Snow White & 7 dwarfs : My Destiny ชะตาพลิกคลิกรักรุ่นพี่จอมซื่อบื้อ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 351 Views

  • 6 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    351

ตอนที่ 5 : อยากให้สงสัยว่าชอบ ไม่ได้อยากให้รู้ว่าชอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

บทที่4

อยากให้สงสัยว่าชอบ ไม่ได้อยากให้รู้ว่าชอบ


@ห้างThe K

          'เขาว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ หากใครสักคนหาโอกาสที่จะสบสายตาคุณอยู่บ่อยๆ หรือบางครั้งจ้องแบบไม่หลบตาเลย แบบนี้แน่นอนว่าเขาอาจจะกำลังพยายามสื่อความในใจให้คุณอยู่นั่นเอง'

           อืมมมม น่าสนใจอยู่นะ^^ ฉันกำลังนั่งอ่านบทความในอินเทอร์เน็ตอยู่ เคยเป็นมั้ยเวลาเราชอบใครสักคนเราจะชอบตั้งคำถามว่า จะทำยังไงนะให้เขาชอบเราเหมือนที่เราชอบเขา หรือบางคนอาจจะสงสัยว่าเขาชอบเราใช่มั้ยน้าาาา แต่แล้วสุดท้ายก็หาคำตอบให้กับคำถามเหล่านั้นไม่ได้เลย...มันคงกวนใจเราน่าดู แล้วการสบตาที่ว่านั่นมันจะช่วยหาคำตอบให้ฉันได้มั้ยนะ หรือจะใช้มันเพื่อให้ใครบางคนตั้งคำถามดี

          "ย้ากกกกกกกกกกกกกกก!!!" ไม่ต้องสงสัยเสียงฉันเองแหละ อยู่ๆก็มีคนเอานี้วมาจี้ที่เอวทั้งสองข้าง ฉันเลยเสียการควบคุมนิดหน่อยน่ะ~.~;

          "ฮ่าๆๆๆๆ ปั้นทำท่าโคตรตลกเลยรู้ตัวป้ะ" อ๋อออออ เพื่อนสารเลวของฉันเองค่ะทุกคนนน

          "เต้! มาได้ไงเนี้ย"

          "ก็ขับรถมานี่แหละคงไม่เดินมาหรอก มันค่อนข้างไกลน่ะ"

          "โอ้ยยย ปั้นจะถามว่าเต้รู้ได้ไงว่าปั้นอยู่ที่นี่ต่างหากล่ะ"

          "ก็เห็นเช็คอินในเฟสบุ๊คน่ะ เต้ว่างอยู่เหงามากด้วยก็เลยมาหาเพื่อนไปกินปิ้งย่างไง"

          "ใครล่ะ? ปั้นเหรอ?ปั้นไม่ได้ว่างนะเต้ อยู่ๆเต้ก็มาโดยที่ไม่ได้บอกปั้นล่วงหน้าแบบนี้ได้ไง ปั้นไปกับเต้ไม่ได้หรอกนะ"

          "ทำไมล่ะก็ปั้นว่างอยู่นี่ เห็นๆอยู่ว่าไม่ได้ทำอะไร แล้วคนไม่ว่างที่ไหนจะมานั่งอยู่ในห้างล่ะจริงมั้ย?"

          "ปั้นแค่แวะมาทำธุระแถวนี้ อีกเดี๋ยวก็ต้องไปทำงานแล้ว"

          "แงงงงงง แบบนี้เต้ก็มาเสียเที่ยวสิปั้น" T[]T

          "ก็ปั้นเคยบอกเต้ไปแล้วไงว่าถ้าจะมาหาปั้นต้องโทรบอกปั้นก่อน ปั้นจะได้บอกเต้ว่าว่างหรือไม่ว่าง ครั้งนี้ช่วยไม่ได้นะชอบทำตามใจตัวเองดีนัก"

          " TOT "

