[จบ] He is my sky เมื่อผมตกหลุมรักคุณท้องฟ้า

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : วันรับน้อง (Re-Write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

ตอนที่ 2 : วันรับน้อง


 

 

            “เธอๆ อยู่เอกอะไรเหรอ มีเพื่อนหรือยัง ไปนั่งกับพวกเราได้นะ”

            “เอ่ออออ”

            “ไปๆ มานั่งด้วยกันก่อนสิ เดี๋ยวโดนรุ่นพี่ว่านะ”

            “คือเราอยู่ปีสองน่ะ” ผมยิ้มแหยพร้อมโชว์ป้ายชื่อของรุ่นพี่ที่จะมีสีแตกต่างจากรุ่นน้อง โดยบนป้ายของผมมีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า พี่กัน

            “อุ๊ย ตายแล้ววว ขอโทษค่ะพี่ คือหนูคิดว่าอยู่ปีเดียวกันแล้วมาคนเดียว เลยจะชวนไปนั่งด้วยกัน” น้องผู้หญิงขอโทษผมใหญ่

            “ไม่เป็นไรครับ แหะๆ น้องๆ ก็รีบเข้าไปนั่งนะเดี๋ยวเราจะเริ่มกิจกรรมกันแล้วครับ”

            น้องๆ กลุ่มนั้นรีบวิ่งเข้าไปนั่งในแถวใต้อาคารคณะอักษรศาสตร์ที่กำลังจัดกิจกรรมรับน้อง

            วันนี้เป็นกิจกรรมรับน้องของพวกเราชาวอักษรศาสตร์ วันที่ชาวปีสองอย่างพวกเราตั้งใจที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการต้อนรับน้องๆ ปีหนึ่งสู่ครอบครัวอักษรศาสตร์ของพวกเรา

            “อ้าววว น้องๆ คนไหนที่มาแล้วนะคะ ไปลงทะเบียนรับป้ายชื่อกันก่อนเลยค่า อีก 10 นาทีพวกเราจะปิดลงทะเบียนแล้ว และใครที่มาลงทะเบียนไม่ทันพวกพี่ๆ จะมีบทลงโทษนะคะ ใครที่อยู่รอบๆ ก็รีบมาเลยค่า มีเพื่อนที่ยังไม่มาก็รีบโทรตามเพื่อนเลยจ้า” เสียงจุ๊บจิ๊บประธานรุ่นคณะอักษรศาสตร์ที่กำลังประกาศผ่านโทรโข่ง ระหว่างรอน้องๆ เข้ามาลงทะเบียน

            วันนี้หน้าที่ของผมก็คือพี่เลี้ยง หน้าที่นี้ไม่มีอะไรมากส่วนใหญ่ก็จะรับผิดชอบเรื่องการดูแลน้องๆ ให้อยู่ในความเป็นระเบียบ รวมไปถึงช่วยเพื่อนๆ ตำแหน่งอื่นๆ ที่ขาดคนเท่านั้นเอง หรือเรียกง่ายๆ ว่า คนใช้จิปาถะนั่นเอง

            “โอเคค่าเก้านาฬิกาตรงแล้ว พี่ขอประกาศปิดลงทะเบียนค่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องลงทะเบียนปิดรับลงทะเบียนเลยนะคะ ใครมาสายให้ส่งตัวมาที่หน้าเวทีเลย” ไฮไลต์ของงานเริ่มตั้งแต่เปิดงานกันเลยล่ะครับ นั่นก็คือจับน้องๆ ที่มาสายมาลงโทษที่บริเวณหน้าเวที การลงโทษที่ว่าไม่ใช่ตบตีหรือด่านะครับ ส่วนใหญ่ก็จะให้เต้น ร้องเพลงตลกๆ ทั่วไป

            “เอาละค่ะ เราจับตัวคนมาสายได้แล้ว แหม ปีนี้คนมาสายทำไมแซ่บจังเลยล่ะคะลูก เจ้เห็นแล้วน้ำลายไหลเลยค่า”

            ก็เหมือนทุกปีที่คนมาสายจะถูกจับออกไปหน้าเวที แต่ปีนี้น้องๆ คนที่มาสายดันมีแต่ผู้ชายประมาณห้าหกคนได้ แถมแต่ละคนยังออร่าจับทั้งนั้น

            กึก

            พอร์ช!

