[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : เปิดเทอม (Re-Write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 236 ครั้ง
    19 มี.ค. 63

ตอนที่ 3 : เปิดเทอม

 

 

            ชื่อ เวหา วัฒนาสุขสวัสดิ์ 

            ชื่อจริงกับชื่อเล่นเหมือนกัน แล้วอะไรต่อ

            ปัจจุบันเป็นนักแสดงในสังกัด Fahrenheit Ent. (ฟาเรนไฮต์ เอนเตอร์เทนเมนท์)

            เกิดวันที่ 17 กันยายน 2543 ปัจจุบันอายุ 18 ปี

            ส่วนสูง 185 เซนติเมตร น้ำหนัก 72 กิโลกรัม

            มีพี่สาวหนึ่งคน เวหาเป็นลูกคนสุดท้อง 

 

            “ผมเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียวครับ เวลาว่างของผมก็มักจะชอบทำอะไรคนเดียว หรืออาจมีกิจกรรมอื่นๆ กับครอบครัวในวันหยุดครับ กับเพื่อนก็นานๆ ทีครับ”

            “เรื่องความรักเกิดมา 18 ปีผมยังไม่เคยมีแฟนครับ บวกกับต้นสังกัดผมไม่โอเคที่ศิลปินในสังกัดจะมีความรัก ดังนั้นผมจึงไม่เลยคิดเรื่องนี้เลยครับ”

 

            หลังจากวันนั้นที่ผมเจอกับน้องเวหาแล้วน้องเขามีปฏิกิริยาแปลกๆ กับผมยอมรับว่าตัวผมเองก็รู้สึกกังวลไม่น้อยว่ากลัวจะเผลอทำอะไรที่น้องไม่ชอบไป หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมเลยพยายามตามดูประวัติและรายการที่น้องเคยให้สัมภาษณ์ไว้ทั้งหมด เพื่อจะได้ศึกษาข้อมูลและพอรู้บ้างว่าน้องชอบหรือไม่ชอบอะไร

            ตอนนี้ผมกำลังนั่งดูคลิปสัมภาษณ์ของน้องเวหา ที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ตอนเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ น้องเล่าว่าตัวเองเป็นคนยังไงแต่นอนครับว่ามันไม่ได้เป็นข้อมูลเชิงลึกอะไรขนาดนั้นหรอก แต่มันก็ทำให้ผมพอรู้บ้างว่าน้องอาจจะเป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนักถ้าไม่สนิท โดยเฉพาะในเวลาส่วนตัวที่ไม่ใช่เวลางาน……และที่สำคัญเรื่องความรักก็เป็นไปอย่างที่แจนเล่าให้ผมฟังว่าต้นสังกัดของน้องซีเรียสกับเรื่องนี้มาก เห็นว่ามีการเซ็นสัญญาห้ามมีแฟนไว้เลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ผมเลยคิดว่าน้องเขาน่าจะเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว…ผมจึงได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าบางทีในวันนั้น ผมคงจะชวนน้องคุยมากไปหน่อย น้องคงรำคาญผมแน่ๆ 

            กริ๊งงงงงงงงงง

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นพร้อมปรากฎสายเรียกเข้าจากหนึ่งเพื่อนสนิทของผม

            “มึง พรุ่งนี้คาบแรกเรียนกับเจ้อึ่งอ่างใช่ป้ะ กูละเซ็งรอบที่แล้วกว่าจะรอดวิชาเจ้แกมาได้ กูแทบจะต้องไปบนทุกวันที่ไปเรียน เทอมนี้แม่งยังตามมาหลอกหลอนกูอีก” หนึ่งพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดแทรกทันทีตั้งแต่รับสาย ดูท่าแล้วเจ้าตัวคงจะไม่ชอบอาจารย์อึ่งมาก หากย้อนไปสมัยเทอมแรกหนึ่งเกือบเอาตัวไม่รอดกับวิชาของอาจารย์แก

            “ช่ายยยย แต่ตัวนี้เห็นพี่พัชบอกว่าไม่ยากเท่าปีหนึ่งแล้วนะ แค่ต้องเข้าเรียนอะ ถ้าเข้าเรียนก็ทำได้”