          ความฝันเมื่อหลายวันก่อนเป็นเหมือนฝันบอกเหตุ หลังจากตื่นนอนวันนั้นฉันก็เล่นเฟสบุ๊คเช็คความเคลื่อนไหวของสังคมปกติ แล้วอยู่ดีๆเสียงในคลิปที่ฉันเลื่อนผ่านก็ทำให้ฉันต้องหยุดเพื่อมองหน้าเจ้าของเสียงนั่น

          'ฝากล้าเต้ ทินกร ปฐมนิติคุณคนนี้ไว้ในใจทุกคนด้วยนะครับ'

          ใช่! ใช่เต้แน่ๆถึงแม้ว่ามันจะดูเปลี่ยนไปจากเมื่อ8ปีก่อนมาก แต่ฉันก็จำแววตาคู่นั้นได้ น่าแปลกที่คนขี้อายอย่างเต้เข้าไปทำงานในวงการบันเทิงได้ และฉันก็ค้นหาประวัติของมันทุกช่องทางที่ทำได้ และแล้วฉันก็ตามหามันจนเจอ...

          'เต้!!!'

          ฉันตะโกนเรียกลาเต้เสียงดังหลังจากที่เห็นมันไกลๆ ที่นี่คือมหาวิทยาลัยที่เต้เรียนอยู่ ฉันรีบมาที่นี่หลังจากสืบรู้มาว่ามันจะมาที่นี่วันนี้และเวลานี้

          '...' คนถูกเรียกหันมามองฉันด้วยสีหน้าที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังงงเป็นไก่ตาแตก

          'อะไรกันจำปั้นไม่ได้แล้วเหรอ' ฉันพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

          'ปั้น?' ดูเหมือนว่ามันจะยังจำไม่ได้

          'ปั้นไง ข้าวปั้น'

          '...' ลาเต้ทำท่าครุ่นคิดอย่างหนัก

          'ทำไมแบชฟูลถึงจำสโนว์ไวท์ไม่ได้นะ...น้อยใจจัง' พูดจบฉันก็หันหลังเตรียมจะเดินออกจากตรงนั้น

          'ปั้น!!!' ลาเต้โผเข้ามากอดฉันจากด้านหลัง 'ปั้นหายไปไหนมา'

          วันนั้นหลังจากที่ฉันแยกกับเต้เพราะต่างคนต่างก็มีธุระสำคัญ ตกค่ำเต้ก็ดึงฉันเข้าแชทกลุ่มในไลน์ที่มีเพื่อนๆทุกคน ฉันเล่าเรื่องที่อยู่ๆก็หายไปโดยที่ไม่ได้บอกลาใครสักคนให้พวกมันฟัง และพวกเราก็แลกเปลี่ยนเหตุการณ์ตลอด8ปีที่ผ่านมากันอย่างเฮฮาปาร์ตี้ในวันที่เรานัดกินข้าวเช้าวันถัดมา ถึงแม้ว่าภายนอกทุกคนจะดูเปลี่ยนไปมากแต่ฉันกลับรู้สึกว่าพวกเขาไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อ8ปีก่อนเลยสักนิด

          ลาเต้เป็นเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยที่สุดแล้วในกลุ่มเพื่อน และเพราะว่าเพื่อนของฉันมีแต่ผู้ชายฉันก็เลยได้นิสัยแมนๆชอบทำตัวลุยๆพูดจาโผงผางไม่สมกับที่เป็นผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร โดนผู้หญิงด้วยกันเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆว่าเป็นทอมถึงขั้นมาจีบฉันเลยก็มีนะ นับไม่ถ้วนเลยล่ะ^^

          ตอนนี้ลาเต้ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง มันเป็นนักร้องที่เต้นเก่งมากๆแต่ก็เพิ่งเริ่มเข้าไปได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมาย แต่ก็เป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่น เพราะความขี้อ้อนของมันทำให้เด็กๆหลงใหลกันเป็นแถบๆ

          "ไม่ต้องมาทำหน้าหงอยแบบนั้นเลยนะเต้ ถึงปั้นจะใจอ่อนแต่ปั้นก็อยู่เป็นเพื่อนเต้ไม่ได้อยู่ดี ปั้นต้องไปทำงานจริงๆ ปั้นขอโทษ"