            ผมตกใจมากที่ตรงหน้าเวทีตรงนั้นมีพอร์ชแฟนเก่าผมอยู่ด้วยถึงผมจะรู้แล้วว่าเขาซิ่วมาอยู่คณะเดียวกับผม แต่ทำไมเราต้องมาเจอกันเร็วขนาดนี้ด้วย พูดแล้วอยากจะร้องไห้

            “มึงๆ นั่นไอ้เหี้ยพอร์ชใช่ไหม” หนึ่งถามผมในขณะที่พวกเรากำลังยืนเป็นสตาร์ฟอยู่ไม่ไกลจากเวที

            “อืม” ผมไม่รู้จะตอบอะไรเลยตอบไปได้เพียงแค่นั้นจริงๆ

            “วี้ดดดด นั่นน้องเวหา โอ้แม่เจ้า แกๆ น้องรหัสแกอะ งือออ หล่อมากกก” ผมหันไปมองน้องผู้ชายตัวสูงอีกคนที่ยืนอยู่ตืดๆ กัน นั่นคงเป็นเพราะว่าผมมัวแต่สนใจแฟนเก่าจนไม่ทันสังเกตเห็นน้องเวหาล่ะมั้ง 

            น้องหล่อจังเลย นั่นคือความคิดแรกที่ผมเห็นตัวจริงของน้อง

            “อีแจน กูปวดหู กรี๊ดมาได้” หนึ่งเป็นคนขี้รำคาญ แต่ที่รำคาญสำหรับหนึ่งมากที่สุดคงจะเป็นเวลาที่แจนกรี๊ดให้กับคนหล่อ

            “มึงงง กูขอวันหนึ่งนะ กูเพิ่งจะเจอตัวจริงน้องเวหาครั้งแรก หล่อวัวตายควายล้ม”

            “เฮ้อ” หนึ่งถอนหายใจ เขาทำหน้าเอือมๆ คงปลงแล้วล่ะกับนิสัยของแจน

            “โอ๊ะ ลูกกูหน้าแดงแฮะ เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้ แรดจริงๆ เลยนะ”

            “หนึ่งอย่าว่าเราสิ” ผมอายมากเลยหนึ่งแซวผมทีไรเวลาเห็นผมหน้าแดง แต่อย่างที่บอกผมแค่เขินน้องเขา ไม่ได้พิศวาสอยากได้เป็นแฟนสักหน่อย

            “ต๊ายตายๆๆๆ เจ้จิ๊บเพิ่งเห็น น้องเวหาทำไมมาสายล่ะคะลูกขา” จุ๊บจิ๊บก็ใช่ย่อย ถ้าเป็นผมโดนเรียกชื่อกลางเวทีคงอยากจะหาปี๊บมาคลุมหัวแล้วล่ะ

            “พอดีผมติดถ่ายละครครับ”

            กรี๊ดดดดดดดดด

            น้องพูดเพียงแค่นั้นก็เล่นเอาสาวๆ ในคณะผมทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องกรี๊ดคอแทบกแตก 

            “แต่ยังไงกฎก็ต้องเป็นกฎนะคะลูก มาสายก็ต้องโดนลงโทษใช่ไหมคะพวกเรา”

            ช่ายยยยยย

            พร้อมใจกันเหลือเกิน ผมว่าคงอยากเห็นน้องเวหากับน้องๆ ผู้ชายที่เหลือเต้นล่ะสิ 

            “เอออ ว่าแต่จะให้ทำอะไร เต้นดีกว่าเจ้ว่าเช้าๆ แบบนี้ต้องปลุกให้น้องตื่นกันหน่อย เอาเป็นว่าใครเต้นไม่แรงเจ๊ไม่ให้กลับไปนั่งนะคะลูก”

            น้องๆ ผู้ชายทั้งกลุ่มทำหน้าเซ็งกันยกใหญ่

            “เอาเพลงอะไรกันดีล่ะ งั้นเอาเป็นเพลงฮิปโปละกัน ใครทำฮิปโปไม่สวยเจ้ไม่ให้กลับไปนั่งจริงๆ นะคะ”

            ฮ่าฮ่า ถามเองตอบเอง ผมว่าจุ๊บจิ๊บคงอยากเห็นน้องๆ เต้นเป็นการส่วนตัวเองแหละ

            “เอ้าร้องพร้อมกันนะคะ ทุกคน มิวสิคคคคค”

