อย่าเรียกหนูว่าตัวเล็ก (จบ)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 19 : ขอเติมพลังหน่อยครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

ตอนที่ 19

ขอเติมพลังหน่อยครับ

 

 

            ชีวิตการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยของน้ำตาลก็ได้กลับสู่ความเป็นปกติอีกครั้งหลังจากช่วงกิจกรรมทุกๆ อย่างได้ผ่านพ้นไป

              เขายังคงทำกิจวัตรประวำวันเหมือนเดิม ตื่นเช้ามานั่งเรียนเสร็จแล้วก็อาจจะมีไปทานมื้อเที่ยงกับเพื่อนสนิทในคณะบ้างก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมพี่ชายเมื่ออีกฝ่ายเรียนเสร็จ ชีวิตของเจ้าตัวเล็กก็วนลูปอยู่แบบเดิมเหมือนกับชีวิตของนักศึกษาปกติทั่วไป แต่ดูเหมือนว่าพักนี้สำหรับน้ำตาลแล้วจะมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป

              ฮ่าฮ่า พี่ปั๋งโม้หรือเปล่าคะเนี้ย คนบ้าอะไรจะกินข้าวได้ตั้งสิบจาน ถ้าจริงพี่ไปออกทีวีเถอะ

              แหม พี่แค่กลัวนักกินจุทั้งหลายจะตกงานแค่นั้นเองล่ะครับ ไม่งั้นพี่คงไปดังที่ญี่ปุ่นนานแล้วน้องหมวย

              นั่นก็คือชีวิตของเจ้าตัวเล็กในช่วงนี้ต่างรายล้อมไปด้วยรุ่นพี่ปีสามในคณะอยู่ตลอดเวลา แต่คงไม่ต้องบอกนะว่าเป็นกลุ่มไหนและด้วยความที่รุ่นพี่แต่ละคนเป็นบุคคลที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างในมหาวิทยาลัยบวกกับสมาชิกในกลุ่มเองอย่างมินที่เพิ่งไปเป็นตัวแทนของคณะไปคว้าตำแหน่งเดือนประจำปีล่าสุดมาครอง จึงส่งผลให้กลุ่มของพวกเขาที่ปกติก็มีแต่คนสนใจอยู่แล้วกลับยิ่งกลายเป็นจุดสนใจยิ่งเข้าไปใหญ่

              เสียงพูดคุยของป๋องและเด็กปีหนึ่งทั้งห้าคนดังคลอไปกับเสียงพูดคุยจากนักศึกษาโต๊ะอื่นๆ ที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ในโรงอาหารกลาง ชีวิตของน้ำตาลในช่วงนี้ไม่รู้จะเรียกว่าบังเอิญหรืออะไรดี เพราะทุกๆ วันหลังจากที่พวกเขาเรียนคาบเช้าเสร็จก็มักจะบังจะบังเอิญพี่ปีสามกลุ่มนี้อยู่แทบทุกวี่ทุกวัน แต่น้ำตาลหน่ะไม่ขัดข้องหรอกนะเพราะเวลาที่พวกพี่เขามาก็มักจะมีขนมติดไม้ติดมือมาฝากน้ำตาลอยู่เสมอจนในบางครั้งถ้าพี่น้ำแข็งมาเห็นภาพตอนที่เขาได้รับขนมด้วยตาของเจ้าตัวเอง เขาก็มักจะถูกอีกฝ่ายริบขนมโทษฐานที่กินเยอะจนแก้มออกน้ำตาลไม่ได้อ้วนสักหน่อยทำไมต้องมายึดขนมของน้ำตาลด้วย!

              กินอะไรอีกไหมครับเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้คนนี้ก็อีกคนสปอยล์เจ้าตัวเล็กเก่งเหลือเกิน เก่งชนิดที่ว่าถ้ามากกว่านี้น้ำตาลจะรับอีกฝ่ายมาเป็นพี่ชายอีกคนแล้ว

              น้ำตาลไม่ตอบแต่ทำท่าทำทางส่งซิกโดยการชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือของตนเองเป็นการส่งสัญญาณ ก็แหมถ้าพี่น้ำแข็งมาได้ยินเขาพูดกับพี่มังกรเรื่องของกินเขากับพี่มังกรก็ต้องโดนว่าอีกแน่นอน มังกรจึงหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามีการแจ้งเตือนจากข้อความเข้าใหม่

             

Namtarn : น้ำตาลอยากกินน้ำแข็งไส ราดน้ำแดงใส่นมข้นหวานเยอะๆ แล้วก็เอาขนมปังด้วย

              Namtarn : ส่งสติ้กเกอร์รูปหมูต้องการของกิน

             

              เดือนมหาลัยชั้นปีที่สามเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ เขาพยักหน้าให้กับน้ำตาลก่อนจะแอบกระซิบเบาๆ ที่พอให้ได้ยินกันสองคนให้อีกฝ่ายฟัง

              เดี๋ยวพี่มานะครับน้ำตาลยิ้มจนแก้มแทบปริเมื่อได้ยินคำตอบจนเพื่อนๆ อดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้ว่าเจ้าตัวนั้นกำลังอารมณ์ดีเรื่องอะไร แต่คนตัวเล็กก็ทำแค่เพียงยิ้มตอบไม่ได้พูดอะไรออกมา