          "ก็เต้เสียใจนี่นา"

          "ปั้นก็เสียใจไว้คราวหน้าปั้นจะชดเชยให้นะ ขอโทษจริงๆปั้นต้องไปทำงานแล้วไว้เจอกันนะเต้ว่างๆเดี๋ยวปั้นโทรหา บายยย"

          ฉันเดินออกมาไกลพอสมควรก่อนจะหันกลับไปโบกมือให้เต้อีกครั้ง เต้นั่งหน้าหงอยจนฉันอดสงสารไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเต้เลยนะ ก็มันจำเป็นจริงๆนี่นาใกล้ถึงเวลาเปิดร้านแล้วด้วย เต้โบกมือกลับมาแล้วเปลี่ยนโหมดมาทำท่าทางร่าเริงพร้อมกับพูดแบบไม่ออกเสียงว่า

          'ปั้นอย่าลืมโทรหาเต้นะ' ฉันรู้ว่าเต้นอยด์แต่คงไม่อยากให้ฉันกังวลก็เลยต้องแสดงว่าตัวเองโอเค ก็งานถนัดของเต้อยู่แล้วนี่


@ตลาดนินจา

          คืนนี้ที่ร้านลูกค้าเยอะมาก แต่ต่อให้งานยุ่งแค่ไหน ฉันก็เลิกคิดถึงบทความที่อ่านเจอเมื่อตอนบ่ายไม่ได้เลย สบตางั้นเหรอ?อย่าว่าแต่สบตาเลยแค่มองหน้าพี่คิมตรงๆฉันยังไม่กล้าเลย


~ อยากมีคนรัก คนมีรักมันแบบไหน คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้ คงต้องหาสักคนมาเป็นเนื้อคู่~


ที่รักของข้าวปั้น <3


          ''ติ้ด! ว่าไงเต้''

          [ไหนปั้นบอกจะโทรมาไง]

          ''ปั้นยังไม่ว่างเลย เต้อย่าทำเป็นใสซื่อนะ ปั้นบอกว่าว่างแล้วปั้นจะโทรหา''

          [ฮ่าๆโดนจับได้ซะแล้ว]

          ''ตกลงโทรมามีอะไรรึเปล่า''

          [แค่คิดถึงปั้นน่ะ ยุ่งอยู่เหรอ? งั้นวางก่อนก็ได้ถ้าปั้นว่างค่อยโทรมาละกัน เต้จะรอนะ]

          ''เดี๋ยวๆๆอย่าเพิ่งวางสายนะ ปั้นมีเรื่องจะถามเต้น่ะ''

          [ว่ามาเลยเต้ตอบปั้นได้ทุกอย่าง]

          "คือสมมตินะเต้ สมมติว่ามีคนมาชอบเต้อ่ะแล้วเต้สงสัยว่าเขาชอบเต้อยู่ อะไรทำให้เต้สงสัยว่าเขาชอบ"

          [อะไรที่ทำให้สงสัยว่าเขาชอบเต้เหรอ มันก็มีหลายอย่างนะแต่หลักๆเลยก็คงจะเป็นสายตา]

          "ยังไงเหรอเต้"

          [ก็แบบว่าเราจะรู้สึกได้ไงว่าโดนเขามองอยู่บ่อยๆ]

          "โดนมองบ่อยๆงั้นเหรอ"

          [ว่าแต่ปั้นถามเต้ทำไมเหรอ]

          ''ขอบคุณมากเต้ เดี๋ยวเลิกงานปั้นโทรหานะ บาย''

          [อ้าว เดี๋ยวสิปะ...ติ้ด!] ฉันรีบกดวางสายก่อนที่เต้จะซักไซ้ฉันไปมากกว่านี้ ฉันจะให้เต้รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ทำไมน่ะเหรอ?

