ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 [----รีไรท์----]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    6 ส.ค. 54


ตอนที่ 9

 

ลีออนงัวเงียตื่นขึ้นในตอนเช้าเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู พอเหลืบมองนาฬิกา นี่เพิ่งสองโมงเช้าเองใครนะมาเคาะเรียกตอนนี้ ชายหนุ่มสะลึมสะลือลุกจากเตียงเพื่อเปิดประตู แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกคนที่ยืนยิ้มอยู่หลังประตูนั้นก็เล่นเอาเขาตาสว่าง

“อรุณสวัสดิ์” ไวซ์ยกมือขึ้นทักทาย วันนี้ผมยาวรวบเป็นหางม้าสูง และเขาสวมแว่นตาสีชาอ่อนที่ทำให้มองเห็นดวงตาสีเทาจางชัดขึ้น

“คุณไวซ์!”

“ทำไมเวลาเจอฉันต้องทำหน้าตกใจอยู่เรื่อยเลย ขอเข้าไปข้างในหน่อยนะ” ไม่พูดเปล่าเพราะร่างสูงเดินเบียดเข้ามาในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไวซ์ถอดเสื้อโค้ทออกขณะที่มองไปรอบๆ ห้องพัก

“มาซะเช้าแบบนี้ น่าจะบอกผมตั้งแต่เมื่อวาน”

“ก็ถ้าบอกฉันจะได้เห็นเธอยืนสะลึมสะลืออยู่หน้าประตูเหรอ” คนเจ้าแผนการให้คำตอบอารมณ์ดี ยกเว้นเจ้าของห้องที่ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเลย “ฉันต้องถอดร้องเท้าหรือเปล่า”

ไวซ์ถามเมื่อนึกได้ แต่พอเขาจะก้มลงถอดร้องเท้าบูทลีออนจึงห้ามไว้

“ไม่เป็นไรครับ แต่ห้องผมไม่มีเก้าอี้ คุณนั่งบนเตียงผมก็ได้นะ” ชายหนุ่มวิ่งพล่านเก็บผ้าห่มกับข้าวของบางอย่างที่ยังวางเกะกะบนพื้น

“นี่เสื้อผ้าของเธอ” ไวซ์ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งให้

“ขอบคุณครับ เสื้อผ้าของคุณไว้ถ้าซักแล้วผมจะคืนให้”

“ไม่เป็นไรเอาไปเถอะ เก็บไว้ก็คงไม่มีใครใส่อยู่ดี”

“จะดีเหรอครับ”

“ถ้าเธอเอาแต่เกรงใจฉันเกินไป ฉันจะคิดว่าเป็นเพราะเธอรังเกียจฉัน”

“ไม่มีทาง ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง” ลีออนรีบปฏิเสธ “ขอเวลาผมนะครับ ผมจะรีบอาบน้ำแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นานหรอก”

“ตามสบายเลย”

หลังจากลีออนคว้าผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้า แล้วลับหายไปยังห้องน้ำติดกับห้องครัว ไวซ์ก็เริ่มสำรวจไปรอบห้อง ห้องนี้ทั้งห้องแคบยิ่งกว่าห้องนอนเขาเสียอีก ข้าวของก็แทบจะนับชิ้นได้ มีตู้เย็นเก่าๆ หนึ่งหลังที่คงจะมีมาพร้อมห้อง ห้องของลีออนไม่มีตู้เสื้อผ้า แต่ใช้เป็นราวแขวนวางอยู่ชิดผนัง เครื่องแบบบาร์เทนเดอร์แขวนแยกไว้เหนือหัวเตียง ไม่มีของประดับจุกจิก ไม่มีแม้แต่รูปถ่ายสักใบ แต่ก็ยังเห็นชัดว่าข้าวของถูกจัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน จะมีก็แค่ทีวีเครื่องเล็กมุมห้อง ถูกเบี่ยงหน้าจอให้หันมายังเตียง แสดงว่าลีออนคงจะใช้เวลาว่างนอนดูทีวีเป็นส่วนใหญ่

ไวซ์เดินไปยังหน้าต่างแบบบานเลื่อน ก่อนยิ้มออกมาเมื่อเห็นรางปลูกดอกไม้ด้านนอก ในกระถางมีต้นกระบองเพชรจิ๋วกำลังออกดอกสีชมพูสวย พอเดินกลับมาไวซ์ก็หยิบหนังสือที่กางคว่ำไว้เหนือหัวเตียงขึ้นดู หน้าปกเป็นภาพวาดการ์ตูนน่ารักเหมือนหนังสือเด็ก เขาพลิกอ่านเกริ่นเรื่องหลังปก เป็นหนังสือนวนิยายกล่าวถึงเด็กชายคนหนึ่งที่เดินทางไปทั่วดวงดาวเพื่อตามหายาวิเศษมารักษาคนที่เขารัก ไวซ์มองไปรอบห้องอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างในนี้ช่างบ่งบอกถึงความเป็นลีออนจริงๆ เรียบง่าย จนมองเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ภายในตัวชายหนุ่มกลับมีมุมมองหลายๆ อย่างที่บอกว่าเขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีและใช้ชีวิตอย่างอดทน