            “มึงก็เห็นว่ากูแทบไม่ได้เข้าเรียนเลย คิดว่ากูจะรอดไหมเพื่อน ไม่รู้แหละเทอมนี้มึงต้องช่วยกูติวด้วย”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า เราก็ช่วยหนึ่งติวตลอดน้า พรุ่งนี้เข้าด้วยละกัน เราว่าอาจารย์คงเช็กชื่อตั้งแต่คาบแรกเหมือนเดิมอะ”

            “เฮ้ออออ เออ เอาเป็นว่ากูจะพยายามตื่นละกัน แล้วมึงทำอะไรอยู่วะ”

            ผมหลุบตามองลงไปที่หน้าคอมที่เล่นคลิปวีดีโอที่สัมภาษณ์น้องเวหาค้างไว้อยู่

            “อ้ออออ เราอ่านหนัง ส สือ อยู่อ่า” ทำไมเสียงผมดูลนไปหมด

            “ทำไมเสียงมึงดูลนๆ แปลก อ๋อสงสัยจะดูรูปโป๊ผู้ชายอยู่ใช่ไหม เพื่อนกูนี่ร้ายไม่เบา”

            “ไม่ใช่! เราดูคลิปน้องเวหาให้สัมภาษณ์อยู่!” ผมลนไปหน่อยเลยพูดแบบขึ้นเสียง และนั่นจึงทำให้ผมหลุดปากพูดความจริงไปจนได้

            “แหมมมม หลุดจนได้นะมึง ฮ่าฮ่า เออช่างแม่งเถอะยังไงมันก็น้องรหัสมึงนี่ แล้วเป็นไงบ้างเจอน้องมันแล้วไม่ใช่หรือ หล่อถูกใจไหมล่ะ”

            “ฮึ่ยยยย ถูกใจอะไรเล่า น้องเขาดูไม่ชอบเรายังไงไม่รู้อะ กำลังเครียดอยู่เลย หนึ่งช่วยเราคิดหน่อยสิ เราคิดว่าตัวเองอาจจะเผลอทำอะไรผิดไป”

            “ถ้ามีคนไม่ชอบมึงเพราะนิสัยของมึง กูว่าคนคนนั้นคงเป็นบ้าแน่ๆ นิสัยมึงอย่างกับเด็กเอ๋อ มีอะไรให้ใครเกลียดเหรอ เออมึงกูวางก่อนนะแม่กูเรียกแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

            ตู๊ด ตู๊ด

            พูดจบอีกฝ่ายก็วางสายไปทันที ตอนโทรมาไม่ทันให้ผมได้พูดแทรกแถมพอจะวางก็ไม่ได้คำตอบในสิ่งที่กำลังสงสัยอีก

            “เฮ้ออออ” ผมถอนหายใจอีกครั้งเพราะยังไม่รู้ว่าควรจะเทคน้องเวหายังไงดีทั้งในฐานะพี่รหัสและพี่เทคบ้านโดยที่ไม่ให้น้องรู้สึกไม่ชอบผม....ทำไมมันยากจังแฮะ

            เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมคงเอาชีทตอนปีหนึ่งกับขนมนิดหน่อยๆ เข้าไปให้น้องรหัสของผมก่อนก็แล้วกัน ยังไงผมก็คงไม่ต้องปิดบังตัวตนว่าเป็นพี่รหัสของเจ้าตัว เพราะนอกจากผมจะเป็นพี่เทคในบ้านของน้องเขาแล้ว สายของผมยังมีธรรมเนียมแปลกๆ อย่างการเฉลยสายรหัสก่อนชาวบ้านเขาด้วยครับ ซึ่งปกติแล้วพี่ๆ ปีสองอย่างพวกผมจะต้องดูแลน้องรหัสของจตัวเองแบบไม่เปิดเผยตัวตนซึ่งจะไปเฉลยกันอีกทีคือวันอักษรไนท์หรืองานเลี้ยงต้อนรับน้องๆ ปีหนึ่งนั่นเองครับ

            ว่าแล้วผมจึงหยิบชีทเรียนสมัยปีหนึ่งขึ้นมาใส่ถุงพลาสติกโดยแยกออกเป็นรายวิชาเตรียมเอาไว้ให้กับน้องรหัส เสร็จแล้วจึงเดินลงจากห้องพักเพื่อตรงไปยังร้านร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด ผมคิดว่าควรจะซื้อขนมที่น้องบอกว่าชอบทานจากในคลิปที่ผมเพิ่งดูจบไปด้วย เพราะสมัยปีหนึ่งผมนั้นได้รับขนมจากพี่ๆ ในสายเยอะแยะเลยครับหลังจากเลือกซื้อขนมเสร็จแล้วผมจึงเดินกลับขึ้นมาบนห้องเพื่อที่จะได้พักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการเปิดเทอมใหม่ในวันพรุ่งนี้เสียที