          ก็ถ้าเต้รู้ว่าฉันมีคนที่ชอบนะ มันก็จะเอาไปบอกเพื่อนคนอื่นๆ แล้วฉันจะต้องโดนพวกมันล้อแน่ๆเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนป.6ฉันเล่าเรื่องคนที่ชอบให้เต้ฟัง ช่วงแรกๆเต้ก็ให้คำปรึกษาฉันอย่างดีเลยนะแต่พอเต้รู้ว่าเขาไม่รับรักฉันเท่านั้นแหละ เต้หัวเราะเยาะฉันแถมยังเอาเรื่องนั้นไปบอกเพื่อนคนอื่นๆ จนพวกมันมาล้อฉัน ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปวางไว้ที่ไหน หน้าก็เลยยังอยู่ที่หัวฉันอย่างที่เห็น

          แล้วฉันจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี สบตา...โดนมองบ่อยๆ...สบตา...โดนมองบ่อยๆ...สบตา...โดนมองบ่อยๆ อ้ะ!!ฉันคิดออกแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

          "ปั้นมะพร้าวร้านเบ็งเบ็ง2ลูกเขียนด้วย" เสียงพี่แบทสั่งงานฉันผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ในวันนี้ นั่นก็คือเลขาส่วนตัว

          "จ้าาาาาาา" ฉันต้องคอยเขียนบันทึกออร์เดอร์ของร้านเบ็งเบ็ง ซึ่งร้านเบ็งเบ็งจะสั่งมะพร้าวจากร้านพี่แบทไปเสิร์ฟให้ลูกค้า แล้วจะเช็คบิลตอนร้านปิดแล้วฉันก็ชอบหน้าที่นี้มากๆ เพราะพี่คิมจะเป็นคนจัดการเรื่องบิลร้านเบ็งเบ็ง แล้วฉันก็จะได้มีโอกาสคุยกับพี่เขาo///O

          "ปั้นน้ำมะม่วงหมด จัดการให้พี่หน่อย"

          "รับทราบ!!รอสักครู่จ้าาาา" ฉันเดินมาหยิบส่วนผสมน้ำมะม่วงในตู้แช่ ในขณะที่ฉันหมุนตัวจะเดินกลับไปหน้าร้าน สายตาฉันไปสะดุดกับสายตาคู่หนึ่งมันเกิดขึ้นเร็วมาก เราทั้งคู่ต่างก็รีบหลบสายตาและฉันก็กลับมาทำงานของฉันตามเดิม

          อะไรกันเหตุการณ์เมื่อกี้เรียกว่าสบตาได้มั้ยนะ มันดูเหมือนว่าแค่บังเอิญมองพร้อมกัน มองเหรอ?ฉันมองพี่คิมมันก็ไม่แปลกหรอกนะ แต่พี่คิมมองฉันเนี้ยสิแปลก แปลกมาก! มันจะเป็นไปได้เหรอ โอ้ยยย ฉันเหนื่อยจะมโนแล้วนะ


22:06 น.

          เวลานี้ร้านฉันก็เริ่มเงียบลูกค้าแทบไม่มีเลยต่างจากร้านข้างๆที่ไม่มีโต๊ะว่างเลยสักโต๊ะ เวลาที่พี่คิมตั้งใจทำงานเท่จังเลยเนอะเป็นอาหารตาที่ช่างดีต่อใจจริงๆ

          เอาล่ะวันนี้ฉันจะต้องมองพี่คิมจนพี่เขาสงสัยเรื่องที่ฉันชอบให้ได้ จ้องไว้ปั้นจ้องไว้ห้ามละสายตา ใช่แบบนั้นแหละปั้น โอ๊ะ!พี่คิมหันมาแล้วอย่าหลบนะปั้นจ้องไว้ จ้องไว้!!

