Snow White & 7 dwarfs : My Destiny ชะตาพลิกคลิกรักรุ่นพี่จอมซื่อบื้อ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 351 Views

  • 6 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    351

ตอนที่ 6 : Or this is not a soulmate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

บทที่5

Or this is not a soulmate


@ตลาดนินจา 20:31 น.

         วันนี้วันอะไรเนี้ยทำไมคนมันเยอะแยะขนาดนี้เนี้ย นี่ฉันเดินไปเดินมาจนหัวหมุนหมดแล้ว อะไรมันจะขายดีอย่างนี้ อย่างว่าแหละนะก็วันนี้วันดีคิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ >///<

          "ปั้นเอามะพร้าวให้พี่ 2 ลูก"

          "แป้บนึงนะพี่คิม พี่แบทมะพร้าวร้านเบ็งเบ็ง 2 ลูกจ้า"

          หลังจากวันที่ได้คุยกันหลังตลาดวั้นนั้น พี่คิมก็คุยกับฉันบ่อยขึ้นถึงแม้จะเป็นแค่เรื่องงาน

          "ปั้นมะพร้าวได้แล้วมาเอาไปเสิร์ฟหน่อย"

          "ได้เลยจ้าาาา"

           ฉันรับมะพร้าวมาจากพี่แบทแล้วหมุนตัวกลับจะเตรียมเอาไปเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าโต๊ะไหน

          "พี่คิมมะพร้าวโต๊ะไหนอ่ะ"

          "มาเดี๋ยวพี่ช่วย" พูดจบพี่คิมก็สอดมือทั้งสองข้างมาซ้อนทับมือฉันเพื่อรับมะพร้าวทั้งสองลูกไป สัมผัสอุ่นๆของมือคู่นั้นมันทำให้หัวใจฉันกระตุกเบาๆ พี่เขาจะรู้มั้ยนะว่าหัวใจฉันเต้นแรงขนาดไหน จะรู้สึกตื่นเต้นเหมือนฉันมั้ย จะเก็บมาเพ้อเหมือนฉันหรือเปล่า ในความวุ่นวายก็ยังมีเรื่องให้ฟินเบาๆ ฉันต้องเก็บอาการไว้แล้วกลับไปทำงานต่อ

          "สาวน้อยมะพร้าวโต๊ะสอง 6 ลูกนะ" เสียงพี่ปายตะโกนบอกฉัน

           "ค่าพี่ปาย" 

           พี่ปายเป็นคนที่ฉันสนิทด้วยที่สุดแล้วในร้านเบ็งเบ็ง อาจจะเป็นเพราะพี่เขาพูดเก่งและค่อนข้างกวนประสาทด้วยแหละมั้ง ฉันรู้จักพี่เขาตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน พี่เขาทำงานเก่งมาก เรียกลูกค้าเก่งสุดๆพูดภาษาจีนได้ด้วย พี่ยูบอกฉันว่าให้ไปฝากตัวเป็นศิษย์พี่ปายซะเดี๋ยวนั้น


[Kim's talk]

          "พี่คิมมะพร้าวโต๊ะไหนอ่ะ"

          ข้าวปั้นเธอเอามะพร้าวเย็นๆมาแตะที่แขนผมแล้วถาม เธอถือมะพร้าวลูกใหญ่สองลูกด้วยมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอ มันต้องหนักมากแน่ๆสำหรับเธอ เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวว่าจะได้ตกก่อนจะถึงโต๊ะลูกค้าน่ะสิ

          "มาเดี๋ยวพี่ช่วย"

          พูดจบผมก็สอดมือทั้งสองข้างซ้อนทับมือของเธอเพื่อรับมะพร้าวทั้งสองลูกมา ผมสัมผัสกับมือเล็กๆแถมยังดูบอบบางคู่นั้นเบาๆมันทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆผมรีบเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงมัน 

          ผมเอามะพร้าวไปเสิร์ฟลูกค้าเสร็จแล้วก็ว่าจะเดินไปหลังร้าน เดินไปไม่ทันถึงไหนไอ้ไผ่เพื่อนสนิทของผมก็เข้ามาประชิดตัวพร้อมกับกระซิบกับผมเบาๆว่า