              เฮ้อ นึกถึงเรื่องเรียนแล้วก็เซ็งอีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบปลายภาคแล้วทำไมเทอมนึงมันผ่านไปเร็วจังวะมินโอดครวญเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานคลาสเรียนในช่วงบ่ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า

              สำหรับช่วงชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัย ช่วงระยะเวลาสี่ปีอาจจะดูเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่เอาเข้าจริงมันกลับเป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เหมือนกับชีวิตของพวกเขาที่เพียงแค่ไม่นานชีวิตการเป็นนักศึกษาปีหนึ่งเทอมสองก็กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่ช้าแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญและไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้นั่นก็คือการสอบ และมันจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารถึงกับสลดเมื่อได้ยินเดือนมหาลัยปีล่าสุดพูดเรื่องอัปมงคลบนโต๊ะอาหาร

              อีผีคนกำลังมีความสุขมึงจะพูดถึงเรื่องสอบทำไมหมวยบ่น

              ขอโทษได้ไหมล่ะ

              ไม่รับจ้า เดี๋ยวกูจะเอามึงไปแฉกับน้องแกงจืดแฟนมึงว่ามึงมันคนปลิ้นปล้อนหลอกเขาว่าใสซื่อแต่จริงๆ โคตรเพลย์บอยเดือนมหาวิทยาลัยปีล่าสุดถึงกับผงะเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงแกงจืดหนุ่มน้อยตัวเล็กพอๆ กับเดียร์และน้ำตาล แฟนของเจ้าตัวที่บังเอิญไปรู้จักกันตอนประกวดดาวเดือน ไม่รู้ว่าไปทำความรู้จักกันอีท่าไหนจนสุดท้ายคนใสซื่อ อย่างแกงจืดถึงมาเป็นแฟนกับมันได้

              อ อะไร ใครปลิ้นปล้อนมึงอะมั่ว

              หรอจ๊ะ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงไปหลอกแกงจืดว่าอะไรได้ ตอแหลมากบอกไปเคยมีแฟน

              อ้าว ก็กูไม่เคยมีอแฟนจริงๆ หนิ

              แต่ฟันชาวบ้านเขาไปทั่วแล้วสินะ

              ทั่วบ้าอะไร เพิ่งสามคนเองตั้งแต่ขึ้นมหาลัยมา ชิป!” มินแทบจะยกขึ้นมาปิดปากตัวเองไม่ทันเมื่อความจริงทุกอย่างที่ถูกปิดบังไว้มานานถูกทลายด้วยตัวเองทั้งหมดตรงกับสำนวนที่ว่าปลาหมอตายเพราะปากนั่นเอง แต่สำหรับเจ้าตัวคงจะเป็นปลาหมอที่มีไม้โทรล่ะมั้ง

              หมวยมึงอัดเสียงไว้ใช่ไหม จะได้เอาไปเปิดให้น้องแกงจืดของกูฟัง

              เรียบร้อยจ้า คิดว่ายังไงมันก็ต้องหลุดพูด สุดท้ายก็หลุดจริงๆ มาค่ะ เรามาฟังเทปเสียงหลักฐานความตอแหลของไอ้มินกัน

              เสียงประโยคสารภาพความจริงของตนเองเล่นซ้ำไปมาดังออกมาจากโทรศัพท์ของจ๋า มินจึงรีบพยายามยื้อแย่งหลักฐานของอีกฝ่ายเพื่อที่จะได้ทำลายหลักฐานออกทั้งหมด แต่ติดตรงที่อีกฝ่ายมีคนมากกว่าแถมยังได้รับการสนับสนุนของไอ้พี่ขี้โม้อย่างปั๋งซึ่งนึกสนุกมากวนมินด้วยเช่นกัน

              คนตัวเล็กที่สุดส่งเสียงหัวเราะคิกคักให้กับภาพวุ่นวายตรงหน้าระหว่างเพื่อนสนิทของเขาและรุ่นพี่ที่กำลังพยายามที่จะยื้อแย่งโทรศัพท์มือถือของจ๋าโดยไม่มีใครยอมใคร ในขณะที่เจ้าตัวเล็กกำลังสนใจกับภาพตรงหน้าเขาไม่รู้เลยว่าคนที่ลุกออกจากโต๊ะไปก่อนหน้านี้กำลังเดินกลับมาพร้อมถ้วยน้ำแข็งไสชามโตในมือ น้ำแข็งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตวัดสายตาขึ้นไปมองคนมาใหม่โดยไม่ต้องนึกสงสัยเลยว่าเจ้าน้ำแข็งไสตัวปัญหาถ้วยนั้นเป็นของใคร อย่างไอ้เดือนมหาลัยอย่างมันน่ะหรือจะอยากแดกน้ำแข็งไสปกติก็เห็นชอบดื่มก็แต่กาแฟ

              มังกรกูบอกมึงกี่รอบแล้วน้ำแข็งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเมื่อตัวปัญหาอีกคนเดินกลับมาถึงที่โต๊ะ

