว แต่ไม่กล้าเดา เดาทีไรไม่เคยถูก555555
    #6455
    0
  5. #6422 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 09:41
    มีเรื่องมาให้คิดอีกแล้วววว แต่ดูๆแล้ววาลชอบลีออน(เปล่าน้า)
    #6422
    0
  6. #6322 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 23:29
    จะไม่เดา เพราะอ่านไปเดี๋ยวก็รู้ คิคิๆ
    #6322
    0
  7. #6272 `Sa•Diz…™ [SD] (@kwanporntat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 16:01
    วาลต้องมีอะไรในกอไก่. เอ้ย! กอไผ่ แน่ๆ
    #6272
    0
  8. #6236 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 14:39
    วาลเป็นใครอ่ะ อยากรุ้จัง
    #6236
    0
  9. #6218 dre_am_182769 (@1827695980) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 19:31
    วาลชอบลีออนหรอ!?
    #6218
    0
  10. #6147 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:59
    น้องของวาลคือไวซ์รึเปล่าอ่ะ?
    #6147
    0
  11. #6084 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 20:43
    วาลมีซัมติงอ่ะ!!
    #6084
    0
  12. #5998 blone (@mosad) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 03:36
    วาลต้องชอบลีออนแน่ๆ แล้วไวซ์เป็นน้องของวาลใช่ป่าวฮะ (อ่านต่อก็คงรู้เนอะ)
    #5998
    0
  13. #5945 yjyrkr (@yjyrkr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 19:04
    ไม่อยากคิดว่าวาลชอบลิออน
    #5945
    0
  14. #5908 Porsche ELF&SJ 4rever (@137129108) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 21:26
    วาลถามเยอะไปป่ะ 555 คงเป็นห่วงมากมายสินะ
    #5908
    0
  15. #5899 DarkDevil (@wan-mai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 18:31
    น้องชาย ไวซ์รึเปล่านะ
    #5899
    0
  16. #5838 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 01:01
    วาล เขาคือใครกันแน่
    #5838
    0
  17. #5825 ' trick hunter (@251159) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 16:03
    จะพูดว่าเป็นห่วงละซิ - -

    น้องชาย ???????
    #5825
    0
  18. #5815 _Unloveable_ (@taoris) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 19:59
    ลุ้นๆ วาลชอบลีออนใช่ม้ายยยยยยยยย
    #5815
    0
  19. #5751 oasis o_O (@ployploy17) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 00:01
    วาล หึง !
    #5751
    0
  20. #5689 danger poppular (@tried) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 23:31
    ตกลงวาลเนี่ยชอบลีออนเหรอ
    #5689
    0
  21. #5659 คนผ่านมา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 09:06
    อืม ลุ้นๆ
    #5659
    0
  22. #5647 berry berry (@mixberry-party) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 17:15
    ไวน์จะรีบทำอะไรก็รีบๆซะนะ เธอมีคู่แข่งรู้ไว้ด้วย
    #5647
    0
  23. #5595 katba (@katba) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2555 / 23:31
    ทุกคนมีอดีตดราม่า อยากรู้จังง
    #5595
    0
  24. #5560 memo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 10:35
    น้องชายจริงหรอ
    #5560
    0
  25. #5539 วารีสวรรค์ ^-^ (@caopga) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2555 / 19:05
    น้องชาย??
    #5539
    0