          "ไอ้คิมเดี๋ยวนี้มึงอัพเลเวลแล้วเหรอวะ"

          "เลเวลบ้าบออะไรของมึงวะ วันนี้กูยังไม่ได้เข้าเกมเลยนะเว้ย"

          "กูเชื่อเลย มึงนี่โคตรจะซื่อบื้อเลยว่ะไอ้คิม กูไม่ได้พูดเรื่องเกม"

          "แล้วเรื่องอะไรของมึงอยู่ๆก็มาบอกว่ากูอัพเลเวล"

          "ไม่ต้องมาเนียนเลย มึงอย่าคิดนะว่าเมื่อกี๊กูไม่เห็น"

          "เห็น?เห็นอะไรของมึง กูว่ามึงเลิกไร้สาระแล้วกลับไปทำงานดีกว่า"

          "ก็กูเห็นเต็มสองตาว่ามึงแอบแต๊ะอั๋งน้องข้าวปั้น" เห้ยมันเห็นได้ไงวะในร้านออกจะวุ่นวาย

          "มึงมั่วละไอ้ไผ่ กูไปทำงานดีกว่า"

          "มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่องหน่อยเลย กูดูออกว่ามึงชอบเขาตั้งแต่มึงวานให้กูเอาของมาให้เมื่อหลายวันก่อนแล้ว ตั้งแต่วันนั้นกูก็จับตาดูมึงมาตลอด"

          "มึงนี่มันเผือกของแท้เลย แล้วไงวะมึงจะอยากรู้เรื่องกูไปทำไม"

          "ก็คนที่มึงชอบเขาชอบกูอยู่นี่หว่า"

          ใช่!!ไอ้ไผ่มันเคยเล่าเรื่องข้าวปั้นให้ผมฟังตั้งแต่ผมเจอเธอครั้งแรกว่าข้าวปั้นเหมือนจะชอบมันอยู่ ตอนที่ผมไปเล่าให้มันฟังว่าข้าวปั้นบังเอิญแอดไลน์ผมผิดมาแล้วก็ทักมาคุยกับผม มันก็บอกผมว่าเรื่องแอดไลน์ผิดน่ะอาจจะบังเอิญแต่ที่ข้าวปั้นทักมาหาผมน่ะเพราะอยากจะตีสนิทกับผมเพื่อเป็นสะพานทอดไปถึงมัน

           "แล้วมึงชอบข้าวปั้นรึเปล่าล่ะ...ก็ไม่นี่ มึงมีแฟนอยู่แล้วด้วยเพราะงั้นมึงก็อยู่เฉยๆไปเลย"

          "มึงชอบเขามึงก็จีบเลยดิวะรออะไรอยู่ล่ะ"

          "กู-ไม่-ได้-ชอบ-น้อง-เขา จบนะ กลับไปร้านมึงซะกูจะทำงาน" จะให้ผมไปจีบคนที่ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาชอบเพื่อนผมน่ะเหรอ คงเป็นไปไม่ได้ถึงแม้ว่าผมจะแอบหวังว่าท่าทางของปั้นเหมือนจะชอบผมอยู่บ้างก็เถอะ แต่มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ

[End talk]


22:43 น.

          วันนี้เป็นวันอะไรลูกค้าถึงได้พร้อมใจกันมาเดินตลาดแบบนี้ เฮ้ออออออฉันบ่นรอบที่ล้านแปด วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลยล่ะกว่าจะได้นั่งพัก ขาฉันตึงสมองฉันตื้อไปหมดแล้ว

          "ปั้นมะพร้าววันนี้กี่ลูก" เสียงนี้เป็นเสียงเดียวที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะตลอด

          "12ลูกค่ะ"

          "ไม่มั่วแน่นะ"

          "เห้ยๆผิดๆๆ16ลูกพี่"