          ฉันไม่กล้ามองตาพี่คิมตรงๆก็เลยทอดสายตามองผ่านหลังพี่คิมไป แต่พี่คิมก็ยังไม่ได้ละสายตาไปทางอื่น จนฉันต้องละสายตามามองพี่คิม เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง วินาทีนั้นฉันเหมือนถูกสะกดหัวใจฉันค่อยๆเต้นแรง แรงขึ้นเรื่อยๆจนอกแทบจะระเบิด

          ในเสี้ยววินาทีฉันก็ทำเนียนเป็นมองไปทางอื่น เยส!! สำเร็จ^^ แค่ทำให้พี่คิมสงสัยไม่ได้อยากให้รู้ว่าฉันชอบ มันน่าอายนะว่ามั้ยแค่นี้ก็มากพอแล้วหลังจากนั้นพี่คิมก็จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'น้องเขาชอบเรารึเปล่า?' แอร้ยย!เขิลลล^///^ ฉันคงต้องมองให้รู้ตัวบ่อยๆสินะ

          "พี่คิมวันนี้ค่ามะพร้าว 8 ลูกค่ะ" ฉันเดินมาเช็คบิลค่ามะพร้าวร้านเบ็งเบ็งตอนปิดร้าน

          "อ่อครับ 8 ลูกนะ อ่ะนี่ 320 บาทใช่มั้ย"

          "ขอบคุณค่ะ" ^_^

          ความสุขเล็กๆของฉัน ถึงจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็เป็นความฟินเล็กๆที่เป็นรอยยิ้มให้ฉันได้ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะได้ แค่นี้ก็เกินพอสำหรับเวลาเกือบเดือนที่เราได้รู้จักกัน


@ตลาดนินจา 17:12 น.

          หลังจากที่ได้รับหน้าที่ใหม่จากพี่แบทวันก่อน ฉันก็มีโอกาสได้คุยกับพี่คิมทุกวันวันละประโยคสองประโยค มันก็ถือเป็นเรื่องดีๆในแต่ละวันของฉันได้ นี่ก็เกือบจะสองสัปดาห์แล้วที่อะไรๆเหมือนจะดีขึ้นมานิดนึงแต่ก็หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น ถ้าเกิดว่าฉันไม่ทำอะไรสักอย่างมันก็คงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆซึ่งมันไม่ดีแน่

          "ปั้นไปล้างของได้แล้วนะเดี๋ยวคนเยอะ ทางนี้พี่จัดการต่อเอง" และนี่ก็คือหน้าที่ใหม่ของฉันอีกแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันจะต้องไปล้างของหลังตลาดและต้องเอาน้ำกลับมาใช้ที่ร้านด้วย

          "จ้าพี่แบท พี่ยูอันนี้ปั้นยังไม่ใส่เนื้อเสาวรสอย่างเดียวนะ ที่เหลือเสร็จหมดแล้ว"

          "โอเค เดี๋ยวพี่ทำต่อให้เองรีบไปเถอะเดี๋ยวจะไม่ทัน"

          ในขณะที่ฉันล้างของอยู่ด้วยความสบายใจเพราะตอนนี้ที่นี่ไม่ใครอยู่เลยสักคน สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นพี่คิมกำลังเข็นรถที่เต็มไปด้วยถังน้ำมาทางนี้o_O ทำไงดี?เห้ยเอายังไงดี โอยยยยยตื่นเต้นอ่า ฉันต้องวางตัวยังไงเนี้ย ต้องทักพี่เขาก่อนมั้ยหรือว่า...

          โอ้ะ!! พี่เขามองมาทางนี้แล้ว เอาวะยิ้มหน่อยละกัน^_^ แอร้ยยยยย พี่เขายิ้มตอบฉันด้วยO///o นิ่งไว้ปั้น นิ่งไว้

          "อันนี้ของปั้นใช่มั้ย" เอ๋ พี่คิมคุยกับฉันงั้นเหรอ แล้วยังเรียกฉันว่าปั้นเฉยๆเหมือนคนที่สนิทกันด้วย ปกติคนที่สนิทกับฉันมากๆเท่านั้นที่จะเรียกชื่อฉันพยางค์เดียวแบบนี้ แล้วพี่คิมก็เรียกฉันว่าน้องมาตลอด วันนี้มาแปลกแฮะ