พอมองไปยังประตูห้องน้ำที่ยังมีเสียงน้ำจากฝักบัวไหลอยู่ วูบหนึ่งไวซ์รู้สึกละอายใจ แรกๆ ที่รู้จักลีออน เขายอมรับว่าเป็นเพราะลีออนคล้ายรูอิค อาจไม่ใช่ภายนอกแต่เป็นข้างใน เป็นความรู้สึกที่ทำให้เขาสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้ สามารถพูดคุยและเป็นตัวของตัวเองได้ รูอิคไม่เคยตั้งข้อแม้ให้เขาเช่นเดียวกับลีออน

แต่ตอนนี้ไวซ์เห็นชัดแล้วว่าลีออนก็คือลีออน ไม่มีทางเป็นรูอิคหรือใครไปได้ และเขาอยากมีส่วนช่วยเหลือชายหนุ่ม อย่างน้อยก็มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไวซ์ถอนใจแผ่วเบากับตัวเองเพราะเขาแน่ใจอีกนั่นแหละว่า คนอย่างลีออนจะไม่มีวันรับความช่วยเหลือจากเขาง่ายๆ แน่

 

“แล้ววันนี้จะไปไหนเหรอครับ” ลีออนถามไปยังไวซ์ซึ่งนั่งประจำอยู่หลังพวงมาลัย ชายหนุ่มกำลังก้มลงใช้มือหนึ่งจุดบุหรี่

“ฉันอยากไปดูหนัง อันที่จริงจะรอให้มันเป็นดีวีดีก็ได้ แต่ฉันชอบบรรยากาศเวลาไปดูหนังในโรงมากกว่า”

“ท่าทางคุณชอบดูหนังมากเลยนะ” ลีออนนึกถึงกล่องดีวีดีในห้องของไวซ์

“ฉันเคยอยากเป็นผู้กำกับหนัง” พอพูดถึงเรื่องนี้ชายหนุ่มก็ดูกระตือรือร้นที่จะบอกเล่า “ฉันว่ามันเป็นงานที่ท้าทายดี ฉันชอบหนังที่มีเอฟเฟคกับเทคนิกภาพเยอะๆ การได้สร้างสิ่งที่ไม่มีวันมีอยู่จริงให้เป็นรูปร่างขึ้นมาได้มันน่าทึ่งนะ”

“คุณบอกว่าเรียนจบมหาลัย งั้นคุณคงเรียนเกี่ยวกับด้านนี้มาด้วยสิครับ

สีหน้าของไวซ์กลับมาเคร่งขรึมทันที แต่ครู่หนึ่งเขาก็แค่ยักไหล่กับคำถาม

“เปล่า พ่อฉันเป็นพ่อค้าแล้วเขาก็อยากให้ฉันเป็นเหมือนเขาก็เท่านั้น”

ลีออนเดาว่าถ้าพ่อของไวซ์ไม่ดุและเข้มงวดสุดๆ ก็คงจะเป็นคุณพ่อที่แทบไม่มีเวลาพูดคุยกับลูกชายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเวลาที่ไวซ์พูดถึงพ่อคงไม่ทำหน้าเหมือนกำลังพูดถึงก้อนอิฐก้อนหินแบบนี้

“อ้อ ฉันมีอะไรจะให้เธอด้วย”

ไวซ์เปิดดึงลิ้นชักด้านข้างออกแล้วหยิบบางอย่างส่งให้ ลีออนเบิกตาโตเมื่อเห็นโทรศัพท์ใหม่เอี่ยมเครื่องหนึ่ง

“ให้ผมเหรอครับ” เขาชี้มาที่ตัวเองซ้ำ

“ก็เธอบอกว่าโทรศัพท์หายไม่ใช่เหรอ เมื่อวานฉันเลยไปดูที่ร้านให้”

นี่จะเป็นสาเหตุที่เขาบอกว่ามีธุระเมื่อวานหรือเปล่านะ ลีออนคิด

“แต่ท่าทางแพงขนาดนี้ผมรับไว้ไม่ได้หรอก”

ไวซ์ถอนใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจทีหนึ่ง

“ถ้าฉันซื้อโทรศัพท์ถูกๆ ให้ เธอจะรับไว้ไหมล่ะ”

“เอ่อ...”

“เพราะงั้นรับไปซะ ถ้าฉันต้องพูดอะไรซ้ำๆ ว่า เลิกเกรงใจฉันเสียที อีกครั้งละก็ ฉันจะหงุดหงิดจริงๆ ล่ะ”

หงุดหงิดหรือ... อื่ม จะว่าไปลีออนก็ยังไม่เคยเห็นไวซ์หงุดหงิดหรือโกรธอะไรจริงๆ จังๆ เหมือนกัน แต่สัญชาตญาณเตือนว่าอย่าคิดลองดีดีกว่า