              ก็น้ำตาลอยากกิน

              กูก็ไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะถ้าเมื่อเช้ามึงไม่ได้ซื้อเค้กช็อคโกแล็ตให้น้องกูกิน น้ำตาลก็เหมือนกันพี่บอกแล้วใช่ไหมครับว่าให้ลดของหวานลงหน่อย ที่พี่พูดไปไม่ฟังกันเลยใช่ไหมครับ บรรยากาศที่ครึกครื้นเมื่อตะกี้กลับกลายเป็นความเงียบสงัดในทันใด แม้จะรู้มาบ้างว่าน้ำแข็งเป็นคนจริงจังแต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าปกติคนที่ชอบตามใจน้องอยู่ตลอดเวลาแต่เมื่อยามที่ถึงเวลาจริงจังจะมีรัศมีที่น่าเกรงขามมากขนาดนี้

              เจ้าตัวเล็กนั่งก้มหน้าทำตัวรีบ เขาไม่กล้าตอบคำถามพี่ชายเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นความจริงทุกอย่าง แถมน้ำตาลยังทำผิดจริงๆ เพราะเป็นคนบอกให้พี่มังกรไปซื้อน้ำแข็งไสมาแต่ถึงอย่างนั้นสายตาของคนตัวเล็กก็จับจ้องไปที่น้ำแข็งไสถ้วยโตอยู่ตลอดเวลา

              อย่าว่าน้ำตาลเลยกูเป็นคนผิดเอง ถ้ากูไม่เป็นคนไปซื้อมาก็คงไม่มีปัญหา

              เอางี้น้ำแข็งไสถ้วยนี้กูจะช่วยน้ำตาลกิน ให้น้ำตาลได้กินนิดหน่อยพอ

              น้ำแข็งถอนหายใจอย่างหน่ายใจ ยิ่งเห็นสีหน้าหงอยๆ ของน้องชายตัวเล็กนั้นแล้วสุดท้ายก็ใจอ่อนอยู่ดี บอกแล้วอย่างน้ำแข็งอะจะทำใจยักษ์ใจมารกับน้ำตาลไปได้สักกี่น้ำ

              เฮ้อ ถ้างั้นก็ได้ ต้องกินนิดเดียวเข้าใจไหมครับน้ำตาล

              อื้อ น้ำตาลจะกินนิดเดียว!” เด็กหงอยเมื่อตะกี้หายไปแล้ว เจ้าตัวตอบด้วยเสียงดังฟังชัดจนผู้เป็นพี่ชายนึกอยากจะเอาน้ำแข็งไสถ้วยนี้ไปเททิ้งเพราะรู้ตัวแล้วว่าตกหลุมพรางของเจ้าตัวเล็กเข้าซะแล้ว แต่ในเมื่อเขาเป็นคนอนุญาตเขาก็ต้องรักษาคำพูดตามที่ตนเองพูดเอาไว้

              มาๆ พี่มังกรกินน้ำแข็งไสน้า ส่วนน้ำตาลจะกินเครื่องเองถ้าเป็นคนอื่นคงจะรู้สึกเสียเปรียบไม่น้อย เพราะถึงแม้จะเป็นคนที่ไปซื้อมาให้แต่กลับได้กินเพียงแค่น้ำแข็งก้อนเล็กก้อนน้อยเท่านั้น แต่สำหรับมังกรถ้าเจ้าตัวเล็กว่าอย่างไรเขาก็ว่าอย่างนั้น

              มาอ้ามเร็ว น้ำตาลป้อนเจ้าตัวเล็กตักน้ำแข็งไสคำโตส่งให้กับเขาท่ามกลางสายตามากมายหลายคู่แต่ดูเหมือนว่าน้ำตาลจะไม่สนใจประเด็นนั้นเลยสักนิด อากาศร้อนๆ ก็ต้องกินน้ำแข็งไสเย็นๆ สิ ที่ตักให้ไม่ได้กลัวพี่มังกรแย่งเครื่องในชามเลยนะจะบอกไว้ก่อน

              มังกรรู้สึกว่าตัวเขากำลังเกิดความคิดอกุศลอะไรบางอย่างกับน้องเข้าให้แล้ว เจ้าตัวเล็กตักน้ำแข็งไสป้อนเขาสลับกับจ้วงตักเข้าปากตัวเองโดยใช้ช้อนคันเดียวกันอ่า จูบทางอ้อม ดีที่ไอ้น้ำแข็งมันไม่ได้ด่าอะไรนอกจากสายตาพิฆาตจ้องมาที่เขาราวกับมีดปลายแหลมกำลังทิ่มแทงเขาจนพรุนไปหมดทั้งตัว

              พอแล้วครับน้ำตาลพี่ให้กินแค่นี้พอคนตัวเล็กยู่หน้าเมื่อโดนขัดใจแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็นพี่ชายแต่โดยดีเพราะถ้าเกิดดื้อไม่ยอมทำตามก็อาจจะอดกินขนมไปอีกหลายวันเลยก็เป็นได้