          "ให้แน่นะ พี่ยิ่งชอบลืมอยู่ด้วย 16ลูก 640 ถูกป้ะ" พี่คิมพูดแล้วก้มหยิบเงินในกระเป๋า เห็นแล้วฉันก็อดขำในความซื่อของพี่แกไม่ได้

          "ฮ่าๆๆๆ ปั้นล้อเล่นนน 12ลูกนั่นแหละถูกแล้วพี่"

          "ยัยเด็กบ๊อง พี่เชื่อไปแล้วนะเนี้ย แล้วนี่จะรู้ได้ไงว่าจริงหรือแกล้งอีก"

          "ก็พี่คิมชอบทำตัวให้น่าแกล้งเองนี่นา"

          "มันน่าโดนเตะจริงๆเลยเด็กคนนี้ สรุปคือ12ลูก ไม่ได้ล้อเล่นอีกแน่นะ"

          "(- _ -)(_ _)(- _ -)(_ _)"

          "อ่ะนี่พี่มีแบงค์ห้าร้อยนะ"

          "ไม่ต้องทอนใช่มั้ย"

          "อ่าๆตามนั้น"

          "โห่!ไม่สนุกเลย ยอมก็ได้"

          "ฮ่าๆๆๆก็พี่ไม่เอาจริงๆ จะเอามาให้ทำไม"

          "ไม่เอาอ่ะ เกรงใจ"

          หลังๆมานี้เวลาจ่ายค่ามะพร้าวพี่คิมก็จะมาจ่ายก่อนตลอดไม่รอให้ถึงตอนร้านปิด พี่คิมบอกว่าเขากลัวจะลืมจ่ายแต่ถึงพี่คิมลืมฉันก็ไม่มีทางลืมแน่ๆเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันอยากมาทำงานทุกวัน

          ฉันทำงานแบบไม่มีวันหยุดจะหยุดก็ต่อเมื่อพี่แบทกับพี่ยูตกลงกันว่าจะปิดร้านเท่านั้น แต่พี่คิมจะหยุดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ของทุกสัปดาห์ ในวันหยุดบางวันพี่คิมก็จะแวะมาที่ตลาดบ้างแต่ก็จะเข้ามาดึกๆหน่อยและก็มีบางวันที่เข้ามาตั่งแต่ช่วงหัวค่ำหรือไม่บางวันพี่คิมก็ไม่โผล่มาเลย ในวันที่พี่คิมหยุดงานจะเป็นวันที่ฉันนอยด์มากมันจะรู้สึกเหมือนกับว่าแบตเตอรี่ฉันหมดแล้วไม่มีที่ชาร์จ แบตเตอรี่จะลดลงเรื่อยๆแต่มันก็ไม่เคยหมดสนิทเลยสักครั้ง เป็นแบบนี้ฉันก็เลยหลงรักพี่เขามากขึ้นทุกวัน


...หลายวันต่อมา...

          "ฮัท..ชิ่ว!!!!" วันนี้พี่คิมจามรอบที่ล้านได้แล้วมั้งตั้งแต่เย็นจนถึงตอนนี้

          "ไม่สบายอีกแล้วเหรอพี่" ฉันถามเพราะว่าวันก่อนเพิ่งแซวพี่คิมเรื่องผู้ชายอ่อนแอไป

         "ช่ายยยย รอบก่อนเพิ่งหายไปไม่กี่วันนี่กลับมาอีกละ"

         "พักผ่อนน้อยก็งี้แหละ ต้องการคนดูแลสักคนมั้ยพะ..ฮัท..ชิ่ววว!!!!" เห้ย!อยู่ๆฉันก็จามขึ้นมาด้วย น่าอายชะมัด!

          "ฮ่าๆๆ พี่ว่าปั้นก็ต้องการคนดูแลนะ :) " อยากดูแลพี่คิมแล้วก็อยากให้พี่คิมมาดูแลด้วย แงงงงง@///@

          "ก็พี่คิมนั่นแหละ"

          "ห้ะ?"

