Snow White & 7 dwarfs : My Destiny ชะตาพลิกคลิกรักรุ่นพี่จอมซื่อบื้อ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 354 Views

  • 6 Comments

  • 17 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    354

ตอนที่ 23 : ทำใจไว้บ้างก็ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

บทที่22
ทำใจไว้บ้างก็ดี

          ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่ข้าวปั้นนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียง ผมทำได้แค่เฝ้ามองเธอผ่านช่องกระจกใสเล็กๆของประตูบานนี้ วันที่เกิดเหตุผมได้ยินหมอพูดกับเพื่อนๆของเธอว่า
          'สมองของคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนและต้องมีการเซ็นยินยอม ไม่ทราบว่าใครคือญาติของคนไข้ครับ'
          'เอ่อ คือพวกผมสามารถเซ็นได้หรือเปล่าครับ เราสนิทกับเธอมากและเราอยู่บ้านใกล้กันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตหมดแล้วครับ'
          'อ๋อ ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้ครับ'
          ผมกลัวมาก กลัวว่าข้าวปั้นจะเป็นอะไรไป ถ้าเธอเป็นอะไรไปผมคงจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง เพราะเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะผมคนเดียว แต่หลังจากที่หมอผ่าตัดเธอเสร็จ เขาก็เดินออกมาพูดกับเพื่อนๆของเธออีกว่า
          'คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ' ประโยคนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นแรงอย่างลิงโลดแต่หัวใจก็กระตุกวูบกับประโยคถัดมา
          'แต่หมอเกรงว่าเมื่อคนไข้ได้สติคนไข้อาจจะไม่ได้มีร่างกายปกติเหมือนเดิม'
          'คุณหมอหมายความว่าเพื่อนผมจะพิการเหรอครับ' หนึ่งในเพื่อนของข้าวปั้นถามขึ้น
          'หมอก็ยังการันตีไม่ได้หรอกนะครับ แต่มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก'
          'หมอต้องช่วยเพื่อนผมนะครับ'
          'ครับ หมอจะช่วยให้สุดความสามารถ แล้วก็...ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะแจ้งให้ทราบครับ'
          '...' ทุกคนหน้าห้องฉุกเฉินพร้อมใจกันเงียบ
          'คนไข้อาจจะฟื้นตัวช้ามากหรืออาจจะไม่ฟื้นอีกเลยก็ได้ หมออยากให้ญาติของคนไข้ทำใจไว้บ้างก็ดีนะครับ ตอนนี้หมอได้ย้ายคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้นแล้ว หมอขอตัวนะครับ'
          "พี่จะยืนขวางทางผมอีกนานไหม" เสียงใครบางคนดึงสติผมกลับคืนมา ผมหันไปมองเจ้าของเสียงพูดนั้นแล้วก็พบว่า
          "อ้าว นายไม่ได้อยู่ข้างในหรอกเหรอ"
          "อย่ามาตลกนะพี่ ลืมไปแล้วเหรอว่าพวกผมเป็นแฝด"
          "งั้นนายก็คงชื่อม้าหมอกสินะ"
          "ก็รู้นี่ ว่าแต่พี่รู้ได้ไงว่าผมไม่ใช่ไอ้เมฆ"
          "รู้เพราะว่านายทักทายฉันด้วยคำพูดแทนที่จะเป็นหมัดมั้ง"
          "ฮ่าๆๆ พี่นี่ก็ตลกดีนะ ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะพี่"
          "เข้าไปคงโดนรุมกระทืบ"
          "พูดเป็นเล่นน่ะ พวกผมไม่ใช่นักเลงนะพี่ ผมรู้ว่าพี่คงรู้สึกผิดมาก แต่พวกผมไม่มีใครสักคนที่จะมีสิทธิ์ตัดสินว่าพี่ผิด"
          "แต่มันก็เป็นความผิดของพี่ พี่รู้ดี"
          "พี่ก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินตัวเอง คนที่จะบอกว่าพี่ผิดไหมคือไอ้ปั้นต่างหาก"
          "ข้าวปั้นคงไม่มีวันให้อภัยพี่"
          "พี่อย่าทำเป็นรู้ดีกว่าไอ้ปั้นเลย เรื่องนั้นไว้รอไอ้ปั้นตื่นขึ้นมาแล้วค่อยติดเนอะ แต่พี่ไม่เข้าไปแน่นะ จะว่าไปถ้าพี่เข้าไปตอนนี้คงวุ่นวายน่าดู เอางี้ละกันคืนนี้พี่ค่อยค่อยแวะมาก็ได้ ผมเป็นคนอยู่เฝ้าไอ้ปั้น"
          "นายเฝ้าคนเดียวเหรอ"
          "อื้มม พวกเราแบ่งเวรกันน่ะ คนละหนึ่งสัปดาห์ แล้ววันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ จะเป็นวันที่ทุกคนได้มาอยู่กับไอ้ปั้นทั้งวันและก็เป็นวันผลัดเวร พี่กลับไปก่อนเถอะแล้วค่อยมาใหม่ตอนหกโมงเย็นนะ ผมไปล่ะ" พูดจบม้าหมอกก็ดันประตูแล้วเดินเข้าไปในห้อง เสียงของผองเพื่อนข้าวปั้นดังแว่วออกมาเล็กน้อยแล้วประตูก็ปิดสนิท
          จะว่าไปสองสามวันมานี้ผมไม่เห็นไอ้หน้าจืดเพื่อนรักของข้าวปั้นเลย แปลกแฮะปกติเห็นตัวติดขอบเตียงตลอดไม่ไปไหน วันที่เกิดเหตุมันโดนไอ้คนชื่อเมฆนั่นต่อยไปหลายหมัดอยู่เหมือนกัน แต่ถัดมาอีกวันพวกมันก็คุยกันปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วนี่