              ก็ด้าย น้ำตาลไม่กินแล้ว งั้นเดี๋ยวน้ำตาลเอาชามไปเก็บก่อนน้า

              คนตัวเล็กเตรียมที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะนำชามน้ำแข็งไสใช้แล้วไปเก็บยังจุดวางภาชนะใส่อาหารแต่ติดที่คนข้างตัวรั้งข้อมือของเขาเอาไว้ก่อน

              เดี๋ยวพี่เอาไปเก็บให้นะครับ คาบบ่ายก็ตั้งใจเรียนนะครับ ไอ้ปั๋ง น้ำแข็งเดี๋ยวเก็บชามเสร็จแล้วกูจะแวะไปทำธุระก่อนนะเสร็จแล้วเจอกันบนห้องเลย ชามในมือของน้ำตาลถูกรับต่อโดยพี่เลี้ยงของเจ้าตัว มังกรเป็นฝ่ายอาสาเดินไปเก็บชามให้น้ำตาลซึ่งก็แปลว่ามังกรเป็นทั้งคนที่ไปซื้อมาให้แถมยังอุตส่าห์เอาไปเก็บให้อีกต่างหาก แสนดีขนาดนี้คงไม่มีอีกแล้วล่ะ

              แสบคอไปหมดเลยครับเสียงของรุ่นพี่สายปั่นดังขึ้นเมื่อเพื่อนสนิทของตนเองเดินออกจากโต๊ะอาหารไปในระยะที่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่ได้ยินแล้ว

              ทำไมหรือคะพี่ปั๋ง หรือจะเป็นเพราะ PM 2.5”   

              พี่คิดว่าน่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวที่กินไปเมื่อกี้น่ะครับ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกแต่ทำไมน้ำซุปโคตรหวานจนเลี่ยนไปหมดเลย ชะอุ้ย เดี๋ยวพี่รีบไปขึ้นเรียนก่อนดีกว่า เจอกันข้างบนนะเว้ยน้ำแข็ง คนขี้เล่นอย่างปั๋งถึงกับไม่กล้าไปต่อเมื่อน้ำแข็งตวัดสายตาดุๆ ไปมองที่อีกฝ่าย เห็นปั๋งขี้ปั่นอย่างนี้แต่ก็รักตัวกลัวตายนะค้าบ

              น้ำแข็งส่ายหน่าอย่างหน่ายใจกับความขี้เล่นของเพื่อนคนนี้ก่อนจะหันกลับมาพูดอะไรบางอย่างกับรุ่นน้องเมื่อเห็นว่าจวนจะถึงเวลาที่ควรต้องขึ้นเรียนแล้ว

พวกเราก็ขึ้นเรียนกันได้แล้ว อีกแปปหนึ่งก็จะบ่ายโมงแล้ว

งั้นเดี๋ยวพวกหนูไปขึ้นเรียนก่อนนะคะ ไว้เจอกันค่า ไปกันเถอะจ๋า เดียร์ น้ำตาล

อ้าวแล้วกูล่ะ

กลุ่มพวกเราไม่รับคนมีแฟนจ้า ไปกันเถอะพวกเรา

อ้าวเห้ยรอกูด้วย!”

น้ำแข็งยืนส่งรุ่นนน้องจนมั่นใจว่าทุกคนจะเดินขึ้นห้องเรียนกันครบหมดแล้ว เขารู้สึกโล่งใจที่น้ำตาลมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญยังคอยเป็นหูเป็นตาให้กับพี่ชายอย่างเขาอีกด้วย

นับตั้งแต่ที่เจ้าตัวเล็กขึ้นปีหนึ่งมา ยอมรับเลยว่ามีผู้คนมากหน้าหลายตาอยากที่จะวนเวียนกันเข้ามาเพื่อทำความรู้จักกับน้องชายของเขา ซึ่งโดยส่วนมากก็เป็นพวกผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น เขาที่ต้องเรียนหนังสือด้วยเช่นกันจะให้คอยมาสอดส่องก็ทำไม่ได้ ดังนั้นการมีกลุ่มเพื่อนที่ดีจึงทำให้เขาลดความกังวลใจลงไปได้อยู่มากโข

เมื่อยืนส่งรุ่นน้องจนขึ้นเรียนเรียบร้อยแล้วเจ้าตัวก็จัดการต่อสายหาใครคนหนึ่งที่เขาต้องการที่จะพูดคุยเรื่องสำคัญด้วย

ตรู๊ด ตรู๊ด

ว่าไงมึง

มึงอยู่ไหน

กูมาเอาเอกสารที่อาจารย์ฝากถ่ายไว้ที่ใต้ตึกรัฐศาสตร์ มึงมีไรเปล่า

อีกนานไหม

น่าจะสักพักหนึ่ง ที่ร้านยังทำไม่เสร็จเลยว้ะ

งั้นมึงรออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวกูเดินไปหา

หา เออๆ

หลังวางสายน้ำแข็งก็รีบเดินตรงไปยังคณะรัฐศาสตร์ซึ่งเป็นจุดหมายที่เขาจะไปเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญกับอีกฝ่ายในทันที อะไรบางอย่างที่เขากำลังรู้สึกสงสัยมาโดยตลอด

 

 