ถ้าพูดถึงโรงหนังสิ่งแรกที่ลีออนนึกถึงก็คือโรงหนังแบบที่คนทั่วไปเลือกเข้าไปดู แต่โรงหนังที่ไวซ์เลือกคือโรงหนังสุดหรูที่ค่าตั๋วก็เกือบเท่าค่าอาหารทั้งอาทิตย์แล้ว แต่พอเทียบกับความสะดวกสบายที่มีทั้งเก้าอี้นวมคู่กว้างขวาง โต๊ะตัวเล็กคั่นกลาง ที่นั่งไม่ชิดกันเกินไป ก็อาจจะคุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว พวกเขาเข้าไปรอในโรงหนังตั้งแต่ก่อนหนังฉายตั้งยี่สิบนาที เพราะไวซ์ไม่อยากยืนเป็นจุดสนใจ แหงล่ะถึงเขาจะไม่ใช่นักร้องชื่อดังที่มีหน้าปรากฏอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ลีออนก็คิดว่าลักษณะท่าทางของเขาก็ยังดึงดูดสายตาผู้คนอยู่ดี

หนังที่ไวซ์เลือกดูเป็นหนังแบบที่เขาพูดถึงเป๊ะ เต็มไปด้วยฉากที่ใช้เทคนิกพิเศษและเอฟเฟค มีบทที่แฝงปรัชญาไว้แต่ก็ไม่มากจนดูแล้วง่วงนอน ไวซ์ตั้งอกตั้งใจดูหนังจริงจังราวกับเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินรางวัลลูกโลกทองคำ นานๆ ครั้งหนึ่งถึงจะโน้มตัวเข้ามาหาเขาเพื่อบอกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในฉากซึ่งลีออนก็ตั้งใจดูและฟังตามที่เขาพูด กระทั่งถึงฉากเลิฟซีนที่พระเอกของเรื่องคลุกอยู่กับแม่สาวผมทองบนเตียง ถึงจะเคยเห็นฉากพวกนี้มานักต่อนัก แต่พอต้องมานั่งดูรวมกันคนอื่นๆ มันก็อดขัดเขินไม่ได้ ส่วนไวซ์เขายังนั่งกอดอกเอนตัวสบายบนเบาะหนาหนุ่มเหมือนดูหนังอยู่ที่บ้าน

ลีออนอดคิดไม่ได้ว่าเขามีอภิสิทธิ์อะไรเป็นพิเศษถึงได้มานั่งอยู่ที่นี่ กับผู้ชายที่มีคนมากมายคลั่งไคล้ มันเริ่มจากตอนไหนที่ลีออนเห็นว่าคำชวนของไวซ์เป็นเหมือนคำชวนของคนที่เขารู้จักมานานและเขาจะไม่มีมีทางปฏิเสธเด็ดขาด ช่วงเวลาเพียงไม่เท่าไหร่ ทำไมเขาถึงได้ไว้ใจไวซ์ได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่กับคนทั่วไปลีออนยังรู้สึกว่าตัวเองรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเสมอ เหตุผลหนึ่งอาจมาจากตัวไวซ์เอง เขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการระยะห่างนั้น แต่ก็วางตัวอย่างเหมาะสมไม่ได้ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของลีออนเกินไปนอกจากเขาจะยินยอมเอง

อื่ม เขาชักสงสัยเสียแล้วสิว่า ไวซ์มีเพื่อนสนิทหรือเคยไปไหนมาไหนสองต่อสองกับใครแบบนี้หรือเปล่า... ไม่เห็นต้องสงสัยเลย ผู้ชายชื่อรูอิคคนนั้นต้องทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว และอยู่ในฐานะใกล้ชิดไวซ์กว่าลีออนอย่างแน่นอน

หลังดูหนังจบพวกเขาก็ออกมาจากโรงหนังทีหลังคนอื่นๆ ลีออนเหยียดแขนขาคลายความเมื่อยขบขณะที่ไวซ์ดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะยังติดพันกับหนังเรื่องเมื่อครู่อยู่

“ผมหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีไหมครับ” ลีออนออกความเห็น ทำให้ไวซ์ค่อยกลับมาสนใจ

“จริงสิ เมื่อวานส่งเธอกลับบ้านทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย เวลาทำอะไรเพลินๆ ฉันก็ชอบลืมเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อย”

“ไม่เป็นไรครับ เมื่อวานคุณวาลแวะมาหาแถมทำกับข้าวหลายอย่างให้กินด้วย”

“วาล... รุ่นพี่ที่คลับน่ะเหรอ”

“ใช่ครับ คงเป็นห่วงที่จู่ๆ คุณก็พาผมไปแบบนั้นก็เลยแวะมาดู”

“เขามาหาเธอบ่อยเหรอ?

“บ้านคุณวาลอยู่ไม่ไกลจากห้องพักผมเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังไม่เคยไปบ้านเขาสักครั้งหรอก แล้วตกลงคุณอยากกินอะไร ให้ผมเลี้ยงคุณได้นะ แต่เอ่อ ขอเป็นข้างนอกคงดีกว่าข้างในนี้ท่าทางจะแพงน่าดู”

ไวซ์ชะงักฝีเท้าเมื่อพวกเขาเดินผ่านร้านขายของที่ระลึกที่ตั้งอยู่ในโรงหนัง มีคนยืนออกันอยู่บริเวณหน้าร้านเพื่อดูทีวีซึ่งถ่ายทอดข่าวด้วยความสนใจ ลีออนชะเง้อมองผ่านคนที่ยืนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข่าวนั้น ยิ่งพอได้เห็นหน้าคนในทีวีชัดๆ ลีออนก็ถึงกับต้องหยุดฟังด้วยความสนใจอีกคน