          "พาหวัดมาแพร่ให้ปั้น นิสัยไม่ดี"

          "อ่าววว โทษกันเฉยเลย พี่ไปละขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเด็กบ๊อง" แบบนี้ก็ได้เหรอเดินหนีไปเฉยเลย >{}<

           หลายวันมานี้ฉันมีความสุขกับชีวิตที่นี่มากๆ ฉันได้คุยเรื่องเรียนกับพี่คิมในแชทไลน์อยู่บ่อยๆ และฉันก็ยกให้พี่คิมเป็น My Idol ไปแล้วตอนนี้ และที่สำคัญเราได้แอดเฟรนกันในเฟสบุ๊คเป็นที่เรียบร้อย โดยที่พี่คิมไม่สงสัยเลยนะว่าจริงๆแล้วฉันรู้ชื่อเฟสบุ๊คของพี่เขามาตั้งนานแล้ว หุหุ>¤<

          ช่วงหลังๆฉันมักจะไปขอแลกเงินกับพี่คิมบ่อยๆ เวลาต้องการความช่วยเหลือฉันก็จะนึกถึงพี่คิมเป็นคนแรกเสมอ เราเริ่มทักทายกันทุกวันเวลามาถึงร้านบอกลากันทุกครั้งที่แยกย้ายกันกลับบ้าน

ตลอดระยะเวลาที่ฉันมาทำงานที่นี่ฉันคิดว่ามันมีแต่เรื่องดีดีที่เกิดขึ้น ฉันได้รู้จัก ได้รัก และได้ชื่นชมใครหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นพี่แบท พี่ยู พี่คิม หรือแม้แต่พี่ปาย แล้วก็คนอื่นๆอีกหลายคนในตลาดนินจาที่คอยช่วยเหลือฉัน

          ฉันชอบที่นี่ชอบมากๆ ฉันอยากจะอยู่ที่นี่ไปนานๆอยู่เป็นครอบครัวของพี่แบทกับพี่ยู ได้มอบความรักความไว้ใจให้กับคนที่เป็นเหมือนครอบครัวซึ่งฉันไม่เคยมี ได้ทำความรู้จักกับพี่คิมให้มากขึ้น ได้ชอบพี่คิมแบบนี้แบบที่ฉันอยากชอบ พอคิดแบบนี้เรื่องวันก่อนก็เข้ามาในหัวฉันจนได้ มันนยังทำฉันเขินไม่หาย >///<

          'พี่คิมมีแบงค์ร้อยให้แลกสักพันมั้ย'

          'อ่าาา แป้บนะพี่ไม่แน่ใจ'

          'ต้องมีนะ' ฉันทำเสียงอ้อนๆในขณะที่พี่คิมเปิดดูเงินในกระเป๋าแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอบฉันว่า

          'ไม่มีเลย'

          'แงงงงง'

          'มา!เดี๋ยวพี่ไปหาให้' พี่คิมดึงแบงค์พันจากมือฉันไปแล้วเดินไปร้านป้าข้างๆ ร้านนั้นฉันเคยไปแลกหลายครั้งละแต่ไม่เคยได้เลย แต่...แต่พี่คิมได้มาง่ายๆเลย เขาเดินกลับมาแล้วยื่นเงินให้ฉันพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน

          'ขอบคุณค่ะ' ฉันรับเงินมาแล้วรีบเดินเข้าร้านเอาเงินไปทอนให้ลูกค้า ทำไมฉันต้องเขินกับรอยยิ้มของพี่คิมทุกครั้งเลยนะ ยิ้มจนตาเป็นสระอิแบบนั้น>///< ฉันคงจำเหตุการณ์นี้ไปอีกนาน พี่คิมอาสาช่วยฉันโดยที่ฉันไม่ได้วางแผน น่ารักจัง!