          "ค..คะ" เอาอีกแล้วววว ทำไมต้องตะกุกตะกัก

          "พี่ขอยืมก่อนได้มั้ย" พี่เขาพูดแบบเป็นกันเองกับฉันมาก~///~

          "ค่ะ^^" เมื่อกี้พี่เขาถามว่าสายยางนั่นของฉันมั้ย เอ๊ะ!!มันไม่ใช่ของฉันสักหน่อยมันเป็นของตลาดต่างหาก แล้วฉันตอบบ้าอะไรไปเนี้ย ^^! อยากจะบ้าตายยยย

          แล้วในที่สุดฉันก็ล้างของเสร็จ เหลือแค่เอาน้ำใส่ถังกลับร้านสินะ แต่ฉันคงต้องรอพี่คิมใส่ให้เต็มทุกถังก่อนซึ่งดูๆแล้วยังเหลืออีกเยอะ เราอยู่ตรงนี้กันแค่สองคนด้วยสิอึดอัดเป็นบ้าเลย ทุกอย่างอยู่ในความเงียบมีแค่เสียงน้ำไหลเท่านั้นที่ดังอยู่ หวังว่ามันคงจะดังกลบเสียงเต้นของหัวใจฉันได้นะ

          "ปั้นเรียนอยู่ปีไหนเหรอ" พี่คิมพูดขึ้นหลังจากที่เรายืนเงียบกันมาสักพัก พี่คิมถามฉันว่าเรียนปีไหน? หืออ!แล้วรู้เหรอว่าฉันยังเรียนอยู่ แสดงว่าแอบเก็บข้อมูลของฉันมาบ้างเหมือนกันนะเนี้ย เอาล่ะในเมื่อพี่คิมเริ่มบทสนาก่อนแล้วก็พอช่วยคลายความอึดอัดลงได้บ้าง

          "ปี1ค่ะจริงๆปีนี้ปั้นปี3แล้วล่ะ แต่ปั้นซิ่วน่ะ''

          "เหรอ?พี่ก็ซิ่วเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้ก็ปีสี่แล้ว แล้วก่อนหน้านี้ปั้นเรียนอะไรเหรอ''

          "ปั้นเรียนเกี่ยวกับศิลปะแต่ที่บ้านปั้นมีปัญหานิดหน่อย ปั้นก็เลยต้องลาออกจากมหาลัยเก่า"

          "อ๋อออ แล้วปั้นรู้จักกับพี่แบทได้ไงเหรอ"

          "ปั้นก็มารู้จักที่นี่แหละพี่ พอดีปั้นเจอโพสรับสมัครพนักงานร้านพี่แบทจากในอินเทอร์เน็ตน่ะ เอ้อแล้วพี่คิมล่ะก่อนจะซิ่วเรียนอะไรอยู่เหรอคะ"

          "พี่เคยเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์แล้วก็ซิ่วมาเรียนบริหาร"

          "แล้วที่พี่คิมเรียนบริหารพี่อยากทำงานอะไรเหรอ"

          "ก็ไม่ได้คิดไว้นะ แล้วปั้นล่ะตอนนี้เรียนอะไรอยู่"

          "เรียนสื่อสารมวลชนน่ะ ปั้นอยากเป็นนักเขียน หรือไม่ก็เป็นคนที่ทำงานเบื้องหลังในวงการอะไรประมานนั้น"

          "เหมือนกันกับคณะนิเทศป่าว"

          "ก็ประมานนั้นแหละพี่ เรียนเรื่อยๆน่ะนี่ก็เทียบโอนหน่วยกิตมาได้บ้างแต่ไม่เยอะมาก คิดว่า2ปีครึ่งก็น่าจะจบ"

          "พี่เองก็ยังเหลือไม่เยอะแล้ว ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรปีหน้าก็จบได้ละ อ้ะ!ของพี่เต็มแล้ว วันนี้ถังเยอะมากไม่รู้ใครเป็นคนจัดงานไว้ให้พี่ ร้ายจริงๆ"

          "^^แล้วพี่คิมทำงานที่นี่นานแล้วเหรอคะ"