 

 

            ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ 

            เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลา 6.30 พอดิบพอดี ผมบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วจึงรีบลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้าเรียนคาบเช้าให้ทัน

            คอนโดของผมอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักโดยสามารถเดินทางโดยการนั่งรถโดยสารประจำทางเลยไม่ต้องรีบมาก แต่ที่ผมชอบตื่นเช้านั้นก็เป็นเพราะปกติผมชอบไปนั่งทานมื้อเช้าก่อนเข้าเรียนเป็นกิจวัตรในวันที่ผมมีเรียนคาบเช้า แต่พอทำไมทำมาจึงกลายเป็นว่าผมตื่นนอนเวลานี้แทบจะทุกวันเลยล่ะครับ

            7.30 น. ผมมาถึงยังโรงอาหารที่ไม่ไกลจากคณะของผมซึ่งโดยปกติแล้วผมจะมาถึงช่วงเวลาประมาณนี้ของทุกวัน ส่วนใหญ่ผมมักจะนั่งทานอาหารคนเดียวเนื่องจากเพื่อนๆ ของผมไม่เคยตื่นมาเรียนทันกันหรอกครับ แค่มาทันเช็กชื่อก็นับว่าบุญแล้ว

            ช่วงเช้าผมชอบทานอาหารเบาๆ อย่างเช่น ข้าวต้มหรือโจ๊ก ซึ่งวันนี้ผมเลือกที่จะทานโจ๊ก อาหารในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยมีราคาค่อนข้างถูกครับ ดังนั้นตั้งแต่เช้านอกจากนักศึกษาแล้วจึงมีบุคคลภายนอกมานั่งทานกันตลอดทั้งวันครับ

เมื่อได้รับอาหารแล้วผมจึงเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ แต่สายตาของผมกลับเหลือบไปเห็ยผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อทะลุนักศึกษาทั้งหมดในโรงอาหารนั่งอยู่ไกลจากบริเวณที่ผมกำลังยืนอยู่

            น้องรหัสผมเองครับน้องเวหา

            ผมลังเลอยู่แป๊บหนึ่งว่าจะเดินเข้าไปทักน้องดีไหม แต่ด้วยความเป็นพี่รหัสและพี่เทคบ้านของน้อง ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายน้อง

            “สวัสดีครับน้องเวหา พี่นั่งด้วยได้ไหมครับ”

            “…….” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ น้องเงยหน้าขึ้นมามองผมโดยไม่ตอบคำถามสักคำเจ้าตัวเพียงแค่พยักหน้ามาเป็นสัญญาณตอบรับเท่านั้น ผมจึงขอโมเมเอาเองว่าน้องให้ผมนั่งด้วยกันได้

            “งั้นพี่รบกวนหน่อยนะครับ”

            “……..” น้องยังคงไม่สนใจ เจ้าตัวหันหน้ากลับไปสนใจกับการตักอาหารของตัวเองเข้าปากตามเดิม เมนูอาหารเช้าของน้องเวหาเหมือนกันกับผมซึ่งก็คือเมนูโจ๊กหมู ดูท่าทางน้องคงชอบทานอะไรเบาๆ ตอนเช้าเหมือนกับผม

            “น้องเวหา มาเช้าจังเลยครับ ปกติน้องเวหาชอบมาเช้าๆ สินะ เหมือนพี่เลยพี่ชอบมาเช้าเพราะจะได้รีบมาทานมื้อเช้าก่อนเข้าเรียน น้องเวหาก็เหมือนกันใช่ไหมครับ” ด้วยความประหม่าพอไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยอะไรดีเลยตัดสินใจชวยคุยเรื่องการมาเช้าแทน

            “……เปล่า ผู้จัดการว่างตอนนี้” น้องเงยหน้ามามองผมแล้วตอบด้วยสีหน้าเฉยเมยเหมือนเดิม 

            “แล้ววันนี้น้องเวหาเรียนวิชาอะไรเหรอครับ ถ้าไม่เข้าใจน้องเวหาทักไลน์มาถามพี่ได้ตลอดนะครับ” เห็นผมอย่างนี้ผมก็เรียนเก่งนะครับ แหะๆ 