          เวลาสามเดือนสำหรับคนแปลกหน้าอย่างฉันกับพี่คิมที่ไม่ได้ทำงานร้านเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ก็ได้พูดคุยกันจนกลายเป็นคนรู้จักที่สามารถทักทายกันได้เวลาพบเจอไม่ว่าที่ไหนเวลาใดก็ตาม ถึงแม้ว่าปฏิบัติการของฉันจะไม่มีเป้าหมายเพื่อพุ่งชน แต่เรื่องทั้งหมดก็ถือว่ามันคือความสำเร็จ และในที่สุดฉันก็ตั้งเป้าหมายแบบจริงๆจังๆให้กับปฏิบัติการของฉันสักที หลังจากนี้ในแต่ละวันฉันคงต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้เปลี่ยนสถานะจากคนรู้จักเป็นคนรู้ใจ 

          "ข้าวปั้นมานี่หน่อยสิ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย" เสียงพี่ยูเรียกในขณะที่ฉันกำลังเก็บร้านอยู่

          "มาแล้วจ้าาา มีอะไรเหรอเพคะเสด็จแม่"

          "พี่ขอโทษนะปั้นTT"

          "โอ๋ๆไม่เอาไม่ร้องไห้สิคะคนดีของปั้น มีอะไรก็พูดมาได้เลยนะปั้นไม่โกรธแน่ๆเพราะงั้นไม่ต้องขอโทษหรอก"

          "พี่จะปิดร้านนี้แล้วไปเปิดร้านใหม่ที่เชียงรายน่ะ ปั้นคงต้องหางานใหม่" ปิดร้านนี้! ฉันต้องหางานใหม่!

          "...?" ฉันจะไม่ได้กลับมาที่นี่แล้วงั้นเหรอ อะไรกัน? พี่ยูกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่มั้ย

          "ข้าวปั้น! อย่าเงียบสิพี่ใจไม่ดีเลยนะ ปั้นโอเคมั้ยหรือถ้าปั้นจะไปช่วยพี่ที่ร้านใหม่ก็ได้นะ ปั้นสะดวกหรือเปล่า"

          "ปั้นโอเคค่ะ พวกพี่จะเก็บของกันวันไหนเหรอคะ" ฉันพยายามพูดให้เสียงเป็นปกติที่สุด ห้ามร้องไห้ออกมานะปั้น

          "วันนี้เลยจ้ะ เราต้องเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า ที่พี่ขอโทษข้าวปั้นก็เพราะว่าพี่รู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกข้าวปั้นตั้งแต่แรก"

          "รู้สึกผิดที่เพิ่งมาบอกปั้นวันที่จะเดินทางกันแล้วน่ะเหรอคะ :^)"

          "พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ พี่แค่กลัวว่าเราจะจากกันเร็วกว่านี้ถ้าเกิดข้าวปั้นรู้ว่าร้านกำลังจะปิด ข้าวปั้นก็คงจะไปหางานใหม่แล้วเราจะไม่ได้เจอกันอีก พี่อยากให้เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด เราคือครอบครัวไงข้าวปั้นจำได้มั้ย"

          "ค่ะปั้นรู้ เพราะงั้นพี่ยูก็หยุดร้องไห้เถอะค่ะ ปั้นไม่ได้โกรธเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และปั้นก็จำได้ว่าเคยพูดว่าเราคือครอบครัว" และฉันก็คงพูดผิดไป ครอบครัวอะไรล่ะ เรื่องสำคัญขนาดนี้ยังไม่คิดจะบอกกันเลย

          "ปั้นจะไปทำงานกับพวกพี่ที่ร้านใหม่ก็ได้นะ แล้วค่อยกลับมาสอบเอา" พี่แบทพูดพร้อมกับเอามือมาจับไหล่ฉัน เหอะ! ตลกจริงๆนี่คงเป็นวิธีปลอบใจของพวกพี่สินะ

          "ปั้นไม่ได้โกรธก็จริง แต่ปั้นโตพอจะรู้ว่าถ้าพวกพี่อยากให้ปั้นไปด้วยจริงๆ พวกพี่คงจะบอกเรื่องนี้กับปั้นเร็วกว่านี้ อาจจะเป็นอาทิตย์ก่อนเมื่อสองวันก่อนหรือไม่ก็เมื่อวาน ที่ไม่ใช่ตอนนี้ตอนที่พวกพี่เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว และพวกพี่ก็กำลังจะไป" โดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของฉัน คิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง นี่ยังเรียกว่าครอบครัวได้รึเปล่านะ