18:08 น. @โรงพยาบาลHR

          "อ้าว มาแล้วเหรอพี่"
          "อือ"
          "พอดีเลย ผมว่าจะออกไปสูดอากาศสักหน่อย ตามสบายเลยนะพี่"
          ม้าหมอกเดินออกจากห้องไปแล้ว ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเตียงของข้าวปั้น เธอนอนหลับตาพริ้มเหมือนเดิม ใบหน้าขาวซีดนั่นทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่หัวใจ
          "พี่ขอโทษนะ ปั้นจะไม่ยกโทษให้พี่ใช่ไหมล่ะ พี่รู้ แต่ถ้าพี่ตื๊อสักพักปั้นก็คงจะบอกพี่ว่า อยากให้หายโกรธก็ต้องง้อสิ ใช่มั้ย?"
          "..."
          "ต่อให้พี่ต้องง้อปั้นไปทั้งชีวิตพี่ก็จะทำ ปั้นต้องเชื่อพี่นะ จำวันแรกที่เราจะได้เจอกันอีกครั้งที่ร้านกำปั้นได้ไหม วันนั้นพี่ตื่นเต้นมากเลยนะ"

ตื้อดึ่ง!!

Tonpai: >>>ได้ส่งรูปภาพ<<<[ภาพบัตรประจำตัวประชาชน;นางสาวลลิตา คงศิริ]
         
Tonpai: 'ใช่น้องข้าวปั้นป่าววะ ตอนนี้น้องเขาอยู่ที่ร้านว่ะ มึงอยู่ไหนรีบเข้ามาที่ร้านด่วนๆ'

          ผมมองรูปภาพในมือถือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ตอนนี้ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้เลย
          พลั่ก!!!!
          'โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ/โอ้ย! ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า' ผมเดินไม่ดูทางจนชนผู้หญิงคนนึงจนเธอเซไปอีกฝั่ง
          'ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ' เธอรีบพูดแล้ววิ่งออกไป อะไรจะรีบขนาดนั้น
          'ไอ้คิม แฮ่กๆๆ มึง แฮ่กๆๆๆ มึง แฮ่กๆๆ' ไอ้ไผ่วิ่งพุ่งออกมา แล้วหยุดชะงักเมื่อเห็นผม มันรีบวิ่งเช้ามาหา ท่าทางเหมือนมีเรื่องสำคัญจะพูด แต่ดันพูดไม่รู้เรื่อง
          'กูว่ามึงรอให้หายเหนื่อยก่อนมั้ยแล้วค่อยพูด กูฟังไม่รู้เรื่อง'
          'คือว่า....เมื่อกี๊มึงมาทันได้เจอข้าวปั้นป้ะ'
          'ก็กูรีบมาตามที่มึงบอกนี่ไง ไหนล่ะข้าวปั้น'
          'ก็ข้าวปั้นเพิ่งออกไปไม่นานนี้เอง'
          'มึงโกหกกูอีกแล้วเหรอไอ้ไผ่ กูไม่ตลกกับมึงด้วยนะเว้ย' ตลอดระยะเวลาเกือบ3ปีที่ผ่านมาผมโดนไอ้ไผ่มันหลอกว่าเจอข้าวปั้นแล้วลากผมไปโน่นไปนี่มานับครั้งไม่ถ้วน
          'ครั้งนี้กูไม่ได้โกหก น้องเขาเพิ่งออกไปเมื่อกี้จริงๆนี่ไงหลักฐาน เงินกับบัตรประชาชนที่ข้าวปั้นลืมไว้' ไอ้ไผ่ยื่นบัตรมาตรงหน้าผม ใช่! ใช่เธอจริงๆด้วยเธอมาทำอะไรที่นี่
          '...'
          'เด็กเสิร์ฟในร้านเอาบัตรนี่มาให้กูแล้วบอกว่าลูกค้าจะสมัครสมาชิก กูก็รับบัตรมาคีย์ข้อมูลตามปกติ แล้วกูก็เห็นรูปนี้กูจำได้ต้องใช่น้องข้าวปั้นแน่ๆ กูเลยรีบถ่ายรูปส่งไปให้มึงดู สักพักกูก็ว่าจะออกมาคุยกับน้องเขา แต่พอกูออกมากูก็เห็นแค่เงินตั้งอยู่ และเห็นหลังน้องเขาไวไวที่ประตู เลยวิ่งตามออกมาแล้วก็เจอมึงนี่แหละ'
          'งั้นผู้หญิงคนเมื่อกี๊นี้...ข้าวปั้นหระ..เหรอ'
          'เห้ย!ได้ไงวะมึงจำน้องเขาไม่ได้เหรอ'
          'กูไม่ได้มองว่ะ กูมัวแต่มองภาพที่มึงส่งให้ในมือถือจนไม่ได้มองทาง แล้วเราก็เดินชนกันแต่เธอคนนั้นดูเหมือนรีบมาก กูก็เลยเห็นแค่หลังอีกอย่างกูก็จะรีบเข้าไปในร้านด้วยเลยไม่ได้สนใจ'
          'ให้ตาย! แต่ช่างมันเถอะยังไงซะน้องเขาก็ต้องกลับมาอยู่ดี เพราะน้องเขาลืมนี่ไว้ หึๆๆ' ผมรีบคว้าบัตรมาจากมือไอ้ไผ่ แล้วเอาเก็บไว้ในกระเป๋า
          'ฝากกูไว้ก็แล้วกัน มึงทำบัตรสมาชิกให้ปั้นแล้วใช่ป้ะ อัพเกรดให้เป็นVIPเลยนะ'
          'อะไรวะ จะมาอัพเกรดมั่วๆได้ไง มันมีเงื่อนไขนะเว้ย'
          'นี่ร้านกูป้ะ'
          'แล้วไงคิดว่าเป็นเจ้าของร้านแล้วทำอะไรก็ได้เหรอ จะมาเล่นเส้นแบบนี้มันไม่ถูก'
          'งั้นกูก็ควรจะให้ทุกคนทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้สินะ รวมถึงมึงด้วย'
          'เห้ยใจเย็นๆเพื่อนรัก กูพูดเล่นป่าววะ จริงๆแล้วไม่ต้องรอให้มึงบอกกูก็ทำให้เรียบร้อยแล้ว อ้ะนี่บัตรสมาชิกของน้องเขามึงเก็บไว้ด้วยอีกใบหนึ่ง'
          'ฮ่าๆๆๆ รอดไปนะมึง'
          'เออ ดีใจด้วยในที่สุดมึงก็ได้เจอกับข้าวปั้นอีกครั้ง'
          'กูไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้'