            ฮิปฮิปโป โอ้โหตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย 

            ลาลาล้า ลาลาลาลา

            ฮิปฮิปโป โอ้โหตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย 

            ลาลาล้า ลาลาลาลา

 

            ทุกคนช่วยกันร้องเพลง แต่เหมือนน้องๆ จะไม่ให้ความร่วมมือ เต้นแบบซังกะตายบ่งบอกถึงความเต็มใจเป็นอย่างดีเหลือเกิน โดยเฉพาะน้องเวหา ถึงจะเป็นดาราแต่น้องคงไม่ชอบทำอะไรเสียภาพพจน์แบบนี้ ผมเห็นแล้วถึงกับขำหนักมาก

            “หยู๊ดดดดดดด สต็อปค่ะ! ไม่ได้นะคะ เต้นแบบนี้ไม่ได้ค่ะ เสียชื่อชาวอักษรกันหมด อุ๊ เจ้ว่าสงสัยน้องๆ ยังอาย งั้นเดี๋ยวเจ้ให้พี่ๆ มาช่วยเต้นดีกว่า งั้นขอเชิญพี่ๆ มาช่วยน้องเต้นหน่อยเร๊ววววว”

            ผลัก

            อุ๊บบ 

            ใครผลักผมออกมา 

            เมื่อหันกลับไป ผมเห็นหนึ่งกับแจนตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนที่ผลักผมกับเพื่อนร่วมคณะอีกคนออกมาคงจะเป็นเพื่อนๆ ของผมอย่างไม่ต้องสงสัย

            “น้องๆ คะ นี่พี่กัน กับ พี่มิ้งนะคะ แหม อาสาออกมากันเองซะด้วย สงสัยจะอยากเต้นกับคนหล่อ”

            ม่ายยยยย ผมทำหน้าอ้อนวอนจุ๊บจิ๊บ แต่จุ๊บจิ๊บส่งสายตาล้อเลียนมาให้ ผมคงไม่รอดแล้วล่ะ 

            “มาๆ ค่ะ น้องมาเต้นพร้อมพี่ๆ สองคนนี้นะคะ”

            ผมยืนคู่กับน้องเวหา ดีที่ไม่ได้ยืนคู่กับพอร์ช ไม่งั้นผมคงทำตัวไม่ถูกแน่ๆ ผมเห็นสายตาของพอร์ชที่มองมาทางผมบอกตามตรงครับว่าไม่รู้เจ้าตัวกำลังคิดอะไร

            ผมเหลือบตาขึ้นไปมองน้องเวหา เพราะว่าน้องเขาตัวสูงมากผมเลยต้องเงยหน้าเล็กน้อยเพื่อมองหน้าน้อง  จนเมื่อเราสบตากัน

            แต่ทันที่เมื่อสายตาของเราประสานกันผมก็รีบหลับทันที เข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงชอบน้องกันมาถึงขนาดนี้ พอร์ชก็พอร์ชเถอะผมลืมไปหมดแล้วโดนสายตาน้องเวหาแอทแทคทีเดียว

            “เอ้าร้องพร้อมกันอีกครั้งนะคะ ทุกคน มิวสิคคคคค”

            เป็นไงเป็นกันล่ะวะ ผมนึกในใจในเมื่อเป็นพี่ก็ต้องทำให้เต็มที่ผมคิดแค่นั้น 

            

            ฮิปฮิปโป โอ้โหตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย 

            ลาลาล้า ลาลาลาลา

            ฮิปฮิปโป โอ้โหตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย 

            ลาลาล้า ลาลาลาลา

 

            “สุดยอดไปเลยค่ะน้องๆ เจ้ชอบมาก ชอบท่าฮิปโปของน้องเวหาที่ซู้ด ว่าแต่พี่กันนะคะ เห็นหน้าตาใสๆ เงียบๆ ทะเล้นไม่เบา”

            โดนแซวอีกแล้วง่า

            “เอาเป็นว่า เจ้ให้ผ่านนะคะ กลับไปนั่งที่ได้เลยค่ะน้องๆ”