บนจอคือภาพชายผมทองหน้าตาหล่อเหลากับสตรีสาวแสนสวย มีตัวหนังสือข่าวเล็กๆ ข้างล่างว่า รูอิคประกาศวันแต่งงานอย่างเป็นทางการในอีกหนึ่งเดือนหน้าข้างหน้า ไม่รู้ว่าพวกนักข่าวถามคำถามอะไรแต่รูอิคกำลังตอบกลับมาว่า

เราวางโครงการนี้นานแล้ว อีกอย่างผมรับเล่นหนังต้นปีหน้าเรื่องหนึ่ง นั่นหมายความว่าผมคงไม่มีเวลาไปอีกพักใหญ่ และคงรอให้งานทุกอย่างลงตัวไม่ไหว ผมอยากมีเวลาอยู่กับอีฟจริงๆ การแต่งงานจะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น” รูอิคส่งสายตาแสนหวานไปยังคู่หมั้นของเขาที่ยิ้มให้อย่างเขินอาย พวกเขาดูเหมาะสมกันเหลือเกิน เหมือนตัวละครในหนังรักโรแมนติกก็ไม่ปาน พวกนักข่าวถามคำถามเซ็งแซ่อีกหลายคำถาม ก่อนจะมีจะมีเสียงหนึ่งถามขึ้นมาว่า

“แล้วข่าวเรื่อความสัมพันธ์ของคุณกับไวซ์ วอลลีสล่ะครับ”

สีหน้าชื่นบานของรูอิคเรียบเฉยขึ้นกว่าปกติ ยกเว้นคู่หมั้นของเขาที่ตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น 

“ฉันคิดว่าเราตอบคำถามนี้ไปหลายครั้งแล้ว และฉันหวังว่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจ ไวซ์กับรูอิคเป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายสิบปี ไม่มีทางหรอกค่ะที่พวกเขาจะไม่มีความรักความผูกพันต่อกันเลย ไวซ์เป็นเพื่อนที่ดีของเราและเขาแสดงให้เห็นเสมอไม่ใช่หรือคะว่าเขายินดีกับการแต่งงานของฉันกับรูอิค”

“งั้นหมายความว่าคุณกับไวซ์ยังคงยังคงความสัมพันธ์กันเช่นเดิมหรือคะ” พวกนักข่าวยังไม่ยอมเปลี่ยนประเด็น “หมายถึงพวกคุณไม่ใช่เกย์อย่างที่เป็นข่าว”

“ผมไม่รู้ว่าคนภายนอกจะคิดยังไงเกี่ยวกับตัวเรา” รูอิคตอบคำถามด้วยน้ำเสียงช้าชัด “แต่เรารู้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้กันเป็นไปในทิศทางไหน ถ้ามีคนถามผมว่าผมรักเขาไหม แน่นอนครับผมรักเขา ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เขาเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญกับชีวิตของผม เป็นแรงบันดาลใจและหลายอย่างๆ ที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องยุติความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ดีที่สุดคนนี้”

“ไปกันเถอะ”

ลีออนหันกลับมามองไวซ์เมื่อชายหนุ่มเดินนำออกไปจนต้องรีบวิ่งตาม ท่าทางเขาเคร่งเครียดจนแทบเอื้อมมือไปสัมผัสความกดดันที่แผ่ออกมาได้

“คุณไวซ์” ลีออนแตะท่อนแขนชายหนุ่มก่อนถึงลานจอดรถ มือของไวซ์กำแน่นแต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัว กระทั่งชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นสูดหายใจลึกจนแผงอกยกสะท้าน

“ขอโทษที” ไวซ์กล่าวหลังจากยกมือขึ้นเสยผม เขายังคงยิ้มแบบที่เคยยิ้มปกติยกเว้นว่าบรรยากาศรอบตัวไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย

“ไม่เป็นไรนะครับ” ลีออนถามด้วยความเป็นห่วง พอหันกลับมาจู่ๆ ไวซ์ก็ทำอาการนิ่วหน้าก่อนจะดึงตัวลีออนให้หลบเข้าไปยังมุมทางเดิน พอเขาทำหน้าตกใจไวซ์จึงหันมาชูนิ้วจรดริมฝีปากบอกให้เขาเงียบ พวกเขายืนหลบอยู่ตรงมุมนั้นครู่หนึ่งจึงเห็นว่ามีใครอีกคนทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ตามออกมา

“พวกนักข่าว” ไวซ์เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เธออยู่นี่ อย่าออกมาล่ะ”

ลีออนมองตามร่างสูงที่เดินไปหาชายคนนั้นซึ่งยังมองไม่เห็นพวกเขา แต่ท่าทางชะเง้อชะแง้บอกได้ว่าคงกำลังมองหาอยู่ ลีออนรู้สึกใจไม่ดี อารมณ์ของไวซ์ตอนนี้ดูไม่ปกติเอาเสียเลย หวังว่าเขาจะคงจะไม่ทำอะไรรุนแรงหรอกนะ พอเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังชายคนนั้น ไวซ์ก็เอื้อมมือไปสะกิดไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แม้จะอยู่ไกลแต่เพราะลานจอดรถค่อนข้างเงียบ ดังนั้นเสียงของไวซ์จึงก้องมากพอจะทำให้ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