          'คู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกเว้ย อยู่ที่ว่ามึงจะทำได้ดีแค่ไหน กูไปทำงานต่อละ เอ้อออ กูลืมบอกไปพนักงานบอกว่าบัตรนั่นข้าวปั้นต้องใช้มันเย็นนี้ มึงรอคืนให้น้องเขาด้วยนะเว้ย'
         'มึงหมายความว่าวันนี้ปั้นจะมาที่นี่อีกรอบงั้นเหรอ'
          'ก็เออสิวะ ดีๆนะมึงอย่าให้หลุดมือไปอีกล่ะ'
          'เงียบปากไปเลยมึง' วันนี้ผมจะได้เจอเธอจริงๆใช่มั้ย กี่ปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน เธอไม่เคยกลับไปที่ตลาดนั่นอีกเลยตั้งแต่วันที่เธอหายไป ผมไม่เคยลืมเธอได้เลยสักวันทุกๆวันผมจะคอยเฝ้ามองเผื่อว่าวันนึงเธอจะผ่านมา แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะมา
           พอผมเรียนจบผมก็เอาเงินที่ผมเก็บได้จากการทำงานรวมกับเงินที่คุณย่าทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้ามาลงทุนเปิดร้านนี้ กว่าร้านจะเป็นร้านที่สมบูรณ์แบบได้แบบนี้ก็ใช้เวลานานร่วมปี
          แล้วกว่าร้านจะได้เปิดอีกก็เป็นเดือนผมคิดชื่อร้านอยู่นานมาก มีหลายชื่อที่ผมคิดไว้แล้วผมก็เอาไปให้หลายๆคนโหวต เกือบจะทุกคนที่เลือกชื่อนี้ 'กำปั้น' ชื่อและร้านนี้เป็นตัวแทนของความคิดถึงที่ผมมีต่อเธอ 'ข้าวปั้น' ผู้หญิงที่ขโมยหัวใจผมแล้วหนีหายไปเมื่อหลายปีก่อน ในที่สุดผมก็ได้เจอเธออีกครั้ง
          "หลังจากที่ปั้นมาเอาบัตรแล้วกลับไปโดยที่เราไม่ได้คุยอะไรกัน พี่ก็คิดเองเออเองไปเป็นเรื่องเป็นราว"
          'ที่รักของข้าวปั้น <3' ดูเหมือนว่าการเจอกันอีกครั้งของผมกับเธอไม่น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับผมอีกแล้ว หลังจากที่ผมได้เห็นสิ่งนั้นบนหน้าจอมือถือของเธอ
          'ข้าวปั้นมีแฟนแล้ว' ผมบอกไอ้ไผ่เสียงแผ่ว หลังจากเดินกลับเข้ามาในร้าน
          'จริงเหรอวะ แล้วไปไงมาไงน้องเขาถึงได้บอกมึงหรือมึงถาม เห้ยเดี๋ยวนี้มึงกล้าขนาดนี้เลยเหรอวะ'
          'กูไม่ได้ถามแล้วปั้นก็ไม่ได้บอกกูด้วย แต่ตอนที่ปั้นรับบัตรคืนไปเราก็ได้คุยกันแค่สองสามประโยค สักพักปั้นก็มีสายเข้า แล้วกูก็บังเอิญเหลือบไปเห็นพอดี 'ที่รักของข้าวปั้น<3' ชัดพอมั้ยวะ'
          'ชัดเลยว่ะ แต่ก็นะกูลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ไง นี่ก็เกือบจะ3ปีแล้วที่เราไม่ได้เจอน้องเขา อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปได้ ถ้าน้องเขาจะมีแฟนแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลก'
          'มึงอย่าย้ำมากนักได้มั้ยวะ'
          'สมน้ำหน้า! ถ้ามึงส่งข้อความหรือโทรไปหาน้องเขาบ้างตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องมันก็คงแฮปปี้ไปตั้งนานแล้ว'
          'กูมันคงซื่อบื้ออย่างที่มึงว่าจริงๆนั่นแหละ'
          'เออหน่า...บางทีเรื่องมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้นะมึง'
          'กูควรจะตัดใจตั้งแต่ตอนนี้สินะ'
          'อย่าคิดมากเลยว่ะ กูว่ามึงไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้กูดูต่อให้เอง'
          'เออ ยังไงก็ฝากด้วยนะมึง'
          ผมตบบ่าไอ้ไผ่สองสามทีแล้วเดินออกมา พลางคิดว่าโลกนี้ต้องการอะไรจากผมกันแน่ ครั้งหนึ่งพาเธอเข้ามาแล้วก็พาเธอออกไป ไม่นานก็พาเธอเข้ามาอีกแต่ครั้งนี้กลับไม่ได้พาเธอมาแค่คนเดียว