            “กลับมาต่อกันที่เรื่องของเรานะคะเด็ก พี่คาดว่าตอนเดินเข้ามาน้องๆ คงจะเห็นรูปตัวเองที่ถูกติดไว้ในซุ้มอุโมงค์แล้วใช่ไหมคะ รูปของน้องๆ แต่ละคนด้านหลัง จะมีคำใบ้ของพี่รหัสน้องๆ ติดไว้นะคะ ปีนี้พวกเราเปลี่ยนกติกาการเฉลยน้องรหัส โดยตามปกติทุกปีเราจะทำการเฉลยน้องรหัสกันในงานอักษรไนต์ แต่ปีนี้เราจะให้น้องๆ ตามหาพี่รหัสของน้องๆ ให้เจอก่อนวันงาน และถ้าเกิดว่าใครหาพี่รหัสไม่เจอแล้วล่ะก็ วันงานน้องๆ ก็จะต้องถูกลงโทษนะคะ”

            เหหหหหห 

ซุบซิบๆ 

สิ้นเสียงของพิธีกร น้องๆ ก็บ่นกันใหญ่ ทุกคนพลิกไปด้านหลังภาพของตัวเองเพื่อดูคำใบ้ของพี่รหัสที่ถูกเขียนเอาไว้ ผมเห็นเพื่อนในเอกคนหนึ่วิ่งเอารูปเข้าไปให้น้องเวหากับคนอื่นๆ ที่มาสาย น้องๆ คงรีบเลยไม่ได้หยิบรูปของตัวเองติดไปด้วย ผมเห็นน้องเวหาไม่พลิกดูคำใบ้ แต่ดันเก็บรูปเข้ากระเป๋าเลย

            ใจแป๊วเลบ น้องคงไม่ได้สนใจเรื่องสายรหัสอะไรขนาดนั้นแน่ๆ 

            แต่ที่แย่กว่านั้นคือ น้องเวหานั่งข้างพอร์ช!!! อย่าบอกนะว่าสองคนนั้นสนิทกัน ถ้าจริงเป็นจริงอย่างที่ผมคิดคือตายแน่ๆ ผมคงไม่อยากเข้าไปหาน้องรหัสของผมทั้งๆ ที่แฟนเก่าผมนั่งอยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้หรอก เฮ้อออ ผมควรทำยังไงดี กิจกรรมสายรหัสเริ่มไม่สนุกซะแล้วสิ

 

 

            ช่วงเช้ากิจกรรมรับน้องก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการพูดคุยกับรุ่นพี่และเล่นเกมส์ละลายพฤติกรรมกันมากกว่า ช่วงบ่ายถึงเป็นกิจกรรมที่จะทำการแบ่งบ้านครับ สำหรับการแบ่งบ้านจะเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อที่จะได้จับเด็กปีหนึ่งแยกออกจากกันโดยการสุ่ม โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กในคณะรู้จักกับเพื่อนร่วมคณะของตัวเองซึ่งอาจจะอยู่ต่างเอกต่างศูนย์เรียนกัน โดยพวกเราจะเรียกกลุ่มนี้ว่า บ้าน” ครับ ตัวผมเองนั้นอยู่บ้าน อันยอง คณะพวกเราจะใช้ชื่อบ้านเป็นเป็นคำทักทายในแต่ละประเทศที่คณะผมเปิดสอนภาษานั้นๆ อยู่ เช่น อันยอง มาจากเอกภาษาเกาหลีครับ

            “พี่ๆ ปล่อย น้องให้พักทานข้าว เข้าห้องน้ำ และพักผ่อนหนึ่งชั่วโมงนะคะ จัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้วกลับมาเจอกันตรงนี้ที่เดิมบ่ายโมงตรงค่า”

            พอจุ๊บจิ๊บประกาศปล่อยพัก น้องๆ ก็ลุกขึ้นยืนกระจายตัวเหมือนผึ้งแตกรังในทันที พวกเราพี่ๆ สตาฟฟ์มีเวลาพักแป๊บเดียวครับเพราะหลังจากนั้นต้องรีบไปเตรียมตัวพบน้องๆ ในกิจกรรมการแบ่งบ้าน บ้านจะมีความสำคัญมากเพราะพวกเราจะอยู่ด้วยกันไปจนถึงปีสุดท้าย ทำกิจกรรมไปด้วยกัน เรียนไปด้วยกัน และที่สำคัญกิจกรรมการเข้าบ้านของคณะจะมีการจัดทริปไปต่างจังหวัดเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภายในบ้านด้วย โดยในปีที่แล้วบ้านของผมจัดทริปไปที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทริปที่ผมประทับใจมากที่สุดตอนเรียนปีหนึ่งเลยล่ะครับ จึงกล่าวได้ว่าบางคนที่ไม่มีเพื่อนในคณะของตัวเองก็สามารถมาหาเพื่อนในบ้านได้เหมือนกัน   