          "ข้าวปั้น ฮือๆๆๆๆ ฮืออออTT" ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับพี่ยูพี่แบท ตอนนี้สมองฉันมันขาวโพลนไปหมด ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาลบล้างความเจ็บปวดครั้งนี้

          ตอนนี้ฉันรู้สึกราวกับว่าเมื่อสามเดือนก่อนฉันเดินหลงทางอยู่ลำพัง แล้วในที่สุดก็มีคนมาช่วยฉันไว้ พวกเขาพาฉันขึ้นเรือมาด้วยกัน ให้ฉันกินอาหาร หาเสื้อผ้าฉันสวมใส่ ให้ที่นอนกับผ้าห่มที่แสนอบอุ่นกับฉัน ให้ฉันเรียกพวกเขาว่าครอบครัวทั้งๆที่ฉันเป็นแค่คนแปลกหน้า อยู่ๆพอวันหนึ่งเสบียงในเรือที่มีก็เริ่มเหลือน้อยเต็มที พวกเขาก็ตัดสินใจจับฉันโยนทิ้งลงทะเลเพื่อให้พวกเขาอยู่รอด โดยไม่สนใจความผูกพันความรักความไว้ใจที่เคยมีให้กัน

          ครอบครัวเหรอ หึ!! ยังไงคนแปลกหน้าก็คือคนแปลกหน้าอยู่วันยังค่ำ มันสมควรแล้วที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉัน เพราะฉันเป็นคนให้ใจทั้งหมดไปกับพวกเขาเองไม่มีใครบังคับฉัน และฉันยังคงนั่งเงียบฟังเสียงพี่ยูร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง...โอเคฉันไม่มีสิทธิโกรธพวกพี่เขาเลยสักนิด ที่ผ่านมาพวกพี่เขาก็ดีกับฉันมาก ฉันคงคาดหวังกับคำว่าตลอดไปมากเกินไปหน่อย

          "ปั้นขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่พวกพี่ทำให้ปั้น ปั้นรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ อย่ารู้สึกผิดอีกเลยนะคะ ปั้นโอเคมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น"

          "ข้าวปั้นพะ.."

          "พอเถอะค่ะพี่ยู รีบเก็บร้านกันเถอะค่ะปั้นอยากกลับห้องแล้ว" ฉันต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนจะรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

          "ปั้นพี่ขอพูดหน่อยเถอะนะ พวกพี่อยากให้ปั้นไปด้วยกัน" ฉันไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าใครเลย ฉันยังไม่พร้อมที่จะบอกลาใครทั้งนั้น ให้ตายสิฉันไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกแล้ว

           "พี่แบทคะวันนี้ ฮึก! ปั้นปวดหัวมากเลย ฮึก! ปั้นขอตัวกลับก่อนนะคะส่วนค่าจ้างให้คิดว่าวันนี้ปั้นไม่ได้มาทำงานก็แล้วกันนะคะ"

          ฉันรีบหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งออกมาจากร้าน ฉันไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกเลยนอกจากเสียงร้องไห้ของตัวเอง ทำไมในชีวิตถึงมีแต่คนทิ้งฉันไปนะ ทำไมทุกคนต้องทิ้งฉันไป

          "ฮึก! ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮือออออออ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ฮือๆๆๆๆ ฉันอยากอยู่ที่นี่นานๆ ฮือๆๆๆๆ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่ความทรงจำ ฮือๆๆๆ ขอร้องล่ะ ปลุกฉันที ฮือๆๆๆๆ ฉันไม่ชอบฝันร้าย ฮือๆๆๆ บอกฉันทีว่าฉันแค่ฝันไป ... "

          ฉันนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้มามากกว่าสองชั่วโมงแล้ว ต่อให้ฉันนั่งร้องไห้ต่อไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันฉันควรกลับห้องไปพักผ่อนเสียที พรุ่งนี้ค่อยคิดแล้วกันว่าจะเอายังไงต่อ


08:30 น.