          "ฮ่าๆๆๆ ตลกใช่ไหมล่ะ พี่คิดว่าปั้นมีแฟนแล้วทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาเป็นแค่เพื่อนสนิทของปั้น ความคิดของพี่ตอนนั้นทำให้พี่ทำนิสัยไม่ดีใส่ปั้น ใจร้ายกับปั้นสารพัด"
          "..."
          "ปั้นจำได้ไหมวันที่ปั้นทำจานแตกจนเราสองคนได้แผล พี่ใจร้ายกับปั้นมากแต่ปั้นกลับไม่โกรธพี่เลยสักนิด"
         'พี่คิมอยู่นี่เองปั้นตามหาตั้งนาน' ข้าวปั้นเดินมานั่งลงข้างๆผม 'ไหนให้ปั้นขอดูแผลหน่อยสิ เจ็บมากมั้ย'
          เธอจับมือผมไปดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ตาของเธอบวมเป่งเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาแต่ก็ยังไม่วายแฝงความห่วงใยไว้ในนั้น มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้น
          'แผลแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า' เธอค่อยๆบรรจงล้างแผลที่ฝ่ามือให้ผม มันค่อนข้างลึกแต่ก็น้อยกว่าแผลที่แขนเธอหลายเท่า
          'แผลลึกมากเลย ฮึก!TT' อยู่ๆข้าวปั้นก็ร้องไห้อีก 'ปั้นขอโทษ เพราะปั้นทำจานแตกพี่คิมก็เลยได้แผลแบบนี้'
          ให้ตายเถอะทำไมเธอต้องเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่ผมอยากจะตัดใจจากเธอเพราะเธอมีแฟนแล้ว แต่เธอไม่ยอมหยุดยังคอยมาทำตัวน่ารักกับผมอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน ผมพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หวั่นไหวแต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด
         'ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก ทั้งหมดเป็นเพราะฉัน เพราะงั้นเธอก็หยุดร้องไห้ได้แล้ว'
ผมอดทนนั่งดูเธอร้องไห้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เป็นเพราะผม!ทั้งหมดเป็นเพราะผมคนเดียว
          'ถ้าเธอไม่อยากให้มันแย่ไปกว่านี้ อย่ากลับมาที่นี่อีก' พูดจบผมก็ลุกขึ้นเตรียมเดินออกจากตรงนี้ แต่ข้าวปั้นเธอเข้ามากอดผมไว้จากด้านหลัง
          'ไม่! ปั้นทำไม่ได้หรอก อย่าไล่ปั้นอีกเลยนะ ฮือๆๆๆ' ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับผมด้วย เธอกำลังทำให้ผมหยุดรักเธอไม่ได้
          'เธอทำแบบนี้ทำไม'
          'ฮือออออ ปั้นชอบพี่! ชอบ...ได้ยินมั้ยว่าชอบTT ชอบพี่มาตั้งนานแล้ว' ให้ตายเถอะแต่เธอมีแฟนอยู่แล้ว ทำไมเธอทำตัวแบบนี้






อัพมาถึงตอนนี้แล้วไรท์น้ำตาจะไหล T[ ]T


นี่ไม่ใช่เรื่องแรกในชีวิตที่ไรท์เขียน แต่เป็นเรื่องแรกในชีวิตที่ไรท์เขียนจบ 


เรื่องนี้ใกล้จบแล้วนะ 


ไรท์หวังว่ารี้ดทุกคนจะชอบ มันคือความภูมิใจของไรท์ ไรท์เป็นคนที่มีความสุขกับการเขียนมาก ถึงตอนนี้จะมีคนเข้ามาอ่านไม่กี่คนแต่ไรท์ก็ดีใจ 


ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกกำลังใจที่เพิ่มพลังบวกให้ไรท์เขียนจนจบ


ไรท์จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จะขยันมากขึ้น จะปั่นเรื่องใหม่ๆให้อ่านเรื่อยๆนะ แล้วไรท์ก็หวังว่าแฟนคลับไรท์จะเพิ่มมากขึ้น ปีละคนไรท์ก็ดีใจแล้ว555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น