            “แกกกก แกได้น้องเวหาเป็นน้องเทคอีกแล้ว อิจฉาทำไมแกโชคดีจังเลยกัน สงสัยดวงแกจะสมพงส์กับน้องเวหานะเนี่ย”

            “…….” ผมหน้าแดงเพราะโดนเพื่อนแซว นอกจากน้องเวหาเป็นน้องรหัสผมแล้ว น้องยังมาเป็นน้องเทคของผมในบ้านอีก น้องเทคของบ้านก็จะคล้ายๆ กับสายรหัสนั่นแหละครับ แต่ต่างกันตรงที่การแบ่งพี่เทคของบ้านไม่ได้มีรหัสนักศึกษาจากคณะเป็นตัวกำหนด แต่จะเป็นการสุ่มโดยจับฉลากครับ หน้าที่ของพี่เทคก็เหมือนบัดดี้ซึ่งจะช่วยดูแลน้องๆ ตอนทำกิจกรรมในบ้านครับ แต่ถ้าใครโชคดีได้พี่เทคเป็นคนที่เรียนเอกเดียวกับตัวเองแล้วล่ะก็ คนๆ นั้นก็จะโชคดีมากเลยล่ะครับเพราะจะได้ชีทเรียนจากทั้งพี่รหัสและพี่เทคครับ 

            “มึงอิจฉาไอ้กันก็บอกเถอะแจน” บางทีผมก็สงสัยนะว่าทำไมหนึ่งถึงจิกกัดแจนได้ตลอดเวลา

            “ไอ้หนึ่ง มึงช่วยหุบปากสักวันจะได้ไหม กูรำคาญมึงมากเดี๋ยวแม่จะตบให้ฟันร่วงหมดปาก” ทางนี้ก็ไม่เคยยอม ถึงจะเป็นผู้หญิงแต่แจนก็แข่งแกร่งไม่แพ้ผู้ชายนะครับ

            “มาสิมา วันนี้ถ้าไม่ได้ต่อยผู้หญิงอยากเรียกกูพี่หนึ่งอักษร เอกอิ้ง” 

            “พอทั้งสองคนเลย” ผมห้ามพอเป็นพิธีไปงั้นแหละครับจริงๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วสองคนนี้ก็แค่กัดกันเอาฮาเฉยๆ

            “โอเคแบ่งน้องเสร็จแล้วก็กระจายกันตามบ้านเลยนะจ๊ะ”

            หลังจากพักเที่ยงผ่านไปจุ๊บจิ๊บก็ประกาศรายชื่อติดหน้าบอร์ดว่าแต่ละคนอยู่บ้านไหนบ้าง เมื่อรู้บ้านของตัวเองก็ให้แยกย้ายเข้าบ้านของตัวเองเลย

            “สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน พี่ชื่อพี่โอ๋เป็นแกนของบ้านอันยองนะครับ บ้านเราดูแลกันอย่างดี โดยเฉพาะสาวๆ ที่น่ารักมาปรึกษาพี่ได้เสมอนะค้าบบ ฮิ้วววว”

            ตุบ

            โอ๋ถูกรองแกนบ้านตบหัวเข้าอย่างจัง

            “มึงนี่นะเป็นงานเป็นการหน่อยก็ไม่ได้…..น้องๆ อย่าไปฟังมันนะครับ มันบ้า ส่วนพี่ชื่อเต้นะเป็นรองแกนบ้านอันยอง ฝากตัวด้วยนะครับ เดี๋ยวหลังจากนี้พี่จะให้น้องๆ เจอกับพี่เทคของตัวเองเลยนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ได้เลย น้องๆ บางคนอาจมีพี่เทคสองคนนะครับ เนื่องจากพี่บางคนซิ่วไปแล้วจำนวนน้องเยอะกว่าเลยต้องทำแบบนี้ ฮ่าฮ่า เอาล่ะครับแยกย้ายกันได้เลยครับ น้องๆ คนไหนที่คุยกับพี่เทคตัวเองเสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับบ้านได้เลยครับ แล้วเจอกันวันเปิดเทอมนะครับ”

            พอสิ้นเสียงโปเต้ พวกเราปีสองพวกเราก็ทยอยเดินเข้าไปหาน้องเทคของตัวเอง ส่วนผมก็ใจเต้นแรงเพราะผมจะได้คุยกับน้องเวหาที่ผมเป็นทั้งพี่เทคและ
พี่รหัสน้องเขา