            “อังกฤษพื้นฐาน” น้องตอบผมแค่นี้แล้วก็ยังคงหันไปตักอาหารใส่ปากเหมือนเดิม…ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมเกร็งไปหมดไม่กล้าชวนน้องคุยต่อแล้วครับ เพราะคนตรงหน้าของผมเป็นดาราจึงทำให้บุคคลที่นั่งอยู่รอบข้างยิ่งสนใจโต๊ะที่พวกผมกำลังนั่งอยู่เป็นพิเศษ

            เรานั่งเงียบกันไปประมาณสิบนาทีจนต่างฝ่ายต่างทานอาหารเช้ากันเสร็จเตรียมตัวลุกขึ้นเอาจานไปเก็บยังที่คืนภาชนะใส่อาหาร

            “ไปเรียนก่อนนะ” น้องเวหาลุกขึ้น ผมตกใจรีบรั้งน้องไว้ก่อนเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ให้ของที่เตรียมมากับน้อง

            “ด เดี๋ยวครับน้องเวหา….คือพี่เอาชีทมาให้น้องเวหาด้วยครับ เป็นชีทสมัยตอนพี่เรียนปีที่แล้ว เผื่อช่วยน้องได้ พี่จดเลคเชอร์ไว้ให้หมดแล้วครับอยู่ในนี้หมดเลย”

            “อืมม ขอบคุณ” น้องยังคงทำสีหน้าเฉยเมยอยู่เสมอเวลาอยู่กับผม อยากรู้จังเลยว่าปกติเวลาเจ้าตัวอยู่คนอื่นจะเป็นแบบนี้เหมือนกันไหม

            “ไม่เป็นไรครับ”

            “งั้นไปเรียนก่อนนะ”

            “ด เดี๋ยวครับ มีอีกอย่างพี่ซื้อขนมมาให้น้องเวหาด้วย พี่ดูในคลิปที่น้องเวหาสัมภาษณ์ไว้เห็นว่าน้องเวหาชอบทานขนมยี่ห้อนี้”

            “ผมขอรับไว้แค่ชีทนะ ทีหลังไม่ต้องทำอะไรแบบนี้อีกนะ ผมไม่ชอบ”

            กึก

            น้องพูดเสร็จแล้วจึงหันหลังเดินจากไปในทันที ไม่มีแม้แต่คำบอกลาสักคำ ผมไม่รู้ว่าน้องไม่ชอบอะไรในตัวผมขนาดนั้นเลยหรือ ทำไมเจ้าตัวถึงดูไม่ชอบทุกสิ่งที่ผมทำให้เลย เฮ้อ ทำไมการได้คนดังเป็นน้องรหัสถึงรับมือยากขนาดนี้

            ผมเดินแขนขนมที่ซื้อมาให้น้องเวหาไปด้วยในขณะที่กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยความเซ็ง

            โป๊ก

            “โอ๊ย” ผมคงเหม่อไปหน่อย เพราะเอาแต่เดินก้มหน้าจนไปชนเข้ากับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเข้า 

            “ขอโทษครั…..” ผมรีบเอ่ยคำขอโทษกับคนตรงหน้า แต่เมื่อผมเงยหน้าขึ้น 

            “พอร์ช!” ผมตกใจจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกเพราะคนตรงหน้าที่ผมโดนคือแฟนเก่าของผมเองครับพอร์ช

            “……..” เขายิ้มมุมมากไม่ได้ตอบสิ่งใดมาเมื่อเราสบตากัน สีหน้าของเขาช่างดูไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย 

            “ร เราไปก่อนนะ” ว่าจบผมจึงรีบเดินหนีโดยการเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ 

            “โอ๊ย” แต่ติดที่เขาดันกระชากข้อมือผมไว้อย่างแรงจึงทำให้ผมไม่สามารถขยับไปไหนได้ อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ผมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาที่ผมเคยตกหลุมรักอย่างไม่มีเงื่อนไขแต่ครั้งนี้มันกลับเหลือไว้แต่ความกลัว

            “เฮ้ย! มึงทำอะไรเพื่อนกู….ไอ้เหี้ยพอร์ช ปล่อยมือเพื่อนกูเดี๋ยวนี้” โชคดีหรือบังเอิญไม่รู้ที่หนึ่งเดินผ่านมาทางนี้พอดีพอร์ชจึงยอมปล่อยมือของผมก่อนจะโน้มตัวแล้วมากระซิบเข้าที่ข้างหูด้วยประโยคที่ผมได้ยินแล้วต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัว

            “แล้วเจอกันนะครับที่รัก”

            ผมช็อคจนทำอะไรไม่ถูก อีกฝ่ายว่าเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปทิ้งไว้แต่เพียงความสงสัยในสิ่งที่เขาพูดออกมา

            “มันทำอะไรมึง ไอ้กัน!”