          ติ๊ดติ๊ดติ๊ด~ติ๊ดติ๊ดติ๊ด~ติ๊ดติ๊ดติ๊ด~ติ๊ดติ๊ดติ๊ด~

          ห้าววววววว*O* เช้าแล้วเหรอเนี้ยยังนอนไม่เต็มอิ่มเลย เห้อออออ ในที่สุดมันก็ไม่ใช่ฝัน โอยยยยตาบวมเป่งเลย แล้ววันนี้จะเอายังไงต่อดีล่ะอยู่ๆก็ว่างงานกระทันหันแบบนี้ตั้งตัวไม่ทันเลยแฮะ ช่างเหอะช่วงนี้ก็อยู่ว่างๆไปก่อน เอาเป็นว่าโทรหาเต้หน่อยดีกว่า

          ตู้ดดดดดด ตู้ดดดดดดด 

          "อย่าให้ดังครั้งที่สามเชียวนะเต้"

          [สุดหล่อพูดสายอยู่ครับ ไม่ทราบว่านั่นใช่สุดสวยพูดสายรึเปล่าครับ]

          "ฮ่าๆๆๆ สุดสวยพูดสายอยู่ค่ะ อยากทราบว่าวันนี้สุดหล่อพอจะมีเวลาว่างออกไปเที่ยวกับสุดสวยมั้ยคะ"

          [ว่างเสมอสำหรับสุดสวยครับ]

          "โอ้ยยยย พอๆๆ ปั้นขำไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

          [ฮ่าๆๆ วันนี้ปั้นว่างเหรอ...ดีจัง]

          "ไม่ใช่แค่วันนี้หรอก ปั้นว่างยาวเลยล่ะเต้" (_ _) ว่างยาวจริงๆ

          [ปั้นเป็นอะไรรึเปล่า ร้องไห้เหรอ]

          "ปั้นคิดถึงเต้นะ เจอกันที่ร้านประจำตอนสิบโมงได้มั้ย" ฉันรีบตัดบทก่อนที่จะทำให้เต้ต้องกังวลไปกับฉันด้วย

          [ได้สิปั้น ซียู]

          "บาย ซียู"

          ฉันเป็นอะไรไปเนี้ยห้ามงอแงให้เต้ไม่สบายใจเด็ดขาด ก็แค่คนที่เพิ่งรู้จักกันสามเดือนไม่เห็นจะต้องดราม่าขนาดนี้เลย ฉันนี่มันอ่อนแอสิ้นดีเอะอะก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย เอ้ะ! ฉันลืมอะไรไปรึเปล่า

          นั่นไงฉันมัวแต่เศร้าเรื่องพี่ยูพี่แบทจนลืมคิดไปเลยว่าถ้าฉันไม่ได้ไปทำงานที่ตลาดนั่น ฉันก็จะไม่ได้เจอกับพี่คิมอีกTOT ทำไมเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้นะก็หมอดูบอกฉันว่าพี่เขาเป็นเนื้อคู่ของฉันนี่?

          'ก็ไม่เชิง จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่...จะว่าใช่ก็ใช่' เสียงของหมอดูแว๊บเข้ามาในหัวฉัน หรือว่าเราอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ได้ ไม่มีทางเลือกฉันคงต้องตัดใจจากพี่เขา มันก็แค่ความรู้สึกชอบคงไม่ยากเกินไปที่จะลืมมันและเลิกหวัง

          เพราะคงไม่มีอะไรให้หวังแล้วสำหรับเรื่องพี่คิมกับฉัน เพราะขนาดโอกาสที่จะได้บอกลากันยังไม่มีเลย ทำไมน่ะเหรอ? ถามว่าฉันกลับไปที่นั่นอีกได้มั้ยก็ได้นะ ไปทุกวันก็ยังได้ไม่ได้มีใครห้ามฉันสักหน่อย

          แต่เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะที่นั่นมันโหดร้ายเกินไปสำหรับฉัน ที่นั่นเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆที่ทำให้ฉันคิดถึง และความคิดถึงมันทำให้ฉันยึดติดกับอดีตไม่มีวันจบสิ้น ฉันจึงไม่ควรกลับไปเหยียบที่นั่นอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น