            “เอ่อออ…คือน้องเวหาใช่ไหมครับ”

            “…...” น้องเงยหน้าขึ้นแล้วมองผม เจ้าตัวพยักหน้ารับแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

            “พี่ชื่อพี่กันนะครับ เป็นพี่เทคของน้องเวหา”

            “อือ” น้องตอบแต่ก็ไม่ได้สนใจผมเท่าไร ผมเริ่มใจเสียซะแล้วสิ ตอนผมเต้นเมื่อเช้าน้องยังยิ้มให้ผมอยู่เลย

            “ถ้าน้องเวหามีอะไรก็ถามพี่ได้เลยนะครับ น้องเวหาอยากกินอะไรไหมเดี๋ยวพี่เลี้ยง หรือจะเอาไลน์พี่ไหมครับเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันได้” เวลาผมเขินผมจะพูดมากผิดปกติ อันนี้หนึ่งเป็นคนบอกผมซึ่งก็น่าจะจริงอย่างที่เพื่อนผมบอก

            “……..” น้องเวหามองหน้าผม แต่ก็ยังไม่ตอบอะไร

            “อันนี้ไลน์พี่นะครับ น้องเวหาสแก…..” พอเห็นน้องเงียบผมเลยพยายามชวนคุย เลยให้ไลน์น้องไว้เผื่อว่าน้องจะไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า แต่ว่าน้องเป็นดารานะ ไม่น่าจะคุยกับคนแปลกหน้าไม่เก่ง น้องอาจยังไม่ชินก็เป็นได้

            “ทำอย่างนี้กับทุกคนเหรอ?” ผมยังไม่ทันพูดจบน้องเขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

            “หา?” ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องพูดเลยถามกลับไป

            “…….” น้องเวหาไหว่ไหล่ เขาไม่สนใจสิ่งที่ผมพูด เจ้าตัวหยิบโทรศัพท์มือถือของผมหลังจากสแกนแอดไลน์กันเรียบร้อยแล้วจึงส่งโทรศัพท์มือถือกลับมา

            อืมมม น้องเขาโกรธออะไรผมหรือเปล่าอะ ดูน้องจะอารมณ์ไม่ดีเลยนะ หรือบางทีคนเป็นดาราอาจจะเอาใจยากนะ ผมคงต้องถามเพื่อนแล้วแหละว่าน้องชอบหรือไม่ชอบอะไร เพราะผมบางทีอาจเผลอทำอะไรให้น้องไม่พอใจไปแล้วก็เป็นได้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #124 มิ้น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 19:59
    จำเป็นต้องถูกคนอื่นหราา แหมมม ดูพูดเขา
    #124
    0
  2. #91 ฟิลลิปส์_ฟิลส์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:19
    การเรียงโอเคแน้วว กดหรือโกรธ หรืออ่านผิด 55
    #91
    0
  3. #42 PPSnook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
    น้องเป็นไรอะ
    #42
    0
  4. #4 mewuariwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:07
    แงงน้องเวหาเป็นอะไร อยากรู้แล้ว
    #4
    1
    • #4-1 gusssnk(จากตอนที่ 3)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:32
      น้องเวหาเข้าใจยากมากกก เราจะยังต้อง งงกับน้องไปสักพักนึงน้าาา 5555
      #4-1
  5. #3 Kamisama-h (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:09
    สนุกดีค่าาาา แต่ยังมีคำผิดนิดหน่อยน้า ไม่แน่ใจว่าอยากให้เป็นอรรถรสหรือเปล่า คำว่าลำคาน ต้องเป็นรำคาญ แทนน้า สู้ ๆ ค่ะ
    #3
    2
    • #3-1 gusssnk(จากตอนที่ 3)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:32
      ขอบคุณค้าบบบ จริงๆเราอยากให้ออกมาฟีลแบบเหมือนเพื่อนคุยกันเลย ใช้ ลำคาน แบบนี้ แต่เราว่าสุดท้ายก็น่าจะต้องแก้เป็น รำคาญ ขอบคุณค้าบบบ ที่แจ้งมาาา
      #3-1
  6. #2 Josafe_21 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 20:38

    น้องเวหาเป็นอารายยยยยย
    #2
    1
    • #2-1 gusssnk(จากตอนที่ 3)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:31
      น้องเขาใจยากจริงๆ งือออ
      #2-1