            “ข เขา ไม่ได้ทำอะไรเรา หนึ่งไม่ต้องโกรธขนาดนั้น เรารีบไปขึ้นเรียนกันเถอะ” ผมจับมือหนึ่งแล้วรีบพาเขาเดินขึ้นไปบนห้องเรียนทันที 

            หนึ่งคงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ให้ผมได้ยินสักเท่าไร คงเพราะเขารู้ว่าผมไม่โอเคที่มาเจออดีตคนรักแบบนี้เขาคงกลัวว่าถ้าหากพูดมาแล้วจะยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่ เขาจึงเลือกที่จะข่มใจให้เย็นลงแล้วเดินตามผมขึ้นไปบนห้องเรียน

            พวกเราเดินมาถึงห้องเรียน เนื่องจากยังพอมีเวลาเหลือยู่จึงสามารถจองที่นั่งเผื่อเพื่อนๆ คนอื่นในกลุ่มของพวกเราไว้ได้ด้วย 

ผมพยายามทำจิตใจให้เป็นปกติเพื่อเตรียมตัวเรียนวิชาแรกของเทอมนี้ ผมพยายามลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพราะแค่นี้ก็อึดอัดใจมากพอแล้ว

            นั่งไปได้ประมาณสิบนาทีอาจารย์ก็เดินเข้ามาพร้อมเตรียมตัวที่จะเริ่มสอนทันที สงสัยวันนี้แจนคงมาเรียนไม่ทันแล้วแน่นอน

            “เฮ้ยๆ เจ้อึ่งอ่างมาแล้วว่ะ”

            “สวัสดีค่ะนักศึกษาทุกคน ได้เจอกันอีกแล้วนะ หลังจากเทอมที่แล้วที่เราได้เจอกันในวิชาภาษาเพื่อธุรกิจระดับต้นไปแล้ว เทอมนี้อย่างที่รู้กันอาจารย์จะเป็นผู้รับผิดชอบสอนในวิชาภาษาเพื่อธุรกิจระดับกลาง วิชานี้รุ่นพี่พวกคุณคงบอกแล้วว่าไม่ยาก แต่อาจารย์ก็ไม่ใจดีให้เกรดใครง่ายๆ เช่นกัน ทุกปีมีคนตกวิชานี้และต้องรีเกรดนะคะ พวกรุ่นพี่ของพวกคุณบางคนที่ตกตอนนี้ก็มานั่งอยู่ข้างหน้าพวกคุณแล้วนะคะ ดูเอาไว้เป็นตัวอย่างอย่าต้องมานั่งตรงนี้เป็นรอบที่สอง”

            คำเตือนของอาจารย์อึ่งทำให้พวกเราหน้าซีดรับเปิดเทอมกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะหนึ่งที่เครียดเป็นพิเศษ เพราะเขาเคยได้เกรด D หรือว่าคาบเส้นผ่านพอดี ในวิชาของอาจารย์แก เลยยิ่งทำให้เจ้าตัวไม่ชอบวิชาของอาจารย์อึ่งเป็นพิเศษ

            “เชี่ยย กูกลัวว่ะ แล้วเทอมนี้แม่งตัดผ่านที C ด้วยฉิบหายละ”

            เสียงเพื่อนร่วมรุ่นของผมต่างพากันบ่นยกใหญ่ เพราะรู้ว่าพอเริ่มเรียนวิชาเอกในช่วงปีที่สอง การตัดผ่านเกรณฑ์ก็จะอยู่ที่เกรด C ไม่ใช่เกรด D เหมือนเมื่อสมัยปีที่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าจะได้ D ก็ต้องกลับมาลงเรียนใหม่อยู่ดี