อะไรกันวะเนี๋ยแค่ออกมาเอาเอกสารแปปเดียวถึงมีคนนัดจะมาคุยกับกูตั้งสองคนแล้วว้ะมังกรบ่นพึมพำหลังจากวางสายจากเพื่อนสนิทของตนเอง

เขาขอตัวออกมาก่อนเพื่อที่จะมาทำธุระให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาตามที่แกไหว้วานเอาไว้เมื่อช่วงเช้า

ในตอนนี้มังกรกำลังเป็นจุดสนใจต่อเด็กต่างคณะไม่น้อย ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เป็นนักศึกษาของทางคณะนี้ แต่ด้วยดีกรีรเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีที่แล้วบวกกับความหล่อเหลาคมเข้มราวกับพระเอกในจอโทรทัศน์จึงทำให้เจ้าตัวมักจะกลายเป็นที่สนใจของผู้คนรอบข้างอยู่บ่อยครั้ง

พี่มังกรคะ มังกรเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง

ครับ น้องแตงโมมีอะไรด่วนหรือเปล่าครับถึงมาหาพี่ถึงที่นี่แตงโมรุ่นน้องสาวสวยชั้นปีที่สองซึ่งเป็นรุ่นน้องร่วมคณะของเขา

เธอเคยเป็นน้องเทคของเพื่อนสนิทเขาคนหนึ่งที่ซิ่วออกไปหลังจากขึ้นปีสองมาได้เพียงแค่เทอมเดียวเท่านั้น ดังนั้นในช่วงปีที่แล้วด้วยความสงสารที่รุ่นน้องไม่มีพี่เลี้ยงคอยดูแลเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะโดนเทกลางคันจึงมักจะแบ่งชีทติวเผื่อแผ่ไปให้อีกฝ่ายอยู่เสมอและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาจึงได้มีโอกาสคุยกับแตงโมอยู่บ่อยๆ จะมีช่วงหลังๆ นี้แหละที่อีกฝ่ายหายหน้าหายตาไปไม่ค่อยได้มาคุยกันสักเท่าไหร่

              คือหนูมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ค่ะ

              ครับว่ามาได้เลยพี่ฟังอยู่

              มันเป็นเรื่องสำคัญน่ะค่ะ พูดตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวกเธอดูมีสีหน้าที่ลังเลใจ ด้วยความเป็นห่วงเจ้าตัวเลยหันไปบอกกับพนักงานร้านถ่ายเอกสารว่าจะมารับของภายหลังก่อนจะพารุ่นน้องเดินเข้าไปหลังตึกคณะซึ่งน่าจะเป็นจุดที่เงียบสงบปราศจากคนรบกวนเพราะบางทีสิ่งที่รุ่นน้องต้องการจะบอกคงเป็นสิ่งที่ให้ใครรู้ไม่ได้

              น้องแตงโมมีอะไรครับ พูดมาได้เลยเมื่อเดินมาถึงหลังตึกคณะเจ้าตัวก็หันมาถามรุ่นน้องอีกครั้ง

              เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับมังกรด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป แววตาของผู้หญิงใสซื่อบริสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความมุ่งมั่นราวกับกำลังจะบอกว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเป็นเรื่องสำคัญ

              คือว่า ห หนูชอบพี่มังกรค่ะ ไม่สิ หนูรักพี่มังกร รักมาตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้ว

              มังกรยืนนิ่งฟังสิ่งที่รุ่นน้องพูดโดยไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

              พี่มังกรช่วยรับรักหนูได้ไหมคะท้ายประโยคนั้นเธอรวบรวมความกล้าเพื่อวิ่งเข้ามากอดร่างของรุ่นพี่ที่เธอรักจนหมดหัวใจ

              น้องแตงโมครับมังกรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาพยายามดึงร่างของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บ การมาทำอะไรแบบนี้ในสถานที่ลับตาคนแถมยังเป็นสถานศึกษามันคงจะดูไม่เหมาะสมถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้า

              พี่ขอบคุณที่น้องแตงโมรู้สึกดีๆ ที่มีให้พี่นะครับรุ่นน้องสาวจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของรุ่นพี่ด้วยแววตาที่สั่นระริกราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้ การกระทำที่แสนอ่อนโยนและความใจดีของอีกฝ่ายจึงทำให้เธอตกหลุมรักมังกรจนไม่สามารถถอนตัวได้อีกแล้วแต่ถึงอย่างนั้นมังกรก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอเอาไว้ได้อยู่ดี

              สำหรับพี่เราเป็นรุ่นน้องคนหนึ่งที่พี่เอ็นดูนะครับ พี่ขอโทษที่คงรับความรู้สึกของเราเอาไว้ไม่ได้

              ทำไมคะ หรือว่าพี่มังกรมีคนที่ชอบอยู่แล้ว อย่าบอกนะคะว่าเป็นเด็กผู้ชายคนนั้นที่ในเน็ตเขาพูดกัน!” เธอพูดอย่างใส่อารมณ์

              เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับใครเลยครับ กับน้องคนนั้นในตอนนี้ก็ยังคงเป็นรุ่นน้องเหมือนกับแตงโม เพราะฉะนั้นพี่เลยรับความรู้สึกของแตงโมเอาไว้ไม่ได้ครับ

              ถ ถ้างั้น เรามาลองคบกันก่อนได้ไหมคะ ลองเรียนรู้กันไป ในเมื่อพี่มังกรไม่ได้ชอบมัน ไม่ได้ชอบผู้ชายตามที่เขาลือกันเรามาลองคบกันดูก่อนได้ไหมคะ ห หรือ ถ้าพี่มังกรจะให้หนูเป็นแค่คู่นอนก็ได้นะคะ หนูยอมทุกอย่างแค่ขอให้พี่มังกรมาเป็นของหนูก็พอชายหนุ่มตกใจจนแทบจะรับมือไม่ทันต่อปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย น้ำเสียงที่สั่นเครือจนดูน่าตกใจแต่นั่นก็ไม่เท่ากับการกระทำของสาวเจ้าที่เข้ามากอดเขาไว้อีกครั้งหนึ่ง ไม่พอฝ่ามือของเธอลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องแกร่งของเขาราวกับกำลังที่จะพยายามปลุกปั่นอารมณ์ แม้ว่าเขาจะพยายามที่จะหยุดการกระทำของอีกฝ่าย แต่เธอก็ยังคงไม่ยอมหยุดการกระทำที่แสนน่ารังเกียจนี้ หญิงสาวขยับฝ่ามือของเธอลูบไล้ไปทั่วร่างของชายหนุ่มผู้เป็นที่รักอย่างต่อเนื่องก่อนจะมาหยุดใกล้กับบริเวณจุดอ่อนไหวแต่โชคดีที่เขาจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้ทันแล้วจึงรีบผลักร่างของเธอออกอย่างแรงในทันที

              น้องแตงโมครับ!” มังกรตวาดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวในแบบที่เธอเองยังไม่เคยได้ยิน น้องไม่ควรทำอย่างนี้นะครับ ถึงพี่จะไม่ได้รักเราแต่ช่วยเห็นค่าของตัวเองด้วยนะครับ อย่าทำอะไรแบบนี้เลย

              เขายอมรับว่าตกใจไม่น้อยเมื่อเด็กที่ดูเป็นคนเรียบร้อยในสายตาของเขามาโดยตลอดจะกล้าทำอะไรแบบนี้อย่างไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ มังกรไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรทำอย่างไรดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายอมรับเลยว่าไม่เคยดูออกเลยว่าแตงโมจะมีความรู้สึกที่พิเศษกับเขาแบบนี้ เพราะถึงแม้จะมีดีกรีเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยแน่นอนว่าด้วยตำแหน่งคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจได้ แต่เขาก็วางตัวชัดเจนไม่พยายามทำตัวให้เด่นเรียกได้ว่าพยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนดังนั้นผู้คนส่วนมากที่ชื่นชอบเขาจะเป็นเพียงแค่การสนับสนุนแบบแฟนคลับเสียมากกว่าดังนั้นเขาจึงไม่เคยถูกใครมาสารภาพรักแบบนี้เลยสักครั้ง วันนี้จึงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวถูกคนมาสารภาพรักแถมคนตรงหน้ายังเป็นรุ่นน้องที่เขาเคยสนิทสนมมาก่อนอีกด้วย

              ห หนู ก็แค่ชอบพี่มังกร ทำไมเรามาลองคบกันก่อนไม่ได้คะ เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคลาบหน้าตาแห่งความเสียใจจนแทบไม่เหลือความสวยแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้มังกรใจอ่อนลง

              แตงโมฟังพี่นะ เรื่องของหัวใจมันลองไม่ได้หรอกครับ ถ้าวันนี้พี่ตกลงลองจะคบกับแตงโมแล้ววันหนึ่งพี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ สุดท้ายคนที่เสียใจก็จะเป็นเรานะ อีกอย่างในอนาคตพี่ก็ไม่รู้ด้วยว่าพี่จะมีใครหรือคบกับใคร แต่ถ้าคนๆ นั้นมารู้ว่าพี่มาลองคบๆ เลิกๆ กับคนอื่นแบบนี้คนที่จะเสียใจตอนนั้นมันจะไม่ได้มีแค่คนเดียวนะครับ

เราอย่าทำแบบนี้เลยพี่ยังอยากมีเราเป็นรุ่นน้องที่น่ารักอยู่นะครับเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ทุกประโยคถูกกลั่นกรองออกมาจากจิตใต้สำนึกมากกว่าการที่ใช้สมองในการกลั่นกรองทั้งหมด แต่ที่น่าแปลกใจตลอดเวลาที่เขาพูดออกไป ภาพที่เขานึกถึงทุกภาพล้วนเป็นภาพรอยยิ้มของเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งจะได้เจอกันเมื่อกี้นี้ แม้จะรู้ว่าระหว่างเขาและน้ำตาลจะยังมีสถานะเป็นเพียงแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เขาก็ไม่อยากที่จะทำผิดต่อคนที่เขากำลังมีความรู้สึกที่ดีด้วย และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การปลดปล่อยความต้องการก็ตาม