นายนักข่าวถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อหันกลับมาเจอไวซ์ ลีออนมองไม่เห็นหน้าชายหนุ่มเขาหันหลัง แต่เชื่อเถอะว่าหน้าของไวซ์ตอนนี้ต้องขู่เด็กให้ร้องไห้จ้าได้เลยทีเดียว

“ถ้าคุณอยากได้รูปผม ทำไมคุณไม่ติดต่อผู้จัดการผมล่ะ” ไวซ์กล่าวด้วยสุ่มเสียงเยือกเย็นแต่ก็เอาเรื่อง “ที่คุณทำมันเท่ากับล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของผม ถ้าคุณถูกทำแบบนี้บ้างคุณจะชอบหรือเปล่า ผมจะไม่บอกว่าคุณควรจะทำยังไงกับรูปพวกนี้ แต่ผมหวังว่าจะไม่เจอมันโผล่ที่ไหน เพราะถ้าผมเห็นมัน ผมถือว่าผมเตือนคุณแล้ว”

ไวซ์ไม่รอฟังคำแก้ตัวหรือโต้เถียงเมื่อเขาเดินกลับมา แต่อย่างน้อยนายนักข่าวคนนั้นก็รีบผละไปทันทีเช่นกัน ลีออนได้แต่กลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อไวซ์กลับมายืนตรงหน้า ท่าทางของเขาดูแย่กว่าเมื่อครู่นี้สิบเท่า ริมฝีปากเม้มสนิท ไม่มีรอยยิ้มและดวงตาสีเทาดูก้าวร้าวอย่างยิ่งแม้จะซ่อนอยู่ใต้แว่นก็ตาม

 

แต่หลังจากดื่มเบียร์เป็นแก้วที่สาม ท่าทางของไวซ์ก็กลับมาผ่อนคลายตามเดิม หรือบางทีอาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ก่อนหน้านั้นลีออนขอให้ไวซ์แวะร้านเนื้อย่างที่รู้จัก เลือกโต๊ะด้านในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัวและไวซ์จะได้มีเวลาผ่อนคลาย... ซึ่งถือว่าลีออนประสบความสำเร็จทีเดียว ก็อย่างที่เห็น ตอนนี้ไวซ์ผ่อนคลายจนแทบกู่ไม่กลับแล้ว

“ผมว่าหมดแก้วนี้ก็น่าจะพอนะครับ” เขาชักเริ่มกังวลกับปริมาณเบียร์ที่ไวซ์ดื่มเข้าไปในเวลาอันรวดเร็ว

“ไม่เป็นไร แค่เบียร์ฉันไม่เมาง่ายๆ หรอก” พอไวซ์เริ่มใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อบนกระทะแบนๆ บนโต๊ะใส่ปากแล้วชมว่าอร่อย ลีออนก็ถอนใจยาว ล้มเลิกความตั้งใจที่จะโน้มน้าวให้เขากลับมาเป็นตัวของตัวเอง แม้ลีออนจะไม่เข้าใจใครอย่างถ่องแท้ แต่ถ้าทำให้ไวซ์สบายใจขึ้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปห้าม ดังนั้นลีออนจึงรู้สึกดีที่ได้เอาใจไวซ์ เขาคีบเนื้อที่สุกแล้วให้ไวซ์ ริมเบียร์ให้เขาอีกแก้ว พูดคุยเรื่องต่างๆ ในที่ทำงานแลกเปลี่ยนกับไวซ์ที่พูดถึงเรื่องที่เขาสนใจ กระทั่งเมื่อไวซ์ถอดแว่นตาออก ดวงตาที่เริ่มกลับมาเป็นสีเข้มก็ทำให้ลีออนมั่นใจว่าเขาคงต้องพิจารณาเรื่องการปล่อยให้ไวซ์ขับรถไปส่งเสียแล้ว

“รู้ไหมเธอเป็นคนแรก”

“อะไรเหรอครับ” ลีออนเงยหน้าขึ้นจากเตา มองไวซ์ที่นั่งเท้าคางอยู่อีกฝั่ง ใช้แววตาวับวาวมองเขา

“ปกติฉันไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับใครนัก แบบว่าเพื่อนสนิทน่ะ แต่ฉันชอบที่ได้อยู่กับเธอ ฉันรู้สึกว่าเธอพิเศษ”

“พูดแบบนี้ผมก็เขินแย่สิ” เขาแสร้งทำเป็นเรื่องขบขัน แต่ไวซ์ก็ยังพูดจริงจังต่อไป

“เมื่อก่อนมีแค่รูอิคที่เป็นเพื่อนสนิทและรู้เรื่องของฉันมากที่สุด” เรื่องของรูอิคที่หลุดออกมาจากปากไวซ์ยืนยันได้ดีว่าระดับแอลกอฮอร์ในตัวเขาพุ่งสูงกว่าครึ่งชั่วโมงแรกมากแค่ไหน แต่ลีออนก็ไม่ได้ทักท้วงนอกจากฟัง “ตั้งแต่จำความได้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเข้ากันคนรอบข้างไม่ได้นัก รู้สึกว่าตัวเองต่างจากคนอื่นๆ แต่กับรูอิค... เขาเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่ฉันรู้สึกว่าเป็นแบบเดียวกันกับฉัน”