            “เงียบก่อนค่ะนักศึกษา อาจารย์เชื่อว่าถ้าพวกคุณตั้งใจก็จะสามารถผ่านวิชาของอาจารย์ไปได้นะคะ ก่อนจะเริ่มเรียนและชี้แจงรายวิชา ปีนี้เราก็มีเพื่อนในเอกคนหนึ่งจะมาลงเรียนวิชานี้ด้วยเช่นกันนะคะ จะพูดว่าเพื่อนก็ไม่ถูกเพราะเจ้าตัวซิ่วมาเป็นรุ่นน้องของพวกคุณ อย่างที่รู้กันนะคะว่าถ้าหากซิ่วมาจากคณะอื่นแต่เป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันก็จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตในรายวิชาพื้นฐานมาได้ ดังนั้นเพื่อนคนนี้จึงได้รับสิทธิ์ที่จะได้เรียนวิชาปีสองเลยในบางวิชา ทางคณะจึงขอฝากฝังทุกๆ คนช่วยดูและเพื่อนด้วยนะคะ เดี๋ยวให้เพื่อนแนะนำตัวก่อนเลย”

            กึก

            “สวัสดีครับผม พอร์ช พิทวัส นะครับ หรือจะเรียกแค่ชื่อเล่นว่าพอร์ชก็ได้ครับ อย่างที่อาจารย์บอกไปนะครับ ผมซิ่วมาจากคณะสถาปัตย์แต่บางวิชาผมสามารถเทียบโอนหน่วยกิตมาได้ ผมจึงมีสิทธิ์ในการลงวิชาปีสองบางตัว และถึงผมจะมีสถานะอยู่ปีหนึ่ง แต่อายุจริงๆ ผมก็เท่ากับทุกคน ยังไงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” 

            เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงพูดกับผมว่า “ไว้เจอกันอีก” 

ทำไมผมถึงโชคร้ายขนาดนี้กัน ไม่ว่าจะพยายามหนีไปไหนก็ไม่สามารถหนีเขาพ้นได้เลย

            “เชี่ยไรวะเนี่ย มึงโอเคเปล่าวะ ไอ้กัน” 

            “…….” ผมได้แต่เงียบไม่ตอบคำถามของหนึ่ง

            “งั้น พิทวัส เธอนั่งข้างๆ กับ กรรณพนิชไปก่อนนะ กรรณพนิชอาจารย์ฝากเราช่วยดูเพื่อนด้วยนะ เอาละค่ะเรามาเริ่มแนะนำรายวิชากันก่อนนะคะ อย่างที่ทุกคนทราบวิชานี้ตัดผ่านที่เกรด C นะคะ…...”

            เสียงของอาจารย์ที่กำลังยืนพูดอยู่หน้าห้องมันกลับไม่เข้าหูของผมเลยสักนิด ในหัวสมองของผมตอนนี้มีแต่ภาพของอดีตแฟนที่กำลังค่อยๆ เดินเข้ามานั่งข้างกัน

            “ฝากตัวด้วยนะครับ” ผมมองภาพรอยยิ้มที่ผมเคยตกหลุมรัก ผมเคยรู้สึกว่ารอยยิ้มของผู้ชายคนนี้มันน่ามองเหลือเกิน แต่ในวันนี้ผมกลับรู้สึกถึงความอึดอัดเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง เรื่องที่เขาซิ่วมาเรียนคณะเดียวกับผม ผมสามารถยอมรับกับเรื่องนี้ได้นะครับขอเพียงแค่เราต่างคนต่างอยู่ก็พอ แต่ทำไมสิ่งที่เขาแสดงออกมันกลับทำให้ผมไม่สบายใจเลยสักนิด

            วันนี้มันวันอะไรของผมกันแน่นะ ทำไมต้องเจอแต่เรื่องซวยๆ แบบนี้รับเปิดเทอมกันด้วย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 236 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #92 ฟิลลิปส์_ฟิลส์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:25
    มีคำผิดนะคะ~~~ นั่งอ่านต่อปายย
    #92
    0
  2. #23 9minx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:28

    กันดูรุกแรงมากลูก ถ้าเขินก็ไม่ต้องเข้าไปคุยเส้ ก็รู้ว่าตัวเองพูดมากแล้วน้องเขาไม่ชอบให้คนวุ่นวาย ;_; เวหาอย่าใจร้าย เลาใจบอบบาง

    #23
    0
  3. #5 Josafe_21 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:46

    พอร์ชต้องบอกอะไรน้องเวหาแน่ๆเลย งื้อออออ
    #5
    0