สำหรับบางคนอาจจะมองว่าเรื่องความต้องการเป็นเรื่องธรรมชาตินอกกายได้แต่ห้ามนอกใจ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขา มังกรไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลยแม้แต่สักครั้งเดียว เขาต้องการที่จะให้เกียรติกับคนที่เป็นเจ้าของความรู้สึกดีๆ แบบนี้ และที่สำคัญเขาไม่เคยมีความคิดที่จะมีความสัมพันธ์ทางกายใดๆ กับคนที่ไม่ใช่แฟน

เพราะฉะนั้นเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแบบนี้ดีกว่านะ เขาพยายามปลอบใจรุ่นน้องด้วยการลูบแผ่นหลังของคนที่กำลังสะอื้นด้วยความเสียใจ

เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเข้าใจว่าความผิดหวังมันทรมานมากเพียงใด แต่เรื่องของความรู้สึกมันไม่สามารถห้ามกันได้นี่หน่า

ไปเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนดีกว่าครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่ไปส่งขึ้นเรียนเธอพยักหน้าหงึกหงักในขณะที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น มังกรจึงต้องเป็นฝ่ายพาเธอเดินตรงเข้าไปในตึกคณะเพื่อที่จะได้ให้เธอไปล้างหน้าล้างตาให้ดีเสียก่อนจึงจะได้ไปจัดการกับธุระที่ทำค้างเอาไว้ต่อ

เดือนมหาลัย ถอนหายใจเมื่อเหตุการณ์น่าปวดหัวได้ผ่านพ้นไป

แต่เจ้าตัวอาจไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อยู่ในสายตาของน้ำแข็งทั้งหมดตั้งแต่ต้นยันจบ

มึงไม่ได้คิดเกินเลยกับน้องของกูสินะเจ้าตัวยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจในสิ่งที่ถูกไขกระจ่างก่อนจะเดินจากไปเมื่อได้คำตอบในสิ่งที่เขากำลังสงสัยมาตลอด

หรือมังกรมันจะชอบน้ำตาล…’

ประโยคที่เพื่อนสนิทของเขาเอ่ยออกมานั้นไม่มีประโยคไหนหมายถึงน้องชายของเขาเลยสักนิด และนั่นก็คงเพียงพอที่เขาจะยอมให้อีกฝ่ายได้เข้าใกล้น้องชายของเขาเหมือนเดิม เพราะถึงแม้จะเป็นมังกรหากกล้าคิดไม่ซื่อกับน้องชายของเขา รับรองว่าแม้แต่หน้าของน้ำตาล มันก็จะไม่ได้เห็น

 

 

 

              ในช่วงเย็นของวันนั้น

              เมื่ออาจารย์ประกาศเลิกคลาสเรียนกิจวัตรประจำวันของน้ำตาลก็เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตนเอง บ้างก็ต้องรีบเดินทางกลับบ้านเพราะกลัวจะรถติด ส่วนเขาก็ยังคงมานั่งรอพี่ชายอยู่บริเวณใต้ตึกคณะอย่างที่ทำประจำเมื่อเวลาที่อีกฝ่ายมีเรียนภาคค่ำ

              น้ำตาลเดินเข้ามาล้างมือในห้องน้ำชายเพื่อสุขอนามัยที่ดีก่อนจะไปหาอะไรทานเพื่อเป็นการรอฆ่าเวลา แต่ในขณะที่เขากำลังหมุนตัวออกจากห้องน้ำนั้นไออุ่นที่คุ้นเคยก็แผ่เข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณจนเขาสามารถรับรู้การมาถึงของอีกฝ่ายได้

              พี่มังกรน้ำตาลเรียกแค่นั้นก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้พี่เลี้ยงอย่างดีใจ

              ตอนนี้เพื่อนๆ ของเขาก็กลับกันหมดแล้ว น้ำตาลรู้สึกเหงามากเลย

              แต่ตอนนี้มีพี่มังกรน้ำตาลไม่เหงาแล้วล่ะ

              ครับ มาเข้าห้องน้ำหรือเรา

              น้ำตาลมาล้างมือ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะออกไปหาอะไรกินนอกมอ คนตัวเล็กตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วบ่งบอกถึงความอารมณ์ดีทำให้คนมองรู้สึกเหมือนได้เติมพลังจากความสดใสของรอยยิ้มน่ารักๆ นั้น

              งั้นรอพี่แปปหนึ่งนะครับ เดี๋ยวพี่พาออกไป

              อื้อว่าเสร็จคนตัวเล็กก็เดินออกมายืนรอรุ่นพี่ที่บริเวณหน้าห้องน้ำเพื่อจะได้ให้อีกฝ่ายจัดการกับธุระส่วนตัว

              รอไม่นานมังกรก็เดินออกมา ใบหน้าของเขาเปียกโชกเพราะเพิ่งจะผ่านการล้างหน้ามา สภาพของมังกรในตอนนี้ราวกับพระเอกที่กำลังเล่นอยู่ในมิวสิควีดีโออันหล่อเหลา หยาดน้ำเม็ดเล็กเม็ดน้อยเกาะตามใบหน้าคมลามมาจนถึงบริเวณลำคอ มันเป็นภาพที่ถ้าหากสาวๆ ได้มีโอกาสมาเห็นล่ะก็คงจะต้องละลายกันเป็นแถบๆ อย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่สำหรับเจ้าตัวเล็กที่รู้สึกขัดใจอยากจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้อีกฝ่ายเหลือเกิน