ลีออนเผลอกัดปลายตะเกียบแทนเนื้อที่ส่งเข้าปาก

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ลีออนเออออ แสร้งก้มลงเขี่ยข้าวโพดว่ามันสุกหรือยัง แต่จู่ๆ นิ้วเรียวยาวของไวซ์ก็ยืนเข้ามาเชยปลายคางเขาขึ้น

“เธอเองก็พิเศษเหมือนกัน”

“ผมไม่...”

“ฉันพูดจริง” ไวซ์ดื่มเบียร์อีก “เธอเป็นคนซื่อแต่ไม่ได้โง่ และถึงเธอจะแสร้งทำให้คนรอบข้างคิดแบบนั้น ฉันก็ยังยืนยันอยู่ดีว่าเธอไม่ใช่”

ทั้งคู่ประสานตากันนิ่งนาน ลีออนรู้สึกราวกับไวซ์ยื่นมือเข้ามาเปิดลิ้นชักใบหนึ่งในหัวเขาออก แล้วข้างในนั้นก็เต็มไปด้วยคำถามมากมาย

“คุณจะโกรธไหมถ้าผมจะถามอะไรซักอย่าง” พอเขายักไหล่ ลีออนก็ก้มหน้าอ้ำอึ้ง “คุณ เอ่อ คุณเป็นเกย์ใช่ไหม”

สีหน้าของไวซ์ไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับเขาเคยถูกถามแบบนี้จนชินแล้ว แถมยังตอบกลับหน้าตาเฉยอีก

“ถ้าพูดถึงความต้องการพื้นฐานทางสรีระ ฉันชอบมีอะไรกับผู้หญิงมากกว่า” เท่านั้นลีออนก็เป็นฝ่ายหน้าแดงแทน

“งั้นคุณเคยมีอะไรกับผู้ชายไหม”

“ไม่เคย”

“ไม่เคย?” ลีออนถามซ้ำแล้วย้ำเหมือนต้องการให้เขายอมรับ “คุณแน่ใจเหรอ?

ไวซ์หัวเราะแล้วส่ายหน้าอีก

“ไม่ ต่อให้ผู้ชายคนนั้นเป็นหนุ่มฮอทแห่งปีใส่พานทองมาพร้อมกับกีต้าโดมินิกโกลด์ก็ตาม แต่ว่า...” เขาลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด “มันก็มีกรณีที่ต่างออกไป”

“อย่างกรณีรูอิคน่ะเหรอครับ” พอไวซ์เลิกคิ้วขึ้นสูง ลีออนก็เลียนแบบท่ายักไหล่ของเขาบ้าง ก็ลงคุยกันเปิดอกขนาดนี้จะมาเหนียมทำไมล่ะ “ผมได้ยินพวกผู้หญิงคุยกัน แล้วข่าวเมื่อกี้มันก็ส่งผลให้ผมกับคุณต้องมานั่งคุยกันตรงนี้ไง”

แทนที่จะโกรธไวซ์กลับยิ้มอย่างพอใจ

“เห็นไหมเธอไม่ใช่คนโง่หรืออ่อนต่อโลกอย่างที่แสดงให้ใครๆ เห็น”

“ไม่หรอก ผมกับคุณเพิ่งรู้จักกัน ผมชื่นชมคุณจากใจจริงนะ ทั้งเรื่องการทำงานและหลายๆ เพียงแต่ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองเข้าใจคุณนัก ตัวอย่างเช่นเรื่องนี้”

“ถ้าเธอรักใครซักคน จะไม่มีคำว่ารังเกียจในความคิดเธอหรอก มีแต่ความรู้สึกว่าเธออยากทำเพื่อเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรยังไงก็ตาม” พออีกฝ่ายเงียบ ไวซ์ก็ถามต่อไปว่า “เธอเคยมีความรักไหม”

คนถูกถามก้มหน้างุด แต่ถ้าไวซ์สามารถพูดเรื่องส่วนตัวได้ขนาดนี้ ลีออนก็อยากให้เขาเห็นถึงความจริงใจด้วยการเล่าเรื่องตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้บ้าง

“จะว่ายังไงดี ผมก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่อยากมีแฟนน่ารักๆ สักคน” พูดแล้วเขาก็หัวเราะแห้งๆ “แต่ว่า ผมไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเองจริงๆ ซักอย่าง ถ้าระหว่างความรักกับความมั่นคงของชีวิต ผมหวังว่าผมจะมีอย่างหลังมากกว่า เพราะถ้าผมมีทุกอย่างพร้อม คนที่ผมรักก็อาจจะ... รู้สึกว่าผมมีค่าและยินดีที่จะอยู่กับผมตลอดไป คุณยิ้มอะไร?