          "ก็ปีกว่าได้แล้วมั้ง พี่อยู่ที่นี่ตั้งแต่ตลาดเปิดอ่ะ ร้านพี่แบทนี่มาเปิดหลังจากร้านพี่ประมาณ2เดือนน่าจะได้"

          "พี่แบทเล่าให้ฟังอยู่บ้างว่ารู้จักพี่คิมมานานแล้ว แล้วก็บอกด้วยว่าพี่คิมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ปั้นก็เลยให้พี่เป็นไอดอลปั้น ว่าแต่พี่เรียนอยู่ที่ไหนเหรอ"

          "ฮ่าๆๆจะให้พี่เป็นไอดอลเนี้ยนะคิดใหม่ได้นะ พี่เรียนมหาวิทยาลัยH อยู่ใกล้ๆแถวนี้แหละ"

          "อ๋อค่ะ :)" พี่คิมก็ใส่น้ำในถังเสร็จสักพักแล้วทำไมยังไม่ยอมกลับร้านไปสักที ฉันหัวใจจะวายอยู่แล้วเนี้ย

          "เออจริงสิ ปั้นเป็นคนที่ไหนเหรอ"

          "จริงๆปั้นก็เกิดที่นี่นะ แต่แม่เป็นคนใต้ส่วนพ่อเป็นอีสานครึ่งใต้ ฮ่าๆๆๆงงเน้อะ" น้ำในถังเต็มหมดทุกถังแล้ว ฉันเลยเอาสายยางไปเก็บไว้ข้างใน

          "อื้มงงดี ฮ่าๆๆ อ้าว!ไม่ใช่สายยางของปั้นหรอกเหรอ"

          "แหะๆไม่ใช่หรอกค่ะ ของตลาดน่ะเมื่อกี้ตอนที่พี่คิมถามปั้น ปั้นใจลอยอยู่ฟังไม่ถนัดก็เลยตอบผ่านๆไป" พูดจบฉันก็เข็นรถเตรียมกลับร้าน แต่มันหนักมากจนฉันเกือบเข็นไม่ไหว

          "ไหวมั้ยนั่น ^_^"

          "ค่ะ" นี่สรุปคือพี่เขารอกลับร้านพร้อมฉันเหรอ ระหว่างทางกลับร้านเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก เชื่อมั้ยตอนนี้ฉันหยุดยิ้มไม่ได้เลยล่ะ นี่สินะความสุขที่แท้จริง ความสุขที่เอ่อล้นออกมาจากข้างในจนไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ ถ้าได้คุยกันแบบนี้ทุกวันก็คงจะดี

          "ปั้นยิ้มคนเดียวอีกแล้วเหรอเนี้ย ช่วงนี้แปลกๆไปนะชอบเหม่อบ่อยๆ ดูเหมือนคนกำลังมีความรักเลย" เสียงพี่ยูเรียกสติฉันให้กลับคืนมา

          "บ๊าาาาความรักอะไรกันคะ พี่ยูมั่วละ"

          "แล้วทำไมต้องเสียงสูงด้วยล่ะ แน่ะ!เขิลหน้าแดงหมดแล้วเนี้ยเห็นมั้ย"

          "ไม่ได้เขิลสักหน่อย ทำงานต่อดีกว่าพี่ยูเริ่มนอกเรื่องละนะ"

          "เอ้ะหรือว่าปั้นจะชอบใครอยู่น้าาา"

          "ชอบใครอะไรที่ไหนไม่มีเลย"

          "จะไม่บอกดีๆใช่มั้ย งั้นก็ระวังตัวไว้หน่อยนะช่วงนี้พี่กำลังจับตามองอยู่ ฮ่าๆๆๆ"

          แงงงงง เกือบจะโดนจับได้อีกแล้ว ฉันเก็บอาการไม่อยู่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าพี่ยูกับพี่แบทรู้เรื่องนี้เข้าฉันต้องโดนล้อจนพี่คิมรู้ตัวแน่ๆเลย T[]T ฉันยังไม่พร้อม มันจะต้องไม่เกิดขึ้น พี่ยูกับพี่แบทจะต้องไม่รู้เรืองนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น