              พี่มังกรเปียก มาๆ เดี๋ยวน้ำตาลเช็ดหน้าให้น้า ก้มหัวลงมาหน่อยคนอะไรตัวสูงเหลือเกิน น้ำตาลแอบบ่นพึมพำในใจ

              มังกรก้มตัวลงตามที่รุ่นน้องบอกเมื่อถึงระดับที่น้ำตาลสามารถเอื้อมมือถึงได้แล้ว เจ้าตัวจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชื้ตเพื่อหมายจะมาเช็ดหน้าของรุ่นพี่

              มือเรียวเล็กขยับไปมาโดยมีผ้าเช็ดหน้าอยู่ในมือ เจ้าตัวค่อยๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกดซับบนใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา

              น้ำตาลอาจไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นทำให้อีกฝ่ายถึงกับใจเต้นด้วยจังหวะที่ถี่รัว เขาจ้องมองใบหน้าน่ารักนั้นอย่างไม่ละสายตาในขณะที่ข้อมือของอีกฝ่ายยังคงขยับไปช้าๆ จากไรผมเปลี่ยนมาเป็นหน้าผากกว้าง ก่อนจะเลื่อนมือลดลงมาที่บริเวณจมูกโด่งเป็นสัน

              ฟึบ

              อ้ะ พี่มังกรทำอะไร น้ำตาลยังเช็ดหน้าให้ไม่เสร็จเลยน้ำตาลพยายามดิ้นตัวให้หลุดจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายเมื่อถูกรุ่นพี่ดึงร่างของเขาเข้าไปในวงแขนกว้างก่อนจะรัดแน่นจนน้ำตาลแทบจะไม่สามารถขยับได้

              “…” ไร้การตอบกลับของอีกฝ่าย

              มังกรยังคงทำเพียงแค่กอดร่างของรุ่นน้องเอาไว้แบบเดิม เขากำลังรู้สึกถึงพลังงานบวกจากคนตัวเล็กกว่าที่มีพลังความสดใสล้นเหลือราวกับโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่กำลังจะหมดลงแต่ได้รับพลังงานอย่างทันท่วงทีพลังงานที่เรียกว่าความรู้สึกดีๆ

              ถึงแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรถึงต้องมากอดเขาจนแน่นแบบนี้ แต่ว่าเวลาที่น้ำตาลรู้สึกเหนื่อยๆ หรือบางครั้งที่เขารู้สึกเศร้า การที่เขาได้กอดกับพี่ชายก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อดังนั้นน้ำตาลจะกอดพี่มังกรถ้าหากมันทำให้คนเป็นพี่หายเหนื่อย

              โอ๋ๆ น้าไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวเล็กยังลูบหลังคนตัวสูงกว่าไปมา เขาทำอย่างที่เวลาพี่ชายกอดปลอบเขา

              มังกรแอบหลุดขำเพราะคำพูดเจ้าตัวเล็ก

              โอ๋งั้นหรือ

              ก็สมกับเป็นน้ำตาลล่ะนะ ตัวแค่นี้แต่น่ารักเก่ง

              เมื่อเขาผละออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย เขาจึงส่งยิ้มให้กับรุ่นน้องเพื่อไม่ให้เจ้าตัวรู้สึกเป็นกังวล ร่างกายของเขากลับมารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกครั้งหนึ่งเพราะได้รับการเติมพลังจนเต็มเปี่ยมจากเจ้าตัวเล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              ไปหาอะไรกินกันเถอะครับ

              อื้อ ไปกันฝ่ามือเล็กถูกสอดประสานกับฝ่ามือที่ใหญ่กว่าก่อนรุ่นพี่จะเดินพาน้องเดินจูงมือออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อพารุ่นน้องไปหาอะไรทานให้สมใจอยาก

              แม้จะรู้สึกเหนื่อย ตลอดทั้งวันเขารู้สึกผิดที่ต้องทำให้คนๆ หนึ่งเสียใจโดยมีเขาเป็นต้นเหตุ แต่การที่มีน้ำตาลเจ้าความสดใสที่คอยมาวนเวียนอยู่ในชีวิตของเขาแบบนี้ ก็นับว่าเป็นการเติมพลังที่ดีที่สุดแล้วล่ะ

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #202 mook (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:19

    หรทอว่สจะไม่ใช่เดียร์หว่า

    #202
    1
    • #202-1 mook (จากตอนที่ 22)
      17 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:20
      หรือว่า
      #202-1
  2. #150 View_Aranya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 12:30
    กุก็อุส่าด่าเดียร์ไปเยอะ5555
    #150
    0
  3. #75 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:56
    ผู้ต้องสงสัยเพิ่มมาอีก1คน
    ต่อจากเดียร์ก็คือแตงโต
    #75
    0