“เปล่า” ไวซ์รีบหุบยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบเหนือริมฝีปาก “แค่ไม่คิดว่าบทจะอ่อนไหว เธอก็เป็นได้ถึงขนาดนี้เชียว”

ลีออนทำหน้าบึ้ง

“แล้วคุณดีกว่าผมตรงไหนเหรอ”

“ก็ได้ฉันมันก็อ่อนไหว แต่ฉันจะบอกอย่างหนึ่ง เธอมีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว และมันไม่เกี่ยวกับความมั่นคงอะไรเลย ถ้าผู้หญิงคนนั้นรักเธอเพราะความมั่นคงภายนอก แต่ถ้าหล่อนไม่เคยมองลึกเข้าไปถึงตัวตนของเธอจริงๆ หล่อนก็คงจะหาข้ออ้างว่าเธอไม่สมบูรณ์ได้ในวันใดวันหนึ่งนั่นแหละ”

 

ไวซ์มาส่งลีออนที่ห้องพักเมื่อเย็นมากแล้ว แถมอุตส่าห์เดินมาส่งถึงหน้าห้องด้วย ไวซ์บอกว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเขามีงานต้องทำอีกยาวตลอดอาทิตย์ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาคงไม่ได้เจอหน้ากันไปอีกสักพัก แต่ไวซ์สัญญาว่าจะแวะไปที่คลับอีกแน่นอน โทรศัพท์ที่ลีออนได้มามีเบอร์โทรของทั้งคู่เรียบร้อย ไวซ์กำชับว่าหากมีปัญหาอะไรให้โทรหาได้ เพราะเขาเองก็จะหาเวลาโทรมาเช่นกัน ความเอาใจใส่ขนาดนั้น ทำให้ลีออนรู้สึกอึดอัดใจแต่ไม่ใช่เพราะรำคาญหรือเกรงใจ

“ลีออน”

ครับ” ลีออนหันกลับไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ระหว่างช่องประตูห้องของเขา ศีรษะของไวซ์เอียงไปด้านข้างนิดๆ เหมือนว่าเขากำลังพิจาณาอะไรอยู่

“หลังจากรู้เรื่องของฉันแล้ว เธอยังอยากเจอฉันอยู่อีกไหม”

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ”

“ไม่รู้สิ เธออาจไม่สบายใจถ้าต้องพูดคุยกับคนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน”

“โธ่เอ๊ย ไม่หรอกน่า ถึงผมจะไม่ได้เข้าไปใจเรื่องพวกนั้นนัก แต่ผมไม่คิดว่าการที่คนๆ หนึ่งมีรสนิยมต่างไปจากตัวเอง จะทำให้เขาเป็นคนไม่ดีหรอก อีกอย่างผมไม่เคยคิดว่าคุณเบี่ยงเบนเลย” ลีออนสบตาเขาอย่างเข้าอกเข้าใจ “แต่ผมคิดว่าใครก็ตามที่คุณรัก คงเป็นคนที่น่าอิจฉาสุดๆ เพราะคุณจะไม่แคร์ต่อให้เขาเป็นอะไรก็ตาม เหมือนคุณรูอิคแม้แต่ตอนนี้คุณยังมีแต่ความปรารถนาดีกับเขา ผมว่ายากนะที่เราจะได้ความรักจากใครโดยไม่มีข้อแม้ขนาดนั้น”

“เธอคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ”

“ครับ คุณเป็นคนดี และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนรักคุณ คุณไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นๆ หรอก”

“แล้วถ้าฉันทำแบบนี้ล่ะ”

โดยไม่ทันได้ตั้งตัว มือของไวซ์ยื่นเข้ายึดท้ายทอยเขาไว้พร้อมโน้มใบหน้าลงมา ลีออนตัวแข็งทื่ออยู่กับที หลับตาลงแน่นเมื่อริมฝีปากของไวซ์สัมผัสริมฝีปากเขา ทั้งคู่สูดหายใจลึกพร้อมกันกับรสชาติและความนุ่มเนียนของริมฝีปาก ลีออนยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างไว้ แต่ก่ำกึ่งอยู่บนทางคู่ขนานที่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกทางไหนดี ไวซ์รวบมือที่วางอยู่เหนืออกเขาไว้แล้วกดให้แนบชิดเหนือจุดที่หัวใจกำลังเต้น จนลีออนรู้สึกราวกับหัวใจของไวซ์เต้นอยู่ในอุ้งมือเขา มันเต้นแรงเหลือเกิน...

อันที่จริงจูบควรจบแค่นั้น แต่ลิ้นของไวซ์เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อเขาไล่เล็มแผ่วเบาและสอดแทรกให้ล้ำลึกขึ้น มือที่ยึดท้ายทอยลีออนไว้เปลี่ยนเป็นโอบกอดรอบตัว ขยับเข้ามาจนศีรษะเขาแหงนหงายไปข้างหลัง เมื่อลีออนคิดว่าเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ ไวซ์จึงหยุดผละออกไปเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มหม่นหมองให้

“ขอโทษที” เขาทำหน้าราวกับนักโทษที่ยอมรับความผิด “ฉันมีอย่างหนึ่งจะบอกกับเธอเหมือนกัน ความสมบูรณ์ที่เธอตามหานะ ฉันอยากให้เธอเริ่มจากมองเห็นความสำคัญในตัวเองก่อน ถ้าเธอมองเห็นมัน สิ่งต่างๆ ที่เธอต้องการก็จะตามมาเอง

ไวซ์ปัดผมด้านหน้าของลีออนขึ้นแล้วโน้มตัวเข้ามาจูบหน้าผากเขาอีก

“แล้วเจอกัน”

เมื่อไวซ์จากไป ลีออนแทบไม่รู้ว่ายืนนิ่งอยู่กับที่แบบนั้นอีกนานแค่ไหน

อีกด้าน เมื่อรถสปอร์ตสีฟ้าแล่นผ่านไป วาลซึ่งนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์และเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างโดยตลอดใช้มือตบหน้ากากหมวกกันน็อคลง และต้องใช้เวลาอีกหลายนาทีกว่าจะบังคับให้ลมหายใจกลับมาสงบและมือที่กำแน่นหายสั่น ชายหนุ่มสตาร์ทรถแล้วบิดคันเร่ง เลี้ยวกลับไปยังถนนจนท้ายรถสะบัด 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

6,536 ความคิดเห็น

  1. #6521 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 00:14
    อย่างน้อยก็คืบหน้า แต่วาลนี่ยังไง
    #6521
    0
  2. #6504 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:06
    สงสัยวาล ชอบลีออนหรือ เราว่าแปลกๆ
    #6504
    0
  3. #6456 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:49
    วาลนี่ชอบลีออน หรือยังไงกันแน่ เกี่ยวกับเรื่องน้องชายมั้ย?
    #6456
    0
  4. #6423 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 10:11
    วาลคิดไม่ซื่อกับลีออนจริงๆสินะ ;~;
    #6423
    0
  5. #6395 Reneloy86 (@Reneloy86) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 20:59
    วาลคือครายยยยยยยย😕
    #6395
    0
  6. #6323 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 23:48
    อ่านต่อๆๆ
    #6323
    0
  7. #6288 CHALA. (@armcorps) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 00:52
    เอ้ะ หรือวาลเป็นพี่ชาย
    #6288
    0
  8. #6275 I'm Airinne (@froztingzero) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 17:34
    ไม่น่าเล้ย...บักวาล..
    #6275
    0
  9. วันที่ 9 กันยายน 2556 / 15:34
    วาล...  นายเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรอกเหรอเนี่ย
    #6255
    0
  10. #6219 dre_am_182769 (@1827695980) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 20:13
    ที่แท้ก็เป็นงี้นี่เอง!
    #6219
    0
  11. #6148 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 23:24
    วาลชอบลีออนเหรอ?
    #6148
    0
  12. #6085 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 22:19
    ไวซ์ยังชอบรูอิคใช่มะT^T

    วาลมาเห็นอีก ซวยแน่เลยลีออน
    #6085
    0
  13. #6072 คิรุคิรุ (@nn-new) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 18:58
    แม่งไม่ต้องโผล่มาเลยนะ วาลลลลลลลล
    #6072
    0
  14. #6053 uglyduckk2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 02:29
    อีกเดี๋ยวมีเรื่องแน่ๆ .. วาลเอ้ย มาเห็นทำไม = =
    #6053
    0
  15. #5946 yjyrkr (@yjyrkr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 20:13
    วาลชอบลิออนแน่ๆ
    #5946
    0
  16. #5909 Porsche ELF&SJ 4rever (@137129108) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 21:49
    จูบด้วยอ่ะ อร๊ายยยยย >,.<
    #5909
    0
  17. #5900 DarkDevil (@wan-mai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2555 / 18:50
    จะดราม่ามั๊ยน้อ....
    #5900
    0
  18. #5880 bonbons (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 / 18:47
    จูบกันแล้วแฮะ แต่ที่วาลเห็นตอนท้ายนี้หมายถึงอะไรหนอ
    #5880
    0
  19. #5839 MAPRANG-Ka (@maprang-ka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 01:20
     เฮียแกก็นะร้ายเบาๆ ไวซ์
    #5839
    0
  20. #5826 ' trick hunter (@251159) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 16:12
    ไม่เอานะไวซ์ ถ้ายังชอบรูอิคก็อย่าทำแบบนี้กับลีออน T.T

    วาลลลลลล ถ้ารักก็รุกเลยลู๊กกกกกกกกก
    #5826
    0
  21. #5816 _Unloveable_ (@taoris) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 20:30
    >/////<
    วาลน่าสงสาร...(?)
    #5816
    0
  22. #5806 wheel of destiny (@bloodyfuture) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 02:53
    กรี้ดด //แดดิ้น เขินแทนลีออน>w<
    #5806
    0
  23. #5767 i_am_good_evil (@i-am-good-evil) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 00:23
    อ่าา เขินนน~ วาลกับไวซ์นี่ยังไงกันนะ... #แอบสงสัย
    #5767
    0
  24. #5752 oasis o_O (@ployploy17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 00:23
    kiss kiss
    #5752
    0
  25. #5735 >> SNOOPY :] 10051 (@sunshine8059) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2555 / 21:14
    กรี๊ดดดดด >.< หวานนนน
    #5735
    0